ย้อนเวลาเริ่มรัก

ตอนที่ 5 : ตอนที่ 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17,908
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,395 ครั้ง
    11 ต.ค. 61

จุนกอล (พี่ใหญ่ แรปไลน์ อเมริกา)

ฮีวอน (ลีดเดอร์)

วังซอง (แรปไลน์ พี่รอง แคนนาดา)

โอซอง (เจ้าชายของวง)

อินซา (เสียงร้องของวง)

กูซึล (รองมังเน่ รองน้องเล็ก)

ซังซู (มังเน่ น้องเล็ก)

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

“ตกลงเอาตามนี้นะ” เสียงของพี่ใหญ่สรุปออกมาเมื่อพวกเขาตกลงกันได้แล้วว่าจะทำโชว์รูปแบบไหนออกมา

 

“ครับ” สามเสียงของคนที่เหลือประสานตอบรับกันอย่างพร้อมเพียง

 

หลังจากคราวที่แล้วพวกเขามีมติให้แต่ละคนไปแต่งเพลงกันมาคนละเพลงสองเพลงเพื่อนำมาเลือกใช้ในการโชว์เคสประเมินประจำปี วันนี้ก็ถึงกำหนดการที่พวกเขาตกลงกันแล้วว่าจะนำเพลงมาช่วยกันเลือกแล้วผลปรากฏว่าพวกเขาตกลงกันว่าใช้เพลงสี่เพลงมามิกซ์รวมกันและแต่ละเพลงที่ใช้นั้นมาจากสมาชิกทั้งสี่คนเลย นั่นหมายความว่าเพลงที่แต่ละคนแต่งมานั้นมีหนึ่งเพลงที่ถูกเลือกออกมา นี่เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจอยู่บ้างสำหรับคนที่ย้อนเวลากลับมา แต่คิดอีกทีหนึ่งก็ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมายอะไร เมื่อเขารู้ดีอยู่แล้วว่าคนที่เป็นพี่เป็นเพื่อนเขานี่มีความสามารถมากแค่ไหน

 

“เรามาลองมิกซ์เพลงกันก่อนดีไหม ผมตื่นเต้นจัง” ซังซูพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นอย่างที่ตัวเองว่าจริงๆ เขาค่อนข้างที่จะคาดหวังกับงานในครั้งนี้พอสมควรและนี่เป็นครั้งแรกจริง ๆ ที่เขาคิดว่าเพลงของเขาดีพอที่จะนำโชว์ต่อหน้าคนนับร้อยได้อย่างไม่ต้องวิตกกังวล

 

“เอาสิ” จุนกอลพูดพร้อมเดินนำหน้าไปยังห้องที่พวกเขาจะไปขอใช้ในการทำเพลง

 

 

 

“เป็นไงบ้าง พวกนายอยากแก้ตรงไหนอีกไหม” จุนกอลถามขึ้นมาหลังจากที่พวกเขาปรับแก้เพลงกันอยู่นานแล้ว

 

“ผมพอใจกับแบบนี้แล้วนะครับ” ซังซูบอกความคิดเห็นของตัวเอง เขาค่อนข้าจะพอใจ ไม่สิ รักเลยแหละกับผลงานชิ้นนี้

 

“ผมด้วย ๆ ผมว่านี่มันดีสุด ๆ แล้วนะ ไม่น่าเชื่อเลยว่าเราจะสามารถทำเพลงเจ๋ง ๆ แบบนี้ออกมาได้” วังซองพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจและรอยยิ้มที่แตะแต้มอยู่เต็มใบหน้า

 

“แล้วนายล่ะกูซึล” หันไปถามคนที่ยังไม่ได้ตอบคำถามเขาอีกคนหนึ่ง

 

“ผมก็พอใจแล้วครับ” กูซึลตอบพร้อมพยักหน้ายืนยัน

 

“งั้นก็ตามนี้ แล้วเราลองซ้อมร้องกันดูสักรอบดีไหม”จุนกอลตั้งคำถามขึ้นมาใหม่ ระหว่างที่พวกเขาช่วยกันปรับแก้เพลงอยู่นั้นก็ได้มีการแบ่งพาทของแต่ละคนไปพร้อม ๆ กัน ดังนั้นคีย์ของเพลงค่อนข้างจะตรงกับเสียงของแต่ละคนได้อย่างลงตัว

 

“ลองดูสักรอบก็ดีนะครับ” ซังซูพูดเห็นด้วยเสียงใส เขาอยากจะฟังแบบเต็ม ๆ แล้วว่าเมื่อพวกเขาร้องกันจะเป็นอย่างไรบ้าง

 

“ผมยังไงก็ได้อยู่แล้ว” พูดพลางหันไปมองหน้าน้องรัก

 

“เรายังไม่ได้กินอะไรกันมาตั้งแต่เช้า นี่ก็จะเย็นแล้ว ไปหาอะไรกินกันก่อนแล้วค่อยกลับมาซ้อมกันดีไหม” แม้ใจเขาอยากจะอยู่ซ้อมมากขนาดไหนแต่กระเพาะเขาตอนนี้มันก็ประท้วงไม่หยุดพอกัน เขาหิวข้าว

 

“เออใช่ เรายังไม่ได้กินอะไรกันตั้งแต่เช้าเลยนี่นา พอได้ยินนายพูดแบบนี้ฉันก็หิวขึ้นมาทันทีเลย” วังซองพูดเสียงกลั้วหัวเราะ พวกเขามัวแต่ตื่นเต้นอยู่กับการทำเพลงจนลืมเรื่องกินไปเลยทั้ง ๆ ที่ปกติแล้วพวกเขาสี่คนนี่เรื่องกินเรื่องใหญ่เลยนะ แม้ว่าส่วนใหญ่เขาจะเลือกกินแต่อาหารควบคุมน้ำหนักและกล้ามเนื้อก็เถอะ

 

“สั่งมากินไหม” จุนกอลเสนอความคิดเห็นขึ้นมา

 

“ความคิดดีสุด ๆ ไปเลยฮยอง” ซังซูเห็นด้วยกับพี่ใหญ่ เอาตรง ๆ ตอนนี้เขาก็หิว หิวสุดเลยด้วยแต่ก็แอบขี้เกียจออกไปข้างนอกด้วยเช่นกัน ดังนั้นอาหารเดลิเวอรี่ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเขาในเวลานี้

 

“งั้นนายโทรสั่งด้วยแล้วกัน เลือกอะไรที่กินกันได้ทั้งสี่คน” โยนภาระหน้าที่ในการสั่งอาหารให้คนที่เกิดและโตที่นี่เป็นผู้ดำเนินการต่อ

 

“โอเคครับ”

 

 

 

 

 

“อะไร” จุนกอลเหลือบตามองคนที่ส่งธนบัตรหลายใบให้เขา

 

“ค่าอาหารมื้อนี้ไงครับ ผมช่วยออก” กูซึลอธิบายการกระทำของเขาให้อีกคนเข้าใจ เมื่อสักครู่อาหารที่ซังซูสั่งไปสำหรับพวกเขาเพิ่งมาส่งและพี่ใหญ่ผู้มาจากอเมริกาเป็นคนจ่ายด้วยบัตรแบล็คการ์ดไปเสียก่อน เขาจึงได้เอาเงินสดมาคืนให้ในส่วนของเขา

 

“ไม่ต้องหรอก มื้อนี้ฉันเลี้ยงเอง” จุนกอลหรี่ตามองคนที่เอาเงินมาคืนเขาอยู่เพียงครู่หนึ่งก่อนที่จะบอกปัดออกไปและไม่เปิดโอกาสให้น้องเกือบเล็กได้เถียงอะไรเพราะเขาหันมาสนใจกับอาหารในส่วนของเขาเสียแล้ว

 

ส่วนคนที่อยากจะช่วยจ่ายนั้นเมื่อเห็นการกระทำของคนเป็นพี่ก็พอจะรู้แล้วว่าจุนกอลไม่เอาเงินจากเขาแน่ ๆ ก็ยักไหล่ยอมแพ้ไม่ดึงดัน ดีเสียอีก ของฟรี อิ่มจังตังอยู่ครบนี่เขาชอบนัก

 

 

 

 

“เฮ้ออิ่ม” วังซองพูดพลางลูบท้องของตัวเองไปมาเบา ๆ เป็นการยืนยันว่าเขาอิ่มจริง ๆ

 

“ไหนว่ามื้อเย็นจะทานไม่เยอะไงฮยองแล้วนี่อะไร ฮยองทานเยอะสุดเลยแถมยังมาแย่งส่วนของผมอีกด้วย” ซังซูพูดพร้อมชี้ไปที่เศษซากกองบรรจุภัณฑ์อาหารของวังซอง

 

“ก็มันรวมส่วนของมื้อเช้ากับมื้อกลางวันเข้าไปด้วยไง” วังซองเถียงกลับอย่างไม่ยอมแพ้แม้ในใจเขาจะหลั่งน้ำตาให้กับการเผลอเรอตามใจปากและกระเพาะของตัวเองจนต้องคำนวณว่าเขาต้องซิทอัพดันพื้นกี่ครั้งถึงจะขจัดพลังงานส่วนเกินที่รับเข้ามานี้ออกไปได้หมด

 

“เฮอะ ๆ”

 

“นั่งย่อยสักสิบนาทีแล้วเรามาซ้อมกันเถอะ” กูซึลพูดขึ้นมาบ้าง

 

“ได้” ซังซูพูดตอบรับส่วนอีกสองคนที่เหลือเพียงแค่พยักหน้าเอาเท่านั้น

 

 

 

“ซังซู นายเน้นเสียงตรงคำนี้อีกหน่อย แล้วก็ตอนท่อนนั้นฉันว่าถ้านายร้องด้วยเสียงที่สูงขึ้นมาอีกนิดมันน่าจะดีนะ” เมื่อพวกเขาร้องกันเสร็จไปแล้วหนึ่งรอบก็มานั่งช่วยกันวิจารณ์

 

“ฉันเห็นด้วย วังซองท่อนของนายก็เหมือนกัน ฉันว่าน่าจะลองให้เสียงต่ำลงกว่านี้อีกคีย์หนึ่งนะ นายไหวหรือเปล่า” จุนกอลพูดเสริม

 

“ผมก็คิดเหมือนกันกับฮยองเดี๋ยวซ้อมรอบใหม่ผมจะลองปรับดู แต่ของฮยองกับกูซึลผมไม่มีคอมเมนต์นะ ผมคิดว่ามันดีอยู่แล้ว”

 

“ผมก็ไม่มี” ซังซูพูดขึ้นบ้าง

 

“นายล่ะ มีส่วนไหนที่อยากให้ฉันแก้บ้างไหม” จุนกอลหันไปถามกูซึล

 

“ของฮยองผมว่าบางคำแค่ฮยองพยายามออกเสียงให้ชัดก็พอแล้วครับ อย่างอื่นดีหมดแล้ว” เรื่องสำเนียงนี่เป็นปัญหากับเด็กที่โตต่างประเทศแบบพวกเขาเป็นอย่างมาก ในชีวิตที่แล้วเขาต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะสามารถพูดด้วยสำเนียงเจ้าของภาษาได้ทั้ง ๆ ที่เขาก็มีเชื้อเกาหลีอยู่ส่วนหนึ่งในร่างกาย แต่พอมาตอนนี้ปัญหานี้ของเขาได้หมดไปแล้วเหลือเพียงเสียงที่ยังไม่แตกเนื้อเสียงดีของเขาเท่านั้นที่พอจะสร้างปัญหาอยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้มากมายอะไรนักเมื่อเขาใช้เทคนิคการออกเสียงจากชีวิตที่แล้วเข้าช่วย

 

“อืม” จุนกอลรับคำในลำคอ

 

“เอาล่ะ เรามาลองกันอีกรอบเถอะครับ” เมื่อเห็นว่าไม่มีใครจะวิจารณ์อะไรต่อแล้ว ซังซูเลยเอ่ยชวนคนที่เหลือซ้อมอีกรอบอย่างร่าเริง

 

“ไม่ ไม่ใช่แค่อีกรอบ ฉันจะร้องให้เสียงแหบแห้งไปเลย” วังซอง

 

“หึ เก็บเสียงไว้ซ้อมวันหลังด้วยก็ได้ครับฮยอง”

 

“อ่า โอเค ๆ ถ้ากูซึลน้องรักของฮยองว่าอย่างนั้น ฮยองก็จะทำตาม”ไม่พูดเปล่าอ้อมแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามอย่างนักกีฬาคว้าคอน้องมาล็อคกอด

 

“เลิกเล่นแล้วมาซ้อมต่อได้แล้ว ถ้าร้องลงตัวแล้วจะได้คิดท่าเต้นต่อ” จุนกอลดึงคนตัวเล็กที่สุดในกลุ่มออกมาจากแขนล่ำสันนั้นด้วยกลัวว่าจะขาดหายใจตายไปเสียก่อน รัดคอเสียแรง วังซองนี่เล่นอะไรรุนแรงจริง กูซึลก็ด้วยทำไมไม่รู้จักขัดขืนยืนนิ่งให้เขากอด เอ่อ ล็อคคอทำไม

 

“ครับ ๆ”

 

 

 

 

 

“เฮ้อ โคตรตื่นเต้นเลย ก่อนจะขึ้นเวทีนี่ผมภาวนาในใจเลยว่าอย่าให้พลาด ๆ ไม่คิดว่าตัวเอง ไม่สิ พวกเราทุกคนจะไม่พลาดเลยจริง ๆ” ซังซูพูดด้วยน้ำเสียงที่มีทั้งความยินดี ดีใจและโล่งอกที่ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี

 

วันนี้พวกเขามีภารกิจสำคัญที่ต้องทำและเพิ่งจะทำเสร็จไปนั่นก็คือการโชว์เคสเพื่อรับการประเมินประจำปี ทีมของพวกเขาเพิ่งทำการแสดงไปเมื่อครู่นี้แล้วยังได้รับคำชมมาอย่างท่วมท้นจากคนที่มีสิทธ์ตัดสินว่าพวกเขาจะได้ออกไปอยู่ท่ามกลางแสงไฟและหน้ากล้องภายใต้สังกัดค่ายนี้หรือไม่

 

“นายยังจะกลัวอะไร ที่ผ่านมาสองเดือนเราซ้อมกันแทบจะไม่ได้หลับไม่ได้นอนเลยด้วยซ้ำ และถึงพลาดมาฉันว่าเราก็ไม่น่าจะต้องเสียใจอะไรในเมื่อเราทำดีที่สุดแล้ว พวกเราทำเต็มที่แล้ว” กูซึลพูดด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ

 

“ก็จริง แต่จะพูดก็พูดเถอะ แม้ฉันจะมั่นใจในโชว์ครั้งนี้ของพวกเรามากว่ามันจะต้องออกมาดี แต่การที่ได้รับคำชมมากมายจากท่านประธานแล้วก็พีดีนิมแบบนี้ฉันโคตรดีใจ” วังซองพูดกับกูซึล

 

“ทำดีก็ต้องได้คำชมสิ” ประโยคนี้ของจุนกอลแฝงมาพร้อมกับความหมายที่ว่าลองนายทำออกมาได้ไม่ดีสิ โดนวิจารณ์แบบเฉือนเนื้อแล่หนังแน่ ๆ

 

“พวกเราแยกย้ายกันไปหาครอบครัวก่อนเถอะ”

 

“ไปสิ ไปพร้อมกันทั้งหมดนี่แหละ ผมเห็นครอบครัวของพวกเรานั่งอยู่ด้วยกัน” ประโยคแรกซังซูตอบรับคำของเพื่อนสนิทส่วนประโยคหลังหันไปพูดกับฮยองอีกสองคน

 

“อืม”

 

 

 

“อันนยองฮาเซโย ๆๆ ออมม่า อาปา ได้ดูที่ผมแสดงไปใช่ไหม ได้ดูใช่ไหมครับ” ซังซูวิ่งนำหน้าพี่อีกสามคนเข้ามาก่อนจะโค้งตัวทำความเคารพกลุ่มคนที่ยืนอยู่ทั้งหมดหลังจากนั้นจึงได้หันไปพูดกับคนเป็นพ่อเป็นแม่ของตัวเองด้วยน้ำเสียงร่าเริง

 

“สวัสดีค่ะเด็ก ๆ ได้ดูอยู่แล้วลูก เก่งกันทุกคนเลยนะ” คุณนายโอกล่าวรับคำทักทายจากวัยรุ่นหนุ่มสามคนที่เดินตามหลังมาก่อนจะตอบคำถามพร้อมเอยชมลูกชายน้ำเสียงเต็มไปด้วยความภูมิใจ

 

“ขอบคุณครับ” โค้งตัวตอบรับคำชมพร้อมกันทั้งสี่คน

 

“ผอมไปไหมลูก ฝึกหนักมากเลยเหรอ”ภาษาอังกฤษสำเนียงอเมริกันของคุณนายชเวส่งมาถามลูกตัวเองบ้างหลังจากที่กอดลูกแล้วเธอรู้สึกว่าลูกเธอตัวเล็กลงไปเยอะเลย

 

“น้ำหนักลดลงไปบ้างแต่ไม่เยอะหรอกครับ มัมไม่ต้องกังวลนะผมสบายดี” จุนกอลรู้ว่ามารดาเป็นห่วงจึงไม่ได้บอกว่าไม่ต้องเป็นห่วง แต่บอกว่าอย่ากังวลแทน

 

“ถ้าจุนกอลน้ำหนักลดลงเพราะซ้อมหนัก กูซึลหนูไม่ได้ซ้อมหรือลูกทำไมมัมว่าลูกดูกลม ๆ ขึ้นนะ” เมื่อกอดลูกจนพอใจแล้วมาดามลิเบอร์ตันก็พูดหยอกเย้าลูกชายของตนเองบ้าง แต่เรื่องตัวดูกลม ๆขึ้นนี่เธอพูดจริงนะ

 

“มัมอ่า ผมไม่ได้อ้วนขึ้นนะ ใช่ไหมฮะมัม” ตอนแรกงอแงกับคนเป็นแม่ตัวเองก่อนจะหันไปถามหาพวกจากแม่ของจุนกอล

 

“ไม่อ้วนหรอกลูก มัมว่าแบบนี้กำลังน่ารัก” คุณนายชเวยิ้มตอบอย่างใจดี เธอเคยเจอกูซึลมาแล้วสองครั้งจากการมาเยี่ยมลูกชาย เจอกันครั้งแรกเด็กน้อยที่ยังสูงไม่พ้นอกลูกชายเธอก็ทำให้เธอรู้สึกเอ็นดูได้อย่างง่ายไงด้วยความช่างพูด ร่าเริงสดใสและกล้าแสดงออกรวมทั้งรูปร่างหน้าตาที่น่ารักน่าเอ็นดูก็ทำให้เธออยากจะได้มาเป็นลูกอีกคนหนึ่ง

 

“เห็นไหมครับมัม ผมไม่ได้อ้วนสักหน่อย มัมชเวยังชมว่าผมหล่อเลย”

 

“มัมว่าหนูต้องไปแคะหูแล้วล่ะลูก คุณนายชเวเขาบอกว่าหนูน่ารักลูก ไม่ใช่หล่อ ถ้าหล่อ ๆ ต้องพี่จุนกอล พี่วังซองแล้วก็ซังซูนั่นหรอก”

 

“มัม ผมก็เป็นผู้ชายผมก็ต้องหล่อสิ” กูซึลโต้กลับอย่างงอแงโดยที่ไม่รู้ว่าพฤติกรรมแบบนี้แหละที่ทำให้โดนมองว่าน่ารักอยู่เสมอ

 

ตั้งแต่ชีวิตที่แล้วแล้วที่กูซึลพยายามจะบอกใครต่อใครว่าเขาหล่อ หล่อแบบผู้ชายแมน ๆ เขาไม่ชอบให้ใครชมว่าเขาน่ารักเพราะมันดูไม่ซังนัมจาจึงได้พยายามคีพลุคอยู่ตลอดเวลา แต่ยามเผลอเมื่อไรก็เป็นอันแสดงท่าทางน่ารัก ๆ ออกมาให้ทีมแม่ ๆ หวีดกันอย่างไม่รู้ตัว ซึ่งนั่นเป็นธรรมชาติที่แก้ไม่หายของกูซึลที่ยังติดตัวมาตอนนี้ด้วย

 

“เห็นไหมฉันบอกแล้วว่านายน่ะน่ารัก นายไม่ยอมเชื่อฉันเบบี้กูซึล” วังซองที่หลังจากกอดพ่อกับแม่จนพอใจและหายคิดถึงแล้วก็หันมาพูดกับกูซึลบ้าง

 

“พี่เลิกเรียกผมว่าเบบี้เถอะ ผมโตแล้วนะ”

 

“โตที่ไหน นายสูงยังไม่พ้นหูฉันเลย นายน่ะเบบี้ ๆ” วังซองไม่ว่าเปล่าคว้าน้องมายืนใกล้ ๆ ตัวให้เห็นว่าเจ้าตัวยังสูงไม่พ้นหูเขาจริง ๆ

 

“พี่เลิกแกล้งกูซึลเถอะน่า” เมื่อเห็นเพื่อนรักหน้ามุ่ยเพราะถูกล้อซังซูก็อดยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือไม่ได้

 

“ไม่แกล้งกูซึลแต่แกล้งนายแทนได้ใช่ไหม” ปล่อยมือจากน้องรักหันมาขยี้ผมน้องเล็กจนเสียทรงแทน

 

“วังซองเลิกแกล้งน้อง ๆ ได้แล้ว เกรงใจพ่อกับแม่น้องหน่อย” คุณนายพัคดุลูกชายตัวเอง นิสัยขี้แกล้งนี่แก้ไม่หายเลยจริง ๆ

 

“ไม่ต้องเกรงใจหรอกค่ะ เห็นเด็ก ๆ สนิทและรักกันแบบนี้ฉันก็ดีใจ” คุณนายโอพูดขึ้นบ้างหลังจากยืนยิ้มดูเด็ก ๆ หยอกล้อกัน

 

“นั่นสิคะ ตอนแรกฉันยังกลัวว่ากูซึลจะหาเพื่อนไม่ได้ พอมาเห็นแบบนี้ก็เบาใจไปเยอะเลยค่ะ”

 

“ฉันว่าอย่างน้องกูซึลนี่ไม่ต้องกลัวจะหาเพื่อนไม่ได้หรอกนะคะ นิสัยน่ารักน่าเอ็นดูแบบนี้ใครเห็นใครก็ต้องรักค่ะ” คุณนายชเวพูดตามที่เธอรู้สึก กูซึลเป็นเด็กน่ารักกว่าที่เธอคิดไว้มากทีเดียว

 

“เราไปคุยกันที่ร้านอาหารดีกว่าไหม ถึงเวลาทานข้าวแล้วด้วย” คุณชเวพูดขึ้นมาเมื่อเห็นว่าเหล่าแม่ ๆ ดูท่าจะติดลมบนมีเรื่องให้พูดคุยกันเยอะจึงตัดสินใจชวนทุกคนไปทานอาหารร่วมกัน

 

“ฉันยังไงก็ได้ค่ะ คนอื่น ๆ ว่ายังไงคะ” คุณนายชเวตอบผู้เป็นสามีก่อนที่จะหันไปถามความคิดเห็นคนอื่น ๆ บ้าง ด้วยคิดว่าพวกเขาอาจจะอยากใช้เวลาอยู่กันเพียงลำพังตามประสาคนในครอบครัว ส่วนเธอมีกำหนดการอยู่ที่นี่อีกเกือบสิบวันดังนั้นคิดว่าจะใช้เวลาอยู่ด้วยกันหลังจากนี้ก็ยังได้ และดูเหมือนความคิดของคุณนายชเวจะเหมือนแม่ ๆ ของเทรนนีอีกสามคนเมื่อพวกเธอต่างตกลงที่จะไปนั่งทานอาหารร่วมกันเป็นครั้งแรกแม้ว่าจะเคยเจอกันมาแล้วสองครั้งก็ตาม

 

 

 

“กูซึลทานเยอะ ๆ นะลูก จานนี้มัมว่าอร่อยหนูลองดู” ถ้าคนอื่นมาเห็นเหตุการณ์บนโต๊ะอาหารตอนนี้คงจะคิดว่ากูซึลเป็นลูกชายของคุณนายชเวและจุนกอลเป็นเพื่อนลูกชายแทน ก็ดูสิ่งที่เธอทำสิ ดูแลตักอาหารใส่จานข้าวของกูซึลตลอด

 

ไม่ใช่ว่าเธออยากจะดูแลเพื่อนลูกชายดีกว่าลูกชายตัวเอง แต่ใครใช้ให้ท่าทางการกินของกูซึลมันน่ารักขนาดนี้ล่ะ แก้มที่กลมอยู่แล้วดูเหมือนจะพองจนน่ากลัวว่าจะแตกออกมาเมื่อเด็กน้อยของเธอตักอาหารเข้าไปในปากและการกินที่ทำให้รู้สึกว่าอาหารมันอร่อยเสียเหลือเกินนั้นอีกมันทำให้เธอลืมตัวตักอาหารใส่จานกูซึลตลอด

 

“จุนกอลอยากกินมัมตักให้ใหม่ก็ได้ทำไมต้องมาแย่งน้อง” ยังไม่ทันได้วางอาหารที่เธอตักลงในจานกูซึลคุณนายชเวก็ต้องดุลูกชายตัวเองเสียก่อนเมื่อเจ้าตัวยกจานของตัวเองมาตัดหน้าเอาไป

 

“กูซึลแพ้ถั่ว” คำตอบกลับสั้น ๆ ของจุนกอลเรียกสีหน้าตกใจให้กับคนเป็นมารดาได้ดี

 

“จริงหรือ มัมขอโทษนะลูก มัมไม่รู้มาก่อนเลย” เธอพูดขอโทษสีหน้าเคร่งเครียด การแพ้อาหารไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ บางคนอาจจะแพ้หนักถึงขั้นเสียชีวิตได้เลยแม้จะทานไปแค่นิดเดียวก็ตาม

 

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมไม่เคยบอกใคร มัมไม่รู้ไม่ผิดหรอกครับ ไม่ต้องขอโทษผมหรอก” กูซึลส่ายหน้าพลางพูดไม่ให้แม่ของพี่ใหญ่ต้องรู้สึกผิด คนไม่รู้ย่อมไม่ผิด แต่ที่เขาติดใจสงสัยคือเรื่องนี้ ในตอนนี้นอกจากครอบครัวและคนที่ดูและเขามาตั้งแต่เด็กก็ไม่มีใครรู้ และในชีวิตที่แล้วกว่าจุนกอลจะรู้เรื่องก็หลังจากนี้อีกเกือบปีนี่นา แล้วทำไมชีวิตนี้จุนกอลถึงรู้เรื่องนี้ได้ในตอนนี้ทั้ง ๆ ที่เขามั่นใจมากว่ายังไม่ได้บอกเรื่องนี้กับใครเลย

 

“คุณนายชเวไม่ต้องคิดมากหรอกครับ ทานต่อเถอะ” มิสเตอร์ลิเบอร์ตันพูดยืนยันสิ่งที่ลูกชายพูดอีกทีเมื่อเห็นว่าอีกคนยังมีสีหน้ารู้สึกผิดไม่หาย

 

“ค่ะ”

 

 

 

 

 

 

“เด็กกลุ่มสุดท้ายนั่นมีแววที่สุดในตอนนี้เลยนะ” ภายในห้องประชุมขนาดกลางมีกลุ่มคนจำนวนหนึ่งนั่งพูดคุยกันถึงเรื่องการประเมินในวันนี้ซึ่งคนที่พูดประโยคนี้ก็คือ คังอูบิน เป็นหนึ่งในบอร์ดบริหารเป็นผู้ดูแลเรื่องการตลาดและศิลปินในค่าย

 

“ผมเห็นด้วยนะ แต่เสียดายที่หนึ่งในนั้นตัวเล็กไปหน่อย” หยางวอนกีผู้ที่นั่งตำแหน่งประธานค่ายในขณะนี้ออกความคิดเห็นบ้างและผู้ที่อยู่ในประโยคของเขาก็คือคนที่ย้อนเวลากลับมานั่นเอง

 

“เด็กสมัยนี้โตเร็ว อีกทั้งเขามีเชื้อสายยุโรปอยู่ในตัวอีกหน่อยจะสูงขึ้นกว่านี้ได้อีกเยอะ ผมว่าเขาเป็นคนที่มีทักษะดีที่สุดในกลุ่ม ไม่สิ ในบรรดาเด็กฝึกทั้งหมดในตอนนี้เลยนะ”

 

“ถ้านับเฉพาะในกลุ่มสี่คนเขาเข้ามาฝึกเป็นคนแรกเลยครับ” คนที่เป็นครูฝึกพูดออกมา

 

“แต่ฉันจำได้นะว่าพวกเขาก็เข้ามาไล่เลี่ยกัน ห่างกันไม่กี่เดือน มีคนที่อายุน้อยที่สุดน่ะ ซังซูใช่ไหมที่มาหลังเพื่อนนั่นเวลาห่างกันนิดหน่อยแต่ก็ไม่มากจะใช้เวลาเทรนเป็นตัวตัดสินอย่างเดียวไม่ได้ ผมว่านี่เป็นพรสวรรค์ของเจ้าตัวเขาเองด้วย” พรสวรรค์ หากกูซึลมาได้ยินคงจะหลุดหัวเราะออกมาแน่ ๆ ด้วยความคิดที่ว่า พรสวรรค์ พรสวรรค์จริง ๆ ก็ไม่ใช่เพราะคำขอพรในวันเกิดของเขาหรอกหรือที่ทำให้เขาได้ย้อนเวลากลับมาเริ่มต้นใหม่ทั้งหมดอีกครั้ง

 

“เอาเป็นว่าความสามารถของเด็กสี่คนนี้น่าสนใจ จับตาดูพวกเขาไว้เยอะขึ้นอีกหน่อยไม่แน่ว่าในอนาคตอาจจะเป็นวงต่อไปของค่ายเราก็ได้” ประธานค่ายพูดสรุปขึ้นมา ซึ่งคนที่เหลือก็เห็นด้วย ดูเหมือนว่าพวกเขาจะมีเพชรอยู่ในมือและมันก็เริ่มส่องประกายขึ้นอย่างเรื่อย ๆ แม้จะยังไม่ได้รับการเจียระไนจากช่างมือหนึ่งของค่ายก็ตาม

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.395K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,676 ความคิดเห็น

  1. #1652 984363270 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2563 / 17:17
    แงงงงงงงงงงงงงงงนคกถึงตอนกัซแบทเทิลกับYGพวกเค้าก็เป็นกลุ่มอย่างนี้แหละฮือออออออไรท์ติ่งงง
    #1,652
    0
  2. #1628 benzsu best (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 18:13
    เอ๊ะ พี่จุนกอลย้อนมาด้วยกันหรือเปล่า แบบอธิฐานเหมือนกัน

    เอ้อ-เราก็คิดไปนั่น555555
    #1,628
    0
  3. #1608 nlmb2 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2562 / 23:15
    ทำไมพอเห็นอิมเมจวงแล้วนึกถึง got7 อ่ะ คือทั้งเรื่องราวของเมมเบอร์แต่ละคนมันใช่อ่ะ
    #1,608
    0
  4. #1566 Pompaii (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 11:33
    เราว่าบัตรแบล็คการ์ดนี่เว่อร์ไปหน่อยนะ ไม่น่าหลุดมาอยู่ในมือของคนที่ยังไม่เดบิวท์ได้ เพราะการเปิดบัตรแบล็คการ์ดนี่ต้องมีรายได้ขั้นต่ำ 1.3 ล้าน usd ต่อปี ไหนจะค่าธรรมเนียมกองเท่าผู้เขา แถมแบล็คการ์ดต้องถูกเชิญจาก AMEX ก่อนถึงค่อยพัฒนาต่อไปที่แบล็คการ์ดได้ คือมันเยอะมากขั้นตอน

    ก็เลยคิดว่าเว่อร์ไปหน่อยมั้ยที่พระเอกมีแบล็คการ์ดทั้ง ๆ ที่เป็นเด็กฝึก???
    #1,566
    1
    • #1566-1 Need1239(จากตอนที่ 5)
      15 พฤษภาคม 2562 / 18:57
      เป็นไปได้มั้ยว่าจะเป็นบัตรของพ่อแม่ เพราะเคยได้ยินว่าเทรนนี่มักไม่ค่อยทำธุรกรรมกาเงินใดๆด้วยตัวเอง มักจะผ่านตัวแทน เพื่อป้องกันชื่อเสียงในอนาคต
      #1566-1
  5. #1564 Planetarium09 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 01:17
    พี่จุนกอลกลับด้วยใช่ไหม
    #1,564
    0
  6. #1476 MitsukiCarto (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 / 08:38
    หืมมมมมมมม พี่ใหญ่~ กลับมาด้วยปะเนี่ย
    #1,476
    0
  7. #765 Nung Sasiwimon (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2561 / 12:47
    ไม่ใช่ว่า โลกนี้เป็นโลกคู่ขนานกับโลกที่กูซึลจากมา นะ 0.0
    #765
    0
  8. #735 Xialyu (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2561 / 21:49
    ++++346
    #735
    0
  9. #673 เงารัตติกาลมายา (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 22:13
    +++++เลย #346
    #673
    0
  10. #580 RhongTood (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 มีนาคม 2561 / 23:43
    ใช่ สงสัยคือกัน!
    #346
    #580
    0
  11. #346 หมูน้อยอ้วนกลม (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2561 / 02:02
    ไม่ใช่ว่าย้อนกลับมาด้วยหรอกนะ...
    #346
    0
  12. #87 giftfully (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 มกราคม 2561 / 16:09
    ไหนเกาหลี ไหนอังกฤษ55
    #87
    0
  13. #45 NK142544 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 มกราคม 2561 / 23:59
    พี่ใหญ่นี่ดูแปลกๆน้าาาา
    #45
    0
  14. #44 Notty Kero (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 มกราคม 2561 / 22:34
    แน่ะๆหวงน้องงงงงง
    #44
    0
  15. #19 shirayuuki (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 มกราคม 2561 / 22:32
    สนุกมากกก ติดตามรอตอนต่อไปน้า
    #19
    0