ย้อนเวลาเริ่มรัก

ตอนที่ 6 : ตอนที่ 5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16,689
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,361 ครั้ง
    11 ต.ค. 61

จุนกอล (พี่ใหญ่ แรปไลน์ อเมริกา)

ฮีวอน (ลีดเดอร์)

วังซอง (แรปไลน์ พี่รอง แคนนาดา)

โอซอง (เจ้าชายของวง)

อินซา (เสียงร้องของวง)

กูซึล (รองมังเน่ รองน้องเล็ก)

ซังซู (มังเน่ น้องเล็ก)

พีดีนิม (โปรดิวซ์เซอร์)

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

นายไม่ได้ไปพบพีดีนิมกับพวกจุนกอลฮยองเหรอคำถามที่ถูกส่งออกมาจากทางด้านหลังเรียกให้คนที่กำลังนั่งเหม่อหันไปมอง

 

พีดีนิมไม่ได้เรียกฉันแล้วฉันจะไปได้ยังไงกูซึลตอบคำถามของเพื่อนเทรนนีที่เกิดปีเดียวกันกับตัวเอง

 

อ่า นั่นสิ เอ่อ ตอนนี้นายไม่ได้ทำอะไรใช่หรือเปล่า ไปหาอะไรกินกับฉันไหมเมื่อได้คำตอบจากเพื่อน จงยอนก็รู้สึกว่าคำถามของเขาอาจจะทำให้อีกฝ่ายคิดมากจึงได้พยายามเปลี่ยนเรื่องชวนกูซึลไปหาอะไรทานแทน

 

ไปสิไม่ปฏิเสธคำชวนพร้อมส่งยิ้มสดใสกลับไปเมื่อพอจะเดาได้ว่าในหัวของเพื่อนสนิทอีกคนของเขาคนนี้คิดอะไรอยู่

 

ช่วงนี้เริ่มมีข่าวลือออกมาว่าค่ายจะมีโปรเจคเตรียมเดบิวท์ไอดอลบอยแบนด์กลุ่มใหม่ ทั้งยังมีการลือต่อไปอีกว่าคนที่อยู่ในรายชื่อผู้มีสิทธิ์เดบิวท์ตอนนี้มีอยู่ห้าคน สองคนแรกเป็นรุ่นพี่ที่เคยเดยบิวท์เป็นนักแสดงไปแล้วตั้งแต่เมื่อต้นปีที่แล้ว คังฮีวอนและฮันโอซอง ส่วนที่เหลือเป็นสามในสี่คนที่มีผลการประเมินโดดเด่นมากที่สุดในช่วงเวลาเกือบปีที่ผ่านมานี้ ชเวจุนกอล พัควังซองและโอซังซู ซึ่งอีกหนึ่งคนที่ไม่ได้มีรายชื่ออยู่ในเหล่าบุคคลที่น่าจะเป็นไอดอลกลุ่มใหม่ของค่ายทั้งที่มีผลงานและผลการประเมินโดดเด่นไม่แพ้ ไม่สิ น่าจะมากกว่าสามคนนั้นก็กลายเป็นคนที่ถูกพูดถึงเหมือนกัน

 

 

เหล่าเทรนนีในค่าย CA Entertainment ต่างก็คิดว่าชเวจุนกอล พัควังซอง กูซึลและโอซังซูคงจะได้เดบิวท์พร้อมกันเพราะทั้งสี่คนต่างสนิทสนมและจับกลุ่มฝึกซ้อมด้วยกันมาตลอดอีกทั้งยังมีทักษะที่ดีพอ ๆ กันแต่พอเกิดข่าวลือเรื่องการเดบิวท์ขึ้นมาทำให้นอกจากจะอิจฉาคนที่มีข่าวว่าจะได้เดบิวท์แล้วก็อดเห็นใจคนที่มีวี่แววว่าจะถูกคนที่ฝึกมาด้วยกันทิ้งไว้ข้างหลังไม่ได้ นี่จึงเป็นเหตุให้จงยอนแสดงท่าทีแบบนั้นกับกูซึลเมื่อเขาคิดว่ากูซึลคงจะคิดมากจากคำถามของเขา

 

จงยอนมองกูซึลที่ยิ้มสดใสมาให้ก็ชะงักไปนิดหนึ่งกับรอยยิ้มสว่างไสวนั้น อ่า รู้สึกแสบตาชะมัด เด็กหนุ่มหันหลังให้รอยยิ้มเจิดจ้านั้นก่อนส่งคำถาม

 

เราจะไปกินอะไรกันดี

 

นายเป็นคนชวน งั้นนายก็เลือกกูซึลไม่มีปัญหากับเรื่องการกิน ขอแค่มันอร่อยอะไรเขาก็กินได้ทั้งนั้น

 

งั้นซื้อรามยอนไปนั่งกินริมแม่น้ำฮันดีไหม เราโดดฝึกเต้นวันหนึ่ง

 

เอางั้นก็ได้ ไม่ได้ไปนั่งเล่นที่นั่นนานแล้วเหมือนกันกูซึลเห็นด้วยกับความคิดของจงยอน

 

ตอนแรกที่นายเข้ามาใหม่ ๆ นายชอบชวนจุนกอลฮยองไปนั่งเล่นนี่ แต่ช่วงเกือบปีที่ผ่านมานี้ฉันยังไม่เห็นว่านายไปกันเลย เอ หรือไปแต่ฉันไม่เห็นนะจงยอนพูดอย่างสงสัย

 

กูซึลไม่ได้ตอบอะไรจงยอนอีกเพียงแค่เดินเงียบ ๆ ตามหลังไปเท่านั้น ในใจก็คิดว่าเป็นจริงอย่างที่เพื่อนพูด ตั้งแต่เขาย้อนเวลากลับมาเขายังไม่เคยชวนจุนกอลไปนั่งเล่นริมแม่น้ำฮันอย่างที่เขาเคยชอบทำบ่อย ๆ ในตอนแรกเริ่มรู้จักกันเลย และเขาก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าทำไมถึงได้เป็นอย่างนั้น

 

“นายเอารสอะไร” จงยอนถามเมื่อพวกเขาทั้งคู่เดินมาถึงชั้นวางของที่มีรามยอนหลากหลายรสชาติวางอยู่

 

“ฉันอยากลองรสกิมจิ” พูดพร้อมกับเอื้อมมือไปหยิมถ้วยกระดาษที่ข้างในมีรามยอนรสที่เขาต้องการอยู่ออกมาจากชั้นวาง

 

“ฉันเอาด้วย” จงยอนก็คิดไม่ออกว่าตัวเองอยากกินรสอะไรเลยตัดสินใจเลือกรสชาติเดียวกับเพื่อน

 

“เอาไปจ่ายเงินก่อนแล้วค่อยมาใส่น้ำร้อนกันเถอะ” กูซึลพูดไปเดินไป

 

“นายไม่ซื้ออะไรเพิ่มเหรอ แค่รามยอนถ้วยเดียวนายอิ่มหรือไง” จงยอนที่เห็นว่าคนที่มากับเขาจะไปจ่ายเงินแล้วก็ร้องถามอย่างสงสัย กิตศัพท์เรื่องความกินเก่งของกูซึลเป็นที่เล่าลือกันในบรรดาเด็กฝึกหัดและคนอื่น ๆ ในค่าย เขาก็เป็นอีกคนหนึ่งที่รู้ชัดว่าสิ่งที่เขาพูดกันนั้นเป็นเรื่องจริงจากการที่เคยไปทานอารด้วยกันมาจึงทำให้อดแปลกใจไม่ได้ว่ามื้อนี้กูซึลจะกินรามยอนเพียงถ้วยเดียวจริง ๆ น่ะหรือ

 

“เออใช่ ลืมเลยว่าจะซื้ออย่างอื่นไปกินด้วย งั้นฝากนายจ่ายเงินค่ารามยอนแล้วเอาไปใส่น้ำร้อนให้ฉันหน่อย เดี๋ยวฉันไปหาซื้อของกินเพิ่มก่อน นายจะเอาอะไรเพิ่มด้วยไหม” กูซึลที่นึกขึ้นได้ว่ารามยอนถ้วยเดียวคงไม่พอพยาธิในกระเพาะของเขาจึงได้ยัดถ้วยรามยอนในมือส่งให้เพื่อนพร้อมสั่งการยืดยาว

 

“ฝากหยิบไข่ลวกให้ฟองหนึ่ง”

 

“อ่า โอเค ๆ เสร็จแล้วนายไปหาที่นั่งเลยก็ได้นะเดี๋ยวฉันตามไป” เมื่อพูดเสร็จก็เริ่มเดินไปทางชั้นวางอาหารอีกรอบเพื่อหาของกินที่เขาต้องการหรือดูว่ามีอะไรน่าสนใจบ้างโดยไม่ลืมหยิบสิ่งที่เพื่อนฝากซื้อลงในตะกร้าที่ตัวเองถือไว้ก่อนเป็นอันดับแรก

 

 

 

“โห นี่นายเหมามาหมดหรือยัง” จงยอนที่รู้ว่าเพื่อนเทรนนีคนนี้กินเก่งขนาดไหนก็ยังอดร้องออกมาไม่ได้เมื่อเห็นถุงอาหารที่เพื่อนถือมา

 

“นายก็เวอร์ แล้วฉันก็ไม่ได้ซื้อมากินคนเดียวด้วย ซื้อมาแบ่งกับนายต่างหาก” กูซึลพูดพลางนั่งลงข้าง ๆ คนที่นั่งอยู่ก่อนแล้ว

 

“ฉันจำได้ว่าฝากซื้อไข่ลวกฟองเดียว”

 

“กินแค่นั้นมันจะไปอิ่มได้ไง เพราะนายกินแค่นั้นไงนายถึงไม่โตสักที” ดูท่าคนพูดคงจะลืมไปแล้วว่าตัวเองก็มีขนาดตัวไม่ต่างจากเขาเท่าไร สูงกว่าเขาไม่ถึงห้าเซนติเมตรมีสิทธิ์พูดอะไรแบบนี้ด้วยเหรอ

 

“นายก็สูงพอ ๆ กับฉันนั่นแหละ”

 

“ฉันสูงกว่านายนะ ตอนนี้ฉันสูงร้อยเจ็ดสิบแล้ว นายล่ะถึงหรือยัง”

 

“ร้อยหกสิบเจ็ด น้อยกว่านายแค่สามเซนติเมตรเองน่า” จงยอนรู้สึกไม่อยากพูดถึงเรื่องส่วนสูงเท่าไร ผู้ชายอายุสิบหกแต่สูงไม่ถึงร้อยเจ็ดสิบนี่เป็นเรื่องน่าเศร้านะสำหรับเขา

 

“ตั้งสามเซนติเมตรต่างหาก” กูซึลไม่ยอมอ่อนข้อในเรื่องนี้ มีน้อยครั้งนักที่เขาจะพูดได้เต็มปากเต็มคำว่าเขาสูง ก็คนที่อยู่กับเขาเกือบจะตลอดเวลาอย่างอีกสามคนนั้นสูงนำหน้าเขาไปตั้งเท่าไรแล้ว ซังซูที่อายุน้อยกว่าเขาสองเดือนยังสูงกว่าเขาเป็นสิบเซนฯ อย่างนี้จะไม่ให้เขารู้สึกแย่ได้อย่างไร

 

“เลิกพูดแล้วกินกันเถอะ รามยอนเส้นจะอืดหมดแล้ว”

 

“หึ ๆ” กูซึลหัวเราะกับท่าทีของเพื่อนที่เฉไฉไปหยิบของกินขึ้นมากินแทน แม้เขาและคนข้าง ๆ จะอายุเท่ากันแต่เป็นเพราะชีวิตที่แล้วเขามีอายุถึงยี่สิบเจ็ดปีแล้วทำให้ในตอนนี้เขาอดรู้สึกว่าเขาแก่กว่าและมีความเอ็นดูอีกฝ่ายไม่ได้

 

“นายโอเคใช่ไหม” หลังจากที่ต่างคนต่างนิ่งเงียบแล้วกินอาหารของตัวเอง จงยอนก็อดถามขึ้นมาไม่ได้ ความจริงเขาก็ลังเลว่าจะถามดีไหมด้วยกลัวว่าถามไปแล้วจะเป็นการทำให้เพื่อนคิดมากกว่าเดิมหรือไม่ แต่พอลองสังเกตท่าทีของคนที่นั่งข้าง ๆ แล้วเขาก็ไม่ได้รู้สึกว่ากูซึลจะคิดมากอย่างที่คนอื่น ๆ คิดกัน

 

“โอเคสิ ไม่มีอะไรที่ต้องไม่โอเคเลย” กูซึลยิ้มไปพูดไปสายตาก็มองไม่หลบเพื่อให้คนถามรู้ว่าเขาโอเคจริง ๆ

 

คำถามนี้หากถามเมื่อชีวิตที่แล้วของเขาคำตอบที่เขาจะมีให้อีกฝ่ายก็ไม่มีทางผิดพลาดไปจากนี้แต่ความรู้สึกยามตอบอาจจะต่างกันไปนิดหน่อย ตอนนั้นเขาจำได้ว่าหลังจากที่เขาได้ยินข่าวลือความรู้สึกเขาเป็นเช่นไร ทั้งยินดีด้วย ทั้งดีใจด้วย ทั้งอิจฉา ทั้งเสียใจและยังท้อ ๆ จนเกือบจะหมดกำลังใจที่จะฝึกต่อ ความรู้สึกเหล่านั้นมันตีกันจนพุ่งพล่านอยู่ในอก แต่ตอนนี้เขาไม่มีความรู้สึกพวกนั้นหลงเหลืออยู่เลย อาจเป็นเพราะเขารู้อยู่แล้วว่าอะไรจะเกิดขึ้นเขาจึงได้ไม่รู้สึกเป็นกังวล

 

ที่จริงหลังจากเขาย้อนเวลากลับมาก็มีหลายสิ่งที่เขารู้สึกว่ามันเปลี่ยนไปจากชีวิตที่แล้วของเขาพอสมควร ส่วนหนึ่งอาจจะมาจากการกระทำของเขา แต่ไม่ว่าอย่างอื่นจะเปลี่ยนไปอย่างไรแต่เหตุการณ์สำคัญก็ยังเกิดขึ้นเหมือนเดิม อย่างเช่นช่วงเวลาที่เกิดข่าวลือเรื่องการเดบิวท์ไอดอลกลุ่มใหม่ของค่ายนี่ไง 

 

“นายโอเคก็ดีแล้ว ไม่เป็นไรหรอก ถ้านายไม่ได้เดบิวท์พร้อมสามคนนั้นไว้นายเดบิวท์พร้อมฉันก็ได้ ดีไหม” เมื่อเห็นว่าคนข้าง ๆ ไม่ได้คิดมากเรื่องข่าวลือที่เป็นที่พูดถึงอย่างหนาหูในช่วงนี้จงยอนก็โล่งใจ

 

“ได้เดบิวท์พร้อมเพื่อนฉันยินดีอยู่แล้ว” แต่ก็อย่างที่เขาเคยผ่านมา จงยอนเดบิวท์หลังเขาเกือบเจ็ดปี

 

จงยอนเผยรอยยิ้มกว่างจนเห็นฟันสวยแทบจะครบทั้งปากทันทีที่ได้ยินคำพูดเช่นนั้น ทั้ง ๆ ที่เขาควรจะเสียใจไปกับกูซึลหากอีกฝ่ายไม่ได้เดบิวท์พร้อมเพื่อนอีกสามคนที่เหลือของเจ้าตัว แต่เขากลับดีใจเมื่อนึกถึงว่าในอนาคตเขาทั้งสองจะได้เดบิวท์ร่วมกันและได้ยืนอยู่บนสเตจเดียวกัน แค่คิดเขาก็มีความสุขแล้ว

 

“เรากลับกันเถอะ นี่ใกล้จะมืดแล้ว” เมื่อมองเห็นท้องฟ้าเริ่มจะเปลี่ยนสีกูซึลก็ตัดสินใจชวนเพื่อนกลับตึกเทรนนี ความจริงพวกเขาทั้งคู่ไม่ได้รับอนุญาตให้ออกมาข้างนอกเพียงลำพังเพราะอายุยังน้อยอยู่ หากจะออกมาต้องมีคนที่อายุมากกว่าออกมาเป็นเพื่อน แต่พวกเขาทั้งคู่ก็ยังชอบแอบออกมากันเองบ่อย ๆ โดยไม่มีใครตามดูแล

 

“อืม กลับกันเถอะ ไว้วันหลังเรามาด้วยกันใหม่นะ” จงยอนพูดชวนเสียงสดใส แต่เจ้าตัวคงไม่รู้ว่านี่เป็นครั้งสุดท้ายแล้วที่เขาทั้งคู่จะได้ออกมานั่งเล่นที่ริมแม่น้ำฮันด้วยกันในฐานะเทรนนี

 

“อื้ม ไว้ถ้ามีโอกาส”

 

 

 

 

“นายหายไปไหนมา” ทันทีที่กูซึลเปิดประตูห้องฝึกซ้อมห้องประจำของพวกเขาเข้าไปคำถามก็ถูกส่งมาทันทีจากพี่ชายคนรองในตอนนี้

 

“ไม่นั่งเล่นที่ริมแม่น้ำฮันมาครับ” ตอบคำถามส่วนสายตาก็กวาดมองเห็นพี่ใหญ่และน้องเล็กนั่งกอดอกจ้องมองมาที่เขานิ่งเงียบ เห็นแบบนั้นก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกกดดันอยู่บ้าง

 

“ไปกับใคร แล้วจะไปไหนทำไมไม่บอก พวกฉันกลับมาไม่เห็นนายก็เป็นห่วงสิ นั่งรออยู่ตั้งหลายชั่วโมงโทรหาก็ไม่ติด”

 

“เอ อ่อ โทรศัพท์แบตหมดน่ะครับ” เมื่อได้ยินที่พี่ชายคนสนิทพูด กูซึลก็ล้วงมือไปในกระเป๋ากางเกงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูพบว่าเครื่องดับไปแล้ว

 

“ผมไปกับจงยอนน่ะ ที่ไม่บอกพวกฮยองเพราะเห็นว่าไปคุยกับพีดีนิมอยู่ผมก็ไม่กล้ารบกวน” ความจริงคือเขาลืม หากกลัวรบกวนจริง ๆ เพียงแค่ส่งข้อความทิ้งไว้ก็ได้ และดูเหมือนอีกสามคนที่ได้ฟังคำตอบเขาก็คงจะรู้เหตุผลที่แท้จริงในสมองของเขาถึงได้หรี่ตามองมาแบบนั้น

 

จุนกอล วังซอง และซังซูคิดว่าพวกเขาอยู่กับกูซึลมานานพอสมควรจนรู้ว่าอะไรเป็นอะไร ในใจของทั้งสามคนมีคำพูดอีกเป็นร้อยเป็นพันคำที่อยากจะพูดดุอีกฝ่ายออกไป แต่เพราะนึกไปถึงเรื่องที่กำลังเป็นที่พูดถึงอยู่ในขณะนี้เขาก็ได้แต่กลืนคำพูดพวกนั้นลงคอไป ในเวลาแบบนี้กูซึลน่าจะคิดมากพออยู่แล้ว หากเจ้าตัวอยากจะปลดปล่อยความเครียดออกไปพักผ่อนสมอง สูดอากาศบริสุทธิ์ข้างนอกบ้างเขาก็เห็นว่าดี

 

วังซองรู้สึกเป็นห่วงคนที่พวกเขาปล่อยทิ้งไว้ห้องซ้อมคนเดียวเมื่อกลับเข้ามาแล้วไม่เห็นคนที่ร่วมฝึกด้วยกันมาเป็นปีอยู่ในห้อง ตอนแรกคิดเพียงว่าอีกคนคงไปเข้าห้องน้ำ แต่เมื่อเวลาผ่านไปกูซึลก็ยังไม่กลับเข้ามาพวกเขาก็รู้แล้วว่าเจ้าตัวออกไปข้างนอกแน่นอน พยายามโทรหาแต่ก็โทรไม่ติด คิดจะไปเดินตามหาจุนกอลก็รั้งไว้บอกว่าให้รอต่ออีกนิด เขายังไม่ทันตัดสินใจคนที่ทำให้เขาร้อนใจก็เปิดประตูเข้ามาเสียก่อน

 

“เอ่อ พวกฮยองกลับมานานแล้วเหรอ” เมื่อเห็นว่าอีกสามคนยังคงมองมานิ่งกูซึลก็ส่งเสียงถามออกไปเพื่อไม่ให้รู้สึกว่าห้องมันเงียบเกิน

 

“สองชั่วโมง” ซังซูเป็นคนตอบคำถามของเขา สองชั่วโมง ก็คงจะหลังจากที่เขาออกไปกับจงยอนไม่นาน

 

“อ่อ ขอโทษนะที่ทำให้เป็นห่วงกัน”

 

“คราวนี้จะยกโทษให้ แต่คราวหน้าอย่าทำแบบนี้อีกแล้วกัน” วังซองพูดเสียงเข้ม

 

“ครับ” กูซึลตอบรับเสียงหนักแน่น เขารู้ดีว่าวังซองแม้ภายนอกจะร่าเริง บ้าบอ ๆ แต่บทที่จะจริงจังขึ้นมาก็ไม่แพ้ใคร

 

“นาย กินอะไรมาแล้วหรือยัง” นี่เป็นประโยคแรกของพี่ใหญ่หลังจากที่เขากลับเข้าห้องฝึกมา

 

“กินมาแล้วครับ แต่ถ้าฮยองจะเลี้ยงผมยังกินได้อีกนะ” กูซึลตอบเสียงทะเล้น

 

“นายต่างหากควรที่จะเลี้ยงพวกเรา ไถ่โทษที่ทำให้เป็นห่วง” ซังซูสวนขึ้นมาทันทีที่กูซึลพูดจบ

 

“โอ๊ย รู้สึกอิ่มจนกินอะไรไม่ไหวแล้ว”

 

“นายนี่มันเกินบรรยายจริง ๆ ไปเถอะ ฉันเลี้ยงเอง” จุนกอลส่ายหน้าทันทีเมื่อเห็นการกระทำของคนที่เพิ่งกลับเข้ามา ให้ตาย หมอนี่ทำไมขี้งกนักทั้ง ๆ ที่บ้านก็ออกจะรวย แต่ช่างเถอะ เขาเลี้ยงเองก็ได้ ให้เลี้ยงทั้งชีวิตก็ยังได้

 

“ต้องแบบนี้สิ ฮยองนี่ใจดีสุด ๆ ไปเลย ว่าแต่เราจะกินอะไรดี เนื้อย่างไหม” เมื่อเห็นว่ามีเจ้ามือแล้วคนที่เพิ่งพูดว่าอิ่มไปเมื่อครู่นี้ก็ออกอาการทันที

 

“ไหนนายว่าอิ่มแล้วไง อิ่มแล้วก็เฝ้าห้องอยู่ที่นี่แหละ” วังซองพูดแหย่ไม่จริงจัง

 

“อยู่ดี ๆ ก็รู้สึกหิวขึ้นมา สงสัยกระเพาะผมจะมีที่ว่างเผื่อไว้สำหรับของฟรีล่ะมั้ง” คนโดนแหย่ก็ตอบโต้กลับอย่างทันควัน

 

“งั้นเหรอ มีที่ว่างสำหรับของฟรีงั้นลองกินกำปั้นฉันหน่อยดีไหม มีที่ว่างพอหรือเปล่า” สุดแสนจะหมั่นไส้ท่าทางทลึ่งทะเล้นของน้องจนอดไม่ได้ที่จะคว้าตัวมากอดคอไว้แน่น ๆ มืออีกข้างที่ว่างก็กำเข้าหากันเป็นกำปั้นไปขยี้บนศีรษะทุย ๆ นั่นจนผมสีน้ำตาลธรรมชาติของคนในอ้อมแขนนั้นยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง

 

“พอแล้ว ๆ ผมยุ่งหมดแล้วเนี่ย” คนโดนแกล้งดิ้นไปมา

 

“พอได้แล้ววังซอง รีบไปกินจะได้รีบกลับมาฝึกกันต่อ” จุนกอลพูดขึ้นเมื่อเห็นคนที่มาจากแคนนาดาไม่ยอมปล่อยอ้อมแขนออกจากคนตัวเล็กนั่นสักที พูดจบก็ไม่รอดูว่าอีกฝ่ายทำตามหรือเปล่าเดินเปิดประตูออกจากห้องไปทันทีเลย

 

“ฉันยืนยันคำเดิมนะ บางทีฮยองเขาก็รีบเกินไป” ปล่อยแขนออกจากคอที่ตัวเองล็อคไว้ก่อนที่จะพูดให้น้องทั้งสองฟัง ส่วนคนที่ได้ยินที่พี่พูดก็ได้แต่หัวเราะคิกคักอย่างเห็นด้วย

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.361K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,676 ความคิดเห็น

  1. #1647 maenonten1001 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 02:57
    กูผู้ไม่ได้ติ่งค่ายลุงผักเลย เเต่สงสารจงยอลอะเสทือนใจตรงประโยคว่า นี่เป็นครั้งสุดท้ายที่ได้มาด้วยในฐานะเทรนนี่อะ เจ็บจึกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #1,647
    0
  2. #1646 JINXASIN (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 08:39
    เลี้ยงทั้งชีวิตยังได้...หืมมม
    #1,646
    0
  3. #1629 benzsu best (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 18:23
    โฮ จงยอนคือบังชานอ่ะ จึกๆเลย

    พี่เขาไม่ได้รีบ พี่เขาหวง เชื่อเรา เราเคยชิปมาแล้ว
    #1,629
    0
  4. #1614 BAMBsiever (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 มกราคม 2563 / 00:10
    จงยอนในหัวคือบังชานอะ;-;
    #1,614
    0
  5. #1549 y_pps (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มกราคม 2562 / 18:40
    ไมอ่านแล้วนึกถึงกัซเลย...
    #1,549
    0
  6. #1477 MitsukiCarto (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 / 08:55
    เฮ้ยๆ คุณพี่ใหญ่หลุดออกมาแล้วนะว่าจะเลี้ยงทั้งชีวิต~
    #1,477
    0
  7. #736 Xialyu (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2561 / 22:07
    แอบสงสารจงยอน
    #736
    0
  8. #494 ainee9397 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 มีนาคม 2561 / 05:54
    จงยอนนี้ คือชานใช่ป่ะ
    #494
    1
    • #494-1 E_moji(จากตอนที่ 6)
      7 ตุลาคม 2561 / 09:38
      เราก็คิดเหมือนกัน
      #494-1
  9. #396 [ May! Nie! Mo! ] (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:19
    ฮืออออ เหมือนจงยอนมีความหวัง สงสารอีกละ
    #396
    0
  10. #49 Notty Kero (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มกราคม 2561 / 07:21
    งื่อออออออ น้องจะได้เดก้จริงแต่ตอนนี้รู้สึกหน่วงๆ
    #49
    0
  11. #21 PaPa (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 22:09
    รอออออออ

    สู้นะคะ อัพต่อเร็วๆนะ
    #21
    0
  12. #20 PaPa (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 22:09
    รอออออออ

    สู้นะคะ อัพต่อเร็วๆนะ
    #20
    0