The Rhythm of Yours จังหวะนี้กำลังดี

ตอนที่ 11 : - 9th Rhythm " Mini Size " -

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 325
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    25 เม.ย. 61

________________

9th Rhythm
" Mini Size "
________________


cr. on pic


          การจราจรภายในกรุงเทพมหานครเริ่มติดขัด ยามเข้มนาฬิกาชี้บอกเวลาแปดโมงเช้า รถตู้คันสีขาวเคลื่อนวงล้อจอดเทียบด้านหน้าตึกสูงตระง่า สถานที่ถ่ายทำรายการของราโชและอลันในเช้าวันนี้ 

          ทันทีที่ประตูรถถูกเปิดออก เสียงกรี๊ดจากภายนอกก็ล้นทะลักเข้าจู่โจมโสตประสาท มือใหม่หัดดังอย่างอลันถึงกับไปไม่ถูก ด้วยจำนวนแฟนคลับซึ่งมารอพวกเขาอยู่ก่อนนั้น มากเทียบเท่าศิลปินดังจากเกาหลี จนไม่อาจประมาณได้ด้วยสายตา

          บรรดาป้ายไฟ ไวนิล เสื้อสกรีนติดแฮชแท็ก #SHOLAN อันมาจากชื่อของทั้งสองรวมกัน ช่วยตอกย้ำว่า กระแสการเปิดตัวคบหาอย่างเป็นทางการของพวกเขา กำลังสั่นสะเทือนวงการคู่จิ้นที่กลายเป็นคู่จริง จนสาวกต้องฟินไปตาม ๆ กัน

          ยิ่งออกงานคู่ ยิ่งเป็นที่จับตาดู แถมยังกวาดหัวใจสาวน้อยใหญ่ ให้ต้องกลายไปเป็นแม่ยกซูฮกในความต่างแต่ลงตัวของทั้งคู่ เกิดกระแสในโซเชียลตามมาอีกมากมาย

          "ใครทำเสน่ห์คุณไสยใส่วะเนี่ย" น้ำเสียงติดเหวี่ยงเล็กน้อย จากคนไม่ชอบตื่นเช้า แถมทำงานหนักต่อเนื่องกันมาหลายวัน ดังอยู่ข้าง ๆ 

          คนตัวเล็กแหงนหน้าขึ้นมอง ราโชที่เคยหน้ายุ่งก่อนลงจากรถตู้ กลับยิ้มกว้าง โบกมือทักทายแฟนคลับทันทีที่เท้าแตะพื้น คล้ายเมื่อครู่เป็นเสียงบ่นนกกาที่เขาประสาทหลอนไปเอง

          สปีริตความเป็นมืออาชีพของนายแบบหนุ่ม ส่งผลให้อลันต้องเค้นความสดใสส่งให้แฟน ๆ บ้าง ตอบแทนความรู้สึกดี ๆ ที่คนเหล่านี้มีให้พวกเขา และคงไม่ต้องพูดถึงเรื่องสวมบทบาทคู่รัก เพราะบนไหล่บางมีแขนแกร่งเกาะอยู่ไม่ห่าง ขยันสร้างโมเมนต์ได้ถูกที่ถูกเวลา รูปภาพที่ออกมา คงทำให้คู่ราโชอลันยิ่งหวานอีกหลายเท่าตัว

______

สติหล่นหาย ไม่รับ ไม่รู้ เรื่องราวรอบ ๆ กาย
มือที่ยังทักทาย ปากก็ยังยิ้ม แต่ใจมันสั่นรัว
______


          กว่าจะเดินฝ่าฝูงชนเข้าห้องแต่งตัว ใช้เวลานานพอสมควร ทีมงานต่างทยอยขนย้ายของขวัญจากแฟนคลับ ซึ่งกองเป็นภูเขาเลากาอยู่ห้องข้าง ๆ ขึ้นรถเตรียมส่งต่อไปยังคอนโดของราโช

          "คุณโช น้องอลัน วันนี้เต็มที่เลยน้า~ แฟนคลับเยอะขนาดนี้ นาทีทองในการโปรโมทตัวเองเลยนะค้า~" พอลล่ายิ้มหน้าบาน ใช้แปรงแต่งหน้ายกชูแทนพุ่มเชียร์ ออกสเต็ปเชียร์ลีดเดอร์วัยไม่ใส แถมห่างไกลช่วงมหาวิทยาลัยมานานโข

          "แล้วผมควรทำตัวยังไงดีละครับ พี่พอลล่า เกิดมาก็เพิ่งมีแฟนคลับเยอะขนาดนี้ กลัวจะทำให้เขาผิดหวังน่ะครับ" อลันถามสีหน้ากังวล ช่างแต่งหน้าอดไม่ได้ที่จะเอ็นดูในความใสซื่อ

          "ที่ให้นั่งติดรถไปทำงานด้วยทุกวัน มันไม่ได้เข้าหัวเลยรึไง ห๊ะ เตี้ย" ปากว่าเท้าถึง เมื่อราโชซึ่งนั่งให้ช่างทำผมอยู่ข้าง ๆ เอาเท้ามาเตะขาเล็กอย่างนึกหมั่นไส้ อะไรมันจะซื่อใสปานนั้น

          "ก็...ผมไม่เคยนี่หน่า" อลันย่นริมฝีปากใส่คนชอบใช้ความรุนแรง

          "แฟนเซอร์วิสน่ะ เคยได้ยินไหม" ใบหน้ากวนเลิกคิ้วข้าง มองคู่สนทนาผ่านทางกระจก

          "แฟนเซอร์วิส..." คนหน้าหวานทวนคำ ดวงตากลมโตมองขึ้นบนค่อย ๆ ทบทวนตามประโยคร่างสูงช้า ๆ

          "ใช่ พวกเขามารอเรา เอาของมาให้ คอยเป็นกำลังใจ เพราะฉะนั้นในฐานะแฟนของราโช รัชชาเรศวร์ ต่อให้ 'เตี้ย' แค่ไหน ก็ต้องน่ารักเข้าไว้ และไม่ใช่น่ารักธรรมดา แต่ต้องน่ารักที่สุดในสายตาแฟนคลับด้วย แค่เนี้ย ทำได้ไหม" 

          "น่ารัก? แล้วมันต้องน่ารักยังไงละครับ?" จบคำถาม มะเหงกจากมือใหญ่ก็ประเคนเข้าให้

          "อย่าซื่อบื้อ ไม่ต้องให้มันน่ารักยังไง ก็แค่อย่างเงี้ยแหละ" ราโชตอบส่ง ๆ เหมือนมีประโยคบางอย่างที่เขาต้องการสื่อ แต่สมองไม่รู้จะประมวลคำพูดอย่างไร

          "โธ่ คุณโช พูดอะไรให้มันชัดเจนสิคะ คืองี้นะ พี่แปลให้ฟังง่าย ๆ คุณโชน่ะ เขาหมายถึง แค่น้องอลันเป็นตัวของตัวเอง ก็น่ารักเพียงพอแล้วล่ะค่ะ ใช่ไหมค้าคุณโช~" พอลล่าได้ทีเสริมให้ และได้รางวัลเป็นดวงตาเรียวคมที่มองขวางใส่ แต่ปากกลับไม่ปฏิเสธอะไร

          "ถ้าอยากรู้ว่าแฟนเซอร์วิสเขาทำกันยังไง เดี๋ยวมือโปรจะโชว์ให้ดู" ร่างสูงพูดทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านั้น

______

เธอรู้บ้างไหม หนึ่งคน คนที่ไม่เคยต้องแคร์ใคร
กลับไม่ค่อยมั่นใจ ประหม่าทุกครั้งที่เราได้เจอกัน
______


          ภายในห้องส่งคับคั่งไปด้วยแฟนคลับ เสียงกรี๊ดดังกระหึ่มอีกครั้ง เมื่อราโชและอลันเดินเข้ามาตรงกลางเวที ทักทายแนะนำตัวพอเป็นพิธี ก่อนนั่งลงบนโซฟา เตรียมพูดคุยกับพิธีกรสาว

          "ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีกับความรักของทั้งคู่ด้วยนะคะ และที่มากไปกว่านั้น กระแสตอบรับจากแฟน ๆ ล้นหลามจริง ๆ สตูดิโอของเราแทบแตกเลยทีเดียว ทั้งสองรู้สึกยังไงบ้างคะ"

          "ต้องขอบคุณแฟนคลับทุกคนมาก ๆ ครับ แต่ถ้าจะให้ดี ชอบอลันให้น้อยลงหน่อยจะโอเคกว่านี้ครับ" ราโชหันไปพูดกับแฟนคลับด้วยสีหน้าจริงจัง

          "เอ๋ ทำไมละคะ" พิธีกรสาวถามกลับทันที

          "ผมหวง" 

          คำตอบสั้น ๆ แต่ทำเอาห้องอัดแทบระเบิดเพราะเสียงกรี๊ดจากแฟน ๆ ราโชมองใบหน้าหวาน ยักคิ้วข้างใส่คนที่เริ่มอายให้กับปรมจารย์ด้านการแสดง ชอบหาเรื่องแกล้ง ให้เขาเผลอทำหน้าเหวอออกอากาศทุกที เป็นวิธีแก้เครียดในวันนอนน้อยฉบับคนคูลล์จริง ๆ

          "แล้วคุณอลันล่ะคะ รู้สึกยังไงบ้าง" เธอหันไปถามอีกคน

          อลันนิ่งคิดไปครู่ เขานึกถึงคำพูดของพอลล่าที่บอกให้เป็นตัวของตัวเอง เพราะนั่นคือเสน่ห์ที่น่ารักที่สุด ที่ใครต่อใครจะสะดุดรักในความเป็นธรรมชาติของเขา

          "ลันเองก็ดีใจมาก ๆ ที่ได้รับความรักจากทุกคนมากมายขนาดนี้ แล้วก็ต้องขอบคุณ 'พี่โช' ด้วยที่ทำให้ลันได้สัมผัสความรู้สึกดี ๆ อย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้ครับ" 

          สรรพนามซึ่งเคยใช้เรียกราโชในวัยเด็ก ถูกร่างเล็กนำมาใช้อีกครั้ง เพราะใจจริง อลันชอบและสบายใจกับความสัมพันธ์เชิงพี่น้องแบบเมื่อก่อนมากกว่า ไม่ใช่ตอนนี้ ที่ร่างสูงมองตนเป็นใครอื่น ลืมเลือนน้องชายที่เคยสนิทคนนั้นไป

          เมื่อเห็นนายแบบมองหน้าเขาแปลก ๆ อลันจึงกระซิบแก้ต่างไปว่า "ก็แฟนเซอร์วิสไงครับ" คนฟังพยักหน้านิด กระซิบกลับ 

          "ก็ไม่เลว แต่แค่เนี้ย...ยังอ่อนหัด" ย้ำคำท้ายหนัก ๆ พร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ทำให้คนมองนึกสังหรณ์ใจไม่ดี

          "เพิ่งเริ่มต้นรายการยังหวานกันขนาดนี้ ลิซ่าว่าเรามาให้พวกเขาเมาท์อีกฝ่ายกันดีกว่า คุณราโชกับคุณอลันช่วยอธิบายความเป็นตัวตนของอีกฝ่ายให้แฟน ๆ ได้รู้จักกันหน่อยค่ะ" ลิซ่าผายมือให้ทั้งคู่ได้ตอบ ราโชเป็นฝ่ายเริ่มก่อน

          "ถ้าจะให้ผมเมาท์...ขอเมาท์แบบนี้ได้ไหมครับ" ร่างสูงใช้นิ้วชี้แตะริมฝีปากตน ก่อนยื่นไปแตะปากอิ่มสวยของแฟนปลอม ๆ กระจายความหวานรอบห้องส่ง ที่มาพร้อมกับใบหน้าตลก ๆ ของคนขี้เขิน โกยคะแนนจากแฟน ๆ ไปอีกหลายโหล คนชอบแกล้งหัวเราะเบา ๆ พลางกล่าวต่อ

          "ผมล้อเล่นน่ะครับ ถ้าให้พูดถึงอลัน...ผมว่าเขาก็...'เตี้ย' ครับ ก้าวขาก็สั้น เดินตามผมไม่เคยทัน ทำอะไรก็ช้า ชอบทำหน้าเหมือนลูกหมาหลงทาง เอาจริง ๆ ผมว่า ไม่ได้สั้นแค่ขานะครับ" ราโชเอนตัวเข้าหาร่างเล็กมากขึ้น ขยับมือตามปากทันที

          "เนี่ย หน้าก็สั้น" ฝ่ามือหนาตบแหมะที่แก้มนวล บีบเข้าหากันจนหน้าอลันเหมือนเป็ด

          "จมูกก็สั้น" เขาหนีบจมูกเล็กเหมือนคีบตุ๊กตาจากตู้ของเล่น

          "ปากก็อูมเป็นเป็ด" ดีดนิ้วใส่ปากอิ่มด้วยความหมั่นไส้

          "ตัวก็เล็ก ส่วนสูงรวมกันเท่าหลักกิโลเมตร" ตบท้ายด้วยการจี้เอว จนคนโดนแกล้งดีดตัวแรงจากที่นั่ง ตามด้วยเสียงหัวเราะจากแฟนคลับในความน่ารักของอลัน

          คนโดนแกล้งทั้งเขิน ทั้งอาย ทำตัวไม่ถูก ดวงตากลมใสมองตอบร่างสูงเป็นเชิงว่า งานนี้เขาจะไม่ปล่อยผ่านเหมือนที่แล้ว ๆ มา แต่มีหรือราโชจะสะทกสะท้าน ร่างสูงยังคงสวมบทพระเอกที่จบด้วยประโยคหล่อ ๆ ได้อย่างแนบเนียน 

          "แต่สั้น ๆ แบบนี้แหละครับ พกพาง่ายดี ผมจะได้พกเขาไปด้วยทุกที่ เหมือนอย่างวันนี้ไงครับ" คล้ายโดนตบหัวแล้วลูบหลัง อลันกลอกตามองบน ในประโยคเรียกเสียงกรี๊ดกร๊าด

          "ส่วนพี่โช ลันว่า เขาเป็นคน 'ดี' นะครับ..." เจ้าตัวเล็กยิ้มหวานให้คู่กรณี เน้นเสียงคำว่า 'ดี' ดังกว่าคำอื่น ๆ

          "ปากดี เดี๋ยวร้ายเดี๋ยวดี ชอบแกล้งเป็นคนดี ซกมกไม่มีชิ้นดี แล้วก็กวนประสาทได้ดีอย่าบอกใครเลยครับ" เห็นอลันสุภาพขี้อาย แต่เวลาเอาคืนก็แอบเจ็บแสบไม่แพ้กัน 

          "แต่ถึงพี่โชจะเป็นแบบนี้ แต่พี่โชก็เป็นคนใจดีนะครับ แค่บางทีปากร้ายไป...ไม่หน่อยก็เท่านั้นเอง" ร่างเล็กไม่วายเหน็บเบา ๆ ในประโยคตอนท้าย คนถูกชมว่า 'เป็นคนดี' จึงโอบไหล่บาง ดึงเข้าหาตัว ตีหน้าชื่นมื่น แต่แอบดีดหูเล็กเป็นการเอาคืน

          "คุณราโชกับคุณอลันอยู่ด้วยกัน ตัวติดกันตลอดเวลาแบบนี้ มีฉายาที่ตั้งให้อีกฝ่ายบ้างไหมคะ"

          "เตี้ย" ราโชตอบได้ในทันที "ผมว่านี่แหละ เข้ากับอลันที่สุด ใช่ไหม น้องเตี้ย" ใบหน้ากวนประสาทเอียงคอถาม ตอกย้ำปมด้อยคนสูงน้อยเหลือเกิน

          "ป่าปี๊ครับ" แต่คนเสียเปรียบเรื่องส่วนสูงก็ไม่ยอมแพ้

          "ทำไมถึงเรียกว่า ป่าปี๊ ล่ะคะ" ลิซ่าเป็นกระบอกเสียงถามแทนแฟนคลับที่คงจะอดสงสัยไม่ได้เหมือนกัน

          "พี่โชชอบดุครับ ชอบทำหน้ายักษ์ ตัวก็สูงแล้วยังจะใส่รองเท้าพื้นสูงอีก ผมต้องแหงนหน้าเวลาคุยด้วยตลอด แล้วบางทีเวลาอยู่คอนโดก็ชอบแต่งตัวแก่ ๆ เหมือนรุ่นพ่อด้วยนะครับ"

          รสนิยมการแต่งตัวรุ่นพ่อ เมื่อตอนไม่ออกงาน เรียกสายตาขวาง ๆ จากร่างสูงเบา ๆ พร้อมทำเนียบแอบเหยียบเท้าเล็ก โทษฐานวิจารณ์การแต่งกายในวันสบาย ๆ ของเขา

          "แหม เป็นมุมน่ารัก ๆ อย่างกับสามีภรรยาเลยนะคะ" เรื่องชงต้องยกให้ลิซ่า แต่ถึงเธอไม่ต้องทำอะไรมาก ทั้งสองคนก็แข่งกันทำแต้มแฟนเซอร์วิสอยู่ดี

          "ก่อนเข้าช่วงเล่นเกม เรามาอ่านคอมเมนต์ตอบคำถามจากแฟน ๆ สักหน่อยนะคะ" ทั้งสองพยักหน้า

          "คุณ NJK606 ถามว่า พี่โช พี่ลัน ชอบอวัยวะส่วนไหนของกันและกันมากที่สุดคะ?"

          "ปากครับ" ราโชตอบแทบไม่ต้องคิด "อลันเขาชอบโชว์ปากอูม ๆ ให้ผมดูทุกวันแหละครับ ไม่รู้ว่าเขา..." มือใหญ่ทาบลงบนปากนิ่ม สายตาจับจ้องราวพระเอกเอ็มวี ขยับหาร่างเล็ก บีบเฟรมกล้องให้แคบเองแบบไม่ต้องมีผู้กำกับ

          "ชอบโชว์บ่อย ๆ แบบนี้ ไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรกับผมรึเปล่า..." ในเสี้ยวของความโรแมนติกแบบสร้างภาพ มีแววตาขบขันปะปนอยู่ ยามเห็นอลันอ้ำอึ้งไปไม่ถูก ร่างเล็กรีบเขยิบถอย มือน้อยจับหางตาบนใบหน้าหล่อตี๋ แล้วตอบรัวเร็ว

          "ตาครับ" อลันยิ้มให้พิธีกรสาว "พี่โชตาเล็ก ๆ ลันว่ามันก็..."

          "น่ารักดี" อลันหันขวับ มองราโชที่พูดสอดได้ตลอดเวลา

          "ครับ" เจ้าของใบหน้าหวานได้แต่เออออตามราโช เพราะถ้าเขาบอกว่า ตาตี่เหมือนอาแปะนั่งแคะขี้มูก ประเด็นคงไม่จบแค่อวัยวะที่ชอบของกันและกันแน่

          "อีกสักคำถามนะคะ จากคุณ NATA_P ถามว่า ป่าปี๊สูงเท่าไรคะ"

          "ผมสูงหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเก้าเซนติเมตรครับผม ลองถามอลันบางสิครับ ว่าสูงเท่าไร"

          "ป่าปี๊!" อลันเผลอหลุดมือตะคุบปากคนตัวสูงแทบไม่ทัน เมื่ออีกฝ่ายโยนคำถามมาจี้ใจดำเหลือเกิน

          "แหม~ เป็นคู่ที่น่ารัก จนใจลิซ่าบางไปหมดแล้วค่ะ คุณผู้ชม และลิซ่าคิดว่าช่วงต่อไปหลาย ๆ คนจะต้องหลอมละลายติดพื้นแน่ ๆ เพราะช่วง 'คู่รักชวนเล่น' จะชวนคุณมาเค้นความฟินแบบไม่มีลิมิต และวันนี้คู่รักเจ้าของแฮชแท็ก #SHOLAN จะได้เจอกับเกมอะไรกันบ้างนั้น ไปชมกติกากันเลยค่ะ"

          ระหว่างถ่ายทำการแข่งขัน พิธีกรสาวและสตาฟยังคงประสานงานกันได้อย่างดีเยี่ยม เป็นอลันเสียอีกที่ไม่คิดเลยว่า แค่การแข่งเล่นเกมเพียงสองสามเกม จะทำให้เขาต้องเสียพลังงานมากถึงขนาดนี้ 

          ตั้งแต่เกมแรก ทั้งสองจะต้องสลับกันเป็นคนคาบป๊อกกี้ และให้อีกฝ่ายเดินต้านแรงยึดเหนี่ยวจากยางยืดที่รัดเอว มากัดป๊อกกี้ที่อีกคนคาบไว้ให้สั้นที่สุดให้ได้ ผลงานแข่งขันแน่นอนว่า คนที่ทั้งสูงและชอบใช้ (ความรุน-) แรงเป็นประจำอย่างราโชก็ชนะใส ๆ แถมยังทำใจดวงน้อยเต้นโครมคราม ยามร่างสูงใช้มือยึดใบหน้าหวาน ก้มลงกัดป๊อกกี้ช้า ๆ จนลมหายใจอุ่นเป่ารดริมฝีปากอิ่ม แล้วใบหน้ายิ้มกวนคล้ายอ่านใจเขาออกนั่นก็อีก

          อลันอยากจะแทรกแผ่นดินหนีจริง ๆ

          เกมที่สอง พลิกแผ่นป้ายชื่อตัวเอง โดยแต่ละแผ่นจะมีชื่อของราโชและอลันติดไว้ทั้งสองด้าน หน้าที่ของพวกเขาคือ พลิกแผ่นป้ายหงายเป็นชื่อตัวเองออกมาให้มากที่สุด ซึ่งอะไร ๆ มันคงจะง่ายกว่านี้ ถ้านายแบบหนุ่มไม่แกล้งขัดขา ดึงข้อเท้า ฉุดแขนคนตัวเล็ก จนเกือบพลิกป้ายชื่อตัวเองไม่ทัน แต่อลันก็อาศัยความตัวเล็กซึ่งเคลื่อนไหวได้คล่องแคล่วกว่า เอาชนะมาได้อย่างชิวเฉียด

          มาถึงเกมสุดท้ายที่ดูเหมือนจะง่าย แต่กลับยากอย่างไม่น่าให้อภัยสำหรับมือใหม่อย่างอลัน พวกเขาต้องแข่งกันจ้องตาหากใครละสายตาจากอีกฝ่ายก่อนถือว่าแพ้ และลางสังหรณ์ของอลันก็คาดเดาไว้ไม่ผิด คนที่ผ่านการเวิร์คช็อปงานแสดงมาโชกโชนอย่างราโชได้เปรียบอลันเต็ม ๆ บวกเข้ากับความขี้เขินของคนตัวเล็ก ราโชจึงเป็นฝ่ายชนะไปอย่างไม่ต้องสงสัย

          บทบาทของผู้แพ้ที่เหล่าแฟน ๆ รอคอย คือ อลันต้องเป็นฝ่ายอ้อนราโช โดยสร้างสถานการณ์ว่า ทั้งคู่กำลังเดินซื้อของด้วยกัน และอลันต้องทำทุกวิถีทาง เพื่อให้อีกฝ่ายยอมซื้อของที่เขาอยากได้ที่สุด

          "ทำดี ๆ ล่ะ ไม่งั้นได้อ้อนเป็นชั่วโมง ๆ แน่ คุณเตี้ย" สีหน้าสะใจเสียเต็มประดา ทำเอาผู้แพ้แล้วยังโดนพาล ส่งสายตาเคือง ๆ ไปให้ผู้ชนะ อย่างไม่อาจทำอะไรไปได้มากกว่านี้

          "เอาล่ะค่ะ ลิซ่าเชื่อว่า บทลงโทษครั้งนี้จะดีต่อใจมาก ๆ เลยนะคะ คุณผู้ชม แฟนคลับนี่เตรียมกล้องเลนส์ซูมยาวไปถึงหน้าปากซอยกันเลยทีเดียว ถามคุณอลันก่อนสักนิด คุณอลันมีวิธีอ้อนหรือง้ออะไรคุณราโชไหมคะ"

          "เออ...ก็คงทำเหมือนที่ทำกับคุณแม่ล่ะมั้งครับ" หนุ่มร่างเล็กยิ้มแห้ง ๆ เอาจริง ๆ ตั้งแต่เซ็นสัญญาจ้าง เขายังไม่เคยได้อ้อนหรือง้ออีกฝ่ายเลย

          "ลิซ่าว่า ทุกท่านคงอยากจะเห็นวิธีการอ้อนของคู่รักราโชอลันกันแล้วนะคะ ถ้าทั้งคู่พร้อมแล้ว ลิซ่าจะให้สัญญาณนะคะ ห้า สี่ สาม สอง หนึ่ง แอคชั่น!"

          "ต้องทำแบบนี้จริง ๆ หรอเนี่ย..." ร่างเล็กบ่นอุบเสียงเบา แต่คนหูดีก็ยังได้ยิน

          "อย่าบ่น" ราโชกระซิบบอก แววตาสมน้ำหน้าเขาอยู่ลึก ๆ

          "อย่าให้ชนะบ้างนะ..." อลันบ่นน้อย ๆ ก่อนสูดหายใจเข้าลึก หลับตาลง ทำสมาธิ เรื่องอ้อนขอให้บอก แม้แต่แม่ของเขาก็ยังใจอ่อนให้อยู่ตลอดนั่นแหละ

          เทคเดียวต้องผ่าน!

          จบความคิด ดวงตากลมโตก็เปิดขึ้นอีกครั้ง คราวนี้สายตาเปลี่ยนไปจากเดิม อลันก้าวเข้าใกล้นายแบบผู้เอาแต่ใจไม่หลบตาเหมือนอย่างเคย มือเล็กจับชายเสื้อคนตัวโตกว่า ช้อนดวงตากลมขึ้นมองใบหน้าหล่อตี๋

          "พี่โช..." สรรพนามซึ่งเคยใช้เรียกครั้งเยาว์วัย ถูกเอ่ยผ่านเสียงนุ่มอีกครั้ง ความทรงจำบางอย่างค่อย ๆ เคลื่อนผ่านสมองช้า ๆ ราวเครื่องฉายภาพขาวดำ รอยยิ้มหวาน ลักยิ้มอ่อนจาง ดวงตาใสซื่อ ของเด็กชายตัวเล็กในวันวาน คล้ายจะตอกย้ำเสียงร้องปริศนาลึกภายในใจใครบางคน

          "ลันรู้ว่าพี่โชใจดี ถ้าพี่โชซื้อปากกาด้ามนี้ให้ลัน ลันสัญญาว่าจะเขียนให้พี่โชอ่านทุกวันเลย" ประโยคคุ้น ๆ เหมือนเคยได้ยินที่ไหน

          ดวงตาเรียวคมฉายความสงสัยเพียงครู่ คล้ายกับว่าเขาเคยเจอเหตุการณ์คล้ายกันนี้มาก่อน ร่างสูงกะพริบตา กลับมามองคนตรงหน้าอีกครั้ง เมื่ออลันขยับอ้อมแขนเล็ก ๆ สอดผ่านลำตัวเขา แนบกายอุ่น ๆ กับแก้มนิ่ม ๆ ลงบนแผ่นอก และกระชับกอดเบา ๆ

          "นะครับ...พี่โช" เสียงนุ่มอู้อี้พูดผ่านริมฝีปากอิ่มที่ยังแนบชิดไม่ห่าง อลันไม่รู้ว่า วิธีนี้จะยังใช้กับราโชที่โตขนาดนี้ได้อยู่หรือเปล่า แต่ที่แน่ ๆ เขามักอ้อนอีกฝ่ายด้วยวิธีนี้เสมอเมื่อตอนเด็ก ๆ

          ราโชยืนนิ่ง ปล่อยให้คนแพ้กอด ออดอ้อนเขาอยู่อย่างนั้น กลิ่นหอมเบาบางจากคนตัวเล็ก ทำให้เขาเริ่มขยับมือ สมองส่วนลึกต้องการตอบสนองกับความรู้สึกบางอย่าง ทว่าเขากลับเลือกหลับตาลง พ้นลมหายใจออกไปแรง ๆ ปล่อยมือลงข้างลำตัวเช่นเดิม

          เขาเป็นผู้ชนะแท้ ๆ แต่กลับรู้สึกแพ้ยังไงก็ไม่รู้...

______

นี่ใช่ไหม เวลาที่เราไปหลงรักใคร
ตัวเราก็ดูกับราวจะเล็กลงไป
เห็นเธอเพียงคนเดียว ชัดเจนกว่าโลกทั้งใบ
______


          "โห่ย อะไรจะหวานน้ำตาลปี๊บกันขนาดน้าน! พี่ปราการดูดิ ไอ้ลันมันดังใหญ่แล้วนะพี่ แล้วดูสายตาคุณราโชดิ ตาย ๆ ไอ้ลันไม่รอดแน่ ๆ งานนี้" สาวหมวยประจำร้านไออุ่นพูดเสียงดัง ขณะโยนขนมเข้าปาก เคี้ยวดังกรุบกรับ เจ้าหล่อนกำลังนั่งพักดูทีวี หลังทำความสะอาดร้านเสร็จ

          "ก่อนจะยุ่งเรื่องชาวบ้าน ดูสารรูปตัวเองก่อนไหมยัยเหมย! นั่งถ่างขาอย่างกับจะไปตรวจภายใน กินอะไรให้มันดูเป็นผู้หญิงหน่อยไม่ได้รึไง พี่ละปวดหัวแทนแม่เธอจริง ๆ" ปราการที่นั่งทำบัญชีรายรับรายจ่ายประจำวัน เอามือกุมขมับอย่างนึกสังเวชใจ

          "โห่ พี่ปราการ ถึงแม่เหมยจะเคยประกวดนางสาวไทยสมัยเอ๊าะ ๆ มันก็ไม่ได้แปลว่า เหมยจะต้องเป็นกุลสตรีเหมือนแม่ป่าว" คนฟังเงยหน้าจากสมุดบัญชี กล่าวด้วยสายตาจริงใจ

          "เอาจริง ๆ นะเหมย เธอน่ะเป็นคนสวย แต่ขอโทษนะ นิสัยสถุนมาก" สาวหมวยหันขวับ ขึ้นเสียงพลัน

          "พี่! พี่ว่าผู้หญิงตัวเล็ก ๆ อย่างเหมยได้ไงอะ ไม่แมนเลยว่ะพี่!"

          "ตัวเล็ก? อัญเชิญเธอไปวัดส่วนสูงก่อนไหม ยัยเหมย" ปราการส่ายหัว กลั้วหัวเราะ

          "โธ่ แค่ร้อยเจ็ดสิบกลาง ๆ เอง ตัวเล็กน่ารักจะตาย" เหมยว่า พลางกรอกถุงขนมเข้าปาก

          "จ้ะ! ร้อยเจ็ดสิบกลาง ๆ ไปจนถึงเกือบ ๆ ร้อยแปดสิบน่ะนะ จ้ะแม่คุณ!" ปราการกระแทกเสียงหนัก ไม่รู้จะหาประโยคอะไรมาต่อปากต่อคำ

          กึก กัก!

          "หื้ม? แมวอีกแล้วหรอพี่" เหมยหันมาถาม

          "มันคงมาขอข้าวกินน่ะ ดึก ๆ แบบนี้คงเป็นแมวจากบ้านป้าลีแน่ ๆ เหมยไปดูแทนพี่หน่อยสิ" ปราการว่า ยังไม่ละสายตาจากสมุดบัญชี

          "อา ๆ ได้ ๆ ค่าจ้างร้อยหนึ่งเนอะ" สาวตัวสูงลุกขึ้น พร้อมแบมือขอเงินหน้าตาเฉย

          "ยังจะงกอีก!" คราวนี้เรียกสายตาดุ ๆ จากปราการได้ชะงัก

          "ล้อเล่นจ้า" สาวหมวยยกมือยอมแพ้ เดินไปเปิดประตูหน้าร้าน เพื่อดูเจ้าแมวตัวที่ว่า

          "ไม่เห็นมีแมวเลยพี่ มันไปแล้วมั้ง" เธอหันซ้ายขวา แต่กลับไม่เจออะไร

          กึก กัก!

          "หลังร้านรึเปล่าเหมย อาหารเม็ดอยู่ใต้ชั้นวางของนะ เอาให้มันแล้วเก็บไว้ที่เดิม" ปราการตะโกนไล่หลังสาวผมประบ่า

          "ได้พี่ อ่าว เฮ่ย!" เหมยเผลออุทานเสียงดัง เมื่อไฟในร้านและทั้งซอยที่พวกเขาอยู่ดับลงกระทันหัน

          "ไฟดับได้จังหวะดีจริง ๆ" ปราการถอนหายใจยาว วางงานตรงหน้า หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นเปิดโหมดไฟฉาย เดินไปหาสาวที่กำลังโวยวายเสียงดัง

          "พี่ปราการ ๆ ไฟดับอะพี่ ขอไฟฉายหน่อยดิ จะมีผีโผล่มาไหมเนี่ย ฮึ่ย! ขนลุก!" สาวหมวยลูบแขนตัวเองแรง ๆ ปราการใช้มือถือเคาะหัวคนปากไม่ดีดังโป๊ะ

          "นี่แหน่ะ! แม่ดอกเหมย ดึก ๆ ดื่น ๆ ยังจะมาพูดถึงผีอีก มืดตึ๊ดตื๋อแบบนี้ เดี๋ยวก็ได้โผล่มาจริง ๆ หรอก"

         กึก กัก!!! กึก กัก!!!

          "เฮ่ย!!!" เจ้านายและลูกจ้างต่างสะดุ้งเกาะแขนกัน เมื่อเสียงแปลกประหลาดยังคงดังต่อเนื่อง

          "พี่ปราการ!! เพราะพี่ปากไม่ดีแท้ ๆ" เหมยกระซิบหน้าซีด

          "ยัยเหมย เธอเริ่มก่อนไหม!" ปราการว่าเสียงดุ พยายามรวบรวมสติ ลากแม่สาวตัวดีเดินไปใกล้ต้นตอของเสียง

          "พี่! จะไปไหน!" เจ้าหล่อนกระซิบเสียงสูง

          "ก็เดินไปเปิดไฟสำรองไง มันอยู่ตรงนั้นพอดี" ปราการออกแรงดึงลูกจ้างตัวสูงให้เดินไปด้วยกัน

          "งื้ย! พี่! หมาหอนแล้วนะ ไปหยิบพระก่อนไม่ดีกว่าหรอ"

          "ยัยบ๋อง พระท่านก็อยู่บนหิ้งดี ๆ ไม่มีอะไรหรอกน่า ใกล้แค่นี้เอง ถ้าเธอเดินมากับพี่ เดี๋ยวให้ยี่สิบบาท"

          "อยู่ตรงไหนอะ เดี๋ยวเหมยไปเปิดให้" สาวหมวยยืดตััวตรง ความกลัวถูกสลัดหายในพริบตา 

          "เรื่องเงินนี่ไม่ได้เลยนะ" ปราการส่ายหน้าระอา

          "เร็วดิพี่ อยู่ตรงไหนเนี่ย ส่องไฟฉายดี ๆ ด้วย" เหมยเดินตรงไปยังห้องใต้บันได ซึ่งมีสวิตช์ไฟอยู่ในนั้น

          "คร้าบ เจ้านาย" เจ้าของร้านยกไฟส่องนำทางให้ลูกจ้าง โดยหารู้ไม่ว่า มีเงาตะคุ่มสูงใหญ่ ค่อย ๆ เคลื่อนกายหาเขาจากด้านหลัง

          "ปุ่มไหนอะพี่ ส่องไฟดี ๆ ได้ไหม เหมยมองไม่เห็น"

          "ก็เงาเธอมันบังปุ่มอยู่น่ะสิ สีเขียว ๆ นั่นไง เห็นไหม"

          "เขียวไหนอะ พี่"

          "โอ๊ย ยัยเหมยเอ๊ย ปุ่มจะแทงตาตายอยู่แล้ว มา ๆ ถือไฟแทนพี่ เดี๋ยวทำเอง" เมื่อลูกจ้างสาวเกิดอาการตาบอดสีขึ้นกระทันหัน ปราการจึงส่งมือถือให้เหมยเป็นลูกมือแทน ทว่า...

          "พะ พี่ปราการ คะ คือ เหมยว่า..." ลูกจ้าวสาวพูดตะกุกตะกัก เมื่อเหลือบไปพบว่า ด้านหลังของปราการมีอะไรบางอย่างยืนค้ำหัวอยู่

          "เป็นอะไรอีกยัยเหมย" ร่างโปร่งขมวดคิ้วไม่เข้าใจ ในท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วของแม่คุณ

          "พะ พี่ ส่องไฟไปทางประตูหลังร้านให้หน่อยดิ" เหมยกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ 

          "คะ ค้างไว้นะพี่" เจ้าหล่อนสูดหายใจลึก แล้วผ่อนออก เดินไปที่ประตูหลังร้าน

          "เหมยรักพี่นะ" จู่ ๆ ก็หันมาบอกรัก แถมเปิดประตูพรวดพราด ก้าวขายาว ๆ ออกตัววิ่งหน้าตั้ง เหมือนไปโดปพลังยาม้ามาอย่างนั้น

          "ลาละจ้าาาา~ ไม่อยู่แล้วโว๊ยยยยยยยยยยยยย~!" เสียงเจ้าหล่อนตะโกนแว่ว ๆ วิ่งเข้าซอยบ้านตัวเองแบบไม่คิดหันหลังกลับ

          "เอ้า! เดี๋ยว! ยัยเหมยจะรีบไปไหนเนี่ย เชื่อเขาเลย ยัยเด็กไฮเปอร์คนนี้" ปราการถอนหายใจเป็นรอบที่เท่าไรของวันก็ไม่ทราบ เขาหันกลับมาสนใจสวิตช์ไฟต่อ บรรยากาศโดยรอบเงียบสงัด เมื่อไม่มีเสียงเจื้อยแจ้วของลูกจ้างคอยก่อกวน มือเรียวเตรียมเอื้อมไปกดสวิตช์สีเขียว แต่มือใหญ่คล้ำจากด้านหลังกลับจับหมับลงบนบ่าเขาเสียก่อน

          เฮือก!

          สัมผัสเย็นเหยียบบนบ่า เรียกให้ขนแขนลุกตั้งโดนไม่ได้นัดหมาย ร่างโปร่งตกใจหันไปตะหวัดมือถือใส่ร่างปริศนาทันที

          "โอ๊ย!"

          คนถูกทำร้ายร้องเสียงหลง เมื่อโดนมือเรียวบวกวัตถุสื่อสารตะบัดใส่หน้าอย่างจัง หนำซ้ำมืออีกข้างของปราการก็เตรียมกำหมัดขึ้นจะชกเขาอีกระลอก จนมือใหญ่ต้องจับข้อมือเรียวรวบไว้ ไม่ให้เขาโดนทำอะไรไปมากกว่านี้

          "คุณเจ้าของร้านมือหนักจัง!" เสียงเคยคุ้นของใครบางคน ทำให้ปราการบิดข้อมือ ฉายไฟส่องหน้าเจ้าของมือหยาบคู่นั้น แล้วเผลออุทานเสียงดัง

          "คุณหมอ!"

          "ครับ!" ภาคินขานรับเสียงดังไม่แพ้กัน

          "คุณหมอมาได้ยังไงครับ มาตั้งแต่เมื่อไร" เสียงคนถามเร็วติดจรวด

           "ก็ก่อนไฟดับ หมอเห็นร้านคุณยังเปิดอยู่ เลยว่าจะมาขอข้าวเย็นกินสักหน่อย"

          "ข้าวเย็น? ตอนจะสี่ทุ่มเนี่ยนะครับ คุณหมอ"

          "ก็หมอยังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่กลางวันแล้วนี่หน่า มื้อเช้าก็กินไปแค่กาแฟกับขนมปังเอง ไหน ๆ หมอก็เป็นลูกค้าวีไอพี คุณเจ้าของร้านก็ช่วย ๆ เมตตาหมอเถอะนะ วันนี้งานเยอะจริง ดูสิ หิวโซเลยเห็นไหม"

          "สรุป ไอ้เสียงกุกกักนั่น เป็นเสียงคุณหมอเองหรอกหรอ" จบคำถาม ไฟฟ้าก็มาราวกับรู้งาน ทั้งซอยสว่างไสวขึ้นอีกครา

          "ก็แค่เช็คอะไรนิดหน่อย มันดึกแล้ว เผื่อคุณเจ้าของร้านลืมล็อกประตูไง" ใบหน้าคล้ายคนต่างชาติของร่างสูงใหญ่ดูพักผ่อนน้อยสมอาชีพไม่เปลี่ยนแปลง

          "คุณหมอไม่เห็นต้องอะไรขนาดนั้น แค่ล็อกประตูเอง" ปราการเดินเข้าครัว เตรียมหาวัตถุดิบมาทำอาหารให้ลูกค้าขาประจำ ที่มาได้ผิดเวลามื้อเย็นไปมาก

          "ไม่ได้ครับคุณเจ้าของร้าน ถ้าคุณเป็นอะไรขึ้นมา แล้วผมจะไปฝากกระเพาะไว้กับใครล่ะครับ" คุณหมอร่างยักษ์เดินตามเชฟมือทองของเขาต้อย ๆ เหมือนอยากมีส่วนร่วมด้วย

          "สปาเกตตีมีทบอลเหมือนเดิมใช่ไหม" ปราการหันมาถาม

          "ครับผม" ภาคินยิ้มหน้าบาน เมื่อคนตรงหน้ายอมทำอาหารนอกเวลางานให้เขา ผสมเสียงบ่นขรมเกี่ยวกับคนไม่รักษาสุขภาพตัวเอง แล้วดันทำอาชีพรักษาสุขภาพคนอื่น

          แม้ภายนอกปราการจะดูเข้มงวด เจ้าระเบียบ ขนาดไหน แต่ลึก ๆ ในใจ คุณหมอมาดเซอร์รู้ดีว่า เจ้าของร้านไออุ่นนั้น อ่อนโยนและใส่ใจคนรอบข้างมากกว่าที่ตาเห็น

          ถ้าเขาจ้างปราการให้มาเป็นพ่อครัวส่วนตัวได้...มันก็คงจะดี

______

คงจะดี ถ้าเธอมีใจที่พร้อมเมตตา
ยอมมา เรามาผลัดกันตัวเล็กตัวใหญ่นะ
รักกันไป แล้วตัวเราคงจะเท่ากัน
______


          "เดินเร็ว ๆ หน่อยไม่ได้ไง เตี้ย"

          นายแบบหนุ่มหันไปเร่งคนที่พ่วงตำแหน่งเบ๊ประจำกาย รองจากแฟนปลอม ๆ ประจำตัว ซึ่งกำลังแบกบรรดาของขวัญที่แฟนคลับให้มาใส่รวมกันในถุงใบใหญ่ ๆ เกือบเท่าตัวอลัน ยังไม่รวมของที่ทีมงานส่งให้ทีหลังอีกหลายต่อหลายกระสอบ และหน้าที่ในการขนขึ้นห้อง แน่นอนว่าต้องเป็นอลัน

          "คุณราโชก็เข้าห้องไปก่อนสิครับ มายืนเร่ง ๆ ผมแบบนี้ มันไม่ได้ช่วยให้เร็วขึ้นหรอกนะ" ร่างเล็กบ่นหน้ายุ่งใส่คนซึ่งคอยยืนเฝ้าตลอด แต่กลับไม่คิดจะช่วยแม้แต่น้อย

          "นี่ใคร นี่เจ้านาย ยืนกำกับลูกจ้างผิดตรงไหน ถ้าทำของแฟนคลับเสียหายขึ้นมา จะได้หักเงินถูก" ราโชยืนกอดอก สีหน้ากวนเป็นเอกลักษณ์ แบบไม่ต้องพยายามก็ทำให้คนมองของขึ้นได้

          "คุณราโชนี่ก็หน้าแดงเป็นเหมือนกันนะครับ" อลันสบตาเรียวคมอย่างเปิดเผย เมื่อเขาเริ่มเหนื่อยกับปากจัด ๆ ของคนตรงหน้าเต็มที

          "อะไร? เลือดฝาด?" ร่างสูงชี้มาที่หน้าตน อลันส่ายหัว ตอบกลับสีหน้านิ่งเฉย

          "หน้าเลือดน่ะครับ" คนฟังคิ้วกระตุก

          "พูดงี้อยากได้เงินสกุลวอนใช่ไหม" ร่างสูงเลิกคิ้วถาม

          "ทำไมผมต้องอยากได้" เขาสวนกลับพลัน

          "ก็ 'วอนโดนทีน' ไง! เอ้า! เร็ว ๆ ชักช้าอยู่นั่น เดี๊ยะได้โดนจริง ๆ" ราโชเดินเข้ามากดดันใกล้ ๆ 

          "คนอะไร กวน ดุ โหด" อลันบ่นอุบ

          "ได้ยิน" เสียงเหวี่ยงดังตามมาติด ๆ วันนี้ร่างเล็กคงได้หลับ (สลบ) สนิทแน่ แค่ถ่ายรายการ เทคแคร์แฟนคลับ รับมือความกวนประสาทระดับสิบดาวของราโช แถมกลับคอนโดยังโดนใช้งานไม่ขาดมือ

          ที่บอกว่าราโชใจดี เขาขอถอนคำพูดเดี๋ยวนี้เลย!

______

ค่อย ๆ รักกันไป...แล้วตัวเราคงจะเท่ากัน
______




เพลงนี้น่ารักจริง ๆ นะเออ~


************************************************


Talk with NATA


Bang Live
หลักฐานชัดเจน 555
ใครอยากดูฉบับเต็มเชิญทางนี้ค่ะ แวะไปดูเขาเล่นกันน้า~ >//////<



ตอนป่าปี๊ง้อคือแบบ โอ๊ยยยย~ เขินม้วนไปค่ะ >_____<~



คู่นี้เขาจริงแค่ไหน ถามใจดู 5555



ป่าปี๊ชอบแซวน้องเรื่องความสูง~



ได้ทีละกอดใหญ่เลยนะ ป่าปี๊!



แล้วเจอกันตอนหน้านะจ๊ะ~! (^____^)v


ขออนุุญาตเจ้าของภาพนะคะ

มันก็จะ #OffGun #SHOLAN หน่อย ๆ


 รัก 

 N A T A 


+++++++++++++++++++++++++ 
。SYDNEY♔
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

79 ความคิดเห็น

  1. #19 mantra (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 กันยายน 2560 / 19:13
    ทุกครั้งที่เธออัพตอนใหม่ เราก็เริ่มอ่านตั้งแต่ตอนแรกวนไป อ่านไปก็ยิ้มไป เพราะมันสนุก

    เป็นฟิคที่มีความโรแมนติกมากเลย อ่านแล้วไม่เครียด ยิ้มได้ทุกตอน

    #19
    1
    • #19-1 NATA-P (@NATA-PLOY) (จากตอนที่ 11)
      7 ตุลาคม 2560 / 21:06
      ขอบคุณมาก ๆ เลยนะคะ คุณ mantra นาต้าอ่านแล้วยิ้มไปทั้งวันเลย ดีใจมาก ๆ

      ที่มีคนชื่นชอบผลงานเราขนาดนี้ ขอบคุณที่เป็นกำลังใจ เป็นแรงผลักดันให้นาต้ามาตลอดนะคะ >/////<
      #19-1
  2. #18 Wannakawin (@wrrnkwinth) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 กันยายน 2560 / 22:45
    โอ้ยน่ารักมากค่ะ อ่านไปก็เขินไป ตอนที่อลันอ่อนโชนี้ดิ้นเลยค่ะโคตรเขิน รอตอนต่อไปนะคะ
    #18
    1
    • #18-1 NATA-P (@NATA-PLOY) (จากตอนที่ 11)
      29 กันยายน 2560 / 15:17
      โอ๊ยยยย เราอ่านเมนต์นี้ก็เขินเหมือนกัน 5555
      ขอบคุณมากนะคะ ที่ติดตามผลงานของเรา เห็นคนอ่านมีความสุข เราก็ฟินแล้วววว~ >/////<
      #18-1