จบแล้ว(EXO) ดอกไม้ของเจ้านาย❀ (Kaihun Chanbaek Ft.Kris)

ตอนที่ 7 : ❀ 7

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,340
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 74 ครั้ง
    3 พ.ย. 62







ดอกไม้ดอกที่  7

 



 

โรงแรม  โซล

08.00 น.

 

แกร๊กก!!

 

          สวัสดีครับพี่หมิน  อ้าวว...ทุกคนหายไปไหนกันหมดครับ?”

 

            “อยู่ที่ห้องจัดเลี้ยงชั้น  10  นู้นนน...วันนี้มีงานแต่งงาน  ลืมแล้วเหรอเซฮุน?”

 

            “ไม่ลืมครับ  ไม่ลืม

 

            “ไม่ลืมก็ขึ้นไปข้างบนพร้อมพี่ตอนนี้เลย  ทุกคนเค้าเตรียมของไว้หมดแล้ว

 

            “ครับๆ ๆ !!

 

            พนักงานคนใหม่ในชุดนักศึกษา...เดินทางมาทำงานแต่เช้าตามที่พี่ๆสั่งไว้  แต่พอมาถึงกลับไม่พบใครอยู่ในห้องเลยสักคนนอกจากซิ่วหมิน  นั่นจึงทำให้เขาอดที่จะถามออกไปไม่ได้เพราะคิดว่าทุกคนในแผนกจะขึ้นไปทำงานที่ห้องจัดเลี้ยงพร้อมกัน  แต่เมื่อได้คำตอบในสิ่งที่ตัวเองสงสัย...มือบางก็รีบหยิบอุปกรณ์คู่กายอย่างกรรไกรและมีดคัตเตอร์ในลิ้นชักโต๊ะทำงานก่อนเดินขึ้นลิฟท์ตามซิ่วหมินไปที่ชั้นสิบทันที

 

 

            เซฮุน...เดินตามพี่ในแผนกไปเรื่อยๆจนถึงหน้างานและดอกไม้  ใบไม้  รวมถึงอุปกรณ์เยอะแยะแปลกตาที่กองอยู่บนพื้นก็ทำให้ความรู้สึกตื่นเต้นกลับมาอีกครั้ง  แถมตอนนี้ก็ไม่ได้มีแค่แผนกของเขาเพียงแผนกเดียวที่ทำงานกันอยู่ตรงนี้เพราะยังมีอีกหนึ่งแผนกที่ต้องทำงานร่วมกันนั่นก็คือ แผนกจัดเลี้ยง”  เซฮุนไม่รู้จักใครเลยสักคนและทุกๆคนก็กำลังเดินขวักไขว่กันเต็มห้องที่กำลังจะมีงานแต่งงานเกิดขึ้นในช่วงเย็น  คนนั้นยกโต๊ะ  คนนี้ลากเก้าอี้  คนนู้นกำลังปีนบันไดขึ้นไปจัดผ้าเพื่อตกแต่งสถานที่และทุกๆอย่างที่เซฮุนเห็นอยู่ตรงหน้าก็ทำให้ตื่นตาตื่นใจไปหมด

 

 

                มือบาง...รีบพับแขนเสื้อเชิ้ตของตัวเองขึ้นทั้งสองข้างแล้วหยิบโอเอซิส***  แช่น้ำตรียมไว้เพื่อให้พี่ๆในแผนกใช้ในการจัดดอกไม้  และสักพัก...พนักงานจัดเลี้ยงสองคนก็แบกโครงเหล็กกับอุปกรณ์ในการทำซุ้มประดับดอกไม้มาประกอบให้ทางแผนกของเขาได้ลงมือทำในสิ่งที่พวกเราถนัด  ทุกๆอย่างถูกประกอบขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยความชำนาญโดยใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีโครงสร้างที่ใช้ในการจัดซุ้มดอกไม้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยและพร้อมที่จะให้พนักงานใหม่อย่างเซฮุนได้ลงมือทำงานเสียที

 

 

            ฮีชอลและซูโฮ...เป็นคนเริ่มลงมือจัดดอกไม้  ส่วนเซฮุนกับฮานิต่างก็ช่วยกันหยิบดอกไม้ใบไม้รวมถึงของตกแต่งต่างๆอย่างเช่น  เม็ดคริสตัสหรือริบบิ้นส่งให้พวกพี่ๆ  ขนาดโครงสร้างของซุ้มดอกไม้มันทั้งสูงและกว้างเกินกว่าจะทำคนเดียวให้เสร็จได้ตามเวลาที่กำหนด  แถมยังต้องใช้บันไดในการปีนขึ้นไปจัดดอกไม้  เซฮุนกับฮานิจึงต้องเป็นลูกมือในการช่วยพี่ๆหยิบของทุกอย่างที่จำเป็นต้องใช้ในการจัดดอกไม้

 

ส่วนทางซิ่วหมินและคยองซู...ก็แยกตัวไปจัดดอกไม้ในห้องพิธี  ซึ่งยังมีดอกไม้ที่ต้องจัดอีกมากมายทั้งโต๊ะตัดเค้ก  โต๊ะลงทะเบียนหน้างาน  ดอกไม้บนเวที  ดอกไม้ตมทางเดินและอีกสารพัดที่ต้องจัดตามแบบที่ลูกค้าได้สั่งเอาไว้

 

                เซฮุน!!...พี่ขอดอกลิลลี่สีขาวกับฟาแลนสีขาวหน่อย  เสร็จจากตรงนี้ก็ช่วยไปเติมดอกกล้วยไม้สีชมพูที่ขอบซุ้มด้านซ้ายให้พี่ด้วย!!

 

            “.......!!!!???”

 

            คนเป็นลูกมือ...เมื่อได้ยินคำสั่งยาวเหยียดก็รีบทำตามทันที  แต่ยังไม่ทันได้หยิบอะไรเลยสักอย่าง   เซฮุนก็ถูกผู้ชายคนหนึ่งของแผนกจัดเลี้ยงทำมือเป็นสัญญาณเหมือนต้องการให้เขาออกไปจากตรงนี้และหยิบสิ่งที่หัวหน้าแผนกสั่งเมื่อครู่เดินไปที่ซุ้มดอกไม้แทน

 

            เซฮุน!!...นี่มันไม่ใช่ฟาแลนกับลิลลี่!!!!!  ทำงานมาจนจะผ่านการประเมินแล้วนะ  ยังไม่รู้จักชื่อดอกไม้อีกหรือไง  หึ!!?”

 

            หัวหน้าแผนก...พูดด้วยน้ำเสียงที่ดังโดยที่ไม่ได้หันมามองเลยด้วยซ้ำว่าคนที่ยื่นดอกไม้มาให้มันไม่ใช่ลูกน้องของตัวเอง  และพอเจ้าของเสียงโวยวายหันกลับมาเพื่อจะตักเตือนเด็กในแผนกอีกครั้งก็กลับต้องโมโหมากไปกว่าเดิมเมื่อรู้ว่าคนที่หยิบดอกไม้มาให้เป็นใคร???  ส่วนพนักงานใหม่อย่างเซฮุนก็สะดุ้งจนสุดตัวกับเสียงดุๆของฮีชอลเพราะกลัวพี่หัวหน้าจะไม่พอใจที่ตัวเขาไม่ยอมทำตามคำสั่ง

 

            “ว่างมากนักเหรอ ฮันเกิง งานตัวเองไม่มีทำหรือไงถึงมาป่วนงานคนอื่น  ถ้างานฉันเสร็จไม่ทันนายโดนดีแน่!!”  คนเป็นหัวหน้าแผนก...ยืนเท้าเอวอยู่บนบันไดและปาดอกไม้ที่ตัวเองไม่ต้องการใส่หน้าผู้ชายที่อยู่แผนกจัดเลี้ยงทันที

 

            “โห...ที่รัก เล่นแรงเลยนะ  ดอกไม้ช้ำหมดแล้วเนี่ย!!”  และคำพูด...ของผู้ชายที่อยู่ต่างแผนกก็ทำให้คนที่กำลังใช้ดอกกล้วยไม้สีชมพูตกแต่งซุ้มของงานแต่งงานเกิดความสงสัย  มือบางหยุดชะงัก  ใบหน้าหวานเงยขึ้นจากหน้าที่ก่อนมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยความใคร่รู้

 

                (ที่รัก...อย่างนั้นเหรอ?)

 

             ถือดอกกล้วยไม้สีชมพูค้างไว้ในอากาศ...และคิดอยู่ในใจพร้อมยืนมองผู้ชายคนนั้นกับหัวหน้าแผนกของตัวเองสลับกันไปมาจนฮานิที่เห็นท่าทางแบบนั้นต้องเดินมากระซิบที่ข้างหูเพื่อบอกความจริงบางอย่างให้ฟัง....

 

            “นั่นพี่ฮันเกิง...เป็นหัวหน้าแผนกห้องจัดเลี้ยง แล้วก็เป็นสามีของพี่ฮีชอล

 

            สามี !!!!

 

          ชู่ววว...วว  เบาๆสิเซฮุน  

 

            ฮานิ...รีบใช้มือตะครุบปากของเพื่อนร่วมงานทันทีเพราะไม่อยากถูกหัวหน้าแผนกต่อว่าโทษฐานเอาเรื่องส่วนตัวมาพูดให้เด็กใหม่ฟัง  ส่วนคนที่ยังมีความสงสัยก็คือเซฮุนคนเดิม  แต่เพิ่มเติมมาด้วยความอยากรู้และต้องแอบถามรายละเอียดเรื่องของคู่รักต่างแผนกอย่างพี่ฮีชอลกับพี่ฮันเกิงจากสาวน้อยหนึ่งเดียวในแผนกให้เข้าใจมากกว่านี้

 

แต่...ยังไม่ทันได้ฟังอะไรจากปากฮานิเลยสักคำ  เซฮุนก็ถูกสามีของหัวหน้าแผนกดึงมากอดเพื่อให้เข้ามามีส่วนร่วมในบทสนทนาที่ดูเหมือนจะเป็นการยั่วประสาทฮีชอลแบบไม่ทันได้ตั้งตัว

 

            “ที่รัก คนนี้ใคร??  พนักงานใหม่เหรอ??? น่ารักดีเนอะ

 

                ใช่...พนักงานใหม่  ชื่อเซฮุน  น่ารักมาก  โสด  แต่ฉันไม่ให้จีบ!!  จบนะ!!  แล้วก็กลับไปทำงานได้แล้ว  เดี๋ยวงานไม่เสร็จ

 

            “จีบหลังเลิกงานก็ได้เนอะ  เซฮุน

 

            “เออดี!!...จีบไปเลย  ฉันจะได้ไปหาผัวใหม่!

 

            “โอ๋เอ๋นะคะที่รัก...ล้อเล่นนิดเดียว  ทำเป็นจริงจังไปได้

 

            “จะไปทำงานได้หรือยัง...ฮันเกิง!!!??”

 

            “ไปก็ได้จ้ะ  เดี๋ยวคืนนี้ค่อยง้อใหม่ก็ได้เนอะเซฮุน

 

                คนถูกกอด...ได้แต่ยิ้มเจื่อนให้กับหัวหน้าแผนกเพราะไม่รู้จะทำตัวอย่างไรกับสถานการณ์ที่เหมือนเป็นตัวประกันอยู่ในตอนนี้  ส่วนฮีชอลก็ได้แต่ยืนเท้าเอวมองการกระทำของสามีด้วยความเอือมระอา  แต่ก็ไม่ได้โกรธอะไรจริงจังถึงขนาดนั้นและหันไปจัดดอกไม้ต่อทันทีเพราะกลัวว่างานจะเสร็จไม่ทันเวลา

 

              เซฮุน...มาส่งดอกไม้ให้พี่ต่อเร็วๆเข้า อย่าไปสนใจคนบ้าเลย

 

            “พี่ฮันเกิงน่ารักดีนะครับ  เท่ด้วย

 

              เอาไหมล่ะ...พี่ยกให้เลย  แถมทริปฮันนีมูนให้ด้วยนะ  พี่จะได้ไปหาผัวใหม่สักที

  

            “เดี๋ยวพี่ฮันเกิงมาได้ยินก็เสียใจแย่หรอกครับ

 

            “ช่างมันสิ  อยากกวนประสาทดีนัก

 

            “เดี๋ยวเซฮุนเอาจริงๆแล้วพี่ฮีชอลจะเสียใจ

 

            “อยากผ่านการประเมินไหม...เซฮุน!!

 

            พนักงานใหม่...รู้สึกอย่างที่พูดจริงๆเพราะสามีของหัวหน้าแผนกดูเท่มากๆ  แต่ก็ไม่ได้อยากแย่งมาเหมือนอย่างที่พูดเล่น  เซฮุนเห็นฮันเกิงตั้งแต่เดินเข้ามาทำงานในห้องจัดเลี้ยง  แต่ตอนนั้นยังไม่รู้ว่าเป็นใครจนกระทั่งฮานิมาเล่าให้ฟัง  และที่รู้สึกชอบก็เป็นเพราะเห็นว่าผู้ชายคนนี้ทำงานเก่ง  แถมเสียงที่สั่งงานลูกน้องก็ดังฉะฉานแต่แฝงไว้ด้วยความนุ่มนวลอย่างบอกไม่ถูก  น้ำเสียงดูเหมือนเป็นการบอกให้ช่วยกันทำงานมากกว่าการออกคำสั่งเพื่อให้ทำตาม  และสิ่งที่ได้ยินได้เห็นก็ทำให้เซฮุนรู้ได้ทันทีว่าฮันเกิงต้องเป็นหัวหน้าที่ดีสำหรับลูกน้องในแผนกแน่นอน

 

 

                เซฮุน...ยังคงหัวเราะให้กับคู่รักต่างแผนกที่คอยหยอกล้อกันไม่เลิก  พร้อมกับช่วยฮีชอลทำงานไปเรื่อยๆจนรู้สึกว่าดอกไม้ที่อยู่ตรงหน้ามันเริ่มน้อยลงไปทุกที  มือบางรีบนับจำนวนดอกไม้และถามหัวหน้าแผนกทันทีว่าต้องการอะไรเพิ่มอีกหรือไม่เพราะเมื่อนับๆดูแล้ว  ดอกไม้มันคงไม่พอที่จะใช้เพื่อจัดซุ้มดอกไม้ในงานแต่งงาน  และเมื่อแจ้งฮีชอลเรียบร้อย...เซฮุนก็รีบเดินกลับไปที่ห้องทำงานทันที

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 



 

 

 

 

 

 

ห้องดอกไม้

 

 

          “........???!!

 

          ขาเรียว...รีบเดินกลับมาที่ห้องทำงานเพื่อหยิบดอกไม้ตามที่ฮีชอลสั่งไว้  แต่พอเดินเข้ามาจนใกล้จะถึงหน้าห้องก็ต้องรู้สึกแปลกใจเมื่อเห็นผู้ชายคนหนึ่งและไม่ใช่คนในแผนกของตัวเองยืนอยู่ในห้องจัดดอกไม้??  ปกติแผนกของเขาจะล็อคประตูเอาไว้ทุกครั้งถ้าไม่มีใครอยู่ในห้อง  และคนที่มีกุญแจก็คือหัวหน้าแผนกกับรองหัวหน้าเท่านั้น  แล้วววว...คนที่อยู่ในห้องทำงานของพวกเขาตอนนี้เป็นใคร???  เข้ามาได้ยังไง??  และเหมือนกำลังหาอะไรบางอย่างไม่เจอ!!?เพราะผู้ชายคนนั้นเริ่มรื้อของในห้องจนมันรกไปหมด

 

หรือว่าจะเป็น....ขโมย!!!

 

            นี่นาย!! เข้ามาในห้องนี้ได้ยังไง?!!  นายเป็นใคร??”  ถามชายแปลกหน้าที่อยู่ในห้องตอนนี้แบบเอาเรื่อง  เพราะทั้งการแต่งกายที่ใส่แค่เสื้อกล้ามสีขาวกับกางเกงสแล็คสีดำและทั้งการกระทำที่น่าสงสัยมันทำให้เซฮุนเริ่มไม่ไว้ใจ

 

            “สวัสดี...เราชื่จื่อเทา  พอดีพี่ซูโฮใช้ให้เรามาเอาของ  แต่เราหาไม่เจอ”  ชายแปลกหน้าเริ่มแนะนำตัวเองพร้อมบอกเหตุผลที่ต้องเข้ามาในห้องนี้ 

 

            “แล้วหาอะไรอยู่ล่ะบอกเราก็ได้  เราชื่อเซฮุน...เป็นพนักงานจัดดอกไม้คนใหม่  แล้วนายก็กำลังทำให้ห้องทำงานของเราพัง   ว่าแต่...จื่อเทาเป็นคนที่ไหนเหรอ??”  พอได้ยินชื่อของรองหัวหน้าออกมาจากปากผู้ชายที่มีสำเนียงแปลกๆ  เซฮุนจึงหมดความกังวลเรื่องของการขโมยของพร้อมทั้งแนะนำตัวและถามในสิ่งที่สงสัย

 

            “เป็นคนจีน  เพิ่งย้ายมาอยู่ที่นี่ได้ไม่นาน...แล้วพี่ซูโฮก็ใช้ให้เรามาเอาโอเอซิส***”  ละมือจากการหาของที่ถูกไหว้วานให้เข้ามาหยิบเมื่อได้ยินสิ่งที่พนักงานใหม่ตำหนิว่าตัวเองกำลังทำห้องจัดดอกไม้พัง  และตอบคำถามของผู้ชายหน้าสวยด้วยความเซ็ง

 

            “แล้วทำไมถึงแต่งตัวแบบนี้ล่ะทำงานอยู่แผนกอะไร?”  ยืนเว้นระยะห่างในการคุยค่อนข้างไกล  เพราะการแต่งตัวที่ดูไม่สุภาพของชายสำเนียงแปลกทำให้เซฮุนยังวางใจอะไรไม่ได้มากนัก

 

            “อยู่แผนกจัดเลี้ยง  แต่อากาศมันร้อนก็เลยถอดเสื้อออก  ตกลงจะช่วยหาของไหม??!  เดี๋ยวพี่ซูโฮก็มาด่าตามหรอก!!”  หาของไม่เจอก็หงุดหงิดมากพออยู่แล้ว  และยังต้องมายืนเล่นยี่สิบคำถามกับเด็กใหม่ในแผนกจัดดอกไม้อีก  คนถูกไหว้วานจึงเริ่มหงุดหงิดเพราะอยากกลับไปทำงานเต็มที

 

            “แน่ใจนะ...ว่าพี่ซูโฮให้มาเอาของ  นายรู้จักกับพี่ซูโฮแน่นะ???!!”   ยืนจ้องหน้าคนที่เอาแต่อ้างชื่อของรองหัวหน้ามาพูดอย่างจับผิด  เพราะถ้ามีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นเขาจะได้รีบไปแจ้งให้ฮีชอลและฮันเกิงที่เป็นหัวหน้าแผนกของผู้ชายคนนี้ทราบ 

 

            “ทำไมถามมากจัง!!  ฟังนะ...เราเป็นผัวของพี่ซูโฮ  แล้วก็รีบหาของให้เราได้ก่อนที่พี่ซูโฮจะตามมาด่าดีกว่าไหม!!  เน้นย้ำคำว่า ผัว”  ใส่หน้าคนที่ยืนห่างกันเป็นเมตรด้วยความหงุดหงิดเพราะรู้สึกว่าตัวเองกำลังเสียเวลาไปกับการตอบคำมานานมากแล้ว

 

            “ห๊ะ !!! ผัววว!!!!”  เซฮุนคิดว่า...วันนี้เป็นวันที่เขาจะต้องตกใจอีกสักกี่ครั้งกับเรื่องความสัมพันธ์ของคนในแผนก  เพราะเมื่อได้ยินสิ่งที่ผู้ชายสำเนียงแปลกๆพูดเมื่อครู่  มันก็ทำให้เขาต้องรีบเดินไปคว้าบันไดมาปีนเพื่อหยิบของที่รองหัวหน้าสั่งทันทีและไม่ถามอะไรให้มากความอีกต่อไป

 

            โอเอซีส***  ถูกเก็บไว้บนชั้นวางด้านบน  ซึ่งเซฮุนต้องใช้บันไดปีนขึ้นไปหยิบ  และด้วยความสูง...ขาเรียวของคนที่ยืนอยู่บนบันไดก็เริ่มสั่นตามความสูงที่ตัวเองกำลังปีน  จื่อเทาเห็นท่าไม่ค่อยดี...จึงรีบปีนเก้าอี้อีกตัวพร้อมช่วยประคองทั้งบันได  ทั้งเอวบางของพนักงานคนใหม่เอาไว้ในคราวเดียวกัน  และการกระทำแบบนั้น...ก็ส่งผลให้ลังกระดาษที่มีโอเอซิสบรรจุอยู่เต็มกล่องร่วงลงมาทันที  ส่วนคนปีนก็ร่วงลงมาเช่นกันเพราะรู้สึกตกใจตอนถูกมือหนาสัมผัสร่างกาย

 

แต่ดี...ที่สามีของรองหัวหน้าแผนกรับไว้ได้ทันก่อนที่เขาจะได้รับบาดเจ็บ

 

            “ขะ...ขอบใจนะจื่อเทา

 

            “ไม่เป็นไร  แล้วเจ็บตรงไหนหรือเปล่า

 

            ส่ายหัวเป็นคำตอบก่อนนำบันไดไปเก็บไว้ที่เดิม...และเริ่มหยิบดอกไม้ที่หัวหน้าแผนกสั่งตามจำนวนตามชนิดที่อยู่ในตู้เย็นอย่างร้อนรนเพราะป่านนี้ทั้งพี่ฮีชอลรวมถึงพี่ซูโฮก็คงรอของต่างๆอยู่นานแล้ว  มือบางจัดการล็อคห้องทำงานเมื่อได้ของทุกอย่างครบถ้วน  และเดินกลับไปที่ห้องจัดเลี้ยงพร้อมกับจื่อเทาทันที

 

 

            พนักงานใหม่...ช่วยฮีชอลกับซูโฮจัดซุ้มดอกไม้จนเสร็จ  และพวกเขาทั้งหมดรวมถึงฮานิก็เข้ามาช่วยซิ่วหมินและคยองซูจัดดอกไม้ต่อในห้องพิธีการ   ดอกไม้ทุกแจกัน...ไม่ว่าจะเป็นทรงสูง  ทรงกลมหรือทรงเตี้ยต่างเริ่มถูกทยอยวางลงตามจุดต่างๆของห้องจัดเลี้ยงอย่างเบามือ  ส่วนบนเวที  โต๊ะเค้กรวมถึงที่นั่งของแขก VIP ทุกท่านก็ถูกพนักงานของแผนกจัดดอกไม้เนรมิตความสวยงามให้พร้อมแล้วสำหรับงานแต่งงานในค่ำคืนนี้

 

และห้อง...ที่เต็มไปด้วยสีชมพูกับสีขาวกับแสงไฟสีนวลก็ทำให้คนที่ทำหน้าที่เป็นลูกมือมาตั้งแต่เมื่อเช้ายิ้มออกมาได้อย่างมีความสุข

 

 

            เซฮุน...จัดการเก็บกวาดของที่ไม่ใช้ใส่รถเข็นเพื่อนำกลับไปทิ้งที่ห้องทำงาน  แล้วเตรียมตัวกลับห้องพักทันทีเพราะได้รับอนุญาตจากพี่ๆในแผนกให้กลับก่อน  และนอกจากงานในวันนี้ที่ทำให้เซฮุนยังยิ้มไม่หุบก็คือข้อความที่ตอบกลับมาว่ารับเข้าทำงานที่แล้ว  และได้นัดสัมภาษณ์ที่คอนโดฯวันพรุ่งนี้ตอนเย็น  เซฮุนนึกไม่ถึงว่าการส่งอีเมลไปสมัครงานเมื่อคืนผลมันจะออกมาเร็วแบบนี้  และถ้าจะให้รอยยิ้มมันกว้างขึ้นอีกก็คงเป็นตอนที่เจ้าของคอนโดฯแจ้งกลับมาอีกครั้งว่าการสัมภาษณ์ผ่านแล้วพร้อมนัดวันในการเริ่มทำงาน

 

 

                แต่สำหรับตอนนี้...เรื่องของงานใหม่คงต้องพักเอาไว้ก่อนเพราะงานแต่งงานมันกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว  ซึ่งเซฮุนไม่เคยเห็นพิธีแต่งงานจริงๆเลยสักครั้งว่ามันเป็นเช่นไร   เจ้าตัวจึงขอมาแอบดูก่อนที่จะต้องกลับไปที่ห้องพัก  เซฮุนยืนอยู่หลังห้องจัดเลี้ยงและได้เห็นบ่าว-สาวเดินเคียงคู่กันอยู่บนเวทีด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม  ผู้มาร่วมงานดูมีความสุข  พร้อมอวยพรให้คู่บ่าว-สาวรักกันนานๆ  ปากบากยกยิ้มให้กับพิธีการต่างๆที่เห็นและค่อยๆเดินออกไปจากห้องจัดเลี้ยเพื่อเตรียมตัวกลับห้องพัก  เซฮุนยังคงมีรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้าด้วยหวังว่าการที่ตัวเองได้รับหน้าที่ใหม่ๆบวกกับผลการทำงานในวันนี้จะทำให้ตัวเองผ่านการประเมินและได้บรรจุเข้าทำงานที่นี่เสียที

 

แต่....

 

            รอยยิ้ม...ที่แสนสดใสของพนักงานคนใหม่กลับไม่ได้สร้างความสุขให้คนที่รีบเดินทางกลับมาจากต่างจังหวัดเลยสักนิด  เพราะไม่ว่าจะเป็นการถูกกอดจากหัวหน้าแผนกฝ่ายจัดเลี้ยง  การพูดหยอกล้อกับฮีชอลด้วยคำพูดที่ไม่น่าฟังและการให้ผู้ชายอีกคนอื่นแตะเนื้อต้องตัวในห้องทำงานมันทำให้เจ้าของสายตาคมที่ได้ยินและได้เห็นเหตุการณ์มาตั้งแต่ต้นรู้สึกโมโหจนอยากจะไล่พนักงานในโรงแรมของตัวเองออกไปให้หมด!!!

 

...

 

 

...

 

 

...

 

 

...

 

 

...

 

 

            จงอิน...เดินทางมาถึงโซลในช่วงสายและรีบตรงมาที่โรงแรมทันทีเนื่องจากยังมีเอกสารสำคัญที่ต้องจัดการอยู่อีกมากมายและต้องจัดการให้เรียบร้อยก่อนที่วันพรุ่งนี้จะไม่ว่าเพราะต้องเตรียมตัวสัมภาษณ์พนักงานทำความสะอาดคนใหม่  และเมื่อเดินเข้ามาถึงหน้าล๊อบบี้...รถเข็นที่มีชุดแต่งงานทั้งของผู้ชายและของผู้หญิงรวมถึงชุดราตรีสั้นราตรียาวก็ทำให้จงอินทราบได้ทันทีว่าวันนี้ที่โรงแรมต้องมีงานแต่งงาน  และด้วยความที่เป็นเจ้าของสถานที่ก็ทำให้เขาตัดสินใจเดินขึ้นไปดูที่หน้างานเพราะเผื่อมีสิ่งใดขาดตกบกพร่องก็จะได้ช่วยกันแก้ไขได้ทันเวลา  และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียลูกค้าในภายหลังหรือเสี่ยงต่อการโดยคอมเพลน

 

 

            เจ้าของโรงแรม...ทักทายพนักงานจัดเลี้ยงที่เดินผ่านไปผ่านมา  ซึ่งทุกคนก็กำลังทำงานกันอย่างขยันขันแข็ง  แต่เสียงหัวเราะ...!!!ของอีกฟากฝั่งหนึ่งในห้องจัดงานกลับทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะเดินเข้าไปตรวจสอบเพราะไม่อยากให้เสียงนั้นรบกวนลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการภายในโรงแรม   และเมื่อเดินไปถึงต้นเสียง...ภาพที่เห็นก็ทำเอาจงอินต้องหยุดชะงัก  กายสวยในชุดนักศึกษากำลังถูกผู้ที่มีตำแหน่งเป็นหัวหน้าแผนกห้องจัดเลี้ยงกอดจนแทบจมหายเข้าในอ้อมอก  แถมคำพูดหลังจากที่ถูกกอดก็ยิ่งเหมือนเป็นการเติมเชื้อไฟให้รู้สึกโมโหมากยิ่งขึ้น

 

                พี่ฮันเกิงน่ารักดีนะครับ เท่ด้วย

                เอาไหมล่ะ  พี่ยกให้”

          เดี๋ยวผมเอาขึ้นมาจริงๆ  แล้วพี่ฮีชอลจะเสียใจ

 

                หลังจากที่ได้ยินแบบนั้น...เจ้าของโรงแรมก็ได้แต่กำมือแน่นจนเส้นเลือดขึ้น  พร้อมแอบเดินตาม เจ้าของคำพูดที่น่าโมโหไปจนเกือบถึงห้องทำงานและคิดว่าจะเข้าไปจัดการทันทีเพราะรู้สึกทนไม่ได้กับภาพที่เห็นหรือสิ่งที่ได้ยิน  แต่ทุกอย่าง...มันก็เป็นได้แค่ในความคิด  เพราะเมื่อเดินตามพนักงานคนใหม่ไปเรื่อยๆจนถึงห้องทำงาน  มันกลับไม่ได้มีแค่เซฮุนเท่านั้นที่อยู่ในห้องจัดดอกไม้  แถมการกระทำของคนที่อยู่ในห้องนั้นก็ยิ่งทำให้ความโมโหที่มีมากอยู่แล้วแทบจะระเบิดออกมาทันทีเมื่อเห็นผู้ชายที่ใส่เสื้อกล้ามสีขาวใช้มือจับไปที่เอวบางของเซฮุน

 

แล้วววว...เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากนี้ก็เหมือนเป็นจะฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ความโมโหแปลเปลี่ยนไปเป็นความโกรธ  

 

               เจ้าของโรงแรม...ใช้มือทุบผนังห้องที่อยู่แถวนั้นเพื่อระบายอารมณ์เมื่อเห็นร่างสวยที่ตัวเองเคยสัมผัสมาแล้วทุกสัดส่วนพลัดตกลงมาจากบันไดก่อนล้มลงไปนอนอยู่บนอกของผู้ชายคนนั้น  สายตาคมมองภาพที่เห็นด้วยความรู้สึกทั้งห่วง  ทั้งหวงและโกรธตีกันให้ยุ่งอยู่ภายในจิตใจ  จงอินรีบเดินกลับไปที่ห้องทำงานของตัวเองทันทีเพราะคิดว่าถ้าขืนยังยืนอยู่ที่เดิมก็พาลแต่จะทำให้หัวเสียไปเปล่าๆ

 

 

            การเป็นพนักงานใหม่ที่มีมนุษย์สัมพันธ์ดี...มันทำให้การทำงานราบรื่นได้ก็จริง  แต่การยิ้มให้คนนั้นที  ยิ้มให้คนนู้นที  แถมยังให้คนอื่นมากอดมาจับง่ายๆมันก็ไม่ใช่เรื่องที่สมควรทำเลยสักนิด  เจ้าของโรงแรม...อุตส่าห์ช่วยเดินดูงานสำคัญที่กำลังจัดขึ้นภายในสถานที่ของตัวเองเพราะเกรงว่าแขกผู้ที่มาใช้บริการจะไม่ได้รับความสะดวกจนอาจเกิดปัญหาและได้รับการคอมเพลน  แต่เรื่องกลับกลายเป็นว่าคนที่มีปัญหาก็คือตัวของเขา...ภาพที่เห็นและสิ่งที่ได้ยินมาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่แล้วมันยังทำให้ควบคุมอารมณ์ไม่ได้จนถึงตอนนี้

 

ซึ่งความผิดต่างๆ...ที่เซฮุนได้ทำให้เจ้าของโรงแรมเกือบเป็นบ้าก็จะถูกสะสางเมื่อพนักกงานทำความสะอาดคอนโดฯคนใหม่เดินทางมาสัมภาษณ์งานในวันพรุ่งนี้และการสัมภาษณ์...ก็คงต้องใช่เวลาทั้งวันทั้งคืน !!!!

 

            “อยากลองดีกับพี่ใช่ไหม...โอเซฮุน!!!!!!!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โรงแรม  เชจู

17.00 น.

 

 

           คนตัวเล็ก...เริ่มคุ้นชินกับงานภายในโรงแรมมากขึ้นหลังจากที่ได้มาทำงานกับผู้เป็นพ่อ  และความจริงแล้ววันนี้...เขาควรทำงานเสร็จไปตั้งแต่เมื่อหลายชั่วโมงก่อนถ้าไม่มัวแต่เสียเวลาไปกับการต่อปากต่อคำอยู่กับยีราฟปากหมา  วิศวกรประจำโรวแรมชอบเข้ามากวนประสาทแบคฮยอนเป็นประจำเมื่อที่รู้ว่าเขาเป็นลูกชายของจีซบ  มือบางเร่งเก็บเอกสารพร้อมปิดคอมพิวเตอร์ที่เปิดใช้มาตั้งแต่เช้าและกดเครื่องมือสื่อสารที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานเพื่อโทรถามคุณพ่อว่าจะเข้ามารับลูกคนนี้ไปทานข้าวเย็นเหมือนเช่นทุกวันหรือไม่ 

 

Rrrrrrrrrr!!

 

          คุณพ่อครับ...ตอนนี้คุณพ่ออยู่ไหน  แบคทำงานเสร็จแล้วครับ

 

            (พ่อเพิ่งแยกกับลูกค้า  แบคมาหาพ่อที่ห้างAAได้ไหม  เดี๋ยวพ่อจะรออยู่ที่ร้านอาหารญี่ปุ่น)

 

            “รู้ใจแบคจริงๆเลยน้าาา!!”

 

            (จ้า...เจ้าลูกตัวแสบ  รีบมานะ  เดี๋ยวพ่อสั่งอาหารรอ)

 

            “รับทราบครับผม!!

 

            คนเป็นลูก...วางสายจากผู้มีพระคุณและรีบกดลิฟท์ลงมาชั้นล่างก่อนเรียกแท็กซี่หน้าโรงแรมเพื่อตรงไปยังห้างสรรพสินค้าทันที  แต่พอมาถึงแบคฮยอนก็ขอแวะเข้ามาที่ร้านกาแฟเพื่อซื้อเครื่องดื่มแบบปั่น  แพนเค้ก  คุกกี้และของหวานอื่นๆกลับไปทานที่บ้านตามประสาคนชอบทาขนม  คนตัวเล็กสั่งโกโก้ปั่นและยืนเลิกขนมที่ตัวเองอยากทานอยู่หน้าตู้กระจกอย่างมีความสุข

 

แต่แล้ว...เหมือนความสุขจากขนมต่างๆที่เห็นอยู่หน้าจะหายไปเมื่อเขาได้ยินเสียงของผู้หญิงเรียกชื่อใครคนหนึ่งที่แสนจะคุ้นหู

 

            “ชานยอลลลล...เรามาแล้ว  รอนานไหม?”

 

            “ไม่นานๆ  แล้วจะกินอะไรก่อนไหม  เดี๋ยวเราสั่งให้

 

            “ไม่เอาอะ  เดี๋ยวอ้วน

 

            “ไม่เห็นจะอ้วนเลย  สวยเหมือนเดิมนั้นแหละ

 

            นิ้วเรียวสวย...รีบชี้ขนมที่ตัวเองต้องการพร้อมจ่ายเงินและรอของต่างๆที่เพิ่งสั่งไปทั้งหมดอยู่ที่ปลายบาร์  แต่สายตาก็ลอบมองเจ้าของชื่อที่ผู้หญิงเรียกไปปด้วย  แล้วสุดท้าย...ก็ได้พบกับคนที่เข้ามากวนประสาทเขาแต่เช้าจนเกือบทำงานส่งพี่เลขาไม่ทัน  และรอยยิ้มกว้างที่ดูเป็นมิตรแต่แฝงไว้ด้วยความเจ้าเล่ห์  พร้อมประโยคชวนอ้วกที่ได้ยินอยู่ตอนนี้ก็กำลังทำให้คนแอบมองรู้สึกหมั่นไส้  “ไม่เห็นจะอ้วยเลย  สวยเหมือนเดิมนั้นแหละ”

 

            (แหวะ...)

 

            เป็นสิ่งที่คิดได้แค่ในใจก่อนยื่นมือไปรับเครื่องดื่มและขนมต่างๆเมื่อพนักงานขานเรียก  แต่...แทนที่จะเดินออกไปหาคุณพ่อที่ร้านอาหารญี่ปุ่นตามที่ได้นัดกันไว้  แบคฮยอนกลับก้าวขาฉับๆเดินตรงไปยังโต๊ะที่มีวิศวกกประจำโรงแรมกับสาวสวยนั่งอยู่เพราะมันอดที่จะรู้สึกหมั่นไส้ไม่ได้และอยากแกล้งอะไรนิดหน่อยหลังจากที่เมื่อเช้าเขาโดนป่วนจนทำงานเกือบไม่ทัน

 

            พี่ชานยอลลลล...คุยงานกันเสร็จหรือยังครับ  น้องแบคซื้อเค้กเสร็จแล้วนะ เรากลับบ้านกันเลยดีไหม”  คนตัวเล็กตรงเข้าไปนั่งข้างๆวิศวกรหนุ่มพร้อมวางเค้กและเครื่องดื่มไว้บนโต๊ะ  แล้วยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาควงแขนชานยอลเอาไว้ก่อนเอนศีรษะซบไปที่ไหล่กว้าง

 

            คนถูกซบ..รู้สึกงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะกำลังนั่งคุยงานอยู่กับเพื่อนดีๆก็มีคนที่ตัวเองไม่คิดว่าจะมาเจอกันที่นี่เดินเข้ามาทำกิริยาอะไรแบบนี้ต่อหน้าคนอื่น  แต่...คนปาร์คชานยอลมีหรือจะไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมของคนตัวเล็ก  แถมยังทราบดีว่านี่อาจเป็นแผนของการเอาคืน

 

            “อ้าว...ที่รักมาพอดี  ทำงานเหนื่อยไหมครับ  พี่ชานยอลบอกให้รออยู่ที่บ้านก็ไม่เชื่อ  เห็นไหม...เหงื่อออกเต็มเลย”   ไม่พูดเปล่า...เพราะมือใหญ่ๆข้างหนึ่งหยิบผ้าเช็ดหน้าที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อเชิ้ตขึ้นมาซับที่แก้มเนียนของคนตัวเล็ก  ส่วนมืออีกข้างก็ยกขึ้นมาโอบเอวบางแล้วดึงให้เข้ามานั่งใกล้ๆจนแทบจะเกยขึ้นมาบนตักกว้าง

 

            ปล่อยนะ...!!”  กดเสียงต่ำกระซิบเบาๆเพราะรู้สึกอายและโมโห  แทนที่ตัวเองจะได้แก้แค้น...กลับกลายเป็นต้องมาโดนย้อนสอนแบบนี้  และยิ่งแบคฮยอนขืนตัวมากเท่าไหร่  แรงโอบจากท่อนแขนกำยำก็ยิ่งแน่นขึ้นมากเท่านั้น  ตอนนี้คนเจ้าแผนการได้แต่ก้มหน้างุดเนื่องจากไม่กล้าสบตาใครทั้งนั้น

 

            “นี่แบคฮยอน...แฟนเราเองนะอึนจี  ส่วนนี่...อึนจีนะครับที่รัก  เพื่อนของพี่เอง”  ไม่ฟังเสียงกล่นด่าที่ดังอยู่ข้างหูและยังแนะนำเจ้าของร่างนุ่มนิ่มที่ตัวเองโอบไว้ให้เพื่อนรู้จักทันที  เพราะถ้าแบคยอนอยากให้เขาเป็นที่รัก  เขาก็จะเล่นให้สมบทบาทและจะเล่นให้คุ้มแบบไม่เอาค่าตัวแม้แต่วอนเดียว

 

แต่...ขอแลกกับความสะใจก็พอ

 

            “อย่าเข้าใจพี่กับชานยอลผิดนะจ๊ะน้องแบคฮยอน  พอดีพี่มีปัญหาเรื่องบ้านนิดหน่อยก็เลยมาขอคำปรึกษาจากชานยอล  คะ...คือว่าบ้านพี่กำลังจะต่อเติมน่ะจ้ะ”  หญิงสาวในชุดจั๊มสูทสีสดใส...กล่าวทักทายคนที่ตัวเองคิดว่าเป็นแฟนของเพื่อนด้วยน้ำเสียงที่เป็นมิตรและส่งยิ้มให้พร้อมรีบอธิบายเรื่องราวทั้งหมดเพราะไม่อยากให้เกิดความเข้าใจผิด

 

            “ไม่ต้องคิดมากหรอกอึนจี  แฟนเราใจดี  เขาไม่ว่าอะไรหรอก ใช่ไหม...ที่รัก”  พูดไปยิ้มไปพร้อมยื่นหน้ามาจูบซับที่ขมับของแบคฮยอนเบาๆเพื่อเล่นไปตามบทที่ตัวเองได้รับปนอยากรู้สึกเอาคืนบ้างงง (นิดหน่อย)

 

            แต่คนถูกจูบ...กลับคิดว่าการกระทำแบบนั้นมันมากเกินไปและมันก็เริ่มทำให้หมดความอดทนเข้าไปทุกที  ตอนนี้ตัวเขาโดนทั้งโอบเอว  โดนจูบและอีกสารพัดการกระทำที่มันสมบทบาทจนดูเหมือนเป็นการหักหน้ากันมากกว่า  และความโมโห  ความอาย  ความโกรธก็ทำให้แบคฮยอนคิดว่าต้องทำอะไรบางอย่างก่อนที่มันจะเกินเลยไปมากกว่านี้

 

                คราวที่แล้วพี่ชานยอลก็พูดแบบเนี้ย!!  เพื่อน  เพื่อน  เพื่อน!!!  แล้วพี่ชานยอลก็นอกใจน้องแบค!!  ไอ้คนเห็นแก่ตัว  ไอ้คนหลายใจ  คราวนี้น้องแบคจะไม่ยอมเด็ดขาด  เราเลิกกันนน!!!!”  เสียงแหลมเล็กแผดดังจนคนทั้งร้านต้องหันมามอง  ก่อนที่เจ้าตัวรีบสะบัดกายออกจากการถูกโอบกอดแล้ววิ่งออกไปจากร้านกาแฟโดยไม่สนว่าใครจะรู้สึกเช่นไรหรือมีปฏิกิริยาอย่างไรบ้าง

 

                (แสบจริงๆ !!)  สบถได้เพียงในใจ...เพราะชานยอลไม่คิดว่าคนตัวเล็กจะกล้าทำแบบนี้  และรีบวิ่งตามออกมาจากร้านกาแฟเช่นนกันเมื่อขอโทษเพื่อนเรียบร้อย 

 

             

...

 

 

...

 

 

...

 

 

           

            วิศวกรหนุ่ม...ไม่คิดว่าจะมาเจอกับลูกชายของคุณจีซบที่นี่  เพราะหลังจากที่เข้าไปป่วนแบคฮยอนถึงในห้องทำงาน  เขาก็รีบเดินทางออกมาที่ห้างสรรพสินค้าทันทีเพราะมีนัดกับเพื่อน  ซึ่งเธอมีปัญหาเรื่องบ้านที่กำลังจะขยายต่อเติมเพื่อเป็นเรือนหอ  และความจริงแล้ว...แฟนของเพื่อนก็จะมาด้วยแต่พอดีติดธุระสำคัญ  อีกไม่กี่เดือนข้างหน้ามันใกล้จะถึงวันแต่งงานของคนทั้งคู่  และแหวนที่สั่งทำก็ยังไม่เสร็จ  เรือนหอก็ยังไม่พร้อม  เพื่อนของชานยอลจึงจำเป็นต้องมาคนเดียว

 

 

                ตอนแรกชานยอลรู้สึกงงไม่ใช่น้อย..ที่เห็นแบคฮยอนเดินเข้ามานั่งข้างๆ  พร้อมยกมือขึ้นมาคล้องแขนและเอาใบหน้ามาซบที่ไหล่  แถมยังเรียกเขาว่า  “ที่รัก”  แต่พอสมองเริ่มประมวลผลได้และเล่นไปตามบทที่อีกฝ่ายเป็นคนปูทางเอาไว้ก็ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะไม่ได้ไปตามแผนสักเท่าไหร่  เพราะคิดว่าตัวเองพอจะจัดการกับแผนตื้นๆนี้ได้ด้วยความรู้ทัน  แต่สุดท้าย...คนที่ต้องอับอายก็คือตัวของเขาเอง

 

 

            ขายาวในกางเกงบลูยีนส์...วิ่งตามคนที่โวยวายอยู่ในร้านกาแฟออกมาพร้อมกับเครื่องดื่มที่เริ่มละลายไปเกือบครึ่งแก้วและขนมหวานต่างๆอีกมากมายติดมือมาด้วยเพราะเจ้าตัวลืมเอาไว้  ชานยอลเห็นคนตัวเล็กเดินหายเข้าไปในร้านอาหารญี่ปุ่นจึงเดินตามเข้ามาด้านใน  แล้วพยายามกวาดสายตามองหาจนทั่ว  สักพัก...ก็เจอเจ้าตัวแสบนั่งอยู่ที่มุมในสุดของร้าน  ชานยอลรีบเดินตรงเข้าไปหาทันทีเพื่อจัดการกับคนที่ทำให้ตัวเองหน้าแตกตอนที่อยู่ในร้านกาแฟ

 

แต่.....

 

            “อ้าววว...คุณชายอล  มาทานอาหารเหรอ?”  เสียงเรียกที่ได้ยินจากทางด้านหลังทำให้ชานยอลต้องหยุดการกระทำที่คิดเอาไว้ทั้งหมด  และเมื่อทราบว่าเป็นใครก็ต้องรีบโค้งตัวลงเล็กน้อยเพื่อเป็นการทำความเคารพผู้ใหญ่  แต่ส่งสายตา...กลับมองมาที่ลูกชายของท่านอย่างคาดโทษ

 

            “สวัสดีครับคุณอา”  ผู้ถูกทักทาย...ยิ้มต้อนรับอย่างอบอุ่น  และไม่คิดว่าจะได้เจอเพื่อนเจ้าของโรงแรมที่นี้เพราะเจ้าตัวดูจะยุ่งกับการต่อเติมห้องพัก   

 

            “ทานอะไรมาหรือยังคุณชานยอล??  ถ้ายังก็เชิญทานอาหารด้วยกันก่อนสิ  ส่วนที่นั่งอยู่ตรงนั้น...ก็ลูกชายของอาเอง  ชื่อแบคฮยอน  ลูกชายอาเป็นเด็กฝึกงานอยู่ที่โรงแรม  เผื่อคุณชานยอลอาจมีอะไรแนะนำลูกของอาได้บ้าง  เชิญนั่งเลยคุณชานยอล”  รีบผายมือเชิญวิศวกรประจำโรงแรมให้นั่งลงที่โต๊ะอาหารและยื่นเมนูให้โดยที่ไม่รู้เลยว่าคนทั้งคู่รู้จักกันมาก่อนแล้ว  เพราะตัวเองมัวแต่ออกไปรับรองลูกค้าอยู่ด้านนอก  

 

            “สวัสดีครับน้องแบคฮยอน  พี่ชื่อปาร์คชานยอลนะครับ เป็นวิศวกรของโรงแรม”  แนะนำตัวพร้อมยักคิ้วใส่คนที่นั่งหน้าบูดอยู่ฝั่งตรงข้าม   ส่วนแบคฮยอนก็ยกเมนูขึ้นมาปิดบังใบหน้าและทำเป็นไม่สนใจในสิ่งที่ชานยอลพูดจนถูกผู้เป็นพ่อห้ามปรามด้วยคิดว่าลูกชายกำลังทำกิริยาที่ไม่สุภาพและยังเป็นการเสียมารยาท

 

                สวัสดีครับพี่ชานยอล  ผม บยอนแบคฮยอน...ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ” แนะนำตัวเองทั้งๆที่ยังหน้าบึ้งและยกเมนูขึ้นมาปิดหน้าตัวเองเหมือนเดิม  ซึ่งมันก็เป็นอีกครั้งที่จีซบต้องส่ายหัวให้กับความไม่รู้จักโตของคนเป็นลูก

 

            “เอ่อ...คุณอาครับ  เมื่อกี้ผมเจอน้องแล้วครับที่ร้านกาแฟ  พอดีน้องลืมเครื่องดื่มกับขนมเค้กไว้ที่ร้าน  ผมเลยเดินตามเอามาให้”  พูดพร้อมยื่นถุงขนมและโกโก้ปั่นให้กับลูกชายของคุณอาที่นั่งหน้าบูดอยู่ฝั่งตรงข้าม

 

และแรงกระชาก...ด้วยความหงุดเหงิดปนโมโหของผู้รับก็ทำให้จีซบต้องปรามลูกชายอีกครั้งเพราะไม่อยากให้ใครมองว่าลูกของตัวเองเป็นเด็กที่ไม่ได้รับการอบรม

 

            “แบคฮยอน...ทำไมทำกิริยาไม่น่ารักเลยลูก  พี่ชานยอลอายุมากกว่าเราตั้งหลายปี  เดี๋ยวพี่เขาจะหาว่าพ่อแม่ไม่สั่งสอน”  ตักเตือนด้วยเสียงที่นิ่งเรียบ...แต่ใช้สายตาที่พาให้คนถูกดุทำหน้าหงอยพร้อมพูดกล่าวขอโทษทุกคนและสักพักอาหารก็ถูกยกออกมาเสิร์ฟ

 

            ชายสูงอายุกับวิศวกรหนุ่ม...ต่างก็คุยกันไปทานอาหารกันไปอย่างคนที่พูดจากันถูกคอ  และเพราะนานๆครั้งจะมีเวลามานั่งทานอาหารร่วมกันแบบนี้  คนทั้งคู่จึงคุยกันจนแทบไม่ได้สนใจแบคฮยอนเลยสักนิด  ส่วนชานยอลแล้ว...ถ้าไม่ติดงานสำคัญหรือต้องไปไหนมาไหนข้ามประเทศข้ามจังหวัดบ่อยๆ  เขาก็มักจะชวนจีซบออกมาหาอะไรทานข้างนอกอยู่เสมอ  แต่คนที่ไม่ค่อยว่างก็คือคุณอา  และตอนนี้คนที่เหมือนจะไม่มีใครสนใจก็ไดแต่นั่งทานมื้อเย็นไปอย่างเงียบ  แต่สักพัก...เสียงโทรศัพท์ของใครคนหนึ่งดังขึ้นจนทำให้บทสนทนาของทั้งชานยอลและทั้งจีซบต้องหยุดชะงัก  แถมการคุยสายก็ได้สร้างรอยยิ้มให้เกิดขึ้นบนใบหน้าของผู้ที่เป็นเจ้าของเครื่องได้ในทันที

 

            คิดถึงสิ  คิดถึงมากๆเลย  แบคขอโทษนะที่ไม่ค่อยได้โทรไปหา  พอดีงานมันยุ่งมากเลยอะ  แต่ถ้าได้กลับโซลเมื่อไหร่แบคจะไปนอนด้วยนะ  นอนกอดด้วย  กอดทั้งคืนเลย...สัญญา จุ๊บๆ

 

 

            บทสนทนาสั้นๆ...แต่หวานจนมดขึ้นทำให้ชานยอลรู้สึกแปลกใจและอดสงสัยไม่ได้  ยิ่งได้เห็นรอยยิ้มที่แสนน่ารักปรากฏอยู่บนใบหน้าของคนที่โดนคุณพ่อดุเขาก็ยิ่งสงสัยมากขึ้นไปอีก  เพราะตั้งแต่ที่นั่งทานข้าวอยู่ด้วยกันจนตอนนี้อาหารที่สั่งมาก็เริ่มพร่องลงไปเยอะ  แบคฮยอนก็ทำหน้าบึ้งมาตลอด  แถมยังโดนคุณอาดุต่อหน้าเขาอีก  แต่!!!...พอรับสายจากใครบางคน  หน้าตาที่บอกบุญไม่รับกลับมีรอยยิ้มขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ  ชานยอลคิดว่าคนที่อยู่ปลายสายต้องเป็นคนสำคัญแน่ๆเพราะคำพูดที่บอกว่า คิดถึง  ขอโทษ  จะไปนอนด้วยหรืออีกสารพัดคำหวานแบบนั้นมันไม่มีทางเป็นอย่างอื่นไปได้  นอกจาก...แฟน?!!

 

จะให้คิดว่าเป็นเพื่อน...ก็คงไม่ใช่แน่นอนเพราะขนาดตัวเขาเองกับจงอินที่เป็นเพื่อนซี้กันมานานก็ยังไม่เคยนอนกอดกันเลยสักครั้ง

 

            “ขอบคุณมากนะครับคุณอา”

 

            “ถ้าว่างก็มาทานข้าวด้วยกันอีกนะคุณชานยอล”

 

            “ยินดีครับคุณอา”

 

            เมื่อทานอาหารกันเสร็จเรีบร้อย...วิศวกรหนุ่มก็อาสาเดินมาส่งจีซบถึงลานจอดรถและโค้งตัวอย่างสุภาพอ่อนน้อมเพื่อเป็นการขอบคุณที่ท่านเลี้ยงมื้อเย็น  แต่!!ลูกของท่านหรือเจ้าของรอยยิ้มหวานๆที่ยังคงติดตากลับแลบลิ้นทำหน้าทะเล้นให้เขาแทนคำกล่าวลา  และนั่นก็เป็นการกระทำที่พาให้รู้สึกมันเขี้ยวจนอยากบีบปากแดงๆให้ร้องไห้ 

 

 

            (คอยดูเถอะ!!...วันไหนเจออยู่กับแฟนบ้างจะเอาคืนให้หนักเลย  ไอ้เด็กแสบ!!!)


 

เป็นประโยค...ที่คิดได้แค่ในใจและคิดที่จะเอาคืนเมื่อถึงเวลา??!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 



 

 

 

 

 

100%

 

แก้ไขเมื่อ 13/08/60

โอเอซิส***

 

 

 

ขอบคุณนักอ่านทุกๆคนมากนะคะ  ขอบคุณทั้งคอมเม้นท์  ทั้งกำลังใจ  ทั้งคำติชม...ขอบคุณมากๆค่ะ

แล้วจะเข้ามาตรวจคำผิดเรื่อยๆนะคะ

รัก 

#ดอกไม้ของเจ้านาย


TB
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 74 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

712 ความคิดเห็น

  1. #707 pppseen (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 00:38
    คนตัวเล็กโคตรจะแสบ 55555555555555555
    #707
    0
  2. #554 /tl26&? (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 02:49
    โอ้ยแต่ละคู่กินกันไม่ลงเลยค่ะ ไคฮุนก็อบอุ่นจนใจบาง ชานแบคก็กัดกันจนเอ็นดู ชอบๆๆๆๆ
    #554
    0
  3. #543 pawitt (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 19:43

    ชานแบคน่ารักอ่ะ ตีกันบ่อยๆนะ 555555

    #543
    0
  4. #467 อิเน่เมียไค. (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 10:26
    หวงมากนักก็จับไปขังไว้ที่บ้านเลยไป ไม่ก็แสดงความเป็นเจ้าของซะจะได้ไม่มีใครกล้าแตะ แต่ไม่ชัดเจนกับน้องเองนะ ช่วยไม่ได้
    #467
    0
  5. #455 Nong662 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2560 / 20:51
    อยากอ่านตอนต่อๆไปแล้วคะ
    #455
    0
  6. #453 Jammie-Lee (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2560 / 00:55
    จงอินใจเย็นนนนน // แบคแสบอะ ฮ่าๆๆๆๆๆๆ
    #453
    0
  7. #451 Pinkdao (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2560 / 20:45
    พี่จงอินอย่าโกรธน้องน้า
    #451
    0
  8. #424 Padcha.a (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2560 / 15:25
    ใจเย็นๆจงอิน โอ้ยทำไมชอบคิดเอาเองงง555555555
    #424
    0
  9. #338 KaiHun940105 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 / 04:43
    คิดเองเออเองตลอดดด คิมจงอิน
    #338
    0
  10. #329 FranceTuan (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560 / 00:21
    ตานี่คิดเองเออเองตลอดเลยเว้ยย คุณคิมจงอิน
    #329
    0
  11. #188 มักเน่ไลน์94 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2559 / 11:59
    จงอินนี่น้าาาอะไรๆก็จับลงโทษโถ่ถ้าน้องท้องขึ้นมาแล้วจะรู้สึก555555 แต่ก็ท้องไม่ได้นี่เนอะแฮ่ๆ
    #188
    0
  12. #139 Action!! (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2559 / 01:53
    เอะอะก็ทำโทษ โธ่ๆๆๆๆ
    #139
    0
  13. #123 Kannika Tankam (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2559 / 20:57
    น้องฮุนนี่โดนเจ้านายลวนลามก็ยังไม่รุ้ตัวนะคะลูกกก
    #123
    0
  14. #99 ME3 KAEKY (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2559 / 16:43
    น่ารักอะ น้องน่ารัก
    #99
    0
  15. #36 a-ndrem (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 เมษายน 2559 / 22:17
    น่าร้ากมากกกกกกกกกกกกกเขินเเทนฮ่าฮ่าสู้สู้น้าไรท์มาต่อน้า
    #36
    1
    • #36-1 Mokara(จากตอนที่ 7)
      11 พฤษภาคม 2559 / 10:37
      ขอบคุณมากนะคะที่เป็นกำลังใจให้กับฟิคเรื่องนี้ (:
      #36-1
  16. #35 anty (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 เมษายน 2559 / 01:12
    ไหนบอกไม่กินไก่วัด นี้น้องฮุนยังเป็นลุกเจี๊ยบอยู่เลยนะเจ้านาย
    #35
    0
  17. #34 Km Mdew (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 เมษายน 2559 / 23:11
    สู้ๆนะคะไรท์
    #34
    1
    • #34-1 Mokara(จากตอนที่ 7)
      11 พฤษภาคม 2559 / 08:59
      ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาตลอดเลยนะคะ เราจะพยายามอัพบ่อยๆน้าาาาาาา
      #34-1
  18. #33 KrisLu 'FT' (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 เมษายน 2559 / 22:40
    พี่จงอินนน คนเอาแต่ใจ~~555555 ถ้าจะหลงน้องขนาดนี้ พากลับไปอยู่บ้านด้วยเลยเถอะ5555
    #33
    1
    • #33-1 Mokara(จากตอนที่ 7)
      11 พฤษภาคม 2559 / 09:06
      ขอบคุณที่ชื่นชอบนะคะ
      #33-1
  19. #32 Huniihun94 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 เมษายน 2559 / 20:26
    ทำไมน่าร๊ากฮือออรอๆๆ ๆนะคะตอนหน้าขอหวานๆเลยเอาให้มดขึ้นตา55555ไรต์สู้ๆนะคะ
    #32
    1
    • #32-1 Mokara(จากตอนที่ 7)
      11 พฤษภาคม 2559 / 09:02
      มีหวานกว่านี้แน่นอนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะคะ
      #32-1
  20. #31 MMAAYY__MAY (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 เมษายน 2559 / 19:06
    โอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยชอบบบบบบบบบบบบบบบบ>\\\<
    สู้ๆน้ารอมาต่อนะคะ
    #31
    1
    • #31-1 Mokara(จากตอนที่ 7)
      11 พฤษภาคม 2559 / 09:00
      ขอบคุณมากนะคะที่ติดตามอ่าน ^^
      #31-1
  21. #30 xxkh94sxx (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 เมษายน 2559 / 19:04
    โอ้ยยยยยยยยยย ชอบน้องแล้วแหล่ะค่ะ ขนาดนี้แล้ว แหมมมม พี่จงอิน;3
    #30
    0
  22. #29 eve_popparazzi (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 เมษายน 2559 / 18:42
    นี้ไม่กักน้องใช่ไหมคะ? มาบังคับเขาขนาดนี้ ก็รับผิดชอบซะเลย
    #29
    0