The Rhythm of Yours จังหวะนี้กำลังดี

ตอนที่ 12 : - 10th Rhythm " Heart message " -

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 337
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    25 เม.ย. 61

____________________

10th Rhythm
" Heart message "
____________________



cr. GMM TV


          "~มองไปไกล ที่ดวงดาวสุดขอบฟ้าไกล อยากจะไป ไปให้ถึงครึ่งทางแสงเธอ ดวงดารา เหมือนไม่มีวันจะพบเจอ อยากให้เธอ ส่องแสงลงมาพื้นดิน~"

          เสียงกีตาร์นุ่มคลอเสียงร้องทุ่มน่าฟัง ขับบรรยากาศภายในห้องรับรองให้อบอวลไปด้วยความอบอุ่น เครื่องดื่มและของว่างหอมกรุ่นถูกเสิร์ฟให้นักดนตรีหนุ่ม ผู้เข้ามาทำหน้าที่แทนนักแสดงรายหนึ่ง ซึ่งประสบอุบัติเหตุกระทันหัน

          "ฉันละอิจฉานางเอกเรื่องนี้จังเลยอะแก๊~!" ทีมงานเวิร์คช็อปนักแสดงกระซิบกัน สีหน้าเหมือนขึ้นสวรรค์

          "นั่นดิ คุณเกวลินทำบุญด้วยอะไรวะเนี่ย ได้แสดงคู่กับคุณราโชไม่พอ ตอนนี้ได้คุณโยธินมาเล่นบทพระรองอีก เสียดายก็แต่คุณภัทร ภาวนาขอให้พ่อหนุ่มรูปงามของฉันหายไว ๆ โชคดีที่ไม่สาหัสมาก ไม่งั้นฉันใจสลายแน่เลยอะแก"

          "จริงแก เสียดายคุณภัทร แต่คุณโยก็บุคลิกเข้ากับบทมาก ๆ เลยนะ จะคุณภัทรหรือคุณโย ฉันก็โอหมดค่ะ!" สองสาวยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ก่อนความสนใจจะถูกเบนไปยังผู้มาใหม่ที่ทำให้พวกเธอต้องกรีดร้องเบา ๆ 

          "อรุณสวัสดิ์ครับ" ราโชกล่าวทักทายทุกคนภายในห้อง พร้อมอลันยืนโค้งตัวยิ้มสุภาพอยู่ด้านหลัง

          "ลัน..." นายแบบหนุ่มชะงัก หันขวับไปทางต้นเสียง คิ้วเข้มขมวดน้อย ๆ เมื่อพบว่าใครกำลังยิ้มยิงฟันขาวมาทางพวกเขา

          "พี่โย!" เสียงตอบกลับสดใสจนเขานึกหมั่นไส้ ร่างเล็กวิ่งโล่ไปหาคนที่นั่งอยู่ก่อนแล้ว ชนิดที่ราโชเผลอก้าวยาว ๆ ตามขาสั้น ๆ ไปอย่างลืมตัว

          "พี่โยมาทำเพลงที่นี่หรอครับ" อลันยิ้มกว้าง วันนี้เขามีเพื่อนระหว่างรอราโชแล้ว

          "อยากทำ แต่ตอนนี้โดนย้ายตำแหน่งแล้วน่ะสิ" โยธินยกมือขึ้นลูบท้ายทอย ตีหน้าเศร้า

          "อ่าว แล้วกัน..." สายตาผิดหวังของอลัน เรียกรอยยิ้มขันจากรุ่นพี่

          "ทำไมทำหน้าอย่างนั้นเล่า ไอ้ตัวเล็ก" มือใหญ่ละจากกีตาร์มาขยี้หัวเล็กด้วยความมันเขี้ยว จนใครบางคนยิ่งทวีคูณความหมั่นไส้

          "ผู้กำกับ เขาอยากให้พี่มาเล่นแทนภัทรน่ะ รายนั้นคงรักษาตัวที่โรงพยาบาลอีกยาว กำหนดการถ่ายทำก็เลื่อนไม่ได้ด้วย ทีมแคสนักแสดงเลยวิ่งวุ่นตามหาคนจะมารับบทแทน แต่สุดท้ายก็...มาตกที่พี่ซะงั้น"

          "ถ้าอย่างนั้น...พี่โยก็จะได้เล่นซีรี่ย์เรื่องนี้ด้วยน่ะสิครับ" อลันเบิกตากว้าง ตื่นเต้นแทนโยธิน

          "ใช่ ส่วนงานซาวด์กับเพลงประกอบอื่น ๆ พี่คงเข้าไปช่วยบ้าง แต่หลัก ๆ ยกให้โปรดิวเซอร์เพลงอีกคนจัดการไปแล้ว ถ้าหมออนุญาตให้เข้าเยี่ยมภัทรได้เมื่อไร ลันอยากไปด้วยไหม"

          "ไม่!" คนทนยืนฟังมานานชิงตอบ แถเหตุผลประกอบในแบบถนัด

          "ไม่...อยากรบกวนน่ะครับ เดี๋ยวเป็นเรื่องให้ต้องไปรับไปส่ง รถก็ติดอีก อลันเขาเมารถติดน่ะครับ ใช่ไหม...อลัน" ราโชตบไหล่เล็กหนัก ๆ ยิ้มอ่อน มองแรงเบา ๆ

          'เมารถติดเนี่ยนะ...?' เจ้าของไหล่ส่งสายตาเป็นคำถาม แต่ถูกตอกกลับเป็นแววตากดดันในเชิงว่า 'หรืออยากมีปัญหา?'

          "เออ...ใช่ครับ ไม่รบกวนพี่โยดีกว่า" อลันยังคงเป็นลูกจ้างที่ว่านอนสอนง่ายเสมอ

          "ยังไงลันฝากพี่โยไปเยี่ยมคุณภัทรด้วยนะครับ" คนหน้าหวานยิ้มแห้ง ๆ

          "ฝากด้วยครับ คุณโยธิน" ราโชรีบสมทบ ส่งยิ้มเย็น มือเกาะไหล่เล็กเป็นปลิง

          "ได้อยู่แล้ว" หนุ่มอารมณ์ดียิ้มรับ นึกขำคนพยายามเก็บอาการ แต่เก็บไม่อยู่เอาเสียเลย

          'เด็กหวงของชัด ๆ' นั่นเป็นคำนิยามเดียวที่เขาพอนึกออก เสียงเปิดประตูดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกลุ่มทีมงานเบื้องหลังและนักแสดงคนอื่น ๆ ทยอยเดินเข้ามา

          "อรุณสวัสดิ์ค่ะ พี่ ๆ" ใบหน้าสวยสะดุดตาเอ่ยทักเป็นคนแรก ในมือถือถุงขนมมาฝากทีมงานตามเคย

          "คุณเกวลินนี่ก็นิสัยน่ารักเหมือนกันนะ" โยธินว่า ขณะยกกาแฟขึ้นดื่ม อลันพยักหน้า มองนางเอกสาวแจกจ่ายขนมให้คนอื่น พลางพึมพำออกมา "มาก ๆ ด้วย..."

          ดวงตากลมใสมองตามสายตาร่างสูงข้างกาย ซึ่งยังไม่ละจากหญิงสาวตั้งแต่ก้าวแรกที่เธอเดินเข้ามา คล้ายตกอยู่ในห้วงคำนึงบางอย่าง 

          "อ่าว โช คุณโย" เธอโบกมือทัก ขาเรียวก้าวตรงมายังพวกเขา

          "เป็นยังไงบ้างโช" เสียงสดใส เลือกถามคนสนิทที่สุดอันดับแรก

          "เราโอเคดี เกวล์ล่ะ" ท่าทีของคนตอบดูอ่อนลงอย่างผิดวิสัย

          "สบายดีจ้ะ อ้อ แล้วหนุ่มน้อยตรงนั้นคงจะเป็น...อลันใช่ไหม" เธอเอียงคอมองคนที่ยืนถัดจากนายแบบ

          "ครับ" อลันขานรับยิ้ม ๆ

          "เห็นตอนวันโปรโมทไกล ๆ แต่พอมามองใกล้ ๆ แล้ว...หน้าเด็กมาก แถมน่ารักกว่าที่คิดอีกนะเนี่ย โชนี่ตาถึงจริง ๆ" ประโยคแซวพร้อมรอยยิ้มกว้าง ทำให้วงสนทนาผ่อนคลายเป็นกันเอง

          "เกวล์" ราโชปรามเบา ๆ เมื่อเห็นอดีตแฟนสาวจ้องคนตัวเล็ก ส่งยิ้มหวานให้ จนอีกฝ่ายได้แต่ยืนเขินหลบตา 

          "จ้า ๆ" เธอยอมผละ แล้วยื่นถุงขนมส่งให้อลัน 

          "ยินดีที่ได้รู้จักนะ น้องอลัน เรียกพี่เกวล์เฉย ๆ ก็ได้จ้ะ" เธอขยิบตาขี้เล่นเป็นของแถม

          "ขอบคุณครับ พี่เกวล์" อลันยิ้ม แอบชื่นชมนิสัยไม่ถือตัวของเธออยู่ในใจ

          "แล้วก็คุณโยธินด้วยนะคะ ดีใจที่ได้ร่วมงานกัน ฝากตัวด้วยค่ะ"

          "ยินดีครับ คุณเกวล์" นักดนตรีหนุ่มยกนิ้วแตะขมับ พยักหน้ารับ 

          "ได้กลับมาเล่นคู่กับโชทั้งที เราไม่อ่อนข้อให้โชแน่นอน" สาวสวยคนเดียวในวงสนทนา กล่าวด้วยสายตามาดมั่น

          "ทำเป็นพูดไป" คนฟังกลั้วหัวเราะ เกวลินยกนิ้วชี้ส่ายไปมา พลางจุปาก

          "ไม่ใช่แค่พูดแน่นอน หนึ่งปีที่ผ่านมา เราไปเรียนการแสดงเพิ่มจากหลาย ๆ ที่ จบโปรเจ็คนี้ ก็ว่าจะไปหาประสบการณ์ต่อที่อังกฤษ เราว่าน่าสนุกดี" 

          "เดินทางคนเดียวบ่อย ๆ มันอันตราย" สายตาคนพูดเจือความห่วงใย

          "ช่วยไม่ได้นี่หน่า เราไม่รู้จะชวนใครไป ทุกคนก็ยุ่ง ๆ กันหมด" เธอตอบ

          "ถ้า...เกวล์มีอะไรให้ช่วย บอกเราได้ตลอดนะ" ความจริงใจถูกส่งมายังคนฟัง เธอยิ้มกว้างรับ 

          "จ้า พ่อพระ ใจดีตลอดเลย" จบประโยค เสียงประกาศก็ดังขัดการสนทนา

          "นักแสดงทุกท่านคะ ได้เวลารวมตัวแล้วค่ะ เดี๋ยวเราจะประชุมกันเล็กน้อย ก่อนเข้าเวิร์คช็อปการแสดงนะคะ" เมื่อทีมงานและนักแสดงที่นัดหมายไว้มากันครบ ภารกิจแรกของวันก็เริ่มต้นขึ้น
          
______

ถ้าหากสายตานั้นมีข้อความ
ที่เก็บเอาไว้มากมายไม่เคยบอก
ที่ใจไม่กล้าบอก
______


          นมอุ่น ๆ ช่วยให้การเขียนหนังสือไหลลื่นเสมอ อลันวางแก้วลง ตั้งหน้าตั้งตาพิมพ์นิยายผ่านเจ้าโน้ตบุ๊คเครื่องบาง ระหว่างรอคนเอาแต่ใจทำงาน ร่างเล็กนั่งอยู่ร้านเครื่องดื่มฝั่งตรงข้ามกับห้องซ้อมนักแสดง กระจกใสที่ถูกติดโดยรอบ ทำให้คนนอกเห็นกิจกรรมต่าง ๆ ภายในห้องซ้อมได้ชัดเจน

          ตากลมโตชำเลืองมองเหล่านักแสดงอยู่เนื่อง ๆ พอเป็นเรื่องงาน ราโชจอมเหวี่ยงที่เขารู้จัก ก็เปลี่ยนเป็นคนจริงจัง มีสมาธิ อย่างที่เวลาปกติคงไม่มีวันได้เห็น และนั่นคือสิ่งที่ทำให้อลันค่อย ๆ พับโน้ตบุ๊คลง เท้าคางมองตามสีหน้า ท่าทาง การสื่ออารมณ์ต่าง ๆ ผ่านงานเวิร์คช็อปของเขา

          ร่างสูงเล่นเข้าคู่กับเกวลินได้ดีจนน่าประทับใจ แม้แต่โยธินเอง ถึงจะเป็นมือใหม่ แต่เซ้นส์การเข้าถึงอารมณ์และบทบาทดูจะไม่เป็นปัญหาเลย

          "ทำไมถึงเลิกกันนะ...เข้ากันได้ดีขนาดนั้นแท้ ๆ" นักเขียนตัวน้อยพึมพำ สายตาจับจ้องคู่พระนาง เขาไม่ได้เห็นราโชหัวเราะแบบนี้มานาน และสาเหตุที่ทำให้เขามีสีหน้าแบบนั้นได้ นั่นคงเพราะ...เกวลิน...

          ยิ่งพิจารณา อลันยิ่งรู้สึกว่า ตัวเขาช่างเหมือนหินก้อนเล็ก ๆ บนพื้นดิน ไม่มีแสง ไม่มีอะไรพิเศษ ยามเทียบเคียงกับเกวลินที่ส่องประกายสวยงามอยู่บนฟ้า

          หากความเชื่อเรื่องการขอพรเป็นจริง เขาอยากขอให้ดวงดาวอย่างเกวลิน กลับมาเป็นรอยยิ้มและความสุขของราโชอีกครั้ง ถ้านั่นจะช่วยให้คนที่เขาเฝ้าห่วงใยอยู่ห่าง ๆ มีชีวิตชีวาได้อย่างวันนี้

          "ถ้าพี่โชยิ้มได้แบบนี้ทุกวัน มันคงจะ..." คำพูดเหม่อลอยหยุดลง เมื่อดวงตาเรียวคมบังเอิญหันมาสบตนพอดี คนตัวเล็กรีบฟุบหน้าลงกับโต๊ะ ทำเนียนว่าตนไม่ได้แอบมองอีกฝ่าย

          "ไม่เอา เปลี่ยนใจแล้ว..." มือเล็กดันหน้าจอโน้ตบุ๊คขึ้น ยังไม่ยอมเงยหน้าจากโต๊ะ

          "อย่ายิ้มแบบนี้ทุกวันจะดีกว่า..." เสียงกระซิบแผ่วที่หวังให้อีกคนได้ยิน และไม่เผลอโปรยรอยยิ้มแบบนั้นมาทางเขาอีก

          ไม่ชอบเลย...ความรู้สึกที่เขาต้องเป็นรองราโชในทุก ๆ ด้าน ต้องยอมให้อีกฝ่ายได้ทำตามใจในทุก ๆ ทาง มันช่างเป็นความรู้สึก...ที่ตีรวนชวนสับสน และทำให้ใบหน้าของเขา....ต้องเห่อร้อนไปเสียทุกที

          ใช่...ไม่ยิ้มแบบนั้นทุกวันจะดีต่ออัตราการเต้นของหัวใจเขาที่สุด

______

ถ้าความคิดถึงและความห่วงใยที่ปิดเอาไว้
ถ้าเธอนั้นดูออก...ก็คงเข้าใจ
______


          "แต่งตัวแบบนี้...คุณหมอจะไปขั้วโลกเหนือหรอครับ"

          ปราการมองสำรวจร่างสูงใหญ่ซึ่งตัวหนาขึ้นอีกหลายเท่า ด้วยการแต่งกายราวหมีขั้วโลก เดินเข้าร้านไออุ่นด้วยสภาพตายซาก

          "หมอ...ขอ...เหมือน...เดิม...นะ..." เสียงแหบยาน คล้ายคนไม่ได้ดื่มน้ำมาแรมปี ถูกเอ่ยจากปากซีด ๆ ที่ตอนนี้ เจ้าตัวดึงหน้ากากอนามัยปิดไว้ดังเดิมหลังพูดจบ ขายาว ๆ ก้าวขึ้นชั้นสอง ด้วยสายตาเลื่อนลอยชอบกล

          "โห้ พี่ปราการ เหมยว่า หมอคินแกท่าจะหมดแรงไปรักษาคนอื่นแล้วล่ะ ดูสภาพดิ ซอมบี้โคตร ๆ" สาวหมวยสีหน้าเหยเก

          "อยากไม่ดูแลตัวเองดีนัก ก็สมแล้ว" ปราการตำหนิไล่หลังโต ๆ ของคนเป็นแพทย์

          "เอ้า! เป็นหมอแล้วป่วยบ้างไม่ได้หรอพี่" เหมยร้องท้วงแทนลูกค้าขาประจำ

          "ก็เพราะเป็นหมอน่ะสิ ถึงต้องรักษาชีวิตตัวเองดี ๆ จะมาตายก่อนคนไข้ได้ยังไงยัยเหมย"

          "แต่นี่มันไม่ใช่สนามรบนะพี่ ที่หมอต้องตายหลังสุดอะ" สาวหมวยเดินตามปราการเข้าห้องครัว

          "หรือเธออยากให้หมอตายก่อนเพื่อนล่ะ" ปราการส่ายหน้า

          "ก่อนจะทำอะไรให้ใคร ก็ต้องรู้จักประเมินกำลังตัวเอง หัดรักตัวเองให้เป็นและถูกวิธี แล้วค่อยไปรัก ไปให้คนอื่นเขา" เจ้าของร้านไออุ่นเริ่มเตรียมเครื่องปรุงใส่ถ้วยแยกไว้เป็นอย่าง ๆ โดยมีเหมยเป็นลูกมือ

          "แล้วมันเกี่ยวกันยังไงอะพี่" สาวหมวยสงสัย

          "เหมยคิดดูสิ ถ้าเรามีแก้วแต่ไม่มีน้ำ แล้วเราจะไปแบ่งน้ำให้คนอื่นอีท่าไหน เราต้องเติมตัวเองให้เต็มก่อน แล้วน้ำที่ล้นออกมา นั่นคือกำไรและความสุขที่เราจะส่งต่อให้คนอื่น โดยที่เราไม่เจ็บตัว"

          "แล้วถ้าเรามีน้ำแบบไม่เต็มแก้ว แต่เราอยากให้คนอื่น เราให้ได้ไหมอะพี่"

          "ถ้าให้แล้วเราไม่ขาด นั่นก็แล้วแต่คน แต่ถ้าให้ทั้ง ๆ ที่เราก็จนปัญญา นั่นเป็นความคิดที่ไม่ฉลาดเลย"

          "อย่างนี้นี่เอง...สาธุ...หลวงพี่ปราการช่างประเสริฐยิ่ง" ลูกจ้างประจำยกมือไหว้ท้วมหัว

          "เจริญพร โยมเหมย!" คนถูกหาว่าเป็นหลวงพี่ประเคนมะเหงกใส่สีกาตัวสูง ก่อนทั้งคู่จะลงมือประกอบอาหารที่แปลกใหม่ไปจากเดิม

          วันนี้ทั้งวัน ภาคินจำใจต้องยกเคสรักษาทั้งหมดให้แพทย์ท่านอื่นช่วยจัดการแทน เพราะตัวเขาไม่มีหน้าไปรักษาใครที่ไหน มีแต่จะแพร่เชื้อใส่คนไข้ก็เท่านั้น

          ไอร้อนจากซุปตรงหน้า เรียกสติให้กลับมาอยู่กับเนื้อกับตัวอีกครั้ง ใบหน้าคมสันหันมองคนเสิร์ฟอาหาร ค่อย ๆ หย่อนตัวนั่งกอดอก ส่งสายตาปลงสังเวช ยามเห็นสภาพของเขา

          "เป็นหมอภาษาอะไรมาป่วยซะเอง" ปราการเปิดบทสนทนา สายตาตำหนิ

          "แล้ว...สปาเกตตี?" ภาคินกะพริบตาปริบ ๆ เมื่ออาหารที่วางอยู่ตรงหน้าไม่ใช่เมนูโปรดประจำตัว

          "นี่ข้าวกล้อง ส่วนถ้วนนี้เป็นซุปไก่ ใส่หอมใหญ่ มะเขือเทศ แครอท มันฝรั่ง ก้านขึ้นฉ่าย หัวผักกาด เกลือ พริกไทย แล้วก็โรยผักชี เมนูนี้ช่วยต้านหวัด ลดอาการไอ แล้วก็ลดกระบวนการอักเสบในปอด เพราะมีฤทธิ์ยับยั้งการเคลื่อนที่ของเม็ดเลือดขาวนิวโทรฟีลด์ที่จะไปยังเนื้อเยื่อปอด ข้อมูลผมถูกต้องรึเปล่าครับ คุณหมอ"

          นายแพทย์จบใหม่อ้าปากค้างกับรายละเอียดและสรรพคุณยาวเหยียดของซุปร้อนส่งกลิ่นหอมอยู่ไม่ขาด

          "แล้วในกาใบนี้..." ภาคินชี้ไปยังกาเซรามิกขนาดไม่ใหญ่มาก ข้าง ๆ มีถ้วยชาเซรามิกเข้าคู่กัน

          "กาใบนี้ ผมต้มน้ำขิงมาให้"

          "น้ำขิง? มันไม่อร่อย..." เสียงแหบค้าน พลางทำหน้าแหย

          "แต่คุณหมอต้องดื่ม เพราะมันแก้หวัด แถมช่วยอาการท้องอืด แล้วก็ข้ออักเสบด้วย ถ้าคุณหมอฝากท้องไว้กับผม ก็ต้องกินเมนูที่ผมทำ" คนฟังมองเมนูสุขภาพสลับกับเชฟมือหนึ่งของเขา จนปราการต้องถอนหายใจ 

          "เชื่อมือผม อร่อยไม่แพ้สปาเกตตีมีทบอลของคุณหมอหรอก" ภาคินทำหน้าเซ็ง แต่ก็ยอมตักอาหารเข้าปาก แม้ลิ้นจะด้านไม่ค่อยรับรู้รสชาติเพราะพิษไข้ แต่กลิ่นอายหอมของเครื่องปรุง ผสมข้าวกล้องร้อน ๆ ก็ทำให้คนป่วยรู้สึกอยากหายไข้ขึ้นมาทันที

          "ถ้าหายหวัด...คงอร่อยกว่านี้" เสียงพึมพำของภาคิน ทำให้ปราการส่วนกลับพลัน

          "งั้นก็รีบ ๆ หาย จะได้ไม่เป็นภาระให้ผมต้องสรรหาเมนูคนป่วย" คนฟังเงยหน้าขึ้น มองใบหน้าเรียว พร้อมกล่าวยิ้ม ๆ ว่า

          "ขอบคุณครับ..." ร่างโปร่งเลิกคิ้วข้าง ก่อนปัดมือ แสร้งมองไปทางอื่น

          "กิน ๆ เข้าไป" พูดโดยไม่มองหน้าคนกิน

          "แล้วคุณเจ้าของร้าน...เมื่อไรจะป่วยบ้าง" เมื่ออาหารตกถึงท้อง คนไม่สบายก็เริ่มมีแรงพูด ปราการขมวดคิ้วน้อย ๆ หลิ่วตามองคนป่วย

          "เป็นคนเดียวไม่พอ ยังจะลากผมให้ป่วยไปด้วยหรอครับ คุณหมอ" ภาคินตักซุปเข้าปาก พลางส่ายหัวไปมา

          "เปล่าหรอกครับคุณ..." นายแพทย์วางช้อนลง เท้าแขนมองคู่สนทนาเนินนานก่อนยิ้มออกมา เมื่อเห็นสีหน้าสงสัยของปราการ

          "หมอแค่...อยากดูแลคุณบ้าง...ก็เท่านั้นเอง"

          ใจจริงที่ยอมหอบสังขารมาถึงร้านไออุ่น เขาไม่ได้กะมาแค่กินเมนูโปรด แต่เพราะมันมีสิ่งที่เขาชอบมากกว่าสปาเกตตีมีทบอลหลายต่อหลายเท่า...อยู่ภายในร้านแห่งนี้ต่างหาก

______

ยิ่งได้ใกล้กัน ยิ่งได้ผูกพัน
จนมันกลัวว่า ความสัมพันธ์มันจะหายไป
ต้องเก็บเอาไว้ข้างใน อย่างนี้
______


          เหล่านักแสดงพากันสะพายกระเป๋า ยกมือไหว้ครูสอนการแสดง โบกมือลาเพื่อนร่วมวงการ ทยอยเดินออกจากห้องซ้อมหลังจบการเวิร์คช็อป โยธินหิ้วกีตาร์คู่ใจเดินตรงมาสั่งเครื่องดื่ม ก่อนหันไปพบร่างเล็กคุ้นตา

          "ลัน..."  เขาเรียกด้วยน้ำเสียงปกติ แต่เจ้าของชื่อก็ยังนั่งเท้าคาง มองค้างในทิศทางเดิม

          "อลัน!!!" คราวนี้เรียกเสียงดัง พลางดีดขมับคนชอบเหม่อ

          "อ่าว พี่โย" คนเพิ่งได้สติกะพริบตาถี่ ลูบตรงที่ถูกดีดเบา ๆ

          "นึกว่าต้องเรียกไอ้เตี้ยถึงจะหัน" รุ่นพี่ลากเก้าอี้ลงนั่งฝั่งตรงข้ามรุ่นน้อง

          "พี่โย!" อลันค้อนตาโต

          "ก็เหม่อได้โล่ซะขนาดนั้น เป็นอะไรอีกล่ะเราน่ะ" โยธินเอนกายพิงพนัก

          "ก็...หัวมันตัน ๆ ไม่รู้จะเขียนอะไรต่อ...ล่ะมั้งครับ" อลันดูลังเล

          "แค่นั้น?" คนถามเลิกคิ้ว

          "ก็...แค่นั้น" เสียงตอบแผ่ว ทำให้รุ่นพี่พ้นลมหายใจขำ ๆ แค่มองตามสายตา เขาก็รู้แล้วว่า อะไรทำให้คนตรงหน้าไม่มีสมาธิเขียนงาน

          "เมื่อไรจะโกหกเก่ง เราน่ะ" มือหนาจับหัวเล็กโยกซ้ายขวา ขยับยิ้มขำ

          "งั้นลองแบบนี้ไหม พี่มีวิธีเรียกไอเดียดี ๆ รับรองเขียนออกแน่นอน" เขาประสานตามุ่งมั่นกับรุ่นน้องที่มองกลับอย่างซื่อ ๆ


          ร่างสูงของนายแบบหยุดมือซึ่งกำลังเก็บสัมภาระลงกระเป๋า เมื่อฝ่ายกำกับการแสดงเอ่ยรั้งตนไว้

          "โช เกวล์ เดี๋ยวพี่ขอคุยงานด้วยก่อนนะ" ชายสวมหมวกแก๊ปสีดำกล่าว ขณะเดินเข้ามาหาพวกเขา

          "งั้นเริ่มจากเกวล์ก่อนละกัน" ทั้งสองพยักหน้า เมื่อทีมกำกับการแสดงเริ่มพูด ดวงตาเรียวคมก็เบนออกไปหาคนซึ่งเขาปรายตาลอบสังเกตอยู่ตลอดเวลา เสียงการสนทนางานไม่ยอมเข้าหูเขาดื้อ ๆ เมื่อภาพใครบางคนดึงความสนใจไปจนหมด

          ใบหน้าหวานที่ปกติก็ตรึงสายตาคนรอบข้างได้ไม่ยาก กลับยิ่งเพิ่มแรงดึงดูดอีกไม่รู้เท่าไร ยามเจ้าตัวหัวเราะออกมาจนเห็นลักยิ้มชัดเจน แววตากระตือรือร้น ปากอิ่มขยับขึ้นลง คล้ายกำลังร้องเพลงตามอีกคนซึ่งนั่งดีดกีตาร์อยู่ฝั่งตรงข้าม ดูผ่อนคลายและเป็นตัวของตัวเอง ต่างจากตอนอยู่กับเขาลิบลับ

          มันชวนให้หงุดหงิดใจอย่างที่เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม

          "เรื่องท่าทาง การคุมร่างกายให้สื่อความหมายตามบท เกวล์ทำได้ดีแล้ว เหลือแค่ไปซ้อมเล่นกีตาร์กับเปียโนมาให้แม่น นางเอกคลุกคลีกับดนตรีมาตั้งแต่เด็ก เพราะฉะนั้นความเป็นธรรมชาติสำคัญมาก พี่ฝากตรงนี้ด้วยนะ"

          "เกวล์จะพยายามค่ะ" นางเอกสาวยิ้มรับ

          "ส่วนโช..." ชายสวมหมวกหันมาทางพระเอกของเรื่อง ซึ่งสายตาไม่ได้มองมาทางเขาเลย

          "โช" เกวลินช่วยสะกิดเรียก

          "อา..ครับ" ร่างสูงหันกลับมาสนใจงาน แม้แววตาจะซ่อนความสับสนไว้ลึก ๆ

          "พี่อยากให้โชส่งอารมณ์ให้มากกว่านี้ เวลาเข้าซีนที่มันต้องมีเพลง ฟังนางเอกร้อง หรือเล่นดนตรีอะไรทำนองนี้ จากที่ให้ลองทำ พี่ว่า โชยังเล่นแข็ง ๆ เหมือนมีอะไรปิดกั้นความรู้สึกตรงนั้นอยู่ กลับไปทำการบ้านมานะ"

          "ได้ครับ" ชายหนุ่มพยักหน้า แต่ไม่วายเหลือบมองไปตรงที่เก่า

______

ได้แต่เขียนข้อความว่ารัก ได้เขียนทุกวันให้เธอ
กลับมานอนละเมอ ตัวเธอจะรู้อะไรบ้างไหม
______


          ในกรุงเทพมหานคร ช่วงเวลาหกโมงเย็นจัดได้ว่าเป็นจังหวะมหกรรมรถติดแห่งชาติ รถมินิคูเปอร์สีเงินพาดลายทางสีแดงหักเลี้ยวเข้าปั๊มน้ำมัน และจอดลงใกล้ ๆ หน้าห้องน้ำ

          "เตี้ย ไปซื้อกาแฟร้อนมาให้แก้วหนึ่ง" คนขับออกคำสั่ง พลางเปิดประตูก้าวลงรถ ก้มลงดึงกุญแจออก ก่อนโยนให้คนอายุน้อยกว่า

          "แล้วก็มาขับแทนด้วย รถติดมันน่ารำคาญ" พูดจบก็ปิดประตูอัดหน้า เดินดุ่ม ๆ เข้าห้องน้ำทันที ร่างเล็กมองตาม พลางถอนหายใจยาว หลังจากเสร็จงานราโชก็ดูเงียบผิดปกติ ไม่พูดมาก (ปากหมา) เหมือนเคย

          "เป็นอะไรของเขา" ได้แต่บ่นกับตัวเองเบา ๆ และจำต้องเข้าร้านสะดวกซื้อ ทำตามคำสั่งจอมเอาแต่ใจ

          อลันส่งกาแฟให้ผู้โดยสารกิตติมศักดิ์ที่กำลังปรับเบาะเอนลง ไม่พูดไม่จา รับกาแฟมากระดกรวดเดียวหมด แถมยัดแก้วเปล่าใส่มือเขา ส่วนตัวเองคาดเข็มคัดนิรภัย ขยับหลังพิงเบาะ เมื่อเจอมุมสบาย ร่างสูงก็ปิดเปลือกตานอนหลับเสียเฉย ๆ

          "ดื่มกาแฟแล้วนอนเนี่ยนะ" อลันมองอย่างเหลือเชื่อ

          "ไม่เคยได้ยินไง ดื่มกาแฟตอนท้องว่าง จะทำให้หลับง่ายขึ้น" คนเตรียมหลับตอบเสียงเหวี่ยง

          "ไม่ครับ" ร่างเล็กสตาร์ทเครื่อง ขับรถออกจากปั๊ม

          "อย่าโง่ คาเฟอีนทำให้หัวใจเต้นแรงและเร็วกว่าปกติมาก พอหมดฤทธิ์มันเลยเพลี้ยง่าย ยิ่งเหนื่อย ๆ นอนไม่พอแบบเนี่ย ไม่เกินสิบห้านาทีก็เดี้ยงละ" นายแบบกล่าวทั้ง ๆ ที่ยังหลับตาอยู่ คนฟังผิวปากหวือ นาน ๆ ราโชจะพูดอะไรที่ดูมีสาระ

          และเป็นจริงดังว่า อลันมองคนซึ่งหลับทันทีหลังผ่านไปไม่ถึงสิบห้านาทีด้วยซ้ำ เขาดูเพลี้ยและอ่อนล้า ผิดจากใบหน้ากวนประสาทยามตื่นโดยสิ้นเชิง 

          เวลาทำงานของคนในวงการบันเทิงเป็นเรื่องที่เลือกได้ยาก ไม่ว่าจะอัดรายการ ออกกองละครนอกสถานที่ ให้สัมภาษณ์ ถ่ายแบบนิตยสาร ล้วนต้องทำงานร่วมกับหลาย ๆ ฝ่ายอย่างเป็นระบบ ไม่มีใครตามใจเราได้ทั้งหมด จากที่เขาคอยตามราโชไปทำงานบ่อย ๆ จึงรู้ข้อนี้ดี

          ถ้ามีคิวงานหรือต้องออกงานช่วงดึก ร่างสูงจะไล่เขาให้กลับคอนโดก่อน ไม่ก็โยนหน้าที่ให้พอลล่าจัดการไปส่ง แล้วตัวเองก็กลับมาในสภาพงัวเงียหลังเที่ยงคืนทุกที จะว่าเป็นคนดีมันก็...

          "ไม่ ๆๆ" อลันสะบัดหัวแรง ราโชทั้งแกล้ง จิกหัวใช้ ทำนู้นนี่เอาแต่ใจ มันหักล้างกันได้เสียที่ไหน 

          รถเคลื่อนตัวไปอย่างช้า ๆ ตลอดทาง กว่าจะถึงที่พัก กินเวลาไม่ใช่น้อย อลันดับเครื่องยนต์ บิดซ้ายขวาคลายความเมื่อย หันมองคนหลับลึกซึ่งไม่มีทีท่าว่าจะตื่นง่าย ๆ

           "คุณราโช..." นิ้วเล็กจิ้มสองสามทีที่ไหล่กว้าง แต่คนตัวสูงก็นิ่งเงียบ คราวนี้ร่างเล็กขยับเข้าหา โบกมือขึ้นลงตรงหน้าหล่อตี๋ ทดสอบว่า เขาจะตื่นขึ้นมาหรือไม่

          "ท่าจะเหนื่อยมากนะเนี่ย" อลันกล่าวเสียงแผ่ว ขยับตัวใกล้อีกนิด เพื่อปลดเข็มคัดนิรภัยให้ มือเล็กค่อย ๆ ผ่อนแรงเก็บสายไว้ด้านข้างประตูรถ

          หมับ!

          "ทำอะไร" มือใหญ่ตะบบข้อมือน้อย แรงกระชากส่งผลให้ใบหน้าหวานอยู่ห่างจากสายตาในระยะประชิด จมูกโด่งสันแตะเบา ๆ บนจมูกมน 

          "คิดจะลักหลับรึไง" น้ำเสียงยียวน ถูกส่งมาทันทีที่ร่างสูงลืมตา

          "ผมเปล่า..." อลันพยายามขืนตัว ใช้มืออีกข้างแกะนิ้วแกร่งที่คีบข้อมือเล็กราวกับเหล็ก แต่กลับถูกคนชาร์จพลังหลังได้นอนหลับ คว้ามือข้างนั้นเอาไว้

          "เปล่า แล้วทำไมต้องร้อนตัว" คนเพิ่งตื่นเลิกคิ้วกวนประสาทตามแบบฉบับ

          "ผมไม่ได้ร้อนตัว" อลันหน้ายุ่ง เริ่มได้ยินเสียงหัวใจตัวเองชัดมากขึ้น ดีไม่ดี คนตรงหน้าก็พลอยจะได้ยินไปด้วย

          "ให้มันจริง?" แก้มใส ๆ เวลาขึ้นสี ยิ่งทำให้คนขี้แกล้งไม่อยากปล่อยมือ

          "จริง!" เจ้าของเสียงนุ่มเริ่มท้วง

          "งั้นก็หยุดดิ้นสักที น่ารำคาญ" ปากว่ารำคาญ แต่สีหน้าไปคนละทางเลย

          "รำคาญก็ปล่อยสิครับ" ดวงตาเรียวคมจ้องคนหน้ามุ่ยอยู่พักใหญ่ ก่อนกล่าวออกมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

          "อย่าทำแบบนั้นอีก" ไม่มีเค้าล้อเล่นในน้ำเสียงทุ้มต่ำ จนอลันต้องขมวดคิ้ว

          "แบบไหนครับ?" ร่างสูงเงียบ มองลึกเข้าไปในดวงตากลมโต คล้ายต้องการสื่อความหมายบางอย่าง ซึ่งเขากระด้างปากเกินกว่าจะพูด มือหนาค่อย ๆ คลายออก แล้วกล่าวไปคนละเรื่อง

          "ขึ้นไปทำอะไรให้กินด้วย หิวจะตายอยู่ละ" 

          ทันทีที่ปล่อยให้ร่างเล็กเป็นอิสระ นายแบบหนุ่มก็ยันตัวขึ้นจากเบาะ จมูกโด่งสันแตะเฉียดเบา ๆ ยังแก้มนวลราวจงใจ ทิ้งให้นักเขียนตัวน้อยค้างนิ่ง หน้าแดงยิ่งกว่าลูกตำรึงอยู่บนรถ สัมผัสอุ่นยังติดอยู่ข้างแก้ม จนต้องเอามือกุมไว้ ส่วนคนตัวสูงก็ก้าวฉับ ๆ เข้าล็อบบี้คอนโด ด้วยอารมณ์บางอย่าง ที่ทำให้หายหงุดหงิดจากเหตุการณ์หลังเลิกงานเป็นปลิดทิ้ง

          "ขี้โกง..." คนโดนแกล้งได้แต่เดินตามอีกฝ่ายซึ่งกดลิฟต์รอเขาเอาไว้ พลางก้มหน้าหงุดไปตลอดทางจนถึงห้อง

______

อยากจะพูดสักคำว่ารัก แต่ก็พูดได้เพียงข้างในหัวใจ
จะต้องบอกเธอยังไง แต่คงดี ถ้าเธอคิดตรงกันกับฉัน
______





นาต้าชอบ ver. นี้นะ ฟังสบาย เสียงทุ้ม ๆ กลม ๆ มันก็จะหน่วงหน่อย ๆ 



เพลงที่โยธินเล่นตอนต้นบทค่ะ >////<


***************************************************


Talk with NATA


เสียงกีตาร์คือดีต่อใจมากกกกกก~ 
นึกภาพพี่โยเล่นแล้วคงแบบ... (-/////-)~




คิดถึงซีรี่ย์เรื่องนี้เนอะ จุดเริ่มต้นของด้อม #OffGun






cr. GMM TV

ข อ บ คุ ณ ทุกกำลังใจที่มีให้นาต้า 
ให้ป่าปี๊ นู๋กัน และทุก ๆ คนในครอบครัว #ออฟกัน
หวังว่านิยายที่นาต้าแต่งทุกเรื่องจะมอบความสุขให้นักอ่านทุกคนได้นะคะ



4 ตุลาคม สุ ข สั น ต์ วั น เ กิ ด น ะ อรรถพันธ์คนคิ้วท์~ >////< 
ป่าปี๊ เขาก็จะมาอวยพร มาทำบุญด้วย ลงรูปคู่หน่อย ๆ
งานยุ่งแค่ไหนนางก็มาหาน้องนะจ๊ะ
งุ้ยย~ น้องก็จะแอบยิ้มเบา ๆ 



#ATpCute24years


ปล. ในวัดยังกอดไม่ปล่อยเลยพ่อคุณ 555

 N A T A 


++++++++++++++++++++++ 
B
E
R
L
I
N
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

79 ความคิดเห็น

  1. #21 Namsiiiii (@Namsiiiii) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2560 / 02:01
    ชอบอ่ะ ฮือ เพิ่งมีเวลามาอ่าน แต่อ่านแล้วชอบมากๆ อยากอ่านต่อแล้นน
    #21
    1
    • #21-1 NATA-P (@NATA-PLOY) (จากตอนที่ 12)
      26 ตุลาคม 2560 / 15:00
      ขอบคุณ คุณ Namsiiiii มาก ๆ เลยค่ะ ที่แวะเข้ามาอ่าน ดีใจมากที่มีคนชื่นชอบผลงาน และสนุกไปกับงานเขียนของนาต้า ขอบคุณมาก ๆ นะคะ ^/////^
      #21-1
  2. #20 mantra (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2560 / 18:07
    เมื่อไหร่กันน้าที่พี่โชจะยอมรับว่าชอบลันสักที ทั้งที่ออกอาการหวงเสียขนานนั้น น้องลันก้อน่ารักเกิน

    คุณหมอก้ออ่อยเก่งเนอะ พี่ปราการจะใจอ่อนบ้างไหมนี้ (อยากอ่านตอนใหม่ทุกวันเลย ฮิๆๆ)
    #20
    1
    • #20-1 NATA-P (@NATA-PLOY) (จากตอนที่ 12)
      26 ตุลาคม 2560 / 14:58
      ขอบคุณ คุณ mantra มากนะคะ เข้ามาให้กำลังใจตลอดเลย พี่โชถอดแบบมาจากพี่ออฟค่ะ 5555 ปากแข็ง แต่เก็บอาการไม่ค่อยอยู่ คุณหมอกับพี่ปราการ คู่นี้ก็ต้องรอลุ้นต่อไปเนอะ พยายามเขียนให้ได้ทุกวัน วันละเล็กละน้อยสะสมกันไป เพราะนาต้าก็ต้องเตรียมสอบแล้ว เรียนหนักเลยช่วงนี้ ขอบคุณที่รอนะคะ
      #20-1