The Rhythm of Yours จังหวะนี้กำลังดี

ตอนที่ 10 : - 8th Rhythm " Just a man " -

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 336
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    17 พ.ค. 61

____________________

8th Rhythm
"Just a man"
____________________



ขออนุญาตเจ้าของภาพนะคะ


          "...ระหว่างนี้ก็หาที่นั่งรอใกล้ ๆ ก็แล้วกัน..."

          ราโชหักเลี้ยวพวงมาลัยเข้าลานจอดรถภายในตึกของสถานีโทรทัศน์ช่องดัง เขาต้องให้สัมภาษณ์และโปรโมทซีรี่ย์เรื่องใหม่ ซึ่งกำลังจะถ่ายทำและออนแอร์กลางปีหน้า

          "เตี้ย..." เสียงทุ้มเอ่ยเรียกคนนั่งข้าง ๆ อีกรอบ แต่ไร้การตอบสนอง หนุ่มหน้าหวานยังคงก้มหน้า ใช้ปากกาขีดเขียนบนสมุดเล่มเล็ก

          "เตี้ย ได้ยินไหมเนี่ย" คนตัวสูงเริ่มขึ้นเสียง ขณะเปลี่ยนเกียร์ถอยหลังเข้าช่องจอด พร้อมหันใบหน้าหล่อตี๋ คิ้วขมวด มองอลันที่ยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ายานพาหนะจอดสนิทแล้ว

          สมาธิดีเกินไปจนน่าหมั่นไส้...

          คนขี้แกล้งปลดเข็มคัดนิรภัย ยืดตัวเข้าใกล้เบาะข้างคนขับ สูดลมหายใจลึก และตะโกนสุดเสียงใส่หูคนสมาธิดีจัด

          "เตี้ย!!!"

          "โอ๊ย! คุณราโช! ตะโกนใส่ผมทำไมครับ แสบแก้วหูไปหมดแล้ว..." มือน้อยถอดหูฟังออก ลูบใบหูตัวเองปอย ๆ มองหน้าคนกำลังยิ้มเหยาะ ยามเห็นสีหน้ายุ่งยากของเขา

          "ทีใส่หูฟังทั้งวันทั้งคืน ไม่เห็นโวยแสบแก้วหู" พอได้เห็นท่าทางตลกของคนข้าง ๆ น้ำเสียงราโชก็ฟังอารมณ์ดีขึ้นทันที

          "มันคนละอย่างกันนิครับ" เจ้าของเสียงนุ่มแย้ง เก็บสมุดปากกาใส่กระเป๋าประจำกาย หยิบถุงผ้าบรรจุอาหารและของว่างที่เขาต้องตื่นแต่เช้ามาเตรียมให้เจ้านาย

          "แล้วนี่จะฟังอะไรมันนักหนา น่าเบื่อจะตาย" ราโชส่ายหัว ปลดกุญแจรถออก

          "ผมฟังเพลง ผมได้แรงบันดาลใจดี ๆ มาทำงานอีกตั้งเยอะแยะ คุณราโชเองนั่นแหละครับที่แปลก" ดวงตากลมโตมองเจ้าของรถ

          "แปลก? ตรงไหน?" เขาหันมาสบตาด้วย พลางเลิกคิ้ว

          "แปลกสิครับ มากด้วย..." เสียงนุ่มเว้นจังหวะไปครู่ จ้องลึกเข้ายังดวงตาเรียวคม เอ่ยคำถามที่สงสัยมานาน "...เสียงดนตรีของคุณราโช...หายไปไหนหรอครับ"

          คนฟังนิ่งเงียบ เบนสายตาไปทางอื่น กลบเกลื่อนรอยไหววูบลึกเพียงเล็กน้อยจากนัยน์ตาที่มักกวนประสาทเสมอ เขาไม่ต้องการให้ใครหน้าไหนได้เห็นทั้งนั้น

          "ไม่รู้เว้ย ลงรถ" เมื่อไม่รู้จะตอบอย่างไร ร่างสูงก็ได้แต่เหวี่ยงใส่ ขายาวก้าวลงรถอย่างไม่คิดรอคนขาสั้นว่าจะเดินตามมาทันหรือเปล่า

______

เธอไม่ต้องกังวล เธอไม่ต้องเกรงใจ
ความรักฉันที่ฝากไว้ เป็นเรื่องง่ายกว่านั้น
______


          "คุณโยธิน วรโชติวาทิน ใช่ไหมคะ" เสียงทีมงานเอ่ยเรียกหนึ่งในแขกรับเชิญคนสำคัญ เขาคือเบื้องหลังที่จะมารับผิดชอบเกี่ยวกับซาวด์ดนตรีทั้งหมดของซีรี่ย์เรื่องนี้

          "ใช่ครับ ผมโยธินเอง" เสียงสุภาพอารมณ์ดีขานรับ รอยยิ้มสว่างอบอุ่นถูกแต้มบนใบหน้าดูดีจนเห็นลักยิ้ม ผิวค่อนขาวอย่างคนสุขภาพดี ร่างกายสูงสมส่วนถูกทับด้วยเสื้อเชิ้ตง่าย ๆ กับกางเกงยีนส์สีอ่อนขายาว ไหล่กว้างสะพายกีต้าร์คู่ใจ บ่งบอกนิสัยนักดนตรีตัวยง

          "เชิญสแตนด์บายที่ห้องนี้ได้เลยค่ะ" หญิงสาวผายมือออกทางห้องเก็บตัว เขาเดินตามเข้าไปอย่างว่าง่าย เป็นเวลาเดียวกันกับที่นายแบบร่างสูงเดินผ่านประตูกระจกอัตโนมัติเข้ามา

          "ว๊าย มาพอดีเลยค่ะ คุณโช~" เสียงดัดคุ้นเคยดังจากอีกฟากของห้องล็อบบี้ พอลล่านั่งรอพวกเขาอยู่ก่อนแล้ว

          "วันนี้พาน้องอลันมาด้วยรึเปล่าคะ คุณโช~" สิ้นคำผู้จัดการส่วนตัว เจ้าของใบหน้าหวานเกินชายก็เดินตามมาด้วยอาการติดหอบ เขาต้องใช้ความพยายามพอสมควรกว่าจะก้าวตามคนขายาวทัน

          "น้องอลันทางนี้ค่า~" พอลล่าโบกมือเรียก อลันยกมือไหว้ยิ้มทักทาย

          "คุณโชคะ เดี๋ยวพี่จะแจ้งรายละเอียดเรื่องซีรี่ย์ที่คุณโชจะเล่นให้ฟัง ตอนนี้เข้าห้อง นั่งพักให้หายเหนื่อยก่อนนะคะ น้องอลันด้วยน้า~ น่ารักตลอด" เจ้าหล่อนว่า พลางหยิกแก้มใสเบา ๆ คนถูกชมยิ้มแกน ๆ ไม่คิดชินกับการถูกมองว่าน่ารักน่าเอ็นดูเสียที

          บานประตูหนาถูกเปิดออก เสียงกีตาร์โปร่งและเสียงฮัมเพลงเบา ๆ ดังเล็ดลอดออกมา ก่อนเงียบลง เมื่อชายหนุ่มนักดนตรีรู้ตัวว่า จะไม่ได้นั่งในภายห้องเก็บตัวคนเดียวอีกต่อไป เขายิ้มให้ผู้มาใหม่อย่างเป็นมิตร

          "อุ๊ย! นั่น คุณโยธินใช่ไหมคะเนี่ย ยังหล่อเหมือนเดิมเลยน้าค้า~" ในแวดวงบันเทิงคงไม่มีใครที่พอลล่าไม่รู้จัก

          "ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ คุณคงจะเป็น...คุณพอลล่า ผู้จัดการส่วนตัวคุณราโชสินะครับ" หนุ่มนักแต่งเพลงทักทายเป็นกันเอง ขณะลดกีตาร์ลง ตั้งไว้ข้างเก้าอี้

          "แหม ความจำดีเหลือเกินค่ะ คุณโย~" ผู้จัดการใจสาวยิ้มแก้มปริ

          "ก็เห็นคุณราโชยืนอยู่ข้าง ๆ จะเดาว่าป้าข้างบ้าน มันก็ยังไงอยู่นะครับ" โยธินกล่าวหยอก

          "ว๊ายต๊าย~ อิฉันดูแก่ขนาดนั้นเลยหรอคะ คุณโย๊~!" พอลล่ารีบส่องกระจก จับหน้าตัวเอง หันซ้ายขวา ดูว่ามีรอยตีนกาตรงไหน

          "ฮ่ะ ๆๆ ผมล้อเล่นครับ คุณพอลล่า" เขาปัดมือหัวเราะ สายตาเหลือบไปเห็นร่างที่กำลังหลบ ๆ ซ่อน ๆ อยู่ด้านหลังนายแบบมาดกวน "แล้วคนที่ยืนอยู่ข้างหลังคุณราโชนั่น..."

          "อ๋อนั่นน่ะ น้องอลั..." 

          "ลัน?...ใช่ลันรึเปล่า?" ยังไม่ทันจบคำของพอลล่าดี เสียงโยธินก็แทรกขึ้น ยามเห็นใบหน้าหวานชัดเต็มสองตา 

          "พี่โย!" คนตัวเล็กเบิกตากว้างขานรับประโยคคำถามจากเขา พร้อมออกตัววิ่งเข้าหาโปรดิวเซอร์หนุ่มรูปงาม ผ่านร่างสูงของคนที่เจ้าตัวเคยใช้เป็นเกาะกำบัง ซึ่งกำลังมองตามแผ่นหลังบางอย่างอึ้ง ๆ ในอาการดีใจจนออกหน้าของเขา

          "ไม่นึกว่าจะได้เจอพี่โยอีก เพลงที่พี่โยแต่ง ลันเปิดฟังทุกเพลงเลยนะ ตั้งแต่สมัยเรียนก็คอยติดตามผลงานพี่โยมาตลอด แล้วพี่โยมาทำอะไรที่นี่ครับ เพลงใหม่จะออกเมื่อไร ใครเป็นคนร้อง แล้ว..."

          "เดี๋ยว ๆ ลันใจเย็น ๆ ค่อย ๆ ก็ได้ ถ้าสำลักคำถามตายก่อนพี่จะได้กอดก็แย่สิ" หนุ่มอารมณ์ดียิ้มขำพฤติกรรมราวเด็กอนุบาลของร่างเล็กตรงหน้า

          "กอด?" อลันทวนคำ คิ้วใครบางคนเริ่มกระตุก

          "ใช่ กอด อย่าบอกนะว่า ลืมธรรมเนียมสายรหัสของเราไปแล้ว" เจ้าของดวงตาอบอุ่นขี้เล่น เอนกายหารุ่นน้องตัวน้อย จนคนที่เฝ้ามอง (จ้องเขม็ง) เริ่มเก็บอารมณ์บางอย่างไว้ไม่อยู่

          "ลันกอดได้หรอครับ..." หนุ่มหน้าหวานชี้เข้าหาตนเอง เป็นกิริยาน่าเอ็นดูที่เจ้าตัวไม่เคยรู้เอาเสียเลย คนขี้โมโหได้แต่คาดโทษในใจ

          "ทำไมจะไม่ได้ล่ะ มากอด" รุ่นพี่อารมณ์ดียิ้มตาหยี่ ยืดตัว กางแขนออก ยิ่งทำให้คนอารมณ์ร้อนเหมือนมีควันคุกรุ่นออกจากหัว

          "ถ้างั้นลันขอ..." 

          "อะแฮ่ม!!!!!"

          เสียงกระแอมสนั่น คล้ายดังมาจากเครื่องขยายเสียงขนาดยักษ์ ไม่ต้องรอให้คนตัวเล็กถึงอ้อมกอดอดีตรุ่นพี่สายรหัส มือใหญ่ของคนซึ่งหมดความอดทน จัดการคว้าหมับเข้าที่คอเสื้ออลัน ออกแรงดึงราวกับเครนคีบเหล็ก จนร่างเล็กปลิวติดมือ เปลี่ยนตำแหน่งมายืนอยู่ด้านหลังนายแบบหนุ่มตามเดิม

          "ยินดีที่ได้ร่วมงานนะครับ คุณ..." ราโชเว้นคำ ส่งสายตาเป็นเชิงถามชื่อ

          "ผมโยธินครับ" เมื่อตั้งสติได้ หลังเห็นรุ่นน้องตัวน้อยถูกกระชากตัวลอยไปต่อหน้าต่อตา เขาก็ตอบกลับด้วยใบหน้ายิ้ม ๆ

          "ครับ...คุณ โย ธิน" น้ำเสียงกวนอารมณ์เน้นชัดตรงชื่อคู่สนทนา กล่าวต่อด้วยท่าทางแสร้งซื่อว่า

          "ต้องขอโทษด้วยนะครับ พอดีพวกทีมงานเบื้องหลัง ถ้างานไม่ดังจริง ผมจะจำไม่ค่อยได้ แล้วพอชื่อซ้ำ ๆ กัน ไอ้ผมก็พาลจะลืมง่ายซะด้วยสิ แย่จริง" คล้ายได้รับสารท้าทายบางอย่าง ทว่าโยธินก็ยังตอบด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ อารมณ์ดีอย่างเคย

          "ผมเข้าใจครับ คุณราโชทำงานแต่เบื้องหน้า คิวแน่นทุกวัน คงไม่ค่อยมีเวลาอ่านข่าว เช็คเรตติ้งสักเท่าไร ถ้ายังไงผมแนะนำให้สอบถามคุณพอลล่าดูนะครับ เผื่อจะได้ทราบว่า คนที่ติดอันดับหนึ่งในห้าดาวรุ่ง คุณภาพงานดี ๆ ไม่ได้มีแต่นักแสดงสักทีเดียว"

          ประโยคยาว ๆ จากโยธินทำเอาหนุ่มขี้วีนรีบหันขวับไปทางผู้จัดการส่วนตัว พร้อมส่งกระแสจิตกะพริบติดเป็นกระแสไฟฟ้าอยู่ลาง ๆ ว่า 

          'ถ้าหนึ่งในห้าไม่มีผม! พี่พลตายแน่!!!'

          รู้สึกเหมือนมียมทูตวิ่งผ่าน คนรับสารทางสายตาสะดุ้งโหยง เขาเป็นคนจัดโหวตเสียเมื่อไร ได้แต่ส่งรอยยิ้มอ่อนจาง (ที่มีน้ำตาซ่อนอยู่) ไปให้ หล่อนจะบอกราโชได้อย่างไร ในเมื่อคนที่เคยติดท๊อปสามหนุ่มฮอตตลอดกาล ถูกเบียดตกเป็นอันดับหก แถมคู่ชกอย่างโยธินดันได้ขึ้นหิ้งอันดับสามแทนอีกต่างหาก

          'วันซวยของอีพอลล่าแท้ ๆ~' ผู้จัดการแฟชั่นจ๋าถึงกับทำหน้าไม่ถูก

          "เออ พี่ว่า คุณโชกับน้องอลันเชิญนั่งทางนี้ก่อนดีกว่านะคะ เดี๋ยวพี่จะได้แจ้งเรื่องงานให้คุณโชฟังระหว่างแต่งหน้าทำผมด้วย" พอลล่าแก้ปัญหาโดยการแยกมวยคู่เอกออกจากกันเป็นการพักครึ่ง

          สองหนุ่มแยกไปนั่งคนละฝั่ง กั้นกลางด้วยกระจกแต่งหน้าบานใหญ่ บรรดาช่างเสริมหล่อเริ่มปฏิบัติหน้าที่

          "เอาล่ะค่ะ ซีรี่ย์เรื่องนี้คุณโชได้เล่นเป็นพระเอกนะคะ" พอลล่าหยิบแว่นสายตาดีไซน์เก๋ไก๋ขึ้นสวม

          "ของมันแน่อยู่แล้ว" นายแบบมาดกวนไหวไหล่

          "ทีมงานคุณภาพ ผู้กำกับมือทอง รับรองว่าโกยเรตติ้งให้คุณโชกลับขึ้นมาฮอตเหมือนเดิมแน่นอน พี่คอนเฟิร์ม!" เจ้าหล่อนยกนิ้วโป้งให้

          "พี่พล!" ราโชเบิกตาใส่

          "อุ๊ย...ไม่ขยี้ค่ะ ไม่ขยี้" ผู้จัดการกล่าวเสียงอ่อน เมื่อเผลอจี้จุดคนหลุดอันดับไปหมาด ๆ

          "ส่วนเนื้อเรื่อง ก็เกี่ยวกับชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย รักใส ๆ ผสมดราม่า คอมาดี้ ใช้ดนตรีและบทเพลงดำเนินเรื่อง..."

          "เพลงหรอ?" ร่างสูงขัดขึ้น

          "ใช่ค่ะ งานใหญ่แบบนี้ใช้อารมณ์มาตัดสินไม่ได้นะคะ ทีมคัดเลือกนักแสดงเขาระบุมาเลยว่าอยากให้คุณโชร่วมแสดงด้วย ปฏิเสธไปน่าเสียดายแย่" พอลล่ารู้นิสัยเขาดี

          "ผมรู้" หนุ่มตี๋กอดอกอย่างหน่าย ๆ

          "แต่ไม่ต้องห่วงค่ะ เพราะซีรี่ย์เรื่องนี้ คุณโชจะได้ใช้นิสัยส่วนตัวเรื่องไม่ชอบฟังเพลง ร้องเพลงเพี้ยน เล่นดนตรีห่วย" คราวนี้ราโชมองตาขวางเหมือนอยากจะขว้างลูกตาตัวเองใส่คนพูด จนพอลล่าต้องรีบแก้ต่าง

          "โถ ๆ พี่หมายถึงในเรื่องน่ะค่ะ พระเอกดันไปหลงรักนางเอกที่ดีพร้อมทุกด้านเกี่ยวกับดนตรี ทำให้ตัวเองตัดสินใจเข้าชมรมเดียวกันกับเธอ เพื่อจะได้ใกล้ชิด ทำความสนิทสนม"

          "เหอะ น้ำเน่ากว่านี้มีอีกไหม" ราโชกลอกตามองบน

          "มีค่ะ แหม มันก็ต้องมีเหตุการณ์สนุก ๆ ให้ลุ้นระหว่างนั้นอยู่แล้ว นี่แค่คร่าว ๆ ส่วนรายละเอียดบท ตารางเวิร์คช็อป พี่ใส่ซองเอกสารส่งให้ถึงคอนโดแล้ว หรือจะอ่านทางไลน์ พี่ก็ส่งไฟล์ให้เรียบร้อย อย่าบอกนะคะว่ายังไม่ได้อ่านเลยน่ะ"

          "ก็ใครจัดตารางให้ผมแน่นซะขนาดนี้ล่ะ" นายแบบหนุ่มว่า ระหว่างควานหาโทรศัพท์มือถือ เพื่ออ่านรายละเอียดตามที่ผู้จัดการบอก

           "ตารางงานแน่น หรือตาลายเพราะผู้ชายน่ารักแถวนี้กันแน่คะ คู๊ณ~" พอลล่ายิ้มกริ่ม ส่งสายตาไปทางอลัน

          "พี่พลว่างหรอครับ" เสียงขุ่นจากนายแบบหนุ่มว่า

          "หื้ม~ ยุ่งก็ได้ค่า~ ต๊ายตาย ชีวิตเดี้ยนนี่ยู๊งยุ่ง ไปจัดของทางนู้นดีกว่า ปล่อยให้ข้าวใหม่ปลามันเขาคุยกัน ลั๊ลลา~" พอลล่าเดินส่ายก้นอารมณ์ดีหลีกไปอีกทาง

          "อยู่ไหนวะ" มือหนาไล่หาเครื่องมือสื่อสาร ไม่ได้สนใจผู้จัดการที่อุตส่าห์ไม่อยู่เป็น กขค

          "คุณราโช หาอะไรอยู่หรอครับ" เสียงนุ่มตัดสินใจเอ่ยในที่สุด

          "มือถือ!" เสียงเหวี่ยงกระแทกคำตอบ เหมือนยังไม่หายเคืองร่างเล็กกับคู่กรณี

          "คือ...ผมเห็นคุณราโชเสียบไว้ตรงที่วางมือถือบนรถน่ะครับ เดี๋ยวผมไปเอาให้ก็ได้นะครับ" อลันไม่รู้ว่าราโชโมโหเรื่องอะไร ฉะนั้นเขาต้องทำตัวว่านอนสอนง่ายไว้ก่อน

          "เออดี ให้เร็วด้วย" ร่างสูงส่งสายตาเหมือนอลันทำอะไรผิดมาหนักหนา มือใหญ่ส่งกุญแจรถให้ อลันลุกเดิน เตรียมผลักประตูห้องออกไป

          "ลัน พี่เดินไปเป็นเพื่อน" หนุ่มอารมณ์ดีก้าวตามติด ๆ ชนิดที่คนขี้หวงรีบตะโกนดัก

          "เตี้ย! ไม่ต้อง..." ทว่าคำรั้งกลับถูกกลืนหายจนสิ้น เมื่อเจ้าของใบหน้าสวยซึ่งเขารู้จักดี เดินสวนพวกอลันและโยธินเข้ามาพอดี

          เธออยู่ในชุดยีนส์สีเข้มสบาย ๆ ตัดกับผิวขาวผ่องชวนมอง ผมยาวสวยถูกรวบขึ้น ทิ้งหน้าม้าและปอยผมดูเป็นธรรมชาติ ใบหน้าเรียวรูปไข่แม้ไม่ประทินเครื่องสำอางก็สวยน่ารักจนใคร ๆ ต้องอิจฉา

          "เกวล์..." ราโชเผลอพึมพำชื่อเธอคนนั้นออกมา

          "คุณเกวลิน ถ้าต้องการอะไรเพิ่มเติม เรียกพวกเราได้เลยนะคะ"

          "ขอบใจมากจ้ะ กลับไปทำงานต่อเถอะ" พนักงานต้อนรับ โค้งตัวให้เล็กน้อย ก่อนเดินจากไป

______

ฉันเป็นเพียงชายคนหนึ่งที่อยากดูแล ห่วงใยเธอเท่านั้น
ขอแค่เพียงยังมีใครที่ห่วงใยกัน ไม่เคยต้องการสิ่งใด
______


          ณ ลานจอดรถ

          "ตกลง ลันกำลังคบกับราโชจริง ๆ หรอ" น้ำเสียงเหมือนไม่เชื่อกับสิ่งที่เพิ่งได้ยินจากปากร่างเล็กเมื่อไม่นานมานี้

          "ก็...ประมาณนั้นครับ" อลันยิ้มแห้ง ๆ ให้โปรดิวเซอร์หนุ่ม

          "หื้ม ร้ายนะเรา เสน่ห์แรงถึงขนาดมัดใจคนอย่างราโชได้เนี่ย ไม่ธรรมดาแล้ว" โยธินรู้กิตติศัพท์ความเรื่องมากเอาแต่ใจของอีกฝ่ายดี

          "ว่าแต่พี่โยเถอะ ไม่ได้เจอกันนาน เป็นยังไงบ้างครับ" เสียงนุ่มน่าฟังเอ่ยถามบ้าง

          "ช่วงนี้ก็ทำงานหนักหน่อย พี่ชอบอยู่เบื้องหลังนะ สนุกดี แต่บางทีก็มีแมวมองมาขอให้พี่ทำงานเบื้องหน้าอยู่เรื่อย ๆ ช่วงนั้นงานล้นมือเลยต้องขอปฏิเสธ แต่ถ้าจังหวะดีก็อยากจะลองทำอยู่เหมือนกัน" อลันพยักหน้า

          "ถ้าพี่โยธินผันตัวมาอยู่หน้ากล้องซะเอง ผมว่าดาราคนอื่น ๆ มีหวังตกงานกันเป็นแถวแน่ ๆ" หนุ่มนักดนตรีหัวเราะ

          "ก็ว่าไป สำหรับงานพวกนั้น พี่ก็ยังเป็นมือใหม่อยู่ดี" เขายกมือขึ้นเกาท้ายทอย

          "คันนี้แหละครับ" อลันหยุดฝีเท้า กดรีโมทปลดล็อคประตูรถ

          "แล้วนี่หนังสือเล่มใหม่ เมื่อไรจะออกล่ะ" โยธินมองร่างเล็กก้ม ๆ เงย ๆ หาโทรศัพท์มือถือด้านในรถยนต์

          "ก็คงอีกสักพักน่ะครับ ลันกำลังพยายามอยู่" เจ้าตัวเล็กถอยออก ปิดประตูรถ กดปุ่มล็อคไว้ดังเดิม

          "พี่รอเสียเงินให้เราอยู่นะ รีบ ๆ คลอดเล่มใหม่สักที" เขาว่าขำ ๆ

          "ขอบคุณครับ แต่ถ้าเป็นพี่โย ลันให้ฟรีพร้อมลายเซ็นเลย" อลันยิ้มกว้าง

          "ไม่ล่ะ พี่จะไปซื้อด้วยตัวเอง แล้วก็จะเอาไปให้ลันเซ็นกับมือพี่นี่แหละ น่าสนุกกว่าเยอะ" 

          ทั้งสองพูดคุยกันจนกระทั้งถึงห้องเก็บตัว แขกรับเชิญสำคัญ ทั้งนักแสดงและผู้กำกับต่างรวมตัวกันอย่างพร้อมเพรียง แต่คนที่สะดุดตาที่สุดเห็นจะไม่พ้นพระนางของเรื่องนี้...ราโชและเกวลิน

          อลันหยุดฝีเท้า เมื่อเห็นอดีตคนรักของร่างสูงกำลังนั่งสนทนากับเขาอย่างสนุกสนาน เธอยังคงความน่ารัก สดใส นิสัยเป็นกันเองกับคนรอบข้างเสมอ ดูอย่างไรก็เป็นนางเอกทั้งในและนอกจอจริง ๆ

          โยธินเห็นรุ่นน้องตัวน้อยนิ่งไป จึงมองตามสายตาคนหน้าหวาน และพอจะเข้าใจเหตุการณ์ อลันเลี่ยงเดินทางอื่น ฝากมือถือของราโชให้ทีมงานนำไปให้แทน ส่วนตัวเองเลือกที่จะนั่งหลบอยู่อีกฟากหนึ่งของมุมห้อง

          "อดีตจะสู้ปัจจุบันได้ไงเล่า ขี้น้อยใจไปได้นะเรา" โยธินนั่งลงข้าง ๆ ร่างเล็ก

          "ลันเปล่าครับ ก็แค่...ไม่อยากเข้าไปขัดเวลาเขาอยู่ด้วยกัน" ปากปฏิเสธ แต่น้ำเสียงไปคนละเรื่อง รุ่นพี่หนุ่มยิ้มขำด้วยความเอ็นดู

          "นั่นแหละ! เขาเรียกว่านอยด์!" โยธินเอามือขยี้หัวรุ่นน้อง

          "เอางี้ รอพี่แปบนึง" เขาละมือจากผมนิ่ม เดินไปหยิบบางอย่างจากซิปหน้าของกระเป๋ากีต้าร์

          "อะ กินซะ แล้วก็หยุดทำหน้าหงอยด้วย" เขายื่นโยเกิร์ตพร้อมดื่มขวดเล็กส่งให้ อลันรับไว้ ปากอิ่มเผลอยิ้มออกมา ยามเห็นของโปรดอยู่ตรงหน้า

          "ขอบคุณครับ พี่โย" รุ่นพี่หลุดขำ พลางส่ายหัว "เชื่อเขาเลย พอเห็นโยเกิร์ตก็ลืมทุกอย่างเลยนะ ชาติก่อนเกิดเป็นชาวบัลแกเรียนรึไงเนี่ย ห๊ะ ไอ้ตัวเล็ก" 

          อลันยิ้มตอบ สีหน้าสดชื่นขึ้นทันตา โดยหารู้ไม่ว่า ทุกการกระทำตั้งแต่พวกเขาก้าวเข้ามา อยู่ภายในสายตาของใครบางคนที่คอยมองผ่านกระจกตลอดเวลา

______

ใจที่ฉันให้เธอ เธอก็แค่รับไป
เธอไม่ต้องมอบสิ่งไหน ตอบแทนมาให้ฉัน
______


          งานโปรโมทใช้เวลาราวหนึ่งชั่วโมงก็เสร็จสิ้น ทว่าหลังจากนั้นกองทัพนักแสดงและทีมงานเบื้องหลังที่สำคัญยังต้องอยู่ให้สัมภาษณ์กับสื่อต่าง ๆ ถ่ายรูป พบปะแฟนคลับ นับเวลาอีกทีก็ผ่านไปสามชั่วโมงเสียแล้ว

          ระหว่างราโชปฏิบัติหน้าที่ อลันซึ่งคอยอยู่ในห้องเก็บตัว ก็ลงมือพิมพ์นิยายผ่านหน้าจอมือถือ เรื่องรอและใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ เขาถนัดอยู่แล้ว

          "...ลัน!" 

          นักเขียนตัวน้อยเกือบทำอุปกรณ์สื่อสารหล่นพื้น เมื่อมือปริศนาเข้าจู่โจมบ่าเล็กกระทันหัน จนสมาธิแตกกระเจิง

          "พี่โย! โธ่...ลันหัวใจจะวาย" คนหน้าหวานถอนหายใจ แต่ไม่ทันไรก็ต้องสะดุ้งอีกรอบ ยามสัมผัสเย็นเฉียบแนบลงบนแก้มนวล

          "น้ำผลไม้ แล้วก็เนี่ย ทาร์ตไข่ กินซะสมองจะได้แล่น" โยธินจับมือเล็กขึ้นมา พร้อมคล้องถุงใส บรรจุทาร์ตไข่อุ่น ๆ ไว้ในนั้น ลงกับข้อมือบาง เป็นเชิงบังคับให้อลันรับของว่างที่เขาแวะซื้อหลังให้สัมภาษณ์สื่อจบหมาด ๆ

          "พี่โยชอบซื้อสะเบียงมาเลี้ยงลันตลอดตั้งแต่สมัยเรียน แบบนี้ลันจะซื้อคืนพี่โยไหวได้ยังไงล่ะครับ" ดวงตากลมโตมองของที่รับมาด้วยสีหน้าลำบากใจ

          "อะไรที่พี่ให้ลัน พี่ไม่รับคืนหรอกนะ แล้วก็ไม่ต้องหาอะไรมาคืนพี่ด้วย พี่แค่อยากดูแล" รอยยิ้มสบาย ๆ น้ำเสียงจริงใจ ทำให้ก้อนเนื้อในอกรู้สึกอบอุ่นยามอยู่ใกล้รุ่นพี่คนนี้เสมอ

          "ลันเป็นเด็กดี ดูแลแม่กับน้อง ๆ มาตลอด ถ้าเหนื่อยเมื่อไร ให้มาซบไหล่ พี่ไม่ขออะไร..." นักดนตรีอารมณ์ดีย่อตัวลง จนส่วนสูงเท่ากับคนบนเก้าอี้ มือหนาตบลงที่บ่าเล็กแล้วพูดว่า

          "แค่จ่ายดอกเบี้ยประกันให้พี่ก็พอไอ้น้อง" จบประโยค โยธินก็หัวเราะ พร้อมขยี้หัวคนหน้าหวานที่หลุดขำออกมาเช่นกัน

______

ฉันเป็นเพียงชายคนหนึ่งที่อยากดูแล ห่วงใยเธอเท่านั้น
ขอแค่เพียงยังมีใครที่ห่วงใยกัน ไม่เคยต้องการสิ่งใด
______


          ไม่บ่อยนักที่จะได้กลับคอนโดก่อนหกโมงเย็น นายแบบหนุ่มเอนกายพิงโซฟา มือกดรีโมทเปลี่ยนช่องโทรทัศน์ไปมา คอยชำเลืองตามองแฟนปลอม ๆ ประกอบอาหารมื้อค่ำ

          อลันสามารถหยิบจับของในตู้เย็น ผสมรวมกันจนเป็นอาหารหน้าตาน่าทาน รสชาติดีอีกต่างหาก นั่นทำให้ราโชเริ่มขี้เกียจจะแสวงหาร้านอาหาร 

          อย่างไรเสีย ทำทานเองก็ประหยัดกว่า แถมได้เห็นอากัปกิริยาต่าง ๆ ของคนตัวเล็กที่นับวันจะตรึงสายตาเขาได้นานขึ้นเรื่อย ๆ 

          "หื้ม...เกือบลืมทาร์ตไข่ เอาเข้าอบให้อุ่นสักหน่อยดีกว่า" มือเล็กจัดการนำขนมที่โยธินให้ วางใส่ถาดที่ปูกระดาษรองอบ และนำเข้าเตาอบอย่างคล่องแคล่ว

          เสียงจัดโต๊ะอาหารดังเป็นสัญญาณให้เจ้านายจอมป่วน เริ่มเดินเข้ามาก่อกวนคนหน้าหวานซึ่งกำลังนำทาร์ตไข่จัดเรียงใส่จาน วางไว้รวมกันที่มุมของหวาน

          "นี่ทำทาร์ตไข่เป็นกับเขาด้วย?" ร่างสูงยืนเท้ามือลงบนโต๊ะ มองขนมหอมกรุ่นอุ่นกำลังดี

          "ผมไม่ได้ทำเองครับ พอดีพี่โยเขาซื้อมาให้น่ะครับ ผมว่าจะลองชิมดู เห็นพี่โยบอกว่าร้านนี้ทำอร่อย" มือเล็กบรรจงหยิบทาร์ตไข่ชิ้นหนึ่งขึ้นมา

          "เดี๋ยว เมื้อกี้ว่าไงนะ" มือใหญ่จับข้อมือเล็กไว้ ไม่ให้อลันกินขนมที่อยู่ในมือ

          "ร้านนี้ทำอร่อย คุณราโชจะลองดูก็ได้นะครับ" สายตาพาซื่อ พลางยื่นทาร์ตไข่ส่งให้เขา

          "ไม่ใช่ ก่อนหน้านั้นอีก" มือใหญ่ดันข้อมือเล็กออกห่าง เป็นสัญญาณบอกว่าเขาไม่กิน

          "ที่บอกว่า ผมจะลองชิมดูน่ะหรอครับ" ใบหน้าหวานเอียงคอถาม อ้าปากเตรียมจะกินจริง ๆ ตามที่ตนว่า

          "เอาดี ๆ อย่ากวนประสาทได้ไหม ก่อนหน้านั้นอีก" แต่ถูกมือแกร่งยื้อข้อมือไว้ ไม่ยอมให้เขาได้กินสมใจ คิ้วบางเริ่มผูกปม เดาไม่ออกว่าคนตัวสูงจะมาไม้ไหน

          "อ่าว ถ้างั้นก็...ทาร์ตไข่ชุดนี้ พี่โยเป็นคนซื้อครับ ผมไม่ได้ทำเอง"

          "โย? ไอ้นักดนตรีหน้าตาไม่ดีคนนั้นน่ะหรอ?" ราโชถาม สีหน้าติดเหวี่ยง

          "ครับ พี่โยธิน แต่ผมว่า หน้าตาเขาดีออกนะ" คำตอบแสนซื่อ จริงใจ แต่ฟังขัดใจอย่างไรชอบกล 

          "หึ! ดีออกไปหมดน่ะสิ" ร่างสูงก้มตัวลง อ้าปากกว้างงับทาร์ตไข่จากมือบางหายไปต่อหน้าต่อตา พร้อมเคี้ยวด้วยสีหน้าคล้ายจะไปเผ่าบ้านใคร

          "ไม่อร่อย ทิ้งเหอะ" พูดออกมาทั้ง ๆ ที่ยังเคี้ยวเต็มปาก มือหนาฉกเอาจานขนมหวาน เตรียมเททิ้งลงถังขยะดังว่า

          "เดี๋ยวสิครับ!" อลันเข้ามาขวางหน้าตื่น

          "ไรอีก" ดวงตาเรียวคมสื่อว่าเริ่มรำคาญ

          "ผมยังไม่ทันได้ลองกินเลยนะครับ" เท้าเล็กเขย่งตัว มือน้อยพยายามแย่งจานจากร่างสูงตรงหน้า

          "ก็บอกว่าไม่อร่อยไง ไม่ต้องกิน" ราโชยืนยันคำเดิม

          "แต่ผมอยากลองชิมนี่หน่า" เมื่อการเขย่งไม่อาจพิชิตคนตัวโตที่ยืดแขนเพิ่มส่วนสูงเข้าไปอีก อลันก็เริ่มกระโดดคว้า

         "เตี้ย อย่าดื้อ บอกว่าไม่อร่อย ก็ไม่อร่อยดิ" สีหน้าราโชบ่งชัดว่ากำลังไม่สบอารมณ์ ทว่าเด็กดื้อก็ยังตามตื้อ ขอทวงคืนทาร์ตไข่ไม่เลิก

         "ไม่ครับ ผมจะเอา พี่โยเขาอุตส่าห์ซื้อ...อ๊ะ!" ไม่ทันขาดคำ คนที่กระโดดโหยง ๆ ก็ซุ่มซ่าม ลื่นพื้นถุงเท้า ใบหน้าหวานหลับตาปี๋ เตรียมรับความเจ็บที่กำลังจะกระแทกหลังและหัว ซึ่งคาดว่าจะทำให้เขาปวดไปอีกนาน

          เพล้ง!

         หมับ!

          สัมผัสเจ็บที่คาดการณ์ไว้ ถูกแทนด้วยอุณหภูมิอุ่นจากร่างซึ่งคว้าตัวเขาได้อย่างทันท่วงที แขนเกร่งกระชับคนตัวเล็กแน่นเข้าอกกว้าง ด้วยกลัวคนตรงหน้าจะหงายหลังได้รับบาดเจ็บ 

          ดวงตากลมโตค่อย ๆ ลืมขึ้น กะพริบปรับสติให้กลับมา เงยหน้ามองเจ้าของอ้อมกอดเชื่องช้า สบเข้ากับสายตาดุปนคาดโทษ

          "ดื้อไม่เข้าเรื่อง" คนอายุมากกว่าว่าเสียงขุ่น สายตาคมสำรวจร่างเล็ก เมื่อเห็นว่าไม่ได้รับบาดเจ็บ เขาก็คลายอ้อมแขนออก

          "จานแตกหมด พื้นก็สกปรกอีก" ราโชเท้าเอว มองอลันอย่างเคือง ๆ

          "ขอโทษครับ...คุณราโชเจ็บตรงไหนรึเปล่า..." น้ำเสียงสำนึกผิด บวกสีหน้าหงอยเป็นหมาเหงาราวกำลังจะถูกเจ้าของทิ้ง ทำให้ร่างสูงพ้นลมหายใจแรงอย่างเหลืออด ความโมโมพาลพังทะลายหมดโดยไม่ได้ตั้งใจ

          "คราวหลังจะกินอะไรก็บอก ไม่ต้องไปรับของของคนอื่นอีก เข้าใจไหม" นิ้วชี้เรียวจิ้มลงเบา ๆ บนหน้าผากมน น้ำเสียงอ่อนลงคล้ายต้องการปลอบคนตรงหน้าทางอ้อม

          "ผมขอโทษนะครับ คุณราโช..." มือนิ่มเล็กค่อย ๆ จับนิ้วแกร่งให้ละจากหน้าผากตน ลูบแผ่วเบาลงบนนิ้วนั้น แทนคำขอโทษที่ทำข้าวของเสียหาย

          สัมผัสอ่อนละมุนจากมือเล็กนุ่ม ทำให้คิ้วหนาที่ขมวดมุ่นเผลอคลายออก นับวันเขายิ่งอ่อนข้อให้แฟนปลอม ๆ มากขึ้นทุกที แม้ใจจะปฏิเสธความรู้สึกนี้มากแค่ไหนก็ตาม

______

ขอแค่เศษส่วนหนึ่งจากใจของเธอ หากพอจะมีให้ฉัน
ขอแค่เพียงยังมีใครที่ห่วงใยกัน ไม่เคยต้องการสิ่งใด
______





ละมุนมาก เอามาฝาก ๆ  >___<


***************************************************


Talk with NATA

มีความ #เรือผี 555


ขออนุญาตเจ้าของภาพนะคะ

นอกจอ คริสก็ชอบร้องเพลงจีบนู๋กันอยู่แล้ว
ชมนู๋กันว่า น่ารักนู้นนี่ เทคแคร์ดูแลนู๋กันดีม๊ากกกกก~
อยู่ด้วยกันแล้วละมุนจริง จนนาต้าจะเชียร์ #คริสกัน มากกว่าละเนี่ย 5555


cr. on pic

ต้องแย่งกันเองแล้วล่ะ งานนี้ ATP เคมีสาธารณะ
#วอนป่าปี๊ดูแลน้องกันให้ดีค่ะ 
#KrisGun #OffGun


cr.  on pic

แต่ยังไงนาต้าก็ยังให้ #ออฟกัน เป็นที่หนึ่งอยู่ดี เรือผีหลบไป 555
แล้วเจอกันใหม่ตอนหน้านะคะ >/////<~


ขออนุญาตเจ้าของภาพนะคะ


 รัก 

 N A T A 

*************************
B
E
R
L
I
N
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

79 ความคิดเห็น

  1. #73 ZengChunlei (@ZengChunlei) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2561 / 10:08
    คริสกันๆ
    #73
    0
  2. #17 Rose (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 กันยายน 2560 / 15:01
    คิดถึงจังตามดูทุกวันในที่สุดตอน 10ก็มา
    #17
    1
    • #17-1 NATA-P (@NATA-PLOY) (จากตอนที่ 10)
      21 กันยายน 2560 / 15:19
      ขอบคุณมาก ๆ นะคะที่เข้ามาอ่านมาเป็นกำลังให้กัน อยู่ด้วยกันไปนาน ๆ น้าาาา~ >/////<
      #17-1