นอนกับผมสิครับ #อยากกินเตกิล่า

ตอนที่ 20 : ตอนที่ 20 (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21,756
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3,290 ครั้ง
    31 ส.ค. 63

หลังจากที่ออกจากห้างมาด้วยอารมณ์ที่ไม่ค่อยจะดีสักเท่าไหร่นัก ลิเคียวก็สั่งให้แดนพาเขากลับมาที่เวลส์ทันที แล้วเมื่อถึงตึกสูงระฟ้าอันเป็นที่ตั้งของบริษัทเวลส์แล้ว ลิเคียวก็ไม่ลืมที่จะบอกให้แดนไปทำแผลที่มุมปากของตัวเองก่อน โดยที่เขาเดินตามหลังไปด้วย

 

ภาพที่ลิเคียวเดินตามผู้ช่วยของพุฒิธรมาที่ห้องพยาบาลที่บริษัทมีไว้ให้พนักงานได้ใช้นั้นก็ดึงดูดสายตาของคนที่อยู่บริเวณนั้นได้เป็นอย่างดี มีเพียงแค่ไม่กี่คนในตึกนี้ที่รู้จักลิเคียว และคนที่รู้ก็ล้วนแล้วแต่เป็นคนบนชั้นผู้บริหารทั้งสิ้น ดังนั้นคนที่เห็นลิเคียวเดินตามหลังแดนมาในตอนนี้จึงเกิดคำถามว่าลิเคียวเป็นใครกันแน่

 

“ทำแผล” ลิเคียวพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่าอันเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง ดวงตาคู่สวยจ้องไปที่แดนอย่างเขม็ง มองชนิดที่ว่าถ้าแดนยังทำแผลไม่เสร็จเขาก็จะไม่ละสายตาเป็นอันขาด

 

การจับจ้องมองมาของลิเคียวทำให้แดนรู้สึกวางตัวไม่ถูกอยู่บ้าง มือไม้เงอะงะไม่รู้ว่าจะเอาไปวางไว้ตรงไหน จนกระทั่งพยาบาลประจำห้องเดินเข้ามา นั่นแหละเขาถึงได้หายประหม่าไปบ้าง

 

พยาบาลวัยกลางคนที่ทำหน้าที่ที่นี่มาหลายปีแล้วย่อมคุ้นเคยกับบุคคลสำคัญ ๆ ของที่นี่ และแม้ว่าแดนจะเป็นเพียงผู้ช่วยเลขา แต่ก็เป็นผู้ช่วยเลขาของเตกิล่าอย่างพุฒิธร ดังนั้นตำแหน่งในบริษัทของเขาจึงไม่ถือว่าต่ำต้อย จะบอกว่ามีอำนาจมากกว่าระดับผู้บริหารของบริษัทลูกบางคนก็ยังได้

 

พยาบาลวัยกลางคนผู้นี้ผ่านการทำแผลมาหลายร้อยหลายพันเคสแล้ว แค่มองปราดเดียวก็รู้ว่าแผลที่มุมปากของแดนนั้นเกิดจากอะไร 

 

แม้ว่าจะสงสัยว่าใครที่อาจหาญทำร้ายร่างกายคนสนิทของเตกิล่า แต่เธอก็ไม่ได้ส่งคำถามออกไป แล้วเหลือบสายตามองคนที่ ‘อาจหาญทำร้ายร่างกายคนสนิทของเตกิล่า’ ด้วยสายตาสงสัยเล็กน้อย แต่เมื่อสบเข้ากับดวงตาที่เรียบนิ่งไม่มีคลื่นอารมณ์ใด ๆ เธอก็รีบดึงสายตากลับมาแล้วเริ่มทำให้กับแดนแทน

 

ใช้เวลาทำแผลอยู่แค่ไม่กี่นาทีเท่านั้น แดนก็เดินนำลิเคียวกลับไปยังห้องทำงานของเตกิล่าแทน 

 

เมื่อมาถึงหน้าห้องทำงานของเตกิล่า ลิเคียวก็เหลือบสายตามองเข้าไปยังห้องทำงานของพุฒิธรที่จั้งอยู่ด้านหน้าก่อน ยังเห็นเลขาคนเก่งนั่งสีหน้าเคร่งเครียดอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ นิ้วมือที่อยู่บนคีย์บอร์ดเคลื่อนไหวรัวเร็วจนมองตามแทบจะไม่ทัน 

 

ดวงตาที่สงบเรียบนิ่งของลิเคียวก็มีเคลื่อนไหวระลอกหนึ่งทันที

 

“นั่งตรงนี้แหละ” ลิเคียวละสายตาจากพุฒิธรกลับมา แล้วพาตัวเองเดินไปนั่งลงังโซฟารับรองแขกที่หน้าห้องทำงานของเตกิล่า ไม่พาตัวเองกลับเข้าไปในห้อง

 

แดนที่มีปาสเตอร์ยาแปะอยู่ที่มุมปาก นอกจากจะพยักหน้าตกลงแล้วเขาก็ไม่คิดที่จะทำอะไรอีก เดินไปนั่งลงยังโต๊ะทำงานของตัวเอง ปล่อยสายตาอยากรู้อยากเห็นของผู้ช่วยเลขาคนอื่น ๆ ให้ลอบมองมา

 

เวลาเคลื่อนหมุนผ่านไปอย่างรวดเร็ว ลิเคียวนั่งเบื่อ ๆ รอเตกิล่าเลิกประชุมอยู่ได้ไม่ถึงชั่วโมง เตกิล่าก็เดินนำคนอื่น ๆ ออกมาจากห้องประชุม 

 

กลุ่มคนที่เพิ่งออกมาจากห้องประชุมนั้น นอกจากเตกิล่าที่มีสีหน้าเรียบนิ่งแล้ว คนอื่น ๆ ล้วนมีสีหน้าที่ไม่สู้ดีเท่าไหร่นัก เป็นสัญญาณบอกว่าการประชุมในวันนี้นั้นผ่านไปไม่ได้ด้วยดีสำหรับพวกเขา โดนคำตำหนิจากเตกิล่ามาไม่น้อยเลย

 

“ทำไมมานั่งอยู่ตรงนี้” เตกิล่าที่มองเห็นลิเคียวนั่งอยู่หน้าห้องทำงานของตัวเองก็ส่งเสียงถามทันที 

 

การที่เตกิล่าอยู่ ๆ ก็แวะถามคนที่นั่งอยู่หน้าห้องทำงานของเขา เรียกสายตาอยากรู้อยากเห็นจากกลุ่มคนที่เพิ่งออกจากห้องประชุมพร้อม ๆ กับเขาได้เป็นอย่างดี ทว่าเมื่อโดนสายตาเย็นชาจากเตกิล่ามองไป แต่ละคนก็รีบพาร่างกายโทรม ๆ เพราะการประชุมอันโหดร้ายหนีไปอย่างรวดเร็ว 

 

ลิเคียวที่นั่งเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่ เมื่อเตกิล่ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าก็รีบกระเด้งตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอย่างรวดเร็ว สายตาเบื่อหน่ายเมื่อครู่มีแปรเปลี่ยนเป็นประกายวาววับทันที

 

“รอ” คำเดียวสั้น ๆ แต่ได้ใจความมาก ลิเคียวเดินไปเกาะแขนของเตกิล่าด้วยท่าทางสนิทสนม

 

เตกิล่าก้มมองมือเรียวสวยที่เกาะแขนข้างขวาของตัวเองเอาไว้แล้วก็ไม่ได้พูดอะไร หมุนตัวพาตัวเองเดินเข้าห้องทำงานโดยมีลิเคียวเกาะแขนอยู่แบบนั้น ทำให้การเดินของพวกเขาทั้งคู่เป็นไปอย่างยากลำบากเล็กน้อย

 

“ไปเดินห้างมาแต่ไม่ได้ของติดมือกลับมาบ้างเหรอ” เตกิล่าถามคนที่เดินเข้าห้องมาพร้อม ๆ กับเขา หลังจากที่เขาเดินมานั่งลงยังเก้าอี้หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่แล้ว ลิเคียวก็เดินมาหยุดยืนอยู่ข้าง ๆ ดวงตาคู่ยาวเรียวนั้นมองมาอย่างจดจ้อง

 

“ไม่ได้ เหนื่อยไหม” ลิเคียวส่ายหน้าปฏิเสธจนผมที่ดำเงาวาววับของตัวเองแตกกระจาย ก่อนจะถามออกมาอย่างแผ่วเบา

 

ถ้อยคำถามสั้น ๆ ของลิเคียวทำให้หัวใจของเตกิล่าเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่ง ในอกอุ่นร้อนขึ้นมา 

 

นานมากแล้วที่ไม่มีคนถามเขาแบบนี้

 

บางทีถ้อยคำถามที่เรียบง่ายแบบนี้ก็เป็นถ้อยคำที่คนบางคนอยากได้ยินมากที่สุด เพราะมันแสดงออกถึงความห่วงใยได้เป็นอย่างดี

 

“อืม” เตกิล่าพยักหน้าเบา ๆ ส่งเสียงตอบรับในลำคอ

 

“นวดไหม” ลิเคียวถามออกไปด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยประกายวาววับ

 

เตกิล่านั้นหลังจากที่ได้ยินคำถามเขาก็แปลกใจ ที่ตามมาหลังจากแปลกใจก็คือไม่ค่อยจะไว้วางใจ แต่เมื่อเห็นดวงตาเป็นประกายวาววับของเจ้าตัว เขาก็เผลอพยักหน้าออกไปโดยที่ไม่ทันจะรู้ตัว

 

เมื่อได้รับคำอนุญาตจากเตกิล่า ลิเคียวก็ส่งรอยยิ้มกว้างออกมา และนั่นมันทำให้เตกิล่าดวงตาพร่าเบลอไปชั่วขณะ คล้ายว่าสติของเขาจะหลุดลอยหายไป จนกระทั่งมือเล็ก ๆ บอบบางคู่นั้นวางลงบนลาดไหล่หนาของเขา แล้วออกแรงบีบลงมา

 

“โอ๊ย!” เตกิล่าเผลอร้องเสียงหลงทันทีเมื่อรู้สึกเจ็บที่หัวไหล่ทั้งสองข้าง เสียงร้องของเตกิล่าทำให้ลิเคียวหยุดมือทันที สีหน้าที่เต็มไปด้วยความสุขเมื่อครู่นั้นเผือดสีลงมาเล็กน้อย ทั้งแววตายังมีความกังวลฉายชัดอยู่

 

“เจ็บเหรอ” ลิเคียวชะโงกหน้าไปถามเสียงอ่อย 

 

เตกิล่าที่ตอนแรกตั้งใจจะบอกว่าไม่ต้องนวดแล้ว เพราะแค่ลิเคียวลงมือครั้งเดียว เขาก็รู้แล้วว่าลิเคียวนวดไม่เป็น แต่เมื่อเห็นสีหน้าหงอย ๆ ของลิเคียวแล้ว เขาก็พ่ายแพ้อีกครั้ง ได้แค่พูดเสียงเบาว่า

 

“เบาแรงลงหน่อย ให้เหลือแค่หนึ่งในห้าส่วนจากเมื่อครู่นี้ก็พอ” ตอนแรกเตกิล่าว่าจะจบตั้งแต่ที่ประโยคแรกแล้ว แต่เพื่อความชัวร์ว่าร่างกายของเขาจะไม่บอบช้ำไปมากกว่านี้ เขาจึงได้ออกปากกำชับต่อไปอีกหนึ่งประโยค

 

“อื้อ” ลิเคียวส่งเสียงตอบรับในลำคออย่างรวดเร็ว กลับไปลงมือนวดไหล่ให้เตกิล่าอีกครั้ง ทว่าคราวนี้เขาออกแรงน้อยกว่าครั้งแรกมาก ๆ 

 

“อือ ดีแล้ว” หลังจากที่ลิเคียวออกแรงบีบ ๆ นวด ๆ ที่ไหล่ของเตกิล่าได้เกือบสามนาที ในที่สุดลิเคียวก็หาน้ำหนักมือที่เหมาะสมได้แล้ว เตกิล่าถึงขั้นออกปากชมออกมา

 

ลิเคียวที่ได้รับคำชมจากเตกิล่าก็แย้มรอยยิ้มแห่งความสุขออกมาจากอยู่ที่ด้านหลัง เตกิล่าซึ่หลับตาพริ้มเพราะความผ่อนคลายนั้นไม่มีโอกาสได้เห็น 

 

ลิเคียวยืนนวดให้เตกิล่าต่อไปอีกเกือบห้านาที เสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้นเสียก่อน ปลุกให้เตกิล่าที่เผลองีบหลับไปตื่นขึ้นมา

 

เตกิล่าออกปากอนุญาตให้คนที่เคาะประตูห้องเปิดประตูเข้ามาได้ ก่อนจะบอกให้ลิเคียวไปนั่งรอ ไม่ต้องนวดต่อแล้ว

 

ลิเคียวเดินคอตก หูลู่ ไปนั่งยังโซฟา เป็นจังหวะเดียวกับที่พุฒิธรเปิดประตูเข้ามาพอดี

 

พุฒิธรเหลือบสายตามองลิเคียวเพียงแวบเดียวเท่านั้นก็เดินไปที่หน้าโต๊ะทำงานของเจ้านาย วางแฟ้มเอกสารที่ถือเข้ามาไว้บนโต๊ะทำงานตัวหรูของเตกิล่า

 

“ข้อมูลอาวองการ์ดที่บอสให้หาครับ นอกจากข้อมูลของอาวองการ์ดแล้ว ผมยังหาข้อมูลของอัลมาสตีมาเผื่อด้วย แต่ว่านอกจากข้อมูลทั่วไปที่เปิดเผยแล้ว ก็ไม่มีข้อมูลอะไรอีก” ประโยคนี้ของพุฒิธร ลิเคียวได้ยินมัน แม้ว่าพุฒิธรจะพยายามพูดเสียงแผ่วเบาแค่ไหน ลิเคียวที่ลอบฟังอยู่อย่างตั้งใจก็ได้ยินมันอยู่ดี

 

ทันทีที่ได้ยินพุฒิธรพูดอย่างนั้น ความกังวลบางอย่างในใจของเขาก็จางหายไปอย่างรวดเร็วทำให้เขาผ่อนคลายขึ้นมา ทว่าลิเคียวไม่ยอมรับกับตัวเองว่าลึก ๆ แล้วในใจของเขามีความผิดหวังบางอย่างซ่อนอยู่

 

“อืม ถ้าอาวองการ์ดยังไม่ติดต่อมาอีกรอบ นายก็ยังไม่ต้องตอบอะไรกลับไป” เตกิล่าเหลือบสายตามองลิเคียวชั่วแวบหนึ่งแล้วจึงพูดกับพุฒิธร

 

พุฒิธรรับคำสั่งเจ้านายอย่างว่าง่าย ก่อนจะขอตัวออกไป ซึ่งก่อนที่พุฒิธรจะออกไป เตกิล่าก็บอกให้เขาเตรียมตัวได้เลย เขาจะกลับคอนโดมิเนียมแล้ว

 

ลิเคียวที่ได้เตกิล่าพูดถึงอาวองการ์ด เขาก็เดาได้อย่างรวดเร็วว่าฝ่ายนั้นจะต้องติดต่อมาขอร่วมธุรกิจกับเตกิล่าเป็นแน่

 

มีข่าวลืออกไปว่าเตกิล่าต้องการที่จะกระโดดเข้าไปร่วมวงในธุรกิจอาวุธสงครามด้วย ถึงขนาดที่ว่าจัดทำศูนย์วิจัยขนาดใหญ่ขึ้นมาแล้ว

 

ถ้าเป็นเรื่องจริง นี่ถือว่าเป็นก้าวย่างที่สำคัญอีกก้าวหนึ่งของเวลส์เลยจริง ๆ และนับว่าเวลส์ดึงดูดอันตรายเข้ามาหาตัวอีกครั้ง และครั้งนี้มันยิ่งกว่าตอนที่มาร์ตินี่ต้องการจะสร้างคาสิโนที่เกาะเอ็มอีก

 

และลิเคียวก็เดาไม่ผิด อาวองการ์ดต้องการที่จะร่วมมือกับเตกิล่าจริง ๆ เขาต้องการที่จะใช้ศูนย์วิจัยของเตกิล่าในการพัฒนาอาวุธชิ้นหนึ่งที่พวกมันเพิ่งจะได้แบบแปลนมา

 

ซึ่งเป็นแบบแปลนเดียวกับที่ลิเคียวเพิ่งไปชิงกลับคืนมาเมื่อคืนวาน

 

แบบแปลนอาวุธที่ลือกันว่าถ้าสร้างมันออกมาได้สำเร็จจริง ๆ อาวุธชิ้นนี้จะกลายเป็นตัวแปรที่ทำให้ตลาดอาวุธของโลกเปลี่ยนแปลง

 

อัลมาสตีจะสามารถเบียดขึ้นไปแย่งอันดับสองมาได้ครอบครองภายในปีนี้จริง ๆ อย่างที่มีการคาดการณ์ หรือบางทีอาจจะเหนือไปอีกขั้นก็คือการเข้าไปเป็นอันดับหนึ่งบนอันดับโลก

 

(ต่อ)

 

“กลับกันเถอะ” เตกิล่ามองเห็นสายตาที่บลอบมองมาอยู่เนือง ๆ ของลิเคียว แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้ถามออกไปถึงสาเหตุที่อีกฝ่ายเอาแต่ลอบมองมาที่เขา เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วพูดชวนลิเคียวให้กับที่พักด้วยกัน

 

ลิเคียวที่นั่งคิดอะไรบางอย่างสลับกับลอบมองเตกิล่าอยู่ก็สะดุ้งเล็กน้อยกับเสียงที่ดังขึ้นมาในจังหวะที่เขาตกอยู่ในห้วงความคิดของตัวเอง ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วตามเตกิล่ากลับคอนโดมิเนียมแต่โดยดี

 

เมื่อกลับมาถึงคอนโดมิเนียม ทั้งเตกิล่าและลิเคียวต่างก็แยกย้ายกันไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า จัดการกับธุระส่วนตัวของตัวเอง โดยมีพุฒิธรและแดนช่วยจัดการกับมื้อเย็น 

 

หลังจากที่แต่งตัวเสร็จแล้ว สองเหล้าที่วันนี้ดูเหมือนจะมีเรื่องให้คิดมากต่างก็เงียบผิดปกติ ไม่มีการพูดคุยใด ๆ ต่อกัน นั่งทานอาหารที่อยู่ตรงหน้าตัวเองไปอย่างเรียบเรื่อย ทานไปได้ไม่ถึงครึ่งต่างก็วางช้อนพร้อมกัน

 

พุฒิธรมองหน้าเจ้านายอย่างไม่ค่อยจะเข้าใจนักว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ความจริงเขาแปลกใจตั้งแต่ที่ให้หาข้อมูลของมิฮาอิลแห่งอัมมาสตี แต่พอลิเคียวมาก็ให้เขายกข้อมูลเข้าไปให้โดยบอกว่าเป็นข้อมูลของอาวองการ์ด

 

พุฒิธรสงสัย แต่ก็สังหรณ์ใจด้วยว่าหนึ่งในสองบริษัทนี้ ไม่อัลมาสตี ก็อาวองการ์ดจะต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับลิเคียวไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

 

พุฒิธรคิดแบบนั้นแล้วก็ลอบมองลิเคียว พบว่าแม้รูปหน้า เคร้าโครงหน้าของลิเคียวจะมีความเป็นตะวันออกอยู่มาก อ่อนโยนละเมียดละไม แต่ว่าดวงตายาวรีคู่นั้น รวมทั้งสีนัยตาก็ให้ความรู้สึกของความเป็นตะวันตกอยู่มากเหมือนกัน อันที่จริงเครื่องหน้าของลิเคียวนั้นเด่นชัดไปทุกสัดส่วนให้ความเป็นตะวันตก แต่เมื่อรวม ๆ กันแล้วกลับให้ความรู้สึกเป็นคนตะวันออกมากกว่า

 

ลิเคียวคือส่วนผสมที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว แต่ก็ให้ความรู้สึกขัดแย้งด้วยเหมือนกัน และนี่ก็เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของลิเคียว ชวนให้คนขบคิดถึงความเป็นเขา เหมือนจะได้คำตอบที่ถูกต้อง แต่ก็เหมือนคำตอบนั้นมีบางอย่างที่ไม่ถูกต้อง หลอกให้คนลุ่มหลงมัวเมาได้อย่างไม่ยากเย็น

 

“ผมจะออกไปธุระข้างนอกนะครับ วันนี้คงไม่กลับ” ลิเคียวรวบช้อนกับส้อมแล้ววางไว้บนจานที่ยังเหลืออาหารเกินกว่าครึ่ง ซึ่งผิดปกติวิสัยการกินของเขามาก

 

เตกิล่ามองลิเคียวนิ่งยามที่สิ้นเสียงของเจ้าตัว เขาสบตากับดวงตาคู่สวยอย่างต้องการค้นหาบางอย่าง แต่สุดท้ายก็พยักหน้าตกลงเบา ๆ

 

 

ลิเคียวหลังออกมาจากคอนโดของเตกิล่า เขาก็ไม่ได้ไปไหนไกล หลังจากที่ลิฟต์ส่งเขามายังชั้นล่างสุด เขาก็ใช้การ์ดอีกใบในการแสกนเรียกลิฟต์อีกตัวหนึ่ง ส่งเขาไปยังชั้นที่อยู่ใต้ชั้นคอนโดของเตกิล่า

 

เป็นคอนโดที่เขาซื้อเอาไว้ในนามของลูกน้องคนสนิท

 

“นายน้อย” เมื่อเจ้านายมาปรากฏตัวอยู่ต่อหน้า ชายฉกรรจ์ที่อยู่ในชุดสีดำสนิททั้งตัวก็ลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว และนอกจากเสียงของผู้มีชื่อเป็นเจ้าของห้องแล้ว คนอื่น ๆ ที่นั่งหน้าเคร่งเครียดอยู่ด้วยก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะโค้งตัวลงต่ำลงอย่างรวดเร็ว เป็นการแสดงออกอย่างนอบน้อมต่อหน้าเจ้านายคนหนึ่งของตัวเอง

 

ลิเคียวสะบัดมือเป็นเชิงบอกให้แต่ละคนนั่งกลับลงไปเหมือนเดิม โดยที่ตัวเขาก็เดินไปนั่งยังตำแหน่งหัวโต๊ะ ซึ่งก่อนหน้านี้มีคนคนหนึ่งนั่งอยู่ แต่เมื่อเขามา คนที่นั่งอยู่ก่อนก็ลุกขึ้นแล้วสละที่ให้แต่โดยดี

 

เมื่อนั่งลงแล้วลิเคียวก็กวาดตามองสำรวจลูกน้องเกือบสิบคนที่นั่งล้อมโต๊ะพูดคุยกันอยู่นี้ แล้วมองของที่วางอยู่บนโต๊ะ เป็นแบบแปลนอาวุธที่ไม่สมบูรณ์เท่าไหร่นัก

 

“เอามาจากไหน” ลิเคียวถามออกไป แบบแปลนอาวุธชิ้นนี้เขาไม่คุ้นตาเลยสักนิด

 

“นายใหญ่ส่งมาครับ สั่งว่าให้ส่งต่อให้นายน้อย ให้นายน้อยพัฒนาให้สมบูรณ์” คนที่นั่งหัวโต๊ะก่อนที่ลิเคียวจะมาเป็นตัวแทนของลูกน้องคนอื่น ๆ พูดตอบ

 

เมื่อได้ยินคำตอบของลูกน้องคนสนิทลิเคียวก็เลื่อนมือไปหยิบแบบแปลนอาวุธที่ไม่สมบูรณ์นี้เข้ามาใกล้ ๆ ตัวเองเพื่อที่จะได้มองเห็นอย่างชัดเจน หลังจากมองผ่าน ๆ ไปสักครู่หนึ่ง ลิเคียวก็รู้แล้วว่าแบบแปลนอาวุธชิ้นนี้มีจุดผิดพลาดอยู่มากมาย ถ้าจะปรับแก้ไขต้องใช้เวลาในการวิจัยและทดลองอย่างยาวนานนับเดือน 

 

นิ้วเรียวสวยของลิเคียวพรมลงบนโต๊ะอย่างเป็นจังหวะ ริมฝีปากบางเฉียบปิดนิ่งสนิทไม่เปิดออกเพื่อเปล่งเสียงใด ๆ ออกมา การนิ่งเงียบและใช้นิ้วเคาะโต๊ะของลิเคียวแบบนี้เป็นสัญญาณบอกลูกน้องที่อยู่ข้างกายมานานว่าเขากำลังใช้ความคิดอยู่ และชายฉกรรจ์เกือบสิบคนที่นั่งล้อมโต๊ะอยู่นี้ก็ยินดีที่จะทำตัวเงียบสงบรอคอยเจ้านายของตัวเอง

 

“ส่งมันไปให้อังเดรแล้วหรือยัง” อังเดรที่ลิเคียวพูดถึงก็คือ อังเดร อิกอโรวิซ นีคูลิน ผู้เป็นเจ้าของคนปัจจุบันของอาวองการ์ด 

 

“ส่งมันกลับไปแล้วครับ แล้วมันก็โดนกำจัดทิ้งไปแล้วเรียบร้อย”

 

สีหน้ายามตอบคำถามของผู้พูดนั้นเรียบนิ่งเป็นอย่างมาก ไม่ได้มีท่าทางเห็นใจเลยสักนิด ซึ่งในโลกของพวกเขาเรื่องแบบนี้ก็จัดเป็นเรื่องที่ควรจะชิน ไม่อย่างนั้นจะไม่สามารถรักษาจิตใจของตัวเองเอาไว้ได้

 

อันที่จริงจิตใจของพวกเขาก็ไม่ได้ปกติเหมือนคนทั่วไปนานแล้ว นับตั้งแต่ก้าวเข้าสู้เส้นทางนี้

 

แม้ว่าตระกูลออร์โลวาจะไม่ได้ทำธุรกิจผิดกฎหมาย และการค้าอาวุธสงครามก็มีการทำอย่างถูกกฎหมาย แต่มันก็เกี่ยวข้องกับอำนาจของผู้มีอิทธิพลต่าง ๆ ทั้งในที่แจ้งและที่มืด รวมทั้งยังเกี่ยวพันกับชีวิตของผู้คนมากมาย ก็ไม่ได้ถือว่าพวกเขาเป็นคนมือสะอาด ใจสะอาด แต่สามารถบอกได้ว่าพวกเขาจะไม่ยุ่งกับคนบริสุทธิ์ ซึ่งคนที่เพิ่งจะโดนกำจัดทิ้งไปนั้นไม่ได้เข้าข่ายคำว่าผู้บริสุทธิ์

 

คนที่ยอมเอาชีวิตของตัวเองเข้าแลกเพื่อเม็ดเงินหลายสิบล้านนั้นลิเคียวถือว่าอีกฝ่ายคิดมาแล้ว และตัดสินใจที่จะยอมแลกชีวิตแล้ว 

 

“นายน้อยคิดว่าพวกมันจะตกหลุมพรางของพวกเราไหมครับ” อาโจมส์ ชายฉกรรจ์ผู้เป็นมือขวาของลิเคียวถามออกมา

 

แบบแปลนอาวุธที่สามารถสั่นสะเทือนตลาดค้าอาวุธนั้นถูกอาวองการ์ดที่ส่งสายลับเข้ามาแทรกซึมอยู่แย่งชิงไป หลังจากที่พวกมันแย่งชิงไปได้ก็ทำการคัดสำเนาเอาไว้เรียบร้อย แล้วสร้างแผนลวงโดยการให้คนคนหนึ่งหอบหิ้วแบบแปลนต้นฉบับข้ามน้ำข้ามทะเลมายังอีกทวีปหนึ่ง แล้วแสร้งปล่อยข่าวให้อัลมาสตีรับรู้

 

แน่นอนว่าอัลมาสตีรับรู้ ทว่ามันไม่รู้ว่าอัลมาสตีรู้มากกว่าที่พวกมันต้องการให้รู้ รู้ไปถึแผนการของพวกมัน การซ้อนแผนจึงได้เกิดขึ้น

 

แบบแปลนที่พวกมันได้ไปก็เป็นของปลอมตั้งแต่แรก แม้ว่าจะดูแล้วเหมือนของจริงขนาดไหน แต่ก็มีจุดหนึ่งที่ซ่อนความผิดพลาดเอาไว้ และเป็นความผิดพลาดที่สามารถเอาชีวิตของผู้ผลิตได้

 

ดังนั้น ลิเคียวจึงได้หนักใจหากว่าเตกิล่าจะร่วมมือกับอาวองการ์ด ตอบรับข้อเสนอในการเป็นหุ้นส่วนสำหรับการผลิตอาวุธชิ้นนี้

 

เตกิล่าจะไม่ได้ผลประโยชน์ แต่จะเป็นหายนะครั้งยิ่งใหญ่ต่างหาก

 

“อืม มันติดต่อขอความร่วมมือมาที่เวลส์แล้ว” ลิเคียวไม่ปิดบังเรื่องนี้กับลูกน้องของตัวเอง และเมื่อเขาพูดออกไปแล้ว ก็ได้รับสายตาพิศวงจากผู้เป็นลูกน้อง

 

ทั้ง ๆ ที่ผูกจิตผูกใจกับเตกิล่า เวลส์ผู้นั้นมาเป็นสิบปี แต่ตอนนี้คนที่ตัวเองทำทุกอย่างเพื่อได้มาหาให้อีกฝ่ายรักษาสัญญาเมื่อสิบปีก่อนกำลังถูกเชิญเข้าสู่หายนะครั้งใหญ่ แล้วทำไมนายน้อยของพวกเขาถึงยังนิ่งเฉยอยู่ได้

 

“นายน้อยจะยกเลิกแผนการไหมครับ” อาโจมส์ถามด้วยสีหน้าและแววตาสำรวจ สำหรับในใจของเขานั้น คนที่มีความรักมักจะยากที่จะทำการใหญ่ได้สำเร็จ และนายน้อยของเขาอาจจะไม่ใช่ข้อยกเว้นพวกนั้น เพื่อที่จะรักษาแผนการณ์ความรักของตัวเอง และเพื่อที่จะปกป้องเตกิล่า นายน้อยของเขาอาจจะยอมยกเลิกแผนการณ์ในครั้งนี้

 

ทว่าอาโจมส์ผู้นี้คิดผิด ลิเคียวแตกต่างจากคนอื่น ดวงตาคู่ยาวรีเต็มเปี่ยมไปด้วยความหนักแน่นมั่นคง น้ำเสียงลุ่มลึกถูกเปล่งออกมาอย่างหนักแน่

 

“ดำเนินการต่อไป” ไม่มีการสั่งยกเลิกแผนการณ์ ไม่มีคำสั่งให้ป้องกันเตกิล่า ไม่มีคำสั่งใด ๆ ที่แสดงให้เห็นว่าลิเคียวเป็นห่วงเตกิล่า เวลส์เลยสักนิด

 

แต่ว่าไม่มีคำสั่ง แปลว่าไม่ห่วง และไม่คิดที่จะปกป้องจริงเหรอ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.29K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,652 ความคิดเห็น

  1. #4936 Krystal wing (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2563 / 23:52
    เตเขาก็มีแผนแหละ
    #4,936
    0
  2. #4410 khunsom08 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 23 กันยายน 2563 / 19:37
    ลุ้นๆมากจ้า
    #4,410
    0
  3. #4235 ห้องสี่เหลี่ยม (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 21 กันยายน 2563 / 18:39
    โอ๊ะ... พี่เตเลิกนกแล้วจ้า555
    #4,235
    1
  4. #3182 PaiiKanj (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 กันยายน 2563 / 21:17
    โอ้ยยยย ลุ้นนนนนน
    #3,182
    0
  5. #2629 อยากกินเสียวหลงเปา (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 กันยายน 2563 / 14:30
    ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะ
    #2,629
    0
  6. #2618 tang_thai°°° (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 กันยายน 2563 / 13:13
    น้องต้องปกป้องพี่แกอยู่แล้ว
    #2,618
    0
  7. #2402 J☆ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2563 / 11:35
    พักผ่อนเยอะๆนะคะ
    #2,402
    0
  8. #2401 goyppp (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2563 / 10:05
    ดูแลตัวเองด้วยจร้า...ไรท์
    #2,401
    0
  9. #2399 ALCOHOL1182 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2563 / 01:45
    สู้ๆนะ ดูแลตัวเองด้วยน้า คุณนักเขียน
    #2,399
    0
  10. #2397 0845316569 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2563 / 00:31
    คุณไรท์เก่งมาก สนุกมากเลย ดูแลสุขภาพด้วยนะคะ
    #2,397
    0
  11. #2396 chonyukim (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2563 / 00:12
    ไม่ปกป้องได้ไง ก็ตัวอยู่ติดกันอ่ะ
    #2,396
    0
  12. #2395 laoac118ac (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2563 / 23:44
    นักเขียนยังเจ็บตา นักอ่านนี้ไม่อยากจะพูด เลยยย...ก็เจ็บตาเหมือนกัน
    #2,395
    0
  13. #2394 Diary_m (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2563 / 23:19
    หายไวไวนะคะ พักผ่อนนะคะ เวลาปวดตาหาจุดพักสายตาที่เป็นพวกสีเขียวหรือโล่งๆ อาจช่วยได้ค่ะ สู้ๆค่า
    #2,394
    0
  14. #2393 0814100472 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2563 / 23:18
    พักก่อนนะ หายแล้วมาต่อยังทันค่ะ ดูแลสุขภาพก่อนนะคะ
    #2,393
    0
  15. #2392 sotus2539 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2563 / 23:17
    หายไวๆนะคะ ดูแลสุขภาพด้วยค่ะ
    #2,392
    0
  16. #2391 MayBNY (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2563 / 23:13
    ไรท์จ๋า เป็นห่วงสุขภาพตัวเองเยอะๆนะ เรารอได้ นานหน่อยก็รอได้จ้า เป็นหนักเดี๋ยวลำบากนะ😊
    #2,391
    0
  17. #2390 -dddd- (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2563 / 23:09
    หายไวๆนะคะ สนุกมากก เราจะรอค่าา
    #2,390
    0
  18. #2389 Pnt_cream (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2563 / 22:52
    หายไวๆนะคะเรารอได้ ไว้ไรท์หายแล้วค่อยกลับมาก็ได้ค่ะ พักผ่อนเยอะๆนะคะ//กอดๆๆๆ
    #2,389
    0
  19. #2387 yahye (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2563 / 22:41
    ขอให้หายเร็วๆนะคะรักษาสุขภาพด้วยนะ
    เราจะรอนะะ
    #2,387
    0
  20. #2386 nuangjaa (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2563 / 22:11
    หายไวๆๆ นะคะ
    #2,386
    0
  21. #2385 linglingunids (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2563 / 22:10
    รักษาสุขภาพด้วยนะคะไรท์
    #2,385
    0
  22. #2384 nalinthorn1969 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2563 / 22:06
    รักษาสุขภาพด้วยนะไรท์ หายไวๆค่ะ
    #2,384
    0
  23. #2383 Jellymrk. (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2563 / 21:40
    แอแงคุณไรท์ รักษาสุขภาพด้วยนะคะ
    #2,383
    0
  24. #2382 อดีตรีดเงา (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2563 / 21:32

    อ่า เพราะมาวันละสองตอนแน่เลย รักษาตัวให้หายก่อนแล้วค่อยกลับมาอัพเถอะค่ะ คนอ่านรอได้ยังไงก็อยู่ตรงนี้นี่แหละ หายไวๆน้าาา

    #2,382
    0
  25. #2381 dayit-123 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2563 / 20:53
    หาหมอเลยนะ อย่ารักษาเองเดี๋ยวหนัก
    #2,381
    0