นอนกับผมสิครับ #อยากกินเตกิล่า

ตอนที่ 24 : ตอนที่ 24 (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21,827
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3,077 ครั้ง
    6 ก.ย. 63

การเข้ามาของลิเคียวทำให้คนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เตกิล่ามีสีหน้าที่ไม่พอใจขึ้นมาทันที ส่งแววตาสำรวจมามองที่ลิเคียว

 

“วันนี้ผมมาเพื่อคุยเรื่องสำคัญของเรา ทำไมถึงให้คนที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามาด้วยล่ะ คนที่อยู่ในห้องนี้ควรมีแต่คนสำคัญเท่านั้น” อเล็กเซย์ อังเดโรวิซ ลีคูนิน ทายาทจากอาวองการ์ด บริษัทค้าอาวุธสงครามรายใหญ่เป็นอันดับที่สองของประเทศอาร์พูดออกมา

 

อันที่จริงอเล็กเซย์ไม่พอใจตั้งแต่การที่เตกิล่าดึงแขนออกจากการเกาะกุมของเขาทันทีที่ลิเคียวก้าวเข้ามา และยิ่งไม่พอใจมากยิ่งขึ้นไปอีกเมื่อเตกิล่าเลือกที่จะแนะนำลิเคียวก่อน นั่นแปลว่าให้ความสำคัญมากกว่าเขา และยิ่งมากขึ้นมากขึ้นอีกเมื่อเห็นใบหน้าเรียวสวยของลิเคียว

 

คนอย่างอเล็กเซย์ ไม่ชอบให้ใครเหนือกว่าตัวเอง โดยเฉพาะพวกที่มีฐานะสู้เขาไม่ได้

 

ลิเคียวยิ่งหดม่านตาแคบลงกว่าเดิมเมื่ออเล็กเซย์พูดแบบนั้น ก่อนที่เขาจะหันไปมองหน้าเตกิล่า

 

“ในห้องนี้ก็มีแต่คนสำคัญนี่ครับ” เตกิล่าพูดตอบกลับด้วยรอยยิ้ม พูดพร้อมกับลุกขึ้นมามาคว้าแขนของลิเคียวแล้วพากันเดินไปนั่งลงที่โซฟา

 

ลิเคียวยิ้มในใจเมื่อเตกิล่าดันให้เขานั่งลงบนโซฟาตัวยาว แล้วตัวเองก็นั่งลงข้าง ๆ

 

การกระทำของเตกิล่าทำให้ความไม่พอใจของอเล็กเซย์ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ทว่าคนที่สามารถใช้เสน่ห์ของตัวเองล่อหลอกคนอื่นมาตลอดเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองนั้น ย่อมที่จะรักษาท่าทีได้อย่างรวดเร็ว

 

อเล็กเซย์แสร้งหยิบแก้วเหล้าที่วางอยู่ด้านหน้าขึ้นมาจิบ หลุบแววตาต่ำลง ปิดซ่อนประกายตาโหดเหี้ยม

 

ในเมื่อมันขวางหูขวางตามากนัก ก็แค่กำจัดให้มันพ้น ๆ ไป

 

อเล็กเซย์คิดอยู่ในใจ

 

ลิเคียวมองอเล็กเซย์ที่หลุบดวงตาลงต่ำก็รู้โดยสัญชาติญาณแล้วว่าตัวเองกำลังโดนหมายหัว ทว่าเขาไม่กลัว

 

คนอย่างเขาไม่เคยต้องกลัวคนอย่างอเล็กเซย์ อย่าว่าแต่อเล็กเซย์ ต่อให้ยกมาทั้งลีคูนิน ขนอาวุธทุกชนิดที่อาวองการ์ดมี ก็ใช่ว่าเขาจะต้องกลัว

 

เขาไม่จำเป็นต้องลงมืออะไรมากมายด้วยซ้ำ อีกไม่นานอาวองการ์ดจะต้องพินาศย่อยยับด้วยแผนการโง่ ๆ ของพวกมันเอง

 

ทันทีที่พวกมันคิดแผนการส่งคนมาขโมยแบบแปลนจากอัลมาสตี เมื่อนั้นพวกมันก็ถือว่าได้ก้าวขาลงนรกไปแล้วก้าวหนึ่ง

 

ลิเคียวคิดในใจอย่างเยือกเย็น

 

อเล็กเซย์ไม่รู้หรอก ในขณะที่เขาโหดเหี้ยมแล้ว ยังมีคนที่โหดเหี้ยมได้มากกว่าเขา 

 

ความเงียบเข้าครอบงำห้องชั่วแวบหนึ่ง ก่อนที่เสียงแก้วกระทบกับโต๊ะจะดังขึ้นเบา ๆ ทำลายความเงียบไป

 

“เมื่อครู่นี้เราคุยกันไว้ถึงไหนแล้วนะครับ” อเล็กเซย์เปิดบทสนทนาขึ้นใหม่ด้วยรอยยิ้มบางเบา สายตาจ้องมองไปยังเตกิล่า และไม่เหลือบแลลิเคียวเลยแม้แต่น้อย แม้ว่าทั้งสองคนนั้นจะนั่งอยู่ข้าง ๆ กัน

 

“เรื่องที่คุณเดินทางมาที่นี่ประเทศนี้เป็นครั้งที่สามแล้วน่ะครับ” เตกิล่าเลิกคิ้วด้วยท่าทางครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนจะตอบกลับไป แต่คำตอบของเตกิล่าทำให้อเล็กเซย์ไม่พอใจ

 

เพราะมันไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้อง เรื่องที่คุยค้างกันไว้คือเรื่องที่เขาขอให้เตกิล่าพาเขาเที่ยวต่างหาก

 

โดยปกติแล้ว อเล็กเซย์ก็จะใช้ลูกไม้เช่นนี้ก่อนสำหรับการเจรจาทางธุรกิจ เขาจะไม่เข้าเรื่องธุรกิจเลย แต่ว่าจะหาทางสานสัมพันธ์ให้มันลึกซึ้งกว่าเดิมก่อน เพื่อที่เวลาเจรจาเรื่องผลประโยชน์ เขาจะได้สามารถเป็นผู้บงการได้อย่างเต็มที่

 

ซึ่งอเล็กเซย์มั่นใจในตัวเองมากว่าจะสามารถทำให้เตกิล่าอยู่ในกำมือของตัวเองได้

 

คนที่อเล็กเซย์หมายตาเอาไว้ ไม่เคยมีใครหลุดรอดไปได้สักราย

 

ลิเคียวที่ลอบจับสีหน้าของอเล็กเซย์อยู่ตลอดเวลา เขาไม่รู้หรอกว่าก่อนหน้านี้เตกิล่าและอเล็กเซย์คุยอะไรกันอยู่ แต่ว่าดูเหมือนจะไม่ใช่สิ่งที่เตกิล่าตอบออกไป เพราะไม่อย่างนั้นแววตาของอเล็กเซย์จะไม่ปรากฏความไม่พอใจแบบนี้ แม้จะแค่เพียงชั่วแวบเดียวเท่านั้นก็ตาม

 

เมื่อคิดได้อย่างนั้นก็ดึงสายตากลับมาจากอเล็กเซย์ แต่ย้ายไปลอบมองเตกิล่าแทน ไม่รู้ว่าสาเหตุที่ตอบผิดคืออะไร 

 

จำไม่ได้จริง ๆ หรือเลี่ยงที่จะพูดถึงกันแน่

 

แล้วถ้าเป็นอย่างหลัง สาเหตุมันคืออะไร

 

แต่ไหนแต่ไรมา คนที่มีต่อความคิดและความรู้สึกของลิเคียวมากที่สุด ดังนั้นมันจึงไม่แปลกเลยที่เขาจะคิดมากอย่างนี้

 

“ถึงผมจะมาสามครั้งแล้ว แต่ก็ยังไม่เคยได้เที่ยวไหนสักที มาครั้งไหนก็ทำงานตลอด เพราะอย่างนั้นเลยคิดว่าถ้าได้รับเกียรติได้คุณเตกิล่าพาเที่ยวมันก็คงจะดีนะครับ” เพราะการตอบคำถามของเตกิล่าก่อนหน้านี้ อเล็กเซย์จึงรู้แล้วว่าถ้าเขาพูดจาอ้อมค้อม เขาจะไม่ได้คำตอบที่ตัวเองต้องการ 

 

ลิเคียวชะงักลมหายใจทันทีที่ได้ยินอย่างนั้น โดยไม่ต้องเดา เขารู้ได้ทันทีเลยว่านี่ต่างหากคือเรื่องที่คุยค้างกันไว้อย่างแท้จริง

 

ยังไม่ทันที่เตกิล่าจะพูดตอบอะไรออกไป ประตูห้องก็เปิดเสียก่อน เป็นบริการมาเสิร์ฟอาหารนั่นเอง 

 

อาหารมากหน้าหลายตาถูกนำมาวางเรียงไว้บนโต๊ะ เมื่อเห็นอาหาร รอยยิ้มของลิเคียวก็ปรากฏขึ้น อาหารบนโต๊ะนั้น กว่าครึ่งล้วนแล้วแต่เป็นจานโปรดของเขาทั้งนั้น

 

“ได้เวลามื้อเย็นแล้ว ถึงยังไงกองทัพก็ต้องเดินด้วยท้อง ก่อนที่จะพูดเรื่องธุรกิจกัน เรามาทานอาหารกันก่อนเถอะครับ” เตกิล่าพูดหลังจากที่บริกรเดินออกไปแล้ว

 

อเล็กเซย์ขยับยิ้มแม้ว่าในใจเขาจะมีคำสถบอยู่มากมาย

 

เตกิล่าส่งยิ้มตามมารยาทตอบกลับให้กับอเล็กเซย์ ก่อนที่จะลงมือตักอาหารที่อยู่ตรงหน้าใส่จานของตัวเองเพื่อเป็นการเริ่มต้นมื้ออาหาร

 

เตกิล่าตักอาหารให้ตัวเองเสร็จก็ลงมือตักให้ลิเคียว และหลังจากที่เตกิล่าและลิเคียวส่งอาหารเข้าปากไป อเล็กเซย์ถึงได้เริ่มลงมือตักอาหารส่งเข้าปากตัวเองบ้าง

 

อเล็กเซย์เองก็รู้จักระวังตัวเองไม่น้อย แม้จะคิดว่าคนฉลาดอย่างเตกิล่าจะไม่โง่วางยาตัวเองในอาหาร แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ระแวงอยู่ดี

 

การระแวงของอเล็กเซย์ทำให้เขามองข้ามการตักอาหารลิเคียวของเตกิล่า แต่เมื่อระหว่างที่ทานไปเรื่อย ๆ เตกิล่าก็ตักอาหารให้ลิเคียวเรื่อย ๆ ไม่ว่าอาหารจานนั้นจะอยู่ไกลหรือใกล้ก็ตาม โดยที่ไม่เคยตักให้เขาบ้างเลย อเล็กเซย์ก็มีความคิดที่จะกำจัดลิเคียวให้มากกว่าเดิม

 

ก็แค่ตัวไร้ค่า กำจัดทิ้งง่าย ๆ เหมือนกำจัดหมานั่นแหละ

 

อเล็กเซย์ผู้เชื่อมั่นในข้อมูลของลิเคียวที่ตัวเองหามาได้ก่อนหน้านี้แล้วคิดอย่างเหยียดหยามดูหมิ่นมากกว่าเดิม

 

ในขณะที่อเล็กเซย์มีความไม่พอใจจนล้นอก ลิเคียวก็มความสุขจนแทบจะล้นอกเหมือนกัน ไม่ว่าจะเพราะอาหารจานโปรด หรือการที่เตกิล่าตักอาหารจานโปรดให้เขาเรื่อย ๆ ก็ตาม

 

อีกทั้ง การที่เตกิล่าลงมือดูแลเขาต่อหน้าของอเล็กเซย์ ก็ยิ่งทำให้ลิเคียวรู้สึกดียิ่งขึ้นไปอีก

 

อาหารมื้อเย็นของทั้งสามคนผ่านไปอย่างเงียบ ๆ โดยที่มีเพียงแค่อเล็กเซย์เท่านั้นที่ไม่พอใจกับอาหารมื้อดี

 

ไม่สิ ไม่พอใจกับการกระทำของเตกิล่าที่มีต่อลิเคียวมากกว่า

 

อเล็กเซย์ยกแก้วน้ำเปล่าขึ้นดื่มหลังจากที่วางช้อนแล้วก่อนจะตามด้วยใช้ผ้าซับเบา ๆ ที่ริมฝีปากของตัวเอง ท่าทางล้วนแล้วแต่ถูกฝึกมาอย่างคุ้นชินทั้งนั้น

 

เมื่อบริการเข้ามาเก็บจานอาหารบนโต๊ะออกไป อเล็กเซย์ก็มองผ่านกำแพงที่เป็นกระจกมองไปยังบรรยากาศด้านนอก

 

“ธุรกิจนี้ของเวลส์ไม่เลวเลยนะครับ” อเล็กเซย์เปิดปากพูดด้วยรอยยิ้มปั้นแต่ง ก่อนที่จะพูดต่อ เขาตัดสินใจที่จะพูดเรื่องธุระที่เขามาวันนี้แล้ว เพราะรู้แล้วว่าเตกิล่านั้นหลีกเลี่ยงที่จะไม่คุยเรื่องอื่นกับเขา และอเล็กเซย์ก็ฉลาดพอที่จะไม่ดึงดัน

 

แต่ว่าวันนี้หยุด ไม่ได้แปลว่าวันพรุ่งนี้เขาจะไม่ลงมือต่อ

 

อเล็กเซย์ฉลาดที่รู้จักรุกรู้จักถอย 

 

“เวลส์มีธุรกิจในเครือมากมายที่ทำเงินให้ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงได้มีเงินเหลือพอที่จะเอามาสร้างศูนย์วิจัยได้” ควรรู้ว่าการสร้างศูนย์วิจัสำหรับผลิตอาวุธนั้นไม่ได้ใช้เงินน้อย ๆ อย่างน้อยก็ต้องใช้เงินเก้าหลักสำหรับศูนย์วิจัยขนาดเล็ก แต่ตามที่เขาสืบรู้มา ศูนย์วิจัยที่เวลส์กำลังสร้างนั้นทุ่มงบไปถึงสิบหลัก

 

สิบหลัก เป็นตัวเลขที่มหาศาลมากจริง ๆ

 

ทว่าการกระโดดเข้ามาร่วมในธุรกิจค้าอาวุธครั้งนี้ของเวลส์ แม้ว่าจะยังไม่ถูกเปิดเผยออกไป แต่คนที่อยู่ในวงการค้าอาวุธต่างรับรู้กันแล้ว และเวลส์กำลังเป็นที่จับตามอง ด้วความสามารถของสองผู้บริหารฝาแฝดหนุ่ม ด้วกำลังเงิน และด้วยการเกี่ยวข้องกับตระกูลหลงผ่านทางแฝดพี่อย่างมาร์ตินี่ ก็ทำให้เวลส์ยิ่งถูกจับตามองมากยิ่งขึ้น และมีหลายกลุ่มที่อยากจะได้เวลส์มาเป็นพาทเนอร์ของตัวเอง

 

อาวองการ์ดของอเล็กเซย์เองก็เหมือนกัน ขยับตัวอย่างรวดเร็วเพื่อที่จะคว้าเวลส์มาให้ได้ คราวนี้นายอังเดรถึงกับออกคำสั่งให้อเล็กเซย์มาถึงที่นี่เพื่อที่จะเจรจาเบื้องต้นด้วยตัวเองทันที โดยที่ไม่รู้ว่าตัวเองเดินแผนพลาดไปหลายก้าวแล้ว

 

ก้าวแรกคือไม่รู้เลยว่าอาวองการ์ดมีหนอนบ่อนไส้ที่อัลมาสตีส่งเข้าไป ทั้งยังเป็นหนอนที่ฉลาดกว่าที่อาวองการ์ดส่งเข้ามาที่อัลมาสตี

 

ก้าวที่สองคือไม่รู้เลยว่าแผนการของตัวเองนั้นถูกอัลมาสตีรับรู้ตั้งแต่แรก และได้วางแผนตลบหลังเอาไว้แล้ว

 

ก้าวที่สามคือไม่รู้ว่าแบบแปลนที่ขโมยไปได้นั้นเป็นของปลอม ทั้งยังเตรียมที่จะทุ่มงบมากมายเพื่อสร้างมันขึ้นมา ทั้งยังเริ่มวางท่าหยิ่งผยองด้วยความมั่นใจว่าจะขึ้นมาแทนที่อัลมาสตีได้แล้วทั้ง ๆ ที่จะย่อยยับอยู่ในไม่ช้าแล้ว

 

ก้าวที่สี่คือไม่รู้เลยว่าการที่ตัดสินใจอยากร่วมมือกับเวลส์นั้นเป็นความคิดที่ผิด เพราะเวลส์นั้นเกี่ยวข้องกับตระกูลหลง และผู้นำตระกูลหลงเป็นเพื่อนสนิทของผู้นำอัลมาสตีที่ไม่มีใครรู้

 

แล้วสุดท้าย ไม่รู้เลยว่าตอนนี้ตัวแทนของอาวองการ์ดกำลังเจรจากับเตกิล่า เวลส์ ต่อหน้าทายาทเพียงคนเดียวของอัลมาสตีที่ไม่มีใครรู้จักโฉมหน้า ไม่เคยเปิดเผยตัวตนที่ไหน

 

ต่อหน้าทายาทผู้เป็นผู้สร้างแบบแปลนที่ถูกขโมย

 

ต่อหน้า มิคาอิล มิฮาอิโรวิซ ออร์โลวา หรือที่เรียกกันว่าลิเคียว

 

(ต่อ)

 

“ผมเป็นนักธุรกิจ นักธุรกิจย่อมแสวงหาความเจริญก้าวหน้าอยู่แล้ว เมื่อมอง ๆ ไปเห็นว่ามีช่องทางที่จะหาเงินเพิ่มได้ ทำไมจะไม่ทำล่ะครับ เงินยิ่งต่อยอด ยิ่งเพิ่มพูล” เตกิล่ายกแก้วเครื่องดื่มที่วางอยู่ตรงหน้าขึ้นจิบ ก่อนที่จะพูดตอบอเล็กเซย์ด้วยรอยยิ้มน้อย ๆ ซึ่งเป็นรอยยิ้มการค้า 

 

“คุณเตกิล่าฉลาดอย่างที่ใคร ๆ เขาเลื่องลือกันจริง ๆ ด้วยนะครับ” อเล็กเซย์พูดชม แววตาแสดงออกถึงความชื่นชมในตัวเตกิล่า ทั้งยังมีความหลงใหลอยู่ไม่น้อย ๆ

 

ใด ๆ ก็แล้วแต่ มันไม่ใช่ความรู้สึกจริง ๆ แต่เป็นการแสดงออกที่ถูกปั้นแต่งมาอย่างดีแล้ว

 

“คุณอเล็กเซย์ อังเดโรวิซชมเกินไปแล้ว” เตกิล่าพูดอย่างถ่อมตัวเล็กน้อย คำพูดถ่อมตัวของเตกิล่าไม่ได้ทำให้อเล็กเซย์จนใจได้เท่ากับสรรพนามที่เตกิล่าใช้เรียกเขา ดวงตาที่ถูกแต่งมาอย่างดีหรี่ลงเล็กน้อย หลังจากที่เขาเรียกชื่อเตกิล่าอย่างสนิทสนม เตกิล่าก็ใช้สรรพนามแสนห่างเหินเรียกเขากลับในทันที

 

นี่ถ้าไม่ใช่การเป็นการบอกกลาย ๆ ว่าระหว่างพวกเขาไม่ได้ใกล้ชิดกันจนสามารเรียกชื่อได้ แล้วยังจะสามารถตีเป็นความหมายไหนได้อีก

 

และความคิดนี้ไม่ได้ทำให้อเล็กเซย์ถอดใจกับเตกิล่า ตรงกันข้าม เขายิ่งรู้สึกอยากเอาชนะ อยากจะให้เตกิล่าสยบอยู่แทบเท้าเขามากกว่าเดิม

 

อเล็กเซย์ชื่นชอบที่จะเอาชนะ

 

ลิเคียวที่นั่งฟังการโต้ตอบของเตกิล่าและอเล็กเซย์นั้นก็ไม่ได้พูดแทรกอะไรขึ้นมา เขานั่งฟังเงียบ ๆ ยกแก้วเครื่องดื่มสีอำพันส่งเข้าคอเรื่อย ๆ ทำเหมือนว่าไม่ได้สนใจอะไร ทว่าแท้ที่จริงแล้วเขาเก็บรายละเอียดทุกอย่างไม่ให้พ้นหูพ้นตา

 

“ผมจะชมเกินไปหรือเปล่า คิดว่าต้องรอให้เราใกล้ชิดกันมากกว่านี้ถึงจะให้คำตอบได้” อเล็กเซย์ยิ้มตาพราวส่งให้กับเตกิล่า ท่าทีนี้ของอเล็กเซย์ หากเปลี่ยนเป็นผู้ชายคนอื่น กว่าครึ่งต้องจิตใจสั่นไหวกันแล้ว

 

เตกิล่าทำเพียงแค่แย้มยิ้มบางเบาส่งให้ ในขณะที่ปากพูดจาโต้ตอบอยู่กับอเล็กเซย์ มือก็ยื่นไปหยุดมือเรียวเล็กของลิเคียวที่กำลังจะคว้าแก้วเหล้าขึ้นมาดื่มอีกรอบ 

 

ไม่มีคำพูดใด ๆ จากปากลิเคียว แต่เขายอมวางแก้วเหล้าแต่โดยดี ถึงอย่างไรก็เพิ่งดื่มไปไม่มาก ยังไม่ทันจะมึนเลยด้วยซ้ำ

 

ลิเคียวรู้จักตัวเองดี ถ้าหากไม่อยากจะแสดงอาการเมาออกมา ทางที่หนึ่งคือหยุดตั้งแต่ที่ยังไม่เริ่มเมา หรือทางที่สอง เมื่อเมาแล้วก็ดื่มต่อไปอย่าได้หยุด ถ้าหยุดดื่มหลังจากที่เมาแล้วก็จะมีอยู่สองอาการ คือยังสามารถรับรู้ได้ แต่ไม่สามารถควบคุมร่างกายและสติได้ สองก็คือหลับไปเลย

 

เมื่อไม่สามารถดื่มเหล้าได้แล้ว ลิเคียวก็หันไปหยิบแท่งมันฝรั่งทอดที่วางอยู่ในจานข้าง ๆ มาใส่ปากแทน

 

เตกิล่าเห็นว่าลิเคียวพอไม่ได้สิ่งเหล้าเข้าปากก็ไปหาอย่างอื่นส่งเข้าปากแทนก็ยิ้มน้อย ๆ ออกมา แววตามีความเอ็นดูอยู่ชั่วแวบหนึ่ง

 

“วันนี้ดูเหมือนว่าคุณเตกิล่าจะไม่สะดวกที่จะคุยเรื่องสำคัญของเราได้ต่อ เพราะอย่างวันนี้เห็นทีผมคงต้องกลับไปก่อน แล้วพรุ่งนี้เราค่อยเจอกันใหม่” อเล็กเซย์ที่เห็นท่าทางของเตกิล่าก็เริ่มที่จะหมดความอดทน ล้มเลิกความคิดที่จะพูดเจรจาในวันนี้ ทั้งยังประเมินแล้วว่าควรยื้อเวลาออกไปก่อนเพื่อที่เขาจะได้ทำให้เตกิล่าสยบอยู่แทบเท้าของเขาก่อนที่จะได้ตกลงเรื่องผลประโยชน์กัน

 

ลูกไม้นี้ของอเล็กเซย์ถือว่าไม่เลวเลย คำพูดที่นัดเจอเตกิล่าในวันพรุ่งนี้ก็เรียกได้ว่าเป็นการมัดมือชก พูดจบก็ขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง

 

“ผมไปก่อน คุณเตกิล่าไม่ต้องส่ง” พูดกับเตกิล่าด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่จะเดินออกไป โดยยังไม่ลืมทิ้งสายตาอำมหิตส่งให้กับลิเคียว

 

เมื่ออเล็กเซย์กับคนของเจ้าตัวออกไปแล้ว เตกิล่าก็หันสายตามองไปที่ลิเคียว โดยที่ลิเคียวนั้นไม่ได้สนใจอะไร ยังคงส่งของกินเข้าปากไม่หยุด

 

บรรยากาศในห้องเริ่มเข้าสู่ความเงียบ ลิเคียวเอาแต่กิน เตกิล่าก็เอาแต่เงียบไม่พูดอะไร พวกเขาทำเหมือนกับว่ารอให้ใครสักคนหมดความอดทนแล้วเป็นฝ่ายพูดขึ้นมาก่อน

 

ซึ่งสุดท้ายแล้วคนที่หมดความอดทนก่อนไม่ใช่ลิเคียว ไม่ใช่เตกิล่า แต่เป็นพุฒิธรที่ยืนอยู่ทางด้านหลังของเตกิล่า

 

“กลับเลยไหมครับหรือว่าบอสจะตรวจงานก่อน” พุฒิธรพูดถามเสียงเบา ในใจประเมินคำตอบแล้วว่าน่าจะได้คำตอบแรกตอบกลับมา ซึ่งเตกิล่าไม่ตอบคำถามเขา แต่กลับหันไปหาลิเคียวแล้วถามเจ้าตัวว่า

 

“กินอิ่มหรือยัง หรือจะกินอะไรเพิ่มอีก” คำถามนี้ของเตกิล่าทำให้คนที่เอาแต่ส่งของกินเข้าปากไม่หยุดมือถึงกับชะงัก 

 

ลิเคียวไม่คิดว่าประโยคแรกที่เตกิล่าจะพูดกับเขาก็คือเรื่องนี้ ดวงตาคู่สวยลอบมองเตกิล่า เขาอยากรู้ว่าเพราะอะไรเตกิล่าถึงได้พาเขาเข้ามาในห้องนี้ด้วยทั้ง ๆ ที่เจ้าตัวมีนัดเจรจาธุรกิจสำคัญกับตัวแทนจากอาวองการ์ด

 

ลิเคียวสงสัย และถึงยังไงก็ต้องหาคำตอบนี้ให้ได้แน่ ๆ แต่เขาไม่ต้องการถามออกไป ด้วยกลัวว่าจะเผยพิรุธหากว่าการกระทำครั้งนี้ของเตกิล่าไม่เกี่ยวกับว่าเจ้าตัวรู้ฐานะที่แท้จริงของเขาแล้ว

 

 “อยากกินเตกิล่า” ลิเคียวปัดความสงสัยขอตัวเองทิ้งไปชั่วคราวก่อน แล้วเอียงคอ กระพริบตาปริบ ๆ พูดประโยคที่เตกิล่าไม่ได้ยินหลายวันแล้วออกมา

 

สองเจ้านายลูกน้องชะงักไปกับคำพูดนี้ของลิเคียว เมื่อได้ยินประโญคนี้เมื่อไหร่ก็รู้สึกเหมือนว่าอาการปวดหัวของตัวเองจะกำเริบขึ้นทุกที โดยเฉพาะพุฒิธรที่ยังคงหาวิธีรับมือกับลิเคียวที่เป็นแบบนี้ไม่ได้

 

ฝ่ายเตกิล่าก็ไม่ใช่ว่าจะดีไปกว่าพุฒิธรเท่าไหร่นัก พอได้ยินประโยคนี้ เหตุการณ์ในช่วงเช้าก็ผุดเข้ามาให้สมองของเขาทันที 

 

เตกิล่าต้องใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะกดความรู้สึกที่ผุดขึ้นมาอย่างรวดเร็วของตัวเองเอาไว้ลึก ๆ 

 

ไม่ใช่ที่นี่ ไม่ใช่ที่นี่

 

คนที่ไม่ว่าจะโดนลิเคียวยั่วเมื่อไหร่ก็มีอาการทันที มาคราวนี้มีสติในการเตือนตัวเอง แต่หากว่าลิเคียวแตะตัวเขาเมื่อไหร่ ก็ไม่รู้ว่าจะยังหักห้ามใจตัวเองต่อได้หรือไม่ ภูมิคุ้มกันลิเคียวของเขายิ่งต่ำ ๆ อยู่ด้วย

 

“กลับไปกินที่ห้อง” เตกิล่าผู้ถูกยั่วยุง่ายเสียเหลือเกินนั้นพูดเสียงต่ำ น้ำเสียงเริ่มมีความแหบพร่า

 

ลิเคียวยิ้มจนตาพราวเมื่อเห็นปฏิกิริยาของเตกิล่า เขาแสร้งพูดเสียงงุนงง

 

“กินที่นี่ไม่ได้เหรอ” พูดจบมือก็ค่อย ๆ เลื่อนไปทางเตกิล่า 

 

เตกิล่าเกร็งกล้ามเนื้อของตัวเองทันที ยิ่งมือของลิเคียวเลื่อนเข้ามาใกล้เขาเรื่อย ๆ ก็ยิ่งเกร็งกล้ามเนื้อมากขึ้น

 

ลิเคียวเห็นท่าทางของเตกิล่าแล้วก็ยิ่งกลั้นหัวเราะหนักกว่าเดิม ก่อนที่มือตัวเองจะแตะตัวเตกิล่า เขาก็เลี้ยวมือไปคว้าแก้วที่บรรจุเตกิล่าอยู่เกือบครึ่งแก้วตรงหน้าของเตกิล่ามาไว้ในมือ

 

“ทำไมต้องกลับไปกินที่ห้อง ผมกินแก้วนี้ไม่ได้เหรอ” พูดจบแล้วก็ช้อนตามองดวงตาคู่คมของเตกิล่า

 

เตกิล่าชะงักเมื่อรู้ตัวว่าตัวเองถูกแกล้งเข้าให้แล้ว กรามแกร่งขบเข้าหากันแน่น จดจำไว้ในใจว่าถึงเวลาเมื่อไหร่เขาจะเอาคืนอย่างสาสม จะเอาให้ลุกจากเตียงไม่ได้เลยจริง ๆ

 

ลิเคียวที่ห่างหายจากการแกล้งเตกิล่าไปพอสมควร และเมื่อเช้าก็ถูกเล่นงานมา ถึงตอนนี้ก็คิดที่จะเอาคืน เขาหมุนแก้วให้ขอบแก้วที่มีรอยริมฝีปากของเตกิล่าติดอยู่นั้นจรดเข้ากับริมฝีปากของเขา ทาบทับริมฝีปากลงไป ส่งของเหลวฤทธิ์แรงนั้นเข้าคอ ลูกกระเดือกกลม ๆ เคลื่อนที่ขึ้นลง ในขณะที่ดวงตากลม ๆ สีฟ้าอ่อนก็สบเข้ากับดวงตาสีเทาอมฟ้าของเตกิล่าไม่หลบ

 

น้ำสีอำพันไหลเข้าปากบางเฉียบ ไหลลงคอระหงส์ และบางส่วนก็ไหลออกมาจากมุมปาก ไหลเปื้อนปลายคาง ไหลเรื่อยจนถึงลำคอขาว ๆ

 

ลิเคียววางแก้วที่ปราศจากของเหลวแล้วลงบนโต๊ะ แลบเรียวลิ้นสีสดของตัวเองออกตวัดไล้ริมฝีปาก จงใจหรี่ดวงตาของตัวเองลงเล็กน้อย แบบที่วอดก้าชมไม่ขาดสายว่า

 

ดีงาม! ผู้ชายที่ไหนเห็นก็ต้องคลั่งไคล้!

 

และเตกิล่าก็จัดว่าเป็นผู้ชายในกลุ่มที่วอดก้าคอนเฟิร์มมาแล้ว ดวงตาคู่สีเทาอมฟ้านั้นปรากฏร่องรอยของความปรารถนาทันที

 

“อึก! น้ำของคุณนั้นไม่เลวเลย ผมชอบมาก แต่ความจริงแล้วคุณรู้ไหม น้ำของคุณผสมกับน้ำของผมแล้วนั่นถึงจะเรียกว่าดีที่สุด” ลิเคียวสะอึกในลำคอเบา ๆ วางแก้วเปล่าลงบนโต๊ะ มองสบตากับเตกิล่าแล้วพูดออกไปด้วยน้ำเสียงแหบพร่า

 

ท่าทางของลิเคียวเมื่อครู่นี้ รวมกับคำพูดที่เพิ่งออกมาจากปากของเจ้าตัวทำให้เตกิล่าคิดไปไกล 

 

พุฒิธรเองก็อดไม่ได้ที่จะหน้าแดงแทนเจ้านาย

 

อ่า ดูเหมือนว่าลิเคียวคนนี้จะหน้าหนาไม่แพ้เจ้านายของเขาเลย คำพูดแบบนี้ก็พูดออกมาได้

 

ฮืม คู่สร้างคู่สม คู่สร้างคู่สม

 

เห็นแววตาของเตกิล่าที่สั่นไหว ลิเคียวก็ต้องพยายามกลั้นหัวเราะอย่างเต็มที่ นี่คือการเอาคืนเตกิล่าจากเหตุการณ์เมื่อเช้าจริง ๆ และหากเตกิล่าตั้งสติได้เมื่อไหร่เจ้าตัวก็จะรู้ทันที

 

“คุณสนใจไหมครับ ผมจะทำให้กิน” ลิเคียวถามด้วยน้ำเสียงที่จงใจทำให้มันแหบพร่ามากกว่าปกติ ดวงตาเลื่อนลงงจากดวงตาของเตกิล่า ไล่ลงมาที่ปลายจมูก ริมฝีปาก เคลื่อนที่ลงต่ำเรื่อย ๆ จนเตกิล่าผู้ถูกมองรู้สึกว่าอยู่ ๆ ในห้องนี้ก็ร้อนขึ้นมา คล้ายกับว่าเครื่องปรับอากาศไม่ทำงานเสียอย่างนั้น

 

“นายท้าทายฉันเองนะ” ความอดทนของเตกิล่าหมดลงทันที เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วโน้มตัวไปช้อนร่างของลิเคียวเข้ามาอุ้มไว้ในอก เร่งฝีเท้าก้าวเดินออกจากห้องซูเปอร์วีไอพีแห่งนี้ เป้าหมายก็คือห้องทำงานของเขา

 

ลิเคียวคราวนี้เก็บอาการอยากหัวเราะไม่อยู่ เขาหลุดหัวเราะคิกคักออกมา 

 

“คุณอยากกินมาร์การิต้าจนต้องอุ้มผมออกมาเลยเหรอ” คำถามนี้ของลิเคียวทำให้เตกิล่าชะงักฝีเท้า ก้มหน้ามองสบตากับคนในอ้อมแขน เห็นแววตาทอประกายแวววาวของลิเคียวก็รู้สึกว่าเหมือนเขาจะเข้าใจอะไรผิดไป

 

“มาร์การิต้า” เตกิล่าย่นคิ้วถาม

 

“ช่ายยย มาร์การิต้า ค็อกเทลที่ต้องใช้น้ำเตกิล่าผสมกับน้ำลิเคียวไง รสชาติดีจริง ๆ  นะครับบ เชื่อผม ลองแล้วจะติดใจจนลืมไม่ลงแน่ ๆ”  

 

 

 

 

 

 

*อาเทียซ แปลว่า พ่อ ในภาษารัสเซีย หรือประเทศอาร์ในเรื่อง

 

**ที่ประเทศอาร์ สำหรับคนที่ไม่สนิทกัน ไม่ใช่คนใกล้ชิดกันมักจะเรียกชื่อต้นกับชื่อรอง โดยที่ชื่อรองนั้นจะมาจากชื่อของผู้เป็นพ่อ เช่น

 

มิคาอิล มิฮาอิโรวิซ ออร์โลวา เวลาคนไม่สนิทเรียกจะเรียก มิคาอิล มิฮาอิโรวิซ = คุณมิคาอิลบุตรของนายมิฮาอิล 

 

***ออร์โลวาคือตระกูลที่เป็นเจ้าของ อัลมาสตี บริษัทค้าอาวุธสงครามรายใหญ่สุดของประเทศอาร์ และมียอดขายเป็นอันดับสามของโลก

 

ลีคูนีลคือตระกูลที่เป็นเจ้าของ อาวองการ์ด บริษัทค้าอาวุธสงครามที่ใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศอาร์ และขโมยแบบแปลนอาวุธสงครามที่ลิเคียวออกแบบไป แต่ว่าแบบแปลนที่ได้ไปเป็นของปลอมที่ลิเคียววางกับดักเอาไว้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.077K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,717 ความคิดเห็น

  1. #5694 PANDORA_PANDORE (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2564 / 00:01
    วอดก้ารับประกันว่า ดีงาม!
    #5,694
    0
  2. #5603 Mychumild (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 10 มกราคม 2564 / 11:33
    เจ้าเด็กเเสบของหม่าม้าาา
    #5,603
    0
  3. #4982 Krystal wing (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2563 / 22:48
    อยากตี
    #4,982
    0
  4. #4861 Buzzzzzzzzzz (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2563 / 00:54
    5555555 ลิเคียวๆๆๆๆโอ้ยนุร้ายมากลู้ก
    #4,861
    0
  5. #4422 khunsom08 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 23 กันยายน 2563 / 20:31
    ลิเคียวร้ายมาก
    #4,422
    0
  6. #3389 xวาuxวาu (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 9 กันยายน 2563 / 11:56
    โดนไปอีกดอก.. ปิ้วๆ ~ 😂😂
    #3,389
    0
  7. #3214 PPR-11 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 8 กันยายน 2563 / 08:26
    อิน้องแซ่บหลายยยย~
    #3,214
    0
  8. #3208 มากิริจัง (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 8 กันยายน 2563 / 06:52
    อ่านชื่อน้องแต่ล่ะครั้งอ่านไม่เคยเหมือนกันสักครั้งเดียว
    ชื่ออ่านอยากแท้.... หนูลิแหละน่ารักแล้ว
    #3,208
    0
  9. #3165 Junnyja (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 7 กันยายน 2563 / 19:59
    สงสารเตกีล่าา 5555
    #3,165
    0
  10. #3159 Msc' (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 7 กันยายน 2563 / 19:29
    ลิเคียวแสบมาก เตกิล่านกแล้วนกอีก 55555
    #3,159
    0
  11. #3148 071727 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 7 กันยายน 2563 / 18:46
    เตกีล่าทำอะไรผิดครับ ทำไมมีแต่คนรุมแกล้งผม!!!!!! เตกีล่าคิดในใจ ฮ่าๆๆ
    #3,148
    0
  12. #3142 VKK42 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 7 กันยายน 2563 / 18:19
    555555555 สมเป็นลูกศิษย์ของวอดก้าาาาส
    #3,142
    0
  13. #3139 yahye (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 7 กันยายน 2563 / 18:11
    55555555
    #3,139
    0
  14. #3129 pianolino (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 7 กันยายน 2563 / 17:49
    เตกิล่า ทนไหวได่ยังไงนะ นับถือๆ
    #3,129
    0
  15. #3092 J☆ (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 7 กันยายน 2563 / 16:55
    โดนแกล้งอีกแล้ว55555
    #3,092
    0
  16. #3091 J☆ (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 7 กันยายน 2563 / 16:55
    โดนแกล้งอีกแล้ว55555
    #3,091
    0
  17. #3059 CB_ChanBaek:) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 7 กันยายน 2563 / 15:34
    หนูแสบมากเลยลูกกก
    #3,059
    0
  18. #3048 Parichat_Palala (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 7 กันยายน 2563 / 14:32
    แกล้งเก่งมากอะ555555555
    #3,048
    0
  19. #3047 Dar699699 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 7 กันยายน 2563 / 13:44
    ปั่นเก่งงงง🤣
    #3,047
    0
  20. #3046 supani_k (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 7 กันยายน 2563 / 11:07
    555555555555555555555555555
    #3,046
    0
  21. #3044 PaRe-MeAn (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 7 กันยายน 2563 / 09:43
    แกล้งกันเก่งมากยัยน้อง5555555555
    #3,044
    0
  22. #3043 K_INK (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 7 กันยายน 2563 / 09:37
    โอ้ยขำไม่ไหว สงสารเตลิก่าแล้วนะ555
    #3,043
    0
  23. #3042 spnszz (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 7 กันยายน 2563 / 09:19
    น้องนี้มันเล่นลิ้นเก่งจริง ๆ กี๊สสสสส
    #3,042
    0
  24. #3039 piepak_xxx (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 7 กันยายน 2563 / 08:43
    โอ้ยแซ่บแท้อ่านไปใจเหลวไปแต่ใดใดคือพุฒิธรน่ารัก
    #3,039
    0
  25. #3038 nonocong (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 7 กันยายน 2563 / 08:27

    เบาได้เบา คนอ่านฟินจนทะลุจักรวาลออกไปแล้วจ้า
    #3,038
    0