จบแล้ว(EXO) ดอกไม้ของเจ้านาย❀ (Kaihun Chanbaek Ft.Kris)

ตอนที่ 2 : ❀ 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,495
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 131 ครั้ง
    3 พ.ย. 62








ดอกไม้ดอกที่  2

 


 

โรงแรม  โซล

10.32 น.

 

 

                ร่างสูงสมส่วน...หุ่นกระชับเข้ากับสูทสีเข้มราคาแพง  จมูกทู่รับกับใบหน้าพร้อมผิวสีน้ำผึ้ง  เป็นเจ้าของโรงแรมที่มีชื่อเสียงติดอันดับต้นๆของโซล  และยังเป็นเจ้าของโรงแรมที่มีอายุน้อยที่สุดในบรรดาเจ้าของธุรกิจการโรงแรม  คิม  จงอิน  มีกิจการที่ต้องดูแลอยู่อีกหลายสาขาเช่นที่  เชจู  ปูซานและที่โซลแห่งนี้รวมถึงยังมีสาขาที่ประเทศจีนกับญี่ปุ่นอีกด้วย  ซึ่งสาขาที่อยู่ในต่างประเทศก็จะมีญาติพี่น้องคอยช่วยบริหารงาน...ส่วนสาขาที่มีอยู่ในเกาหลีทั้งหมดเขารับหน้าที่เป็นคนดูแลแต่เพียงผู้เดียว

 

 

                เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมามีประชุมด่วน...ซึ่งเขาก็เพิ่งทราบเรื่องจากเลขาและเมื่อการประชุมเสร็จสิ้น  เจ้าของโรงแรมก็รีบเดินตรงมาที่ห้องอาหารไทยทันทีเพราะการตื่นมาประชุมแต่เช้ามันทำให้เขามีเวลาทานได้แค่กาแฟเพียงแก้วเดียวเท่านั้น  และเหมือนวันนี้จะไม่มีอะไรได้ดั่งใจเพราะยังไม่ทันเดินไปถึงห้องอาหาร  เขาก็ได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนสนิทที่โทรมารบกวนเวลาของมื้อเช้าที่เริ่มกลายจะเป็นมื้อเที่ยงโดยโทรมาบอกให้รอทานอาหารพร้อมกันเพราะมีเรื่องที่ต้องขอคำปรึกษารวมถึงต้องเซ็นอนุมัติ

 

และตอนนี้...เจ้าของโรงแรมก็ต้องมานั่งรอเพื่อนอยู่ที่ค๊อฟฟี่ช็อปด้านล่าง

 

 

            แต่ความหิว...มันก็เริ่มทำให้จงอินอารมณ์เสียเพราะเพื่อนสนิทมัวแต่ยืนคุยอยู่กับใครสักคนอยู่ที่หน้าล๊อบบี้  ซึ่งเขาก็เห็นหน้าไม่ค่อยถนัดนักและก็ไม่ได้สนใจอะไรมากไปกว่าการอยากรู้ว่าเมื่อไหร่จะได้ทานมื้อเช้า  เพราะตอนนี้มันรู้สึกหิวจนอยากจะฆ่าเพื่อนของตัวเองให้ตาย  หิวก็หิว  ง่วงก็ง่วง  แถมยังต้องมานั่งรอคนขี้โม้อีก  และด้วยเหตุนี้...ก็ทำให้เจ้าของโรงแรมตัดสินใจลุกขึ้นจากเก้าอี้ก่อนเดินตรงไปหาเพื่อนที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะเลิกคุยง่ายๆ  แต่เดินยังไม่ทันถึงสองก้าว...เพื่อนตัวสูงก็เดินเข้ามาหาเสียก่อนพร้อมยิ้มกรุ่มกริ่มมาแต่ไกล  แล้วรอยยิ้มกว้างๆ.ที่ดูมีความสุขแบบนั้นก็ทำให้จงอินคิดว่าเพื่อนของเขาต้องไปเจอของถูกใจอะไรมาอีกแน่นอน

 

            “กูหิวจะตายแล้วเนี่ย...โทรมานัดเองยังเสือกช้า!!!  แล้วเมื่อกี๊มึงยืนคุยอยู่กับใครวะ?”

 

            “กูจะคุยกับใครมึงไม่ต้องรู้หรอก  ว่าแต่...มึงรับพนักงานใหม่เข้ามาไม่บอกกูเลยน้าาาา....คิดจะงาบไว้คนเดียวเหรอเพื่อน

 

            “วันวันนึงรับเข้ามาเป็นสิบคน...ใครจะไปจำได้วะ  แล้วมึงมาที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่  ทำไมไม่โทรมาบอกกันบ้าง  กูได้จะฝากเอาเอกสารที่เชจูมาด้วย

 

            “มึงไม่โทรมาถามกูเอง...ช่วยไม่ได้  แต่สงสัยงานนี้กูต้องมาหามึงบ่อยๆแล้วว่ะ  เด็กในโรงแรมมึง...แม่งน่ารักฉิบหาย  วันก่อนมีอยู่คนนึง..เดินชนกูอยู่หน้าลิฟท์  ทำงานอยู่แผนกจัดดอกไม้  แม่ของลูกกูชัดๆ” 

 

            “เพ้อเจ้อ!  มึงนี่จะงาบพนักงานกูทั้งโรงแรมเลยเหรอไง  ทำอะไรไว้หน้ากูบ้างก็ได้  แล้วอีกอย่าง...กูก็ไม่ใช่สมภารกินไก่วัด

 

            “จ้าาาา...พ่อคนดี”  

 

             จงอิน...ส่ายหน้าด้วยความเบื่อหน่ายให้กับนิสัยของเพื่อนตัวเองทันทีเมื่อพูดจบ  เพราะเกือบทุกคนไม่ว่าจะเป็นสาวๆหรือหนุ่มๆที่ทำงานในโรงแรมนี้ก็มักจะถูกเพื่อนตัวสูงของเขาทั้งโปรยคำหวาน  ทั้งหยอกเล่นให้ความหวังไปเรื่อยและรายล่าสุดก็คือพนักงานใหม่ของแผนกจัดดอกไม้

 

(เฮ้อออ ...รู้สึกเหนื่อยใจกับนิสัยของเพื่อนคนนี้จริงๆ)

 

            ปาร์ค  ชานยอล  และจงอินเรียนจบมัธยมมาด้วยกันแล้วก็มาเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยเดียวกันอีก  แต่เรียนคนละคณะ  เจ้าของโรงแรมเรียนคณะบริหาร  ส่วนเพื่อนซี้เรียนอยู่คณะวิศวะฯ  และตอนนี้ชานยอลก็มาเป็นวิศวกรให้กับโรงแรมของจงอินทุกสาขาที่อยู่ในเกาหลี  และทุกครั้งที่งานของเขามีปัญหา  เพื่อนคนนี้ก็สามารถจัดการทุกอย่างได้หมด  แถมบางงานก็ยังสามารถออกคำสั่งแทนได้โดยที่ไม่ต้องรอการอนุมัติใดใดจากเขา  จงอินรู้สึกสบายใจและไว้ใจในการทำงานของเพื่อนตัวเองมากๆเพราะชานยอลไม่เคยทำงานผิดพลาดเลยสักครั้ง

 

 

            เจ้าของโรงแรม...ยืนอยู่หน้าล๊อบบี้พร้อมกับเพื่อนซี้และกำลังรอลิฟท์เพื่อขึ้นไปทานมื้อเช้าที่ห้องอาหารไทย  แล้วก็ได้พบกับพนักงานจัดดอกไม้ที่กำลังทำหน้าที่อยู่ตรงนั้นพอดี  เจ้าตัวจึงทักทายทุกคนไปตามปกติและก็มักจะทำแบบนี้กับพนักงานทุกคนและทุกๆแผนกอยู่เสมอ  จงอินชอบให้ความสนิมสนมกับพนักงานเพราะไม่ต้องการให้พวกเขาเครียดหรือเกร็งจนเกิดไปเมื่อต้องเผชิญหน้ากัน  เขาอยากให้พนักงานทุกคนรู้สึกเหมือนเป็นคนในครอบครัวมากกว่าคำว่าเจ้าของโรงแรมกับลูกจ้าง

 

            “สวัสดีครับคุณฮีชอล  คุณซูโฮ  นี่เพิ่งจัดดอกไม้เสร็จเหรอครับ”  ปากคมยิ้มทักทายพนักงานจัดดอกไม้ทั้งสองเหมือนเช่นทุกครั้งและถามออกไปด้วยน้ำเสียงที่เป็นกันเอง

 

            “ครับ...ผมกับลูกน้องเพิ่งจัดดอกไม้เสร็จ  คุณจงอินกับเพื่อนต้องการอะไรเพิ่มไหมครับ  บอกพวกผมมาได้เลยนะครับ”  ฮีชอลและซูโฮต่างโค้งทักทายผู้เป็นเจ้าของโรงแรมพร้อมหยุดยืนพูดคุยโดยที่ไม่รู้สึกอึดอัดเหมือนช่วงแรกๆที่จงอินเข้ามาเป็นเจ้าของโรงแรมคนใหม่แทนผู้เป็นพ่อ

 

            “ไม่ครับ ขะ.....ขอบ”  จงอินกำลังจะเอ่ยขอบคุณพนักงานทั้งสองคน  แต่กลับโดนเพื่อนตัวสูงชิงถามคำถามตัดหน้าไปเสียก่อน

 

            “คุณฮีชอล  คุณซูโฮ  พวกคุณมีพนักงานจัดดอกไม้มาใหม่ด้วยเหรอ?”  เพื่อนสนิทเจ้าของโรงแรมรีบเอ่ยปากถามในสิ่งที่ตัวเองอยากรู้  ซึ่งทั้งสีหน้าและน้ำเสียงที่ถามออกไปมันช่างเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความกระตือรือร้น

 

            “ครับ...มีมาหนึ่งคน  เพิ่งเข้ามาทำงานได้ไม่กี่วัน”  ฮีชอลเป็นคนตอบคำถามทั้งหมดพร้อมกับสะกิดเรียกซูโฮเพื่อเป็นสัญญาณบอกให้ขึ้นไปเก็บเศษดอกไม้ต่างๆที่จัดเสร็จแล้วบนห้องทำงานได้เลยโดยที่ไม่ต้องรอเขา  เพราะเวลานี้เริ่มมีลูกค้าเดินเข้าเดินออกอยู่ภายในโรงแรมมากขึ้น  ซึ่งเศษดอกไม้ที่วางอยู่บนรถเข็นของทางแผนกก็คงดูไม่เหมาะสมถ้าจะให้ตั้งอยู่ตรงนี้นานๆ

 

            “อ๋ออออ...เพิ่งมาทำงานไม่กี่วันนี่เองถึงได้ซุ่มซ่ามเดินมาชนผมหน้าลิฟท์เมื่อวันก่อน”  ซูโฮยังไม่ทันก้าวได้ขาออกไปไหนก็ต้องมาชะงักกับคำพูดของเพื่อนเจ้าของโรงแรม

 

            “จริงเหรอครับ!!!?  ผมต้องขอโทษแทนเด็กของผมด้วยนะครับ”  รองหัวหน้าแผนก...รีบโค้งตัวเพื่อขอโทษเพื่อนของเจ้านายเมื่อทราบเรื่อง  และตอนนี้ซูโฮก็ลืมไปเลยว่าหัวหน้าแผนกใช้ให้ตัวเองขึ้นไปเก็บของที่ห้องทำงาน

 

            “ไม่เป็นไรครับ  มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรขนาดนั้น  แต่...เอางี้นะ  ให้พนักงานคนนั้นจัดดอกไม้มาขอโทษผมและก็ให้เอามาให้ด้วยตัวเอง  ส่วนจะเป็นวันไหนเดี๋ยวผมโทรไปบอกพวกคุณที่แผนกอีกที...โอเคไหมครับ?”  เพื่อนตัวสูงของหนุ่มผิวเข้มรีบเสนอทางออกเพื่อไม่ให้รองหัวหน้าแผนกของห้องดอกไม้ต้องรู้สึกผิดไปมากกว่านี้  

 

แต่นั่น...ก็ทำให้จงอินทราบดีว่านี้คือแผนเคลมเด็กในโรงแรมของตัวเองแน่ๆ

 

            “ตกลงครับ...แล้วผมก็ต้องขอโทษแทนเด็กของผมอีกครั้งนะครับ”  รองหัวหน้าแผนกอย่างซูโฮรับทราบตามคำบอกกล่าวที่เพื่อนของเจ้านายได้แจ้งความประสงค์เอาไว้  พร้อมกับโค้งตัวเพื่อเป็นการขอโทษแทนลูกน้องของตัวเองอีกครั้ง

 

            หลังจากเคลียร์ข้อสงสัยต่างๆจนหายข้องใจ  ทั้งเพื่อนตัวโย่งและเจ้าของโรงแรมก็เดินเข้าไปทานอาหารเช้าที่กลายเป็นอาหารเที่ยงทันที  และเริ่มคุยเรื่องของงานที่คนทั้งคู่ยังต้องแก้ไขกันต่อเพราะโรงแรมที่อยู่ในสาขาเชจูมีห้องพักที่ต้องปรับปรุงหรือต่อเติมเพื่อให้สามารถรองรับนักท่องเที่ยวที่เริ่มมีมากขึ้นในทุกๆปีได้อย่างไม่มีข้อติดขัด  และถึงแม้โรงแรมสาขานั้นจะมีขนาดเล็กกว่าที่โซล  แต่จงอินก็ไม่อยากให้เกิดความผิดพลาดจนอาจส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงที่คุณพ่อของเขาสั่งสมมานานหลายปี

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Aster  Apartment

10.00 น.

 

Rrrrr!!!!!!!!!!!!

 

 

            เช้าวันใหม่...หลังจากที่ผ่านการทำงานที่โรงแรมมาแล้วหลายวัน  และวันนี้เขาก็มีรายงานที่ต้องส่งอาจารย์แต่ก็ไม่สามารถไปส่งงานได้ด้วยตัวเองเพราะติดงานสำคัญมากอย่างหนึ่งที่โรงแรม  เจ้าตัวจึงจำเป็นต้องโทรหาเพื่อนรักตัวเล็กเพื่อให้เข้ามาเอารายงานที่ห้องไปส่งแทนเขา

 

                ว่ายังไงจ๊ะเซฮุนเพื่อนรัก

 

            (รักมากไหม  ถ้ารักมากฝากส่งรายงานให้อาจารย์ด้วยสิ  แบคเข้ามาเอาที่ห้องได้เลยนะ  งานวางอยู่บนโต๊ะหน้าทีวี  แบคไปขอกุญแจสำรองที่เจ้าของตึกได้เลยนะ) 

 

            “โอเคเพราะรักจึงจัดให้  แต่เดี๋ยวสักพักจะออกไปนะ แล้วเซฮุนไม่ไปทำงานเหรอ?...นี่ก็สายมากแล้วนะ

 

            (ไปสิ  แต่วันนี้เราเข้างาน 11.00 น. โมง เลิก ทุ่มนู้นนน...แบคอย่าลืมมาเอารายงานไปส่งให้เราด้วยนะ  แล้วก็เอาเยลลี่ในตู้เย็นไปกินด้วยล่ะ)

 

            “เยสส !! รู้ใจจริงๆ  เดี๋ยวแบคจะรีบไปตอนนี้เลย  ขอบใจน้าาาา

 

            (จ้าาาา....บายยยย)

 

           มือเรียววางเครื่องมือสื่อสารลงบนที่นอนแล้วรีบอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อเตรียมตัวออกไปทำงานเหมือนอย่างเช่นทุกวัน  และวันนี้...หัวหน้าแผนกก็ให้เซฮุนเข้างานรอบ 11.00 น. เพื่อที่จะได้เห็นงานให้ครบทุกช่วงเวลาว่าในแต่ละวัน  แต่ละเวลาต้องทำอะไรบ้าง  เผื่อใครหยุดใครลาก็จะได้ทำงานแทนกันได้   ส่วนตารางงานของเซฮุนก็จะไม่เหมือนกับพนักงานคนอื่นๆในแผนก  เนื่องจากยังเรียนไม่จบบวกกับยังอยู่ในฐานะของพนักงานใหม่

 

 

            พอเดินทางมาถึงที่โรงแรมและเข้ามาในห้องทำงาน  เซฮุนก็เห็นพี่ๆเข็นรถดอกไม้มาเก็บพร้อมกับมีสีหน้าที่ดูเหนื่อยกันแบบสุดๆเพราะวันนี้เป็นวันที่ต้องเปลี่ยนดอกไม้หน้าโรงแรมรวมถึงล๊อบบี้ทั้งหมด  ซึ่งการเปลี่ยนดอกไม้ในจุดๆนี้มันต้องใช้ทั้งความสามารถ  ใช้ทั้งแรงและความว่องไวเนื่องจากมันเป็นส่วนที่สำคัญอีกส่วนหนึ่ง  แถมยังต้องรีบจัดดอกไม้แข่งกับเวลาเพื่อไม่ให้รบกวนแขกผู้ที่มาเข้าพัก  ซึ่งถ้าไม่ชำนาญในงานนั้นจริงๆหรือไม่คุ้นเคยกับสถานที่มันก็อาจทำให้ลูกค้าบางท่านเกิดความรำคาญ

 

 

            เซฮุนรีบจัดการทำความสะอาดรถเข็นและเก็บดอกไม้ที่อยู่บนรถให้เข้าที่พร้อมกับจัดเรียงแจกันเตรียมไว้เพื่อใช้สำหรับงานในวันถัดไป   พนักงานใหม่ในชุดนักศึกษาทำงานไปเรื่อยๆจนถึงช่วงเย็นและมันก็เป็นเวลาที่ตัวเองต้องไปช่วยพี่ๆจัดวางดอกไม้ที่ห้องของเจ้านาย  ซึ่งตอนนี้...ความรู้สึกตื่นมันเริ่มมีมากขึ้นเพราะการได้ขึ้นไปทำงานอยู่บนห้องของคนที่ขึ้นชื่อได้ว่าเป็นเจ้าของโรงแรมมันก็ทำให้เซฮุนรู้สึกประหม่าอยู่ไม่ใช่น้อย

 

            “พร้อมยัง เซฮุน”  

 

            “พร้อมแล้วครับพี่ฮีชอล” 

 

            “ถ้าไม่อยากโดนไล่ออกก็ห้ามทำผิดเด็ดขาดเลยนะ!!  และก็จำให้ได้ด้วย...ว่าแจกันใบไหนวางตรงจุดไหนบ้าง

 

            “พี่ฮีชอลอย่าพูดแบบนั้นสิครับ  แค่นี้ผมก็ตื่นเต้นจะแย่อยู่แล้ว

 

            “ฮ่า ฮ่า ฮ่า  ไม่พร้อมก็ต้องพร้อม  ไปๆ ๆ ๆเดี๋ยวเลยเวลา

 

            เซฮุนจัดการหยิบดอกไม้ทุกแจกันใส่ในรถและเข็นตามพี่ๆไปจนถึงหน้าลิฟท์   พอตัวเลขดิจิตอลบอกถึงเลขชั้นบนสุดของโรงแรม  เจ้าตัวก็เข็นรถดอกไม้ออกมาพร้อมกับเตรียมยกแจกันแก้วทรงสูงบ้าง  ทรงกลมบ้าง  ส่งให้ฮีชอลเพื่อไปวางตามจุดต่างๆของห้อง  และบนชั้นนี้...ก็มีห้องใหญ่ๆอยู่   2  ห้อง ห้องแรกเหมือนจะเป็นห้องสำหรับจัดงานปาร์ตี้เพราะบนเคาน์เตอร์บาร์มีทั้งน้ำอัดลม  โซดาและเหล้าอีกเป็นสิบๆชนิดวางเรียงอยู่มากมาย

 

 

                หลังจากวางดอกไม้ที่ห้องปาร์ตี้เรียบร้อย  เซฮุนก็เข็นรถตามพี่ๆไปยังอีกห้องหนึ่งซึ่งมันก็คือห้องนอน...ห้องนี้ถูกตกแต่งในโทนสีเข้มสลับอ่อนดูสบายตามากๆ  และจุดแรกที่ต้องวางดอกไม้สำหรับห้องนี้ก็คือหัวเตียง  จุดที่2...คือโต๊ะหน้าทีวี   จุดที่3...คือโต๊ะทำงาน  จุดที่4คือ...ห้องน้ำและจุดสุดท้ายคือหน้ากรอบรูปของผู้หญิงคนหนึ่งที่หน้าตาสวยมาก  ผมของเธอยาวประบ่าสีดำสนิทพร้อมรอยยิ้มหวานๆประดับอยู่บนใบหน้า  พอจัดทุกอย่างเข้าที่เรียบร้อย  เซฮุนก็เข็นรถดอกไม้ออกจากห้องเจ้านายเพื่อกลับไปทำงานต่อยังห้องของตัวเองตามเดิม

 

            เซฮุน...ล้างแจกันพวกนั้นเสร็จก็กลับบ้านได้เลยนะ”  พนักงานรุ่นพี่รอบบ่ายอย่างซิ่วหมินพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดูอารมณ์ดีเนื่องจากมันใกล้เวลาเลิกงานแล้ว

 

            “ครับ!? ...แต่ว่าทำไมแจกันที่เอาลงมามันมีแค่  ใบล่ะครับพี่หมิน  จริงๆมันต้องมี 10 ใบไม่ใช่เหรอครับ?”  เซฮุนจำได้ดีว่าแจกันทั้งหมดที่เอาขึ้นไปว่างไว้ที่ห้องเจ้านายมันมีอยู่ 10 ใบเพราะเขาเป็นคนนับเองกับมือแต่ทำไมตอนเอาลงมาถึงเหลืออยู่แค่ ใบ

 

            “ตายห่.....า !!!  อย่าบอกนะว่าลืมไว้บนห้องเจ้านาย!!!?”  เซฮุนเริ่มหน้าซีดเพราะนึกถึงเรื่องราวที่พี่ๆในแผนกเคยเล่าให้ฟังพร้อมกับคิดถึงดอกไม้เหี่ยวๆกับน้ำเน่าๆ ที่อยู่ในแจกันบนห้องนั้น

 

            “เซฮูนนนนน...ไปเอาแจกันออกมาให้พี่หน่อยน้าาา นะ นะ นะ”  ซิ่วหมินอ้อนเด็กใหม่ด้วยเสียงหวานๆพร้อมกับยื่นคีย์การ์ดที่ใช้สำหรับเปิดห้องของเจ้านายส่งให้เซฮุน 

 

            “ผมจะไม่โดนไล่ออกใช่ไหมครับพี่หมิน”  กลัวว่าตัวเองจะโดนไล่ออก...แต่จะให้ปฏิเสธคำสั่งกึ่งขอร้องของคนเป็นพี่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก  เซฮุนจึงได้แต่หยักหน้าเป็นคำตอบและรับคีย์การ์ดมาจากมือของซิ่วหมิน

   

            “ไม่หรอกกกก...พวกเราไม่ได้จัดดอกไม้ผิดซะหน่อย  แค่ลืมของไว้เฉยๆ  เดี๋ยวเรื่องนี้พี่จะไปคุยกับหัวหน้าให้เอง

 

            เมื่อประโยคที่คนเป็นพี่พูดจบลง...เซฮุนก็รีบวิ่งหน้าตาตื่นขึ้นลิฟท์ไปยังชั้นบนสุดของโรงแรมเพื่อนำแจกันที่ลืมเอาไว้ออกมาจากห้องนั้น   และระหว่างที่อยู่ลิฟท์เซฮุนก็คิดในใจไปตลอดว่าขออย่าให้เจ้านายกลับตอนนี้เลยเพราะเขาไม่อยากโดนดุหรือถูกไล่ทั้งๆที่เพิ่งมาทำงานได้เพียงไม่กี่วัน

 

ติ๊งงง !!!

 

          พอลิฟท์เปิดออก...เซฮุนก็รีบวิ่งไปที่ประตูทันทีแล้วรูดคีย์การ์ดเพื่อเปิดแต่ไม่ได้ปิด  เพราะมันเป็นกฎอย่างหนึ่งในการเข้าห้องของเจ้านาย  และคนที่ได้รับหน้าที่ให้ขึ้นมาบนชั้นนี้ก็มีแค่พนักงานทำความสะอาดและพนักงานจัดดอกไม้เท่านั้น  ซึ่งในระหว่างที่ทำความสะอาดหรือเปลี่ยนดอกไม้ก็ห้ามปิดประตูห้องโดยเด็ดขาดจนกว่าจะทำงานของตัวเองเสร็จ  และเมื่อเข้ามาถึงในห้อง...ขาเรียวในชุดนักศึกษาก็ค่อยๆเดินไปตามโซนต่างๆของห้องนี้เช่นห้องทำงาน  ห้องนั่งเล่น   พร้อมกับกวาดสายตามองหาแจกันสองใบที่ลืมเอาไว้เนื่องจากเจ้าตัวก็ไม่ได้ถามซิ่วหมิว่าแจกันพวกนั้นมันว่างอยู่ที่ไหน

           

 

            พนักงานใหม่เดินหาของที่พี่ๆลืมไว้จนทั่วห้องและสุดท้ายก็เจอแจกันแก้วทรงสูงหนึ่งใบ  ทรงเตี้ยหนึ่งใบวางอยู่บนโต๊ะหัวเตียง  เซฮุนจึงรีบเดินเข้าไปหยิบแจกันสองใบที่เห็นด้วยความดีใจ  เพราะเขาจะได้ออกไปจากห้องนี้เสียที  เนื่องจากการอยู่ในห้องนี้นานๆในฐานะพนักงานใหม่มันก็ทำให้เขารู้สึกอึดอัดอยู่ไม่ใช่น้อย  แต่......

 

ฟอดดด!!!!!!!!!!

 

            “จะ...เจ้านาย!!!!

 

 

เหมือนสิ่งที่คิด...จะไม่ได้เป็นไปอย่างที่หวังเพราะยังไม่ทันที่จะได้หยิบจับอะไรทั้งนั้น  เจ้าตัวก็ถูกอ้อมกอดใหญ่ๆโอบจากทางด้านหลังอย่างเต็มแรงและโดนหอมแก้มจนเนื้อนุ่มยุบไปตามแรงกด!! 

 

 

 

 

 



 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

18.32 น.

 

            “เฮ้อออ...อออออ

 

            เสียงถอนหายใจยาวด้วยความเหนื่อยล้า...ดังขึ้นในช่วงเย็นของวันอันแสนยุ่งเพราะมันเป็นวันที่มีประชุมด่วนแต่เช้าและพอตกเย็นก็มีประชุมผู้บริหารระดับสูงอีก  ซึ่งโรงแรมทุกสาขาที่เขาดูแลอยู่ก็กำลังเติบโตไปในทิศทางที่ดีและผลประกอบการทั้งหมดก็เป็นที่น่าพอใจ  แต่ช่วงนี้มันรู้สึกเหนื่อยมากจริงๆเพราะต้องเดินทางบ่อยเนื่องจากโรงแรมที่สาขาเชจูกำลังทำการก่อสร้างเพิ่มเติม  เพราะนักท่องเที่ยวเริ่มมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นกว่าปีก่อนๆหลายเท่าและโรงแรมของเขาก็ถูกจองเต็มมาตลอดทุกปี

 

 

                หลังจากการประชุมสิ้นสุดลงและเดินตรวจงานส่วนอื่นๆอยู่ภายในโรงแรมจนถึงเวลาเย็นแบบนี้  เจ้าของโรงแรมก็ลงมานั่งผ่อนคลายความเครียดอยู่ริมสระน้ำในช่วงที่สระปิดทำความสะอาด  และที่นี้ก็มีสวนดอกไม้กับบาร์น้ำเพื่อรองรับลูกค้าที่ต้องการมาจัดงานปาร์ตี้ริมสระ  ซึ่งการได้ลงมาเห็นความสวยงามของพรรณไม้พร้อมกับได้รับลมที่กำลังพัดเอื่อยๆอยู่ในตอนนี้มันก็ช่วยทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้นหลังจากที่นั่งเครียดอยู่ในห้องประชุมมาตั้งแต่เช้า

 

Rrrrrrrrrr!!!!

 

          เจ้าของโรงแรม...จุดบุหรี่ยี่ห้อดีขึ้นสูบและพิงหลังลงบนเก้าอี้ด้วยความสบายกาย  แต่...สักพักเสียงโทรศัพท์ที่อยู่ในประเป๋าเสื้อสูทก็ดังขึ้นและเบอร์ที่ขึ้นอยู่บนหน้าจอของเครื่องมือสื่อสารก็คือเบอร์ของเพื่อนซี้ที่เพิ่งเอาเอกสารสำคัญมาให้เซ็นเมื่อเช้าแล้วออกไปหาลูกค้าต่อในช่วงสาย   และถ้าเดาไม่ผิด...ไอ้เพื่อนคนนี้ก็คงลืมเอาเอกสารบางอย่างมาให้เซ็นเหมือนเดิมหรือไม่โทรมาชวนออกไปกินเหล้าเหมือนเช่นทุกครั้ง

 

 

            “ว่าไง...โทรมามีไรวะ แต่กูบอกไว้ก่อนเลยนะว่าวันนี้กูเหนื่อยมาก  งดออกไปแดกเหล้าข้างนอกเด็ดขาด  กูขี้เกียจขับรถ

 

            (มึงแม่ง...ดักคอกู   งั้นนน...เดี๋ยวกูไปแดกเหล้าที่โรงแรมมึงก็ได้  เดี๋ยวเอาเด็กๆไปฝากด้วยเพื่อความคึกคัก  คืนนี้กูจะจัดให้มึงเด็ดๆเลย  มึงได้เหนื่อยยาวแน่ไม่ต้องห่วง  อิอิ)

 

            “อิอิ  พ่อมึงสิ

 

            (อ้าวว...ไอ้สัดนี่!  ลามปาม!!!)

 

            “เออๆ...ตามใจ!!  แล้วเจอกันที่ห้อง  ถะ...ถ้า

 

            (เฮ้ยย!...แค่นี้ก่อนนะ  พอดีลูกค้าโทรซ้อนเข้ามา)

 

ติ๊ดด!!

 

            พูดยังไม่ทันจบประโยค...ก็ถูกเพื่อนซี้วางสายไปโดยที่ยังไม่ทันได้นัดหมายกันเลยว่าใครจะมาบ้างมากันกี่คนหรือเอาเด็กที่ไหนมาฝาก???  แต่ถึงจะสงสัยมากแค่ไหน  จงอินก็ไม่คิดจะโทรกลับไปถามเพราะคนอย่างเขาเข้าใจดีว่าเพื่อนคนนี้ก็มักจะคิดและทำสิ่งต่างๆด้วยความรวดเร็วอยู่เสมอ  ซึ่งถ้าไม่รู้ใจกันจริงๆก็คงไม่คบกันมายาวนานจนถึงป่านนี้

 

 

            มือหนา...ดับบุหรี่ลงบนภาชนะที่ทำจากแก้วหลังจากที่คุยสายกับชานยอลเสร็จสิ้น  และลุกเดินไปที่ลิฟท์เพื่อขึ้นไปสำรวจงานในส่วนอื่นๆภายในโรงแรมก่อนที่คืนนี้เพื่อนของเขาจะมากินเหล้าที่ห้อง  ใจหนึ่งก็อยากขึ้นไปนอนพักสักงีบ  แต่การเกิดมาเป็นเจ้าของโรงแรมมันทำให้คนอย่างคิมจงอินกลายเป็นคนบ้างานไปโดยไม่รู้ตัว  แถมเมื่อต้องมาสืบทอดกิจการต่อจากคุณพ่อที่เสียไปมันก็ยิ่งทำให้เขาไม่อาจจะปล่อยให้สิ่งที่ครอบครัวร่วมกันสร้างมากับมือต้องมาพังลงเพียงเพราะความไม่เอาใจใส่ในงานของตัวเอง

 

...

 

... 

 

Rrrr!!

 

          เดินตรวจความเรียบร้อยภายในโรงแรมไปเรื่อยๆเหมือนอย่างที่เคยทำ  และงาน...ก็ยังไม่ทันจะเสร็จสิ้น  เสียงของโทรศัพท์ที่เขาเพิ่งเก็บใส่กระเป๋าเสื้อสูทไปได้ไม่นานก็ดังขึ้นอีกครั้ง  แล้วก็เป็นเพื่อนซี้คนเดิมที่โทรเข้ามา

 

            “เออ...ว่าไง

 

            (โทษที...กูไปไม่ได้แล้วว่ะ  พอดีมีธุระด่วน  ไว้คราวหน้ากูค่อยมาแก้ตัวใหม่นะ)

 

            “อะไรวะ!!  รู้งี้กูกลับไปนอนที่คอนโดฯตั้งนานแล้วเนี่ย  เหนื่อยจะตายห่า!”

 

            (กูขอโทษ ๆ ๆ ๆ...ไว้คราวหน้าจะแก้ตัวใหม่  เดี๋ยวจัดชุดใหญ่กว่านี้ให้เลยกูสัญญา  นะนะนะ)     

 

            ปกติจงอินไม่ค่อยได้มานอนที่โรงแรมนี้สักเท่าไหร่  และถ้าไม่มีงานติดพันจนดึกดื่นหรือมีนัดกินเลี้ยงสังสรรค์อะไรเหมือนอย่างวันนี้  เขาก็มักจะกลับไปนอนที่คอนโดฯของตัวเองเสมอ  หลังจากที่วางสายเพื่อนซี้จอมผิดนัดเรียบร้อย  จงอินก็รีบกดลิฟท์เพื่อขึ้นไปพักผ่อนที่ห้องส่วนตัวชั้นบนสุดของโรงแรมทันที  เพราะถ้าให้เขาขับรถกลับไปนอนที่คอนโดฯในตอนนี้มันก็ขี้เกียจเกินจะทำ  รวมถึงยังรู้สึกเหนื่อยจากการนั่งประชุมมาทั้งวัน

 

 

            ระหว่างที่ยืนอยู่ในกล่องโดยสารสี่เหลี่ยมเพื่อรอให้มันไปส่งที่ชั้นบนสุดของทางโรงแรม  จงอินก็นึกถึงห้องนอนที่ทุกซอกทุกมุมจะเต็มไปด้วยดอกกุหลาบสีขาว  ซึ่งมันเป็นดอกไม้ที่ผู้หญิงคนหนึ่งชอบมากที่สุด   และใครคนนั้นก็เป็นคนที่จงอินรักมากที่สุดด้วยเช่นกัน  แต่เธอ...ก็ได้จากไปนานแล้วด้วยโรคประจำตัวและในห้องนอนทั้งที่โรงแรมแห่งนี้รวมถึงที่คอนโดฯก็จะมีดอกกุหลาบสีขาวจัดอยู่เต็มห้องไปหมดพร้อมกับมีรูปหญิงสาวคนนั้นวางอยู่

 

 

            ขายาวสมส่วนในชุดสูทเดินออกมาจากลิฟท์เมื่อประตูออก  และพอเดินมาถึงหน้าห้องของตัวเองเขาก็อดที่จะแปลกใจไม่ได้...ว่าทำไมประตูห้องถึงถูกเปิดทิ้งไว้??  เจ้าของโรงแรมเดินเข้าไปในห้องอย่างช้าๆและเดินไปที่โซนของห้องนั่งเล่นแต่ก็ไม่พบใครอยู่ในนั้น  แต่พอเดินไปจนถึงห้องนอน...เขากลับเห็นผู้ชายคนหนึ่งในชุดนักศึกษา  ผมสีดำสนิท  ผิวขาวเนียน  รูปร่างสูงแต่ผอมบางกว่าผู้ชายทั่วไปแถมยังมองหาอะไรบางอย่างอยู่??  เจ้าของห้องคิดว่าผู้ชายคนนี้ต้องเป็นของขวัญแทนคำขอโทษจากชานยอลที่เพิ่งเบี้ยวนัดเขาไปเมื่อครู่แน่ๆเพราะมันเคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง  

 

 

            ชานยอลเคยผิดนัด...ซึ่งวันนั้นเจ้าของโรงแรมติดธุระสำคัญและด่วนมากๆแต่ก็ยังปลีกตัวออกมาเพราะเพื่อนซี้บอกว่ามีเรื่องด่วนจะปรึกษาและขอเวลาไม่นาน  จงอินจึงรีบขับรถมาหาทันทีเพราะเป็นห่วงเพื่อนและคิดว่ามันต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่นอน  แต่สักพัก...ชานยอลกลับโทรมาบอกว่าไม่ได้เป็นอะไรแล้วและขอบคุณมากที่เป็นห่วง  ซึ่งตอนนั้นมันทำให้เจ้าของโรงแรมรู้สึกโมโหมากและด่าชานยอลสารพัดจากนั้นก็ยูเทิร์นรถกลับไปทำงานต่อทันที  แต่พอทำงานเสร็จ...และกลับมาถึงห้องของตัวเอง  เขาก็เห็นหนุ่มน้อยหน้าตาน่ารักนอนรออยู่บนเตียงและมีข้อความจากการ์ดที่เด็กคนนั้นยื่นมาให้พร้อมกับเขียนว่า.......

 

 

          “กูส่งของขวัญมาให้แทนคำขอโทษ  หวังว่ามึงคงถูกใจ...กูขอโทษจริงๆ

 

 

            และผู้ชาย...ในชุดนักศึกษาที่กำลังยืนหันหลังให้เขาอยู่ตอนนี้ก็คงเป็นของขวัญที่ชานยอลส่งมาเพื่อขอโทษเขาอีกเช่นเคย  และถึงแม้มันจะเป็นมุกเดิมๆแต่จงอินก็เต็มใจที่จะรับไว้เพราะถ้าจะให้ไล่เด็กคนนี้ออกไปจากห้องมันก็คงไม่ใช่เรื่องที่ดีเท่าไหร่นักเพราะตอนนี้ก็เริ่มค่ำแล้ว  นักศึกษาที่หารายได้พิเศษ....จงอินเจอมาเยอะและก็คิดว่าถ้าคืนนี้...เด็กที่อยู่ในห้องของเขาสามารถทำหน้าที่ของตัวเองได้ถูกใจ  เขาก็ยอมจ่ายค่าหน่วยกิจให้เด็กคนนี้ทั้งเทอมก็ยังไหว

 

และเมื่อคิดได้แบบนั้น...เจ้าของโรงแรมก็เดินเข้าไปกอดเด็กผู้ชายในชุดนักศึกษาคนนั้นทันทีจากทางด้านหลังพร้อมกับหอมแก้มอีกฟอดใหญ่และจับร่างผอมบางให้หันหน้ามาหาตัวเอง

 

ฟอดดด!!!!!!!!!!!

 

                แต่...พนักงานใหม่อย่างเซฮุนกลับรู้สึกตกใจมากกว่าและคิดไม่ถึงเลยว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นกับตัวเอง  เพราะหลังจากที่ถูกซิ่วหมินไหว้วานให้มาเอาแจกันที่นี่  เขาก็รีบทำตามขั้นตอนทุกอย่าง  แต่ในขณะที่กำลังจะเดินไปหยิบแจกันสองใบที่ลืมเอาไว้ตรงหัวเตียง  เขาก็ถูกกอดจากทางด้านหลังพร้อมการหอมแก้ม  และพอถูกจับให้หันหน้ามาเผชิญกับเจ้าของอ้อมกอด  มันก็ยิ่งทำให้เซฮุนตกใจมากขึ้นไปอีกเมื่อเห็น....ผู้ชายรูปร่างดีในชุดสูทสีเข้มราคาแพง  สายตาคมกริบที่จ้องแบบไม่วางตาและเซ็ทผมเปิดใบหน้าให้เห็นได้อย่างชัดเจน

 

ซึ่งทุกๆอย่าง...ที่เซฮุนเห็นอยู่ตอนนี้ก็ทำให้รู้ได้ทันทีว่าคนคนนี้ต้องเป็นเจ้านายหรือเจ้าของโรงแรมแน่ๆเพราะไม่อย่างนั้นก็คงเข้ามาในห้องนี้ไม่ได้!!!?

 

            “จะ..เจ้านายย  อะ..เอ่ออ  คะ..คือออ”  ความกลัวมันทำให้พูดอะไรไม่ออก  และผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้ก็ดูมีสเน่ห์มากจริงๆ  แถมการถูกกอดที่มีระยะห่างเพียงอากาศกั้นก็ทำให้พนักงานใหม่อย่างเขาเริ่มรู้สึกประหม่า

 

ฟอดดดด!!

 

                ไม่ต้องเรียกว่า เจ้านาย  ก็ได้  เพื่อนของผมส่งคุณมาใช่ไหม  งั้นเอาแบบนี้นะ...เราไปอาบน้ำกันดีกว่าหรือว่าอยากทำอย่างอื่นก่อนแล้วค่อยอาบ  หื้มมม”  พูดในสิ่งที่คนในอ้อมกอดไม่เข้าใจพร้อมกับหอมแก้มนุ่มอีกครั้งและใช้มือข้างหนึ่งเชยคางของเซฮุนขึ้นเล็กน้อยเพราะเจ้าของโรงแรมต้องการเห็นใบหน้าของคนที่เพื่อนส่งมาให้เป็นของขวัญแทนคำขอโทษชัดมากกว่านี้

 

            “เอ่ออ  คะ...คือไม่ใช่ครับ!!!  ผมชื่อ โอ........อื้มมมม!!!”  พยายามจะอธิบายว่าตัวเองเป็นใครมาจากไหน  แต่...ยังไม่ทันจะได้พูดอะไร  เขาก็ถูกเจ้าของโรงแรมจูบปิดปากไปเสียก่อน

 

            พนักงานจัดดอกไม้คนใหม่...รู้สึกตกใจจนทำอะไรไม่ถูกเมื่อโดนปากคมจากคนที่ตัวเองคิดว่าเป็นเจ้านายบดจูบแบบไม่ทันได้ตั้งตัว  และด้วยความตกใจก็กลายเป็นการเปิดทางให้ลิ้นร้อนได้สอดแทรกเข้ามาสำรวจความหวานจากโพรงปากได้ง่ายยิ่งขึ้น  ส่วนเจ้าของโรงแรมก็จูบด้วยความรู้สึกที่อยากจะอธิบายเพราะเมื่อเห็นใบหน้าเรียวสวยชัดขึ้น  ความต้องการต่างๆก็โถมเข้าใส่จนไม่อยากจะฟังคำอธิบายอะไรอีกแล้ว

 

            “อื้มมมม”  คำรามอยู่ในลำคอด้วยความรู้สึกถูกใจเพราะปากบางสีสดมันช่างนุ่มและรสชาติของลิปบาล์มกลิ่นส้มก็เหมือนเป็นตัวกระตุ้นให้ความต้องการที่มีมากอยู่แล้วกลับมีเพิ่มมากขึ้นไปอีก

 

 

ปึ่กก ๆ ๆ!!

 

ปึ่กก ๆ ๆ!!

 

 

แต่...แรงทุบจากมือของคนที่อยู่ในอ้อมกอดมันกำลังทำให้ความต้องการกลายเป็นความหงุดหงิดจนเจ้าของโรงแรมต้องยอมถอนปากออกจากการบดจูบด้วยความรู้สึกสงสัยที่ปะปนมากับความโมโห

 

            “อื้อออ  ปล่อยผมนะ!!  ปล่อยผม...”   ทั้งส่งเสียงร้องทั้งพยายามดิ้นจนสุดกำลังเมื่อริมฝีปากของตัวเองถูกปล่อยให้เป็นอิสระ  และพอได้จังหวะที่คนเป็นเจ้านายเริ่มคลายอ้อมกอด  เซฮุนจึงตัดสินใจรีบวิ่งออกไปที่ประตูทางออก

 

แต่...ก็หนีไม่พ้น!!!!!

 

            เจ้าของโรงแรมจัดการอุ้มเซฮุนพาดบ่าเหมือนเป็นตุ๊กตาเด็กเล่น  แล้วใช้เท้าถีบประตูเพื่อปิดและเดินตรงไปยังห้องนอนอีกครั้ง  พร้อมกับโยนร่างบางในชุดนักศึกษาลงบนเตียงด้วยความแรงและมันก็แรงจนคนถูกโยนรู้สึกจุกไปหมด  จงอินรู้สึกหงุดหงิดกับเด็กที่ชานยอลหามาให้  ซึ่งตอนแรกเขายอมรับว่าถูกใจเด็กหนุ่มคนนี้อยู่ไม่ใช่น้อย  แต่พอกำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม...กลับตีโพยตีพายทำให้อารมณ์เสีย  แถมยังบอกอีกว่าให้ปล่อยและใช้จังหวะตอนที่เขาคล้ายอ้อมกอดวิ่งหนีไปอีก

 

            “โอ๊ยยย!!!...อย่าทำอะไรผมเลย  ผมเป็น พะ...พนัก

 

            “หยุดพูดสักที!!  แล้วถ้าไม่อยากโดนมัดปาก!...ก็อยู่เฉยๆ!! 

 

            “.....!!!!?”

 

            เจ้าของกายสีน้ำผึ้ง...พูดด้วยน้ำเสียงที่แข็งกร้าวพร้อมนั่งคร่อมคนที่ตัวเองยังคิดว่าเป็นเด็กที่เพื่อนหามาให้  และดึงเข็มขัดหนังราคาแพงออกจากเอวแล้วมัดมือทั้งสองข้างของเซฮุนเอาไว้เพราะไม่ต้องการให้ดิ้นหนีได้อีก  จงอินคิดว่าเด็กตรงหน้ามาทำงานขายตัวแลกเงินแล้วยังจะมาอายอะไรตอนนี้  และนักศึกษาที่ชอบหารายได้พิเศษเขาก็เจอมาเยอะ  แล้วมารยาตื้นๆหวังเรียกค่าตัวในมุกเดิมๆอย่างเช่น  การวิ่งหนี  การไม่จูบตอบหรือทำเหมือนไม่เต็มใจก็อย่าหวังว่าคนอย่างเขาจะหลงกล  และยิ่งคนที่ถูกจับให้นอนคว่ำหน้าอยู่ตอนนี้พยายามเอ่ยอะไรออกมาอีกครั้ง  นั่นจึงทำให้เจ้าของโรงแรมหมดความอดทนจนต้องเริ่มทำอะไรรุนแรง

 

 

                จงอินจับร่างที่ถูกมัดมือไพล่หลังให้นอนหงายและก้มตัวส่งปากคมลงไปบดจูบเพื่อหยุดคำพูดที่คนใต้ร่างพยายามเอ่ยด้วยทุกอารมณ์ที่กำลังโหมอยู่ในตอนนี้  เจ้าของโรงแรมก็ใช่ว่าอยากจะทำอะไรรุนแรง...แต่ด้วยความที่เป็นคนมีความอดทนต่ำ  โมโหง่าย  ใจร้อน  แถมเด็กขายตัวคนนี้ก็เอาแต่หนีและทุบตีเขาไม่หยุด  จงอินจึงจำเป็นต้องใช้ความรุนแรงเข้าช่วยเพื่อจะได้เปิดของขวัญชิ้นงามที่เพื่อนส่งมาให้สักที  ปากคมละจากการจูบและเลื่อนมือลงไปปลดเข็มขัดพร้อมกับปลดกระดุมกางเกงสแล็คสีดำของเซฮุนแล้วรูดซิปลงเพื่อเราทั้งคู่จะได้มีความสุขกันเสียที

 

            “ยะ...อย่านะ  อื้ออออ!!!”

 

            แต่ความหงุดหงิด...ก็เกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อคนใต้ร่างยังไม่ยอมหยุดดิ้นและหยุดพูดเหมือนที่เคยสั่งไว้  เจ้าของโรงแรมจึงจับร่างบางในชุดนักศึกษาให้นอนคว่ำอีกครั้งและกดใบหน้าเรียวสวยลงกับหมอนใบโต  แล้วจัดการกับสิ่งที่คิดว่าจะทำให้เจ้าตัวหยุดดิ้นหรือโวยวาย  มือหนาล้วงเข้าไปสัมผัสส่วนอ่อนไหวภายใต้ชั้นในสีขาวสะอาดก่อนขยับขึ้นลงเมื่อกางเกงสแล็คถูกถอดลงไปกองอยู่ที่หน้าขา  ซึ่งสิ่งที่จงอินกำลังอยู่ทำอยู่ตอนนี้ก็ได้ผลเพราะ....คนที่นอนคว่ำหน้าอยู่บนเตียงก็หยุดดิ้นและเริ่มมีท่าที่อ่อนลงหลังจากถูกมือของเขาปรนเปรอให้  แถมยังส่งเสียงหวานครางเล็ดลอดออกมาอย่างห้ามตัวเองไม่ได้  และเสียงแบบนั้นก็ทำให้จงอินรู้สึกพอใจอยู่ไม่ใช่น้อย  

 

            อ๊ะ....ซี๊ดดด!!!

 

            สักพัก...ร่างกายของผู้ถูกกระทำก็เริ่มกระตุกเกร็งพร้อมปลดปล่อยความต้องการออกมาจนเต็มมือของจงอินและนั่นก็ทำให้คนเป็นเจ้าของโรงแรมสงสัยว่าเด็กคนนี้ไม่เคยช่วยตัวเองบ้างหรือ???  เพราะสิ่งที่ปลดปล่อยออกมามันเยอะมากจริงๆ  เซฮุนนอนหมดแรงและหายใจเหนื่อยหอบหลังจากถูกทำในสิ่งที่ไม่เคยมีใครทำให้  แต่...ยังไม่ทันได้หายเหนื่อย  เขาก็ถูกเจ้าของโรงแรมจับถอดทั้งชั้นนอกชั้นในออกจนหมดและเหลือแค่เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวเดียวที่ปิดร่างกายของตัวเองเอาไว้

 

 

            สายตาคมกริบ...มองท่อนล่างขาวเนียน  สะโพกผาย  ก้นอวบและขาเรียวสวยที่โผล่พ้นเสื้อเชิ้ตสีขาวอย่างรู้สึกชอบใจ  พร้อมกับถอดเสื้อผ้าของตัวเองออกด้วยความรีบร้อนจนร่างกายเปลือยเปล่าอวดผิวสีน้ำผึ้งชวนหลงใหล  และเมื่อคนที่นอนคว่ำหน้าอยู่บนเตียงได้ปลดปล่อยไปแล้ว  ตอนนี้ก็ถึงทีของเขาบ้าง  เจ้าของโรงแรมคร่อมร่างสวยเอาไว้อีกครั้งและจับขาทั้งสองข้างของเด็กหนุ่มที่เพื่อนส่งมาให้แยกออกแล้วขยับส่วนที่พร้อมใช้งานมาได้สักพักเข้าไปเติมเต็มอารมณ์ที่ยากจะห้ามไหวจนสุดทางเพียงครั้งเดียว

 

 

            “โอ๊ยยย!! จะ...เจ็บ  ฮึกก!! ผะ....ผมเจ็บบบ  ฮึกก!! ได้โปรด  ย...หยุด  อ๊ะ!!”  คนถูกมัดมือส่งเสียงร้องเหมือนจะขาดใจพร้อมกับมีน้ำสีใสคลออยู่ที่ดวงตาทั้งสองข้าง  เนื่องจากรู้สึกเจ็บมากจนเหมือนจะตายเสียให้ได้และมันก็ไร้ซึ่งทางหนี  แถมยังไม่มีแรงไว้ต่อต้านได้เลย

 

            (เชี่ยย...ไม่เคยเหรอวะ!!!????)  คิดอยู่ในใจเพราะมันรู้สึกได้ทันทีเมื่อใส่อารมณ์ไปตามความต้องการพร้อมกับได้ยินเสียงร้องที่แสนเจ็บปวดดังขึ้น  และคิดว่าชานยอลไม่เห็นจำเป็นจะต้องหาเด็กที่สดแบบนี้มาให้เขาก็ได้  เพราะมันก็เป็นแค่ของขวัญที่ส่งมาเพื่อเป็นการขอโทษเรื่องที่เบี้ยวนัด  และคราวก่อนก็ส่งเพียงแค่เด็กธรรมดาๆคนหนึ่งซึ่งเคยผ่านงานมาแล้ว 

 

แต่ทำไมครั้งนี้....ถึงได้ส่งเด็กที่ไม่เคยผ่านงานมาให้กับเขาล่ะ???!!

  

 

            แต่สิ่งที่สงสัย...มันเป็นความคิดเพียงแค่ชั่วครู่เท่านั้นเพราะความรู้สึกในตอนนี้มันทำให้ไม่อาจหยุดการกระทำต่างๆลงได้   คนใต้ร่างทำให้เขามีความสุขมากและเป็นความสุขแบบที่ไม่เคยได้รับจากใครมาก่อน  ทั้งรูปร่างทั้งผิวพรรณรวมถึงความคับแน่นที่สนองตอบเขาจนเกือบทำให้ปลดปล่อยได้เพียงแค่ขยับไม่กี่ครั้งมันเริ่มทำให้จงอินรู้สึกติดใจเด็กหนุ่มคนนี้เข้าเสียแล้ว  และยิ่งได้เห็นเจ้าของใบหน้าหวานๆที่กำลังกัดปากตัวเองพร้อมช้อนสายตามองมาที่เขาเมื่อร่างถูกพลิกกายให้นอนหงายมันก็ยิ่งเหมือนเป็นการยั่วยวนโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ  และคนที่กำลังตักตวงความสุขใส่ตัวเองก็คิดว่า...สิ่งที่คนตรงหน้าทำอยู่นั้นมันช่างเย้ายวนโดยที่ไม่ต้องเสแสร้งแกล้งทำเหมือนกับเด็กรายอื่นๆที่เขาเคยเจอ

 

            อ๊ะ!! พะ...พอแล้ว  ฮึกก!  ได้โปรด  อ๊ะ!

 

            อื้มมมมมม  อ่าห์

 

            กายหนา...ขยับเคลื่อนอย่างรุนแรงพร้อมจูบซับน้ำตาให้กับเด็กที่เพื่อนหามาให้จนถึงช่วงที่ต้องปลดปล่อย  แล้วจากนั้นก็ค่อยๆถอนความต้องการออกจากส่วนที่ถูกเติมเต็มอันแสนบวมช้ำและอาจฉีกขาดในขณะที่คนใต้ร่างก็สลบไปทันทีเช่นกัน  จงอินแกะเข็มขัดที่รัดข้อมือของเซฮุนออกพร้อมจัดท่าทางการนอนให้ดูสบายมากขึ้นและเกลี่ยผมสีดำที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อออกอย่างเบามือก่อนจูบหน้าผากเนียนด้วยความรู้สึกที่ยากเกินจะอธิบาย

 

 

            เจ้าของโรงแรม...รู้สึกถูกใจของวัญที่เพื่อนส่งมาให้เป็นอย่างมากและคิดว่าเด็กที่นอนหลับข้างๆเขาตอนนี้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ลำบากสักแค่ไหนถึงยอมเอาตัวเข้าแลกเพียงเพื่อเศษเงินเล็กๆน้อยๆ  แต่เด็กหนุ่มคนนี้...ก็ทำให้เขาเพิ่งรู้ตัวเองเหมือนกันว่าความไร้เดียงสาและอ่อนประสบการณ์กับเรื่องบนเตียงมันก็ทำให้รู้สึกมีความสุขมากกว่าความเจนจัดที่เขาเคยได้รับ

 

 

            จงอินห่มผ้าให้เซฮุนแล้วนอนกอดไว้ในอ้อมอกพร้อมกับคิดว่าถ้าตัวเองตื่นมาในวันพรุ่งนี้  เขาจะต้องคุยกับเจ้าของร่างสวยให้รู้เรื่อง  ว่าเป็นใครมาจากไหนแล้วเหตุใดจึงมาทำงานหาเงินด้วยวิธีขายตัวแบบนี้??  แต่ด้วยความเหนื่อยจากการทำงานมาทั้งวันบวกกับปราบพยศเด็กหนุ่มที่เพื่อนส่งมาเป็นของขวัญอยู่นานก็ทำให้เจ้าของโรมแรมหลับไปโดยที่ไม่รู้เลยว่า....

 

คนที่อยู่ในอ้อมกอด...ไม่ได้สลบไปอย่างที่คิด??

 

 

 

 




 

 

 

 

 

 

 

 

 

 









 

 

 

 

 

100%

ปรับปรุงเมื่อวันที่ 23/7/6

ตอนนี้จะโดนแบนไหมคะ  T^T

ขอบคุณนักอ่านทุกคนมากๆค่ะ

รัก 

#ดอกไม้ของเจ้านาย  


TB
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 131 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

712 ความคิดเห็น

  1. #702 pppseen (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 17:46

    คุณจงอินต้องใจเย็นกว่านี้!!! ฟังกันบ้างงงงง ฮืออออออ

    #702
    0
  2. #666 Chawalinee (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 เมษายน 2562 / 20:45
    ทำไมโง่อะไค555555 อินจัด
    #666
    0
  3. #595 KHlulaby (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2561 / 00:41
    อะไรเนี่ยยยย เจอกันอีกที ทำไมเป็นงี้อะ น่องฮุนโดนจัดหนักไปขนาดนี้ จะทำไงต่ออออออะ แงงงง จะกล้าทำงานอีกอ่อ ถถ น้องง
    #595
    0
  4. #586 PNM_มมม (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2561 / 20:03
    ทำไมพิ้จงอินทำงี้!!! สงสารน้องงงง มายก้อชชช
    #586
    0
  5. #549 /tl26&? (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 00:27
    อมก! เอาแบบนี้เลยหรอ ฮื่อ สงสารเซฮุนน้องจะรู้สึกยังไงเนี่ย ,____, หวังว่าจะไม่กลัวและอายจนไม่กล้ามาทำงานนะหนู
    #549
    0
  6. #545 Ainkxii (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2561 / 06:43
    จงอินว้อยยยย ฟังน้องงงงง
    #545
    0
  7. #538 pawitt (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 15:48
    โอ้ย จงอิน ถามน้องก๊อนนนนนน
    #538
    0
  8. #510 btoey44 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 08:49
    จงอิ๊นนนนน มาถึงก้ไม่ถงไม่ถามน้องซักคำ ฮือออ เข้าใจน้องผิดอีกก
    #510
    0
  9. #464 อิเน่เมียไค. (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 17:53
    ดิบมาดจงอิน นายทำดี (เดี๋ยวนะ5555) น้องฮุนไม่เป็นไรนะลูก ถ้าจงอินไม่รับผิดชอบจะด่ากราดให้ 5555555
    #464
    0
  10. #441 Jammie-Lee (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2560 / 20:36
    จงอิน นั่นมันฮุนนนนนนน ถถถถถถ
    #441
    0
  11. #439 TDNND (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2560 / 19:07
    รักฟิคเรื่องนี้มากๆ แต่ตอนนี้อ่านไม่ได้แล้วอ่ะ
    #439
    1
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
  12. #422 Padcha.a (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2560 / 14:05
    อ่าวจงอินนนน เข้าใจผิดแล้ววววว
    #422
    0
  13. #397 TDNND (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 / 13:44
    โอโม....ฮาทคอกะฮุนฮุนสุดๆค่ะหมีดำ 5555 ชอบอ่ะ
    #397
    0
  14. #354 NookNH94 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 มีนาคม 2560 / 23:04
    ผิดแล้วหนาคุณเจ้าของโรงแรม รับผิดชอบน้องเลยนะ
    #354
    0
  15. #326 FranceTuan (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:59
    เอ้าาา ไอ่คุณคิมไค
    #326
    0
  16. #311 แฟนไค94ไลน์ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2559 / 14:59
    เพิ่งเข้ามาอ่านน ละแบบ...เจ้านายยยแกทำอะไรลงไปปป นี่ไม่คิดจะฟังอะไรเลยใช่ไหม
    #311
    0
  17. #309 Miki Pattarika (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2559 / 23:33
    โอ่ยยยยยย เจ้านาย ได้ใจจริงๆๆจ้า5555555 สงสารน้องฮุนเลย ฮือออออออ
    #309
    0
  18. #250 Nay Sincerity (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2559 / 06:48
    เอิ่มคือจะว่ายังไงดี

    ตัวเองค่อนข้างใช้คำเรียกแทนตัวได้เวิ่นมากเลยอะ 55555 รองเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นบ้างได้ไหมอะ อย่างเช่น ผม เขา รึอะไรแบบนี้ดีไหมอะ

    คือตอนเล่าเรื่องมันให้รู้สึกรกและแอบรำคาญเบาๆเวลาอ่าน จงอินแบบนั้น เซฮุนแบบนี้ คือพออ่านมามันเจอแต่ชื่ออะ บรรยายแบบการเล่าจากตัวละครนึกคิด รึเหมื่อเค้าเล่าเรื่องดีกว่าไหม อ่านแบบนี้มันให้อารมณ์เหมือนคนบอกบทมาเล่ารายละเอียดเรื่องมากกว่าอะ ไม่รู้สิ

    แล้วก็อย่างฉากที่มีอะไรๆกันเราว่ามันง่ายไป หลายๆอย่างอ่านแล้วมันไม่ค่อยสมูทเลย เพราะค่อนข้างขัดจากความเป็นจริง

    ในส่วนตัวนะ เราคิดว่าคนที่อ่านฟิคเยอะเค้าจะมองว่าเรื่องมันก็น่าสนใจ แต่ติดถ้าที่การเรียงเนื้อหากับการบรรยาย มันก็ทำให้ไม่อยากอ่านอยู่ดีอะ

    แต่ถ้าเป็นคนส่วนน้อยที่อ่านไม่เยอะ แล้วแค่หาอ่านๆเราก็ว่าคงโอเคอยู่มั้ง 5555

    คืออันนี้ความเห็นส่วนตัวนะ แค่อยากบอกไว้เพราะเนื้อเรื่องที่อ่านมาสองตอนเรารู้สึกแบบนั้นจริงๆ อยากให้พยายามแก้ไขจุดเล็กๆแบบนี้ด้วย แล้วศึกษาจากฟิคหรือหาอะไรดูเลื่อยๆว่าเวลาเค้าบรรยายส่วนมากใช้ในแนวทางไหน แต่ไม่ใช่ให้จำมานะ คือแค่ทำยังไงให้อ่านแล้วไม่สะดุดอะ หาคนช่วยเชคให้ก่อนลงบ้างก็ดีนะ

    ขอโทษด้วยนะถ้าอาจทำให้ไม่พอใจ คือนี่ก็อ่านมาเยอะ หลายวง เลยอยากแนะนำเฉยๆ ยังไงก็สู้ๆนะ
    #250
    0
  19. #184 มักเน่ไลน์94 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2559 / 10:44
    จงอินโว้ยยยยยยแกกกกกนี่ไม่ดูอะไรเล๊ยยยยยไอ่เจ้านายหื่นกามฮือออออ
    #184
    0
  20. #157 ทับบี้คัสตาร์ด (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2559 / 21:48
    เจ้านายก้ก้มหน้าก้มตาเอาอบ่างเดียวเลยเห้ยย ฟังน้องเขาบางเซ่!!!
    #157
    0
  21. #134 Action!! (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2559 / 22:40
    เข้าใจผิดไปนั่นเเล้ว โอ๊ยยย
    #134
    0
  22. #118 Kannika Tankam (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2559 / 19:58
    เจ้านายยย ทำไมทำกับน้องดอกไม้แบบนี้ นี่ครั้งแรกนะเฟ้ยย
    #118
    0
  23. #110 XXXX (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2559 / 00:32
    จงอินแกรฟังน้องหน่อยนึ่งก็ได้มะ
    #110
    0
  24. #6 eve_popparazzi (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 เมษายน 2559 / 16:34
    555 น้องน่ารักนี้เนอะ ไม่แปลกใจเลย
    #6
    0