จบแล้ว(EXO) ดอกไม้ของเจ้านาย❀ (Kaihun Chanbaek Ft.Kris)

ตอนที่ 8 : ❀ 8

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,246
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 71 ครั้ง
    3 พ.ย. 62








ดอกไม้ดอกที่  8

 


 

 

โรงแรม  โซล

16.00 น.

 

            “พี่ๆทุกคน...ผมกลับก่อนนะครับ  สวัสดีครับ

 

            “พรุ่งนี้มาเข้างานรอบบ่ายนะ...อย่าลืมล่ะ

 

            “ครับบบบ  พี่คยองซู

 

            หลังจากที่ได้ข้อความตอบรับเรื่องงานทำความสะอาดคอนโดฯ  เย็นนี้...พนักงานคนใหม่อย่างโอเซฮุนจึงจำเป็นต้องขอเปลี่ยนตารางงานของทางโรงแรมเป็นช่วงเช้า  เพราะตารางานก่อนหน้านั้นต้องมาทำงานรอบบ่าย  และพี่คยองซูก็ใจดีที่ให้เขาสลับเวลาในการทำงาน  ไม่อย่างนั้นคงอดไปรายงานตัวที่  Gazania Condominium  แน่ๆ  แถมหัวหน้าแผนกก็ยังเซ็นอนุมัติการเปลี่ยนตารางานและจัดสรรเวลาใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับการทำงานในแต่ละวัน

 

            และกล่าวลาพี่ๆในแผนกเรียบร้อย...ขาเรียวในชุดนักศึกษาก็รีบเดินออกจากโรงแรมและขึ้นรถโดยสารเพื่อไปยังคอนโดฯตามที่ได้ถูกนัดหมายเอาไว้ทันที  เซฮุนไม่คิดจะกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าหรือเตรียมความพร้อมอะไรทั้งนั้น  เพราะเจ้าตัวได้เตรียมทุกอย่างไว้พร้อมหมดแล้ว  ไม่ว่าเอกสารทางการศึกษา  ประสบการณ์ในการทำงานและสิ่งอื่นๆที่คิดว่าผู้ว่าจ้างต้องการ  แถมเสื้อผ้าที่ตัวเองใส่อยู่ตอนนี้ก็ถือว่าเป็นชุดที่เรียบร้อยที่สุดแล้ว

 

 

            เซฮุน...เลือกที่จะนั่งรถโดยสารเพราะคอนโดฯหรือสถานที่ที่เจ้าตัวต้องไปสัมภาษณ์งานในวันนี้มันอยู่ไม่ไกลจากโรงแรมที่เขาทำงานอยู่สักเท่าไหร่  และเมื่อได้เห็นแผนที่ที่ทางเจ้าของคอนโดฯส่งมาให้ทางอีเมลหรือถ้ารถไม่ติดก็คงใช้เวลาในการเดินทางเพียง  20  นาทีก็ถึง  มือบางหยิบหูฟังสีขาวเสียบเข้ากับโทรศัพท์แล้วกดเลือกเพลงที่ต้องการเมื่อได้ที่นั่ง  ในระหว่างที่รถกำลังเคลื่อนตัวไปอย่างช้าๆ  เซฮุนคิดว่า...เจ้าของคอนโดฯจะเป็นคนเช่นไรอายุเท่าไหร่?จะดุไหม??หรือจะเจ้าระเบียบมากแค่ไหนกัน???

 

เซฮุน...เคยทำงานแบบนี้มาก่อนและมันก็ต่างกันตรงที่คราวที่แล้วเป็นบ้านหลังโต  แถมเจ้าของบ้านก็ค่อนข้างเจ้าระเบียบ  แต่ก็ใจดีมากๆเช่นกันเพราะเธอชอบซื้อขนมมากฝากเซฮุนเสมอเมื่อเดินทางกลับมาจากการไปรับลูกๆที่โรงเรียน

 

...

 

 

...

 

 

... 

 

 

Gazania Condominium

 

 

          และก็เป็นไปตามที่คาด...เขาใช้เวลาเพียงยี่สิบนาทีก็ดินทามาถึง  แล้วความใหญ่โตของสถานที่ที่เห็นแค่เพียงด้านนอกก็ทำให้คนที่อยู่แต่ในอพาร์ทเล็กๆอย่างโอเซฮุนรู้สึกประหม่า  เจ้าของมือเรียวสวยเปิดประตูกระจกบานใหญ่ก่อนเดินเข้ามาด้านในด้วยความรู้สึกอยากจะร้อง “ว้าววววว”  เพราะแค่ชั้นแรกของคอนโดฯแห่งนี้มันก็มีทั้งร้านสปา  ร้านซักอบรีด  แถมทางด้านซ้ายก็ยังมีร้านกาแฟเล็กๆที่ตกแต่งร้านได้น่ารักจนอยากเข้าไปลองชิมโกโก้เย็นสักแก้ว  ซึ่งทุกๆอย่างที่เห็นอยู่ตอนนี้ก็ยิ่งทำให้รู้สึกประหม่ามากขึ้นไปอีก 

 

แต่!!!...จะรู้สึกประหม่าหรือรู้สึกไม่มั่นใจมากแค่ไหน  เขาก็ถอยไม่ได้อีกแล้วเพราะถ้าได้ทำงานที่นี่จริงๆ  มันก็คงจะทำให้มีเงินเพิ่มขึ้นจนอาจซื้อความฝันที่เคยคิดเอาไว้ได้เร็วขึ้นเช่นกัน

 

 

                ดวงตาคู่สวย...มองไปรอบๆกายด้วยรู้สึกตื่นตาตื่นใจกับความใหญ่โตและหรูหรา แต่พอเห็นเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์  เจ้าตัวก็รีบก้าวขาเดินตรงไปหาหญิงสาวที่ยืนทำหน้าที่อยู่ตรงนั้นทันทีเพื่อถามว่าห้องที่เขาต้องขึ้นไปสัมภาษณ์งานตั้งอยู่ชั้นไหนหรือต้องไปที่ใด???

 

            “เอ่อออ...สวัสดีครับ  ผมมาหาเจ้าของห้องเบอร์ 1101”  

 

            “คุณเซฮุนใช่ไหมคะ?”  

 

           "ชะ...ใช่ครับ  คือเจ้าของห้องนัดผมมาสัมภาษณ์งานที่นี่"  

 

            “รอสักครู่นะคะ

 

            “ครับ”  

 

            พนักงานสาว...บอกให้คนที่อยู่ในชุดนักศึกษารอสักครู่  แล้วหันหลังกลับไปหาอะไรบางอย่างทางด้านหลัง  จากนั้นก็ยื่นการ์ดสีทองให้กับเซฮุนพร้อมส่งยิ้มให้อย่างเป็นมิตร  คนทำหน้าที่อยู่หน้าเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ทราบดีว่าใครจะมาที่ห้องเบอร์ไหน?  ด้วยเหตุอะไร??  เพราะถ้าเป็นคนแปลกหน้าหรือไม่ได้ถูกผู้เป็นเจ้าของห้องสั่งเอาไว้  เธอก็คงไม่กล้าให้การ์ดเพื่อเปิดห้องพักส่วนตัวของลูกค้าให้กับคนอื่นอย่างแน่นอน

 

            “เชิญที่ชั้น  11 เลยนะคะ...ออกจากลิฟท์เลี้ยวขวาห้องเบอร์  ค่ะ

 

            “เอ่ออ  แล้วการ์ดนี่....

 

            “ใช้เปิดห้องค่ะ...คุณเซฮุนเข้าไปได้เลยนะคะ  คุณเจ้าของห้องรออยู่นานแล้วค่ะ

 

             ครับๆ ๆ ๆ!!!...ขอบคุณมากนะครับ

 

            คำว่า  รอนานแล้ว  ทำให้คนฟังต้องรีบโค้งตัวเพื่อขอบคุณหญิงสาวที่หน้าเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์แล้วรีบวิ่งไปที่ลิฟท์ทันทีด้วยความร้อนรน  เพราะคิดว่าตัวเองกำลังสายทั้งๆที่ก็มาก่อนเวลานัดตั้งครึ่งชั่วโมง  และเมื่อกล่องโดยสารสี่เหลี่ยมเคลื่อนที่มาส่งถึงชั้นสิบเอ็ด  มันก็ทำให้เซฮุนทราบว่าคอนโดฯแห่งนี้ก็มีทั้งหมด  20  ชั้น  ซึ่งแต่ละชั้นจะมีห้องเพียงแค่  ห้องเท่านั้น  และเมื่อเดินตามทางมาเรื่อยๆจนถึงหน้าห้องเบอร์  01  เซฮุนก็จำเป็นต้องกดกริ่งที่หน้าประตูเพื่อบอกเป็นนัยว่าเขาได้มาถึงที่นี่แล้ว  เพราะถึงแม้หญิงสาวที่หน้าเคาน์เตอร์จะบอกให้เปิดประตูเข้าไปด้านในได้เลย  แต่ใจมันก็ยังไม่กล้าพอที่จะเปิดเข้าไปโดยที่ไม่ได้กดกริ่งเพราะรู้สึกว่ามันเป็นการเสียมารยาท

 

♪♫ติ๊งต่อง  ติ๊งต่อง♪♫

 

♪♫ติ๊งต่อง  ติ๊งต่อง♪♫

 

       

          ขออนุญาต...ครับบบบ!!”  กดกริ่งสองครั้งและยืนเรียกความมั่นใจให้ตัวเองสักพัก  เซฮุนก็ใช้การ์ดสีทองที่ถืออยู่ในมือเปิดประตูแล้วเดินเข้ามาด้านในพร้อมเอ่ยปากเป็นเชิงบอกให้เจ้าห้องทราบว่าเขามาถึงแล้ว

 

แต่ความเงียบ...กลับเป็นเสียงตอบรับที่ได้กลับมา

 

            “............?!!

 

            พนักงานทำความสะอาดคนใหม่...ปิดประตูอย่างเบามือและพยายามมองไปรอบๆห้องเพื่อหาคนที่หญิงสาวประชาสัมพันธ์บอกว่ารออยู่นานแล้ว  และความกว้างใหญ่รวมถึงความหรูหราที่เห็นอยู่ตรงหน้า  ก็ทำให้เซฮุนลืมไปเลยว่ากำลังมองหาใครอยู่เพราะห้องพักห้องนี้ถูกแบ่งสัดส่วนได้อย่างลงตัวมากๆ  แถมห้องครัวเพียงห้องเดียวก็ยังใหญ่กว่าห้องพักที่อพาร์ทเม้นของเขาทั้งหมดเสียอีก  แล้ววว...อีกสองห้องที่เหลือมันคือห้องอะไร??  เซฮุนก็ไม่แน่ใจนักเนื่องจากประตูห้องๆหนึ่งถูกเปิดไว้เพียงเล็กน้อย  ส่วนประตูอีกห้องก็ปิดสนิทและห้องที่ไม่มีประตู...ก็มีแค่ห้องครัวกับห้องนั่งเล่นเท่านั้น

 

 

            เซฮุน...ถือวิสาสะเข้ามานั่งรอที่ห้องนั่งเล่นเพราะไม่รู้ว่าจะไปรอที่ไหน  ส่วนเจ้าของห้องก็ไม่รู้ว่าหายตัวไปไหนเช่นกันทั้งๆที่บอกว่ารออยู่นานแล้ว  และถ้าจะให้เขาเดินไปเปิดประตูห้องนั่นห้องนี้เพื่อตามหาเจ้าของคอนโดฯก็คงไม่ใช่เรื่องที่สมควร  แต่......

 

            คนทำความสะอาดคนใหม่ใช่ไหมมมม...เข้ามาในห้องนี้หน่อย!!

 

            “......???!!!!!

 

 

                รอไปสักพัก...ก็ได้ยินเสียงเรียกดังมาจากห้องทางด้านหลัง  ซึ่งมันเป็นเสียงที่เบามากจนต้องเดินตามเสียงเรียกนั้นไปเรื่อยๆ  และต้นเสียงก็ดังมาจากห้องๆหนึ่งที่เปิดประตูเอาไว้ตั้งแต่ทีแรก!??  คนถูกเรียกค่อยๆเปิดประตูเข้ามาด้านในเมื่อได้ยินเสียงทุ้มชัดขึ้น  ซึ่งของต่างๆที่อยู่ในห้องนี้ก็ทำให้เซฮุนรู้ได้ทันทีว่านี่คือห้องนอน  และขนาดของห้องนี้ก็ใหญ่เป็นสองเท่าของห้องนั่งเล่นเสียอีก  ขาเรียวในกางเกงสแล็คสีดำเดินฝ่าความมืดสลัวของแสงไฟในห้องที่เปิดไว้เพียงแค่โคมไฟหัวเตียงก่อนเดินไปตามเสียงเรียกที่ยังคงดังก้องไปทั่วห้องอย่างระมัดระวัง

 

และต้นเสียง...ก็ดังมาจากในห้องน้ำ?!!  แถมเสียงเรียกที่ได้ยินชัดขึ้น  ชัดขึ้น...ก็รู้สึกคุ้นหูอย่างบอกไม่ถูก??

 

            “ได้ยินที่ผมเรียกไหมมมม...ใช่คนที่ผมนัดมาสัมภาษณ์งานหรือเปล่าาา??!!!

 

            “ชะ...ใช่ครับ  ใช่ครับเอ่อออ...ผมยืนอยู่หน้าประตูห้องน้ำแล้วครับ

 

            “ช่วยหยิบผ้าเช็ดตัวให้ผมทีสิ  มันวางอยู่บนเก้าอี้ทางซ้ายมือของคุณนั่นแหละ  หยิบให้หน่อยได้ไหมพอดีผมลืมหยิบเข้ามา!!”

 

            “คะ...ครับๆ ๆ  รอสักครู่นะครับ!!

 

            ยิ่งเดินมาใกล้  ยิ่งได้ยินเสียง...มันก็ยิ่งรู้สึกคุ้นหู  แต่เวลานี้มันไม่ใช่เวลาที่จะมาวิเคราะห์อะไรทั้งนั้น  เพราะคำสั่งที่บอกว่าให้ช่วยหยิบของบางสิ่งมันพาให้เซฮุนต้องรีบทำตาม  ตาเรียวคู่สวยพยายามผ้าเช็ดตัวด้วยความร้อนรน  และรีบเดินไปคว้าหยิบผ้าเนื้อนุ่มสีขาวสะอาดตาบนเก้าอี้ตัวเล็กๆมาทันที  สองขารีบก้าวกลับมาที่ประตูห้องน้ำ  มือหนึ่งถือผ้าเช็ดตัว  อีกมือใช้เคาะแผ่นไม้ตรงหน้าเบาๆเพื่อเป็นสัญญาณบอกให้คนที่อยู่ด้านในทราบว่าได้ของที่ต้องการมาแล้ว  และเมื่อประตูห้องน้ำถูกเปิดเพียงเล็กน้อย...พร้อมกับมือของผู้ที่อยู่ด้านในแบออกเพื่อรอรับผ้าเช็ดตัว  เซฮุนจึงสอดมือผ่านช่องประตูเข้าไปก่อนส่งผ้าเช็ดตัวให้ถึงมือเจ้าของห้อง

 

แต่...........

 

            “โอ๊ยย...อ๊ะ!!!?

 

                แทนที่คนด้านใน...จะหยิบแต่ผ้าเช็ดตัว  เขากลับดึงมือของเซฮุนให้เข้าไปในห้องน้ำและด้วยแรงดึงที่มากขนาดนั้นก็ทำให้ไม่ทันได้ตั้งตัวจนเกือบล้มหน้าฟาดไปกับพื้น  และที่บอกว่าเกือบล้มก็เป็นเพราะถูกมือเปียกๆของคนที่อยู่ด้านในคว้าตัวไว้ได้ทัน  พอเซฮุนเริ่มตั้งตัวได้  เริ่มตั้งสติทันหรือเริ่มทรงตัวได้ด้วยขาของตัวเอง  ปากมันก็พร้อมที่ต่อว่าคนไร้มารยาท  แต่....

 

            ไง...พนักงานทำความสะอาดคนใหม่!!

 

            พะ...พี่จงอิน !!!!!!

 

                และเจ้าของมือเปียกๆ...ที่ทำเรื่องเสียมารยาทแบบนี้ก็คือเจ้าของโรงแรม?!!!  เหมือนสติหายจะไปอีกรอบ  มันประมวลผลไม่ได้และเรี่ยวแรงก็แทบไม่เหลือเมื่อทราบว่าคนตรงหน้าเป็นใคร  แถมตอนนี้บนร่างกายกำยำที่เกาะพราวไปด้วยหยดน้ำก็มีเพียงผ้าขนหนูที่ปิดช่วงล่างเอาไว้แบบหมิ่นเหม่  และนั่น...ก็พลอยทำให้คนถูกกอดอย่างโอเซฮุนเปียกไปด้วย

 

ฟอดดดดด!!!!!

 

                คิดถึงจังเลยครับ  เซฮุนล่ะ...คิดถึงพี่บ้างหรือเปล่า  หื้มม!!” 

 

            “คะ...คือ  พี่จงอินปล่อยเซฮุนก่อนเถอะครับ  เซฮุนเปียกหมดแล้ว

 

                พยายามขืนตัว...ออกจากการถูกกอดและถูกหอมแก้มจากคนเอาแต่ใจเพราะไม่อยากให้เสื้อผ้าของตัวเองเปียกไปมากกว่านี้  แต่ยิ่งดิ้นก็ยิ่งถูกกอดแน่นขึ้นจนไม่สามารถขยับร่างกายได้อย่างใจนึก  มือบางยกขึ้นดันหน้าอกเปลือยเปล่าสีน้ำผึ้งเอาไว้พร้อมหน้าตาที่บูดบึ้ง  และมันก็เป็นอีกครั้งที่ไม่สามารถสู้แรงของคนตรงหน้าได้

 

            “ไม่ปล่อย!!  พี่ไม่อยู่ตั้งหนึ่งวัน  เซฮุนไม่คิดถึงพี่เลยใช่ไหม?  แล้วอีกอย่าง...เซฮุนก็ทำผิดสัญญาอีกแล้วนะครับ  วันนี้เซฮุนต้องโดนพี่ทำโทษ!!!”

 

            “ปล่อยนะ!!...แล้วเซฮุนทำผิดอะไรพี่จงอินใส่ร้ายเซฮุนอีกแล้วใช่ไหม?!!

 

            “เดี๋ยวก็รู้...ว่าพี่ใส่ร้ายหรือเปล่า!!  แต่ตอนนี้เซฮุนต้องโดนพี่ลงโทษก่อนนะครับ

 

            “มะ..ไม่  อื้ออออ  อ๊ะ!  ไม่นะ!!!  ฮึกกกก!!

 

            “พี่เคยบอกแล้วใช่ไหม...ว่าต่อให้เซฮุนร้องไห้พี่ก็จะลงโทษ!!!

 

            “คนนิสัย  ฮึกก!!!  ไม่ดะ...ดี  อื้มมมมมม!!!”

 

            พยายามหาทางหนี...พร้อมว่ากล่าวคนที่เอาแต่ใจด้วยความรู้สึกหงุดหงิด  และตอนนี้เซฮุนก็รู้แล้วว่าตัวเองจะต้องเจอกับอะไร  เพราะปากบางสีหวานที่กำลังว่ากล่าวคนตรงหน้าอยู่เมื่อครู่ก็ได้ถูกมอบสัมผัสที่แสนร้องแรงให้อย่างตะกรุมตะกราม  และรสจูบของคนเอาแต่ใจก็ทำให้เซฮุนแทบหลอมละลายอยู่ในอ้อมกอด  จากความร้อนแรงที่ได้รับ...ค่อยๆแปรเปลี่ยนไปเป็นความอ่อนโยน  ปากหยักละเลียดชิมความหวานก่อนกวาดต้อนทุกหยาดหยดจนคนไม่ประสากับเรื่องแบบนี้และมีประสบการณ์น้อยเริ่มรู้สึกคล้อยตามไปกับรสสัมผัส  และเมื่อลมหายใจของคนถูกจู่โจมใกล้หมด  เขาก็ถูกปล่อยให้เอาอากาศเข้าปอดได้เพียงไม่กี่วินาทีก็ถูกลงโทษซ้ำๆ  ซ้ำๆอยู่อย่างนั้น 

 

แต่.......

 

            ”อื้มมม..”

 

            “อื้อออ  พี่จงอินฟังซะ...เซฮุนก่อนครับ

 

            “ฟังแน่ครับ...แต่ไม่ใช่ตอนนี้

 

            “ปล่อยเซฮุนเถอะครับ  อ๊ะ!!  พี่จงอินจะพาเซฮุนไปไหน!!?”

 

 


 


 

 

 

                เหมือนคำขอร้องจะไม่เป็นผล...แถมยังถูกห้องลากตัวเข้ามาในห้องอาบน้ำ  และบทลงโทษของจริงก็ได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อมือหนาดันร่างสวยในชุดนักศึกษาให้พิงไปกับกำแพงอันแสบเย็นเฉียบ  ห้องอาบน้ำมีกระจกกั้นไว้ทั้งสามด้าน  ฝักบัวขนาดใหญ่ที่ติดตั้งอยู่เหนือศีรษะถูกเปิดและน้ำก็อยู่ในอุณหภูมิที่เหมาะสม  แล้วสิ่งที่เกิดขึ้น...ก็ทำให้ชุดนักษาสีขาวเปียกชื้นจนเผยให้เห็นความร่างกายที่สวยงาม  ผิวขาวเนียน  เอวคอดเล็ก  ยอดอกสีหวาน  ทุกๆอย่างที่เจ้าของห้องเห็นอยู่ตอนนี้มันพาลให้ขาดสติ

   

            “อื้มมม

 

            “ซี้ดดด!!  อย่าครับ  หยุดถะ...เถอะ  อื้มม!!” 

 

            ถูกคนเอาแต่ใจ...ทั้งจูบทั้งบีบเค้นไปทั่วเรือนกายจนส่งเสียงน่าอายออกมาอย่างห้ามไม่ได้  เซฮุนไม่ได้อยากให้เรื่องอย่างว่ามันเกิดขึ้นอีกเป็นครั้งที่สอง  แต่จะให้ออกแรงสู้กับคนอย่างคิมจงอินก็คงไม่มีทางเอาชนะได้อย่างแน่นอนและอาจเจ็บตัวมากไปกว่านี้ถ้ายังคิดที่จะขัดขืน  แถมอารมณ์ของส่วนลึกภายในจิตใจและอารมณ์ที่เกิดขึ้นไปตามธรรมชาติของมนุษย์เมื่อถูกปลุกปั่นก็ยิ่งทำให้สติของคนอ่อนประสบการณ์เริ่มพร่าเลื่อน  ชุดนักศึกษา...ถูกถอดไปตอนไหนก็ไม่ได้สนใจ  ร่างกายที่กำลังถูกสัมผัสก็ไม่อาจปัดป้องและสิ่งที่ทำได้เพียงอย่างเดียวก็คงเป็นการจับท่อนแขนกำยำเอาไว้เพื่อระบายทุกความรู้สึก

 

และตอนนี้...ร่างเปลือยเปล่าขาวเนียนที่มีหยดน้ำเกาะอยู่ทั่วผิวกายก็เหมือนเป็นตัวกระตุ้นให้คนเอาแต่ใจอยากทำโทษเจ้าของร่างสวยให้หลาบจำและไม่กล้าให้คนอื่นมากอดมาโอบหรือมาแตะเนื้อต้องตัวได้นอกจากเขาคนเดียวเท่านั้น!!

 

            จงอิน...รีบปลดผ้าขนหนูออกจากเอวแล้วจับคนทำผิดสัญญาให้หันหน้าเข้ากำแพง  มือหนึ่งโอบรอบเอวบางเอาไว้แน่น  และอีกมือก็ค่อยๆช้อนสะโพกกลมกลึงขึ้นเล็กน้อยเพื่อให้อาวุธที่จะใช้ลงโทษคนผิดได้ทำหน้าที่ของมันได้ถนัดมากขึ้นขึ้น  ส่วนเซฮุนเองก็รู้ตัวดี...ว่าหลังจากนี้จะเกิดอะไรเพราะสิ่งที่ดุนดันอยู่ทางด้านหลังมันได้ฟ้องทุกอย่างเอาไว้หมดแล้ว  และเมื่อขัดขืนหรือปฏิเสธอะไรไม่ได้  มันจึงจำเป็นต้องปล่อยให้คนเอาแต่ใจตักตวงความสุขจากร่างกายของเขาจนกว่าจะพอใจ 

 

แต่ขออย่างเดียว...อย่าทำรุนแรงเหมือนกับครั้งแรกได้ไหม?? 

 

               ฮึกก!!  เซฮุนยอมแล้ว...พี่จงอินทำเบาๆได้ไหม  เซฮุนกลัว  ฮึก!”  หันใบหน้าเรียวสวยที่เต็มไปด้วยกังวลพร้อมกับน้ำตาก่อนเอ่ยขอร้องให้เจ้าของบทลงโทษอย่าทำอะไรกับร่างกายของเขารุนแรงนักเพราะความเจ็บจากการโดนกระทำในครั้งนั้นมันยังฝังใจ

 

จุ๊บ!!

 

                ถ้าเซฮุนไม่อยากเจ็บก็ช่วยผ่อนคลายให้พี่หน่อย  อย่าเกร็งนะครับคนดี ”  ก้มกาย...กระซิบไปที่ข้างหูของคนใต้ร่างและจูบเบาๆไปตามแผ่นหลังขาวเนียนอย่างไม่อาจหักห้ามอารณ์  เพราะยิ่งเซฮุนทำตัวน่ารัก  ทำเสียงออดอ้อนและส่งสายตาเว้าวอน...มันก็ยิ่งทำให้เขาอยากลงโทษคนทำผิดให้หนักขึ้น

 

...

 

 

...

 

 

... 

 

 

 

            “อ๊ะ!!  พะ...พี่จงอินนน.......!!”

 

            “อื้มมม  ซี้ดดด!!

 

            “มะ...ไม่ไหวแล้วครับ  ได้โปรด  เซฮุนมะ...ไม่  อ๊ะ!!!  ”

 

            “อื้มมม  อ่าห์

 

            ร่างสวยเปลือยเปล่า...แทบทรุดกายลงบนพื้นห้องน้ำพร้อมกับหายใจถี่รัว  เพราะถูกทำโทษอยู่นานจนรู้สึกหมดแรงแถมขายังสั่นและคิดว่าตัวเองกำลังจะยืนไม่ไหว  เซฮุนจึงพิงกายลงไปบนอกกว้างอย่างไม่นึกอายอะไรอีกแล้ว  ตอนนี้มันไม่มีแรงแม้แต่จะขยับปากพูดหรือเอ่ยร้องขอสิ่งใดนอกจากหลับตาลงช้าๆและพยายามหายใจให้เป็นปกติ 

 

 

 

 



 

 

 

 

 

 

 

 

 



 

 

 

 

 

 

 

 


 

 

20.14 น.

 

 

                จงอิน...อุ้มคนหมดแรงออกมาจากห้องน้ำโดยที่ตัวเองก็นุ่งเพียงผ้าขนหนูปกปิดแค่ช่วงล่างเอาไว้เหมือนเดิม  ส่วนคนในอ้อมอกก็ถูกสวมเพียงชุดคลุมอาบน้ำผ้าซาตินสีขาวไว้เท่านั้นเพราะทั้งชุดนักศึกษารวมถึงชั้นในของเจ้าตัวมันเปียกจนต้องส่งให้ร้านซักรีดเอาไปซัก

 

            เซฮุนนน...อย่าเพิ่งหลับนะครับ  ทานยาก่อน

 

                จัดการอุ้มร่างสวยให้นอนลงบนเตียงกว้างอย่างเบามือ  แล้วหยิบยาที่อยู่ในลิ้นชักด้านข้างออกมาให้ผู้ที่ถูกลงโทษได้ทานก่อนที่ไข้จะขึ้น  การทำให้เซฮุนเปียกไปทั้งตัวและทำตามใจจนส่วนนั้นบวมช้ำและฉีกขาดเล็กน้อยมันอาจทำให้เจ้าตัวป่วยไข้  จงอินจึงจำเป็นต้องให้ทานยาเพื่อบรรเทาทุกความเจ็บปวด  ใช่ว่าอยากทำอะไรรุนแรงหรือเห็นคนที่นอนอยู่บนเตียงตอนนี้เป็นที่ระบายอารมณ์  แต่พอนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโรงแรมทีไรนก็อดที่จะโมโหไม่ได้  แถมเสียงครางหวานที่ร้องขอให้เขาเบาแรงเมื่อถูกเติมเต็มความต้องการ...ไหนจะสะโพก  สีหน้าท่าทางที่ดูเย้ายวนและเรือนร่างที่สวยงามมันก็คล้ายว่าจะพาให้อารมณ์ต่างๆดับลงได้ยาก

 

แล้วการทำตัวดื้อดึงอย่างเช่นตอนนี้...ก็ยิ่งทำให้อยากปราบพยศอีกสักรอบ

 

                “.............”

 

            “เซฮุน...”

 

            “...............”

 

            “อยากโดนพี่ลงโทษอีกใช่ไหม...หันหน้ามาหาพี่เดี๋ยวนี้!!  อย่าดื้อ!!!!

 

            “คนใจร้ายยยย!!!

 

            “ถ้าไม่อยากให้พี่ใจร้ายก็อย่าทำแบบนี้!!  อย่าคิดจะดื้อกับพี่!

 

            ยาพร้อม  น้ำพร้อม...แต่คนบนเตียงกลับนอนหันหลังให้แถมยังถูกกล่าวหาว่าเป็นคนใจร้าย??  แถมยังดึงผ้าห่มผืนใหญ่ขึ้นมาปิดใบหน้าเพื่อหลบเลี่ยงการพูดคุย  ถ้าเขาใจร้ายจริงๆก็คงไม่หายามาให้ทาน  ไม่อุ้มออกมาจากห้องน้ำหรืออาจไม่สนใจเหมือนเช่นที่ทำอยู่ตอนนี้  มือหนาดึงผ้าห่มมออกจากร่างสวยด้วยอารมณ์ที่ยังไม่คงที่เพราะยิ่งเจ้าตัวดื้อมากเท่าไหร่  ความโมโหก็ยิ่งเริ่มมากขึ้นเท่านั้น 

 

            “ทำไมพี่จงอินไม่ไปใส่เสื้อผ้าก่อนล่ะครับ”  รู้สึกทั้งอายทั้งหงุดหงิดเพราะเจ้าของมือที่ยื่นแก้วน้ำและยามาให้ทานยังไม่ยอมสวมเสื้อผ้าทั้งๆที่ควรจะหาอะไรมาใส่ตั้งนานแล้ว  ไม่ใช่นุ่งแต่ผ้าเช็ดตัวพันเอวหมิ่นเหม่อยู่แบบนั้น

 

            “ใส่ทำไม...เดี๋ยวก็ต้องถอดอีก  พี่ยังลงโทษคนผิดสัญญาไม่เสร็จเลยนะครับ”  พูดด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ...แต่กลับยิ้มเจ้าเล่ห์และรีบรับแก้วน้ำมาจากมือของคนที่ดื้อน้อยลง แต่ยังทำหน้าบึ้งอยู่เหมือนเดิม 

 

            “พี่จงอินไม่ลงโทษเซฮุนแล้วได้ไหม??  เซฮุนเหนื่อยแล้วก็เจ็บมากด้วย  อีกอย่าง...เซฮุนทำผิดอะไรเหรอครับ  เซฮุนยังไม่รู้เรื่องเลย!!???”  คนหมดแรง...พูดเสียงอ่อนพร้อมบึนปากที่มักจะทำจนติดเป็นนิสัย  เพราะทุกครั้งที่ถูกขัดใจหรืองอนเพื่อนตัวเล็ก  เจ้าตัวก็จะเบะปากเหมือนลูกเป็ดทุกครั้ง

 

และมัน...ก็เป็นกิริยาท่าทางที่ทำให้คนมองอดที่จะใจอ่อนไม่ได้  จากที่คิดว่าคนที่นอนหน้าบึ้งอยู่บนเตียงจะโวยวายออกมาเหมือนอย่างที่เคย  แต่ครั้งนี้มันกลับผิดไปจากที่คิดแถมมันยังดูน่ารักจนพาให้ใจอ่อนยวบไปหมด

 

จุ๊บบ!!

 

                เจ้าของห้อง...รีบก้าวขาขึ้นมานั่งซ้อนหลังคนน่ารักเอาไว้  พร้อมทั้งจูบไหล่ลาดและกอดไว้แน่นด้วยความมันเขี้ยว  แต่จากนั้นการสอบสวนความผิดที่เซฮุนได้ก่อความกังวลใจไว้ให้ก็ได้เริ่มต้นขึ้น  และจงอินก็ต้องขอยอมรับว่าวันเกิดเหตุเขาเกือบไล่พนักงานจัดเลี้ยงออกทั้งแผนก...โทษฐานมากอดพนักงานจัดดอกไม้คนใหม่ของเขา!!!

 

            พี่กลับมาจากเชจูเหนื่อยๆ  เซฮุนก็ไม่คิดถึงพี่  แถมยังไปชมใครก็ไม่รู้...ว่าเท่ ว่าดี  แล้วไหนจะไปยืนเกาะเอวเกาะไหล่กับผู้ชายอีกคนที่ห้องจัดดอกไม้  ความผิดเยอะขนาดนี้...ลงโทษครั้งเดียวไม่พอหรอกนะรู้ไหม!!?”  ไม่พูดเปล่า...เพราะมือหนากำลังล้วงเข้าไปในเสื้อคลุมอาบน้ำที่ตอนนี้หลุดลุ้ยจนอวดผิวขาวเนียนล่อตาล่อใจ  และมันก็อดไม่ได้ที่จะฝังความปรารถนาลงไปตั้งแต่ต้นคอจนถึงไหล่ลาด

 

จุ๊บบ!!

 

            ไม่รู้ว่าควรโทษอะไรดี...ระหว่างความมักมากของตัวเองหรือแบบของเสื้อคลุมที่ฝากเลขาซื้อมาให้  เพราะเนื้อผ้ามันบางเบาและลื่นจนเผยให้เห็นผิวเนียนได้ง่ายเหลือเกิน  แล้วการเป็นคนที่มีความอดทนต่ำก็ยิ่งทำให้การยับยั้งชั่งใจต่ำลงไปด้วย  ปากหยักฝากรอยสีแดงจางๆเอาไว้ทั่วผิวขาวๆ  แต่ยกเว้น..ช่วงที่เสี่ยงต่อการมองเห็นของคนอื่นเพราะไม่ต้องการในพนักงานในแผนกจัดดอกไม้หรือพนักงานคนอื่นในโรงแรมมองเซฮุนในทางไม่ดี

 

แต่...กลิ่นหอมอ่อนๆจากผิวเนียนสวยก็พาลให้จงอินนึกไปถึงเสียงครางหวานที่ดังก้องอยู่ในห้องน้ำเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมารวมถึงคับแน่นที่ทำเอารู้สึกดีจนอยากจะลงโทษคนผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างคนไม่รู้จักพอ

 

            “พี่จงอินพะ...พอแล้วครับ!!  ไม่เอาแล้ว  เซฮุนไม่ไหวแล้ว  อย่า...อ๊ะ!!!!”  ปัดป่ายมือไม้และพยายามขยับหนีอยู่บนเตียงกว้างพร้อมเบี่ยงกายหลบมือหนาที่กำลังลูบไล้ไปทั่วร่างของตัวเอง  เพราะไม่อยากถูกทำโทษอีกครั้ง  มันยังรู้สึกเจ็บ  รู้สึกหวาดกลัว  และที่กลัวมากที่สุดก็คือใจของตัวเอง  กลัวว่ามันจะคล้อยตามไปกับบทรักที่คนมากประสบการณ์มอบให้จนกายสั่นสะทาน  แถมยังไม่สามารถแอบซ่อนเสียงน่าอายได้เลยสักครั้ง  และเสียงร้องประท้วงที่จงอินได้ยินอยู่ในตอนนี้รวมถึงกายหลบเลี่ยงต่อการถูกกลั่นแกล้งก็พาลให้อะไรอะไรมันตื่นได้ง่ายดายเหลือเกิน

 

            “ร้องเสียงแบบนี้...อยากให้พี่หยุดหรืออยากให้ทำต่อกันแน่  หื้มมม?”

 

            พอเถอะนะครับพี่จงอิน  ไม่ลงโทษเซฮุนแล้วนะครับ นะครับ น้าาาาา

 

ฟอดดด ๆ ๆ ๆ!!

 

            ก้มกาย...ฟัดแก้มนุ่มจนผิวเนื้อเนียนขาวขึ้นริ้วแดงระเรื่อ  เพราะคำพูดที่แสนกระเง้ากระงอดและการเงยใบหน้าเรียวสวยก่อนกระพริบตาปริบๆเป็นเชิงขอร้อง  มันทำให้จงอินรู้สึกว่ามันน่ารักจนอยากจะบ้าตาย  ยิ่งเห็นคนในชุดคลุมเนื้อบางเบาแสดงทีท่าไม่พอใจเวลาที่ถูกจูบหรือหอมแก้มก็ยิ่งอยากแกล้งให้ส่งเสียงร้องให้ฟังอีกสักครั้งสองครั้ง

 

            อย่าไปทำท่าทางแบบนี้กับใครนะครับ...พี่ขอสั่ง!!!” 

 

            “เซฮุนทำอะไรเหรอครับ??”

 

            “เฮ้อออ...?!!

 

            ให้ตายเถอะ...แทนที่จะได้รับคำตอบว่า  ครับ  หรือไม่ก็  จะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว  จงอินกลับได้คำถามมาแทนจนต้องถอนหายใจด้วยความหงุดหงิดเพราะไม่ว่าจะเป็นการพูดออดอ้อน  น้ำเสียงอ่อนโยน  การส่งสายตาเชิญชวนโดยตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจ  หรือจะเป็นการใช้นิ้วเรียวสวยลูบวนไปมาอยู่บนหน้าอกของเขาตอนนี้มันก็ทำให้จงอินรู้สึกหวงขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก  แล้วกิริยาท่าทางทั้งหมดมันก็พาให้อารมณ์ต่างๆที่ดับไปแล้วถูกจุดติดขึ้นมาอีกครั้ง  และใครหน้าไหนก็อย่าหวังว่าจะได้เห็นความน่ารักเช่นนี้เพราะโอเซฮุนเป็นของคิมจงอินคนเดียวเท่านั้น!!!

 

            “พี่จงอินทำโทษเซฮุนเรื่องอะไรเหรอครับ...บอกเซฮุนหน่อยได้ไหม?”  

 

            “งั้นเซฮุนก็อธิบายมาก่อน...ว่าวันที่มีงานแต่งงานที่โรงแรม  คนพวกนั้นเป็นใคร  แล้วมากอดมาโอบมายุ่งกับเซฮุนของพี่ได้ยังไง  ทำไมเซฮุนไม่ระวังตัวอีกแล้ว...แบบนี้สมควรถูกพี่ลงโทษหรือเปล่า  หื้มม??”

 

            “คนที่เซฮุนชมว่าเท่...ชื่อพี่ฮันเกิงครับ  เป็นสามีของพี่ฮีชอล  แล้วที่เซฮุนโดนพี่ฮันเกิงกอดก็เพราะพี่เค้าอยากแกล้งแฟนตัวเองเฉยๆ  เซฮุนก็ไม่คิดว่าพี่เค้าจะมากอดเหมือนกันก็เลยหลบไม่ทัน  ส่วนคนที่อยู่ในห้องจัดดอกไม้ชื่อจื่อเทา...เป็นแฟนของพี่ซูโฮครับ  ที่เราจับไหล่จับเอวกันเพราะตอนนั้นเซฮุนต้องปีนบันไดขึ้นไปหยิบของแล้วกำลังจะตกลงมา  จื่อเทาก็เลยช่วยเอาไว้  เซฮุนไม่ได้ผิดสัญญากับพี่จงอินสักข้อ  พี่จงอินนั่นแหละชอบคิดไปเอง  ชอบใส่ร้าย  ชอบหาเรื่องแกล้งเซฮุน!!W

 

            จับมือเรียวสวย...ที่ยังคงซุกซนอยู่บนแผ่นอกของตัวเองขึ้นมาจูบซ้ำๆและกอดร่างนุ่มนิ่มเอาไว้ก่อนที่บางอย่างมันจะตื่นขึ้นมาอีกรอบ  พร้อมฟังคำอธิบายรวมถึงคำตัดพ้อต่างๆนานาจากปากของเซฮุนอย่างตั้งอกตั้งใจ  และเมื่อได้ฟังคำอธิบาย...มันก็อดนึกโทษตัวเองไม่ได้เพราะมันทำให้เขารู้ตัวทันทีว่านิสัยที่แก้ไม่หายอย่างความใจร้อน  ไม่ค่อยฟังเหตุผลของคนอื่น  เอาแต่ใจ  ขี้โมโห  มันพาให้ขาดความยับยั้งชั่งใจจนเผลอทำเรื่องที่รุนแรงลงบนร่างกายของเซฮุนอีกครั้ง  ปกติถ้าเป็นเรื่องงาน...จงอินมักจะสอบสวนข้อเท็จจริงให้พบเสียก่อนจึงจะลงโทษผู้กระทำความผิด

 

แต่สำหรับเรื่องของเซฮุน!!...มันทำให้คนเป็นเจ้าของโรงแรมอดที่จะลงโทษคนผิดก่อนที่จะสอบสวนไม่ได้ และความรู้สึกที่ชัดเจนมากที่สุดในตอนนี้ก็คือ  หวง!!

 

            จงอินหาเหตุผลให้กับตัวเองไม่ได้ว่าทำแบบนี้ไปทำไม  เพื่ออะไร??  รู้อยู่อย่างเดียวว่ามันหวง  ไม่อยากให้ใครมายุ่งกับคนของเขาและความหวงก็ทำให้คนเอาแต่ใจเริ่มคิดแผนการบางอย่างเพื่อให้ได้เซฮุนมาอยู่ใกล้ๆเท่าที่จะใกล้ได้มากที่สุด  แต่จะอยู่ในฐานะอะไร...มันก็ยังพูดได้ไม่เต็มปากเพราะเรื่องในอดีตที่ผ่านมามันยังคงฝังใจจนยากที่เปิดรับใครสักคน  ถึงแม้ร่างสวยที่กำลังนอนพิงอกของเขาอยู่ตอนนี้จะทำให้รู้สึกหวงมากแค่ไหน  แต่การเป็นเจ้าของโรงแรมที่มีคนรู้จักมากมายก็ทำให้การตัดสินใจรับใครสักคนเข้ามาในชีวิตกลายเป็นเรื่องยาก

 

            “ถึงเซฮุนไม่ได้ผิดสัญญา  แต่เซฮุนก็ไม่ระวังตัวอยู่ดี...ยังไงพี่ก็ต้องทำโทษ” 

 

            “พี่จงอินพูดไม่รู้เรื่องอีกแล้ว  เซฮุนบอกว่าไม่ได้ตั้งใจไงครับ  พี่จงอินอย่าลงโทษเซฮุนเลยนะ  เซฮุนไม่ไหวแล้วจริงๆ

 

            “แล้วเรื่องหางานพิเศษทำอีกล่ะ??  พี่ถามจริงๆเถอะ...เซฮุนมาทำงานที่โรงแรมทำไม  เรียนจบมาทางด้านภาษา  หางานที่อื่นทำก็ได้  แล้วการทำความสะอาดบ้านคนอื่นแบบนี้ไม่กลัวเจ้าของบ้านปล้ำเอาหรือไง...ทำไมไว้ใจคนอื่นง่ายๆแบบนี้  หื้ม??”

 

                รู้ตัวดี...ว่าวันนี้ทำอะไรเกินกว่าเหตุไปมาก  จงอินจึงพยายามเปลี่ยนเรื่องคุยเป็นการถามถึงงานพิเศษที่เซฮุนมาสมัครเป็นพนักงานความสะอาดทั้งๆที่ก็มีงานในโรงแรมทำอยู่แล้ว  แถมการศึกษาที่ได้รับและยังเรียนจบมาทางด้านภาษาต่างประเทศโดยตรงก็สามารถหางานอื่นที่มั่นคงทำได้อย่างสบาย

 

            “เซฮุนชอบจัดดอกไม้ครับ  แต่ก็ชอบเรียนภาษาด้วย  แล้วที่ต้องหางานเพิ่มเพราะอยากเก็บเงินเยอะๆเอาไว้ซื้อความฝันกับของสำคัญที่อยากได้  เซฮุนก็เลยต้องหางานพิเศษเพิ่ม  ว่าแต่...พี่จงอินรู้ใช่ไหมว่าเซฮุนจะมาทำงานที่นี่???”

 

            “ตอนแรกพี่ก็ไม่รู้  พี่เคยรับสมัครคนทำความสะอาดเอาไว้นานแล้ว  และแม่บ้านคนเก่าเพิ่งลาออกไปเลี้ยงลูกที่ต่างจังหวัด  แล้วพอมาเช็คเมล...พี่ถึงได้รู้ว่าเป็นเซฮุน” 

 

            “วันนี้เซฮุนเลยโดนแกล้งใช่ไหมล่ะ  พี่จงอินวางแผนเอาไว้ก่อนใช่ไหม??”

 

            “พี่ไม่ได้แกล้ง...แต่พี่ตั้งใจ  แล้วถ้าคราวหน้าพี่เห็นแบบนั้นอีก  เซฮุนจะโดนเป็นสามเท่าของวันนี้  พี่ก็ไม่ได้พูดเล่นนะครับ  พี่ทำจริง...เซฮุนไม่เคยระวังตัว  แล้วก็ถูกคนอื่นกอด  พี่เตือนก็ไม่เชื่อ!!  ไว้ใจคนง่าย!!  คิดอะไรเป็นเด็กๆ!

 

            “คราวหน้าเซฮุนจะไม่ทำแบบนั้นอีกแล้วครับ  พี่จงอินเลิกหงุดหงิดได้ไหม  เซฮุนขอโทษ...แล้วเรื่องงานทำความสะอาดที่นี่ละครับ  พี่จงอินบอกว่าเลือกวันทำงานได้  งั้นนน...เซฮุนขอทำงานอาทิตย์ละ  วันนะครับ

 

            “เซฮุนอยากมาทำงานวันไหนก็ได้ทั้งนั้นพี่อนุญาต  อีกอย่าง...คีย์การ์ดก็มีแล้ว  อยากมาตอนไหนก็มาได้เลย  ส่วนเรื่องค่าจ้างก็ไม่ต้องเป็นห่วง  พี่จะโอนเงินเข้าบัญชีเดียวกับงานที่โรงแรมให้

 

            “ขอบคุณนะครับ  งั้นวันนี้เซฮุนกลับก่อนดีกว่าเพราะนี่ก็ดึกมากแล้ว...พี่จงอินจะได้พักผ่อน

 

            จงอินทราบดี...ว่าการที่เซฮุนไม่โวยวายหรือทำท่าทีไม่พอใจเหมือนอย่างที่เคยก็เป็นเพราะไม่อยากถูกทำเรื่องอย่างว่าอีกครั้ง   และเขาก็ขอยอมรับตรงๆว่าได้วางแผนไว้จริงๆ  เนื่องจากวันนี้ทั้งวัน...เขาไม่ได้เข้าไปทำงานที่โรงแรม  แถมยังสั่งให้เลขาซื้อชุดคลุมอาบน้ำแบบผู้หญิงมาให้  และสั่งหญิงสาวที่ทำหน้าที่อยู่ตรงหน้าเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ให้การ์ดเพื่อเปิดห้องกับเซฮุนได้เลย  ซึ่งแผนที่วางไว้ทั้งหมดมันก็เป็นไปตามที่เป้า

 

แต่ตอนนี้...การที่เจ้าตัวกำลังลุกออกไปจากอ้อมกอด  ออกไปจากเตียง  ออกไปจากห้องมันก็ทำให้ความสุขของคนเจ้าแผนการหายไปทันที  และจากที่อารมณ์ดีก็เริ่มกลับมาหงุดหงิดอีกครั้งเพราะไม่ต้องการให้ร่างสวยกลับไปนอนที่ไหนทั้งนั้น...ถ้าไม่ใช่ที่นี่!!

 

            “ไม่ให้กลับ!!  ดึกขนาดนี้จะกลับยังไงเสื้อผ้าก็ไม่มีใส่  แล้วชุดที่ใส่มากว่าจะได้ก็พรุ่งนี้เช้าเพราะพี่เพิ่งส่งให้ทางร้านเอาไปซัก  คืนนี้เซฮุนต้องนอนกับพี่...ที่นี่!!!”  เดินไปลากตัวกลับมาที่เตียงอีกครั้งพร้อมกอดไว้แน่นเหมือนกลัวหาย 

 

            “อื้ออ...เจ็บ!!  พี่จงอินปล่อยนะครับ  อย่าจับ   อ๊ะ!!จะ..เจ็บ!!”  ถูกมือของคนเอาแต่ใจทั้งล้วงทั้งบีบเค้นบั้นท้ายจนต้องร้องห้าม  และพยายามเบี่ยงกายหนีแต่ก็ดูเหมือนจะไม่เป็นผล 

 

 

            “มากกว่าจับก็ทำมาแล้ว  จะลองดูอีกไหม หึ!!?  กางเกงในก็ไม่มีใส่แล้วจะกลับยังไง  อย่าดื้อได้ไหมครับเซฮุน  เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าพี่ไปส่งที่ห้อง”  ไม่รู้ว่าคิดถูกหรือคิดผิดที่ฝากเลขาซื้อชุดคลุมแบบนี้มาให้เซฮุน  เพราะจากที่คิดจะแกล้งให้คนใส่รู้สึกเขินอายก็กลับกลายเป็นตัวเองที่ต้องมานั่งข่มอารมณ์เมื่อเห็นผิวขาวเนียนโผล่พ้นเสื้อเนื้อบางเบาตัวนี้จนเริ่มอดใจไว้ไม่ไหว

 

            กายสมส่วน...จัดการดึงร่างสวยที่เสื้อคลุมแทบหลุดออกเกือบหมดกดลงบนเตียงกว้าง  และคร่อมกายกักปิดทางหนีพร้อมก้มจูบริมฝีปากสีสดอย่างโหยหา  ลิ้นอุ่นชื้นเกี่ยวพันกับอวัยวะเดียวกันของคนใต้ร่างด้วยความรู้สึกที่ยากเกินอธิบาย  เหมือนจะโกรธแต่ก็ไม่ใช่  เหมือนจะโมโหก็ไม่ถึงขนาดนั้น  หรืออยากให้อยู่ที่นี่ด้วยกันตลอดไป...ก็ยังไม่ใช่อีก  จงอินยอมรับว่าเคยนอนกับคนนนั้นคนนี้มากมาย  แต่สำหรับที่นี่  ที่คอนโดฯแห่งนี้เซฮุนและอาจเป็นคนสุดท้ายที่ได้อยู่กับเขา  ปากหยักละจากความหวานที่บดจูบด้วยความสเน่ห์หาเพื่อให้เซฮุนได้พักหายใจ  แล้วเริ่มจูบใหม่อีกครั้ง...จากแก้มนุ่มไล่ลงไปถึงซอกคอขาวเนียนและเริ่มเน้นหนักที่ยอดอกสีทับทิม

 

            “อ๊ะ!!  หยุดนะ”

 

            “อื้มมมม...”

 

            “พะ...พอเถอะครับพี่จงอิน  เดี๋ยวพรุ่งนี้เซฮุนไปทำงานไม่ไหว!

 

            “เฮ้อออ!...ก็ได้ครับ  แต่เซฮุนต้องหอมแก้มพี่ก่อน  แล้วคืนนี้ต้องนอนค้างกับพี่ด้วย  ไม่อย่างนั้นพี่ก็ไม่หยุด!!”

 

             ครับ ๆ ได้ครับ...แต่เซฮุนขอไปนอนที่โซฟาดีกว่า  พี่จงอินจะได้นอนสบาย

 

             ไม่อนุญาตครับ  เซฮุนต้องนอนกับพี่ที่ห้องนี้เท่านั้น!!  ถ้าขืนยังจะไปนอนที่โซฟาอีกละก็  คืนนี้อย่าหวังว่าจะได้นอนอีกเลย ทั้งคืน!!

 

ฟอดด!!

 

ฟอดด!!

 

 

 

            รีบหอมทั้งแก้มซ้านแก้มขวา...ก่อนล้มตัวลงนอนด้วยความรวดเร็วเพราะไม่อยากให้เรื่องแบบนั้นมันเกิดขึ้นอีก  ส่วนคนถูกหอมก็ได้แต่ยิ้มจนแก้มปริพร้อมโอบกอดเด็กดีเอาไว้ในอ้อมแขน  จงอินยังมีคำถามอยู่อีกมากมายที่อยากรู้  ทำไมเซฮุนต้องทำงานหนัก?  จะเก็บเงินไปเพื่ออะไร??  ความฝัน???  ของสำคัญ????  ทุกอย่างที่ว่ามาคือสิ่งที่ยังกวนใจและใคร่รู้  แต่เวลานี้มันคงไม่เหมาะที่จะพูดอะไรกันอีกแล้วเพราะต่างฝ่ายต่างก็มีงานในวันพรุ่งนี้รออยู่

 

แต่เมื่อพูดถึงความฝัน...มันก็ทำให้จงอินต้องมองย้อนกลับมาตัวเองเพราะคนอย่างเขามันไม่เคยมีความฝันอะไรทั้งนั้น

 

            เรียนจบ...ก็ตั้งหน้าตั้งตาทำงานที่เป็นธุรกิจของครอบครัว  และสืบทอดกิจการต่อจากคุณพ่อที่เสียไปตั้งแต่ยังเรียนอยู่มหาวิทยาลัย  มันไม่มีแม้แต่เวลาจะได้เที่ยวเล่นเหมือนกับเด็กคนอื่นๆเพราะในหัวมีแต่เรื่องของการเรียนกับเรื่องของงานเท่านั้น  วันวันคิดแต่ว่าจะพัฒนาโรงแรมทุกสาขาอย่างไรให้มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับ  พอคุณพ่อเสียชีวิต...เขาก็ได้เข้ามาทำงานอย่างเต็มตัวและเริ่มเปลี่ยนแปลงระบบการทำงานต่างๆในโรงแรมเพื่อให้ทุกอย่างมีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น  และภายใน 5 ปี...คิมจงอินก็ได้สำเร็จ

 

 

            โรงแรมทุกสาขา...เป็นยอมรับและมีชื่อเสียงเป็นอันดับต้นๆของประเทศ  แล้วตอนนั้นเขาก็ได้กลายเป็นนักธุรกิจหนุ่มหน้าใหม่ไฟแรง  และเป็นเจ้าของโรงแรมที่มีอายุน้อยที่สุดจนมีนิตยาสารหลายฉบับติดต่อให้ไปถ่ายแบบและสัมภาษณ์ลงคอลัมน์ต่างๆมากมาย  จงอิน...นอนคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยเพราะยังนอนไม่หลับ  ยิ่งมีความน่ารักนอนอยู่ข้างๆมันก็ยิ่งอยากมองนอนโดยไม่รู้เบื่อ  แต่การโหมร่างกายกับเรื่องอย่างว่าไปนานก็พาลให้รู้สึกหิวน้ำ

 

 

            จงอิน...ค่อยๆขยับกายออกจากความน่ารักด้วยความระมัดระวัง  และลุกออกจากเตียงเพื่อไปหยิบน้ำที่ห้องครัว  ขาวยาวรีบเร่งฝีเท้าไปให้ถึงตู้เย็นเพราะอยากกลับมานอนกอดเซฮุนก่อนที่ต้องจากกันในรุ่งขึ้น  และแค่การจากกันเพราะหน้าที่การงาน...คิมจงอินก็อยากลาพักร้อนสักสองอาทิตย์  แต่...

 

Rrrrrr!!!

 

Rrrrr!!!! 

 

           ยังไม่ทันได้หยิบจับสิ่งใด...เสียงโทรศัพท์ที่ดังมาจากห้องนั่งเล่นก็ดังฉุดความสนใจไปเสียก่อน  และต้นเสียงก็มากจากกระเป๋าสะพายของเซฮุน  ตอนนี้เรื่องหิวน้ำกลายเป็นเรื่องรองเพราะมันต้องเสียมารยาทเปิดกระเป๋าพร้อบหยิบสมาร์ทโฟนออกมาดู  อยากรู้ว่าใครเป็นคนโทรเข้ามาในเวลาแบบนี้!!?  แล้วชื่อ BAEKHYUN   กับรูปริมฝีปากเหมือนเป็นการส่งจูบที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอทัชสกรีน  แถมท้ายชื่อยังใส่อิโมติคอนรูปหัวใจเอาไว้ก็ทำให้คนหิวน้ำตาสว่างขึ้นมาทันที

 

 

            และจากที่เสียมารยาทก็กลายเป็นไม่มีมารยาทเพราะเมื่อเสียงโทรศัพท์เงียบลง  จงอินก็รีบเปิดอ่านข้อความในมือถือของเซฮุนอย่างอดที่จะอยากรู้ไม่ได้  ในใจมันร้อนรุ่มเหมือนมีไฟสุ่มอยู้สักพันกอง  เพราะถ้าไม่ใช่คนพิเศษจริงๆ...ก็คงไม่โทรมาดึกดื่นขนาดนี้และคงไม่บันทึกรูปปากส่งจูบหรือใส่รูปหัวใจไว้ท้ายชื่อเวลามีสายเข้า??!

 

และดี...ที่เครื่องโทรศัพท์ของเซฮุนไม่ได้ใส่รหัสล็อคเอาไว้!!

 

            ถึงบ้านแล้วนะ  ทำงานเหนื่อยมาก  นอนล่ะ  บ่าบบาย”

          “ฝันดีเซฮุน...คิดถึงที่สุด”

          “คิดถึงจะตายแล้วววว...เมื่อไหร่จะได้หยุด”

          “คิดถึงจังเลยทำงานเหนื่อยไหม  แบคคิดถึงเซฮุนมากกกกกก  เมื่อไหร่เซฮุนจะมาหาแบคที่นี่สักที  แบครักเซฮุนนะ...ว่างเมื่อไหร่จะไปนอนกอดให้หายคิดถึงเลย  จุ๊บๆ ร้อยที ^3^”

 

          ความอยากรู้...ทำให้คนเสียมารยาทเห็นข้อความที่ไม่อยากให้เป็นเหมือนที่คิด  และมันก็อ่านได้แค่ไม่กี่ข้อความเท่านั้นก็ต้องรีบปิดหน้าจอและเก็บใส่กระเป๋าให้เจ้าของเครื่องไว้เช่นเดิม  เพราะถ้าให้เปิดอ่านอีกเพียงข้อความเดียวก็กลัวใจตัวเองจะโมโหไปมากกว่านี้  และคำว่า  คิดถึงมาก  คำว่า  รัก  คำว่า จะไปนอนกอด  หรือสารพัดคำหวานที่เพิ่งอ่านไปเมื่อครู่ก็ทำให้จงอินต้องกลับมานอนคิดมากอีกครั้ง

 

 

            จากที่นอนไม่หลับ...ก็คงไม่ต้องนอนกันแล้วในคืนนี้  คนที่ชื่อแบคฮยอนเป็นใครแล้วเซฮุนของเขาเป็นอะไรกับคนคนนั้นและที่บอกว่านอนกอดกันมันหมายความว่าอะไร?????  คำถามพวกนี้วนเวียนอยู่ในหัวของจงอินทั้งคืน  ซึ่งมันทำให้รู้สึกหงุดหงิด  แต่ใจลึกๆ...มันก็ไม่อยากคิดไปเองเหมือนเรื่องที่เพิ่งปรับความเข้าใจกันไปเมื่อช่วงหัวค่ำ  คิมจงอินจะพยายามอดทนให้ถึงช่วงที่อารมณ์ของตัวเองเย็นลงกว่านี้  แล้วค่อยหาทางคุยกับเซฮุนอีกครั้งถึงเรื่องของข้อความในโทรศัพท์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Rose of Sharon Pub  เชจู

22.00 น.

 

 

           เสียงเพลง  แสงไฟและผู้คนมากมายในยามค่ำคืนของผับใหญ่แห่งหนึ่ง  กำลังทำให้วิศวกรหนุ่มรู้สึกเพลิดเพลินไปกับสิ่งรอบตัว  เพราะช่วงนี้งานในโรงแรมทั้งยุ่ง  ทั้งวุ่นวาย  แถมงานประจำที่ทำอยู่และงานนอกที่เพื่อนๆวานให้ช่วยเหลือต่างก็มีเยอะจนหาเวลาว่างให้กับตัวเองไม่ค่อยได้  แต่สำหรับค่ำคืนนี้...คงเป็นคืนที่ทำให้ความเครียดหรือความเหนื่อยล้าจากการทำงานจางลงไปได้บ้างหลังจากที่วิ่งวุ่นเดินทางไปนั่นมานี่อยู่หลายวัน

 

 

                ชานยอลมาเที่ยวที่ผับแห่งนี้เป็นประจำ  เพราะมันเป็นที่ที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี  มันเป็นร้านสำหรับการแฮงค์เอาท์ของหมู่เพื่อนๆและที่นี่...ก็จะมีห้องสำหรับลูกค้าที่ต้องการความเป็นส่วนตัว  มีโซนให้นั่งเพลงเบาๆสบายๆ  และมีโซนที่เปิดเพลงไว้เพื่อลูกค้าที่ชอบการเต้นรำโดยเฉพาะ  แต่สำหรับกลุ่มเพื่อนสนิทของชานยอล...พวกเขามักจะจองห้อง VIPของทางร้านไว้เสมอ  เพราะไม่ต้องการไปวุ่นวายกับคนอื่น  ส่วนเพื่อนคนไหนจะพาแฟนหรือหิ้วสาวๆมาด้วย  ห้องวีไอพีที่ผับแห่งนี้ก็มีห้องให้พักอยู่ทางด้านหลัง

 

แต่ห้องที่ว่า...ก็มักจะเป็นห้องที่พวกเขาไว้ใช้นอนเวลาเมาแล้วไม่อยากขับรถกลับบ้านมากกว่า  บางคนนอนพื้น  บางคนนอนให้ห้องน้ำ  ส่วนใครเมาก่อนก็ได้นอนบนเตียง 

 

            “เฮ้ยย!! คุยไรกันวะ??”  เดินกลับมาจากห้องน้ำเพราะดื่มไปค่อนข้างมาก  และเมื่อเห็นเพื่อนๆสุมหัวคุยอะไรบางอย่างอยู่ที่โซฟาแถมท่าทางดูน่าสนใจ  ชานยอลจึงต้องเข้าไปร่วมวงด้วย 

 

            “ตอนกูเดินเข้ามาในร้าน  กูเห็นเด็กผู้ชายคนหนึ่ง  แม่งโคตรน่ารักเลยว่ะ  ตัวเล็กๆ  ปากแดงๆ  แต่เสียดาย...เสือกมากับแฟน  กูเลยอดแดก!!”  คนที่เดินทางมาถึงผับช้ากว่าใครเอ่ยขึ้นอย่างนึกเสียดาย  เพราะเขาชอบเด็กผู้ชายคนนี้จริงๆ  แต่พอเห็นคนที่ชอบมากับผู้ชายอีกคน  เจ้าตัวจึงต้องเดินคอตกขึ้นมาที่ห้องวีไอพีด้วยความผิดหวัง

 

                มาก็ช้า...ยังเสือกจะหิ้วเด็กขึ้นมาแดกอีก  สมน้ำหน้า!! เค้ามากับแฟน  ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!”  ยกแก้วที่มีเครื่องดื่มรสขมกลืนลงคอในคราวเดียว  และอดที่จะพูดเหน็บแนมเพื่อนในแก็งค์ไม่ได้

 

            “ก็กูเสียดายจริงๆนี่หว่า  แม่งน่ารักจริงๆนะเว้ย  มึงดูดิ...กูแอบถ่ายรูปมาด้วย  มึงดูเลย  มึงดู!!”  คนถูกเพื่อนบ่น...รีบหยิบโทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อเชิ้ตแล้วเปิดรูปคนตัวเองชอบยื่นให้ชานยอลดูทันทีเพื่อยืนยันความน่ารัก

 

            “มึงเจอเด็กคนนี้ตรงไหนวะ??”  เจ้าของดวงตากลมโตยิ้มร้ายเมื่อรู้ว่าเด็กผู้ชายที่เพื่อนชอบเป็นใคร  และพยายามเก็บความมีพิรุธเอาไว้ให้ได้มากที่สุดเพราะไม่อยากให้เพื่อนเกิดความสงสัย

 

            “ตอนแรกก็นั่งอยู่หน้าเคาน์เตอร์บาร์  แต่พอกูจะเดินเข้าไปทัก...เสือกมีคนมาหิ้วไป  ดูท่าทางน้องมันจะเมาแล้วด้วย  สัดเอ้ยยย!!...ยิ่งพูดยิ่งเสียดาย  สงสัยโทรให้แฟนมาระ...รับ  อ้าว  เฮ้ยย!!  มึงจะไปไหนวะชานยอล!!???”

 

            อยู่ฟังคำหัวเสียของเพื่อนไม่ทันจบประโยค...ชานยอลก็รีบเดินออกจากห้องวีไอพีและตรงไปที่เคาน์เตอร์บาร์ทันทีเพราะอยากรู้ว่าคนที่เพื่อนบอกว่าเมาแล้ว  อยู่กับใครมาที่นี่ได้ยังไง?? และเมามากแค่ไหน???  ขายาวในกางเกงยีนส์สีเข้มเดินผ่านผู้คนมากมายที่ยืนโยกกายไปตามเพลงอย่างสนุกสนาน  และในใจก็คิดจะเอาคืนคนที่เพื่อนชอบสักหน่อย  โทษฐานนน...ทำให้เขาขายหน้าที่ร้านกาแฟเมื่อหลายวันก่อน  และการที่เพื่อนบอกว่าเด็กคนนั้นมากับแฟน  มันยิ่งทำให้อยากเห็นหน้าคนคิดสั้นที่ไปหลงรักเด็กนิสัยเสียแบบนั้น?!!

 

แต่.......

 

            “เฮ้ยยยย..!

 

            ยังไม่ทันได้เดินไปถึงเคาน์เตอร์บาร์  ขายาวๆของวิศวกรหนุ่มก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นคนที่เพื่อนแอบถ่ายรูปมาให้ดูถูกชายร่างใหญ่และท่าทางไม่เป็นมิตรหิ้วปีกหายเข้าไปในมุมมืดด้านหลังห้องน้ำ  จากที่คิดไว้ว่าจะแกล้งคืนให้สาสม...กลับต้องรู้สึกไม่ค่อยดี  เพราะผู้ชายร่างใหญ่ที่เห็นเดินผ่านตาไปเมื่อครู่ก็ไม่น่าจะใช่คนรักของแบคฮยอนเลยสักนิด  และห้องน้ำในส่วนนี้ก็ไม่ค่อยมีใครเข้ามาใช้บริการ  เพราะมันเหมือนเป็นที่สำหรับการทำเรื่องอย่างว่าโดยเฉพาะ

 

 

            ชานยอลทราบดี...ว่าห้องน้ำในส่วนนี้มีไว้เพื่อการใด  เขาจึงไม่ค่อยเข้ามาธุระส่วนตัวตรงนี้สักเท่าไหร่  และที่จองห้องวีไอพีทุกครั้งก็เพราะไม่อยากเห็นใครต่อใครแสดงภาพหรือเสียงในเรื่องอย่างว่าให้ชม  ชานยอลแสร้งทำเป็นหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกงเมื่อมาถึงหน้าห้องน้ำ  และรีบเดินเข้ามาด้านในแบบวนไปเวียนมาพร้อมกับพูดคุยเหมือนโมโหคนที่อยู่ปลายสายทั้งๆที่ไม่ได้โทรหาใครสักคน

 

            ปากทำหน้าที่พูด...แต่สายตากลับมองชายร่างใหญ่ที่กำลังอุ้มคนตัวเล็กหายเข้าไปในห้องน้ำด้านในสุดและเมื่อได้ยินเสียงล็อคประตู  ชานยอลจึงรีบเก็บโทรศัพท์ไว้ในกระเป๋ากางเกงและคอยสังเกตการณ์อยู่ใกล้ๆ  ใจหนึ่งคิดว่า...ถ้าคนที่ถูกพาเข้ามาในห้องน้ำเป็นแฟนกันและเขาเข้าไปขัดขวางการมีความสุขของคนทั้งคู่มันก็คงจะหน้าแตกไม่ใช่น้อย  และอีกใจกลับคิดว่า...ถ้าเป็นแฟนกันจริงๆก็ไม่น่าจะมาทำเรื่องแบบนี้ที่นี่เพราะมันดูไม่ให้เกียรติคนรักเลยสักนิด  แต่..........

 

แควกกก!!!

 

            “อยู่นิ่งๆสิวะ!!

 

            เสียงผ้าขาด...และเสียงทุ้มใหญ่ที่เหมือนกำลังไม่พอใจอะไรบางอย่างก็เป็นสิ่งที่ทำให้ชานยอลรู้สึกได้ถึงสถาการณ์ที่ไม่น่าไว้ใจ  แล้วเสียงโลหะที่ถูกถอดจากกางเกงจนกระทบกับโถชักโครกก็เป็นตัวตัดสินให้ต้องใช้เท้าถีบประตูเพื่อช่วยคนด้านในออกมาก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

 

            “แบคฮยอน!!...”

 

            สิ่งที่คิด...ว่าคนทั้งคู่อาจเป็นแฟนกันจริงๆกลับหายวับไปจากสมองเมื่อเห็นคนตัวเล็กในสภาพกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนชักโครก  ร่างกายเกือบเปลือยกาย  ไม่มีแรง  ไม่มีสติและไม่รับรู้ด้วยซ้ำว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้นกับตัวเอง  ส่วนชายร่างใหญ่...เมื่อเจอกับแรงถีบประตูที่มากขนาดนั้นก็ทำให้เสียหลักล้มลงไปกับพื้น  แถมยังถูกเตะซ้ำๆจนต้องนอนจมกองเลือด

 

            แรงโมโห  ความโกรธ...การขาดความยับยั้งในอารมรณ์ต่างๆมันพาลให้ชานยอลไม่อาจควบคุมตัวเองได้  มือหนาเสยผมที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อจากการออกแรงกระทืบเลว  และต้องรีบถอดเสื้อแจ็คเก็ตของตัวเองคลุมร่างที่น่าสงสารเอาไว้เพราะสภาพตอนนี้มันแทบเปลือยเปล่า  แถมเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนที่คนตัวเล็กใส่อยู่ก็ถูกฉีกขาดจนกระดุมหายไปเกือบหมด  ส่วนกางเกงก็ถูกถอดกองไว้ที่พื้นและเหลือแค่ชั้นในตัวจิ๋วเท่านั้นที่ยังอยู่บนร่างกายเอาไว้

 

 

            ชานยอลรีบจัดแจงสวมสิ่งที่เหลืออยู่ให้คนตัวเล็ก  แล้วอุ้มออกมาจากผับทันทีโดยไม่ได้บอกลาเพื่อนฝูง  และเมื่อเดินมาถึงลานจอดรถก็รีบปลดล็อคพาหนะสีเข้าก่อนวางร่างที่ไร้สติลงบนเบาะด้านอย่างเบามือ  แล้วรีบขับรถกลับคอนโดฯทันที  ชานยอลไม่สามารถพาเด็กคนี้ไปส่งที่บ้านได้เพราะถ้าคุณอาเห็นสภาพลูกชายของตัวเองเป็นแบบนี้มีหวังคงใจสลาย  ส่วนวันพรุ่งนี้จะเป็นเช่นไรก็ค่อยหาทางแก้ไขกันอีกที  ระหว่างการขับรถ...ชานยอลก็คอยเหลือบมองคนข้างกายไปด้วยเพราะรู้สึกเป็นห่วงอย่างบอกไม่ถูก  มันไม่เข้าใจว่าทำไมถึงเกินเรื่องแย่ๆแบบนี้ขึ้นและความจริงแล้ว...แบคฮยอนมาเที่ยวกับใครกันแน่?

 

...

 

 

...

 

 

...

 

 

Peony  Condominium เชจู

23.51 น.

 

 

           เมื่อขับรถมาถึงคอนโดฯ...ชานยอลก็จัดการอุ้มคนไม่ได้สติขึ้นมาที่ห้องและวางลงบนเตียงอย่างเบามือ  จากนั้นก็เดินไปหยิบผ้าขนหนูที่อยู่ในตู้เสื้อผ้าพร้อมหาภาชนะขนาดกำลังพอดีมาใส่น้ำ  ขืนให้นอนไปทั้งสภาพแบบนี้ก็คงรู้สึกไม่สบายตัวและอาจทำให้ป่วยไข้  ชานยอลจึงจำเป็นต้องช่วยทำให้แบคฮยอนสบายตัวมากขึ้น  มือหนาค่อยๆถอดเสื้อแจ็คเก็ตที่คลุมร่างเล็กออกอย่างช้าๆ  แล้วตามด้วยเสื้อเชิ้ตสีฟ้าที่ขาดหลุดลุ้ยและรวมถึงกางเกงสกินนี่สีดำแต่ยังเหลือชั้นในเอาไว้

 

            “สัดเอ้ยย!!!

 

            สบถออกมาอย่างห้ามความรู้สึกไม่ได้...เมื่อเห็นร่างของคนที่นอนอยู่บนเตียงมีแต่รอยแดงอยู่ทั่วแผ่นอก  แถมช่วงสะโพกยังมีรอยช้ำที่เกิดจากสาเหตุอะไรเขาก็ไม่แน่ใจนัก  เพราะผิวเนื้อขาวๆมันเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเขียวอมม่วงจนดูน่ากลัว  แต่ตอนนี้...จากที่รู้สึกโมโหกับภาพที่เห็นก็แปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึกอย่างอื่นเข้ามาแทนที่  ผิวกายของคนตรงหน้ามันช่างเนียนนุ่ม  มันอมชมพูไปทั้งตัว  เอวไม่เล็กมากแต่ก็ยังถือว่าเล็กกว่าผู้ชายทั่วไป  ยิ่งช่วงล่างไล่จากเอวลงไปยิ่งไม่ต้องพูดถึง  เจ้าของดวงตากลมโตกลืนน้ำลายลงอย่างฝืดคอเพราะผ้าชื้นน้ำที่กำลังลูบผ่านทุกสัดส่วนมันพาลให้หายใจติดขัด

 

 

            วิศวกรหนุ่มรีบเช็ดตัวให้เจ้าของสะโพกอวบก่อนที่อะไรๆมันจะตื่น  และหาเสื้อผ้ามาใส่ให้...ซึ่งเสื้อที่หยิบมาก็ตัวใหญ่มากเมื่ออยู่บนร่างของแบคฮยอน  หลังจากทำทุกอย่างเรียบร้อย...ชานยอลก็จัดการเอากะละมังและผ้าขนหนูไปเก็บแล้วอาบน้ำต่อทันที  แต่พออาบน้ำเสร็จและกำลังจะล้มตัวลงนอน  เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นและมันก็ไม่ใช่เสียงจากสมาร์ทโฟนของเขา  ขายาวในกางเกงนอนสีอ่อนเดินตามเสียงเรียกเข้าน่ารักๆที่กำลังดังไม่หยุด  แล้วต้นเสียงก็ดังมาจากกระเป๋ากางเกงยีนส์ของคนที่เขาเพิ่งเช็กตัวให้เมื่อครู่

 

Rrrrr!!

 

Rrrrr!!

 

                มือใหญ่ๆ...รีบเปิดซิปกระเป๋ากางเกงที่อยู่ทางด้านหลังออกและหยิบโทรศัพท์ออกมาทันที  แต่ชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอทัชสกรีน  มันทำให้ไม่กล้ากดรับเพราะคำที่บันทึกไว้ก็คือ  “คุณพ่อ”  ตอนนี้มันกำลังชั่งใจบวกกับใช้ความคิดว่าต้องทำเช่นไร  และ....

 

            “สวัสดีครับคุณอา...ผมชานยอลเองครับ”

 

            ความกลัว...ไม่อาจอยู่เหนือความถูกต้อง  เพราะต่อให้คนปลายสายจะดุมากแค่ไหน  แต่ท่านก็คงจะเป็นห่วงลูกชายจนนอนไม่หลับ  ไม่อย่างนั้นก็คงไม่โทรตามขนาดนี้ 

 

            “อ้าวคุณชานยอล!! แล้วแบคไปไหน  ทำไมไม่มารับสาย??”

 

            “ใจเย็นๆก่อนนะครับคุณอา  พอดีผมไปเจอน้องโดยบังเอิญก็เลยพาน้องไปกินข้าว...แล้วก็เที่ยวต่ออีกนิดหน่อย  แต่ตอนนี้น้องหลับไปแล้วครับ  ผมเห็นว่าดึกแล้วเลยให้ค้างที่นี้เพราะกลัวจะไปรบกวนเวลานอนของคุณอา  ผมต้องขอโทษจริงๆนะครับที่ไม่ได้โทรบอกคุณอาก่อน

 

            “อาก็เป็นห่วงแทบแย่  แบคบอกว่าจะออกไปเที่ยว...ค่ำๆจะกลับ  แต่ก็ไม่กลับมาสักที  อาเป็นห่วงก็เลยโทรตาม...ถ้ารู้ว่าแบคอยู่กับคุณชานยอลอาก็สบายใจ

 

            “คุณอาไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ  เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมจะพาน้องไปส่งเอง

 

            “ขอบใจมากนะคุณชานยอล  อารบกวนด้วยนะ

 

            “ไม่เป็นไรครับคุณอา  ราตรีสวัสดิ์ครับ

 

            จำเป็นต้องโกหกคนเป็นผู้ใหญ่เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย  เพราะขืนบอกความจริงออกไปมีหวังเรื่องถึงตำรวจแน่ๆ  การที่ลูกชายโดนทำร้ายถึงขนาดนี้มันไม่มีผู้ปกครองคนไหนทนได้ทั้งนั้น  แต่ก่อนที่คนเป็นพ่อจะทนไม่ได้  ชานยอลก็ขอสอบถามความจริงจากปากเจ้าตัวให้ได้ก่อน  ไม่อย่างนั้นสิ่งเขาที่กุเรื่องเพื่อให้ผู้เป็นพ่อสบายใจก็ควสูญเปล่า  และตอนนี้ก็คงถึงเวลาที่ต้องพักผ่อนเสียที  แล้วการออกแรงชกต่อยกับผู้ชายตัวใหญ่ในผับรวมกับแบกคนถูกทำร้ายกลับมาที่นี่ก็ค่อนข้างสูบแรงไปพอสมควร

 

 

            กายหนา...ทิ้งตัวลงบนเตียงด้วยความเมื่อยล้า  และจะให้เก็บหมอบจัดผ้าห่มลงมานอนกับพื้นหรือให้ออกไปนอที่โซฟาด้านนอกก็ไม่ใช่เรื่องเพราะเขาไม่ใช่พระเอก  ที่นี่คือคอนโดฯของปาร์คชานยอล  ปาร์คชานยอลมีสิทธ์จะทำอะไรก็ได้  เขาไม่จำเป็นจะต้องสละชีวิตไปนอนที่อื่นให้ปวดหลัง  แล้วอีกอย่าง...เวลานี้มันก็ใกล้จะตีสอง...เขาควรจะได้นอนพักสักทีหลังจากที่เหนื่อยกับเรื่องของคนอื่นมาหลายชั่วโมง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

100%

แก้ไขเมื่อ 02/09/60

เป็นตอนที่ยากมากๆสำหรับเราและไม่อยากให้ถึงขั้นต้องไปอ่านในห้องลับ  เพราะเราแต่งช่วงที่ต้องมี NC ไม่เป็น   เรากลัวภาษา  อารมณ์  ความรู้สึก  ส่งไปไม่ถึงผู้อ่าน  รวมถึงกลัวการโดนแบนด้วยค่ะ

ถ้าผิดพลาดตรงไหน  เราขออภัยด้วยนะคะ  และขอโทษที่แก้ไขฟิคเรื่องนี้ช้ามากๆ

ขอบคุณสำหรับการติดตาม  ขอบคุณคอนเม้นท์ทุกประโยคที่ส่งมาให้  ขอบคุณนักอ่านทุกคน  ขอบคุณมากๆค่ะ

รัก 

#ดอกไม้ของเจ้านาย


TB
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 71 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

712 ความคิดเห็น

  1. #708 pppseen (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 01:17
    ก็คือว่าถ้าท่านประธานหัวร้อนบ่อยก็แวะทานน้ำเย็นๆก่อนนะคะ / ส่วนนายปาร์คคือนึกถึงคติตัวเราเองเลยค่ะ ‘เหนื่อยทั้งวันได้แต่ตอนนอนต้องสบายที่สุด’ โซฟาอะไรกัน ปวดหลัง! ไม่นอน! 55555555555555555
    #708
    0
  2. #599 KHlulaby (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2561 / 22:01
    สงสารเซฮุนเหมือนนะโดนรุนแรงตลอด ส่วนพี่แบคจะเปนไงมั่งเนี่ย
    #599
    0
  3. #555 /tl26&? (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 19:45
    แอบสงสารทั้งเซฮุนและแบคฮยอน ทำไมต้องมาเจอเรื่องอะไรรุนแรงแบบนี้ด้วย ฮื่อ แต่ดีที่เซฮุนคือจงอินไง (เอ๊ะ?555) แต่แบคนี่สิ พี่ชานยอลต้องล้่างรอยให้น้องแล้วนะคะ
    #555
    0
  4. #515 btoey44 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:59
    จงอินนน เอะอะลงโทษตลอด
    #515
    0
  5. #457 Jammie-Lee (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 กันยายน 2560 / 20:33
    จงอินลงโทษน้องใหญ่ ฮุนนี่น่าฟัดดดดดดดด // ดีนะชานไปช่วยทัน
    #457
    0
  6. #454 IcecreamChanom (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2560 / 22:45
    กำลังสนุกเลย เปิดให้อ่านหน่อยนะคะ
    #454
    0
  7. #312 แฟนไค94ไลน์ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2559 / 00:28
    แบคไม่ได้อ่อยพี่เขาใช่ไหมคะ
    #312
    0
  8. #189 มักเน่ไลน์94 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2559 / 17:42
    โธ่พี่จงอินนนนนเอะอะโกรธเอะอะโมโหหืยยยยยยยพอโกรธหน่อยก็ลงโทษ55555555555 หื่นจริมๆ
    #189
    0
  9. #140 Action!! (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2559 / 02:40
    น้องแบคคคค โอ๋ๆไม่ร้องนะๆ
    #140
    0
  10. #124 Kannika Tankam (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2559 / 21:05
    น้องแบคน่าร้ากกกอ่า สมกับเปนเพื่อนน้องฮุนเลอ ใสกันทั้งคู่
    #124
    0
  11. #100 ME3 KAEKY (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2559 / 16:56
    สงสารน้องแบค น้องเข้าใจผิด
    #100
    0
  12. #41 anty (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 เมษายน 2559 / 00:56
    ชอบคะชอบ อัพบ่อยๆยิ่งชอบ
    #41
    0
  13. #40 kaikaaaaaaa (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 เมษายน 2559 / 23:40
    ไฟท์ติ้ง!!!
    #40
    1
    • #40-1 Mokara(จากตอนที่ 8)
      11 พฤษภาคม 2559 / 08:57
      ไฟท์ติ้งงงงงงงงงง ^^
      #40-1
  14. #39 kaikaaaaaaa (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 เมษายน 2559 / 23:40
    มาต่อตอนต่อไปไวๆนะ^^
    #39
    0
  15. #38 eve_popparazzi (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 เมษายน 2559 / 23:27
    นูกูโย? คนที่โผล่มาท้ายสุดคือใคร
    #38
    0
  16. #37 june2546 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 เมษายน 2559 / 22:24
    จงอินชอบในความซื่อของน้องฮุนละสิ ตอนสุดท้ายคือใคร
    #37
    0