จบแล้ว(EXO) ดอกไม้ของเจ้านาย❀ (Kaihun Chanbaek Ft.Kris)

ตอนที่ 6 : ❀ 6

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,070
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 82 ครั้ง
    3 พ.ย. 62








ดอกไม้ดอกที่  6



 

 

โรงแรม  เชจู

 

 

            วิศวกรหนุ่มเดินทางมาถึงโรงแรมแต่เช้า...และตรงเข้าไปจัดการกับช่างที่ทำงานต่อเติมห้องพักทันทีเพราะแบบเดิมที่เคยแจ้งช่างเอาไว้มันยังไม่ได้รับการอนุมัติ  แต่ช่างกลับทำทุกอย่างโดยที่ไม่บอกอะไรเขาสักคำแถมยังหยุดงานไปเฉยๆเหมือนหนีความผิด  แทนที่งานจะเสร็จไปตามเป้าที่ตั้งไว้ก็กลับต้องล้าช้าออกไป  และพอถึงเขตของการก่อสร้าง...เขาก็รีบเข้าไปตรวจสอบในส่วนที่ต่อเติมผิดพร้อมทั้งคุยกับช่างจนเสร็จ  แต่จะให้เรียกว่าคุย...ก็คงไม่ใช่เพราะเมื่อเห็นสิ่งที่ช่างทำเอาไว้  ช่างทุกคนที่ทำงานอยู่แถวนั้นก็โดนด่าจนไม่กล้าทำงานกันต่อ  แถมช่างที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับงานที่ผิดพลาดก็พลอยโดนลูกหลงกันไปถ้วนหน้า

 

แต่สำหรับตัวการ...ที่ทำให้วิศวกรหนุ่มอารมณ์เสียก็โดนไล่ออกทันที 

 

            ส่วนห้องพักที่ต่อเติมผิดแบบด้วยเหตุที่ยังไม่รับการอนุมัติ  เขาก็จำเป็นต้องสั่งให้ช่างคนอื่นช่วยกันรื้อทุกอย่างออกให้หมดและยุติการก่อสร้างจนกว่าจะได้แบบที่ลงตัวกว่านี้  เพราะห้องพักทุกห้องที่กำลังต่อเติมใหม่ต้องรอให้เจ้าของโรงแรมรวมถึงผู้ถือหุ้นอนุมัติก่อนที่จะเริ่มการก่อสร้างทุกครั้ง  วิศวกรหนุ่มยอมรับ...ว่าเรื่องนี้ตัวเองก็มีส่วนผิดที่ไม่ได้แจ้งช่างเอาไว้เพราะส่วนที่กำลังเริ่มต่อเติมใหม่แบบมันจะไม่เหมือนกับโซนเดิมที่ต่อเติมเสร็จไปเมื่อเดือนที่แล้ว      

 

Rrrrrrrrr!!!!

 

                คุยงานกับช่างที่เขตการก่อสร้างเรียบร้อยก็เดินกลับเข้ามานั่งพักเพื่อสงบสติอารมณ์ของตัวเองในห้องทำงาน  แต่ยังไม่ทันได้เปิดประตูห้อ..เสียงของโทรศัพท์ก็ดังขึ้นเสียก่อน

    

             เออว่าไง...จงอิน?” 

 

            (กูอยู่สนามบินแล้วนะ...อีกหนึ่งชั่วโมงเจอกันที่โรงแรม)

 

            “เออๆ...แล้วเจอกัน

 

           

            หลังจากวางสาย...ชานยอลก็เปลี่ยนใจจากที่ตอนแรกจะเข้ามาพักในห้องทำงานแล้วลงลิฟท์มานั่งรอจงอินอยู่ที่ค๊อฟฟี่ช็อป  แต่!!...รอได้สักพักก็ไม่เห็นวี่แววว่าเพื่อนจะมาสักที  เจ้าตัวจึงตัดสินใจกดลิฟท์ขึ้นไปข้างบนอีกครั้ง  แต่ไม่ได้กลับไปที่ห้องทำงานของตัวเอง  เพราะเวลาเครียดๆแบบนี้เขาชอบไปหาความสบายใจที่ห้องทำงานของคุณอาจีซบมากกว่า

 

 

            ใช่ว่าอยากไปรบกวนเวลางานของท่าน...แต่ทุกครั้งที่เขารู้สึกไม่สบายใจหรือต้องการคำปรึกษาที่ดี  ชานยอลก็เลือกที่จะคุยกับจีซบทุกครั้งเพราะท่านเป็นคนคุยสนุก  แถมยังมีแง่คิดดีๆกลับมาให้เขาได้คิดตามอยู่เสมอ  และบางครั้งคุณอาก็ชอบชวนเขาแปลเอกสารง่ายๆเพื่อเป็นการฝึกภาษาไปในตัว  แต่อย่างภาษาญี่ปุ่น...ชานยอลขอยอมแพ้เพราะถึงแม้จะพอเข้าใจเวลาที่ต้องใช้เพื่อการสื่อสาร  แต่พอจะลองเขียนทีไรก็เล่นเอาถึงกับมึนหัวทุกที

 

แกร๊กกก!

 

          “......?!

 

            วิศวกรหนุ่ม...เปิดประตูเข้ามาด้านในแต่กลับไม่พบใครอยู่ในห้องเลยสักคน  เขาจึงตัดสินใจนั่งรอสักพักเพราะคิดว่าคุณอาอาจลงไปพบลูกค้าข้างล่าง  ขายาวในกางเกงยีนส์สีเข้มก้าวไปที่โต๊ะทำงานอีกตัวเพื่อหยิบหนังสือมาอ่านฆ่าเวลา  แต่...แทนที่จะเห็นหนังสือ  เขากลับพบใครคนหนึ่งนอนฟุบอยู่ที่โต๊ะ??  ผมสีน้ำตาลอ่อน  ผิวเนียนใส  นอนคว่ำหน้าโชว์ต้นคอขาวๆ  และเป็นเพราะเก้าอี้หนังตัวใหญ่ที่บดบังผู้ชายตัวเล็กๆตรงหน้า...ชานยอลจึงไม่ทันเห็นตั้งแต่ตอนแรก  

 

            “นี่คุณ...คุณ ตื่นได้แล้ว!!”  ใช้มือสัมผัสลงไปบนไหล่ของคนที่กำลังหลับสนิทเพื่อปลุกให้ตื่นก่อนที่จะมีใครมาเห็นจนอาจถูกตำหนิ

 

            “งือออ...ผมขออีก 5 นาทีนะฮะคุณพ่อ แค่ห้านาที”  คนขี้เซาพูดด้วยน้ำเสียงที่งัวเงียพร้อมยกมือชูห้านิ้วโดยที่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองด้วยซ้ำว่าคนที่เข้ามาปลุกตัวเองไม่ใช่คุณพ่อ

 

            “เป็นพนักงานใหม่แต่แอบมานอนที่นี่ระวังจะโดนไล่ออกนะ  รู้ไหมว่านี่ห้องใครละ...แล้ว!!?”  พูดยังไม่ทันจบประโยคก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นใบหน้าของคนที่นอนฟุบอยู่ที่โต๊ะทำงานเงยขึ้นมามอง  เพราะมันเป็นคนคนเดียวกับที่เดินชนตัวเองที่สนามบิน!!?

 

            “........!!!???”  ส่วนคนถูกปลุกก็รู้สึกตกใจจนพูดอะไรไม่ออกเพราะไม่คิดว่าจะได้เจอคนที่ทำให้ตัวเองโมโหมาตั้งแต่เมื่อคืนยืนอยู่ตรงหน้า

 

            “นี่นาย!!...มาอยู่ในห้องทำงานของคุณอาจีซบได้ยังไง?”  วิศวกรหนุ่มชี้หน้าเด็กปากจัดที่ด่าเขาเมื่อวันก่อนทันทีเมื่อเริ่มตั้งสติได้

 

            “นายนั้นแหละ...เข้ามาอยู่ในห้องนี้ได้ไง  ไอ้ยีราฟปากหมา!!!”  คนตัวเล็กปัดมือเจ้าของนิ้วที่กำลังยืนชี้หน้าตัวเองอยู่ออกอย่างโมโหและพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจ

 

            “ตื่นมาก็เห่าเลยนะ  เจ้าหมาแคระ”  ถือวิสาสะยื่นมือไปบีบปากแดงๆที่พูดฉอดๆใส่หน้าเขาอย่างไม่ยอมแพ้เพราะมันน่าหมั่นเขี้ยว

 

            “อื้ออ...หมาแคระบ้านแกน่ะสิ!!  ออกไปจากห้องนี้เลยนะ!”  ปัดมือใหญ่ๆที่บีบปากของตัวเองออกด้วยความโมโหอีกครั้ง  และถึงมันจะไม่ได้เจ็บอะไรมาก  แต่เขาก็ไม่ชอบให้คนแปลกหน้ามาโดนตัว

 

            “นี่...จะพูดกันดีๆบ้างไม่ได้เลยเหรอไง”  ชานยอลจำเป็นต้องการอย่าศึกในครั้งนี้เพราะอยากรู้ว่าเด็กตรงหน้าเป็นใครกันแน่?

 

            “จำเป็นต้องพูดดีด้วยเหรอ  นายเป็นใคร??  ทำไมต้องพูดดี!!”  ไม่ชอบหน้ามาตั้งแต่ตอนเกิดเรื่องที่สนามบิน  และตอนนี้ยังต้องมาเจอกันที่ห้องทำงานของคุณพ่ออีก  ความโมโหก็เลยยิ่งเพิ่มมากขึ้น

 

            “โอเคๆ...ผมขอโทษก็ได้  ตกลงไหม?  ขอโทษทุกอย่าง  ทั้งเรื่องที่สนามบิน  แล้วก็เรื่องเมื่อกี๊”  กล่าวขอโทษด้วยน้ำเสียงที่เป็นมิตรเพราะไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกันไปมากกว่านี้ 

 

            “ก็ได้...ยกโทษให้ก็ได้”  ปากก็บอกว่ายกโทษให้  แต่กิริยาที่ยืนหันหลังกอดอกอยู่ในตอนนี้มันช่างขัดแย้งกับคำพูดของตัวเองโดยสิ้นเชิง

 

            “ตกลงนายเป็นใคร??  แล้วมาอยู่ที่ห้องทำงานของคุณอาจีซบได้ยังไง?”   เริ่มถามคำถามด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ  เพราะยังไม่อยากหาเรื่องทะเลาะหรือถือสาหาความอะไรกับเด็กที่กำลังยืนหันหลังให้เขา ทั้งที่ในใจลึกๆก็นึกหมั่นไส้อยู่ไม่ใช่น้อย

 

                เป็นลูกของคุณจีซบ  มาทำงานเป็นพนักงานฝึกหัด  และอีกอย่างนะ...เราไม่ได้อู้งานด้วย  เราแค่พักสายตาเฉยๆ”   หันมาตอบคำถามด้วยประโยคยาวเหยียดโดยที่ไม่รู้เลยว่าสภาพตัวเองมันเป็นเช่นไร 

 

            “แล้วคุณอาไปไหน...?”  ปากบางสีสดเหมือนผลเชอร์รี่ที่พูดว่าไม่ได้อู้งานเมื่อครู่มันฟังไม่ขึ้นเลยสักนิด  เพราะคราบน้ำลายที่ติดอยู่ข้างแก้มคนขี้เซาและเศษของถ้วยเยลลี่ที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานมันทำให้ชานยอลอยากหัวเราะให้ดังลั่นห้อง

 

            “คุณพ่อออกไปพบลูกค้าข้างนอก...มีอะไรจะถามอีกไหม  ถ้าไม่มีก็เชิญออกไป  เรามีงานต้องทำ

 

Rrrrrrrrrr!!!!!

 

                ยากจะอยู่เถียงกับลูกชายของคุณอาต่ออีกสักหน่อย  เพราะเริ่มรู้สึกสนุกกับการได้ต่อปากต่อคำกับเด็กตรงหน้า  แต่เสียงโทรศัพท์...ที่ออยู่ในกระเป๋ากางเกงกลับดังขึ้นมาเสียก่อน  และมันก็เหมือนเป็นเสียงระฆังที่กรรมการตีเพื่อยุติการชกของมวยคู่เอก

 

             ชานยอล...กูถึงโรงแรมแล้วนะ  กูรออยู่ที่ห้องอาหารไทย” 

 

            (เออๆ เดี๋ยวกูตามไป)

 

           วางสายจากเพื่อนซี้...ก็คิดว่าจะหันไปกล่าวลาหมาแคระตัวน้อยของตัวเองสักหน่อย  แต่สิ่งที่เห็นกลับกลายเป็นว่าลูกชายของคุณอากำลังวุ่นอยู่กับเอกสารกองโตที่วางอยู่บนโต๊ะ  และกิริยาท่าทางที่ดูจริงจังและตั้งใจทำงานมันก็ทำให้คนแอบมองอย่างเขารู้สึกแปลกใจจนอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้เพราะมันช่างแตกต่างไปจากตอนที่พวกเขาเถียงกันเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา

 

                ไปก่อนนะเจ้าหมาแคระ  เดี๋ยวจะกลับมาเล่นด้วยใหม่”  อดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปยีผมของลูกชายคุณอาเพราะรู้สึกมันเขี้ยวอย่างบอกไม่ถูก

 

            “ไอ้ยีราฟบ้า!!  จะไปไหนก็ไป...แล้วก็ไม่ต้องกลับมาอีกนะ”  พยายามจะปัดมือใหญ่ๆออกจากศีรษะของตัวเองแต่ก็ไม่ทัน  เพราะเหมือนเจ้าของมือจะรู้ว่าเขากำลังคิดอะไร 

 

            “บ๊าย...บาย  ไปละน้าาา  จุ๊บๆ”  ยิ่งปากแดงๆเอ่ยมากเท่าไหร่  มันกลับยิ่งเพิ่มความมันเขี้ยวให้คนขี้แกล้งมากขึ้นเท่านั้น  วิศวกรหนุ่มจึงอยากยั่วโมโหก่อนที่จะออกไปจากห้องนี้โดยการใช้ปากสัมผัสลงไปที่ปลายนิ้วชี้และนิ้วกลางของตัวเอง  แล้วรีบเตะลงไปที่ปากแดงๆของเด็กตรงหน้าด้วยความรวดเร็ว  ซึ่งมันก็ได้ผล...เพราะใบหน้าน่ารักที่กำลังง่วนอยู่กับเอกสารกองโตก็หันมามองพร้อมกับคำด่าอีกชุดใหญ่

 

            “ไอ้บ้าาาา...ไอ้ยีราฟบ้า  ไอ้คนนิสัยเสีย!!@#$%^&*)_+<%$?!@#$%:&!!!!!!!”

 

...

 

 

...

 

 

...

 

 

            ส่วนจงอิน...เมื่อเดินทางมาถึงโรงแรมสาขาเชจูก็ตรงไปหาอะไรทานที่ห้องอาหารไทยก่อนเป็นอันดับแรกเพราะรู้สึกหิว  เคลียร์งานที่โซลเรียบร้อยก็รีบบินมาที่นี่ทันทีและยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยสักอย่าง  เอกสารที่โซลเยอะมากและมากจนเกือบทำให้เขาตกเครื่องเพราะกว่าจะจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้นก็เสียเวลามากอยู่พอสมควร  เจ้าของโรงแรมสั่งอาหารมา  2-3 อย่าและระหว่างรออาหารมาเสิร์ฟก็เช็ค เมลไปเรื่อยๆ  แล้วสักพัก...เพื่อนตัวโย่งก็เดินเข้ามาที่ห้องอาหารไทยด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม 

 

และ...ท่าทางแบบนั้นก็ทำให้จงอินเดาได้ไม่ยากว่าเพื่อนของตัวเองคงไปตกหลุมรักใครมาอีกแน่ๆ?? 

 

            “จะกินอะไรก็สั่งเพิ่มเลยนะ  กูสั่งไปสองสามอย่างแล้ว

 

            “กูเพิ่งกินไปเอง  มึงแดกไปเหอะ

 

            “เป็นบ้าอะไร  ยิ้มอยู่ได้

 

            “กูไปเล่นกับหมามา...หมาตัวเล็กๆ  ดุไปหน่อย  แต่ก็น่ารักดี

 

            “หมาที่ไหนวะ?? โรงแรมกูห้ามเอาสัตว์เลี้ยงเข้ามานะมึง!!?”

 

             ♪♫ ♪♫...♪♫...♪♫ ”  

 

            “มึงนี่ท่าจะบ้า...เมื่อไหร่จะเลิกยิ้มสักทีวะ!!”

 

            “กูเพิ่งรู้...ว่าปากของหมาแม่งโคตรนิ่มเลยว่ะ  ผมก็นุ่มด้วย (:”

 

            “มึงบ้าจริงๆด้วย...หมาที่ไหนมีผมวะ?!!!”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 



 

 

 

 

 

 

 

Aster  Apartment

16.02 น.

 

แกร๊กก!!

 

 

                พนักงานจัดดอกไม้คนใหม่เพิ่งเลิกงาน...และรีบเดินทางกลับมาที่ห้องพักทันทีโดยไม่ได้แวะไปที่ร้านหนังเหมือนอย่างที่ชอบทำ  ตลอดทั้งวันของการทำงานจนถึงตอนนี้  ในหัวของเขาก็เอาแต่นึกถึงเรื่องของเจ้านาย  มันสับสนจนยากที่จะลบความคิดฟุ้งซ่านพวกนั้นออกไปจากหัวว่าสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างเขากับเจ้าของโรงแรมมันควรเรียกว่าอะไร  “เจ้านาย กับ  “ลูกจ้าง”   “พี่ชาย”   กับ  “น้องชาย  หรือแค่  “คนรู้จัก” 

 

 

            เซฮุนไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเองเพียงแค่การกระทำบางอย่างที่เกิดขึ้น  แต่การใช้ชีวิตอยู่ตัวคนเดียว หลังจากที่พ่อแม่เสียชีวิตไปหลายปีและมีแค่เพื่อนรักอย่างแบคฮยอนกับคุณลุงจีซบเท่านั้นที่คอยช่วยเหลือ  มันจึงทำให้เขาอดที่จะคิดมากไม่ได้เมื่อมีใครอีกคนมาคอยเป็นห่วง  และตอนนี้...การกระทำต่างๆของเจ้านายมันก็ได้สร้างความสับสนในใจให้กับคนที่เป็นพนักงานใหม่อย่างโอเซฮุน

 

 

                ความรู้สึก...มันย้อนแย้งไปมาระหว่างความจริงที่รู้อยู่เต็มอกว่าคงไม่มีทางเป็นไปในแบบอื่นได้นอกจากคำว่าลูกจ้างกับเจ้านาย  แต่ความอ่อนโยนที่ได้รับรวมถึงการถูกเรียกไปพบเมื่อวันก่อนมันทำให้เซฮุนเกิดคำถามขึ้นในใจว่าทุกๆการกระทำมันคืออะไรเจ้านายทำไปเพื่ออะไรหรือแค่อยากรับผิดชอบกับเรื่องที่เข้าใจผิด?????  และคำถามแบบนี้...ก็วิ่งวนซ้ำๆอยู่ในหัวตลอดเวลาจนเกือบทำงานพลาด

 

                เฮ้ออออ!!!

 

                ถอนหายใจ...ให้กับความเหนื่อยล้าทั้งหมดในวันนี้  และปลดสัมภาระต่างๆว่างไว้บนโต๊ะเขียนหนังสือแล้วเดินไปเปิดตู้เย็นเพื่อทำกับข้าวแบบง่ายๆก่อนที่ความฟุ้งซ่านจะทำให้ตัวเองเป็นบ้าไปเสียก่อน  มือบางหั่นวัตถุดิบต่างๆอย่างชำนาญเพราะทำอาหารทานเองเป็นประจำ  และจะออกไปหาอะไรทานข้างนอกก็ต่อเมื่อมีวันพิเศษเท่านั้นอย่างเช่นวันเกิดหรือไม่ก็วันสำคัญของเพื่อนๆที่มหาวิทยาลัย  พอทำมื้อเย็นเสร็จเรียบร้อย...เจ้าตัวก็ยกถาดไม้ที่มีจานข้าวผัดกับซุปกิมจิเดินไปที่หน้าทีวีทันที

 

            ทานข้าวไปด้วย...ดูละครไปด้วยจนอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะตัวเตี้ยๆเริ่มใกล้หมดจาน  แต่ก็ดูเหมือนว่าละครจะถูกเปิดทิ้งไว้เพื่อไม่ให้บรรยากาศภายในห้องมันเงียบเกินไปมากกว่า  เพราะตอนนี้คนที่ถือช้อนค้างไว้ในอากาศไม่ได้สนใจในสิ่งที่ตัวเองเปิดดูเลยสักนิด  เซฮุนกำลังคิดจะหางานพิเศษทำเพิ่มเติมหลังจากที่รู้ว่าตัวเองยังพอมีเวลาว่างเหลืออยู่บ้าง  เรียนจบแล้ว  งานประจำที่ทำอยู่ทุกวันก็มีวันหยุดให้หนึ่งวันและบางวันก็เลิกงานเร็ว

 

เมื่อคิดได้แบบนั้น...มือเรียวที่ถือช้อนค้างไว้เมื่อหลายนาทีก่อนก็รีบตักสิ่งที่เหลืออยู่ในจานเข้าปากอย่างรีบร้อนแล้วลุกขึ้นเก็บถ้วยชามทั้งหมดเข้าไปล้างในครัว

 

            ขาเรียว...ในกางเกงสแล็คสีดำเดินกลับมาที่โต๊ะเขียนหนังสืออีกครั้งเมื่อล้างจานและเก็บของในครัวเรียบร้อยและหยิบสัมภาระที่วางอยู่บนโต๊ะไปกองไว้ที่พื้น  โน๊ตบุ๊คถูกเปิดเพื่อค้นหางานที่ตัวเองต้องการ  ซึ่งเขาเคยคิดไว้ว่าจะหางานประเภททำความสะอาดบ้านหรือไม่ก็คอนโดฯอะไรทำนองนั้น  และทำแค่อาทิตย์ละ 2 วันก็พอ  เพราะเวลาว่างมันมีอยู่แค่นั้นจริงๆ  แต่งาน  part-time  ในแบบที่อยากได้dHค่อนข้างหายาก  เนื่องจากผู้ว่าจ้างส่วนใหญ่ก็มักต้องการคนที่ทำงานแบบเต็มเวลามากกว่า  และงานในลักษณะนี้เซฮุนก็เคยทำมาแล้วครั้งหนึ่ง  แต่ก็ทำได้ไม่นาน...เพราะชีวิตช่วงนั้นต้องเรียนหนักมาก  นั่นจึงทำให้ต้องหยุดทำงานพิเศษแทบทุกอย่างที่หาได้

 

            “เยสสส..!!!”  ร้องออกมาด้วยความดีใจเมื่อเห็นข้อความการรับสมัครงานอยู่ข้อความหนึ่ง  ซึ่งมันตรงกับความต้องการของเขามากที่สุด

 

-รับสมัครคนทำความสะอาดคอนโดฯ สามารถเลือกวันทำงานได้

เพศ ชาย-หญิง  อายุ20-40ปี  ไม่จำกัดวุฒิการศึกษา

สนใจส่งประวัติพร้อมรูปถ่ายมาที่  kim_88@gmail.com

หากทางเราพิจารณารับคุณเข้าทำงานแล้ว  เราจะส่ง E-mail ตอบกลับไป

พร้อมข้อมูลที่อยู่และแผนที่ที่คุณจะเข้ามาทำงาน-

 

 

            หลังจากเห็นข้อความนี้...เซฮุนก็รีบส่งประวัติของตัวเองพร้อมรูปถ่ายและส่งไปยังเมลตามที่ได้แจ้งไว้ทันที  แต่ก็ยังนั่งหางานที่อื่นต่อไปเรื่อยๆเพราะคิดว่าถ้างานที่เพิ่งส่งประวัติไปเมื่อครู่ไม่ติดต่อกลับมา  ตัวเขาจะได้มีทางเลือกใหม่หรือมีงานอื่นมารองรับ  เซฮุนนั่งหาข้อมูลนั่นนี่จนลืมดูเวลาและตอนนี้มันเกือบจะสามทุ่มแล้ว  ซึ่งน้ำก็ยังไม่ได้อาบ  แถมพรุ่งนี้ต้องเข้างานรอบเช้าและอยู่ทำโอทียาวไปจนถึงเย็นเนื่องจากงานที่โรงแรมมีทั้งงานแต่งงานและงานสัมมนาเข้ามาพร้อมกัน  แต่ดี...ที่ดอกไม้ของงานสัมมนามันจัดเสร็จไปแล้วบางส่วน

 

Rrrrr!!!

 

Rrrrr!!!   

 

            กำลังปิดโน๊ตบุ๊ค...และลุกขึ้นไปอาบน้ำเพื่อเตรียมตัวเข้านอน  เพราะพรุ่งนี้ยังมีงานอีกมากให้ทำไปจนถึงเย็น  แล้วสิ่งที่ทำให้รู้สึกตื่นเต้นไม่หายก็คือการได้จัดดอกไม้ในงานแต่งงาน  เซฮุนอยากทำมานาน  แต่ก็ไม่มีโอกาสได้ทำเลยสักครั้ง  ชีวิตเคยทำงานอยู่แต่ในร้านดอกไม้เล็กๆและวันวันก็จัดแต่กระเช้าดอกไม้เยี่ยมไข้คนป่วยหรือไม่ก็ช่อบูเก้สำหรับวันสำคัญของลูกค้าเท่านั้น  แต่...ความรู้สึกตื่นเต้นที่ว่าก็ต้องหยุดลงชั่วคราวเมื่อเสียงของเครื่องมือสื่อสารในกระเป๋าเป้ดังขึ้น  และเบอร์ที่ขึ้นอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์ก็ทำให้ปากบางยิ้มออกมาอย่างห้ามไม่ได้...พร้อมรีบกดรับทันที

 

                สวัสดีครับคุณลุง

 

            (เมื่อไหร่จะเรียก ลุง ว่า  พ่อ  สักที  หื้มม?)

 

            “ก็เซฮุนเกรงใจหนิครับ  เซฮุนไม่กล้าเรียกคุณลุงแบบนั้นหรอก

 

            (เฮ้ออ...ช่างเถอะๆแล้วเซฮุนเป็นไงบ้างลูก  สบายดีไหม?)

 

            “สบายดีครับ  แต่เหงานิดหน่อย  แล้วแบคอยู่แถวนั้นไหมครับคุณลุง

 

            (รายนั้นหลับไปตั้งแต่หัวค่ำแล้ว  ถ้าเซฮุนเหงาก็มาหาแบคที่นี่สิ  เดี๋ยวลุงไปรับที่สนามบิน)

 

            “อยากไปเหมือนกันนะครับ  แต่งานยุ่งมากเลย  แล้วเซฮุนก็กำลังหางานทำเพิ่มด้วยครับ

 

            (พักผ่อนบ้างก็ดีนะลูก...ทำงานเยอะเกินไปเดี๋ยวก็ไม่สบายอีก)

 

            “เซฮุนจะดูแลตัวเองให้ดีครับ  คุณลุงไม่ต้องเป็นห่วงนะ

 

            (มีปัญหาอะไรก็รีบโทรมาบอกนะลูก  เซฮุนไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวนะรู้ไหม?)

 

            “ครับคุณลุง  ขอบคุณคุณลุงมากนะครับที่ช่วยเหลือเซฮุนมาตลอด  เซฮุนรักคุณลุงนะครับ

 

            วางสายด้วยความรู้สึกอบอุ่นใจ...เพราะถ้าไม่ได้ผู้มีพระคุณอย่างจีซบคอยช่วยเหลืออะไรหลายๆอย่างในชีวิต  เซฮุนก็ยังคงเรียนหนังสือไม่จบหรือไม่ก็...ไม่ได้งานทำเป็นหลักเป็นแหล่งเหมือนอย่างทุกวันนี้  และการที่ท่านให้ทั้งความรัก  ความเอ็นดู  รวมถึงความห่วงใยกับคนที่ไม่เหลือใครอย่างเขา  มันก็ทำให้เซฮุนไม่รู้จะตอบแทนบุญคุณชายสูงอายุคนนี้อย่างไรให้สมกับสิ่งต่างๆที่ตัวเองได้รับ  เงินทอง  การงาน  ทุกอย่างได้มาโดยที่เขาไม่เคยเอ่ยปากขอ  ท่านมอบให้ด้วยความเต็มใจและไม่เคยเห็นเขาเป็นเพียงเพื่อนของลูกชายเลยสักครั้ง

 

 

            เซฮุนรักจีซบเหมือนเป็นพ่อแท้ๆ...แต่ที่ไม่กล้าเรียกท่านว่าพ่อก็เพราะรู้สึกเกรงใจ  รวมถึงไม่อยากให้ลูกชายตัวจริงของท่านอย่างแบคฮยอนคิดมาก  การรับคนนอกเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวถือเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมากๆ  เซฮุนจึงไม่อยากให้ใครต้องมาคิดมากกับเรื่องของสถานะ  และเมื่อเสร็จสิ้นการสนทนา...คนที่ยังอยู่ในชุดนักศึกษาก็วางโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะเขียนหนังสือ  แล้วรีบเดินเข้าไปในห้องน้ำทันทีเพื่ออาบน้ำและเตรียมตัวเข้านอนเพราะพรุ่งนี้ต้องไปทำงานแต่เช้าพร้อมกับต้องอยู่ทำโอที            

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โรงแรม  เชจู 

22.42 น.

 

 

                หลังจากเดินดูงานที่เขตก่อสร้างกับเพื่อนตัวโย่งเรียบร้อย...เจ้าของโรงแรมก็ขอตัวขึ้นมาพักผ่อนที่ห้องทันทีเพราะรู้สึกเพลียและเหนื่อยกับงานที่เยอะมาตลอดทั้งสัปดาห์  โรงแรมสาขาเชจูไม่ได้มีห้องพักส่วนตัวแบบที่สาขาโซล  จงอินจะมาที่นี่แค่ตอนที่มีการประชุมสำคัญหรือมีงานที่ต้องมากะทันหันเหมือนอย่างวันนี้เท่านั้น  แต่ห้องพัก...ที่คนเป็นเจ้าของกำลังนอนเอนกายลงบนโซฟาตัวใหญ่อยู่ตอนนี้ก็ไม่ได้แตกต่าจากที่โซลมากนักเพราะมันเป็นห้องสำหรับแขกวีไอพีเท่านั้น 

 

 

            ส่วนเรื่องห้องพัก...ที่กำลังทำการต่อเติมและเกิดความผิดพลาดก็เป็นงานที่สร้างความปวดหัวให้กับเจ้าของโรงแรมเป็นอย่างมาก  เพราะแทนที่เขาจะได้เปิดให้บริการได้ตามเป้าที่วางเอาไว้ก็กลับต้องเสียเวลาในแก้ไขไปอีกเป็นเดือนๆ  และกว่าจะเปิดให้บริการได้อีกครั้งก็ทำเอาเสียรายได้ไปเป็นแสนเป็นล้าน  จงอินเข้าใจดี...ว่างานทุกอย่างมันสามารถเกิดความผิดพลาดกันได้  แต่สำหรับงานนี้มันไม่ใช่ความผิดพลาดที่จะให้อภัยกัน  เนื่องจากความเสียหายทั้งหมดมันมีมูลค่ามากจนไม่สามารถเรียกกลับคืนมาได้เท่ากับเวลาที่เสียไป

 

 

            เจ้าของแผ่นหลังกว้าง...ค่อยๆลุกจากโซฟาที่นอนเอนกายมาได้สักพัก  และเดินเข้ามาที่ห้องทำงานเพื่อจัดการกับเอกสารต่างๆก่อนที่พรุ่งนี้จะต้องออกไปดูงานอีกหลายที่  โน๊ตบุ๊คถูกเปิด  เอกสารเรื่องงบประมาณในโรงแรมสาขาอื่นๆก็ต้องรีบเคลียร์  อีเมลของลูกค้าจากต่างประเทศรวมถึงผู้ถือหุ้นก็ยังไม่ได้ตอบกลับ  จงอินจึงรู้สึกอยากจะแยกร่างได้เพราะตอนนี้มันเริ่มจะทำงานไม่ทันกับเวลาที่เดินอยู่ในแต่ละวัน

 

 

            เจ้าของโรงแรม...ลุกขึ้นบิดขี้เกียจหลังจากที่นั่งหลังคดหลังแข็งทำงานมานานนับชั่วโมง  และคิดว่าจะไปอาบน้ำให้มันรู้สึกสดชื่นมากกว่านี้แล้วค่อยกลับมานั่งทำงานต่อ  แต่!!!...เมื่อสายตาที่ยังไม่ได้ละจากหน้าจอของโน๊ตบุ๊คเห็นอีเมลฉบับหนึ่ง  และชื่อผู้ส่งมันก็ไม่คุ้นตาเลยสักนิดเพราะชื่อของลูกค้ามันคงไม่น่ารักเท่านี้???

 

            ผู้ส่ง : hunnie94@gmail.com 

 

            เจ้าของสายตาคมรีบเปิดอ่านทันที...และเมลฉบับนี้ก็ทำให้เขาหยุดยิ้มไม่ได้   เจ้าของโรงแรมไม่รู้ว่าจะเรียกเหตุการณ์แบบนี้ว่าอะไรดีระหว่าง  ความบังเอิญ หรือว่า โชคชะตา ???  จงอินคิดว่า...ขนาดเขามาทำงานไกลถึงที่เชจู  แต่พนักงานจัดดอกไม้ที่อยู่ในโรงแรมสาขาโซลก็ยังตามมากวนหัวใจกันถึงที่นี่  ปากหยักยกยิ้มแบบไม่รู้ตัวและเลื่อนอ่านประวัติทั้งหมดที่พนักงานคนใหม่ส่งมาให้เพื่อสมัครเป็นคนทำความสะอาดคอนโดฯของเขา  และตอนนี้...จงอินก็รู้สึกว่าตัวเองจะเป็นบ้าตามเพื่อนตัวโย่งมากขึ้นทุกทีเพราะในขณะที่กำลังนั่งอ่านอีเมลฉบับนี้  เขาก็เผลอยิ้มให้กับข้อความตรงหน้าไปแล้วไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง

 

 

            จงอิน...เคยลงประกาศรับสมัครคนทำความสะอาดคอนโดฯมาแล้วครั้งหนึ่งตามเว็ปหางานต่างๆและได้รับคนเข้ามาทำงานแล้วด้วยคนหนึ่ง  แต่ที่ต้องรับสมัครงานใหม่อีกครั้งเพราะคนทำความสะอาดคนเก่าขอลาคลอดและกลับไปเลี้ยงลูกที่ต่างจังหวัด  แล้วววว...คนทำความสะอาดคนใหม่ที่เขาเพิ่งส่งเมลตอบรับไปเมื่อครู่ก็ทำให้เจ้าของคอนโดฯยิ้มได้อีกครั้ง  อีกครั้งและอีกครั้ง

 

 

            คิมจงอินตั้งใจอ่านประวัติที่เซฮุนส่งมาให้อย่างละเอียด  แต่พออ่านจบ...ก็เริ่มเกิดความสงสัยเพราะช่องที่ต้องกรอกชื่อของคนในครอบครัวก็กรอกครบถ้วนดีทุกอย่าง  และเขียนเพิ่มเติมไว้ด้วยคำว่าเสียชีวิต  ส่วนช่องของข้อมูลบุคคลที่สามารถติดต่อได้เพื่อยืนยันความเป็นตัวตนของผู้สมัคร  กลับกรอกชื่อของหัวหน้าแผนกห้องดอกไม้อย่างฮีชอลลงไป...นั่นจึงทำให้คนเป็นเจ้าของโรงแรมอดที่จะสงสัยไม่ได้ว่าพนักงานคนใหม่ไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนเลยหรือ??

 

 

            ส่วนประวัติทางด้านการศึกษา...ก็เป็นอีกข้อมูลหนึ่งที่ทำให้จงอินอดสงสัยไม่ได้  ทำไมเซฮุนถึงเลือกที่จะมาจัดดอกไม้ในโรงแรมหรือแม้กระทั่งการสมัครงานมาเป็นคนทำความสะอาดคอนโดฯทั้งๆที่จบมาทางด้านภาษาต่างประเทศโดยตรง  แถมผลการเรียนก็ดีจนสามารถไปหางานที่ดูเหมาะสมกว่านี้ก็ได้  อย่างงงง...งานตามสถานทูตและตามสถานที่ราชการต่างๆ  แล้วจากที่ยิ้มไม่หุบอยู่ในตอนแรกก็เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นขมวดคิ้วเพราะไม่เข้าใจกับข้อมูลที่ได้อ่าน  ทุกๆอย่างมันดูขัดแย้งกับความเป็นจริงมากเกินไป  และ......

 

Rrrrrr!!!

 

Rrrrrr!!!

 

Rrrrrr!!!

 

            (เออ...มีไร  ดึกดื่นทำไมไม่หลับไม่นอนวะ!!!??)

 

            “พรุ่งนี้เช้ากูจะกลับโซลเลยนะ  ส่วนงานทางนี้มึงช่วยเคลียร์แทนกูด้วยละกัน

 

            (อ้าวว...เป็นไรป่าววะ??  เกิดอะไรขึ้น???)

 

            “พอดีมีงานด่วนที่สาขาโซล

 

            (เออๆ...งานทางนี้ไม่ต้องเป็นห่วง  เดี๋ยวกูจัดดการเอง)

 

            รีบโทรบอกเพื่อน...ว่าไม่สามารถอยู่ต่อได้ทั้งๆที่ก่อนหน้านั้นก็รับปากเอาไว้เป็นอย่างดีว่าจะมาช่วยจนกว่างานทุกอย่างจะเรียบร้อย  คนเป็นเจ้าของโรงแรมร้อนใจและอยากกลับไปถามความจริงจากปากของพนักงานคนใหม่ให้รู้เรื่องว่าทำไมถึงต้องทำงานแยะเยอะมากมายขนาดนี้  งานจัดดอกไม้ในโรงแรมก็ทำ  งานทำความสะอาดคอนโดฯก็ยังจะทำเพิ่ม...และถ้าเซฮุนได้งานทำความสะอาดที่เป็นบ้านหรือห้องพักของคนอื่นแล้วเกิดเรื่องอย่างว่าขึ้นมาอีกจะทำยังไงใครจะรับผิดชอบ??

 

 

            ความโมโห  ความสงสัย  ความเป็นห่วงและทุกๆความรู้สึกมันกำลังตีกันให้ยุ่งไปหมดเพราะคนสมัยนี้มันไว้ใจกันไม่ได้  และถ้าเซฮุนได้งานทำความสะอาดที่มีเจ้าของห้องพักเป็นผู้ชายนิสัยแน่ๆแล้วถูกมันทำร้ายจะทำยังไง??  เจ้าของโรงแรม...ตีอกชกหัว  หงุดหงิด  อารมณ์เสียกับการกระทำของผู้เป็นพนักงานจัดดอกไม้จนเหมือนจะเป็นบ้ามากขึ้นทุกที  และพยายามหาทางให้เซฮุนมาทำงานกับเขาให้เร็วที่สุด

 

 

            จงอินไม่ทราบจริงๆ...ว่าคนที่กำลังทำให้เขาใกล้จะอกแตกตายอยู่ตอนนี้ได้ตอบตกลงทำงานกับใครไปแล้วบ้าง  และต้องรีบหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่ตรงหน้าขึ้นมาอีกครั้งก่อนโทรหาเลขาทันทีเมื่อหาทางออกให้กับตัวเองได้  มือหนึ่งหยิบก็สมาร์ทโฟนมาแนบกับหู  ส่วนอีกมือก็เลื่อนหน้าจอคอมพ์ฯเพื่อหาเบอร์ติดต่อของเซฮุน

 

Rrrrrr!!

 

Rrrrrr!!

 

          (สวัสดีค่ะ...คุณจงอิน)

 

            “ขอโทษที่โทรมารบกวนเวลานอนนะครับพี่เลขา  พอดีผมมีเรื่องด่วนจะให้ช่วยหน่อยครับ

 

            (ว่ามาเลยค่ะคุณจงอิน  เดี๋ยวพี่จัดการให้)

 

            “คืนนี้ตอนนี้!!  เดี๋ยวนี้!!!...พี่ช่วยจองตั๋วเครื่องบินกลับโซลเป็นไฟล์พรุ่งนี้ไม่เกินสิบโมงให้ผมหน่อย  ส่วนอีกเรื่อง...พี่เลขาต้องหาอะไรมาจดนะครับ

 

            (บอกมาเลยค่ะคุณจงอิน...พี่พร้อมแล้ว)

 

            “ส่งข้อความไปที่เบอร์  626-XXX-XXXX  ให้ผมด้วย  บอกว่ามาจาก Gazania Condominium  ได้รับคุณเข้าทำงานแล้ว  และให้เข้ามาสัมภาษณ์งานที่คอนโดตามที่ได้แจ้งรายละเอียดทั้งหมดไปทางอีเมล  พี่เลขาเน้นข้อความไปด้วยนะครับว่าห้ามไปทำงานหรือสัมภาษณ์งานกับใครเด็ดขาดนอกจากคอนโดของผม

 

            (โอเค...พี่จดเรียบร้อยแล้วค่ะ  เดี๋ยวพี่จะรีบจัดการให้เลยนะคะ)

 

            “ขอบคุณมากนะครับ...”

 

            วางสาย...ด้วยความรู้สึกสบายได้เพียงครึ่งเดียว  เพราะอีกครึ่งหนึ่งคงต้องรอให้ถึงวันที่คนทำความสะอาดคนใหม่มาสัมภาษณ์งานที่คอนโดฯ  และก่อนที่จะให้เลขาส่งข้อความไปหาเซฮุน  เขาก็ได้การแจ้งข้อมูลต่างๆไปทางอีเมลหมดแล้ว  ไม่ว่าจะเป็นการตอบรับการเข้าทำงาน  ที่อยู่  รวมถึงวันที่นัดสัมภาษณ์  แต่ทุกๆอย่างที่ทำลงไปทั้งหมดก็ดูเหมือนจะไม่ทันใจคนอย่างคิมจงอิน  เพราะไม่อาจคาดเดาได้ว่าระหว่างที่รอให้เซฮุนตอบกลับมันจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นบ้าง  และการให้เลขาส่งข้อความไปดักไว้อีกทางก็เป็นทางออกเดียวที่คิดได้ในตอนนี้

 

 

                ใจหนึ่ง...ก็อยากเป็นคนโทรไปแจ้งข่าวให้เซฮุนทราบด้วยตัวเอง  แต่อีกใจก็ต้องการให้มาเจอกันในวันสัมภาษณ์งานที่คอนโดฯทีเดียวเลย  เพราะจงอินอยากเห็นสีหน้าของพนักงานทำความสะอาดว่าจะมีปฏิกิริยาอย่างไรเมื่อรู้ว่าเจ้าของคอนโดฯกับเจ้าของโรงแรมคือคนคนเดียวกัน!!   ใบหน้าคมเข้มก้มมองนาฬิกาข้อมือแล้วก็ต้องรีบลุกออกไปจากหน้าจอโน๊ตบุ๊คเพื่ออาบน้ำนอนเสียที  และต้องพยายามละจากความกังวลทั้งเรื่องของงาน  เรื่องของเซฮุนรวมถึงเรื่องอื่นๆเอาไว้ชั่วคราว  ไม่อย่างนั้นคืนนี้ก็คงนอนไม่หลับแน่ๆ 

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

100%

 

แก้ไขเมื่อ 13/08/60

ขอบคุณนักอ่านทุกคนมากๆนะคะ  ถ้ามีข้อผิดพลาดตรงไหนเราต้องขออภัยด้วยค่ะ

แล้วจะเข้ามาตรวจคำผิดเรื่อยๆนะคะ

รัก 

#ดอกไม้ของเจ้านาย

 

 


TB
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 82 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

712 ความคิดเห็น

  1. #706 pppseen (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 00:15
    เอาแต่ใจนะเรา ใช้อิทธิพลแบบสุดที่สุดจริงๆ ดักน้องทุกทางผู้ชายคนนี้
    #706
    0
  2. #598 KHlulaby (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2561 / 20:53
    อะไรเนี่ยโลกกลมไปอีก น้องฮุนจะหนีไปไหนรอเ
    #598
    0
  3. #553 /tl26&? (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 02:23
    ก็เป็นคนแบบนี้ไง จะไม่ให้หมั่นไส้ได้ไงอ่ะ ไม่ได้รู้สึกอะไรกับเค้าไม่ใช่ไง้แล้วที่ทำคือระ หึหึ หยุดอ่านไม่ได้เลยค่ะแม้ว่าตาใกล้จะปิดแล้วก็ตาม5555555
    #553
    0
  4. #542 pawitt (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 19:25

    พี่ชานนี่ใจง่ายจัง 555555

    #542
    0
  5. #514 btoey44 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:47
    หวงสุดๆ และโลกกลมสุดๆ พี่จงอินค้องเจ้าเล่ห์กับน้องแน่ๆ ฮี่ๆๆ
    #514
    0
  6. #452 Jammie-Lee (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2560 / 00:44
    จงอินมันร้าย ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ
    #452
    0
  7. #358 NookNH94 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 00:32
    แบคแสบมากกก 55555555555555 แต่เซฮุนนี่จะโดนเจ้านายลงโทษแล้ววววว
    #358
    0
  8. #138 Action!! (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2559 / 01:28
    คอร์กี้น่ารักนะ อยากได้ไปเลี้ยงมั๊ยชานยอล?
    #138
    0
  9. #122 Kannika Tankam (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2559 / 20:47
    น้องฮุนนี่มีเรื่องให้เจ้านายเค้าหวงได้ตลอดเลยเนอะ ระวังตัวหน่อยน้าา
    #122
    0
  10. #114 XXXX (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2559 / 23:31
    น้องฮุนเตรียมตัวนะลูก
    #114
    0
  11. #28 anty (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 เมษายน 2559 / 00:46
    สู้เขานะเซฮุน อย่ากลัวอย่ากลัว กำลังสนุกเลย
    #28
    0
  12. #27 I love kray & exo (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 เมษายน 2559 / 19:53
    อัพต่ออออ เจ้านายอย่าดุน้องจิ
    #27
    0
  13. #26 KrisLu 'FT' (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 เมษายน 2559 / 16:51
    เจ้านายยยยยยย อย่าดุน้องนักสิคะ โธ่ววว น้องกลัวหมด
    #26
    0
  14. #25 eve_popparazzi (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 เมษายน 2559 / 15:42
    พี่จงอินนี้เอายังไง จะเล่นๆกับน้องหรอไง
    #25
    0
  15. #24 tomtam_dragon (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 เมษายน 2559 / 14:09
    อัพต่อวันนี้ได้ก็ดีนะค่ะ อยากอ่านต่อแล้ววววว
    #24
    0
  16. #23 nattsune (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 เมษายน 2559 / 13:23
    เจ้านายอย่ารุนแรงกับน้องน้าา น้องเจ็บอยู่ งื้อออออ คุยดีๆนะคะเจ้านายย ปล.ไรต์เตอร์สู้ๆนะคะ????
    #23
    1
    • #23-1 Mokara(จากตอนที่ 6)
      11 พฤษภาคม 2559 / 22:09
      สู้ค่ะ ขอบคุณสำหรับการติดตามนะคะ ^^
      #23-1
  17. #22 june2546 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 เมษายน 2559 / 13:20
    จงออนเบาๆกับฮุนหน่อย
    #22
    0