นอนกับผมสิครับ #อยากกินเตกิล่า

ตอนที่ 21 : ตอนที่ 21 (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20,020
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,951 ครั้ง
    31 ส.ค. 63

เวลาล่วงเข้าวันใหม่มาหลายชั่วโมง และอีกแค่ไม่ถึงสองชั่วโมงพระอาทิตย์ก็จะปรากฏให้เห็นบนขอบฟ้าแล้ว 

 

เรียวเท้าบอบบางก้าวอย่างแผ่วเบาเดินเข้าห้องนอนที่มีเพียงแสงไฟสลัวลอดผ่านม่านเข้ามา ดวงตายาวรีคู่สวยที่ทรงอำนาจบางอย่างกวาดมองคนที่นอนหลับอยู่บนเตียง มองหน้าอกที่กระเพื่อมขึ้นลงเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ทั้ง ๆ ที่ตกอยู่ในห้วงนิทรารมณ์แบบนั้น แต่หัวคิ้วเข้มของคนบนเตียงหลังกว้างก็ยังขมวดเข้าหากัน เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าเจ้าตัวนั้นไม่ได้หลับอย่างผ่อนคลายเท่าไหร่นัก

 

ฝันร้าย หรือว่ามีความเครียดเรื่องอะไรอยู่

 

ลิเคียวคิดแล้วเดินไปยังเตียงนอนหลังใหญ่ หยุดยืนอยู่ที่ข้างเตียง ทอดสายตามองเตกิล่าอย่างใกล้ชิดต่ออีกหลายนาที ก่อนที่จะพาตัวเย็น ๆ ของตัวเองขึ้นไปนอนเคียงข้าง ใช้แขนเรียวที่ดูบอบบางทว่าทรงพลังอย่างน่าประหลาดพาดกอดเข้าที่รอบเอวสอบของเตกิล่า ขยับศีรษะเบียดเข้าหาไออุ่นที่อกแกร่ง ให้เสียงฟัวใจที่เต้นเป็นจังหวะหนักแน่นสม่ำเสมอนั่นขับกล่อมให้เขานอนหลับในค่ำคืนนี้

 

เข็มวินาทีเคลื่อนไหวครั้งแล้วครั้งเล่า เข็มนาทีขยับหลายครั้ง ในที่สุดเปลือกตาสีมุกก็ปิดสนิทไร้การเคลื่อนไหว ลมหายใจเข้าออกของลิเคียวก็กลายเป็นจังหวะสม่ำเสมอ แผ่นอกบอบบางกระเพื่อมไหวด้วยอัตราที่คงที่

 

ในขณะที่ผู้ที่เพิ่งจะก้าวขึ้นเตียงได้ไม่นานหลับใหลเข้าสู่ห้วงนิทราไปแล้ว คนที่นอนอยู่ก่อนหน้าก็ค่อย ๆ เปิดเปลือกตาของตัวเองขึ้นมา ดวงตาคู่คมสะท้อนอยู่ในความมืด หลุบตาต่ำมองคนที่พาดแขน พาดศีรษะไว้บนตัวเขา มองอยู่เนิ่นนานหลายนาที ก่อนที่จะปิดเปลือกตาลงอีกครั้ง คราวนี้หัวคิ้มเข้มคลายออก ไม่ขมวดเข้าหากันเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว อีกทั้งริมฝีปากยังมีรอยยิ้มบางเบาประดับอยู่

 

สองร่างต่างขนาดนอนหลับไหลในท่าที่ทั้งสองต่างคุ้นเคย ในห้วงนิทรารมณ์อันแสนสั้น เวลาผันผ่านไปเพียงแค่ไม่นาน ดวงตะวันก็โผล่ขึ้นมาทักทายที่ขอบฟ้า แสงแรกที่อ่อนโยนไม่อาจปลุกผู้ที่หลงใหลอยู่ในห้วงนิทราให้ตื่นขึ้นมาได้ จนกระทั่งแสงสว่างที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆจนถึงระดับที่ทำให้เจ้าของร่างสูงแกร่งเป็นฝ่ายขยับก่อนได้ และแรงขยับของผู้ที่ถูกก่ายกอดเอาไว้ก็ทำให้เจ้าของอ้อมแขนบอบบางตื่นตามขึ้นมาได้

 

เปลือกตาสองคู่กระพริบขึ้นลงเป็นจังหวะ ดวงตาของทั้งสองคนมีความง่วงงุนปะปนอยู่ จนกระทั่งผ่านไปหลายนาที แต่ละคนถึงได้ตื่นเต็มตา

 

“จะลุกได้หรือยัง หืม” เตกิล่าส่งน้ำเสียงแหบพร่าเพราะเพิ่งตื่นนอนของตัวเองออกไป ดวงตาคู่คมหลุบต่ำลงสบตากับคนที่ยังคงนอนซบกับแผ่นอกของเขาแล้วช้อนสายตาขึ้นมอง

 

หลังจากที่ถามไปแล้ว ลูกกระเดือกกลมกลึงที่คอหนาก็เคลื่อนที่ขึ้นลงถี่กระชั้น เพราะสายตาดันเหลือบไปเห็นเนื้อนวลภายใต้ร่มผ้าชุดนอนคอกว้างที่ลิเคียวสวมใส่อยู่

 

“ไม่อยากลุก” ไม่เพียงแค่พูดเท่านั้น เจ้าของเสียงแหบพร่าอันเป็นเอกลักษณ์ก็ส่ายไปมาอยู่บนหน้าอกแกร่งที่เปล่าเปลือยของเตกิล่าด้วย ช่วงจังหวะที่ส่ายใบหน้าที่ซุกซบอยู่ไปมา ริมฝีปากที่อุ่นร้อนก็เฉียดไปมาที่ตุ่มไตสีเข้มของเตกิล่า เรียกให้อารมณ์ชายที่อ่อนไหวทุกเช้านั้นพุ่งสูงกว่าเดิม ตัวตนอ่อนไหวบัดนี้ผงาดชูชันขึ้นทักทายคนที่ปลุกมันขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว

 

ดวงตาคู่สวยของลิเคียวชะงักไปเมื่อรับรู้ถึงวัตถุบางอย่างที่ดุนดันอยู่ที่หน้าท้องของเขา และเขาก็ไม่ได้ใสซื่อจนไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร

 

ริมฝีปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันแน่น ดวงตาที่ช้อนมองหน้าเตกิล่าอยู่ก็หลุบต่ำลง เปลี่ยนจุดวางสายตาของตัวเองจากส่วนบนของเตกิล่าเป็นส่วนล่าง และเป็นส่วนที่เรียกร้องความสนใจจากเขาได้ดี

 

ถึงคราวที่ลิเคียวจะต้องกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอบ้างแล้ว เพราะเคยพิสูจน์ด้วยสายตามาแล้ว เขาจึงรู้ว่าเจ้าวัตถุอันตรายที่ดุนดันหน้าท้องของเขาอยู่นั้นขนาดมันไม่ใช่เล่น ๆ 

 

“ฉันเพิ่งเข้าใจประโยคที่บอกว่ามองเหมือนอยากจะกลืนกิน” น้ำเสียงแหบ ๆ ถูกเปล่งออกมาจากริมฝีปากสำคล้ำเพราะฤทธิ์นิโคติน คำพูดหยอกเย้าทว่าแววตาเต็มไปด้วยความอันตราย

 

“แล้วกินได้ไหม” ลิเคียวพูดจบก็เบิกตากว้าง รีบกระถดกายออกจากร่างสูงแกร่งของเตกิล่า เขาเพิ่งรู้ว่าตัวเองหลุดปากพูดอะไรออกไป

 

ลิเคียวที่ผละออกห่าวจากเตกิล่าอย่างรวดเร็ว ทว่ามันก็ไม่เร็วไปกว่าเตกิล่า คนที่ถูกถามว่ากินได้ไหมส่งมือหนาของตัวเองไปคว้าร่างบอบบางของคนที่ปากเก่ง ปากเร็ว ออกแรงดึงจนร่างกายที่มีส่วนสูงกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบเซ็นกระเด็นเข้ามาซบที่อกแกร่งของตัวเองอีกครั้ง และเขาก็ออกแร่งขยับร่างลิเคียวให้ขึ้นมาทาบทับเข้าทั้งตัว เบียดสีส่วนล่างอันแข็งขืนของตัวเองเข้าที่ลำตัวของคนน้อง 

 

“ถามแล้วไม่รอฟังคำตอบได้ยังไง” มือหนึ่งล็อคเอวคอดเอาไว้ไม่ให้ขยับหนี มืออีกข้างก็ลูบไล้ต่ำลงจากเอวนิ่มใต้ผ้าเนื้อดี หายเข้าขอบกางเกงนอนเอวยางยืด ล้วงลึกลงต่ำไปหาสองแก้มก้นเด้งสู้มือ ลงมือบีบเค้นขยำเบา ๆ แล้วค่อย ๆ เพิ่มแรงมือตามแรงอารมณ์ 

 

เจ้าของสองก้อนนุ่มเด้งสู้มือสีหน้าเริ่มมีเลือดฝาด สองปรางแก้มแดงซ่านขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ และนั่นก็เป็นเพราะแสงสว่างในห้องมันมากพอที่จะทำให้เขาเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความต้องการของร่างที่เขานอนทาบทับอยู่

 

ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ากระทบหน้าผากของลิเคียวทำให้เจ้าตัวรู้สึกว่าร่างกายร้อนผ่าวขึ้นมาบ้างแล้ว

 

“ที่ถามว่ากินได้ไหม กินได้ แต่จะกินไหวหรือเปล่า” น้ำเสียงพร่าตอบแนบชิดใบหูขาวผ่องของคนที่นอนทาบทับอยู่บนตัว ก่อนจะใช้ฟันซี่คมของตัวเองขบเม้มที่ใบหูขาว ๆ นั่นเล่นสลับกับใช้ริมฝีปากร้อน ๆ เม้มดูดหนักสลับเบา จนติ่งหูขาว ๆ แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำขึ้นมา

 

 คราวนี้ลิเคียวถูกเล่นงานโดยไม่ทันตั้งตัวทำเอาเขาตั้งรับไม่ทัน ไม่เหมือนครั้งก่อนหน้าที่เขาเตรียมตัวมาเป็นอย่างดีแล้ว 

 

หัวใจดวงน้อยเต้นรัวเร็วจนน่ากลัวว่าจะหลุดออกมาจากอก สมองพร่าเบลอลืมสิ้นแล้วถึงความกังวลใจในบางเรื่อง สติของเขาที่มีอยู่น้อยนิดก็ทำได้เพียงแค่พยายามตามให้ทันกับการลงมืออย่างรวดเร็วของเตกิล่า

 

เพียงแค่พริบตาเดียวเท่านั้น คนที่เคยเป็นฝ่ายทาบทับอยู่ด้านบนก็ถูกจับพลิกคว่ำให้ไปนอนแนบอยู่กับพื้นเตียง ยังไม่ทันที่จะได้ทำอะไร ร่างสูงแกร่งของคนพี่ก็ตามลงมาทาบทับที่แผ่นหลังอย่างรวดเร็ว

 

ริมฝีปากร้อนชื้นอันแสนร้ายกาจคลอเคลียอยู่ที่ซอกคอขาว ๆ อันหอมกรุ่น ก่อนที่มือหนาจะจับใบหน้าที่แก้มแนบอยู่กับหมอนให้แหงนเงยขึ้นมารับจูบหวาน ๆ จากเขา สัมผัสแผ่วเบาเนิบนาบเริ่มต้นขึ้นก่อนจะค่อย ๆ เพิ่มความร้อนแรงหนักหน่วงขึ้นเรื่อย ๆ

 

ลิเคียวมึนงงกับจูบอันแสนเร่าร้อนที่ต้อนรับเช้าวันใหม่ของเขา จนไม่ทันได้สังเกตเลยว่ากางเกงนอนขายาวตัวโปรดของเขาถูกดึงจนหลุดออกไปแล้ว อีกทั้งผู้ที่ลงมือยังเหวี่ยงมันทิ้งไปอย่างไม่ใยดี

 

เมื่อกางเกงนอนที่เป็นปราการด่านเดียวของส่วนล่างถูกถอดออกไป ก็เผยให้เห็นสองก้อนนุ่มเด้งขาวนวลเนียล มือข้างเดียวกับที่ถอดกางเกงนอนของลิเคียวออกไปนั้นก็ไม่หยุดทำงาน ออกแรงขยำสองก้อนที่เด้งสู้มืออย่างหนักหน่วงจนขึ้นรอยนิ้วมือ

 

ความอัดอั้นที่ผ่านมาของเตกิล่าถูกระบายออกในยามนี้ และเตกิล่าก็หมายมาดว่าจะไม่ยอมปล่อยคนใต้ร่างให้หลุดรอดลอยนวลไปอีกครั้งแน่ ทว่าความคิดอันหมายมาดของเขานี้เหมือนจะไม่เป็นที่ถูกใจของสวรรค์ เสียงโทรศัพท์ที่หัวเตียงแผดดังขึ้นเรียกสติของลิเคียวให้ทำงานขึ้นมา

 

“อื้อ” ลิเคียวส่งเสียงร้องในลำคอเมื่อริมฝีปากของตัวเองยังถูกครอบครองโดยคนที่ทาบทับอยู่ด้านบน เรียวลิ้นร้อนชื้นยังถูกส่งมากวาดหาความหวานในโพรงปากของเขาไม่หยุด แม้เสียงเรียกเข้าจะแผดดังสักแค่ไหน แต่เจ้าของเครื่องโทรศัพท์ก็ไม่มีท่าทางจะใยดีมันสักนิด

 

เสียงเตือนที่ถูกตั้งขึ้นโดยเฉพาะเงียบหายไปโดยที่ไม่มีการตอบรับจากฝั่งของเตกิล่า ทว่ามันก็เพียงแค่เสี้ยววินาทีเท่านั้น เพราะมันดังขึ้นมาใหม่อีกแล้ว 

 

ดวงตาที่เต็มไปด้วยอารมณ์ความต้องการของเตกิล่าเริ่มมีความขุ่นเคืองใจปะปนเข้ามา เขาตวัดสายตาของตัวเองไปยังต้นทางของเสียงเจ้าปัญหาที่ขัดจังหวะของเขา และแม้ว่าอยากจะปล่อยผ่านไม่สนใจแค่ไหน แต่เพราะว่าเสียงเรียกเข้านี้ถูกตั้งเพื่อคนคนเดียว และเป็นคนที่หากไม่มีธุรสำคัญจริง ๆ จะไม่โทรซ้ำสองหากครั้งแรกเขาไม่รับ

 

เตกิล่าผละริมฝีปากร้อน ๆ ของตัวเองจากริมฝีปากหวานล้ำของลิเคียวอย่างอ้อยอิ่ง ก่อนจะผละทั้งตัวออกห่าง แล้วลุกขึ้นนั่งที่ขอบเตียว ยื่นมือเรียวของตัวเองไปคว้าเอาโทรศัพท์ที่สัญญาณตัดเป็นรอบที่สองแล้วมาถือเอาไว้ ตวัดขายาว ๆ ของตัวเองลงจากเตียง เดินออกไปด้านนอกห้องเพื่อที่จะโทรกลับหาพี่ชายฝาแฝดผู้ที่โทรมาขัดจังหวะเขา ทว่ายังไม่ทันที่จะโผล่พ้นประตูห้องออกไป ก็ไม่ลืมที่จะหันกลับมาพูดกับคนที่ยังคงนอนนหายใจหอบเหนื่อยอยู่บนเตียง

 

“รอก่อนนะ เดี๋ยวกลับมาให้กินของอร่อยใหม่” กระตุกยิ้มร้ายกาจแล้วเดินออกไปจากห้อง ทิ้งสายตาของลิเคียวให้มองตาม

 

คนที่ยังไม่อยากจะกินของอร่อยในตอนนี้ดวงตาเบิกกว้างขึ้นระดับหนึ่ง ก่อนจะรีบก้าวลงจากเตียง คว้ามกางเกงนอนขึ้นมาสวมไว้แล้วพาตัวเองวิ่งเข้าห้องเล็กที่เตกิล่ายกให้ รีบจัดการอาบน้ำแล้วหนีไปนั่งรอที่โต๊ะอาหาร

 

ฝ่ายเตกิล่าหลังจากที่พลาดการเสิร์ฟอาหารอร่อย ๆ ให้ลิเคียวถึงปากก็โทรกลับหาพี่ชายฝาแฝด ตอนที่โทรไปสีหน้าของเขาเป็นปกติดีแม้ว่าแววตาจะมีความขุ่นเคืองอยู่บ้างก็ตาม แต่เมื่อพูดคุยกันได้ไม่กี่ประโยค สีหน้าแววตาของเตกิล่าก็เปลี่ยนไปเป็นเคร่งขรึมจริงจัง สองฝาแฝดพูดคุยกันอยู่นานสองนาน และก่อนจะวางสาย แฝดผู้น้องก็เป็นฝ่ายพูดทิ้งท้ายเอาไว้ประโยคหนึ่ง

 

“ที่นายเคยบอกว่านายหวังว่าฉันจะรู้ตัวว่ากำลังทำอะไรอยู่ ฉันจะบอกนายว่า ฉันรู้ตัวดีว่ากำลังทำอะไรอยู่ แล้วก็รู้แล้วด้วยว่านายกำลังทำเรื่องอะไรอยู่”

 

(ต่อ)

 

เตกิล่าดึงโทรศัพท์ออกจากข้างหูของตัวเอง ดวงตาคู่คมลุ่มลึก ตวัดมองสายตามองไปยังทิศทางที่หางตาของเขามองเห็นเจ้าของร่างสูงโปร่งที่เขาบอกให้รอแต่เจ้าตัวดื้อวิ่งผ่านไปยังโซนโต๊ะอาหารแล้ว

 

ศีรษะที่ปกคลุมไปด้วยกลุ่มผมสีบลอนด์เจิดจ้าส่ายไปมา มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่จะพาร่างสูงกว่าร้อยเก้าสิบเซ็นติเมตรของตัวเองเดินกลับเข้าไปในห้องอีกครั้ง

 

เตกิล่าหยิบผ้าขนหนูพาดหัวไหล่แล้วเดินเข้าห้องน้ำเพื่อจัดการอาบน้ำแต่งตัวให้ตัวเอง

 

ใช้เวลาอยู่เกือบชั่วโมงในที่สุดเตกิล่าก็ออกมาที่โต๊ะอาหารซึ่งมีอาหารที่พุฒิธรเตรียมให้วางอยู่ เหลือบมองเวลาที่นาฬิกาข้อมือ พบว่าอีกเกือบสองชั่วโมงจึงจะถึงเวลานัด เขาจึงได้ไม่รีบร้อนอะไร

 

ลิเคียวที่ตั้งแต่เตกิล่าเดินมานั่งลงยังหัวโต๊ะ เขาก็เกร็งตัวโดยอัตโนมัติทันที และแสร้งทำเป็นก้มหน้าก้มตาสนใจอยู่กับมื้อเช้าตรงหน้าของตัวเอง แต่ก็ยังมีบางช่วงที่อดไม่ได้ที่จะลอบเหลือบสายตามองเตกิล่า

 

เตกิล่าเห็นลิเคียวทำเป็นจดจ่ออยู่กับอาหารตรงหน้าของเจ้าตัว แต่ก็เหลือบมองเขาเป็นระยะ ๆ ก็ยกยิ้มขึ้นมาที่มุมปาก ดวงตาลุ่มลึกเป็นประกายสว่างวาบขึ้นมา จังหวะที่ลิเคียวยกตักน้ำแกงขึ้นซด เขาก็จงใจพูดออกมาประโยคหนึ่ง

 

“มั่นใจได้เลยว่าน้ำแกงนั่นสู้น้ำฉันไม่ได้”

 

“แค่ก! แค่ก!” คนที่กำลังกลืนน้ำแกงลงคอถึงกับสำลักออกมา น้ำแกง น้ำลายไหลเยิ้มที่มุมปาก สำลักไอจนหน้าดำหน้าแดง 

 

“อ่าใช่ ถ้าได้กินจะสำลักแบบนี้เลยล่ะ” เตกิล่าขยับเก้าอี้เข้าหาลิเคียวที่เริ่มมองมาอย่างหวาดระแวง เขายื่นมือไปลูบไล้แผ่นหลังที่อยู่ภายใต้เสื้อโอเวอร์ฮู๊ดสีดำตัวโคร่ง ใช้ข้อนิ้วไล้เรื่อยไปทั่วแผ่นหลัง ไม่คล้ายกับว่าจะเป็นการช่วยลูบเพื่อปลอบอาการสำลักสักเท่าไหร่ และยิ่งคำพูดที่พูดออกมาอีกประโยคนั่นก็ทำให้ลิเคียวสำลักไอจนหน้าแดงยิ่งกว่าเดิม

 

พุฒิธรมองเจ้านายของตัวเองสลับกับมองหน้าลิเคียว เขาไม่ได้ใสซื่อจนไม่รู้ถึงความนัยที่เจ้านายตัวเองพูดออกมา เพียงแต่สงสัยว่าระหว่างทั้งสองคนยังต้องมาพูดอะไรแบบนี้อีกเหรอ อ้อ ไม่สิ บางทีเจ้านายของเขาอาจจะอยากสร้างสีสันบ้าง แต่ว่าลิเคียวน่ะ จำเป็นต้องเขินแรงแบบนี้เลยเหรอ หรือว่าเป็นคนหน้าบาง

 

อ่า แต่ที่ผ่านมาก็ดูไม่ค่อยเหมือนนะ

 

พุฒิธรนอกจากจะลอบนินทาเจ้านายแล้ว ตอนนี้ยังอัปเกรดมานินทาลิเคียวด้วยแล้ว

 

ลิเคียวที่โดนเตกิล่าพูดเล่นงานอย่างต่อเนื่องจนสำลักน้ำแกง หมดอารมณ์ที่จะทานต่อก็ได้แต่เลื่อนจานอาหารข้างหน้าตัวเองออกไปแล้วหยิบผ้าเช็ดปากมาซับน้ำที่ไหลเปื้อนเลอะมุมปาก ตวัดดวงตาคู่สวยของตัวเองส่งให้กับเตกิล่าครั้งหนึ่ง ในใจหมายมาดว่าจะต้องเอาคืนภายหลังให้ได้

 

บางทีต้องไปปรึกษาวอดก้าก่อน

 

คนที่เคยได้รับบรีฟมาว่าให้แกล้งเตกิล่าเยอะ ๆ นั้นหมู่นี้มักจะกลายเป็นฝ่ายโดนแกล้งแทนเริ่มรู้สึกว่าตัวเองสู้ไม่ไหว ต้องถอยไปตั้งหลักแล้วหาผู้ช่วยก่อน

 

หลังจากที่แกล้งอีกฝ่ายจนพอใจแล้ว เตกิล่าก็ไม่ได้ขยับเก้าอี้ของตัวเองออกไปเหมือนเดิม ทว่าเขาเลื่อนจานอาหารของตัวเองมาวางไว้ตรงหน้า เลื่อนมือข้างที่ใช้ลูบไล้แผ่นหลังของลิเคียวไปยังที่รอบเอวคอด

 

“มือไม่ว่าง” พูดเพียงแค่นั้นพร้อมมองหน้าลิเคียวสลับกับจานอาหารของตัวเอง

 

ลิเคียวมองหน้าเตกิล่าที่จ้องมองเขาสลับกับจานอาหารก็รู้ความต้องการของคนเจ้าเล่ห์นี้แล้ว ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่น ตวัดสายตามองเตกิล่าครั้งหนึ่ง แต่ก็ยอมตตักอาหารเช้าส่งเข้าปากเตกิล่าแต่โดยดี

 

“ถ้านายยังไม่เลิกยัดใส่ปากฉัน ระวังฉันจะยัดคืนบ้างนะ” เตกิล่าหรี่ตาพูดเสียงต่ำเมื่อลิเคียวตัดไก่อบชิ้นใหญ่เกินที่จะกินได้หมดในคำเดียวใส่ปากเขา น้ำเสียงเน้นย้ำที่ประโยคท้าย บอกให้ลิเคียวได้รู้ว่าที่จะยัดเข้าปากลิเคียวบ้างนั้นไม่ใช่ไก่อบแน่ ๆ

 

ลิเคียวสะดุ้งเล็กน้อยกับถ้อยคำขู่นั่น ก่อนจะแสร้งทำเป็นเก่ง ก้มมองไปยังส่วนล่างที่แสนจะอันตรายของเตกิล่า เหยียดริมฝีปากเป็นเส้นตรง ก่อนที่จะเปล่งวาจาอันแสนร้ายกาจไม่แพ้กันออกมา

 

“แน่ใจใช่ไหมว่ายัดเข้ามาแล้วจะคับปาก” พูดจบก็ไม่รอให้เตกิล่าได้มีโอกาสพิสูจน์ความจริงให้ดู รีบเบี่ยงตัวลุกออกจากเก้าอี้ ฉวยคีย์การ์ดที่มือของพุฒิธรพาตัวเองหายเข้าลิฟต์ที่เปิดรอพร้อมอยู่ไปทันที

 

เตกิล่าตะลึงไปกับคำพูดดูถูกนั่นอยู่ชั่วครู่หนึ่ง ก่อนจะเปล่งเสียงหัวเราะต่ำ ๆ ในลำคอออกมา ซึ่งมันฟังดูแล้วให้ความรู้สึกอันตรายมาก 

 

พุฒิธรได้ยินแล้วก็ภาวนาในใจให้ลิเคียวอยู่รอดปลอดภัย

 

ฝ่ายลิเคียวที่หนีลงมาก็ไม่ได้ไปไหนไกล แต่ไปยืนรอที่ขบวนรถซึ่งมีการ์ดและคนขับรถแสตนบายด์เตรียมวามพร้อมรออยู่แล้ว

 

การ์ดเมื่อเห็นว่าลิเคียวมาถึงก่อนโดยไร้เจ้านายของพวกตนก็ลอบมองมาอย่างสงสัย แต่ก็เพียงแวบเดียว แล้วกลับไปทำสีหน้าเรียบนิ่งเหมือนเดิม 

 

ลิเคียวเองก็ไม่ได้พูดคุยอะไรกับการ์ดพวกนี้ เขาไม่ใช่คนที่สร้างมิตรภาพเก่งอยู่แล้ว ทำเพียงแค่ยืนนิ่ง ๆ รอเตกิล่ากับพุฒิธรเท่านั้น ส่วนแดนนั้นล่วงหน้าไปยังสถานที่นัดแล้ว เพื่อดูความพร้อม และพูดคุยกับนิตยสารเดอะไทม์ก่อน

 

ใช่ แดนถูกวางตัวให้ทำหน้าที่ผู้จัดการส่วนตัวของลิเคียวควบตำแหน่งบอดี้การ์ดไปก่อน ส่วนเจ้าของตำแหน่งตัวจริงก็คือเตกิล่า ซึ่งมาดหมายว่าจะดำรงตำแหน่งแค่เพียงในนามเท่านั้น

 

ลิเคียวยืนรออยู่ได้ไม่นาน เตกิล่าก็มาถึงพร้อมกับพุฒิธรที่เดินตามอยู่ทางด้านหลัง ลิเคียวตีสีหน้าไม่รู้ไม่ชี้ เสมือนว่าเมื่อครู่นี้เขาไม่ได้ทิ้งระเบิดคำพูดอะไรไว้ 

 

“คุณเป็นผู้จัดการส่วนตัวของผม จะไปสตูดิโอกับผมด้วยใช่ไหม” นี่อาจจะเป็นประโยคที่ยาวที่สุดที่ลิเคียวพูดกับเตกิล่าแล้วภายในช่วงเวลาหลายวันมานี้

 

“ไม่ว่าง” เตกิล่าส่ายหน้าปฏิเสธโดยที่ไม่ต้องเสียเวลาคิด เขาดันลิเคียวให้ขึ้นไปนั่งบนเบาะหลังของรถที่ลูกน้องเปิดประตูรถรอแล้ว แล้วก็พาตัวเองขึ้นไปนั่งเคียงข้าง 

 

ลิเคียวที่ถูกดันให้ขึ้นมาก็รีบหันหน้าเอี้ยวตัวเข้าหาเตกิล่าทันทีที่อีกฝ่ายนั่งลงข้าง ๆ ตัวเอง ดวงตาคู่สวยหรี่ลง

 

“จะไม่ทำหน้าที่เหรอ” ลิเคียวถามอย่างไม่ยินยอม

 

ถ้าเป็นในสถานการณ์ปกติ ลิเคียวก็พร้อมใจที่จะปล่อยผ่านอยู่แล้ว ด้วยเข้าใจว่าเตกิล่าไม่ใช่คนที่จะมีเวลาว่างมาทำเรื่องพวกนี้ ทว่าในตอนนี้มันมีเรื่องที่กวนใจเขาอยู่ และเขาต้องการที่จะจับตามองความเคลื่อนไหวของเตกิล่า

 

แม้จะเชื่อว่าสายที่โทรหาเตกิล่าเมื่อเช้าจะทำให้เขาวางใจเรื่องของอาวองการ์ดได้ ทว่านั่นก็ไม่ได้แปลว่าเขาจะวางใจเต็มร้อย ยังต้องเผื่อไว้ถึงความผิดพลาดด้วย

 

“จะไปส่ง แล้วให้แดนอยู่คอยดูแล” เตกิล่าพูดด้วยท่าทางที่ไม่ได้ระย่นท้อต่อท่าทีของลิเคียวเลยสักนิด น้ำเสียงเรียบเฉย พูดจบแล้วก็หยิบเอกสารในกระเป๋าเอกสารขึ้นมาอ่าน เป็นการตัดจบบทสนทนาไปโดยปริยาย

 

ลิเคียวพ่นลมหายใจออกจากจมูก แต่ก็ไม่พูดอะไรออกมาอีก ปล่อยให้ความเงียบเข้าครองงำภายในรถอยู่แบบนั้นจนกระทั่งขบวนรถแล่นมาจอดยังหน้าสตูดิโอสามที่มักจะใช้ในการถ่ายทำนิตยสารอยู่บ่อย ๆ

 

ลิเคียวก้าวลงจากรถตามหลังเตกิล่านี่ที่ก้าวลงไปก่อนแล้ว เขามองเตกิล่าด้วยสายตาแห่งความเคลือบแคลงเล็กน้อย เพราะคิดว่าเตกิล่าจะเพียงแค่มาส่งเขาเท่านั้น จะไม่ลงจากรถด้วย แต่เมื่อเตกิล่าก้าวลงมาก่อน และมีทีท่าว่าจะเดินตามเขาเข้าไปยังด้านในด้วย ลิเคียวก็เลยสับสนเล็กน้อย

 

“มีธุระต้องคุยกับแดน” เตกิล่าพูดอย่างนั้น แต่ยื่นมือหนามาคว้าข้อมือบอบบางของลิเคียวไปจับกุมเอาไว้ แล้วพาก้าวเดินเข้าสตูดิโอไปพร้อม ๆ กัน

 

ที่อย่างนี้ล่ะปากหนัก ที่เรื่องลามกยังพูดกับเขาได้คล่องปาก

 

พุฒิธรอดไม่ได้ที่จะนินทาเจ้านายในใจ แล้วเดินตามเข้าไปบ้าง

 

เมื่อลิเคียวก้าวเข้ามายังสตูดิโอก็เห็นคนมากหนาหลายตาเดินขวักไขว่อยู่ ทีมงานมีทั้งหัวดำ หัวทอง มองดูแล้วสัญชาติ เชื้อชาติหลากหลายมาก 

 

ในขณะที่ลิเคียวกวาดสายตามองไปทั่ว คนที่อยู่ในสตูดิโอก็เริ่มที่จะให้ความสนใจกับเขาด้วยเหมือนกัน 

 

ทีมงานแต่ละคนที่ยุ่งอยู่กับการเซตหน้ากล้องนั้นเริ่มที่จะหยุดมือจากงานที่ทำอยู่แล้วหันมองผู้ที่เดินเข้ามาใหม่ โดยเฉพาะสองคนที่เดินจับจูงมือกันมา

 

ในฐานะทีมงาน พวกเขาย่อมจำนายแบบหน้าใหม่ที่จะมาเปิดตัวจากนิตยสารของพวกเขาได้เป็นอย่างดี สายตาหลาย ๆ คู่จึงจับจ้องไปยังลิเคียวเป็นจุดแรก หลังจากนั้นจึงได้เลื่อนไปมองคนข้างตัวของลิเคียว และผิดท้ายด้วยมือหนาที่กำลังเกาะกุมข้อมือบอบบางนั่นอยู่

 

นอกจากพวกเขาจะรู้จักลิเคียวแล้ว พวกเขายังรู้จักเตกิล่าด้วย และแน่นอนว่ารู้จักดีกว่าที่รู้จักลิเคียวแน่ ๆ ในฐานะผู้บริหารหนุ่มที่มีทั้งรูปลักษณ์และชาติตระกูลฐานะ แล้วไหนจะยังเคยขึ้นปกนิตยสารหลาย ๆ ฉบับ พวกเขาย่อมรู้จักอยู่แล้ว และแม้ว่าหลาย ๆ คนอาจจะไม่รู้จัก แต่ก็ต้องเคยได้ยินชื่อเสียงมาบ้างอย่างแน่นอน

 

และการที่เตกิล่าเดินจูงแขนลิเคียวเข้ามาอย่างนี้ มันทำให้พวกเขาเกิดข้อคำถามว่า ลิเคียวนั้นสำคัญขนาดไหน 

 

ไม่ใช่แค่เพียงนายแบบหน้าใหม่ที่ยังไม่ได้เปิดตัวหรือเปล่า

 

คำถามนี้ไม่มีใครได้คำตอบจากปากเจ้าตัว นั่นก็เพราะว่าไม่มีใครกล้าถามออกไปจริง ๆ ได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้ในใจ

 

หลังจากที่ให้ความสนใจลิเคียวกับเตกิล่าสักครู่หนึ่งแล้ว ทีมงานแต่ละคนก็หันกลับไปสนใจงานของตัวเองก่อน 

 

ถึงอย่างไรก็เป็นทีมงานจากนิตยสารที่เป็นท็อปของโลก ย่อมมีความเป็นมืออาชีพสูงอยู่แล้ว

 

ส่วนคนที่มีหน้าที่ดูแลประสานงานกับนายแบบที่ติดต่อมาก็รีบเดินเข้ามาต้อนรับ แดนเองที่มาพูดคุยกับทีมงานของนิตยาสารก่อนหน้านี้แล้วก็เดินตามหลังมาด้วยเหมือนกัน

 

“เชิญที่ห้องรับรองก่อนเลยค่ะ ยังต้องเซตหน้าฉากอีกสักพักค่ะ” ทีมงานสาวพูดพร้อมกับเดินนำไปยังห้องที่มีนายแบบคนอื่น ๆ รออยู่ก่อนแล้ว

 

เมื่อลิเคียวก้าวเข้าไปในห้องก็พบว่ามีนายแบบรวมตัวอยู่ในห้องแล้วทั้งหมดหกคน มีสี่คนที่แยกกันนั่งตามมุมต่าง ๆ และมีอีกสองคนที่นั่งคุยกันอยู่ด้วยท่าทางสนิทสนม

 

การก้าวเข้ามาของลิเคียวและเตกิล่าเรียกสายตาของคนที่อยู่ในห้องมาก่อนแล้วได้เป็นอย่างดี

 

แววตาของแต่ละคนเต็มไปด้วยการสำรวจ ก่อนหน้านี้พวกเขาล้วนได้ยินข่าวจากผู้จัดการส่วนตัวที่โมเดลิ่งจัดให้มาดูแลพวกเขาแล้ว

 

เจ้าของร่างสูงโปร่งที่จัดได้ว่าไม่สูงเท่าไหร่นักเมื่อเทียบกับพวกเขานี้มีโอกาสสูงมากที่จะได้รับเลือกเป็นตัวหลักของโปรเจ็คนี้ ซึ่งข่าวนี้ได้รับการยืนยันแล้วว่ามีความเป็นได้กว่าแปดสิบเปอร์เซ็น ส่วนอีกยี่สิบเปอร์เซ็นนั้นเผื่อไว้สำหรับลิเคียวไม่ตรงตามรูปภาพที่ส่งไป หรือว่าเมื่ออยู่หน้ากล้องแล้วเขาไม่สามารถแสดงออกให้เห็นได้ว่าเขาเหมาะสม

 

ดังนั้นแล้ว ในใจของนายแบบทั้งหกคนนั้น ลิเคียวถือว่าเป็นคู่แข่งอันดับหนึ่งในวันนี้

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.951K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,638 ความคิดเห็น

  1. #5549 desbestiny (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2563 / 15:45

    วอดก้ามาเทรนน้องอีกรอบเร็วววว น้องเกือบโดนกินแล้ววว พี่เตต้องรู้เรื่องแล้วแน่ๆอ่ะ

    #5,549
    0
  2. #4937 Krystal wing (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2563 / 00:01
    สักหน่อย
    #4,937
    0
  3. #4414 khunsom08 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 23 กันยายน 2563 / 19:48
    หวงอ่อ
    #4,414
    0
  4. #3188 PaiiKanj (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 7 กันยายน 2563 / 21:59
    น้องเกือบโดนกินแล้ววววว วอดก้ามาช่วยด่วน
    #3,188
    0
  5. #2631 อยากกินเสียวหลงเปา (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 กันยายน 2563 / 14:50
    ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะ
    #2,631
    0
  6. #2620 tang_thai°°° (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 กันยายน 2563 / 13:21
    แหมมมม คำพูดคำจา
    #2,620
    0
  7. #2494 Notty Kero (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 1 กันยายน 2563 / 12:00
    หน่องจะหัวใจวายตายแล้ววววว
    #2,494
    0
  8. #2493 Naiikonic (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 1 กันยายน 2563 / 11:43
    วอดก้าาาา มาช่วยน้องหน่อยยยย น้องแมวโดนแกล้งคืนแล้ว วอดก้ายอมหรอออ
    #2,493
    0
  9. #2492 dayit-123 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 1 กันยายน 2563 / 07:59
    น้องต้องไปรับบรีฟใหม่เเล้ว55555
    #2,492
    0
  10. #2491 panwink2 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 1 กันยายน 2563 / 05:14
    ยัยน้องโดนรุกหนักแล้วไปไม่เป็นเลยยยย เอ็นดู
    #2,491
    0
  11. #2490 __tha__ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 1 กันยายน 2563 / 03:39
    แกล้งเก่งงงง
    #2,490
    0
  12. #2485 PraewPacharee (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2563 / 23:40
    น้องต้องได้ เพราะวก.เทรนมาดี
    #2,485
    0
  13. #2484 PUNCH-AM (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2563 / 22:49
    ลิเคียวของช้านสู้ๆ
    #2,484
    0
  14. #2483 แมวน้อยกินจุ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2563 / 22:36
    ชอบแกล้งทั้งพี่เตทั้งน้องลิเลยนาาาา// ไรท์อยู่ๆ มาตินี่ โผล่มาได้ไงตอนน้องลิลงจากรถ เราว่าไรน่าจะพิมพ?ผิดนาาา
    #2,483
    0
  15. #2482 tattsk (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2563 / 22:18
    ฉันรอเขาได้กินกันนนน -,.-
    #2,482
    0
  16. #2481 lovely_friend (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2563 / 21:51
    ขอบคุณค่ะ
    #2,481
    0
  17. #2480 gurcruz (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2563 / 21:37
    พี่เตทำแบบนี้ แปลว่าจำน้องได้แล้วเหรอค้าาาา
    #2,480
    0
  18. #2479 ฌาญาคนงาม (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2563 / 21:30
    คู่นี่จะได้กินกันตอนไหนนะ! ลุ้นจนเหนื่อยแล้ว ฮือออออ
    #2,479
    0
  19. #2478 pawanratc (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2563 / 21:14
    ลูกลิเคียวคือที่หนึ่งค่าาาา
    #2,478
    0
  20. #2477 อดีตรีดเงา (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2563 / 21:14

    แน๊ะ มาด้วยแบบนี้ แอบประกาศแบบไม่ต้องพูดอะไรอยู่รึป่าวคะคุณเต? ร้ายกาจจจจ

    #2,477
    0
  21. #2476 PaRe-MeAn (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2563 / 21:12
    หยั่มมาสู้ยัยน้องนะ ส่วนอิพี่คือแกล้งน้เก่งมากกก
    #2,476
    0
  22. #2474 NamtanLueruang (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2563 / 21:10
    จำน้องได้ก็แกล้งน้องรัวๆเลยนะ
    #2,474
    0
  23. #2472 VKK42 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2563 / 20:43
    หยั่มมาแกล้งยัยหนูของวอดก้าเชียว
    #2,472
    0
  24. #2471 Gift2524 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2563 / 20:24
    เตกิล่าจำน้องได้แล้วแน่ๆ
    #2,471
    0
  25. #2470 muminahmingyk (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2563 / 20:22
    เอ่ะ!! มาร์ตินี่??
    #2,470
    0