จบแล้ว(EXO) ดอกไม้ของเจ้านาย❀ (Kaihun Chanbaek Ft.Kris)

ตอนที่ 9 : ❀ 9

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,354
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 67 ครั้ง
    3 พ.ย. 62








ดอกไม้ดอกที่  9

 



 

Aster  Apartment

10.15 น.

 

Rrrr!!!

 

 

                เป็นเช้า...ที่กลับมาถึงห้องพักอย่างปลอดภัย  แต่กว่าจะกลับมาได้ก็ถูกเอาเปรียบจนช้ำไปทั้งตัวเพราะการถูกกอด  ถูกจูบ  ถูกหอมมาตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงตอนนี้มันทำให้ร่างกายอ่อนล้าไปหมด  แต่ตอนที่เจ้าของโรงแรมขับรถมาส่ง...ระหว่างทางมันมีแต่ความเงียบ  คุณจงอินไม่พูดหรือแม้แต่เอ่ยอะไรออกมาสักคำก็ยังไม่มี  แถมยังทำหน้าตาเหมือนไม่พอใจอะไรในตัวเขา  ใบหน้าคมเข้มนิ่งขรึม  คิ้วขมวดแน่นคล้ายกับมีเรื่องที่คิดไม่ตก  และเมื่อพาหนะสุดหรูขับมาถึงส่งหน้าอพาร์ทเม้นท์เขายังถูกดึงไปจูบอย่างเอาแต่ใจ

 

 

            คนถูกจูบ...เดินเข้ามาในห้องพักได้ไม่ถึงสิบนาที  เสียงข้อความจากโทรศัพท์ในกระเป๋าเป้ก็ดังขึ้นและข้อความจากหัวหน้าแผนกที่ส่งมาบอกให้เข้างานเร็วกว่าเดิมเพราะมีประชุมด่วนและสำคัญมาก  จึงเป็นเหตุผลให้พนักงานใหม่อย่างเซฮุนต้องรีบอาบน้ำแต่งตัวเพื่อเดินทางไปทำงานทันทีทั้งๆที่วันนี้เขาต้องเข้างานรอบบ่าย  จากที่คิดว่าจะกลับมานอนพักอีกสัก  2-3  ชั่วโมงแล้วค่อยออกไปทำงานเนื่องร่างกายมันอ่อนล้าจากการถูกทำโทษ

 

และตอนนี้...ข้อความของหัวหน้าแผนกกลับก็ทำให้นอนพักไม่ได้  แถมต้องออกไปทำงานโดยที่สภาพร่างกายมันยังไม่พร้อม

 

...

 

 

...

 

 

...

 

 

โรงแรม โซล

11.00 น.

 

 

                สวัสดีครับพี่ฮีชอล

 

            “สวัสดีจ้ะ  อ้าว...เป็นอะไร  ไม่สบายเหรอทำไมวันนี้ดูไม่สดใสเลย  หื้มม??”

 

            “ผะ...ผมสบายดี  แล้ววันนี้พี่ฮีชอลมีประชุมเรื่องอะไรเหรอครับผมเห็นข้อความก็เลยรีบมา

 

            “เดี๋ยวรอให้คนครบก่อน  แล้วพี่จะบอกทีเดียวเลย

 

            “ครับๆ

 

            รีบเดินทางมาที่โรงแรมเพราะกลัวว่าจะมาประชุมไม่ทัน  เซฮุนจึงยังไมได้ทานอะไรมาตั้งแต่เช้า  และเมื่อมาถึง...กลับยังไม่มีใครมาเลยสักคนนอกจากเขากับหัวหน้าแผนก  แถมร่างกายที่เดินอย่างเชื่องช้าดูเหมือนไม่ค่อยมีแรงก็ทำให้ถูกทักจนต้องก้มหน้างุดเพื่อปกปิดความผิดปกติของตัวเอง  พนักงานในชุดนักศึกษาเดินไปที่โต๊ะทำงานโต๊ะหนึ่งก่อนหยิบขนมปังกับนมรสหวานที่หญิงสาวหนึ่งเดียวในแผนกชอบซื้อมาเก็บไว้ออกมากินรองท้องไปก่อน  และเริ่มทำงานในส่วนของตัวเองไปเรื่อยๆระหว่างรอทุกคนมาเข้าประชุม

 

 

            เซฮุนหยิบแจกันแก้วทรงสูงออกมาตามจำนวนที่ต้องการ  และเดินไปที่ตู้แช่ดอกไม้เพื่อนำดอกกล้วยไม้สีเขียวกับใบไม้ต่างๆออกมาจัดเตรียมเอาไว้เพราะวันนี้มีการเปลี่ยนดอกไม้ที่ห้องสปา  พนักงานใหม่ทำงานได้อย่างคล่องแคล่วเนื่องจากการจัดดอกไม้สำหรับตกแต่งห้องสปามันไม่ได้ยุ่งอยากเหมือนกับห้องอื่นๆภายในโรงแรม  และเมื่อได้อยู่กับสิ่งที่ตัวเองรัก...เซฮุนก็รู้สึกเพลิดเพลินจนดอกไม้ทุกแจกันถูกจัดเสร็จหมดเรียบร้อยพร้อมทั้งเรียงใส่รถเข็นเอาไว้เพื่อจะนำไปจัดวางที่ห้องสปาเมื่อถึงเวลา

 

และตอนนี้...เมื่อทุกคนในแผนกเดินทางมาครบทุกคนแล้วก็ถึงเวลาที่ต้องเข้าประชุมกันเสียที  และคนที่มาก่อนใครอย่างพนักงานที่ชื่อโอเซฮุนก็รู้สึกตื่นเต้นเมื่อเห็นสีหน้าที่ดูเคร่งเครียดของหัวหน้าแผนก

 

            “ทุกคนมากันครบแล้วนะ  งั้นพี่จะเริ่มประชุมกันเลย  ก่อนอื่น...พี่ขอแสดงความยินดีกับเซฮุนด้วยนะ  เราผ่านการประเมินงานแล้ว  และผ่านแบบก่อนกำหนดเพราะผลการประเมินจะออกจริงๆก็อีกตั้งสี่สิบวัน  แล้วพี่ก็ไม่รู้ว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้นผลถึงได้ออกมาเร็วแบบนี้  ทางฝ่ายบุคคลเพิ่งแจ้งพี่มาเมื่อเช้า  แต่!!...ไม่ว่าจะผ่านวันไหน  ยังไง  เพราะอะไรก็ช่างมันเถอะ...พี่ยินดีต้อนรับเซฮุนเข้าสู่แผนกจัดดอกไม้อย่างเป็นทางการด้วยนะจ๊ะ

 

            “คะ...ครับ  ขอบคุณมากครับ

 

            ตอบรับ...ความยินดีของทุกคนในแผนกด้วยความรู้สึกตกใจ  เซฮุนรู้เหตุผลได้ในทันทีว่าที่ตัวเองผ่านการประเมินก่อนกำหนดนั้นเป็นเพราะใคร  เขาไม่มีทางผ่านการประเมินได้เร็วขนาดนี้ได้ถ้าไม่ใช่ฝีมือผู้เป็นเจ้าของโรงแรม  มันไม่ได้รู้สึกดีใจเหมือนอย่างที่เคยคิดเอาไว้เมื่อตอนเข้ามาทำงานที่นี่ใหม่ๆ  เนื่องจากการผ่านการประเมินงานโดยใช้สิทธิ์พิเศษแบบนี้มันกลับทำให้เซฮุนรู้สึก...ไม่ภูมิใจตัวเองเลยสักนิด  และถึงแม้จะได้บรรจุเข้าทำงานที่นี่เหมือนอย่างที่เคยฝันไว้แล้วก็ตาม  แต่การได้มาโดยใช้เส้นสายก็ยิ่งทำให้รู้สึกอึดอัด

 

                ส่วนเรื่องสำคัญอีกอย่าง...ที่พี่ต้องเรียกทุกคนมาประชุมในวันนี้ก็คือเรื่องงาน  Wedding  Fair  ทุกปีจะมีงานนี้เกิดขึ้นเพื่อธุรกิจทางด้านการโรงแรมโดยเฉพาะ  ซึ่งทุกๆโรงแรมที่เข้าร่วมงานจะต้องจัดบูธของตัวเองและโปรโมทแพ็คเกจงานแต่งงานเพื่อให้ลูกค้าที่มีแผนจะแต่งงานกันอยู่แล้วได้เลือกแพ็คเกจในแบบที่ต้องการ  แต่งานในปีนี้...ถูกเลื่อนวันขึ้นมาให้เร็วกว่าทุกๆปีและคนที่พี่เลือกจะให้ไปงานนี้มีคยองซู  เซฮุนและฮานิ  ส่วนซูโฮกับซิ่วหมินดูแลงานอยู่ที่โรงแรมแทนพี่...เข้าใจใช่ไหม???”

 

            “เข้าใจครับบบบบบบ!!!

 

            เสียงตอบรับ...และการพยักหน้าเป็นคำตอบของทุกๆคนในแผนกจัดดอกไม้  มันเหมือนเป็นแรงกระตุ้นให้พนักงานที่เพิ่งเข้ารับการบรรจุมีแรงและมีกำลังใจในการทำงานมากขึ้นหลังจากที่เสียความรู้สึกกับเรื่องผลการประเมินงานไปเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา  และหลังจากเสร็จสิ้นการประชุมพร้อมกับฟังการแจกแจงรายละเอียดของงานให้ทุกคนได้ทราบเป็นที่เรียบร้อย  พนักงานของแผนกจัดดออกไม้ต่างก็แยกย้ายกันกลับไปทำงานตามปกติ

 

 

            เซฮุนรู้สึกตื่นเต้นมากๆกับงาน  Wedding fair  ที่กำลังจะเกิดขึ้น  เพราะเขาก็รู้จักงานนี้เป็นอย่างดีและเคยเห็นผ่านตามาบ้างทั้งตามนิตยสารและสื่อที่ถ่ายทอดทางโทรทัศน์  แล้วงานนี้...ก็จะมีแต่โรงแรมดังๆมากว่าร้อยโรงแรมที่เข้าร่วมงาน  และทั้งฮอลของการจัดงานก็จะเต็มไปด้วยดอกไม้และคู่บ่าว-สาวที่เดินควงกันมาเพื่อเลือกแพ็คเกจงานแต่งงานในแบบที่ตัวเองต้องการ  เซฮุนอยากให้ถึงงานนี้เร็วๆเพราะอยากจัดดอกไม้ตกแต่งบูธของทางโรงแรมด้วยตัวเองสักครั้ง

 

            “เซฮุน!!...วันนี้เอาดอกไม้ไปวางที่ห้องสปาคนเดียวนะ  เชอะ!!

 

            “ก็ไปคนเดียวทุกทีนั่นแหละ...ฮานิอย่างอนเราได้ไหม  เดี๋ยวพรุ่งเราซื้อเค้กมาฝาก  นะนะนะ

 

            “ถ้าอยากให้เราหายงอน...เซฮุนต้องซื้อนมรสหวานให้เราเพิ่มอีกหนึ่งแพ็ค!!!!!

 

            “ให้สองแพ็คเลย...หายงอนเถอะนะ  มันไม่น่ารักหรอก

 

            “เซฮุนนน!!!

 

            เสียงโวยวาย...ของคนที่เพิ่งรู้ตัวว่าถูกแย้งขนมและนมไปทานก็เป็นตัวฉุดให้เซฮุนหลุดออกจากภวังค์ของความฝันหวานในเรื่องงาน  Wedding fair   แถมยังถูกงอนจนต้องซื้อของมาแทนให้อีกชุดใหญ่  แต่ยืนต่อปากต่อคำกับสาวน้อยหนึ่งเดียวในแผนกได้เพียงไม่นาน...ก็ต้องเข็นรถดอกไม้มาที่ห้องสปาเมื่อถึงเวลา  และทุกๆอย่างในห้องห้องนี้ก็ต้องจัดดอกไม้ให้เป็นธรรมชาติมากที่สุด  ดอกไม้ที่ใช้ต้องเป็นดอกกล้วยไม้สีเขียวเท่านั้น  โทนสีของการจัดดอกไม้ต้องเน้นสีเขียวเป็นหลักและกลิ่นของดอกไม้ต้องไม่แรงมากจนกลบกลิ่นหอมๆของสมุนไพรที่ใช้ในการอบตัวหรือขัดผิว

 



 

 

 


          เซฮุนเข็นรถดอกไม้ไปจนถึงหน้าห้องสปา  แล้วเดินเข้าไปหยิบแจกันอันเก่าออกมาให้หมดและเริ่มทยอยนำแจกันอันใหม่เข้าไปวางแทนที่  ขาเรียวในกางเกงสแล็คสีดำเดินเข้าห้องนวดตัว  ห้องขัดผิว  ห้องรับรองลูกค้าเพื่อนำความสวยงามสดใหม่ไปตกแต่งตามจุดต่างๆอยู่อย่างขมักเขม่น  แต่!!!...พอจะเดินเข้าไปในห้องนวดตัวห้องสุดท้าย  เซฮุนก็เกือบจะทำแจกันตกลงมาแตกอีกครั้งเพราะมีคนมาดึงแขนเอาไว้โดยไม่ทันตั้งตัวจนเกือบปล่อยแจกันหลุดมือ

 

และ.....

 

            “พี่จงอิน!!!

 

            เมื่อรู้ว่าเป็นใครก็ยิ่งตกใจมากกว่าเดิมเพราะ...เจ้าของโรมแรมไม่ควรทำอะไรประเจิดประเจ้อแบบนี้ 

 

            “มาคุยกันหน่อย...”

 

            “เซฮุนตกใจหมดเลยครับ  แจกันเกือบหล่นแตกแล้วด้วย

 

            “แตกก็ช่างมัน...พี่มีปัญญาซื้อใหม่  แล้วเรามีเรื่องต้องคุยกัน  เซฮุนตามพี่มานี่เลย!!”

 

            “พี่จงอินเบาๆหน่อยสิครับ  เซฮุนเจ็บ!!”

 

            ถูกลากตัว...ให้เข้ามาที่ห้องนวดด้านในสุดพร้อมกับล็อคประตูเสร็จสรรพ  จงอินคิดว่าตัวเองอดทนมามากพอแล้วเพราะหลังจากที่เดินทางไปส่งเซฮุนเมื่อเช้า  เขาก็รีบกลับเข้ามาทำงานที่โรงแรมต่อทันทีเพื่อลดความฟุ้งซ่านเรื่องของข้อความที่อ่านเมื่อคืน  และที่ต้องเข้ามาที่นี่ก็เป็นเพราะอยากนวดผ่อนคลายความเครียดจากเรื่องต่างๆ  แต่พอเห็นพนักงานจัดดอกไม้เข็นรถประจำแผนกเข้ามาในห้องสปามันก็ยิ่งทำให้เครียดมากขึ้นจนต้องรีบเคลียร์ปัญหาที่ทำให้ปวดหัวอยู่ในตอนนี้แม้อารมณ์มันยังไม่คงที่ก็ตาม

 

            “คนชื่อแบคเป็นใคร??  มีสิทธิ์อะไรมานอนกอดเซฮุนของพี่!!

 

            “พี่จงอินรู้จักแบคด้วยเหรอครับ?!

 

            “ถ้ารู้จักจะมาถามทำไม  แล้วคิดถึงกันมากใช่ไหม...ถึงต้องโทรมาหาดึกๆดื่นๆ

 

            “ครับ..คิดถึงมาก  มากที่สะ..สุด  โอ๊ยยยเซฮุนเจ็บนะครับ!!

 

            “มันเป็นใคร...บอกพี่มาเดี๋ยวนี้!!  เซฮุนอยากให้พี่โกรธใช่ไหม?!  อยากโดนพี่ทำโทษอีกใช่ไหม!!?  หึ!!”

 

            “เพราะเรื่องนี้ใช่ไหมครับที่ทำให้พี่จงอินโกรธเซฮุนเมื่อเช้า  พี่จงอินไม่ยอมพูดดีๆกับเซฮุนเลย  พี่จงอินเอาแต่ว่า  เอาแต่ลงโทษเซฮุนอย่างเดียว  พี่จงอินไม่เคยฟังเหตุผลของเซฮุนเลยสักครั้ง

 

                คนถูกว่ากล่าว...พูดออกไปด้วยความรู้สึกน้อยใจเพราะคิดว่าตัวเองเป็นแค่ที่ระบายอารมณ์สำหรับคนตรงหน้าเท่านั้น  ไม่ว่าเขาจะทำอะไร  อยู่ที่ไหนหรือรู้จักกับใครก็ต้องถูกถาม  ถูกตำหนิ  ถูกลงโทษแทบทุกครั้ง  และความรู้สึกที่คิดว่าตัวเองเป็นคนพิเศษสำหรับผู้ชายคนนี้ก็ค่อยๆเริ่มจางลงไปทุกที  การกระทำที่ดูเหมือนหวง  ใส่ใจ  เป็นห่วง  ทุกอย่างมันก็คงเป็นสิ่งที่แสร้งทำขึ้นมาเพื่อตกตวงความสุขใส่ตัวเอง 

 

ส่วนคนเจ้าอารมณ์...เมื่อได้เห็นสีหน้าของเซฮุนที่ดูอิดโรยและเอ่ยในเชิงตัดพ้อแบบนั้นก็ทำให้ความร้อนภายในจิตใจเริ่มลดลงไปทีละน้อย  ทีละน้อยและรีบเข้ามากอดคนที่ตัวเองหวงมากที่สุดเอาไว้ในอ้อมอก

 

            “พี่ขอโทษนะครับเซฮุน  พี่แค่อยากรู้ว่าคนชื่อแบคเป็นใคร  เมื่อคืนโทรศัพท์ของเซฮุนมีสายเข้า...พี่ก็เลยเปิดดูแล้วก็เจอคนชื่อแบคส่งข้อความมาบอกรักบอกคิดถึงพี่ก็เลยโมโห

 

            “.............”

 

            “เซฮุนครับบบ  อย่าเงียบแบบนี้ได้ไหม  พี่ใจจะขาดแล้วนะครับ...ตกลงแบคเป็นใคร??  บอกพี่หน่อยได้ไหม?”

 

            “แบคเป็นเพื่อนของเซฮุนเองครับ  เราเรียนมหาวิทยาลัยมาด้วยกัน  แล้วแบคกับคุณพ่อก็คอยช่วยเหลือเซฮุนมาตั้งแต่ตอนเรียนอยู่ปีหนึ่ง  ถ้าเซฮุนไม่มีแบค...ป่านนี้ก็คงเรียนไม่จบ

 

            “เป็นเพื่อนกันจริงๆใช่ไหม?!!  ไม่ใช่แฟนกันแน่นะ?”

 

            “เอาเบอร์ไปคุยกับแบคเองเลยก็ได้ครับ  ไหนๆพี่จงอินก็แอบดูโทรศัพท์ของเซฮุนไปแล้วหนิ!!”

 

            “พี่เชื่อที่เซฮุนพูดก็ได้ครับ  แต่ถ้าพี่รู้ว่าเซฮุนโกหก...พี่ไม่มีทางปล่อยคนชื่อแบคไว้แน่ๆ

 

            “ทำไมพี่จงอินใจร้ายจังเลยครับ  ถ้าพี่จงอินทำอะไรแบคล่ะก็...เซฮุนจะลาออกจากโรมแรม!!  ลาออกจากงานทำความสะอาดคอนโดฯ ลาออก  ลาออก  ลาออกให้หมด!!!  แล้วเซฮุนก็จะไม่อยู่ให้พี่จงอินลงโทษอีกละ...แล้ว  อื้มมมม!!!”

 

            เสียงหวาน...ที่เอ่ยต่อว่าต่อขานเจ้าของโรงแรมด้วยความหงุดหงิดถูกกลืนหายด้วยรอยจูบที่เอาแต่ใจ  และร่างกายที่ยังไม่ฟื้นตัวดีก็ทำให้เซฮุนแทบจะไม่มีแรงขัดขืน แต่...ต่อให้ร่างกายสมบูรณ์ดีพร้อม  เขาก็สู้แรงของคนคนนี้ไม่ได้อยู่ดี  แถมยังเริ่มเกลียดตัวเองที่หลงเคลิ้มเคลิ้มไปกับรสสัมผัสที่เอาแต่ใจ  เซฮุนตอบโต้ลิ้นนร้อนอย่างคนไม่ประสา  ใบหน้าหวานค่อยๆเอียงไปตามมือหนาที่แนบอยู่บนสองแก้ม  และยิ่งรู้สึกดีมากเท่าไหร่ก็ยิ่งโอนอ่อนไปตามแรงสัมผัสมากขึ้นเท่านั้น 

 

            “ถ้าเซฮุนคิดจะลาออกจากที่นี่หรือที่คอนโดฯ  พี่จะจับเซฮุนขังไว้ในห้อไม่ให้ออกไปไหนเลยดีไหม  หื้มม???”

 

            “อย่าใจร้ายกับเซฮุนได้ไหมครับ  เซฮุนไม่อยากให้พี่จงอินโกรธ  แล้วก็ต้องพูดกันดีๆด้วยครับ  เซฮุนไม่อยากทะเลาะกับพี่จงอินเลยรู้ไหม?

 

            “ครับ ๆ ๆ...คราวหลังพี่จะฟังเหตุผลของเซฮุนก่อน  จะพูดกับเซฮุนดีๆ  ไม่โมโห  ไม่โกรธ  โอเคไหม??”

 

            “แบบนี้น่ารักกว่าเยอะเลย...พี่จงอินทำหน้าดุมากๆระวังจะแก่เร็วนะครับ

 

ฟอดดดดด!!

 

 

            “อยากโดนคนแก่ทำโทษอีกไหมล่ะ...

 

            “พอแล้วครับ  เซฮุนจะกลับไปทำงานแล้ว  ป่านนี้พี่ๆในแผนกบ่นแย่เลย

 

            เซฮุน...ไม่รู้ว่าคำพูดของจงอินมันจะเป็นเพียงแค่ลมปากหรือไม่  เพราะตอนนี้มันรับรู้ได้แค่อย่างเดียวนั่นก็คือรอยจูบจากคนเอาแต่ใจ  ส่วนเรื่องของผลของการถูกประเมินงานที่ผ่านก่อนกำหนดและคิดจะถามต่อหน้าก็ถูกลืมไปจากหัวสมองทันทีเมื่อเจอกับสถานการณ์ที่ทำให้อารมณ์ต่างๆต้องหยุดไว้เพียงแค่เรื่องของแบคฮยอน  หลังจากถูกปล่อยตัวออกมาจากห้องสปา...เซฮุนก็ค่อยๆจัดวางดอกไม้ต่อจนเสร็จเรียบร้อแล้วเข็นรถกลับไปที่ห้องทำงานตามเดิม

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Peony  Condominium เชจู

08.39 น.

 

            “อื้อออ...”

 

            คนตัวเล็ก...ตื่นขึ้นเพราะรู้สึกถึงความหนักที่อยู่บนอก  และพยายามพลิกกายเพื่อให้พ้นจากความรู้สึกอัดอัด  แต่เมื่อขยับมากขึ้นมันกลับทำให้รู้สึกเจ็บตามร่างกาย  ยิ่งเฉพาะตรงช่วงสะโพกกับก้นกบก็ยิ่งเจ็บกว่าส่วนไหนๆ  ความรู้สึกเช่นนั้นมันทำให้ลุกขึ้นจากเตียงไม่ไหว  และค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้นช้าๆพร้อมกับปรับโฟกัสเพื่อทำให้เห็นอะไรได้ชัดยิ่งมากขึ้น   และเมื่อเห็นอะไรชัดขึ้นก็รู้สึกว่าเพดานห้องมันแปลกๆ...มันไม่คุ้น  นี่ไม่ใช่ห้องของเขาและไม่ใช่ห้องของคุณพ่อ 

 

แล้ว...มันห้องของใครกันล่ะ???

 

                ปรับโฟกัสอยู่นาน...และยังปรับสมองอีกนิดหน่อยเพื่อรวบรวมสติก่อนมองไปรอบๆห้องอีกครั้ง  แล้วหันกลับมามองที่อกของตัวเองเพราะยังรู้สึกหนักเหมือนในตอนแรก  และสิ่งที่เห็น...ก็ทำให้รู้สึกตกใจเพราะสาเหตุที่ทำให้รู้สึกอัดอึดอยู่เมื่อครู่ก็คือแขนของคนที่ตัวเองไม่ชอบหน้า  แบคฮยอนพยายามรวบรวมสติอีกครั้งและคิดว่านี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น  แต่...คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก  มันจำได้เพียงว่าตัวเองแอบหนีไปเที่ยวที่ผับโดยบอกคุณพ่อว่าจะไปเดินเล่นที่ห้างสรรสินค้าและจะกลับตอนหัวค่ำ

 

 

            พอนั่งรถแท็กซี่มาจนถึงสถานบันเทิง...ก็เริ่มสั่งเครื่องดื่มมาทานอยู่ที่เคาน์เตอร์บาร์และมองดูผู้คนเต้นกันอยู่อย่างสนุกสนาน  พร้อมโทรไปหาเพื่อนรักเพื่อบอกเล่าความเป็นอยู่ให้ฟังด้วยความคิดถึง  แต่โทรเท่าไหร่ก็ไม่มีคนรับสายจนต้องถอดใจเก็บเครื่องมือสื่อสารใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกงเหมือนเดิม  แล้วพอนั่งดื่มไปได้สักพักก็เริ่มรู้สึกเวียนหัวจึงรีบจ่ายเงิน  แต่พอลุกขึ้นจากเก้าอี้กลับถูกใครบางคนเดินมาชนจนล้มลงไปกองกับพื้น  แล้วก็มีผู้ชายคนหนึ่งเข้ามาช่วยพยุงเอาไว้  หลังจากนั้น...ก็ไม่รับรู้อะไรอีกเลยจนถึงเช้านี้

 

 

            แบคฮยอน...พยายามลำดับเหตุการณ์ของเมื่อคืนไปเรื่อยๆและจับแขนของคนที่ชอบเข้ามาแกล้งตัวเองในที่ทำงานออกไปด้วยความระมัดระวัง  แต่...ความเจ็บที่ช่วงสะโพก  ทำให้การลุกออกจากที่นอนกลายเป็นเรื่องยาก  เจ้าตัวจึงค่อยขยับกายนั่งอย่างเชื่องช้าและการทำแบบนั้น...ก็ทำให้เสื้อที่ใส่อยู่หลุดลงไปกองที่หัวไหล่  มือบางกำลังจะดึงแขนเสื้อขึ้นแต่ก็ต้องหยุดชะงักเพราะสิ่งที่เห็นก็คือรอยแดงช้ำเป็นจ้ำอยู่ตามผิวเนื้อ?!!!

 

 

                ความคิด...ของคนที่มีรอยแบบนี้อยู่บนร่างกายเริ่มประมวลผลและปะติดปะต่อเรื่องราวดูอีกครั้ง   แบคฮยอนไม่ได้ไร้เดียงสาจนดูอะไรออกว่ารอยที่อยู่บนหน้าอกของตัวเองมันคืออะไร  แต่กำลังคิด...ว่าใครเป็นคนทำกับร่างกายของเขาแบบนี้??  และด้วยความที่ไม่ค่อยถูกกับคนที่ตอนนี้กำลังนอนหลับอยู่อย่างสบายใจก็ทำให้แบคฮยอนคิดว่า...มันนี่แหละที่เป็นคนทำเรื่องทั้งหมดเพราะถ้าไม่ใช่ผู้ชายคนนี้แล้วจะเป็นใคร

 

 

            คิดเองเออเองเสร็จสรรพ...ก่อนหันไปมองคนที่นอนนิ่งทำเป็นไม่รู้ร้อนรู้หนาวด้วยความโกรธปนความเสียใจ  เพราะคิดว่าชานยอลอาจต้องการเอาคืนเรื่องที่เขาไปโวยวายตอนอยู่ในร้านกาแฟจนทำให้เกิดความอับอายต่อหน้าสาวสวยเมื่อหลายวันก่อน??!!  แบคฮยอนรู้ดีว่าสิ่งที่ตัวเองทำไปวันนั้นมันอาจทำให้รู้สึกเสียหน้า  แต่...การแก้แค้นเขาด้วยวิธีสกปรกแบบนี้มันไม่มากเกินไปหน่อยหรือ???  แล้วทำไมถึงต้องทำกันถึงขนาดนี้ด้วย??? 

 

 

ตุบๆ!  ตุบๆ!!

 

อั่กๆ!  อั่กๆ!!

 

 

            มือบางจัดการทุบลงไปบนอกของคนนิสัยไม่ดีเพราะมันทั้งโกรธ  ทั้งเสียใจและรู้สึกเสียศักดิ์ศรีมากที่สุด  แบคฮยอนกำหมัดและทุบด้วยความแรงแบบไม่ยั้งมือเพื่อปลุกให้คนที่ยังนอนอยู่อย่างสบายใจตื่นขึ้นมาคุยกันให้รู้เรื่องก่อนที่ปัญหาทั้งหมดจะรู้ถึงหูของผู้เป็นพ่อ

 

            “ตื่นเดี๋ยวนี้!!   ตื่นนนน...บอกให้ตื่นไง!!!

 

            “โอ๊ย โอ๊ยๆ ๆ ทำอะไรวะคนจะหลับจะนอน!!”

 

            “ไม่ต้องนอน  ตื่นมาเดี๋ยวนี้!!  ตื่นมาคุยกันให้รู้เรื่อง บอกให้ตื่นไง ตื่นนนนน!!!!

 

            “โอ๊ยยยๆ ๆ ตื่นแล้ว ตื่นแล้ว ๆ

 

            “ฮึกก!!  นายทำแบบนี้  ฮึก!...กับเราแบบนี้ทำไม  เกลียดเรามากเลยเหรอ...ฮึกกก!!”

 

            “เดี๋ยวว...ใจเย็นๆก่อน  แล้วร้องไห้ทำไม  แล้วใครเกลียดนาย  หึ!!...เจ้าหมาแคระ?”

 

            “ก็นายนั้นแหละเกลียดเรา  ฮึกกก!!  ดูนี้เลยดู ๆ ๆ เห็นชัดไหม!! รอยพวกเนี้ย  นายเป็นคนทำใช่ไหม  บอกเรามาเดี๋ยวนี้  ฮึกก!!”

 

            “เฮ้ยย!!! จะเปิดเสื้อทำไม  เอาลงเดี๋ยวนี้!!???”


 

 

 


 

 

            เป็นเช้า...ที่ต้องตื่นมาโดยไม่ได้ถูกนาฬิกาปลุกเหมือนเช่นทุกวัน  แต่กลับเป็นหมัดเล็กๆที่ระดมทุบปึกๆจนเจ็บจุกไปหมด  แถมยังตามมาด้วยเสียงร้องไห้และเสียงต่อว่าต่อขานเหมือนโกรธกันมาตั้งแต่ชาติปางก่อน  มือใหญ่ๆลูบไปที่ใบหน้าของตัวเองเพื่อเรียกสติเมื่อเห็นคนตัวเล็กดึงเสื้อขึ้นเพื่อโชว์ให้รอยแดงบนร่างกายและพยายามหาคำอธิบายถึงสิ่งที่เกิดขึ้น  แต่ดูเหมือนตอนนี้...คนที่เอาแต่ร้องไห้จะยังไม่พร้อมที่จะฟังอะไรทั้งนั้น

 

            “ฮือออ  ฮืออออออ!!!”

 

            “หยุดร้องก่อนได้ไหม  มาคุยกันดีๆกะ...ก่อน

 

            “ฮือออออออออออ!!

 

            ยิ่งพยายามอธิบาย...ยิ่งได้ยินเสียงร้องไห้ดังกว่าเดิม  และดูท่าทางจะไม่ได้แกล้งทำเพื่อให้ดูน่าสงสารหรือทำเพื่อตบตาอย่างที่ตัวเองเคยเห็นที่ร้านกาแฟเลยสักนิด  แล้วการที่คนตรงหน้ามีสภาพเป็นแบบนี้มันก็พาลให้นึกไปถึงตอนที่เจอแบคฮยอนในห้องน้ำของสถานบันเทิงแห่งนั้นทันที  ชานยอลเริ่มไม่แน่ใจ...ว่าจะกล้าบอกความจริงที่เกิดขึ้นให้คนตัวเล็กฟังดีหรือไม่  ขนาดยังไม่ทันได้อธิบายอะไรออกมาสักประโยค  น้ำตาก็แทบจะท่วมเตียงอยู่แล้ว  ขืนบอกความจริงว่ารอยแดงพวกนี้มันเกิดจากฝีมือใคร  มีหวังได้ผูกคอตายกันบ้าง!!

 

 

                วิศวกรหนุ่ม...คิดไม่ตกว่าจะแก้ไขสถานการณ์ตรงหน้านี้อย่างไรให้คนตัวเล็กเสียใจน้อยที่สุด  เพราะถึงแม้จะเป็นผู้ชายเหมือนกันและยังได้ไม่เกิดความเสียหายไปถึงขั้นนั้น  แต่ถ้ารู้ความจริงว่าเมื่อคืนได้ถูกชายแปลกหน้าลากเข้าไปข่มขื่นในห้องน้ำก็คงยอมรับความจริงไม่ได้แน่ๆ  และทางออกเดียว...ที่หัวสมองของวิศวกรประจำโรงแรมจะคิดออกในตอนนี้ก็คือยอมรับผิดกับคำที่ถูกกล่าวหาไปก่อน  เพราะไหนๆก็ไม่ชอบหน้ากันอยู่แล้ว  และถ้าแบคฮยอนจะเกลียดเขามากไปกว่านี้ก็คงไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร

 

                นี่ ๆ...หยุดร้องไห้ก่อน  มันเสียงดังน่ารำคาญ!!

 

 

เพี๊ยะ!!

 

                น่ารำคาญแล้วมาทำแบบนี้กับเราทำไม  คนเลว  คนชั่ว...ตายซะ!!

 

เพี๊ยะ!!

 

                ถ้าตบอีกทีเดียว...จะโดนแบบเมื่อคืน??!

 

            “......!!!!?”

 

            จากเสียงร้องไห้...ก็เปลี่ยนไปเป็นเสียงโวยวายพร้อมกับถูกตบถูกทุบจนใบหน้าและตามลำตัวแสบไปหมด  ชานยอล...จับคนตัวเล็กกดลงบนเตียงด้วยแรงที่ไม่มากนักและคร่อมกายเอาไว้พร้อมขู่ออกไปเพื่อให้คนใต้ร่างหยุดทำร้ายร่างกายเขาเสียที 

 

            “มาพูดกันดีๆก่อน  แล้วก็หยุดร้องไห้ได้แล้ว

 

            “นายมาทำแบบนี้กับเราทำไม  เกลียดเรามากเลยใช่ไหม?”

 

            “ใครทำใคร  ใครเกลียดใครกันแน่...เมื่อวานนายเมามาก  แล้วบังเอิญฉันก็ไปเที่ยวที่นั่นพอดีก็เลยพานายกลับมานอนที่นี่  แล้วนายก็มาจูบฉันก่อน  แล้วจากนั้นก็......

 

            “อย่ามาโกหกนะ!!  เราไม่เคยจูบใคร!!

 

            “ทีเมื่อคืนไม่เห็นพูดแบบนี้เลย  แต่ดีนะที่นายหลับไปก่อน  ไม่งั้นฉันคง....

 

            “ระ...เราทำแบบนั้นจริงๆเหรอ  แล้วทำไมนายต้องทำรอยเยอะขนาดนี้ด้วยล่ะ  ถ้าคุณพ่อเห็นจะทำยังไงนายต้องรับผิดชอบนะ!!

 

            เป็นครั้งแรกในชีวิต...ที่ชานยอลต้องมาสร้างเรื่องโกหกมากมายให้คนอื่นฟัง  แต่ถ้าไม่ปั่นเรื่องแบบนี้ขึ้นมา  คนตรงหน้าก็คงไม่หยุดร้องไห้และยอมพูดคุยกันดีๆเหมือนที่เป็นอยู่ตอนนี้  แถมยังมีท่าทีที่อ่อนลงเพราะคิดว่าเรื่องที่เขาพูดเป็นเรื่องจริง  ส่วนแบคฮยอน...ก็รู้สึกว่าตัวเองจำเหตุการณ์ในผับแห่งนั้นไม่ค่อยได้และความมึนเมาจากการดื่มก็อาจทำให้เผลอจูบกับวิศวกรประจำโรงแรมจริงๆ  แล้วการมาพูดเรื่องแบบนี้ในเวลาที่มีสติครบถ้วนก็ทำให้รู้สึกอายอยู่ไม่ใช่น้อย

 

            “โตขนาดนี้แล้ว  คุณอาไม่ว่าหรอก  แล้วนายจะให้ฉันรับผิดอะไร?!!

 

            “ว่าสิ!!  คุณพ่อต้องโกรธมากแน่ๆ  เวลาคุณพ่อโกรธน่ากลัวจะตาย  นายไม่รู้จักคุณพ่อของเรา  นายไม่รู้หรอกว่ามันน่ากลัวมากแค่ไหน  แล้ววันนี้เราจะไปทำงานยังไง?”

 

           หน้าซีดยิ่งกว่าผิวเนื้อเนียนขาวที่เห็นอยู่ตอนนี้...เพราะถึงแม้คุณอาจีซบจะเป็นผู้ใหญ่ที่ใจดี  มีเหตุผลและน่านับถือ  แต่ถ้าให้พูดถึงความดุ  ความจริงจังหรือความเป็นคนตรงไปตรงมาก็พาให้รู้สึกเสียวสันหลังอยู่ไม่ใช่น้อย  และหัวอกของคนเป็นพ่อที่ต้องมาเห็นสภาพลูกชายเป็นแบบนี้มันก็คงไม่มีใครทนได้ทั้งนั้น

 

            งั้นวันนี้หยุดงานไปก่อน  เดี๋ยวฉันโทรไปบอกคุณอาให้เอง  ส่วนเรื่องรอยพวกนี้นายจะเอายังไงก็ว่ามา

 

            “จะให้เอายังไงล่ะ  ก็คนมันไม่เคยหนิ  นายนั่นแหละ...ต้องคิด!!

 

            “เฮ้อออ...ถามจริงเหอะ  เมื่อคืนนายไปเที่ยวกับใคร  ทำไมถึงได้เมาขนาดนั้น??”

 

            ได้โอกาสก็รีบถามออกไปทันที...เพราะมันเป็นสิ่งที่ค้างคาใจมาตั้งแต่เมื่อคืน  การที่เพื่อนในกลุ่มบอกว่าคนตัวเล็กมากับแฟน  แต่กลับถูกลากไปทำเรื่องอย่างว่าในห้องน้ำมันเป็นสิ่งที่อดสงสัยไม่ได้

 

            “คะ...คือ  เมื่อคืนเราแอบหนีไปเที่ยวคนเดียว  แต่เรากินเบียร์ไปแค่สองขวดเองนะ  ทำไมถึงเมาก็ไม่รู้

 

            “อ้าวว...แล้วทีนี้จะเอาไงยัง  จะให้รับผิดชอบยังไงก็ว่ามา

 

            “นายทำกับเราขนาดนนี้  นายต้องมา  เป็นแฟน  กับเราสิ

 

            “เฮ้ยยย!!  ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้มั้ง  แล้วนายก็ไม่ได้เสียหายอะไรสักหน่อย

 

            ถ้าคำตอบจะออกมาเป็นแบบนี้...สู้บอกความจริงไปตั้งแต่ทีแรกก็คงดี  เพราะการมีแฟนหรือมีคนรักจริงๆสักคนมันใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับปาร์คชานยอล  ชีวิตที่ครองตัวโสดมานานและยังสนุกอยู่กับการหาความสุขไปเรื่อยๆโดยไม่ยึดติดกับใครมันเป็นสิ่งที่วิศวกรหนุ่มต้องการมากที่สุด  แถมอาชีพการงาน...ก็ไม่เหมาะกับการคบหาดูใจกับใครทั้งนั้นเนื่องจากไม่ค่อยมีเวลาและต้องเดินทางบ่อย

 

            เสียหายสิ  ฮึกกถึงเราจเป็นคนจูบก่อน  ฮึกก!!  แต่ถ้านายไม่อยากทำ...นายก็ต่อยเราสิ  จะมาทำแบบนี้กับเราทำไม  ฮึก!!

 

            “เฮ้ยยย...อย่าร้องไห้ดิ!!!  โอเค ๆ ๆเป็นแฟนกันก็ได้

 

            “ฮึกก!!  จริงนะ  อย่าโกหกนะ

 

            ความโสด...ที่เคยครองมานานหลายปีหายวับไปกับตาเมื่อเห็นตัวเล็กเอาแต่ร้องไห้จนตัวโยน  แถมเรื่องที่บอกว่าหนีมาเที่ยวและเมาไม่สติจนถูกเขาพามานอนที่นี่มันก็ทำให้ชานยอลรู้สึกสงสาร  ถ้าเมื่อคืน...เขาไม่ได้ไปเจอแบคฮยอนที่ผับโดยบังเอิญ  ป่านนี้ก็คงเกิดเรื่องแย่ๆขึ้นจนทำให้คนตรงหน้าเสียใจมากกว่านี้

 

                เออ...ไม่โกหก!!  แล้วก็หยุดร้องไห้ได้แล้ว  ถ้าไม่หยุด...จะโทรไปฟ้องคุณอาว่าเมื่อคืนนายแอบนี้เที่ยว

 

            “ไม่เอา  ไม่เอา...พี่ชานยอลอย่าฟ้องไปคุณพ่อนะฮะ  น้องแบค...กลัวคุณพ่อดุ!!”

 

            “หึ!!

 

           อดขำไม่ได้...เมื่อเห็นคนตัวเล็กยกมือไหว้เหมือนเป็นการขอร้องว่าอย่าเอาเรื่องที่ตัวเองแอบหนีเที่ยวไปฟ้องคุณพ่อ  แถมยังเปลี่ยนสรรพนามด้วยการแทนตัวเองว่า  น้องแบค  และเรียกเขาว่า  พี่ชานยอล  คุณอาจีซบสั่งให้เจ้าตัวเรียกเขาด้วยคำคำนี้มาตั้งนานแต่ไม่ยอมเรียก  แล้วสุดท้าย...คำขู่เพียงเล็กน้อยก็ทำให้คนตัวเล็กยอมพูดจนได้  และหน้าหงอยๆที่มาพร้อมกับการยกแขนขึ้นมาครองคอของเขาไว้ก่อนทำท่าเบะปากเหมือนจะร้องไห้ก็พลอยทำให้รอยยิ้มกว้างๆปรากฏขึ้นบนใหหน้าของชานยอล

 

            (มันน่าจูบให้ปากเปื่อย)

 

และถ้าให้ความคิด...มันเป็นได้แค่ในความคิดก็คงไม่ใช่ปาร์คชานยอลแน่นอน!!!!

 

            เจ้าของรอยยิ้มกว้าง...ก้มกายจูบปากบางที่เอ่ยขอร้องกันเมื่อครู่ด้วยความมันเขี้ยว  แต่ก็...ไม่ได้ล้วงล้ำหรือลึกซึ้งขนาดนั้น  เพราะกลัวใจตัวเองจะทำมากกว่าการจูบและรอยบนตัวของคนใต้ร่างก็จะเยอะมากไปกว่านี้  ชานยอลค่อยๆลุกขึ้นจากที่นอนแล้วเดินไปเข้าห้องน้ำเพื่อล้างหน้าล้างตาและเตรียมตัวออกไปทำมื้อเช้าในครัว  เพราะกว่าจะทำความเข้าใจกันได้มันก็เลยเวลาของอาหารเช้ามาหลายนาที  แต่ในระหว่างการแปรงฟัน...คนที่เพิ่งมีแฟนเป็นตัวเป็นตนก็นึกถึงเรื่องเพิ่งเกิดขึ้นไปด้วย  การตกปากรับคำคบกับใครสักคนมันค่อนข้างเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน  แล้วตัวของเขาเอง...ก็ไม่เคยคบกับใครแบบจริงๆจังเลยสักคน 

 

แต่...การเป็นแฟนกับเจ้าของริมฝีปากนุ่มๆและเป็นคนที่พอจะรู้ฤทธิ์รู้เดชอยู่บ้างมันก็คงไม่ยากที่จะรับมือหรือลองศึกษาดูใจ??

 

            ส่วนคนถูกจูบแบบไม่ทันตั้งตัว...ก็ได้แต่นอนนิ่งๆเหมือนร่างที่ไร้วิญญาณ  แถมสมองยังเหมือนจะหยุดทำงานไปชั่วขณะ  และการยื่นขอเสนอให้วิศวกรของโรงแรมมาเป็นแฟนกับตัวเองก็ทำให้รู้สึกอึดอัดใจอยู่ไม่ใช่น้อย  ก็ใช่ว่าอยากจะทำอะไรแบบนั้นเพราะตัวของแบคฮยอนเองก็ไม่ได้รู้จักนิสัยใจคอของผู้ชายคนนี้ดีสักเท่าไหร่  รวมถึงไม่ชอบหน้ากันมาตั้งแต่ครั้งแรกที่พบ   แต่การที่ถูกใครคนหนึ่งทำอะไรเกินเลยไปจนเกือบถึงขั้นนั้น...ก็ทำให้คนที่ไม่เคยมีแฟนอย่างเขาต้องตัดสินใจเรื่องบ้าๆทำแบบนี้  และสิ่งที่สำคัญไปกว่าความรู้สึกของตัวเองก็คือความรู้สึกของคนเป็นพ่อ  ถ้ารอยพวกนี้มันเกิดจากคนที่คุณพ่อสนิทด้วยหรือให้ความไว้วางใจมันก็ย่อมดีกว่าถูกคนอื่นที่ทั้งเขาและคุณพ่อก็ไม่รู้จักหัวนอนปลายเท้า

 

                ไปอาบน้ำได้แล้ว  เดี๋ยวฉันจะออกไปทำกับข้าว...นายจะกินอะไร??”

 

            “กินอะไรก็ได้  ว่าแต่...อาบน้ำประสาอะไร  ทำไมไม่เปลี่ยนเสื้อผ้า??

 

             ไม่เรียกตัวเองว่า น้องแบค แล้วเรียกฉันว่า  พี่ชานยอล แล้วเหรอ??”

 

            “ยะ...อยากให้คนอื่นพูดแบบนั้น  ตัวเองก็หัดพูดบ้างสิ!

 

            “คนอื่นที่ไหนกัน  เราเป็นแฟนกันแล้วนะครับ  น้องแบค

           

            “เออ!!...พูดก็ได้!

 

            ที่พูดไปก่อนหน้านี้...ก็เป็นเพราะกลัวคนตรงหน้าจะเอาเรื่องหนีเที่ยวไปฟ้องคุณพ่อต่างหาก  และจะให้พูดแบบนั้นอีกครั้งหลังจากถูกจูบมันก็ทำให้รู้สึกเขินอยู่ไม่ใช่น้อย  แถมยังไม่ชินกับการที่ต้องเรียกคนอื่นด้วยคำพูดที่ตัวเองมักจะใช้กับคนที่สนิทกันเท่านั้น...อย่างเช่นเซฮุนเพื่อนรักหรือพี่ๆในมหาวิทยาลัย

 

            “เป็นแฟนกันก็หัดพูดจาให้มันดีๆหน่อย  ถ้าน้องแบคพูดไม่เพราะ  ใช้อารมณ์  ดื้อ  ไม่เชื่อฟังพี่  พี่จะฟ้องคุณอา

 

            “ก็ได้  ก็ได้  น้องแบคพูดเพราะๆก็ได้  พี่ชานยอลอย่าไปฟ้องคุณพ่อนะฮะ

 

            “งั้นก็ไปอาบน้ำได้แล้วครับ  เดี๋ยวพี่ทำข้าวต้มให้กิน

 

            ชานยอล...รีบเดินเข้ามาในครัวและเปิดตู้เย็นเพื่อหาวัตถุดิบในการทำมื้อเช้า  เขาจัดการล้างวัตถุดิบทุกอย่างให้สะอาดแล้วเริ่มต้นทำอาหารไปเรื่อยๆ   มือหนาหั่นนั่นเติมนี่ปรุงรสข้าวต้มหมูสับในหม้ออยู่อย่างชำนาญเพราะชอบทำอาหารทานเองถ้ามีเวลาว่างมากพอ  และถ้าต้องเดินทางออกไปทำงานที่ต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ  เขาก็มักจะจำเมนูที่ได้ออกไปทานตามร้านอาหารต่างๆกลับมาทำทานเองที่คอนโดฯเป็นประจำ  และเมื่อปรุงรสอาหารเช้าใกล้เสร็จ...ชานยอลก็หยิบช้อนขึ้นมาเพื่อจะชิมรสชาติของอาหารก่อนเตรียมตักใส่ชามเอาไว้

 

แต่...

 

            พี่ชานยอลลลลลลลลลล”

 

            “เชี่ยย..”

 

            ช้อนเกือบหลุดมือ...และยังไม่ทันได้ชิมอะไรสักอย่าง  เสียงเรียกจากทางด้านหลังพร้อมสภาพของคนที่กำลังจะเดินเข้ามาในครัวก็พาลให้มือไม้มันสั่นไปหมด  ทำไมไม่ใส่เสื้อ?  อาบน้ำเสร็จก็ไม่เช็ดตัว??  แล้วก็ช่วยนุ่งผ้าสีขาวผืนนั้นดีๆหน่อยได้ไหม???  มือบางที่กำผ้าเอาไว้เหมือนจะใกล้หลุดและภาพเรือนร่างขาวเนียน  สะโพกผาย  ยอดอกสีหวานที่เขาเพิ่งเห็นไปตอนเช็ดตัวให้แบคฮยอนเมื่อคืนก็ผุดขึ้นมาในหัวสมองทันทีและหัวใจของคนที่ได้เห็นภาพแบบนี้อีกครั้งในตอนเช้าก็กำลังเต้นผิดจังหวะ  

 

            “พี่ชานยอล...ไอ้จุดแดงๆที่ตัวเมื่อไหร่มันจะหายละฮะ”

 

            พูดพร้อมเอานิ้วจิ้มลงไปตามเนื้อตามตัวที่มีรอยแดงอย่างไม่นึกถึงอายอะไรทั้งนั้น  ส่วนคนที่ทำหน้าที่เป็นพ่อครัวก็ต้องทำเป็นไม่สนใจและรีบตักข้าวต้มใส่ชาม  เพราะไม่อยากให้ความคิดลึกทำร้ายตัวเองไปมากกว่านี้

 

             อีกอาทิตย์สองอาทิตย์ก็หาย  ไปใส่เสื้อผ้าได้แล้วไป  เดี๋ยวพี่หายามาทาให้”  

 

            “ก็น้องแบคไม่มีชุดใส่หนิฮะ  เสื้อผ้ามันหายไปไหนไม่รู้  น้องแบคหาไม่เจอ”  

 

            “ไปหยิบในตู้พี่ก่อนก็ได้  อยากใส่ตัวไหนก็เลือกเอาเลยตามสบาย

 

            “แล้วเสื้อน้องแบคหายไปไหนละฮะ

 

            “ก็เมื่อคืนน้องแบคเมา  แล้วอ้วกใส่เสื้อตัวเองเลอะเทอะไปหมด  พี่ก็เลยเอาไปทิ้ง  ส่วนกางเกงอยู่ในตะกร้า  เดี๋ยวซักพร้อมของพี่ทีเดียว

 

            “โอเค  งั้นน้องแบคขอยืมชุดพี่ชานยอลมาใส่ก่อนนะ

 

            “รีบไปเลย...เดี๋ยวไม่สบาย  มายืนตากลมอยู่ได้!

 

            จำเป็นต้องปั่นเรื่องโกหกอีกครั้ง...เพราะความจริงเสื้อของคนตัวเล็กมันถูกชายแปลกหน้ากระชากจนขาดเกินที่จะซ่อมแซมได้  และก่อนที่จะเดินเข้ามาทำอาหารในครัวเขาก็เพิ่งหยิบไปทิ้งและนำกางเกงของแบคฮยอนโยนใส่ตะกร้ารวมกับเสื้อผ้าของตัวเองเอาไว้  หลังจากที่เคลียร์กับปัญหาต่างๆเสร็จสิ้น...ชานยอลนำข้าวต้มที่ตักใส่ชามไว้สองถ้วยมาวางไว้ที่โต๊ะเพื่อรอคนที่เพิ่งเดินเข้าไปแต่งตัวในห้องนอนออกมาทานพร้อมกัน

 

แต่......

 

            รอไปสักพัก...แบคฮยอนก็เดินออกมาจากห้องพร้อมกับใส่เสื้อยืดสีดำที่เมื่อใส่แล้วมันยาวลงมาจนเกือบถึงหัวเข่า  ชานยอลกวักมือเรียกเหมือนเป็นเชิงบอกให้รีบเดินมานั่งเร็วๆเพราะจะได้เริ่มทานอาหารเช้ากันเสียที  แต่แทนที่คนถูกเรียก...จะเดินไปนั่งตรงที่มีชามข้าวต้มวางรออยู่แล้ว  เจ้าตัวกลับเดินตรงมาหาชานยอลพร้อมกับเปิดเสื้อขึ้นจนเกือบถึงหน้าอก  แถมยังดึงบ็อกเซอร์ที่หลวมจนเกือบหลุดจากเอวลงมาจนเผยให้เห็นสะโพกอวบที่ไม่ได้สวมชั้นใน 

 

            “พี่ชานยอลดูก้นน้องแบคสิ  สะโพกด้วยนะ  ทำไมมันเป็นสีม่วงๆอะ  เจ็บด้วย!!  พี่ชานยอลเป็นคนทำน้องแบคเหรอ??  สารภาพมาเลยนะฮะ!”

 

            และรอยช้ำ...ที่ชานยอลเห็นเมื่อคืนตอนเช็ดตัวก็เริ่มเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีม่วงอย่างเห็นได้ชัด  แต่ที่ชัดเจนกว่ารอยช้ำพวกนั้นก็คงเป็นก้อนเนื้อขาวเนียนที่ทำเอาน้ำลายคนมองเกือบหกเพราะมันชัด  ชัด  ชัดมากกก...ชัดจนหัวใจแทบจะหยุดเต้น  ถ้าเขาเป็นโรคหัวใจ  ป่านนี้ก็คงตายคาโต๊ะอาหารไปแล้ว  และอาจตายไปตั้งแต่ตอนเห็นคนตรงหน้านุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียวเดินเข้ามาที่ห้องครัว   

 

            “รอยนี้พี่ไม่ได้เป็นคนทำ  พี่ทำแต่รอยสีแดงบนตัวน้องแบคอย่างเดียว  น้องแบคไปหกล้มที่ไหนมาหรือเปล่า??”

 

            “อืมม...ช่างมันเถอะฮะ  น้องแบคจำไม่ได้  กินข้าวดีกว่านะฮะ

 

            “กินข้าวเสร็จแล้ว  เดี๋ยวพี่ทายาให้

 

            “ขอบคุณฮะ

 

            ชานยอล...ยังไม่รู้ตัวเองเลยว่าจะทนกับพฤติกรรมที่ดูเปิดเผยแบบนี้ของแฟนคนใหม่ได้นานแค่ไหน  มันเหมือนจะซื่อก็ไม่เชิง  จะว่าจัดจ้านก็ไม่ใช่  และเขาก็ไม่ใช่พระอิฐพระปูนอะไรที่เมื่อเห็นผิวขาวๆ  สะโพกอวบๆแล้วจะไม่รู้สึกรู้สากับภาพที่เห็น   และการกระทำทั้งหมดนี้มันก็อาจจะทำให้เขากลายร่างเป็นหมาป่าแสนชั่วร้ายแล้วจับหมาแคระตัวน้อยขย้ำจนจมเขี้ยวเข้าสักวัน!!!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 



 

 

 

 

 

 

Gazania  Condominium

09.12 น.

 

 

                เป็นวันหยุด...แต่คนที่หางานพิเศษทำเพื่อเก็บเงินไว้ซื้อความฝันที่ตัวเองอยากได้ต้องตื่นแต่เช้า  และรีบเดินทางมาที่คอนโดฯสุดหรูโดยแต่งตัวแบบไม่เป็นทางการมากนักเพราะต้องมาทำความสะอาดห้องพักของคนเป็นเจ้านาย  ขาเรียวสวยในกางเกงยีนส์สีน้ำตาลและสวมเสื้อเชิ้ตเดินเข้ามาทักทายพนักงานประจำเคาน์เตอร์เมื่อเดินทางมาถึง  พร้อมกับยื่นการ์ดสีทองที่บ่งบอกถึงเลขห้องให้ดู  แล้วรีบขึ้นลิฟท์ไปห้องเบอร์1101ทันทีเมื่อได้รับอนุญาต

 

 

            ความจริงแล้ว...เซฮุนไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นก็ได้  เพราะเจ้าห้องเป็นคนให้การ์ดใบนี้กับเขาเอง  แต่เพื่อความบริสุทธิ์ใจและเพื่อบอกให้หญิงสาวประจำเคาน์เตอร์ทราบว่าตนมาทำอะไรที่นี่  เซฮุนจึงจำเป็นต้องทำไปตามระเบียบที่ทางคอนโดฯเคยแจ้ง  และเมื่อลิฟท์พามาส่งถึงชั้นที่สิบเอ็ด  พนักงานทำความสะอาดคนใหม่ก็รีบเปิดประตูห้องเข้าไปด้านในและเริ่มลงมือทำงานของตัวเองทันที

 

ส่วนเงื่อนไข...หรือคำสั่งในการทำงานก็ไม่มีอะไรให้น่าหนักใจเพราะเจ้าห้องบอกเพียงแค่ว่า  อยากทำก็ทำ  เหนื่อยก็นอนและทำเท่าที่จะไหว 

 

            วันแรกที่เข้ามาที่นี่...เซฮุนยังไม่ได้เดินสำรวจอะไรมากนักเพราะมัวแต่ถูกรักแกจนหมดแรง  และห้องที่เริ่มทำความสะอาดเป็นห้องแรกก็คือห้องนอน  มือบางเริ่มจากเก็บที่นอนให้เข้าที่  เนื่องจากผ้าห่มกับหมอนมันกองรวมกันเละเทะเต็มไปหมด  จากนั้นจัดการดูดฝุ่น  เช็ดโต๊ะและทำความสะอาดห้องน้ำไปเรื่อยอย่างรู้สึกสบายใจ   ดี...ที่คนเป็นเจ้าของห้องออกไปทำงานแต่เช้า  ไม่อย่างนั้น...เขาคงทำงานไม่เป็นสุขแน่ๆ  แต่!!...คนเอาแต่ใจก็ยังเอาแต่ใจอยู่วันยังค่ำเพราะก่อนที่การประชุมจะเริ่ม  จงอินก็ได้โทรมาสั่งให้เขาอยู่รอและห้ามมีข้ออ้างอะไรทั้งนั้น

 

 

            เมื่อทำความสะอาดห้องนอนเสร็จแล้ว..เซฮุนก็ย้ายอุปกรณ์ในการทำงาน  ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดูดฝุ่น  ไม้ปัดขนไก่  ผ้าขี้ริ้ว  เข้ามาทำความสะอาดยังห้องทำงานต่อทันที  บนโต๊ะไม้ตัวใหญ่มีกองเอกสารวางอยู่มากมาย  และยังมีหนังสืออ่านเล่นวางรวมอยู่ปะปนกันไปหมด  แต่...มีอยู่สิ่งหนึ่งที่ทำให้เซฮุนไม่อาจละสายตาไปได้นั่นก็คือรูปของผู้หญิงคนนั้น  เขาจำได้ว่าคนรูปเป็นคนคนเดียวกับที่อยู่ในห้องทำงานของจงอินที่โรงแรม  และรูปนี้ก็มีความแตกต่างกันตรงที่...ผมของเธอจะสั้นกว่า  แต่สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนไปเลยก็คือรอยยิ้มที่ประดับอยู่บนใบหน้านวลเพราะมันเป็นรอยยิ้มที่แสนสดใสและมีเสน่ห์มากจริงๆ

 

 

            ตาเรียวคู่สวย...จ้องมองรูปนั้นอยู่นานและเริ่มสงสัยว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใครมีความสำคัญเช่นไรกับเจ้าของห้องเพราะรูปของเธอได้ถูกวางอยู่ที่นี่และที่โรงแรม  แถมยังมีดอกกุหลาบสีขาวที่เริ่มร่วงโรยจัดอยู่ในแจกันแก้วทรงสูงเหมือนกันไม่มีผิด  คนคิดมาก...จำเป็นต้องละความสนใจจากรูปที่ตัวเองสงสัยและเริ่มทำความสะอาดอีกครั้งโดยที่ยังคงคิดถึงเรื่องของผู้หญิงคนนี้ไปด้วย  และสิ่งที่หน้าแปลกใจก็คือ...ไม่ว่าจะเป็นห้องนอนหรือห้องทำงาน  ทั้งที่คอนโดฯแห่งนี้หรือที่โรงแรมก็ไม่เคยเห็นรูปครอบครัวของจงอินวางอยู่สักรูปนอกจาก...รูปของผู้หญิงคนนี้เพียงคนเดียว??

 

            “เฮ้อออ!!

 

            ความน้อยใจ...เกิดขึ้นภายในส่วนลึกของความรู้สึกและทำได้เพียงแค่ถอนหายใจทิ้ง  แถมยังพาให้ฟุ้งซ่านเพราะสถานะที่ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไรสำหรับเจ้าของโรงแรมมันทำให้เซฮุนไม่สามารถแสดงความหึงหวงหรือมีท่าทีไม่พอใจอะไรได้เลย  แต่...จะให้โทษใครสักคนก็คงต้องโทษตัวเองที่ยอมเผลอไผลไปกับสิ่งที่คนมากประสบการณ์มอบให้  ทั้งรสจูบที่ยากจะลืมเลือน  อ้อมกอดที่อบอุ่นและความช่วยเหลือในด้านการงาน  เซฮุนรู้สึกเหมือนเป็นคนโง่ที่ยอมโดนรังแกเพราะแค่คิดว่าตัวเองคือคนสำคัญ

 

แต่...การกระทำบางอย่างที่ได้รับมันก็ไม่สามารถคิดไปเป็นอื่นได้จริงๆ

 

            และเพื่อดับความฟุ่งซ่านของตัวเอง...เซฮุนก็รีบเดินเข้ามาในห้องครัวต่อทันทีเมื่อทำความสะอาดห้องทำงานเสร็จ  ห้องนี้ดูจะไม่ต้องทำอะไรมากเพราะมันเหมือนไม่เคยถูกใช้งาน  มือบางที่เปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่น  เปิดตู้เย็นออกเพื่อหาน้ำดื่มทานอย่างถือวิสาสะและในตู้เย็นก็ไม่มีของกินอะไรมากนักนอกจากน้ำเปล่าไม่กี่ขวด  อาหารแช่แข็งและเบียร์อีกหนึ่งแพ็ค  เซฮุนเดินดูห้องครัวไปรอบๆและปัดฝุ่นออกเพียงเล็กน้อยเท่านั้นก็ถือว่าเป็นอันเสร็จ   การทำความสะอาดห้องพักที่หรูหราใหญ่โตมันสูบแรงของเซฮุนไปมากจริงๆ  แต่พอนั่งพักได้สักครู่...ก็เริ่มลงทำความสะอาดห้องนั่งเล่นจนสะอาดเรียบร้อย  แล้วนำผ้าที่อยู่ในตะกร้าลงไปส่งที่ร้านซักรีดด้านล่างคอนโดฯอย่างรู้หน้าที่

 

 

            แต่วันนี้...พนักงานทำความสะอาดคนใหม่  ก็คล้ายว่าจะทำเกินหน้าไปเล็กน้อยเพราะเมื่อเห็นดอกกุหลาบสีขาวในห้องทำงานเริ่มร่วงโรย  เซฮุนก็รีบนำแจกันไปล่างก่อนเดินออกมาจากคอนโดฯเพื่อไปที่ร้านดอกไม้  เจ้าตัวยังคงรักการจัดดอกไม้ไม่ว่าจะอยู่ไหน  แค่ได้จับ  ได้สูดกลิ่นหอมๆและได้ทำให้ความสวยงามมันกลับคืนสู่ห้องทำงานอีกครั้งก็ทำให้รู้สึกมีความสุข  และหวังว่า...หญิงสาวที่อยู่ในรูปหรือเจ้าของห้องจะไม่โกธเคือง  เซฮุนทำหน้าที่ของตัวเองครบแล้วพร้อมกับล้างหน้าล้างตาและเช็ดตัวเพื่อล้างคราบฝุ่นจากการทำงานออกจากร่างกายก่อนจะกลับที่พัก  แต่...ก็ยังกลับไมได้ในตอนนี้เพราะจงอินสั่งให้รอ

 

และความนุ่ม...ของโซฟาในห้องนั่งเล่นบวกกับความเหนื่อยล้าที่ได้รับจากการทำงานก็พาให้คนอ่อนแรงหลับลงได้อย่างง่ายดาย 

 

 

...

 

 

...

 

 

...

 

 

16.40 น.

 

แกร๊กก!!

 

            เสียงเปิดประตู...ที่มาพร้อมกับร่างสมส่วนในสูทสีเทาเดินเข้ามาในห้องอย่างคนรีบร้อน  และวันนี้ก็คงเป็นวันแรกที่เขากลับมาถึงคอนโดฯเร็วที่สุด  พนักงานทำความสะอาดคนใหม่ได้ทำตามคำสั่งของตัวเองหรือไม่?  แล้วทำไมห้องถึงเงียบแบบนี้และความเงียบก็พาลให้รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาทันทีเพราะคิดว่าคนต้นเหตุที่ทำให้เขาเลิกงานเร็วกลับอพาร์ทเม้นท์ไปแล้ว  มือหนาถอดเสื้อสูทออกด้วยโมโห  แล้วรีบเดินเข้าไปหาคนที่ตัวเองอยากเจอที่ห้องนอนแต่ก็ไม่พบ  ในห้องน้ำก็ไม่มี  ห้องทำงานก็ไม่ใช่และจากความโมโหก็เริ่มเปลี่ยนไปเป็นความโกรธเคือง 

 

แต่...พอเดินเข้ามาถึงห้องนั่งเล่น  อารมณ์ขุ่นมัวต่างๆก็หายเป็นปลิดทิ้งเมื่อเห็นพนักงานทำความสะอาดนอหลับคุดคู้อยู่บนโซฟา

 

ฟอดดดดด!!!!

 

                ชื่นใจหายเหนื่อย...เพราะการได้รับความหอมจากแก้มนิ่มมันเหมือนเป็นการชาร์ตพลังให้กลับมาเต็มอีกครั้ง  จากที่ล้าจากการประชุม  จากที่เมื่อยกับการเดินตรวจนั่นตรวจนี่ภายในโรงแรมและจากที่คิดไปเองว่าคนตรงหน้ากล้าขัดคำสั่งของเขาอีกแล้วก็กลับกลายเป็นว่าต้องมานั่งยิ้มเหมือนคนบ้าอยู่ในตอนนี้  ส่วนคนถูกหอมแก้มก็เริ่มรู้สึกตัวเมื่อโดนรบกวนพร้อมพยายามปรับสายตาเพื่อให้เห็นอะไรได้ชัดขึ้น  และความชัดก็คือเจ้าของใบหน้าคมเข้มที่พาให้เซฮุนยิ้มจนแก้มปริ

 

และยิ้มหวานๆแบบนั้น...ก็ทำให้จงอินรู้สึกมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก

 

 

            เหนื่อยเหรอครับเซฮุน...แล้วทำไมไม่เข้าไปนอนในห้องล่ะครับ?”

 

            “เหนื่อยนิดหน่อยครับ  ก็เลยเผลอหลับไป  พี่จงอินมานานหรือยังครับ?”

 

            “พี่เพิ่งกลับมาครับ  ถ้าเซฮุนง่วงก็ไปนอนต่อที่ห้องได้นะ...เดี๋ยวค่ำๆพี่ปลุกมาทานข้าว

 

            “ไม่ง่วงแล้วครับ  ว่าแต่...พี่จงอินให้เซฮุนรอทำไมเหรอครับ??  มีอะไรจะคุยกับเซฮุนหรือเปล่า?”

 

            “พี่จะพาเซฮุนออกไปทานมื้อเย็นข้างนอก  เซฮุนไปกับพี่นะครับ

 

            “ไม่ไปได้ไหมครับ....เซฮุนเกรงใจ  พี่จงอินจะได้พักผ่อนด้วย

 

            “ไม่ได้ครับ...เซฮุนต้องไปกับพี่  ห้ามดื้อเด็ดขาด!!  นี่คือคำสั่ง!!

 

...

 

 

...

 

 

...

 

 

ห้างสรรพสินค้า XXX

 

            ไม่เคยขัดคำสั่งได้เลยสักครั้ง...เซฮุนจึงจำเป็นต้องเดินทางมาที่ห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ด้วยสภาพการแต่งกายที่ไม่ค่อยเหมาะสมสักเท่าไหร่  และถึงแม้คนอย่างเจ้าของโรงแรมจะเลือกสถานที่ที่ดูเป็นกลางๆ  ไม่หรู  ไม่อลังการมากเกินไปนัก  แต่ที่นี่...ก็ถือว่าเป็นแหล่งช็อปปิ้งของคนมีเงินอยู่ดี  เพราะมีแต่ร้านที่เต็มไปด้วยการขายของแบรนเนม  และของกินของใช้ต่างๆก็นำเข้ามาจากต่างประเทศทั้งนั้น  ตอนนี้...ทั้งจงอินและเซฮุนต่างก็เดินเลือกร้านอาหารอยู่พักใหญ่  แล้วตัดสินใจเลือกร้านอาหารร้านหนึ่งที่เมื่อเข้ามาด้านในก็มีแต่ชาวต่างชาติทั้งนั้น

 

 

                เมื่อได้ที่นั่งเรียบร้อย...พร้อมกับพนักงานยื่นเมนูมาให้  คนทั้งคู่ก็สั่งอาหารมาทาน 3-4 อย่าง  และสักพักอาหารก็มาเสิร์ฟถึงโต๊ะได้อย่างรวดเร็ว  แต่พอจะลงมือทาน...กลับมีเสียงโวยวายจากโต๊ะที่อยู่ถัดไปดังขึ้นรบกวนลูกค้าอย่างเขารวมถึงลูกค้าทุกคนที่อยู่ในร้าน  เหมือนจะมีความไม่เข้าใจในการสื่อสารระหว่างพนักงานกับลูกค้าที่โต๊ะนั้น  และก็เป็นเซฮุน...ที่ต้องลุกขึ้นไปช่วยพูดเพื่อให้ทั้งสองฝ่ายเข้าใจกันมากขึ้น  เพราะรู้สึกทนไม่ไหวกับประโยคที่ได้ยินการสนทนาแบบที่ต่างคนต่างก็พูดคนละภาษาจนไม่สามารถหาข้อยุติได้  และเมื่อเคลียร์ปัญหาของคนอื่นจบลง  เซฮุนก็กลับมานั่งทานอาหารที่โต๊ะของตัวเองตามเดิม

 

            “ไปทำอะไรมาครับเซฮุน  ไม่ใช่เรื่องของเราสักหน่อย

 

            “ก็เซฮุนสงสารหนิครับ  คนมองกันเต็มร้านเลย

 

            “แล้วไปคุยอะไรกับมา...

 

            “ก็แค่พูดให้พวกเขาเข้าใจกันน่ะครับ  เพราะลูกค้าคนนั้นฟังพนักงานเสิร์ฟไม่เข้าใจ  เซฮุนก็เลยไปช่วยพูด

 

            “แล้วเซฮุนพูดภาษาพวกเขาได้ด้วยเหรอ??”

 

            “เซฮุนจบด้านภาษาต่างประเทศมานะครับ  ทำไมจะพูดไม่ได้ล่ะ

 

            “แล้วตกลง...เซฮุนพูดได้กี่ภาษากันแน่?”

 

            “4 ภาษาครับ จีน  ญี่ปุ่น  อังกฤษ  ส่วนฝรั่งเศสก็พูดได้...แต่ไม่ค่อยคล่องเท่าไหร่

 

            “ว้าววว...เก่งจัง  งั้นเซฮุนสนใจงานพิเศษอีกสักงานไหม??”

 

            “งานอะไรเหรอครับ??”

 

            “แปลเอกสารของลูกค้าจากต่างประเทศ  มันเป็นเมลของพี่เอง  ไม่ได้เป็นความลับอะไร

 

            “อ้าว...แล้วทำไมไม่ให้พี่เลขาทำล่ะครับ?”

 

            “ก็นี่มันงานของพี่เองครับ...ไม่เกี่ยวกับของเลขาสักหน่อย  พี่อยากให้เซฮุนทำ  เดี๋ยวพี่ให้ค่าจ้างเพิ่ม...ตกลงไหม??”

 

 

            บอกแล้ว...ว่าอะไรที่ทำให้เราได้อยู่ใกล้กันจงอินก็จะสรรหามาทุกวิธีและวิธีนี้ก็ได้ผลเสียด้วย  ยิ่งคนที่อยากไปตามความฝัน  อยากเก็บเงิน  อยากทำอะไรอีกหลายๆอย่างแบบโอเซฮุนก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึง  เจ้าตัวรีบพยักหน้าเป็นคำตอบโดยที่ไม่ต้องถามอะไรให้มากความเพราะเมื่อมีงานก็มีเงิน  และเมื่อมีเงิน...ความฝันที่วาดไว้ก็คงใกล้แค่เอื้อม  เหนื่อยแค่ไหนก็จะสู้  ยากแค่ไหนก็จะพยายาม  เซฮุนคนนี้ขอสู้ตายเพื่ออนาคตที่ดีในวันข้างหน้า

 

            “อิ่มไหมครับเซฮุน”

 

            “อิ่มครับ...อิ่มมากๆแล้วก็อร่อยมากด้วย”

 

            “แล้วพี่จะพามาบ่อยนะครับ”

 

            หลังจากทานอาหารเสร็จเรียบร้อย...คนทั้งคู่ก็เดินเลือกของกินของใช้ไปเรื่อยๆจนสักพักเซฮุนก็ขออนุญาตคนข้างกายไปที่ร้านหนังสือเพราะอยากรู้ว่าหนังสือที่ตัวเองหมายตาเอาไว้มันวางขายแล้วหรือยัง  ส่วนจงอินก็ขอแยกตัวไปเข้าห้องน้ำเพื่อทำธุระส่วนตัว

 

 

            เมื่อได้อยู่ห่างกันสักพัก...มันก็ทำให้เซฮุนรู้สึกว่าตัวเองได้มีเวลาหายใจบ้างเพราะตลอดทางของการเดินอยู่ให้ห้างสรรพสินค้าแห่งนี้  เขาก็ถูกคนเป็นเจ้าของโรงแรมทั้งโอบเอว  ทั้งจับมือและไม่ปล่อยให้ห่างกายเลยสักครั้ง  แถมยิ่งเบี่ยงตัวหลบ...ก็ยิ่งโดนกอดแน่นขึ้นไปอีก  เซฮุนไม่ได้รู้สึกรังเกียจที่ถูกทำแบบนั้น  แต่มันรู้สึกเกร็งมากกว่าเพราะสายตาคนอื่นมันทำให้รู้สึกอึดอัดอยู่พอสมควร

 

 

            และเมื่อมาถึงร้านหนังสือ...เซฮุนก็ตรงไปยังหมวดที่เกี่ยวกับพวกการจัดสวนและการปลูกต้นไม้ทันที  ตาเรียวคู่สวยพยายามมองหาหนังสือที่ตัวเองอยากได้  แต่หาเท่าไหร่...ก็ยังหาไม่เจอสักที  เจ้าตัวจึงหยิบหนังสือที่ดูน่าสนใจอีกเล่มออกมาเปิดดูไปพลางๆแล้วเริ่มต้นหาหนังสือที่ชื่อ Flower arranging (THE  AMERICAN  WAY) ใหม่อีกครั้ง  และเมื่อมองไปยังชั้นวางหนังสือที่อยู่ทางด้านซ้ายถัดออกไปจากที่ที่ตัวเองยืนอยู่เล็กน้อยก็เจอสิ่งที่ต้องการวางอยู่เล่มเดียวเท่านั้น  แถมยังวางอยู่ด้านบนสุดและน่าจะหยิบถึงเพราะตัวของเขาก็สูงมากพอ  แต่.....

 

 

ปึ่กกก!!!

 

                ความสูง...ก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเมื่อขาทั้งสองข้างที่เขย่งจนสุดปลายเท้าพร้อมกับเอื้อมมือไปหยิบหนังสือเล่มนั่นแล้วมีคนเดินมาชนด้วยความแรง  นั่นจึงเป็นเหตุให้เสียการทรงตัวจนเกือบล้มลงไปนอนอยู่บนพื้นกระเบื้องแข็งๆ  และก็ถือเป็นความโชคดีที่ไม่ได้รับบาดเจ็บเพราะได้มือชายแปลกหน้าเข้ามาช่วยประคองตัวเอาไว้ได้ทัน

 

            “เจ็บตรงไหนหรือเปล่าครับ

 

            “ไม่เจ็บครับ  ขอบคุณมากนะครับที่ชะ...ช่วย โอ๊ยย!!

 

           กำลังเอ่ยขอบคุณผู้ที่เข้ามาช่วยเหลือ...แต่กลับถูกคนที่ขอตัวไปเข้าห้องน้ำกระชากแขนแล้วดึงให้เข้ามาอยู่ในอ้อมด้วยแรงที่มากจนทำให้เจ็บร้าวไปทั้งข้อมือ  และตอนนี้...สายตาคมที่เซฮุนเคยเห็นว่ามันทั้งเจ้าเล่ห์และอบอุ่นในเวลาเดียวกันกลับดูน่ากลัวอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน  ส่วนชายแปลกหน้าที่เข้ามาช่วยเหลือตัวเองเอาไว้ก็เหมือนไม่ได้กลัวต่อสายตาแบบนั้นเลยแม้แต่น้อย  แถมยังส่งยิ้มมาให้เหมือนเป็นเชิงท้าทายคนอย่างคิมจงอิน  และ.....

 

            “อย่ามายุ่งกับคนของกู!!!  มึงมาทางไหนก็กลับไปทางนั้น!!”

 

            “เอ่ออ...พี่จงอินใจเย็นๆก่อนครับ  คุณคนนี้เขาแค่มาช่วยเซฮุนไว้ฉะ...เฉย

 

            “เงียบบ!!!!”

 

            “.....!!!!!!??”  

 

            พยายามจะอธิบาย...เพราะไม่อยากให้จงอินโมโหหรือไปมีเรื่องกับใคร  แต่กลับถูกตะคอกจนสะดุ้งสุดตัวและไม่กล้าเอ่ยอะไรออกมาอีกเลย  แล้วบรรยากาศในร้านหนังสือตอนนี้ก็เริ่มมีคนมองมากขึ้นเนื่องจากเสียงตะคอกมันดังมากจริงๆ  เซฮุนรู้สึกกลัวจนแทบกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่  มันทั้งเสียใจ  อายและไม่อยากให้เจ้าของอ้อมกอดโมโหแบบนี้ 

 

            “อย่ามายุ่งกับคนของกูอีก!!!

 

           เซฮุน...ถูกดึงตัวออกมาจากห้างสรรพสินค้าจนถึงลานจอดรถ  และด้วยความเจ็บที่อดทนมาตั้งแต่ตอนอยู่ที่ร้านหนังสือก็พาให้ผู้ที่ถูกกระทำหมดแรงลงในทันที  เซฮุน...ไม่สามารถกลั้นน้ำตาเอาได้อีกแล้วเพราะไม่รู้ว่าจะจัดการกับเรื่องที่เกิดขึ้นได้เช่นไรนอกจากการร้องไห้

 

            “ฮึกกก!!  พี่จงอินหยุดเดินก่อนครับ...เซฮุนเจ็บ  ฮึกก!!!

 

            “ซะ...เซฮุน....”

 

            “เซฮุนเจ็บจริงๆนะ  ฮึกกก!!

 

            “พี่ขอโทษนะครับ...ขอโทษ  ขอโทษ  ชู่ววว...เซฮุนอย่างร้องไห้นะครับ

 

            เสียงสะอื้น...ของคนที่ตัวเองหวงนักหวงหนาก็ทำให้คนเจ้าอารมณ์หยุดฝีเท้าลงทันทีพร้อมกับดึงเซฮุนมากอดเอาไว้แนบอกและพูดขอโทษซ้ำๆอยู่อย่างนั้น  จงอินรู้ตัวดี...ว่าเวลาโมโหหรือไม่พอใจอะไรก็มักจะควบคุมตัวเองไม่ได้  และยิ่งเป็นเรื่องของเซฮุนด้วยแล้วก็ยิ่งควบคุมยากเข้าไปอีก  แถมผู้ชายคนนั้น...คนที่เคยทำให้เขาเจ็บปวด  คนที่เหมือนจะเป็นคู่แข่งกันในทุกเรื่องและเป็นคนที่ทำให้คมงอินคนนี้ไม่อยากเปิดรับใครเข้ามาในชีวิต

 

และผู้ชายคนนั้น...ก็อันตรายเกินไปสำหรับโอเซฮุน

     

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

 

 

 

 

100%

แก้ไขเมื่อวันที่ 02/09/60

ขออภัยที่แก้ไขช้านะคะ  และอาจช้ากว่านี้อีก...เพราะเราแต่งฟิคไม่ค่อยเก่ง

มันเป็นฟิคเรื่องแรกที่เราอยากลองแต่งดูสักครั้ง  มันก็เลยมีความติดขัดอยู่บ้าง  T^T  

ขอบคุณนักอ่านที่ยังคงติดตามกันอยู่นะคะ  ขอบคุณกำลังใจดีๆ  ขอบคุณคอนเม้นท์ทุกประโยค

ติชมและทวงฟิคกันได้ที่  Twitter : @Mokara16  หรือในเด็กดีก็ได้นะคะ

แล้วจะเข้ามาตรวจคำผิดเรื่อยๆคะ

รัก 

#ดอกไม้ของเจ้านาย

 


TB
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 67 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

712 ความคิดเห็น

  1. #556 /tl26&? (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 20:29
    จงอินแกต้องใจเย็นๆ หน่อยนา เดี๋ยวน้องฮุนจะทนไม่ไหวเอา ,__, ส่วนคู่ชานแบคนี่ไม่ห่วงเลย เอ็นดูจะแย่แล้ว555555
    #556
    0
  2. #516 btoey44 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:33
    จงอินใจเย็นๆบ้างจ้า เซฮุนตกใจหมดแล้ว
    #516
    0
  3. #468 อิเน่เมียไค. (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2560 / 09:42
    แต่งซะจะได้ช่วยกันทำงาน 55555 แต่จงอินใจร้อนไปหน่อยอ่ะ ดูแลน้องเหมือนจะดีแต่ก็ทำร้ายน้อง
    #468
    0
  4. #459 Pinkdao (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 กันยายน 2560 / 22:47
    จงอินใจร้อนตลอดดด. สู้ๆนะคะ ไรท์
    #459
    0
  5. #458 Jammie-Lee (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 กันยายน 2560 / 20:51
    ชานแบคเป็นแฟนกันแบบกระทันหัน ฮ่าๆๆๆๆ // จงอินนี่ก็...ใจเย็นๆ หน่อยสิๆๆๆ
    #458
    0
  6. #414 spong.ka (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 20:40
    คู่ชานแบคเค้าน่ารักนิ
    #414
    0
  7. #359 NookNH94 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 08:55
    ชานยอลอ่าาา ง้อน้องแบ้กเลยนะ
    #359
    0
  8. #190 มักเน่ไลน์94 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2559 / 17:56
    พี่จงอินใจเย็นๆนะฮืออออออกลัวว่าโมโหมากทำอะไรโดยไม่คิดบ่อยๆกลัวน้องจะหนีหายอะแงงงง
    #190
    0
  9. #160 ทับบี้คัสตาร์ด (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2559 / 23:04
    แบคหนีไปมีแฟนก่อนเฉยเลยนะ555 พี่จงอินก็ขี้หึงจังเลย ยังไงก็ฟังน้องบ้างนะ
    #160
    0
  10. #126 Kannika Tankam (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2559 / 21:20
    เออ น้องแบคเปนอย่างที่น้องฮุนบอกจริงๆ ย้ำนักย้ำหนาไม่ให้ฮุนมีแฟน ตัวเองหนีไปมีก่อนซะงั้น55
    #126
    0
  11. #101 ME3 KAEKY (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2559 / 17:15
    ขำแบค หนีเซฮุนไปมีแฟนก่อนซะงั้น5555
    #101
    0
  12. #47 anty (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 เมษายน 2559 / 01:31
    รอคะรอ ทั้งไคฮุน ทั้งชานแบคเลย
    #47
    1
    • #47-1 Mokara(จากตอนที่ 9)
      11 พฤษภาคม 2559 / 08:43
      ขอบคุณที่รอนะคะ จะพยายามมาอัพบ่อยๆ
      #47-1
  13. #46 Mind (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 เมษายน 2559 / 23:11
    ขี้หึงจังชอบอะ ไม่กินไก่วัดแต่กินลูกเจี๊ยบใช่ป่ะ คริคริ
    #46
    1
    • #46-1 Mokara(จากตอนที่ 9)
      11 พฤษภาคม 2559 / 14:51
      กินหัวกินหางกินกลางตลอดตัวเลยค่ะ :)
      #46-1
  14. #45 eve_popparazzi (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 เมษายน 2559 / 22:47
    อัลไลจงอินมาหึงมันใช่ไหม? จะรอดูว่าสมภารจริงไหม55
    #45
    0
  15. #44 KrisLu 'FT' (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 เมษายน 2559 / 21:49
    พี่ชาน อย่ามาเจ้าชู้ใส่น้องฮุนนะ น้องเป็นของพี่จงอินคนเดียววววว
    #44
    0
  16. #43 กลับมา ได้ไหม (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 เมษายน 2559 / 21:46
    หึงหรอค่ะจงอิน
    #43
    0
  17. #42 tomtam_dragon (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 เมษายน 2559 / 21:35
    จงอินหึง
    #42
    0