The Rhythm of Yours จังหวะนี้กำลังดี

ตอนที่ 13 : - 11th Rhythm " Promise " -

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 336
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    26 เม.ย. 61

____________________

11th Rhythm
" Promise "
____________________


Cr. GMM TV


          ยามตะวันเริ่มลับขอบฟ้า ไฟระย้าที่ถูกประดับรอบตัวงานก็ทอประกายงามตา งานฉลองครบรอบห้าสิบปีวันสถาปนาโรงเรียนประถมขนาดกลางแห่งหนึ่ง คณะอาจารย์ นักเรียน และผู้ปกครองต่างเข้าร่วมกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง 

          เนื่องด้วยวันก่อตั้งใกล้กับช่วงเทศกาลปีใหม่ ผู้อำนวยการจึงจัดงานเลี้ยงขอบคุณบุคลากรและผู้ปกครองในคราวเดียวกัน พร้อมมอบหมายหน้าที่ให้คณาจารย์และเด็ก ๆ สร้างสรรค์กิจกรรมภายในงานเลี้ยง ทั้งซุ้มเกมของชั้นประถมห้า ซุ้มขายอาหารของชั้นประถมสี่ โซนขายของที่ระลึกจากชั้นประถมสาม รวมถึงโชว์เปิดงานน่ารัก ๆ จากชั้นประถมหนึ่งและสอง ลานหน้าโรงเรียนจึงคึกคักเป็นพิเศษ

          "พ่อฮะ! แม่ฮะ!" 

          เด็กชายในชุดสูทหูกระต่ายสีครีมกระโดดโบกมือไหว ๆ วิ่งเข้ากอดบุพการีแน่น

          "โอ้โห้! เด็กป. 6 ทำไมโตเร็วขนาดนี้ ลูกแม่นี่หล่อสุด ๆ ไปเลยน้า~" หญิงสาวก้มหอมแก้มเขาฟอดใหญ่

          "ไง ไอ้ลูกชาย โปรยเสน่ห์ใส่สาวไปกี่คนแล้วล่ะ" มือใหญ่ของชายร่างสูงจับหัวเล็กโยกไปมาพลางหัวเราะ

          "โห่ พ่อฮะ! เดี๋ยวผมยุ่ง" เด็กชายเบนตัวออก รีบจัดทรงผมให้เข้าที่

          "เดี๋ยวนี้ทำเป็นห่วงหล่อ" คุณพ่อหลิ่วตามองลูกชายที่กำลังยืดอกเต๊ะท่าว่าหล่อเต็มที่

          "คุณพ่อรฉัตร คุณแม่นรี มาแล้วหรอคะ ยินดีที่ได้เจอกันอีกนะคะ" หญิงสาวชุดกระโปรงยาวสุภาพเดินเข้ามาทักทาย

          "เอ้า! คุณครูดาว สวัสดีค่ะ" นรีรับไหว้ครูดาวซึ่งอายุน้อยกว่าเธอห้าหกปีเห็นจะได้

          "เชิญนั่งทางนี้ก่อนค่ะ คุณพ่อคุณแม่ อีกห้านาทีก็ถึงคิวแสดงดนตรีสดแล้ว ครูแอบเห็นแกซ้อมหนักมากเลยนะคะ" ดาวกระซิบบอกผู้ปกครองทั้งสองในท่อนท้าย

          "ดูก็รู้ค่ะ" นรีส่งยิ้มขำให้ครูสาว บุ้ยปากไปทางเด็กชายซึ่งกระตือรือร้นปนตื่นเต้นจนออกนอกหน้า

          "คุณพ่อกับคุณแม่เลี้ยงดูแกมาดีจริง ๆ เลยค่ะ" ครูดาวอดภูมิใจแทนไม่ได้

          "ต้องขอบคุณครูดาวด้วยครับ ที่คอยดูแลไอ้แสบแทนพวกผม" รฉัตรนั่งลงฝั่งตรงข้ามนรี นักเรียนใส่ชุดเด็กเสิร์ฟสีหวาน นำเครื่องดื่มมาวางให้ทั้งสองบนโต๊ะทรงกลม

          "ผมเป็นเด็กดีจะตาย!" เด็กชายเถียงเสียงสูง

          "จ้า ๆ ไปเตรียมตัวเถอะ ทำเต็มที่นะ พระราชาตัวน้อยของแม่" นรีลูบแผ่นหลังเล็ก ดันเบา ๆ ส่งท้าย เด็กชายหันมายิ้มแฉ่งให้ ก่อนวิ่งออกไปหาครูฝึกสอน ซึ่งยืนรออยู่ใกล้ ๆ จัตุรัสใจกลางงาน 

          "โช มาพอดีเลย วันนี้เอาให้สุดฝีมือนะ เพลงเด็ด ๆ ที่ซ้อมมาก็เล่นให้ครบทุกเพลงเลย ผิดบ้างไม่เป็นไร ขอให้สนุกก็พอ โอเค๊?" ครูหนุ่มอารมณ์ดีกำหมัดยื่นไปด้านหน้าลูกศิษย์

          "จัดไปเลยฮะ! ครูเมฆ!" ศิษย์ตัวดีว่าเสียงดัง พลางชกหมัดตอบแบบไม่ออมแรง ครูสอนดนตรีเผลออุทานปนขำในพลังอันล้นเหลือของเด็กน้อย มือใหญ่ตบบ่าเล็กให้กำลังใจอีกสองสามที

          ดวงตาเรียวอย่างคนมีเชื้อสายจีนมองเปียโนแกรนด์หลังสีขาวด้วยความมุ่งมั่น ซึ่งเขาสุ่มฝึกซ้อมมาตลอดปี 

          "เอาล่ะค่ะ ต่อไปจะเป็นการแสดงเปียโนจากหนุ่มน้อยชั้น ป. 6/2 รับรองว่าบทเพลงของเขาจะต้องเป็นที่ประทับใจไม่รู้ลืมแน่นอนค่ะ หากพร้อมแล้ว ขอเสียงปรบมือให้กับ เด็กชายราโช รัชชาเรศวร์ ค่ะ~"

          ครูสอนภาษาอังกฤษรับหน้าที่เป็นพิธีกร ผายมือไปยังเด็กชายชุดสูทหูกระต่ายสีครีม เสียงปรบมือดังจากทั่วทุกทิศ ยิ่งทำให้เขาต้องข่มความตื่นเต้น สูดหายใจลึก โค้งตัวให้ผู้ชมอย่างสง่างาม เข้านั่งประจำที่เก้าอี้เปียโน และทำสมาธิเตรียมพร้อมอยู่ครู่หนึ่ง

          ทันทีที่ปลายนิ้วเล็กแตะบรรเลงบทเพลงหวานละมุน สีหน้าเด็กชายก็คลายความกดดันและตื่นเต้นจนหมดสิ้น ทุกครั้งที่ได้ยิน ภาพหญิงสาวอันเป็นรักแรกแสนพิสุทธิ์จะปรากฏเด่นชัดเสมอ จากเคยได้แต่เฝ้ามองผู้ให้กำเนิดเล่นเปียโนคู่ใจของเธออยู่ฝ่ายเดียว ในวันนี้ เขามีโอกาสเล่นบทเพลงที่เธอโปรดปราน แถมได้ส่งต่อความสุขให้ผู้ชมคนอื่น ๆ 

          เสียงเปียดำเนินมาจนโน้ตตัวสุดท้าย และจบลงอย่างสวยงาม หนุ่มน้อยยิ้มร่า หันไปยังทิศทางที่พ่อแม่นั่งอยู่ ทว่า โดยรอบที่เคยคึกคักกลับไร้ผู้คน ราวไม่เคยมีการเฉลิมฉลอง ร้านค้าและสุ่มต่าง ๆ ถูกทิ้งร้าง ไร้วี่แววของเด็ก ๆ บริเวณลานกว้างเงียบจนได้ยินเสียงใบไม้ไหว ทุกอย่างรอบกายเหมือนอยู่คนละโลกกับเมื่อไม่กี่นาทีมานี้

          ความสงสัยไม่ทันจางหาย แสงสีแดงสลับน้ำเงินก็สาดแยงตาจนต้องยกมือขึ้นป้อง เสียงไซเรนดังก้องในความเงียบงัน เด็กชายคิ้วขมวดอย่างไม่เข้าใจเหตุการณ์ ขาเล็กเดินตามเสียงรถพยาบาล มุ่งหน้าสู่ถนนใหญ่เยื้องหน้าโรงเรียนไปเพียงเล็กน้อย

          ทุกสิ่งคล้ายตกอยู่ในอีกมิติ อุณหภูมิต่ำลงอย่างไม่มีที่มาในทุกย่างก้าว ทั้ง ๆ ที่ระหว่างทางปราศจากผู้คน แต่ยิ่งเข้าใกล้เสียงไซเรนมากเท่าไร โดยรอบกลับยิ่งพลุกพล่านไปด้วยตำรวจ หมอและพยาบาลฝ่ายฉุกเฉิน ข้าวของผู้ประสบอุบัติเหตุกระจัดกระจายเต็มท้องถนน เศษซากกีต้าร์แตกหักเป็นทาง 

          หนุ่มน้อยค่อย ๆ ไล่มองตามคราบเลือดสดใหม่บนพื้นถนนราบ ร่างผู้เคราะห์ร้ายไม่คาดฝันแล่นเข้าสู่สายตา ดวงแก้วใสเบิกกว้าง รู้สึกชาไปทั้งตัว ประสาทรับรู้คล้ายหยุดทำงาน พร้อมกับน้ำอุ่นร้อนเออคลอรอบดวงตา

          "พ่อ...แม่..."


          เฮือก!

          ร่างสูงเบิกตาโพลง หอบหายใจถี่รัว คิ้วหนาขมวดเกร็ง เหงื่อเกาะพราวบนใบหน้าและลำคอ แขนแกร่งสั่นเทา จนต้องยกมือขึ้นบีบ เรียกสติให้กลับคืนจากฝันร้าย

          ตาเรียวคมเหลือบมองนาฬิกาดิจิทอลบอกเวลาตีสองกว่า เขาถอนหายใจหนัก ลูบหน้าตัวเองแรง ๆ ขายาวก้าวลงจากเตียง มุ่งตรงไปยังห้องครัว

          ไฟถูกเปิดสว่างแทบทุกจุด ร่างสูงยืนล้างหน้าตรงซิงค์ล้างจานให้พอส่าง มืออีกข้างใช้ผ้าขนหนูที่หยิบติดมา ซับน้ำและเหงื่อไคล ส่วนอีกข้างเปิดตู้เย็นหยิบน้ำรินใส่แก้ว

          แต่ก่อนจะได้ปิด กระดาษโน้ตสีสดใสซึ่งถูกแปะไว้บนทัพเพอร์แวร์ขนาดต่าง ๆ สามสี่กล่อง ก็ทำให้เขาต้องก้มลง หรี่ตาอ่านข้อความจากเมจิกหัวกลม

ทานผลไม้สำหรับวันเสาร์ก่อนนะครับ -

- สลัดผักของวันอาทิตย์
ถ้าไม่ชอบน้ำสลัด ให้ใส่โยเกิร์ตแทนได้ -

- กุ้งอบวุ่นเส้นกับเห็ดสมุนไพร
อุ่นในไมโครเวฟ 2 นาทีก็พอครับ -

- เครื่องสำหรับข้าวต้ม ผมแยกไว้กันเสีย
อุ่นข้าวต้มก่อน แล้วค่อยใส่เครื่องตามทีหลังนะครับ -

          สีหน้าเคร่งเครียดคลายลงช้า ๆ ยามเห็นลายมือคุ้นเคย สำนวนภาษาคุ้นตา น้ำเสียงคนเขียนลอยเข้าหู เหมือนเจ้าตัวมายืนพูดให้ฟังอยู่ข้าง ๆ

          ริมฝีปากบางกระตุกยิ้ม ตัดสินใจหยิบกล่องที่ใส่ผลไม้ขึ้นมาแกะกิน ระหว่างเดินไปหย่อนตัวบนโซฟา มือข้างที่ว่างกดเปิดทีวีอยู่ฆ่าเวลา อย่างน้อยการสะดุ้งตื่นครั้งนี้...ก็ไม่ได้เลวร้ายนัก

          ...ห่างกันไม่กี่วัน กลัวเขาจะอดตายรึยังไงกัน...

______

แม้ว่าไม่ได้พบกัน แต่ฉันก็มีเธอใกล้ ๆ
แม้เธอนั้นอยู่แสนไกล แต่ฉันก็มั่นใจว่าทั้งสองเรา
จะต้องผ่านพ้น วันคืนที่เหงา
เพราะหัวใจสองเราไม่ห่างกัน
______


          "พี่ลัน~"

          เสียงแฝดสาวเรียกพี่ชายสุดที่รักพร้อมกัน อ้อมแขนเล็กเกาะหนึบยังขาทั้งสองข้างยิ่งกว่าหมีโคอาล่า

          "ไปกอดพี่เขาแบบนั้น ระวังจะพากันล้มนะ อลิน ไอลีน" คุณแม่ลูกสามว่า ขณะเตรียมมื้อเช้า อลันยกขาเดินอย่างยากลำบาก โดยมีสาว ๆ ตัวน้อยหัวเราะคิกคักเกาะติดไม่ห่าง

          "นาน ๆ จะได้กลับมาบ้าน ลันคิดถึงกับข้าวฝีมือแม่จะแย่แล้ว" หนุ่มหน้าหวานผูกผ้ากันเปื้อน หยิบมีดและเขียงไม้สี่เหลี่ยมผืนผ้า เตรียมหันผัก

          "เหรอจ๊า~ แล้วพ่อรูปหล่อคนนั้นน่ะ ไม่คิดถึงบ้างรึไง หื้ม?" หญิงวัยกลางคนส่งสายตาหยอกล้อ

          "แม่ครับ ห่างกันสองสามวัน คุณราโชเขาไม่ตายหรอกน่า" อลันลงมือหันแครอทเป็นลูกเต๋า

          "จะโทรหาเขาบ้าง แม่ก็ไม่ว่าหรอกนะ" คุณแม่ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้

          "แม่ครับ!" อลันค้อนวงโต

          "แซวนิดแซวหน่อยเอง ลูกชายแม่น่ารักซะขนาดนี้ เขาก็ต้องคิดถึงลูกบ้างเป็นธรรมดาแหละเนอะ" เธอยิ้มกว้าง

          "พอเลย แม่ไปเตรียมเครื่องดื่มเถอะครับ เดี๋ยวอาหารเช้าลันทำต่อเอง" เขากล่าว ตั้งใจหั่นผักสีสดตรงหน้า

          "จ้า คุณลูก" แม่กวักมือเรียกฝาแฝดน้อยเป็นสัญญาให้มาช่วยเธอคั่นน้ำผลไม้

          "เออ แล้วราโชเป็นยังไงบ้างล่ะลูก ตอนลันโทร. มาหาแม่ครั้งล่าสุด ท่าจะยุ่งน่าดูเลยนะ" เธอตั้งเก้าอี้เล็ก ๆ สองตัว เพิ่มส่วนสูงให้ลูกสาว สะดวกต่อการหยิบจับอุปกรณ์ของเด็ก ๆ

          "ครับ คุณราโชมีคิวถ่ายงานทุกวัน ทั้งซีรี่ย์โปรเจ็คใหญ่ แล้วก็ยิบย่อยอีก เลยหลับไม่ค่อยเป็นเวลา แถมช่วงนี้ก็มีเรื่องเครียด ๆ ด้วยน่ะครับ"

          "เครียดเรื่องอะไรล่ะลูก แม่พอจะช่วยได้ไหม" เธอหั่นส้มแบ่งให้สาวน้อยคนละครึ่ง อลินและไอลีนจัดการกดเนื้อส้มลงที่คั้นน้ำผลไม้อย่างสนุกสนาน

          "เออก็...ที่กองถ่ายนิดหน่อยน่ะครับแม่..." ลูกชายคนโตยิ้มเจือน เมื่อนึกถึงปัญหาหลักที่มักเกิดระหว่างนายแบบหนุ่มถ่ายละครมาพักใหญ่ ๆ แล้ว

______

อย่ากลัวว่า วันเวลาจะทำให้เธอต้องเสียใจ
หรือความห่างไกลจะทำให้ใจฉันไหวหวั่น
______


          "คัท!"

          นักแสดงและทีมถ่ายทำผ่อนอิริยาบทลง หลังได้ยินคำสั่งจากผู้กำกับ ฝ่ายเมคอัพตรงเข้าเซ็ตเสื้อผ้าหน้าผมให้พระนางด้วยความว่องไว เสียงผู้กำกับผ่านโทรโข่งยังคงดังต่อเนื่อง

          "โช หน้าไม่ได้เลย หลายเทคแล้ว มีสมาธิหน่อย เอ็นจอยไปกับเพลงที่นางเอกเล่นด้วย"

          "โทษครับพี่บอย ขอผมลองอีกที" พระเอกของเรื่องยกมือโบก ตะโกนตอบ 

          "โช ไหวรึเปล่า" เกวลินผละจากเปียโนตรงหน้า หันมาถาม

          "อืม" ชายหนุ่มเพียงพยักหน้า แม้แววตาจะฉายความกังวลจนยากจะปิด

          "โอเค คราวนี้อย่าเกร็งล่ะ ทีมงานพร้อมนะครับ" บอยหันซ้ายขวามองสัญญาณเตรียมพร้อมจากทุกฝ่าย สตาฟถือสเลทฟิล์มเข้าประจำที่อย่างรู้งาน

          "Love's melody ซีน 8/21 คัท 2 เทค 6 แอคชั่น!"


          ฟลุบ!

          ตุบ!

          ร่างสูงกระแทกตัวพิงเบาะรถอย่างหมดแรง พร้อมโยนกระเป๋าหนังไปด้านหลังแบบส่ง ๆ

          "เหนื่อยหน่อยนะค้า~ คุณโช~ เดี๋ยวพี่พาไปทานร้านอร่อย ก่อนอัดรายการช่วงบ่ายดีไหมคะ" พอลล่าออกรถมุ่งหน้ายังสถานที่ต่อไป

          "แวะซื้อกินบนรถนี่แหละ ผมไม่อยากสาย" นายแบบหนุ่มคาดเข็มขัดนิรภัย ปรับระดับที่นั่งให้เอนลง

          "ใกล้ ๆ สตูดิโอเองค่ะ ดารารับเชิญต้องเล่นเกมด้วย ใช้พลังงานเยอะ เดี๋ยวเป็นลม" เจ้าหล่อนว่า พลางหักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าถนนใหญ่

          "ผมของีบนะ" เขาตอบสั้น ๆ มือแกร่งดึงผ้าปิดตาลง เป็นอันจบบทสนทนา ผู้จัดการส่วนตัวส่ายหัวระอา ได้แต่บ่นกับตัวเอง

          "จะไหวไปได้สักกี่น้ำกันเชียว~ คุณโช๊~"


          กรุ๊ง กริ๊ง~

          "ยินดีต้อนรับค่ะ"

          สาวหมวยประจำร้านเอ่ยทักผู้มาเยือน สองมือง้วนอยู่กับการรวมยอดออร์เดอร์ทางโทรศัพท์ มีทั้งที่ต้องจัดส่งตามบ้าน และรายการอาหารสั่งล่วงหน้า

          "ขอโยเกิร์ตปั่นที่หนึ่งครับ" ลูกค้าเสียงนุ่มกล่าว มือขาวนวลเกาะเคาน์เตอร์ชะโงกหน้ามองเธออย่าถือวิสาสะ

          "คุณลูกค้ารอสัก...อ่าวเฮ่ย! ลัน!" สาวเจ้าเผลอหลุดปากลั่น ตาแทบถล่นเหมือนเห็นตัวประหลาด

          "ตกใจอะไรเบอร์นั้นล่ะ เหมย ลูกค้ามองหมดเล่า" อดีตเพื่อนร่วมงานว่าเสียงเบา

          "แหม ก็แกหายไปตั้งนาน ฉันจะคิดถึงแกบ้างไม่ได้รึไง" เพื่อนสาวเบ้ปาก พลางยื่นมือออกมา ยักคิ้วให้สองสามที แล้วพูดว่า

          "แล้ว...หนมอะ" อลันมองตามมือนั่นอย่างรู้ทัน

          "นี่คิดถึงเพื่อนหรือคิดถึงของกินกันแน่เนี่ย" หนุ่มหน้าหวานทำหน้างอน

          "เพื่อนกินหาง่าย เพื่อนตายหายาก ไอ้ฉันก็ไม่ใช่คนเรื่องมาก แล้วไหนมีอะไรกินบ้างอะ" ขึ้นต้นมาอย่างดี ลงท้ายด้วยความตะกละเหมือนเดิม

          "จริง ๆ เลย..." หนุ่มตัวเล็กยิ้มขำ ยอมยกกล่องใส่ขนมฝีมือแม่ตนให้เหมยอย่างปลง ๆ

          "เหมย เอาออร์เดอร์หมอคินไปเสิร์ฟที แล้วก็บอกลมด้วยว่า อาหารที่จะให้ไปส่งบ้านคุณศักดาเสร็จแล้ว..."

          "พี่ปราการ สวัสดีครับ"

          "น้องลัน!" เจ้าของร้านชะงักเท้าที่จะกลับเข้าครัว หันมาสนใจอดีตลูกจ้างแทน

          "ทำไมไม่บอกพี่ก่อนว่าจะมา แล้วคุณราโชมาด้วยรึเปล่า" ร่างโปร่งเดินตรงมาทักทาย

          "คุณราโชไม่มา แต่ผมพาสาวเสิร์ฟมาเพิ่มให้อีกสองคนนะครับ" 

          "สาวเสิร์ฟหรอ?" ปราการเลิกคิ้ว อลันยิ้มกว้าง ไม่ต้องพูดอะไรมาก เสียงเจื้อยแจ้วก็ดังประสานกัน

          "สาหวัดดีค่ะ พี่ปากาน~" เด็กหญิงแฝดวัยอนุบาลยิ้มแป้น วิ่งเข้ามาเกาะแขนเจ้าของร้านคนละข้าง

          "อ่าว อลิน ไอลีน สวัสดีครับ เป็นยังไงกันบ้าง" ปราการย่อตัวคุยกับวัยซนทั้งสอง

          "เปนโคนฉวย~" อลิน สาวน้อยผมเปียตอบ

          "เปนนังฟ้า~" ไอลีน จับผมแกะขึ้นชูแทนปีกนางฟ้า

          "โห้ ใครสอนให้พูดเนี่ย" ปราการหัวเราะ

          "ม่ายมี~" สองสาวประสานเสียง

          "ไอลีนเปนเดกชาหลาด~" เด็กน้อยยิ้มจนเห็นฟันหลอ

          "อลินด้วย~" พี่ชายคนโตเข้าจับน้องสาวให้เข้าที่ ด้วยกลัวจะขวางทางคนอื่น ก่อนอธิบายให้ปราการฟัง

          "คือ ผมกลับมาเยี่ยมแม่ ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์นี้น่ะครับ เลยพาน้อง ๆ ออกมาเดินเล่นหน่อย พี่ปราการจะว่าอะไรไหม ถ้าผมขออนุญาตฝากพวกแกมาเล่นบทเป็นเด็กเสิร์ฟให้ร้านไออุ่นสักชั่วโมง" เจ้าของร้านยิ้มรับ

          "มากกว่าชั่วโมง พี่ก็ไม่ว่าอะไรหรอก พาเด็ก ๆ ออกมาเปิดหูเปิดตาบ้าง แม่วรรณจะได้พักผ่อนด้วย" ปราการนึกไปถึงคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวประจำบ้านเมฆินทร์ ที่ต้องรับภาระหนัก เลี้ยงดูลูก ๆ ตามลำพัง

          "งั้นเรามาเริ่มภารกิจแรกกันเลยไหมครับสาว ๆ" หัวหน้างานมองสลับทีละคน

          "ด้ายค่า~" เด็ก ๆ ตอบเสียงสดใส


          คลืด คลืด~ คลืด คลืด~

          ติ๊ด!

          "ครับคุณพ่อ...ใช่ครับ...หมอริทจะเข้าประจำคลินิกสาขาที่ผมทำตั้งแต่วันนี้เลย ผมเองกะว่าจะเริ่มรับงานนอกด้วย...ได้ครับ เดี๋ยวผมกลับไปเยี่ยม...โอเคครับคุณพ่อ...รักษาสุขภาพด้วยครับ...สวัสดีครับ"

          ร่างสูงใหญ่คล้ายชาวต่างชาติเก็บเครื่องมือสื่อสารลงกระเป๋าเสื้อกาวน์ ปากหนาผิวเบา ๆ อารมณ์ดี หลังโหมงานมาแรมปี ในที่สุด เขาก็จะได้พักร้อนทำอย่างอื่นสักที

          "ซาปาเก๊ดตี้ค่ะ คูนลูง" ลูกค้าขาประจำแทบสำลักเสียงผิวปากตัวเอง แม้สาวน้อยตรงหน้าจะพูดไม่ชัด แต่กลับเลือกใช้สรรพนามได้บาดหัวใจคนฟังดีแท้

          "เออ พี่แค่ยี่สิบหกเองนะครับ ยังไม่..."

          "ว้าว คูนลูงเปนหมอหรอคะ" ไม่ทันจบคำ ใบหน้าจิ้มลิ้มก็ก้ม ๆ เงย ๆ สำรวจชุดที่เขาสวมอยู่ ดวงตาเป็นประกาย

          "ใช่ครับ 'พี่' เป็นหมอครับผม" เน้นสถานะที่เหมาะสมกับอายุตัวเองเต็มขั้น หวังให้เด็กน้อยใช้มันอย่างถูกต้อง

          "ง้านคูนลูงหมอ ตวดให้อลินได้ไหมคะ" เสียงเน้นย้ำเมื่อครู่ไม่เป็นผลกับคนตรงหน้าเลย ภาคินถอนหายใจปลง ยกมือยอมแพ้

          "คร้าบ ๆ ลุงก็ลุง พี่ชายพ่อกันเลยทีเดียวกู" คนตัวใหญ่กุมขมับ ก้มคุยกับเจ้าตัวเล็ก

          "ชื่ออลินใช่ไหมครับ แล้วอลินเป็นอะไรมา อยากให้พี่หมอรักษาตรงไหนเอ่ย"

          "โตงนี้ค่ะ" สาวน้อยจิ้มที่หางตาสองข้าง แล้วยกขึ้นจนเหมือนอาหมวย

          "หื้ม? ตาหรอ งั้นขอพี่หมอดูก่อน..."

          "น้ำมาแล้วค่า คูนลูง" เสียงละม้ายคล้ายกันดังจากอีกด้าน ภาคินหันไปสบก่อนต้องขยี้ตา หรือเขาจะทำงานหนักไปจริง ๆ

          "กูหลอนถึงขนาดเห็นเด็กแยกร่างได้แล้วหรอวะ" ลูกค้าตัวโตเพ่งมองร่างแยกเด็กสาวสลับกันไปมา

          "หรือว่า...กุมารทอง! แต่..มันต้องผู้ชายดิ งั้นก็...ธิดาทอง!!!"

          โป๊ก!

          "บ้านคุณหมอมีธิดาทองด้วยหรอครับ" ผู้มาใหม่ยืนกอดอก หลังเรียกสติคนตัวสูงด้วยสมุดเดินบิลขนาดเท่าฝ่ามือ

          "คุณเจ้าของร้าน!" คนเริ่มได้สติลูบหัวตัวเองปอย ๆ

          "นี่น้องสาวฝาแฝดของอลันครับ ชื่ออลินกับไอลีน คุณหมอตรวจคนไข้จนเพ้อรึไงครับ ถึงเห็นผีกลางวันแสก ๆ น่ะ"

          "ปัดโธ่! คุณเจ้าของร้าน เดี๋ยวนี้เขามีสูตรป้องกัน SPF 50 PA+++ แล้วแสงแดดไม่อาจทำร้ายผีได้"

          "แสงแดดไม่อาจทำร้ายผิว ไม่ใช่ ผี" ปราการชักเพลียมุกประหลาด ๆ ของนายแพทย์ตรงหน้า

          "แต่จะว่าไป หน้าก็ถอดแบบอลันมาเลยแหะ" ภาคินพินิจใบหน้าเล็กที่ออกแนวหวานคล้ายพี่ชาย จะมีก็แต่แก้มยุ้ย ๆ จมูกกลมกับตาโตใสแป๋ว ที่พอจะต่างจากอลันเล็กน้อย

          "น้องสาวผมรบกวนอะไรคุณภาคินรึเปล่าครับ" เจ้าของเสียงนุ่มหยุดยืนข้างแฝดสาว ยกมือไหว้เขา แล้วยิ้มน้อย ๆ

          "โห้ นี่ถ้าไอ้ตองคิงมันมารยาทงามได้สักปลายเล็บของอลันนะ ผมจะดีใจม้ากกกกก!" คุณหมอกล่าว ก่อนทำหน้าเหมือนนึกอะไรออก

          "เอ้อ! แล้วนี่มันไม่มาด้วยหรอ"

          "คุณราโชติดงานครับ"

          "งั้นก็ดีสิ! มะ! นั่งลงเลยครับ หมอมีเรื่องอยากคุยกับอลันสักหน่อย" คุณหมอผิวแทนลากเก้าอี้ ตบเบาะเสียดิบดี

          "เออ...มีเรื่องอะไรหรอครับ" ร่างเล็กกะพริบตาปริบ ๆ

          "อลันอยู่ใกล้ ๆ ไอ้ตองคิง...เอิ่ม หมายถึง ไอ้โชน่ะครับ มันมีอาการอะไรแปลก ๆ รึเปล่า" คนฟังขมวดคิ้วนิด ตอบอย่างไม่แน่ใจนัก

          "ถ้าไม่นับเรื่องกวนประสาท ทุกอย่างก็ปกติดีนะครับ จะมีก็แต่พักผ่อนน้อย ไปสัปหงกที่กองฯ บ่อย"

          "แค่นั้น?" ภาคินเลิกคิ้ว

          "ครับ" อลันพยักหน้า

          "โอเค คืองี้นะ ที่มาถามเนี่ย หมอก็ไม่ได้จะพิศวาสอะไรมันนักหรอกนะ กลัวมันจะใช้ยาเกินขนาด แล้วกลายเป็นบ้าขึ้นมาน่ะสิ"

          "ใช้ยาเกินขนาดหรอครับ?" 

          "ใช่ มันเป็นพวก ถ้าใช้พลังงานไม่หมด หรือหัวว่าง ๆ จะนอนไม่หลับน่ะ เลยต้องพึ่งยานอนหลับบ่อย ๆ นี่ก็โทร. มาขออีกละ จะได้กลายเป็นหมอเถื่อนจริง ๆ ก็เพราะมันเนี่ยแหละ"

          "คุณราโช ต้องกินยานอนหลับด้วยหรอครับ" คนถามเริ่มมีสีหน้ากังวล

          "เท่าที่มันบ่น ๆ ให้ฟังก็บ่อยอยู่ เลยอยากให้อลันช่วยดูแลมันเรื่องนี้หน่อย ผลข้างเคียงของยาเวลากินติดต่อเป็นเวลานาน อันตรายกว่าที่คิดนะ"

          "ยังไงครับคุณหมอ" ปราการถาม นั่งลงบนเก้าอี้ตัวถัดไป

          "ขอบคุณสำหรับคำถามครับผม เป็นเกียรติมากที่คุณเจ้าของร้านจะร่วมวงสนทนาด้วย" คุณหมอดัดจริตจะก้านยิ่งกว่านางสาวไทยตอบคำถาม จนปราการต้องกลอกตามองบน

          "อย่างแรกเลยนะครับ เกิดอาการสะลึมสะลือช่วงกลางวัน ยาจำพวก Zopiclone, Zolpidem และ Zaleplon ที่กินติดกันนาน ๆ จะทำให้เกิดอาการฝันร้าย เห็นภาพหลอนในบางราย คุณภาพการนอนก็เสียอีก แถมสาร Benyodiapines กับ Barbiturates ที่อยู่ในยา ยังกระทบต่อภาวะการหยุดหายใจขณะหลับด้วยนะ แล้วถ้าถึงขั้นติดยาขึ้นมา วันไหมไม่ได้กินจะนอนไม่หลับเนี่ย อาการแทรกซ้อนอื่น ๆ ก็จะตามมา ทั้งตัวสั่น คลื่นไส้ อาเจียน เพิ่มความเสี่ยงให้สมองเสื่อมเข้าไปอีก"

          บรรยากาศการสนทนาไม่ต่างจากคุณหมออธิบายผลข้างเคียงของยาให้ญาติคนไข้ฟัง จะติดก็ตรงแพทย์หนุ่มซึ่งควรจะมีมาดน่าเชื่อถือ กำลังโซ้ยเส้นสปาเกตตี กล่าวต่อไปด้วยทำนองเพลงคุ้นหู แม้อาหารจะยังเต็มปาก

          "นี่แหละน้า ที่เขาเรียกว่า เป็นแฟนไอ้โช~ ต้องทนหน่อยน้อง~ มันนั้นเรื่องมากไม่พอ~ ยังชอบหาเรื่องชาวบ้าน~" ภาคินใช้ส้อมชี้มาทางอลันอย่างเห็นใจ ก่อนยัดมีทบอลเข้าปาก

          "ยาใจคนรวยก็มา" ปราการส่ายหน้าให้กับการร้องเพลงแย่ ๆ ของนายแพทย์ที่กินมูมมามไม่เปลี่ยน

          "ก็มันจริงนิครับ ไอ้โชเสียพ่อแม่ไปตั้งแต่ช่วงป.6 อยู่ตัวคนเดียวมาได้ขนาดนี้ก็เก่งแล้ว" ภาคินว่าพลางเคี้ยวตุ้ย ๆ

          "ฝากดูแลมันด้วยนะครับ อลัน ถึงไอ้โชจะนิสัยเสียไป...เอิ่ม ไม่บ้าง แต่มาก ๆ เลย ถึงอย่างนั้น มันก็ตั้งใจทำงาน อยากให้ทุกผลงานออกมาดีที่สุด" ร่างสูงใหญ่เงยหน้ามองคนตัวเล็ก ยิ้มจริงใจให้หนึ่งที 

          "ที่สำคัญ อะไรที่มันรักแล้ว มันไม่มีทางเปลี่ยนใจง่าย ๆ หรอกครับ เชื่อหมอ" เจ้าของใบหน้าคมสันขยิบตาเป็นเชิงนัย อลันพยักหน้า คิดไปเองว่า 'อะไรที่มันรัก' ในที่นี้ คงหมายถึง งานในวงการบันเทิง

          "ว่าแต่ ฝีมือคุณเจ้าของร้านเนี่ย อร่อยไม่เปลี่ยนเลยนะครับ" คนช่างหยอดยิ้มแป้น

          "อย่ามาปากหวาน นี่มันฝีมือพ่อครัวอีกคนต่างหาก" ปราการสวนขวับ

          "อ่าวซวยละกู"

          เสียงพูดคุยระหว่างปราการและภาคิน เริ่มไม่เข้าหัวอลัน เมื่อในสมองจดจ่ออยู่กับการมองหน้าจอมือถือ ลังเลใจอยู่ว่าจะทำตามอย่างที่คิดไว้ดีหรือไม่


          ขอบฟ้าดำมืด ขับแสงสีภายในกรุงเทพมหานครให้ชวนมอง การจราจรบนท้องถนนยังคงติดขัดเช่นทุกวัน รถยนต์สีดำค่อย ๆ ชะลอตัวจอดเทียบลานหน้าคอนโดหรู

          "โทร. เรียกพี่มาขับรถให้ได้ตลอดเลยน้า~ คุณโช"

          ผู้จัดการส่วนตัวกล่าวเสียงร่าเริง ร่างสูงพยักหน้านิด หยิบกระเป๋า เปิดประตูลงจากยานพาหนะ

          "ขอบคุณครับพี่พล" เขาเท้าแขนกับบานประตูรถ ก้มลงคุยกับคนขับ

          "มะรืนนี้ก็จะได้หยุดพักหายใจหนึ่งวัน รักษาสุขภาพนะค้า~ คุณโช" พอลล่าโบกมือลา ได้ยินเสียงตอบเบา ๆ ว่า "ได้ครับ" ก่อนเจ้าตัวจะปิดประตูรถให้ เดินเข้าล็อบบี้ไป

          ติ้ด!

          ราโชแตะคีย์การ์ดเข้าห้องกว้าง มือใหญ่กดไล่หาเบอร์โทรศัพท์ผู้ให้คำปรึกษาด้านสุขภาพส่วนตัว ซึ่งคาดว่า น่าจะแนะนำเกี่ยวกับเรื่องเมื่อคืนได้บ้าง 

          'ไงมึง เหตุด่วนเหตุร้ายโทร. 911 สิครับ ไม่ใช่เอ๊ะอะก็โทร. หากู' ปลายสายกรอกเสียงต้อนรับอย่างอบอุ่น

          "เดี๋ยวกูถีบ" ราโชตอกกลับอย่างเป็นมิตรไม่แพ้กัน

          'ถีบถึงคือมึงเก่งมว๊ากกกกกกก~' เสียงลากยาวกวนบาทาของเพื่อนยาก ทำร่างสูงกลอกตา

          "กูเก่งได้มากกว่าที่มึงคิดละกัน" นายแบบหนุ่มว่า พลางยกน้ำขึ้นดื่ม

          'แล้วนี่คุณมึงมีอะไรให้กูรับใช้ขอรับ' เจ้าขอเสียงทุ้มกว้างเข้าเรื่อง

          "ก็...อาการเดิม ๆ" เขาตอบ

          'เดิม ๆ ของมึงนี่คือ...?'

          "นอนไม่หลับ" ขายาวเดินมาใกล้โซฟา ก่อนทิ้งตัวลงนอน

          'อย่าบอกนะว่า มึงยังฝันร้ายแบบเดิม ๆ อยู่' ที่ปรึกษาด้านสุขภาพถาม

          "เออ ให้กูทำไงล่ะ" ร่างสูงเอามือก่ายหน้าผาก

          'ทำใจ'

          "มึงตอบกูดี ๆ"

          'ดี ๆ'

          "ห่าคิน"

          'กูภาคินครับ ไม่ใช่ห่าคิน แล้วที่กูบอกให้มึงทำใจเนี่ย กูพูดจริงนะ' น้ำเสียงคนพูดฟังดูไม่ได้ล้อเล่น

          "ยังไง?" ราโชได้ยินเสียงถอนหายใจจากเพื่อนสมัยเรียน ก่อนอีกฝ่ายจะตอบกลับมา

          'ป่วยกายกูยังพอรักษามึงได้ แต่...ป่วยใจ กูไม่รู้จะช่วยรักษายังไงว่ะ จิตแพทย์ก็ไม่ใช่ จะไปนั่งดื่มย้อมใจเป็นเพื่อนมึงก็ไม่ได้'

          "มึงหมายถึง กูควรไปพบจิตแพทย์?" นายแบบหนุ่มเลิกคิ้วสูง

          'ก่อนมึงจะไปหาหมอจิต มึงควรใช้ชีวิตให้มันชีวจิตซะก่อน' 

          "เพื่อ?"

          'บำบัดร่างกายมึงสิครับ อย่าโง่!' จงใจกระแทกเสียงว่า

          "ด่ากูอีก!" กระแทกกลับไม่แพ้กัน

          'เออดิ กูเห็นใจอยู่หรอกว่า มึงทำงานไม่ค่อยเป็นเวลา คิวแน่น พักผ่อนน้อย ร่างกายก็ต้องโหม จิตใจก็โทรมตามไปอีก แล้วนี่มึงเครียดอะไรมาอีกล่ะ มีสาวตบกันแย่งมึงรึไง' คุณหมอกลั้วหัวเราะ

          "นี่กูซีเรียส คือกู..." ราโชถอนหายใจ

          "สื่ออารมณ์ตามบทไม่ได้เลยว่ะ... " น้ำเสียงคนพูดฟังดูเหนื่อย ๆ

          'ไอ้ละครแนวดนตรีอะไรนั่นอานะ'

          "มึงรู้?"

          'ข่าวมึงทั้งตอนโปรโมท บวงสรวง โฆษณาเดินสาย เอาง่าย ๆ คือ ไม่ว่ามึงจะทำอะไร แม่งตามหลอกหลอนกูทุกช่องเลยว่ะ'

          "เออ นั่นแหละ" ร่างสูงว่า พลางปิดเปลือกตา พักความเหนื่อยล้า ภาคินเงียบคิดอยู่ครู่ ก่อนกล่าวออกมา

          'ไอ้โช...ถ้าจิตใต้สำนึกมึงยอมรับเหตุการณ์ในวันนั้นได้ ให้อภัยทั้งคนรอบข้างและตัวมึงเอง...มันอาจจะดีขึ้นก็ได้ อุบัติเหตุ มันไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นหรอก'

          "อืม..." เสียงตอบเบา ๆ ติดอ่อนล้า ทำเอาแพทย์หนุ่มต้องคิดเสนอแนะวิธีใหม่


          'เอางี้ มึงต้องเดินหน้าเว้ย เข้าใจปะ แบบเดินหน้าประเทศไทยอะมึง เราจะทำอย่างซื่อตรง ขอมึงจงโปรดไว้ใจและศรัทธา อาการมึงจะดีในไม่ช้า ขอคืนความสุขให้มึง ประราโช~'

          "ประชาชน! ถุ้ย!" เสียงร้องแถมปรับทำนองแบบเข้าขั้นวิกฤติของคุณหมอ เล่นทำที่คนอยากพักต้องลืมตาโพลง

          'ผ่าม พาม!' ภาคินตบมุกตัวเองหนึ่งที

          "ยังมีหน้ามาทำซาวด์เอฟเฟค เดี๊ยะ ๆ มึงได้เข้าปรับทัศนคติ ไอ้คุณเพื่อนเวร นี่กูจะไม่โดนเก็บค่าสิขสิทธิ์ใช่ไหมเนี่ย!"

          'ไอ้คุณเพื่อนกรรม อย่าเครียดสิครับ แหม่'

          "เออ ๆ กูวางละ คุยกับมึงทีไร แม่ง เสี่ยงโดนเก็บตลอด" ราโชทำท่าขนลุก

          'เดี๋ยว'

          "ไรของมึงอีก"

          'อดีต ไม่ใช่โซ่นะมึง มันรั้งมึงไม่ได้หรอก' คุณหมอบอกด้วยน้ำเสียงหล่อยิ่งกว่าพระเอกหนัง 'ที่สำคัญ...' เขาหยุดคำไปนิด

          'อย่าตายก่อนโดนเก็บนะมึง'

          "ไอ้ห่านี่! กูวางละ" ราโชกระแทกเสียง วางสายทันที ไม่รู้ว่าเขาตัดสินใจผิดหรือถูกกันแน่ ที่เลือกโทร. ปรึกษาหมออย่างภาคิน 

          แต่ก่อนจะได้โยนมือถือไปอีกทาง ดวงตาเรียวคมก็เหลือบเห็นข้อความแจ้งเตือนไลน์เด้งขึ้นมา เขากดเข้าไปอ่าน ภายในมีข้อความสั้น ๆ เพียงว่า

- อย่าลืมทานเยอะ ๆ พักผ่อนมาก ๆ นะครับ -

เตี้ย

          เมื่อเห็นชื่อซึ่งเขาบันทึกเบอร์โทร. ของอีกฝ่ายไว้ กับรูปโปรฯ หันข้างที่เจ้าตัวเลือกใช้ รอยยิ้มก็เผลอหลุดออกมา นิ้วเจ้ากรรมกดโทร. หาเจ้าของข้อความแทบจะทันที

          'อลันพูดครับ'

          "รู้"

          'งั้น...คุณราโชมีเรื่องอะไรครับ'

          "กับข้าวไม่อร่อย" ร่างสูงว่าไปนู้น

          'อะไรนะครับ?' อลันถึงกับต้องตะแคงหูฟังใหม่

          "ใครทำอะไรใส่ตู้เย็นไว้ล่ะ เขียนโน้ตซะยาวเหยียดขี้เกียจอ่าน"

          'อ๋อ...ก็ผมกลัวคุณราโชไม่เห็นนี่หน่า...'

          "ไม่เห็นก็บ้าละ" ปลายสายเงียบไป จนร่างสูงต้องพูดขึ้นใหม่

          "เตี้ย เล่าอะไรให้ฟังหน่อย"

          'อยากให้ผมเล่าอะไรล่ะครับ'

          "จะอะไรก็ว่ามา อย่าถามมาก" คนโทร. ตอบเสียงเหงี่ยง

          'ดุเฉย' อลันว่าเสียงเบา

          "ได้ยิน" คนหูดีสวนพลัน

          'ถ้าผมเล่า...มันจะช่วยให้คุณราโชรู้สึกโอเคขึ้นหรอครับ'

          "ก็ฆ่าเวลาไป"

          'แล้วมันจะช่วยให้...คุณราโชนอนหลับได้...แบบไม่ต้องกินยาไหมครับ'

          "ไอ้คินพล่ามอะไรให้ฟังอีก" พูดด้วยเสียงติดรำคาญ

          'ได้รึเปล่าครับ' ปลายสายยังคงตื้อ

          "เออ ๆ เรื่องมากจริง" เขาตอบปัด

          'ใครกันแน่ที่เรื่องมาก'

          "เดี๋ยวปั้ดจับหักเงินเดือน"

          บทสนทนาดำเนินได้สักพัก ก่อนค่อย ๆ เงียบลง เหลือเพียงเสียงนุ่มลอดผ่านโทรศัพท์มือถือเป็นพัก ๆ 

______

ข้อความเหล่านี้ ทุก ๆ คำจะคอยแทนคำสัญญา
ให้เธอได้รู้ว่า ไม่ว่ามันจะนานสักเท่าไร
จะไม่มีใครมีความสำคัญและสูงค่า
______


          เวลาผ่านไปชั่วโมงกว่า ฝั่งราโชเงียบสนิท ร่างเล็กพยายามสรรหาเรื่องราวร้อยแปดให้คนเอาแต่ใจ บางทีการที่รายนั้นยอมโทร. หา อาจเพราะอยากฟังเรื่องน่าเบื่อ ๆ จากเขา เพื่อให้ตัวเองหลับง่ายขึ้นก็เป็นได้

          "คุณราโช...หลับรึยังครับ" เงียบ ไร้การตอบกลับ

          "ถ้างั้นผมจะวางแล้วนะ" ยังคงไม่มีเสียงจากฝั่งตรงข้าม อลันรอฟังอยู่พักใหญ่ เสียงผ่อนลมหายใจแผ่ว ทำให้ยิ่งมั่นใจว่าอีกฝ่ายคงหลับไปแล้ว

          "หลับได้แบบนี้ก็ดีแล้ว เรื่องเล่าของลัน...คงชวนง่วงน่าดู" พอแน่ใจว่าอีกคนคงไม่ได้ยิน ลักษณะคำพูดที่เคยชินจึงหลุดออกมา

          "ลันอาจช่วยเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนั้นไม่ได้...แต่จนกว่าบาดแผลนั้นจะหาย..." ใบหน้าหวานหลุบตาลงเล็กน้อย

          "ลันจะอยู่ข้าง ๆ จนกว่าพี่โชจะไม่ต้องการ...ลันสัญญา" เสียงนุ่มกล่าว และทิ้งท้ายก่อนวางสายว่า

          "คืนนี้ฝันดีนะครับ...พี่โช"

______

ให้คำพูดฉันแทนคำสัญญาให้รู้ว่า...
...ฉันรักเธอ
______





*****************************************************

Talk with NATA

คิดถึงคนบนฟ้า คิดถึงนักอ่าน  
ดูถ่ายทอดสดพระราชพิธีไป ก็ปั่นงานไป

งานนี้ต้องยกให้  The Real King' s men ค่ะ
ชายในเครื่องแบบ คนของพระราชา สง่างามมากจริง ๆ

วันนี้มีเบื้องหลังงานพระราชพิธีมาฝากค่ะ
ทุกอย่างปราณีตและงดงามมาก

ลองชมกันนะคะ














 ขอบคุณทุกกำลังใจที่มีให้นาต้านะคะ

 รักและคิดถึงคนบนฟ้ามาก 

 N A T A 
++++++++++++++++++++++++++++++++++   
B
E
R
L
I
N
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

79 ความคิดเห็น

  1. #23 Eedzy (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2560 / 17:28
    คุณตองคิง พักเยอะๆน๊าาา เดียวอลันของเราเป็นห่วงงงง

    ....น่ารักมากเลย..เขาชอบกันรึยังนะ เอะ! หรือชอบแล้วนะ อิอิ. รอน๊าาาไรท์ สู้ๆค่ะ
    #23
    1
    • #23-1 NATA-P (@NATA-PLOY) (จากตอนที่ 13)
      28 ตุลาคม 2560 / 08:09
      ขอบคุณคุณ Eedzy มากเลยน้าาา~ เมนต์ให้กำลังใจนาต้าตลอดเลย
      ดีใจมากที่ผลงานนาต้าทำให้นักอ่านมีความสุข ยังไงก็ต้องรอลุ้นกันต่อไปเนอะ >//////<
      #23-1