จบแล้ว(EXO) ดอกไม้ของเจ้านาย❀ (Kaihun Chanbaek Ft.Kris)

ตอนที่ 3 : ❀ 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,463
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 84 ครั้ง
    3 พ.ย. 62








ดอกไม้ดอกที่  3

 


 

 

19.10 น.

 

 

                ความจริงแล้ว...เซฮุนไม่ได้สลบไปอย่างที่จงอินคิด  แต่เขากำลังพยายามอดกลั้นกับความเจ็บปวดและเก็บความขมขื่นเอาไว้ในใจ  พร้อมทั้งภาวนาขอให้พายุร้ายลูกใหญ่ลูกนี้จบลงโดยเร็วเพราะเมื่อถูกคนเป็นเจ้าของโรงแรมหาความสุขจากเรือนร่างของเขาจนพอใจ  เซฮุนก็รีบหลับตาลงทำเหมือนสลบไปเท่าที่ความรู้สึกนึกคิดในตอนนั้นจะคิดได้  และเป็นเพราะกลัวว่าเรื่องที่เพิ่งจบไปมันจะเกิดขึ้นซ้ำ  เขาจึงนึกอะไรไม่ออกอีกแล้วนอกจากหลับตาเพื่อหลบเลี่ยงกับความเป็นจริงที่เกิดขึ้น

 

            ตาเรียวคู่สวยที่ยังคงเปรอะเปื้อนคราบของน้ำตากำลังมองอ้อมกอดที่โอบรัดร่างของตัวเองเอาไว้ด้วยความรู้สึกเศร้าใจ  มันเจ็บปวด  สับสน  อยากอธิบายและอีกสารพัดความรู้สึกที่ตีรวนกันอยู่ในอก  เซฮุนไม่ได้ซื่อจนไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง  และเขาก็ไม่เคยคิดเลยว่า...เรื่องแบบนี้มันจะมาเกิดขึ้นในที่ทำงาน  แถมยังถูกเข้าใจผิดอีกว่าเป็นเด็กขายบริการ  มือบางยกขึ้นปาดน้ำตาที่ยังคงไหลพร้อมกับพยายามกลั้นเสียงสะอื้นเพื่อไม่ให้เจ้าของอ้อมกอดได้ยิน

 

            เซฮุนเข้าใจดี...ว่าการมีเซ็กส์มันคือเรื่องปกติและก็ทราบดีอยู่แก่ใจว่าการมีอะไรกับใครครั้งแรกมันเจ็บมากแค่ไหน  เพราะเพื่อนๆที่มหาวิทยาลัยก็มีแฟนกันหมดแล้วและเพื่อนบางคนก็มักจะพูดเรื่องถึงเรื่องแบบนี้ให้ฟังอยู่บ่อยๆ  แถมตามลำคอก็มีรอยแดงจนต้องใส่เสื้อผ้าปกปิดเอาไว้  แต่...สิ่งที่ได้ยินกับความจริงที่เกิดขึ้นตัวเองมันช่างต่างกันราวฟ้ากับเหว  เพราะฝ่ายที่ถูกกระทำโดยไม่มีสิทธิ์ได้อธิบายอะไรอย่างเขามันไม่ได้มีความสุขเหมือนอย่างที่เพื่อนพูดเลยสักนิด  และการมีเซ็กส์ที่ไม่ได้เกิดจากความรักหรือมาจากคนที่ตัวเองรักมันก็ทิ้งแต่ความรู้สึกที่เจ็บปวดไว้ให้เท่านั้น

 

 

                พยายามจะอธิบาย  พยามดิ้นรนเพื่อหาทางรอด  พยายามหยุดเสียงร้องที่น่าอายของตัวเอง  แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง  และทางเดียวที่ทำได้ในตอนนั้นก็คือแค่หลับตาลงอดทนให้ผ่านพ้นช่วงเวลาอันแสนเจ็บปวดนี้ไปให้ได้  มือเรียวยกขึ้นปาดน้ำตาแห่งความเสียใจทิ้งอีกครั้ง  และพยายามเรียกสติของตัวเองให้กลับมาก่อนที่คนข้างกายจะตื่นจนอาจเกิดพายุร้ายลูกใหม่ขึ้นเป็นรอบที่สอง  ตอนนี้...พนักงานจัดดอกไม้คนใหม่ไม่สามารถนอนร้องไห้เสียใจได้นานกว่านี้อีกแล้วเพราะคิดว่าต่อให้ตัวเองร้องไห้ไปจนถึงเช้ามันก็ไม่ได้ช่วยให้ความรู้สึกหรือช่วยให้สิ่งที่เสียไปแล้วกลับคืนมาเหมือนเดิม

 

 

            และเสียงลมหายใจ...ที่ผ่อนเข้าออกอย่างสม่ำเสมอของคนที่หาความสุขจากร่างกายเขาก็เป็นตัวตัดสินให้เซฮุนต้องพยายามสะบัดความรู้สึกสับสน  ความเศร้า  ความเสียใจต่างๆทิ้งเท่าที่จะทำได้  และเริ่มขยับร่างกายช้าๆพร้อมยกอ้อมแขนที่สวมกอดเขาไว้ออกอย่างระมัดระวัง  แล้วค่อยๆยันกายลุกขึ้นยืนทั้งที่ขาก็ไม่มีแรง  แถมยังสั่นมากจนเหมือนจะล้มได้ทุกเวลา  แต่ไม่ว่าจะระวังมากแค่ไหน...ความเจ็บมันก็แล่นไปทั่วร่างเมื่อขยับและยิ่งโดยเฉพาะตรงส่วนที่ถูกล่วงเกินมันก็ยิ่งเจ็บมากกว่าส่วนไหนๆ

 

 

                พนักงานจัดดอกไม้คนใหม่พยายามย่อตัวลงเก็บกางเกงสแล็ครวมถึงชั้นในที่ถูกถอดทิ้งไว้กับพื้นอย่างช้าๆและข่มความรู้สึกต่างๆเอาไว้เพื่อไม่ให้เสียงแห่งความเจ็บมันเล็ดลอดออกมาจากปาก  และเมื่อใส่เสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อย  เซฮุนก็ไม่ลืมที่จะเดินไปหยิบแจกัน  2  ใบที่ซิ่วหมินวานให้ขึ้นมาเก็บ  แล้วค่อยๆก้าวขาออกไปจากห้องอย่างเงียบๆพร้อมปิดประตูให้เบาที่สุด  แต่...จะให้กลับไปที่ห้องทำงานในสภาพแบบนี้ก็คงไม่ดีแน่ๆ  เซฮุนจึงกดลิฟท์ลงไปที่ห้องล็อคเกอร์ของพนักงานเพื่อล้างสิ่งที่คั่งค้างอยู่ในร่างกายรวมถึงล้างหน้าล้างตาและแต่งตัวให้เรียบร้อยกว่าที่เป็นในอยู่ตอนนี้

 

 

            เขาทราบดีว่าต้องนำสิ่งที่ค้างอยู่ในตัวเองออกอย่างไร  และที่รู้...ก็เพราะฟังมาจากเพื่อนๆอีกตามเคย  แล้วนี่ก็เป็นครั้งแรกอีกเช่นกันที่ต้องมาทำอะไรแบบนี้ในที่ทำงาน  ห้องล็อคเกอร์มีห้องอาบน้ำ  มีที่เก็บของให้กับพนักงานทุกคน  ทุกแผนก  แต่...การที่ต้องมาล้วงบางสิ่งบางอย่างออกจากช่องทางบวมช้ำและฉีกขาดโดยไม่ให้มีเสียงร้องก็ถือว่าเป็นเรื่องยากที่สุดในตอนนี้  เพราะห้องล็อคเกอร์มักมีพนักงานเข้าออกอยู่เสมอ  ซึ่งการจะส่งเสียงดังออกไปก็ไม่ใช่เรื่องที่ควร  และเมื่อพนักงานจัดดอกไม้คนใหม่จัดการเอาสิ่งที่ค้างอยู่ในตัวเองออกจนเสร็จแบบไม่ให้มีเสียงร้องมันก็ทำให้เซฮุนได้รู้ว่า...ทฤษฎีต่างๆที่ฟังมาจากเพื่อนๆมันมีความจริงอยู่เพียงเรื่องเดียวเท่านั้นนั่นก็คือความเจ็บ  ซึ่งความสุขหรือความอิ่มอกอิ่มใจใดใดที่เคยได้ยินมามันก็ไม่มีทั้งนั้น...ไม่มีเลย

 

...

 

 

...

 

 

...

 

 

แกร๊กก!!

 

            “เซฮุน!!!   หายไปไหนมาทำไมไปเอาแจกันนานจังหลงทางเหรอแล้วทำไมไม่โทรมาบอกพวกพี่?”

 

 

            “เอ่ออ  พอดีผะ....ผม

 

            “เดี๋ยวค่อยบอก...ตอนนี้ไปหาพี่ซูโฮที่ห้องทำงานก่อน  พี่เค้าถามหานานแล้ว

 

            เปิดประตูห้องทำงานเข้ามายังไม่ถึง 2 วินาที  เซฮุนก็ถูกซิ่วหมินถามนั่นถามนี่ด้วยท่าทีร้อนใจและหยิบแจกันแก้วสองใบจากมือของเขาไปวางไว้บนโต๊ะรวมกับแจกันใบอื่นๆที่ยังไม่ได้ล้าง  แล้วดันหลังเซฮุนให้เข้าไปพบรองหัวหน้าแผนกด้วยความเร่งรีบโดยที่ไม่รู้เลยว่า...การดันหรือออกแรงผลักขนาดนั้นมันเกือบทำให้คนที่เพิ่งโดนกระทำเรื่องอย่างว่ามาไม่กี่นาทีที่แล้วแทบล้มหน้าคว่ำ

 

            “มีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ  พี่หมิน??”

 

            “มีสิ...ถ้าไม่มีแล้วพี่ซูโฮเค้าจะถามหาทำไม  รีบๆเข้าไปได้แล้ว  เดี๋ยวแจกันพวกนี้พี่ล้างให้เอง

 

            “ครับๆ

 

            ซูโฮกับฮีชอลจะมีห้องทำงานที่แยกเป็นส่วนตัวเนื่องจากเป็นหัวหน้าด้วยกันทั้งคู่  และห้องที่ใช้ในการจัดดอกไม้ก็อยู่ถัดไปเพียงแค่กระจกกั้นเท่านั้น  มือบางเคาะประตูเป็นสัญญาณว่าเจ้าตัวกำลังจะเข้าไปพร้อมกับเปิดออกแล้วโค้งตัวให้รองหัวหน้าที่นั่งรออยู่บนเก้าอี้หนังสีเข้มด้วยใบหน้าที่ดูเคร่งเครียด

 

            “พี่ซูโฮเรียกผมเหรอครับ?”  ยืนกุมมือประสานกันไว้และก้มหน้างุดเมื่อเห็นท่าทีที่จริงจังของรองหัวหน้า

 

            “นั่งก่อนสิ...พี่มีเรื่องจะคุยนิดหน่อย”  พูดด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบและผายมือเพื่อเชิญพนักงานคนใหม่ให้นั่งเก้าอี้ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม

 

            “เอ่ออ  คะ...ครับ   ซี้ดด!!”  ร้องออกมาด้วยความเจ็บที่เกินจะทนไหวเพราะตั้งแต่เกิดเรื่องต่างๆขึ้นกับตัวเอง  เซฮุนก็อดทนมานานมากแล้ว  และเมื่อถูกเชิญให้นั่งก็ต้องนั่งอย่างเลี่ยงไม่ได้จนต้องเจ็บซ้ำๆอยู่อย่างนั้น

 

            “เป็นอะไรเซฮุน!!??”  เสียงร้องที่บ่งบอกได้ถึงความผิดปกติ  ทำให้คนที่เป็นรองหัวหน้าอย่างซูโฮอดสงสัยไม่ได้จนต้องรีบเอ่ยปากถามออกไปทันทีด้วยความเป็นห่วง

 

            “ผมท้องเสียครับ  ก็เลยปวดท้อง”  เป็นวันที่ต้องเสแสร้งแกล้งทำอะไรหลายๆอย่างเพื่อให้ตัวเองอยู่รอดเพราะถ้าให้เซฮุนพูดความจริงออกไปก็คงไม่มีใครเชื่ออยู่ดี

 

            “เห็นซิ่วหมินบอกว่า...เราขึ้นไปเอาแจกันบนห้องเจ้านายนานแล้ว  แต่ยังไม่ลงมาสักที  พี่ก็นึกว่าหลงทาง  สรุปแล้ว...ที่หายตัวไปเป็นชั่วโมงก็เพราะท้องเสีย???!”  อยู่รอคุยกับพนักงานใหม่มาได้ครึ่งชั่วโมงและตอนนี้ก็ใกล้เวลาเลิกงานเต็มที  ซูโฮจึงอดสงสัยไม่ได้ว่าคนที่ซิ่วหมินใช้ให้ขึ้นไปเอาแจกันบนห้องเจ้าของโรงแรมหายตัวไปไหนมาตั้งนาน

 

            “ครับ..ท้องเสีย  ผมขอโทษนะครับพี่ซูโฮที่ไม่ได้โทรเข้ามาบอกที่แผนกก่อน  พอดีมันปวดมากเลยครับ”  พนักงานใหม่เริ่มใจไม่ดี  เพราะตัวเองเพิ่งเข้ามาทำงานได้เพียงไม่กี่วัน  แต่กลับโดนรองหัวหน้าเรียกพบเสียแล้ว

 

            “คราวหน้าก็แจ้งพี่ๆบ้างนะว่าอยู่ตรงส่วนไหนของโรงแรม  เพราะถ้าหลงไปในโซนที่ไม่ควรจะไป  เซฮุนอาจโดนไล่ออกเลยก็ได้  เข้าใจไหม??”  ใช่ว่าอยากดุหรือพูดด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวแบบนั้น  แต่ที่ทำไปก็เพราะเป็นห่วง  และกลัวว่าเด็กในแผนกของตัวเองจะทำเรื่องที่ผิดพลาดจนอาจโดนไล่ออกเข้าสักวัน  แล้วพนักงานใหม่ที่จะสมัครเข้ามาเพื่ออยู่ในแผนกจัดดอกไม้ก็ค่อนข้างหายาก  ซึ่งเซฮุนก็เป็นเด็กที่พี่ๆหวังอยู่พอสมควรว่าจะอยู่ที่นี่ได้นานหรืออยู่ยาวไปเลยได้ก็ยิ่งดี

 

            “ครับ...ผมขอโทษครับ  คราวหน้าผมจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้วครับ”  ก้มหน้าแทบชิดกับอกเมื่อได้ยินน้ำเสียงที่คนเป็นรองหัวหน้าใช้สื่อสาร  เพราะมันฟังดูจริงจังมากจนไม่กล้าสบตาทั้งๆที่เรื่องทุกอย่างที่ตัวเองพูดมันไม่ใช่ความจริงเลยสักนิด  แต่...เซฮุนขอยอมโดนดุดีกว่าโดนไล่ออก

 

            “งั้นเรื่องนี้ก็จบไป  แล้วก็อย่าทำอีก  ส่วนเรื่องที่พี่เรียกมาคุย...เซฮุนตั้งใจฟังให้ดีนะ  เมื่อวันก่อนเซฮุนเดินชนผู้ชายคนนึงที่หน้าลิฟท์ใช่ไหมแล้วรู้หรือเปล่าว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใครแล้วหลังจากเกิดเรื่องทำไมไม่มาบอกพวกพี่  หื้ม??”  จบจากคำเตือนกลายมาเป็นคำถาม  และเพราะมันเป็นเรื่องที่ไม่ได้ใหญ่โตอะไรมากจนถึงขั้นต้องให้หัวหน้าแผนกลงมือจัดการเอง  ฮีชอลจึงวานให้ซูโฮช่วยมาคุยปัญหาที่เกิดขึ้นเมื่อหลายวันก่อนให้คนต้นเรื่องได้รับทราบ

 

            “คะ...ครับ  ผมเดินชนผู้ชายคนนึงที่หน้าลิฟท์  แต่เค้าก็ไม่ได้ว่าอะไรนะครับ  แล้วผมก็ขอโทษเค้าแล้วด้วย  สรุปว่าาา...แผนกเราโดนคอมเพลนเหรอครับ??”  จบประโยคที่ซูโฮถาม  เซฮุนก็นึกถึงใบหน้าที่ดูใจดี  รอยยิ้มกว้างๆ  ที่พูดว่า ไม่เป็นไร  เมื่อหลายวันก่อนได้ทันที  และก็ไม่คิดว่าวันนี้...ตัวเองจะโดนรองหัวหน้าเรียกพบด้วยเรื่องนั้นเพราะตอนเกิดเหตุมันเหมือนทุกอย่างจะจบลงได้ด้วยดี  แต่สุดท้าย...มันก็จบไม่สวยอย่างที่คิด

 

            “ เค้า ที่เซฮุนกำลังพูดถึง...เป็นเพื่อนสนิทกับเจ้าของโรงแรมเชียวนะ  แต่ดี...ที่เพื่อนของเจ้านายไม่ได้โกรธอะไรแล้วก็ไม่ได้คอมเพลนด้วย   ส่วนเรื่องการขอโทษอย่างเป็นทางการ  เดี๋ยวพี่จะบอกเราอีกที  เฮ้ออ!!...พี่ไม่ได้อยากบ่นหรืออยากทำให้เรากลัวเลยนะเซฮุน  แต่มันเป็นกฎที่เซฮุนต้องรู้...และไม่ว่าเซฮุนจะเจอกับใคร  ทำผิดอะไร  มีปัญหาตรงไหน  เซฮุนต้องรีบบอกพี่ๆในแผนกให้ทราบทุกเรื่อง  เพราะถ้าวันนั้น...คนที่เซฮุนเดินชนเกิดเป็นลูกค้าที่มาเข้าพัก  แล้วเค้าเอาเรื่องขึ้นมาจริงๆมันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่กว่านี้  เซฮุนเข้าใจที่พี่พูดไหม??”

 

            คำว่า เป็นเพื่อนสนิทกับเจ้าของโรงแรม เป็นคำที่ทำให้คนฟังอย่างเซฮุนรู้สึกตัวชาไปทั้งร่าง  และวันนี้ก็เป็นเหมือนวันซวยๆของเขาวันหนึ่ง  เพราะต่อให้เพื่อนของเจ้านายจะไม่คอมเพลนหรือโกรธอะไรเขามากเหมือนอย่างที่รองหัวหน้าพูดให้ฟัง  แต่เมื่อใครคนนั้นเกี่ยวข้องกับคนเป็นเจ้าของโรงแรม  มันก็ทำให้เซฮุนพาลนึกไปถึงเรื่องที่ตัวเองเพิ่งถูกล่วงเกินมาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่แล้วทันที

 

            “(เฮ้ออ!) เข้าใจครับพี่ซูโฮ  ผมต้องขอโทษจริงๆนะครับ  ที่สร้างปัญหาให้กับแผนก  คราวหน้าผมจะแจ้งเรื่องทุกอย่างให้พี่ๆทราบครับ  ผมจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้วครับ  ผมขอโทษครับ”  ถอนใจได้แค่ในความคิด  และลุกขึ้นยืนช้าๆพร้อมกับโค้งตัวเพื่อยอมรับผิดกับเรื่องที่ตัวเองก่อไว้อย่างนอบน้อม

 

            “ต้องปรับตัวอีกเยอะเลยนะเซฮุน  แต่ก็ค่อยๆเรียนรู้กันไป  ไม่ต้องเครียด...แล้วพรุ่งนี้จะมาทำงานไหวหรือเปล่า  ถ้าไม่ไหวก็ลาไปเลยนะ  พี่อนุญาต  ไม่ใช่ปวดท้องก็ฝืนมา  แล้วสุดท้ายก็ทำงานไม่ไหว”  คุยกันยาวจนเลยเวลาเลิกงานมาเกือบ  20  นาที  เพราะแผนกจัดดอกไม้มีกะในการทำงานแค่รอบเช้ากับรอบบ่ายเท่านั้นและเลิกงานในเวลาสองทุ่ม  ซึ่งมันต่างจากแผนกอื่นๆในโรงแรมที่มีจำนวนสามกะคือรอบเช้า  รอบบ่ายและรอบดึก

 

            “ไหวครับ  ผมกินยาไปแล้ว  ขอบคุณพี่ซูโฮมากนะครับ  แล้วผมจะปรับปรุงตัวให้ดีขึ้น”  โกหกจนวินาทีสุดท้ายเพราะเซฮุนไม่อยากขาดงานทั้งๆที่ตัวเองก็เพิ่งเข้ามาเป็นพนักงานใหม่ได้เพียงไม่กี่วัน  แถมยังก่อปัญหาเอาไว้จนถูกเรียกพบ  เซฮุนจึงไม่อยากขาดงานโดยไม่จำเป็น

 

            “งั้นก็กลับบ้านได้เลยนะ  เดี๋ยวพี่กับซิ่วหมินจะล็อคห้องเอง  เซฮุนกลับไปพักเถอะ  แล้วก็อย่าคิดมากล่ะ  ฝันดีนะ”        

 

            คำว่า ฝันดี  ของซูโฮ...มันกลับทำให้เซฮุนรู้สึกว่ามันคือฝันร้ายของเขามากกว่า  และคืนนี้ก็ไม่รู้ว่าจะหลับได้อย่างสบายใจเหมือนเช่นทุกคืนหรือไม่  เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวเองทั้งหมดในวันนี้มันคงทำให้หลับไม่ลงจริงๆ  เขาควรจะต้องรู้สึกอะไรควรทำตัวแบบไหนเขาเองก็ยังสับสน?  แต่ตอนนี้...สิ่งที่เซฮุนควรทำมากที่สุดก็คือการรีบกลับไปนอนพักอย่างที่รองหัวหน้าบอก  บวกกับร่างกายเริ่มออกอาการเหมือนจะมีไข้เพราะอยู่ดีๆก็รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวและร้อนๆหนาวๆหลังจากเดินออกมาจากโรงแรมได้สักพัก  แล้วคืนนี้...เซฮุนก็จำเป็นต้องนั่งแท็กซี่กลับอพาร์ทเม้นแทนที่จะนั่งรถโดยสารหรือรถไฟฟ้าเหมือนอย่างที่ทำอยู่เป็นประจำเนื่องจากร่างกายมันไม่มีแรงแม้แต่จะก้าวขา  

 

และสำหรับเรื่องแย่ๆที่เกิดขึ้นทั้งหมดในวันนี้...มันก็ทำให้เซฮุนรู้สึกว่ามันเป็นวันที่แย่รองลงมาจากวันที่พ่อกับแม่ของเขาเสียไปก็ว่าได้

 

 

 

 

 

 

 

 



 

 

 

  

 

 

 

 

 

 



 

 

 

 

 

 

โรงแรม  โซล

09.45 น.

 

Rrrrrrrrrrrrr!!!!

 

            “ครับบบบ

 

            (ขอโทษที่โทรมารบกวนเวลาพักผ่อนนะคะ  แต่บ่ายนี้คุณจงอินมีประชุมกับหัวหน้าแผนกที่ห้องรับรองห้องที่ 3 ค่ะ  คุณจงอินอย่าลืมเข้าประชุมด้วยนะคะ)

 

            “ครับ ๆ พี่เลขา ผมไม่ได้ลืม  ขอบคุณมากนะครับที่โทรมาเตือน

 

            ถูกเสียงโทรศัพท์...ปลุกในเวลาเช้าอันแสนขี้เกียจและรีบกดรับโดยที่สติยังกลับมาไม่ครบสักเท่าไหร่  แต่ในหัวก็ยังพอจำได้บ้างว่าวันนี้มีประชุมตอนช่วงบ่ายกับพนักงานระดับหัวหน้าของแต่ละแผนก  แต่พอวางสาย...เจ้าของโรงแรมก็นึกถึงของขวัญที่ชานยอลส่งมาให้  พร้อมกับรีบหันไปมองบนเตียงที่ตอนนี้มันหลงเหลือไว้เพียงแค่ความวางเปล่า 

 

            เจ้าของกายสีน้ำผึ้ง...รีบลุกออกจากเตียงอย่างร้อนใจ  แล้วเดินหาเด็กหนุ่มที่ตัวเองเพิ่งใช้บริการไปเมื่อคืนที่ห้องน้ำเป็นอันดับแรก  แล้วตามด้วยห้องนั่งเล่น  ห้องทำงาน  แต่ก็ไม่พบ  จงอินเดินกลับมานั่งที่เตียงด้วยความรู้สึกทั้งโมโหและเสียดายที่ความเหนื่อยจากเรื่องเมื่อคืนบวกกับงานอันแสนยุ่งทำให้เขาหลับลึกจนตื่นมาไม่ทันเพื่อพบกับเด็กหนุ่มอีกครั้งในเช้านี้  และเมื่อความเงียบเข้าปกคลุม...จงอินก็นึกถึงเซ็กส์ที่ดูอ่อนหัด  ร่างสวยขาวเนียน  ความบริสุทธิ์  เสียงครางอันแสนหวานอย่างรู้สึกโหยหา

 

 

            มันเป็นครั้งแรกที่เจ้าของโรงแรมอย่างเขารู้สึกถูกใจเด็กขายบริการ  แถมเมื่อคืนก็มัวแต่ปราบพยศของขวัญชิ้นงามจนลืมใส่ถุงยางเหมือนเช่นทุกครั้ง  แต่พอรู้ว่าของขวัญชิ้นนั้นยังไม่เคยผ่านมือใครมาก่อน  จงอินจึงรู้สึกโล่งใจทันทีเพราะถ้าเด็กนั่นเหมือนกับเด็กขายบริการคนอื่นๆที่มักจะผ่านมือใครต่อใครมามากมายเหมือนอย่างที่เขาเคยเจอมันก็คงเป็นเรื่องที่น่าหนักใจอยู่ไม่ใช่น้อย  เนื่องจากอาจติดโรคที่เกิดจากการไม่ได้ป้องกันก็เป็นได้

 

 

            ตาคม...มองผ้าปูที่นอนสีขาวของตัวเองที่มีรอยเปื้อนต่างๆอย่างนึกสงสัย  เพราะรอยเลือดสีแดงสดที่หยดเป็นวงกว้างอยู่บนที่นอนมันทำให้จงอินนึกไม่ออกเลยจริงๆว่าเด็กหนุ่มที่เพื่อนหามาให้เมื่อคืนมีแรงกลับไปได้ยังไงกลับไปตอนไหนแล้วตอนนี้จะเป็นอะไรหรือเปล่าเนื่องจากทราบดีว่าการมีอะไรครั้งแรกด้วยความรุนแรงขนาดนั้นมันอาจทำให้เด็กหนุ่มเป็นไข้เลยก็ว่าได้  มือหนาขยี้หัวตัวเองด้วยความหงุดหงิดและลุกขึ้นไปอาบน้ำต่อทันทีเพราะต้องเตรียมตัวเข้าประชุมในช่วงบ่าย  ส่วนเรื่องของเด็กหนุ่มคนนั้นจงอินก็คิดว่า...คงต้องไปถามหาจากคนที่เอาของขวัญชิ้นนี้มาให้เขานั่นก็คือ  ชานยอล!!

 

...

 

 

...

 

 

...

 

 

...

 

 

...

 

 

 

  13.00 น.         

 

            การประชุมเริ่มต้นขึ้น...และหัวหน้าแผนกทุกๆแผนกในโรงแรมก็เข้าประชุมกันจนครบ  แถมการประชุมในครั้งนี้ก็เป็นไปด้วยความราบรื่น  ซึ่งมันไม่เหมือนกับครั้งที่แล้วที่หัวหน้าแผนกบางคนมีปากเสียงกันเล็กน้อยเนื่องจากงานที่ได้รับมอบหมายมันไม่ค่อยเป็นไปตามเป้าที่ได้ตั้งไว้  แต่สำหรับการประชุมในวันนี้...ทุกๆอย่างมันเริ่มต้นได้ดีจนจบการประชุม  เพราะทุกคนพร้อมใจกันช่วยแก้ไขปัญหาให้มันผ่านไปได้แบบไม่มีการต่อว่ากันอีกแล้ว  จงอินมองพนักงานทุกคนที่นี่เหมือนเป็นคนในครอบครัว  เพราะถ้าไม่มีพวกเขาที่ตั้งใจทำงานกันอย่างขยันขันแข็ง  โรงแรมของตระกูลคิมคงไม่ดำเนินกิจการมาจนใหญ่โตและมีชื่อเสียงมาได้ขนาดนี้

 

 

            หลังจากการประชุมเสร็จสิ้น  จงอินก็ลงมานั่งอยู่ที่คอฟฟี่ช็อปชั้นล่างของโรงแรมเหมือนอย่างที่ชอบทำอยู่บ่อยๆ  พร้อมจิบกาแฟไปด้วย  ตาก็มองสำรวจการทำงานของพนักงานแผนกต่างๆไปด้วยเพื่อเก็บรายละเอียดที่อาจมีของบกพร่องให้ต้องกลับไปปรับปรุง   แต่!!....พอกำลังจะยกเครื่องดื่มขึ้นทาน  แก้วเซรามิคเนื้อดีก็ต้องค้างอยู่กลางอากาศเมื่อสายตาคมเห็นเด็กหนุ่มที่ตัวเองเพิ่งใช้บริการไปเมื่อคืนเดินหายเข้าไปในลิฟท์พร้อมกับผู้ชายคนหนึ่งด้วยรอยยิ้มที่แสนจะดูมีความสุข  ซึ่งชายคนนั้นก็อาจเป็นลูกค้าที่เข้ามาพักในโรงแรมของเขาก็ได้

 

 

            มือหนา...วางแก้วเครื่องดื่มรสเข้มลงบนจานรองด้วยความโมโห  เพราะตอนนี้มันแค่บ่ายสองโมงเท่านั้น  แต่เด็กหนุ่มที่อยู่ในชุดนักศึกษาคนเดิม  คนที่เขาเพิ่งใช้บริการไปเมื่อคืนกลับมาใช้โรงแรมของเขาเพื่อขายตัวอีกครั้ง??!ทั้งๆที่สภาพร่างกายก็ไม่น่าจะรับไหวกับการทำเรื่องอย่างว่าในตอนนี้  ความคิดในแง่ลบที่ปะปนมากับความโมโหทำให้คนเป็นเจ้าของสถานที่รีบลุกออกจากค๊อฟฟี่ช็อป  แล้ววิ่งไปที่ลิฟท์ทันที  แต่...มันก็ช้าเกินไป  เพราะเด็กหนุ่มคนนั้นและผู้ชายที่เขาคิดว่าต้องเป็นลูกค้าของโรงแรมได้ขึ้นไปยังชั้นบนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

 

                เจ้าของโรงแรมรู้สึกโมโหมากกว่าเดิม  แต่ก็พยายามใจเย็นแล้วเดินไปที่ห้องควบคุมกล้องวงจรปิดภายในโรงแรมเพื่อดูว่าเด็กหนุ่มที่ตัวเองตามหามาตั้งแต่เช้าเดินออกมาจากลิฟท์ที่ชั้นไหนตาคมมองกราดไปทั่วหน้าจอสี่เหลี่ยมเมื่อเดินเข้ามาถึงห้องควบคุมกล้องวงจรปิด  พร้อมกับรีเพลย์กล้องไปมาเพื่อตรวจดูความเคลื่อนไหวที่เพิ่งผ่านไปเมื่อประมาณ 10  นาทีที่แล้วด้วยความร้อนใจ  และชั้น 15  ก็คือชั้นที่เด็กหนุ่มร่างสวยเดินออกมาจากลิฟท์  แต่...กลับไม่มีผู้ชายคนไหนเดินตามออกมาด้วยเหมือนตอนที่เห็นในครั้งแรก  แถมเจ้าตัวยังเดินตรงไปที่ห้องอาหารญี่ปุ่นทั้งๆที่เวลานี้...ห้องอาหารญี่ปุ่นก็ยังไม่ถึงเวลาเปิดให้บริการ??

 

ส่วนพนักงาน...ที่ทำหน้าที่อยู่ในห้องควบคุมกล้องวงจรปิดทั้งหมดก็รู้สึกงงอยู่ไม่ใช่น้อยที่อยู่ๆดีคนเป็นเจ้านายก็เข้ามาทำนั่นทำนี้โดยไม่พูดอะไรกับพวกเขาสักคำแล้วก็รีบออกไป

 

                มือหนา...กดลิฟท์ไปที่ชั้นสิบห้าทันทีเมื่อรู้ว่าเด็กหนุ่มที่ตัวเองตามหาขึ้นมาที่ชั้นนี้  แถมยังเดินเข้าไปในห้องอาหารที่มันยังไม่ถึงเวลาเปิดให้บริการอีกด้วย  ขายาวสมส่วนในชุดสูทราคาแพงเดินออกมาจากกล่องโดยสารสี่เหลี่ยมเมื่อมันเลื่อนขึ้นมาส่งถึงชั้นที่เขาต้องการและเปิดออก  ชั้น 15...เป็นชั้นที่มีห้องอาหารจีน  ห้องอาหารญี่ปุ่นรวมถึงร้านขายของที่ระลึกต่างๆตั้งอยู่  และเมื่อพนักงานที่ทำหน้าที่อยู่บนชั้นนี้เห็นเจ้าของโรงแรมเดินออกมาจากลิฟท์  ทุกๆคนจึงโค้งตัวเพื่อแสดงความเคารพ  แต่สำหรับเวลานี้...จงอินไม่มีอารมณ์จะยิ้มหรือหยุดทักทายใครเหมือนอย่างที่เคยทำทั้งนั้น  เพราะความโมโหมันกำลังทำให้คนเป็นเจ้านายเริ่มขาดสติ

 

 

                จงอินกำลังเดินไปที่ห้องอาหารญี่ปุ่น  แต่...ยังไม่ทันจะเดินไปถึงไหน  ขายาวสมส่วนก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นคนที่ตัวเองกำลังตามหาเดินออกมาจากห้องอาหารนั้นพร้อมกับพนักงานจัดดอกไม้คนหนึ่ง  และถ้าจำไม่ผิด...พนักงานคนนั้นก็น่าจะชื่อ  คยองซู??  เจ้าของโรงแรมยืนนิ่งเพื่อคิดทบทวนอะไรบ้างอย่างด้วยความรู้สึกสงสัยและสับสนเมื่อเห็นภาพที่เด็กหนุ่มในชุดนักศึกษาเข็นรถดอกไม้ออกมาจากห้องอาหารญี่ปุ่นและกลับเข้าไปด้านในอีกครั้ง...ส่วนพนักงานรุ่นพี่ตัวเล็กก็เดินแยกไปอีกทาง

 

            สวัสดีครับคุณจงอิน  มาทานอาหารเหรอครับ?”  เสียงของรองหัวหน้าแผนกห้องจัดดอกไม้เอ่ยทักทายเจ้าของโรงแรมเมื่อเขาเดินผ่านมาพอดี  และกำลังจะเข้าไปจัดดอกไม้ที่ห้องอาหารญี่ปุ่นต่อหลังจากที่ก่อนหน้านั้นเขาลืมของบางอย่างไว้ในห้องอาหารจีน

 

            “เปล่าครับ...ผมมาเดินตรวจงาน  เออนี่คุณซูโฮ!!...ผมขอถามอะไรคุณหน่อยสิ  เมื่อกี๊ผมเห็นเด็กผู้ชายใส่ชุดนักศึกษาเดินเข้าไปในห้องอาหารญี่ปุ่น  เขาเป็นใคร??  แล้วเข้าไปทำอะไรในห้องอาหารของผม??!”  ถือโอกาสนี้ถามรองหัวหน้าแผนกห้องดอกไม้ทันที  เพราะจงอินรู้สึกสงสัยในสิ่งที่ตัวเองเห็นและไม่เข้าใจว่าเด็กหนุ่มที่เพื่อนส่งมาให้เป็นของขวัญเมื่อคืนมาทำอะไรอยู่ที่ห้องอาหารของเขา?

 

            “อ๋อ...เขาเป็นพนักงานใหม่ครับ  ชื่อเซฮุน  แล้วก็...คนนี้แหละครับ  ที่เดินชนเพื่อนของคุณจงอินเมื่อหลายวันก่อน”  เหมือนสมองหยุดสั่งงานไปชั่วขณะเมื่อคนเป็นเจ้าของโรงแรมได้ยินในสิ่งที่ซูโฮพูดเมื่อครู่และความสับสนที่มีมากอยู่แล้วก็กลับมีมากขึ้นไปอีก  แล้วคิดว่า...นี่เขาเพิ่งมีอะไรกับพนักงานในโรงแรมของตัวเองอย่างนั้นหรือ????  แถมยังเข้าใจผิดว่าเด็กคนนี้เป็นพวกนักศึกษาที่ชอบหารายได้เสริมอย่างการขายบริการอีก!!?

 

            จงอินพยายามตั้งสติเท่าที่เหลืออยู่  และคิดว่าถ้าเด็กหนุ่มคนนี้เป็นพนักงานจัดดอกไม้คนใหม่จริงๆ  แล้วเมื่อคืนเข้ามาทำอะไรที่ห้องนอนของเขาทั้งๆที่เวลานั้นมันก็ไม่ใช่เวลางาน??  เจ้าของโรงแรมจมอยู่กับความคิดที่แสนยุ่งเหยิงของตัวเองและความสงสัยต่างๆที่กำลังวิ่งวนอยู่ในหัวก็ทำให้คนอย่างคิมจงอินต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อให้หายสงสัย  พร้อมทั้งหาทางรับผิดชอบกับเรื่องที่เกิดขึ้นจากความเข้าใจผิดของตัวเอง

 

แต่...สำหรับเรื่องของงาน  จงอินจำเป็นต้องสอบสวนไปตามความเป็นจริงเพราะการขึ้นมาที่ห้องส่วนตัวของเขาในช่วงเวลาที่ไม่ควรมันถือว่าเป็นความผิดที่ค่อนข้างร้ายแรง   

 

 

            และตอนนี้...เขาก็คิดว่าตัวเองต้องไปคุยกับพนักงานจัดดอกไม้คนใหม่ให้รู้เรื่อง  และถ้าเด็กหนุ่มคนนั้นจะเอาค่าเสียหายเท่าไหร่  เขาก็จะยอมชดใช้ให้ทั้งหมด  จงอินยอมรับว่าเขาไม่เคยคิดที่จะมีแฟนหรือมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับพนักงานในโรงแรมของตัวเองเลยแม้แต่คนเดียวเพราะคิดว่ามันอาจทำให้ระบบในการทำงานเสียและอาจเกิดความวุ่นวายตามมาในภายหลัง  ส่วนสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือมันไม่เหมาะสม

 

             เอ่ออ...คุณจงอินครับ  ถ้าไม่มีอะไรแล้ว  ผมขอตัวกลับไปทำงานก่อนนะครับ” 

 

            “เดี๋ยว!!!คุณซูโฮ!!....ผมขอไปดูดอกไม้ที่ห้องอาหารญี่ปุ่นหน่อยแล้วก็กัน  พวกคุณจัดเสร็จแล้วใช่ไหม?”

 

            “ครับ...เพิ่งจัดเสร็จ  แต่ยังเหลือเก็บรายละเอียดอีกนิดหน่อยครับ

 

            เมื่อจัดการกับความคิดของตัวเองเรียบร้อย  จงอินก็เดินไปที่ห้องอาหารญี่ปุ่นโดยมีรองหัวหน้าแผนกอย่างซูโฮเป็นคนเดินนำ  และเมื่อเข้ามาถึงในห้อง...สายตาคมก็รีบจ้องไปที่เด็กหนุ่มในชุดนักศึกษาทันที  แล้วพอได้เห็นเจ้าของร่างสวยที่เขาเพิ่งได้สัมผัสไปเมื่อคืนยืนอยู่ไม่ห่างจากจุดที่เขามองอยู่  มันก็ทำให้จงอินรู้สึกได้ถึงความขยัน  ความเอาใจใส่ในงานและความกระตือรือร้นเพราะพนักงานใหม่แทบไม่ได้สนใจอะไรเลยว่าตอนนี้มีใครมายืนอยู่ในห้องเพิ่มอีกหนึ่งคน

 

 

            เจ้าของกายบาง...เอาแต่เดินเก็บแจกันใบนั้น  ย้ายดอกไม้ดอกนี้อยู่อย่างคล่องแคล่ว  แถมคิ้วเข้มๆบนใบหน้าเรียวสวยก็ขมวดกันแน่น และปากอิ่มสีสดรสส้มที่เขาจำรสชาติได้แม่นก็กำลังบ่นอะไรมุบมิบอยู่คนเดียว  ซึ่งการกระทำแบบนั้น...มันก็ทำให้คนเป็นเจ้าของโรงแรมอยากจะเดินเข้าไปบีบปากอิ่มนั่นด้วยความรู้สึกมันเขี้ยว

 

            “นี่ ๆเซฮุน...วางมือก่อน  วันนี้คุณจงอินมาขอดูดอกไม้  เซฮุนมาทำความรู้จักกับเจ้าของโรงแรมก่อนนะ  เดี๋ยวค่อยมาเก็บงานต่อ

 

เพล้งงงงงง!!!!

          

            เสียงแจกันใบใหญ่...ที่นำเข้ามาจากประเทศหล่นลงพื้นส่งเสียงดังสนั่นไปทั้งห้องอาหารญี่ปุ่นเมื่อคนที่กำลังง่วนอยู่กับการทำงานที่ตัวเองรักได้ยินเสียงเรียกของรองหัวหน้าและเห็นคนที่ล่วงเกินตัวเองเมื่อคืนยืนอยู่ในห้อง  ความตกใจทำให้พนักงานจัดดอกไม้คนใหม่ทำแจกันที่ถืออยู่ในมือหล่นแตกเพราะเมื่อเห็นหน้าของคนที่ซูโฮอยากแนะนำให้รู้จัก  ภาพของความเจ็บปวดต่างๆที่เพิ่งได้รับมาเมื่อคืนก็ฉายออกมาให้เห็นเป็นฉากๆ  การถูกมัด  การถูกทำเรื่องอย่างว่าด้วยความรุนแรง  ทุกๆภาพมันชัดเจนจนยากที่จะลบออกไปจากความทรงจำ

 

เซฮุนรู้ดี...ว่าตัวเองไม่ใช่นางเอกในละครหลังข่าวที่พอถูกพระเอกขืนใจแล้วจะมานอนห่มผ้าร้องไห้เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายหรือร้องขอความรับผิดชอบ  และที่สำคัญ...คนยืนตรงหน้าเขาตอนนี้ก็ไม่ใช่พระเอกเพราะเขาเป็นถึงเจ้าของโรงแรมที่มีชื่อเสียงอันโด่งดัง

 

 

 

 

 

 




 

 

 

 

 

 

 

 




 

 

 

 

 

 

15.27 น.

 

            วันนี้เซฮุนรับหน้าที่ให้มาทำงานรอบบ่ายเหมือนเดิม  และเมื่อคืนพอกลับไปถึงที่พักเขาก็รีบอาบน้ำเพื่อที่จะได้รู้สึกสบายตัวมากขึ้นหลังจากที่เหนื่อยกับงานมาทั้งวัน  แถมยังโดนล่วงเกินจนแทบไม่มีแรงเดินพร้อมกับทานยาแก้ปวด  แก้อักเสบต่างๆรวมถึงทายาตรงส่วนที่ฉีกขาดแล้วก็หลับไปด้วยความเหนื่อยล้า  และพอตื่นขึ้นมาในเช้าวันนี้...มันก็ถือเป็นความโชคดีของพนักงานใหม่อย่างเขาเพราะมันไม่มีอาการป่วยหรือต้องนอนซมด้วยพิษของไข้จนไปทำงานไม่ได้  แต่อาการปวดระบมตามร่างกายก็ยังคงปวดอยู่เหมือนเดิม  และความโชคดีอีกหนึ่งอย่างก็คือเสื้อนักศึกษาที่ใส่ไปทำงานอยู่ทุกวันมันเป็นแบบแขนยาว  ซึ่งมันก็สามารถช่วยปกปิดรอยช้ำบนข้อมือทั้งสองข้างที่เกิดจากการถูกมัดด้วยเข็มขัดได้เป็นอย่างดี

 

แต่สำหรับตอนนี้...โชคคงไม่เข้าข้างพนักงานใหม่อย่างโอเซฮุนเหมือนอย่างเมื่อเช้าอีกแล้วเมื่อเจ้าของเข็มขัดที่ใช้รัดข้อมือเขาเมื่อคืนได้มายืนอยู่ตรงหน้าและเขาก็คงหนีไม่พ้นอีกตามเคย

 

            “เอ่ออ  สวัสดีคะ...ครับคุณจงอิน  ผมชื่อโอเซฮุนครับ...เป็นพนักงานจัดดอกไม้คนใหม่”  พอเริ่มตั้งสติได้  เซฮุนก็แนะนำตัวเองพร้อมทั้งโค้งศีรษะให้กับเจ้าของโรงแรม  แล้วรีบนั่งลงเก็บเศษแจกันที่ตัวเองเป็นคนทำหลุดมือด้วยความลนลาน  และเพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงที่จะเผชิญหน้า  เซฮุนจึงพยายามเก็บเศษแก้วที่แตกอยู่อย่างนั้นโดยที่ก็ทราบดีอยู่แก่ใจว่ากำลังทำเรื่องที่เสียมารยาท  แต่ที่ต้องทำแบบนี้ก็เพราะ...ยังทำใจไม่ได้ที่จะเห็นหน้าคนที่ล่วงเกินตัวเองเมื่อคืน

 

            “หึ!!! สวัสดี โอ-เซ-ฮุน”  ทักทายกลับไปด้วยน้ำเสียงที่นิ่งเรียบแต่ก็เน้นย้ำทุกประโยคที่พูด  และก็อดที่จะหัวเราะให้กับท่าทางที่พนักงานคนใหม่ ของเขา แสดงออกมาไม่ได้  และจงอินก็ทราบดี...ว่าเจ้าของร่างสวยที่เขาเคยสัมผัสมาแล้วกำลังคิดที่จะหลบหน้าด้วยการทำตัวยุ่งๆ

 

            “โอ๊ยย...ซี๊ดด!!”  เก็บเศษแก้วที่แตกด้วยความลนลานจนถูกบาดมือ  และด้วยความกลัวที่มีอยู่ในใจมันก็ยิ่งทำให้เซฮุนไม่ทันระวังตัว  ซึ่งตอนนี้เลือดก็เริ่มไหลออกมาจากบาดแผลมากขึ้นจนหยดลงบนพื้นห้องที่ทำจากไม้


 

 


 

 

 

            ห้องอาหารญี่ปุ่น...สร้างมาจากวัสดุที่ทำด้วยไม้ทั้งห้อง  และการตกแต่งทุกอย่างก็เป็นแบบญี่ปุ่นทั้งหมด  ไม่ว่าจะเป็นการจัดดอกไม้ก็ต้องจัดแบบญี่ปุ่น***  โต๊ะอาหาร  ตะเกียบ  ช้อนรวมถึงถ้วยชามต่างๆก็ถูกส่งตรงมาจากประเทศญี่ปุ่นทั้งนั้น   ส่วนห้องอาหารจีนก็จะตกแต่งทุกอย่างด้วยโทนสีแดง  ทั้งผ้าปูโต๊ะ  ชนิดของดอกไม้ที่ใช้  ซึ่งทุกอย่างในห้องจะเน้นสีแดงเป็นพิเศษ  และห้องอาหารจีนก็เป็นอีกห้องอาหารหนึ่งที่นำเข้าของใช้ทุกอย่างมาจากต่างประเทศ

 

 


 

 

 

            ทำแบบนี้คิดจะหลบหน้าผมพ้นเหรอไง...คุณโอเซฮุน!!  ผมว่า...คุณต้องไปทำแผลกับผมที่ห้องเดี๋ยวนี้  เรามีเรื่องต้องคุยกัน  แล้ววว...ที่มีแรงมาทำงาน  งั้นก็แสดงว่าตรงนั้น!!คงหายเจ็บแล้วใช่ไหม  หื้มม??  สงสัยผมคงต้องทำอย่างอื่นมากกว่าการทำแผลซะแล้วสิ!!?”  นึกมันเขี้ยวคนที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาเก็บเศษแก้วจนได้แผล  จงอินจึงรีบย่อตัวลงนั่งและดึงผ้าเช็ดหน้าที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อสูทออกมาพันนิ้วมือของคนที่ถูกเศษแก้วบาดพร้อมพูดด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำเพราะไม่ต้องการให้ใครได้ยินบทสนทนานี้นอกจากคนที่คิดจะหลบหน้าเขา

 

            “ไม่เป็นไรครับ!!  ขอบคุณคุณจงอินมากนะครับที่ช่วยห้ามเลือดให้ผม  แต่ผมขออนุญาตกลับไปทำแผลที่ห้องทำงานจะดีกว่า”  รีบลุกขึ้นยืนและพูดด้วยเสียงที่ดังอยู่พอสมควรเพราะสิ่งที่เซฮุนได้ยินออกมาจากปากของคนที่เป็นเจ้านายมันทำให้เขารู้สึกไม่ปลอดภัย  และต้องหาทางออกโดยการพูดเสียงดังๆเพื่อให้พี่ๆในแผนกรู้ว่าเขากำลังจะกลับไปทำแผลที่ห้องทำงาน

 

            “อย่ามาต่อรองกับคนอย่างผม!!!  ผมสั่งให้คุณไปทำแผลที่ห้องก็ต้องไป  เพราะนี่คือคำสั่ง!!”  เป็นอีกครั้งที่จงอินรู้ทันเล่ห์เหลี่ยมของเด็กหนุ่มตรงหน้า  เขาจึงพูดด้วยน้ำเสียงที่ดังและแข็งกร้าวกลับไปเช่นกัน  และใช้มือข้างหนึ่งล็อคเอวบางเอาไว้แล้วลากตัวพนักงานจัดดอกไม้คนใหม่ออกมาจากห้องอาหารญี่ปุ่นท่ามกลางสายตาของคนในแผนกที่ทำงานอยู่ในห้องนี้

 

           “ปล่อยผมเถอะครับคุณจงอิน”  รู้สึกอยากจะร้องไห้ขึ้นมาทันทีเมื่อถูกกึ่งลากกึ่งจูงให้เข้ามาในลิฟท์และเห็นว่าคนเป็นเจ้าของโรงแรมกดลิฟท์เพื่อพาตัวเองไปที่ไหน  เพราะมันก็คือชั้นบนสุดที่เป็นห้องส่วนตัว

 

            “ถ้าไม่อยากถูกมัดอีกรอบ...ก็หยุดพูดได้แล้ว”  ไม่อยากใช้ความรุนแรงเหมือนเมื่อคืนเพราะสถานะของเซฮุนตอนนี้มันทำให้เขาไม่สามารถทำอย่างนั้นได้อีกแล้ว  แต่ที่พูดออกไปเมื่อครู่ก็เพื่อต้องการขู่ให้คนในอ้อมกอดเลิกพยศก่อนที่เขาจะโมโหขึ้นมาจริงๆ

 

แกร๊กก!!

 

          เซฮุน...รู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องเมื่อประตูถูกปิดลงพร้อมกับโดนลากตัวให้เข้ามานั่งอยู่ในห้องที่มีแต่ความทรงจำอันเลวร้ายอีกครั้ง  และสถานการณ์ตอนนี้มันก็ยากที่จะคาดเดาได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองบ้าง  เพราะคนเป็นเจ้านายได้หายตัวไปเมื่อพาเขาเข้ามานั่งอยู่บนเตียง  แล้ว...เหมือนความคิดโง่ๆก็ผุดขึ้นมาในหัวเมื่อเซฮุนเห็นว่าจงอินหายไปนานและยังไม่กลับมาสักที  เขาจึงคิดที่จะหนีออกไปจากห้องนี้เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง

 

แต่...ความคิดของคนโง่ๆ ก็เป็นได้แค่สิ่งโง่ๆเมื่อคนที่หายไปกลับมาพร้อมถือกล่องปฐมพยาบาลติดมือมาด้วย

 

            เจ้าของโรงแรมนั่งลงข้างๆพนักงานจัดดอกไม้คนใหม่  จากนั้นก็ค่อยๆล้างแผล  ใส่ยาและติดผ้าก๊อตเพื่อปิดปากแผลให้จนเสร็จสรรพ  เซฮุนกล่าวขอบคุณและรีบลุกขึ้นเพื่อที่จะกลับไปทำงานต่อ  และมันก็เป็นได้แค่ความคิดอีกครั้ง  เพราะเมื่อยืนขึ้น...ตัวเขาก็ถูกจงอินฉุดมือให้นั่งลง  แต่มันไม่ใช่บนเตียงเหมือนอย่างในตอนแรก  เนื่องจากที่นั่งใหม่ของเซฮุนก็คือบนตักของผู้ที่เป็นทั้งเจ้าของห้องและเป็นทั้งเจ้าของโรงแรมแห่งนี้!!

 

            “ปล่อยผมนะ!!...ผมจะกลับไปทำงาน!”  เซฮุนเริ่มหงุดหงิดและพยายามจะขยับตัวหนีเพราะไม่ต้องการให้เรื่องอย่างว่ามันเกิดซ้ำอีกเป็นครั้งที่สอง  แต่...ยิ่งขยับตัวหนีเท่าไหร่  เจ้าของโรงแรมก็เริ่มกอดเขาแน่นขึ้นจนรู้สึกเจ็บไปหมด

 

            “ถ้าไม่อยากให้อะไรมันตื่นก็นั่งเฉยๆ!!  อย่าดิ้นให้มันมากนัก!!!  แล้วก็ช่วยตอบคำถามก่อนที่ฉันจะโมโหไปมากกว่านี้!!”  กดเสียงต่ำพูดอยู่ที่ข้างหูและลูบมือไปมาอยู่บนเรียวขาสวยที่วันนี้ใส่กางเกงค่อนข้างรัดเนื้อหนังมังสาจนทำให้จงอินอดไม่ได้ที่จะนึกไปถึงผิวขาวเนียนที่อยู่ใต้ร่มผ้า  และคำพูดที่ดูเหมือนเป็นคำสั่งปนคำขู่ก็สามารถปราบพยศคนที่นั่งอยู่บนตักของเขาได้ทันที

 

            “ผมจะตอบคำถามของเจ้านายทุกข้อเลยครับ  แต่เจ้านายอย่าทำอะไรผมเลย  ผมขอร้อง”  คำพูดที่ดูกำกวมและมือที่ลูบอยู่บนขาของเขาทำให้เซฮุนหยุดดิ้น  พร้อมรีบเอ่ยปากขอร้องให้เจ้าของตักอย่าทำอะไรเขาแบบเมื่อคืนนี้อีกเลยเพราะแค่เท่าที่เป็นอยู่ตอนนี้มันก็เจ็บปวดมากพออยู่แล้ว   

 

            “เมื่อคืน...นายเข้ามาทำอะไรที่ห้องนี้!!?”  เจ้าของโรงแรมเริ่มต้นการสอบสวนทันทีเพื่อหาความจริงที่มันติดค้างอยู่ภายในใจ

 

            “เอ่ออออ  คะ...คือ ถ้าบอกไปแล้ว  เจ้านายอย่าไล่ผมออกเลยนะครับ”  ยังไม่ตอบคำถามเพราะเซฮุนรู้ตัวเองดีว่าสิ่งที่ทำไปเมื่อคืนมันไม่ใช่เรื่องที่ผิดอะไรมากมาย  แต่ในใจลึกๆก็ยังกลัวว่าตัวเองจะถูกไล่ออกเหมือนกัน  เซฮุนจึงลองขอร้องเพื่อหวังว่าคนที่เป็นเจ้านายจะปราณีหรือไม่ทำอะไรเกินเลยกับเขาเหมือนอย่างเมื่อคืน

 

            “มีสิทธิ์อะไรมาต่อรอง หืม!!  แล้วถ้านายขึ้นมาที่นี่เพื่อขโมยของในห้อง...ยังไงฉันก็ต้องไล่นายออกอยู่ดี”  จงอินรู้สึกถูกใจคนบนตักอย่างหาสาเหตุไม่ได้เมื่อได้ยินคำขอร้องที่ดูเหมือนเป็นการยอกย้อนเสียมากกว่า  เพราะขนาดถูกเขากอดอยู่แบบนี้พนักงานคนใหม่ก็ยังกล้าพูดในสิ่งที่คนอื่นแม้แต่จะคิดก็ยังไม่เคยเลยด้วยซ้ำ

 

            “เปล่านะครับ!! ผมเปล่าขโมยของ  คะ..คือ  ผมขึ้นมาเปลี่ยนดอกไม้ที่ห้องนี้กับพี่ๆ  แล้วผมลืมเอาแจกันอันเก่าออกไปด้วย  ผมก็เลยต้องกลับขึ้นมาเก็บแจกันอีกรอบ  ละ...แล้วเจ้านายก็เข้ามาเจอพอดี”  รีบอธิบายจนยาวเหยียดเพราะกลัวว่าเจ้านายจะเข้าใจผิดไปกันใหญ่  แต่เรื่องที่ลืมแจกันเอาไว้...เซฮุนยังไม่รู้เลยว่าเมื่อพูดออกไปแล้วโทษของเขาจะเบาลงบ้างหรือไม่

 

            “โอเค...นายไม่ได้เป็นขโมย  แต่การที่นายขึ้นมาบนห้องนี้ในเวลาที่ไม่สมควร  ยังไงนายก็ต้องถูกทำโทษอยู่ดี  เพราะห้องนี้...หลังจากหกโมงเย็นเป็นต้นไป  ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ห้ามขึ้นมาทั้งนั้น  เข้าใจไหมแล้วพี่ๆในแผนกไม่บอกกฎเรื่องนี้ให้นายรู้หรือไง?”  เมื่อรู้ความจริง...จงอินก็เข้าใจได้ทันทีว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนมันเป็นเรื่องที่ตัวเองเข้าใจผิดทั้งหมด  แต่เขา...ก็อดที่จะสงสัยไม่ได้ว่าทำไมหัวหน้าแผนกถึงไม่แจ้งกฎต่างๆให้กับพนักงานใหม่ทราบ  แถมยังปล่อยให้ขึ้นมาบนห้องนี้ทั้งๆที่มันเป็นข้อห้ามมาตั้งแต่ตอนแรกที่เขาเข้ามาเป็นเจ้าของโรงแรมคนใหม่แทนคุณพ่อที่เสียไป

 

            “เจ้านายจะทำโทษผมยังไงก็ได้ครับ  ผมยอมทุกอย่าง  ตะ...แต่อย่าไล่ผมออกเลยนะครับ  ผมขอร้อง”  ยอมให้เจ้าของโรงแรมทำโทษ  แต่ก็ขอต่อรองอีกนิด  เพราะเซฮุนไม่อยากหางานใหม่อีกแล้ว  และไม่ว่าจะถูกทำโทษโดยการหักเงินเดือนหรือยืดเวลาของการฝึกงานออกไปจากสามเดือนเป็นสามปี  เขาก็ยอมได้ทั้งนั้น  แต่ขออย่างเดียวว่าอย่าไล่เขาออกเป็นพอ

 

ฟอดดดดด!!!!!

 

                พนักงานใหม่...ตกใจที่ถูกคนเป็นเจ้านายหอมแก้มและคิดอยู่ในใจว่านี่คือบทลงโทษที่เขาต้องได้รับอย่างนั้นหรือ?  และหลังจากที่โดนหอมแก้ม...เซฮุนก็ยังโดนคำถามที่พอฟังดูแล้วมันเหมือนจะเป็นการกวนประสาทเสียมากกว่า  แล้วเสียงที่เจ้าของโรงแรมใช้พูดอยู่ในตอนนี้มันก็ช่างแตกต่างไปจากตอนแรกอย่างสิ้นเชิง  มันฟังดูเจ้าเล่ห์...แถมสายตาที่กำลังจ้องมองมาที่เขามันก็ช่างเหมือนกับตอนที่ถูกทำเรื่องอย่างว่าไม่มีผิด  ซึ่งมันดูน่ากลัวจนไม่กล้าสบจ้อง 

 

            “แน่ใจนะ...ว่าจะให้ฉันลงโทษนายยังไงก็ได้?”  พูดพร้อมทั้งยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาเชยคางมนของพนักงานคนใหม่  เพราะเจ้าของใบหน้าเรียวสวยเอาแต่ก้มไว้จนคางแทบจะชิดอก

 

            “ฮึกก!  อะไรก็ได้ครับ  แต่ไม่ใช่การทำแบบนั้น  ละ...แล้ว  ฮึกก!! เจ้านายก็ได้มันไปหมดแล้วด้วย  ฮึกกก!”  รู้สึกกลัวจนไม่สามารถกลั้นน้ำตาเอาไว้ได้อีกแล้ว  เพราะเมื่อนึกถึงเรื่องเมื่อคืนขึ้นมาทีไรมันก็ทำให้เขารู้สึกแย่ทุกครั้ง  และตอนนี้...เซฮุนก็รู้สึกเหมือนถูกรังแกจากคนที่ตัวเองไม่สามารถสู้อะไรเขาได้เลย  ส่วนเจ้าของโรงแรมก็รู้สึกตกใจที่อยู่ดีๆพนักงานจัดดอกไม้คนใหม่ก็ร้องไห้ออกมาทั้งๆที่ตอนแรกก็ยังพูดเจื้อยแจ้วต่อรองนั่นนี่อยู่แท้ๆ

 

            “อย่าร้องไห้สิ...ฉันแค่ล้อเล่นเฉยๆ  ฉันเข้าใจนายผิดเอง  ฉันคิดว่านายคือคนที่เพื่อนส่งมาให้  ถ้าฉันรู้ว่านายคือพนักงานที่นี่  ฉันไม่มีวันทำแบบนั้นกับนายแน่นอน  ฉันผิดที่ไม่ฟังนายอธิบาย  แต่ไหนๆเรื่องมันก็เกิดขึ้นแล้ว  งั้นนนน...เอาเป็นว่า  ฉันให้สิทธิ์นายเรียกร้องอะไรก็ได้เพื่อเป็นการไถ่โทษ  ฉันยอมรับผิดแล้วนะ  ไหนบอกฉันหน่อยซิว่านายต้องการอะไร

 

            พูดด้วยน้ำเสียงที่ดูอ่อนโยนพร้อมกับเช็ดน้ำตาให้คนที่นั่งอยู่บนตักเพราะจงอินทราบดีว่าสิ่งที่ตัวเองทำไปทั้งหมดมันเกิดจากความเข้าใจผิด  และเขาก็ไม่ได้คิดจะทำโทษเหมือนอย่างที่พูด  แต่...ด้วยความอยากแกล้งเพราะรู้สึกมันเขี้ยวพนักงานคนใหม่มาตั้งแต่ตอนที่อยู่ในห้องอาหารญี่ปุ่น  จงอินจึงทำโทษเซฮุนด้วยการหอมแก้ม  แต่ก็ไม่คิดว่าการทำแบบนั้นจะส่งผลให้เจ้าของปากบางที่พูดเจื้อยแจ้วอยู่เมื่อครู่ถึงกับร้องไห้

 

 

                ส่วนคนถูกหอมแก้ม...เมื่อได้ยินในสิ่งที่เจ้านายพูดออกมาจนจบประโยค  มันก็ทำให้เขารู้สึกแปลกใจอยู่ไม่ใช่น้อยเพราะเซฮุนไม่เคยคิดไว้เลยว่าจะได้ยินคำพูดแบบนั้นหลุดออกมาจากปากคนที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเจ้าของโรงแรมอันใหญ่โตและมีชื่อเสียง  ความจริงแล้ว...คนแบบคิมจงอินสามารถเอาเงินฟาดหัวเพื่อจบปัญหาต่างๆก็ย่อมทำได้  แต่มันกลับไม่ได้เป็นแบบนั้นเลยสักนิด  แถมยังให้สิทธิ์ในการเรียกร้องเพื่อขออะไรก็ได้  พร้อมทั้งเอ่ยปากขอโทษกับเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น  ซึ่งทุกๆอย่างที่เซฮุนได้ยินมันก็เกินความคาดหมายมากมายเหลือเกิน

 

            “ขอแค่อย่าไล่ผมออกก็พอครับ  แล้วผมก็จะไม่ทำงานพลาดอีกแล้ว  สะ...ส่วนเรื่องเมื่อคืนผมก็จะลืมมันไปให้หมดเพราะยังไงผมก็เป็นผู้ชาย  ผมท้องไม่ได้อยู่แล้ว  และผมก็จะไม่เอาเรื่องนี้ไปบอกใครแน่นอน  ผมสัญญา”  คนอย่างโอเซฮุน  ขอแค่เรื่องเดียวเท่านั้น  นั่นก็คือเรื่องของการถูกไล่ออกเพราะเขาไม่ต้องการอะไรอีกแล้วนอกจากการได้งานทำที่มั่นคงเพื่อการอยู่รอดของชีวิต  และการได้เข้ามาทำงานที่นี่ก็ถือว่าเป็นความโชคดีมากแล้ว  และมันจะโชคดีกว่านี้ถ้าคำขอร้องของเขามันเป็นผล

 

 



 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 





 

 

 

 

 

            เมื่อเจ้าของโรงแรม...ได้ฟังสิ่งที่พนักงานคนใหม่ร้องขอ  เขาก็แทบไม่เชื่อหูตัวเองสักเท่าไหร่เพราะปกติมันมักจะได้ยินแต่เรื่องของตัวเงินหรือสิ่งของแพงๆออกมาจากปากของคนที่เขามีอะไรด้วยเสมอ  ซึ่งการได้ยินอะไรแบบนี้  มันก็ทำให้อดที่จะแปลกใจไม่ได้  แต่...พอฟังเรื่อยๆ  ฟังไปจนจบประโยค  จงอินกลับมีความรู้สึกมีความโมโหเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งอย่างเมื่อได้ยินคำพูดที่ว่า  ผมจะลืมเรื่องเมื่อคืนให้หมด  เพราะตัวเขาเองไม่สามารถลืมเรื่องที่เกิดขึ้นได้จริงๆและพนักงานใหม่...ก็ไม่มีสิทธิ์ลืมเรื่องนั้นเหมือนกัน!!!

 

แล้วด้วยความโมโห...มันก็ทำให้คนเป็นเจ้านายต้องคิดหาทางทำอะไรสักอย่างเพื่อไม่ให้คนบนตักลืมเรื่องของเรา??

 

            “ฉันรับปากว่าจะไม่ไล่นายออก  และถ้านายไม่เรียกร้องอะไรเพิ่มเติม  งั้นฉันขอสั่ง...ในฐานะที่ฉันเป็นเจ้าของโรงแรมว่าให้นายเรียกฉันว่าาาา......พี่จงอิน”  แทนคำว่า  เจ้านาย  ตกลงไหม??” 

 

            “มะ....ไม่ได้หรอกครับ!!  คุณเป็นเจ้านาย  ผมเป็นลูกจ้าง...จะให้ผมเรียกคุณว่าพี่ได้ยังไง?!!”  

 

ฟอดดดดด!!!!

 

                ถ้าไม่เรียกฉันว่า  พี่จงอิน  นายก็จะถูกหอมอยู่แบบนี้แหละ  แล้วก็ไม่ต้องลงไปทำงานด้วย หรือ....อาจจะโดนมากว่าหอมแก้มก็ได้นะ  จะเอาแบบนั้นใช่ไหม?”

 

            “ผมไม่เอาอะไรทั้ง  นะ..นั้น  อ๊ะ!!

 

ฟอดดดดด!!!

 

            พี่ ให้โอกาสตอบใหม่ครับ...เซฮุน

 

            คนถูกหอมแก้ม...รู้สึกว่าใบหน้าของตัวเองมันร้อนวูบขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินคำที่คนเป็นเจ้านายใช้แทนตัวเองว่า  “พี่”  และเรียกเขาด้วยชื่อ  แล้วไหนจะคำสั่งที่บอกให้ลูกจ้างอย่างเขาเรียกเจ้าของโรงแรมว่า  “พี่จงอิน”  นั่นอีก  ทุกๆอย่างมันทำให้เซฮุนสับสนไปหมดและไม่เข้าใจเลยว่านี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น  เพราะคำสั่งแบบนั้นมันทำให้เขารู้สึกลำบากใจแถมยังไม่สามารถปฏิเสธอะไรได้  เพราะ....... 

 

ฟอดดดด!!!         

 

            “ตกลงครับตกลง!!  ผมยอมเรียกก็ได้ครับ เจ้านะ...นาย เอ่ออ พี่จงอิน”  และที่ปฏิเสธไม่ได้ก็เพราะแก้มของเขาใกล้จะช้ำเต็มที  เซฮุนจึงต้องยอมทำตามคำสั่งแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

            “ส่วนคำสั่งสุดท้าย...มันเป็นคำสั่งที่สำคัญมาก  พี่อยากให้เซฮุนตั้งใจฟังให้ดี  แล้วก็ต้องทำให้ได้!!  ห้ามปฏิเสธ!!  และถ้าไม่ทำตามที่สั่ง...เซฮุนก็จะถูกพี่ทำโทษ  เข้าใจไหม!??”  รู้สึกหวงในสิ่งที่ตัวเองได้ครอบครองเป็นคนแรก  จงอินจึงพยายามหาวิธีเพื่อให้สิ่งๆนั้นมันอยู่กับเขาได้นานที่สุด  และที่สำคัญไปกว่าเรื่องไหนๆก็คือ...เขาไม่ต้องการให้พนักงานคนใหม่ลืมเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน!!!

   

            “คะ...ครับ  เข้าใจครับ”  แค่คำสั่งแรกก็ทำให้เซฮุนรู้สึกลำบากใจมากพออยู่แล้ว  นี่เขายังต้องมาเจอกับคำสั่งอะไรเพิ่มอีก  แล้วการนั่งอยู่บนตักของเจ้านายนานๆโดยมีระยะห่างเพียงแค่อากาศกั้น  มันก็เริ่มทำให้พนักงานใหม่อย่างเขาหายใจไม่ทั่วท้อง  แต่...จะให้ปฏิเสธก็ทำไม่ได้อยู่ดี  เซฮุนจึงรีบรับปากไปก่อนเพราะไม่อยากถูกหอมแก้มซ้ำอีกรอบหลังจากที่โดนมาแล้วหลายครั้ง

 

            “แล้วก็ห้ามให้ใครแตะเนื้อต้องตัวเซฮุนแบบที่พี่ทำเด็ดขาด  ห้ามใครกอด  ห้ามใครหอมแก้มหรือห้ามทำเรื่องแบบนั้นกับใครอีก  เพราะทุกๆอย่างของเซฮุนมันเป็นของพี่คนเดียว!!!”  ไม่อยากให้ใครได้เห็นร่างสวยที่ตัวเองเคยสัมผัส  ไม่อยากให้ใครได้จูบริมฝีปากบางรสส้มที่ตัวเองเคยลิ้มลอง  ไม่อยากให้พนักงานคนใหม่เป็นของใครนอกจากเขาคนเดียวเท่านั้น!!!

 

            เจ้าของโรงแรม...เชยคางคนที่นั่งอยู่บนตักและเลื่อนใบหน้าคมเข้มเข้ามาใกล้ๆพนักงานคนใหม่จนจมูกของเราทั้งคู่ชนกันเพื่อเป็นการเร่งเอาคำตอบที่ตัวเองเพิ่งออกคำสั่งไปเมื่อครู่  แต่...เหมือนความอดทนของจงอินจะมีไม่มากพอ  เพราะเซฮุนเอาแต่นั่งเงียบและไม่พูดอะไรออกมาเลยสักคำ  แถมปากบางสีสดที่เห็นอยู่ตรงหน้าก็เหมือนเป็นตัวกระตุ้นให้ความอดทนของเขาหมดลง 

 

             จงอิน...จูบซับริมฝีปากสีหวานจากด้านนอก  แล้วค่อยๆสอดลิ้นเข้ามาด้านในเพื่อชิมความรสสัมผัสที่ตัวเองยังจำได้ดีว่าเป็นอย่างไร  ส่วนคนที่ถูกจูบแบบไม่ทันตั้งตัวก็เริ่มรู้สึกคล้อยตามไปกับการกระทำที่ดูอ่อนโยน  เพราะการถูกจูบในครั้งนี้มันไม่ได้รุนแรงและน่าตกใจเหมือนกับครั้งแรกที่เราทั้งคู่จูบกันเมื่อคืน  ซึ่งมันนุ่มนวลมาก...มากจนทำให้คนที่จูบไม่เป็นอย่างเซฮุนแทบหลอมละลายอยู่บนตักกว้าง

 

แต่...ลมหายใจที่ถูกช่วงชิงไปเป็นเวลานานก็ทำให้คนจูบไม่เป็นเริ่มส่งเสียงร้องประท้วงจนเจ้าของปากคมต้องถอนจูบรสส้มออกด้วยความรู้สึกเสียดาย

 

            “อื้มมม.......”  เซฮุนรีบก้มหน้างุดทันทีเมื่อริมฝีปากถูกปล่อยให้เป็นอิสระ  เพราะมันรู้สึกอายที่ตัวเองหลงเคลิบเคลิ้มไปกับจูบที่แสนอ่อนโยน

 

            “ตกลงเซฮุนจะทำตามคำสั่งของพี่ได้ใช่ไหม  หรือถ้าไม่...ก็จะโดนพี่จูบทำโทษอีก”  ยังไม่ได้คำตอบจากพนักงานคนใหม่สักที  จงอินจึงแกล้งกดจมูกลงไปบนแก้มนุ่มเพื่อเร่งคำตอบ  แต่ก็ถูกมือเรียวสวยของคนบนตักยกขึ้นมาปิดปากของเขาเอาไว้

 

            “ตกลงครับ  ผมจะทำตามที่พี่จงอินสั่งทุกอย่าง”  ตอบคำถามเสร็จก็ต้องรีบก้มหน้าลงเหมือนเดิมเนื่องจากมือของตัวเองที่ยกขึ้นมาปิดปาปหยักได้ถูกดึงออกมาจูบซ้ำๆจนไม่กล้าสบตากับเจ้าของรอยจูบเพราะมันรู้สึกเขิน

 

            “เซฮุนสัญญากับพี่แล้วนะครับ  และถ้าเซฮุนผิดคำพูด...พี่จะลงโทษจนเซฮุนไปทำงานไม่ได้เลยคอยดู”  

 

            เมื่อได้คำตอบที่ต้องการและออกคำสั่งจนพอใจ  จงอินก็ปล่อยพนักงานคนใหม่ให้กลับลงมาทำงานตามปกติ  แต่กว่าจะปล่อยตัวออกมาได้...เซฮุนก็โดนเอาเปรียบไปเยอะและการกระทำที่ดูอ่อนโยนรวมถึงคำสั่งต่างๆมากมายที่คนเป็นเจ้าของโรงแรมพูดมาทั้งหมดมันก็ได้ทิ้งความรู้สึกสับสนไว้ให้เซฮุนอยู่ไม่ใช่น้อย

 

...

 

 

...

 

 

...

 

 

...

 

 

...     

 

 

           

            พอถูกปล่อยตัว...เซฮุนก็รีบเดินกลับมาห้องทำงานทันที  แต่เมื่อเข้ามาถึงในห้อง  ทุกสายตาของพี่ๆในแผนกต่างก็มองมาที่เขาเหมือนเป็นตัวประหลาด  และก็เป็นซูโฮที่เดินเข้ามาถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องอาหารญี่ปุ่น  เพราะภาพสุดท้ายที่คนในแผนกเห็นก็คือภาพของพนักงานใหม่ถูกเจ้าของโรงแรมลากตัวออกไปจากห้องอาหารญี่ปุ่นแบบต่อหน้าตาต่อตา

 

            “เป็นยังไงบ้างเซฮุน!!  คุณจงอินว่าอะไรหรือเปล่า!!??”  รองหัวหน้ารีบคว้ามือของลูกน้องมาดูอาการบาดเจ็บจากการโดนแจกันบาดทันที  พร้อมกับถามถึงเรื่องที่เซฮุนถูกเจ้านายลากตัวออกไป

 

            “เอ่อออ...ผมไม่เป็นอะไรครับ  เจ้านายแค่เรียกผมไปคุยเรื่องที่ทำแจกันแตกเฉยๆครับ”  เซฮุนจำเป็นต้องหลบสายตาของรองหัวหน้าเพราะเขากำลังพูดเรื่องโกหก  และถึงแม้มันจะมีเรื่องจริงปะปนอยู่บ้างบางส่วน  แต่...ปากที่แดงเจ่อจากการถูกจูบก็ใช่ว่าจะเห็นไม่ชัด

 

            “แล้วคุณจงอินว่าไงบ้าง เซฮุนถูกดุหรือเปล่า?  แล้วจะโดนไล่ออกไหม?  หรือว่าโดนหักเงินเดือน?”   ความเป็นห่วงทำให้ซูโฮถามนั่นถามนี่จนยาวเหยียดเพราะถ้าลูกน้องของเขาโดนโทษถึงขั้นไล่ออกจริงๆ  เขาก็จะเป็นคนไปขอร้องให้เจ้าของโรงแรมลดโทษให้เพราะนี่คือความผิดครั้งแรกของเด็กในแผนกตัวเอง

 

            “โดนดุนิดหน่อยครับ...แต่ไม่โดนไล่ออก  แล้วเรื่องแจกันที่แตกก็ไม่โดนหักเงินเดือนด้วยครับ  แต่ก็ห้ามทำผิดอีก”  เซฮุนต้องโกหกเป็นรอบที่สองเพราะไม่อยากถูกรองหัวหน้าจับได้ว่าตัวเองกำลังมีพิรุธ  และถ้าจะให้พูดความจริงว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างก็ยิ่งเป็นไปไม่ได้

 

            “เฮ้อออออ...โล่งอกไปที  พี่ก็นึกว่าเซฮุนจะโดนไล่ออกซะแล้ว”  ซูโฮรู้สึกโล่งใจเมื่อรู้ว่าพนักงานคนใหม่ของแผนกตัวเองไม่ได้ถูกไล่ออกและแยกย้ายกลับไปทำงานตามเดิม

 

            เมื่อเซฮุนได้อธิบายเรื่องราวทุกอย่างให้พี่ๆในแผนกฟังเรียบร้อย  เขาก็เริ่มต้นทำงานที่ค้างเอาไว้ทันทีเพราะไม่อยากนึกถึงเหตุการณ์ที่ตัวเองอยู่บนห้องกับเจ้าของโรงแรมแบบสองต่อสอง  แต่รอยจูบ...ที่แสนอบอุ่นอ่อนโยนและคำสั่งต่างๆที่ได้ยินเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมามันก็ทำให้เขาลืมไม่ได้จริงๆ  และคำสั่งพวกนั้นมันก็ทำให้เซฮุนอดคิดไม่ได้ว่า...ตัวเองคือคนพิเศษสำหรับเจ้านาย

 

 

ใช่ไหม......???!

 

 

 

 

 

 



 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 



 

 

 

 

 

100 %

 

***ดอกไม้ที่จัดในห้องอาหารญี่ปุ่น  เป็นศิลปะการจัดดอกไม้ของญี่ปุ่นที่เรียกว่า *อิเคบานะ ( Ikebana) มาจากคำสองคำ “อิเค” ที่แปลว่ามีชีวิต และ “บานะ” ที่หมายถึงดอกไม้  โดยศิลปะนี้มีต้นกำเนิดจากการจัดดอกไม้ถวายพระและพัฒนารูปแบบให้ใช้งานได้หลายโอกาส  โดยอิเคบานะ จะเน้นความเรียบง่ายเหมือนวิถีชีวิตของชาวญี่ปุ่นสมัยโบราณ เมื่อมองแล้วรู้สึกผ่อนคลายแต่แฝงไว้ด้วยความงามจากธรรมชาติ

***แหล่งที่มาของข้อมูล  การท่องเที่ยว Visit Japan | Facebook

 

 


 

 

***แก้ไขเมื่อวันที่  30/7/60

วันนี้ขออนุญาตลงแค่ตอนเดียวนะคะ  ฮืออออ.....>_<)

ขอบคุณผู้ติดตามทุกคนรวมถึงคอมเม้นท์ต่างๆด้วยค่ะ (:

แล้วจะเข้ามาตรวจคำผิดเรื่อยๆนะคะ

รัก 

#ดอกไม้ของเจ้านาย


TB
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 84 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

712 ความคิดเห็น

  1. #703 pppseen (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 19:00

    ร้ายกาจเหลือเกินพ่อออออ แก้มน้องช้ำหมดแล้วค่ะ จาเปนลม

    #703
    0
  2. #680 pitchapig (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2562 / 11:22
    พี่จงอินน แผนสูงอ่าา
    #680
    0
  3. #596 KHlulaby (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2561 / 00:56
    พี่จงอินนนนน จะเอาอะไรกับน้องเค้าคะเนี่ยยยย อยากฟาดพี่จริงๆ
    #596
    0
  4. #550 /tl26&? (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 01:05
    โอ้ย พี่จงอินไม่เห็นจะต้องอบุ่นขนาดนี้เลยค่ะ ฮื่อออถึงจะรู้สึกโกรธที่ทำกับน้องขนาดนั่นแต่พอเจอความอ่อนโยนเข้าไปก็ยอมแล้ว ยอมทุกอย่างแล้ว ฮื่อ
    #550
    0
  5. #539 pawitt (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 16:13
    งุ๊ย พี่จงอินหวงน้อง
    #539
    0
  6. #511 btoey44 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 12:57
    ถถถถ เซฮุนลูก พี่ไคคือยังไงเสียดายน้องหรอคะ
    #511
    0
  7. #473 88-lieben (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2560 / 23:34
    สนุกกกกก เขินสุด จงอินโคตรเอาเปรียบ สงสารน้อง555555
    #473
    0
  8. #446 PinYin (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2560 / 03:59
    โว้ยยยยย เขินนนนนน

    ชอบน้องล่ะเส่ะคุณเจ้านาย

    ถถถถถถถถถถถถ
    #446
    0
  9. #445 Jammie-Lee (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 20:24
    จงอินนนนน แบบนี้ก็ได้หราาาา ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #445
    0
  10. #444 Ja NarutoSoul (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 11:53
    รู้สึกเสียใจที่ไม่ได้อ่านตั้งแต่แรก แต่ขอบคุณมากนะคะ ที่เปิดให้อ่านอีกครั้ง เนื้อหาสนุกนาติดตามมาก
    #444
    0
  11. #443 imy. (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 11:30
    เจ้านายคะ เอาเปรียบเซฮุนตลอดเลยนะ เผลอเป็นไม่ได้ ทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของซะละ555555555 เจ้านายร้ายอะ แล้วอะไรคือให้น้องเรียกตัวเองว่าพี่ แหม่ เจอกันไม่เท่าไหร่แต่รวบรัดขนาดนี้ ไม่ธรรมดาอะค่ะ แอบสงสารเซฮุน ชีวิตการทำงานต้องมีสีสันแน่ๆเลยเนอะ
    #443
    0
  12. #442 allriseMookie (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 11:03
    ชอบมู้ดโทนเรื่องนี้มาก ทั้งที่อ่านมาไม่กี่ตอน เพิ่งมาอ่านตอนรีไรท์ด้วย ชอบ แง ติดตามอยุ่เด้อ สู้ๆ
    #442
    0
  13. #398 TDNND (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 / 14:19
    พี่จงอินทำตัวเป็นเจ้าของฮุนฮุน
    #398
    0
  14. #355 NookNH94 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 มีนาคม 2560 / 23:31
    เขินอ่ะ จงอินจะมาทำแบบนี้กับน้องไม่ได้นะ ฮือออ เราเขินอ่ะ
    #355
    0
  15. #327 FranceTuan (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:11
    วรั้ยพี่จงอินนน
    #327
    0
  16. #214 phone-pop (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2559 / 11:46
    เชน่ารักมากกกกกก
    #214
    0
  17. #185 มักเน่ไลน์94 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2559 / 11:09
    สู้ต่อไปนะเซฮุนลูกกกก หนูต้องเจอกับพี่เขาอีกนาน555555
    #185
    0
  18. #158 ทับบี้คัสตาร์ด (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2559 / 21:58
    เจ้านายกลืนน้ำลายตัวเองนะคะะะ อิอิ
    #158
    0
  19. #135 Action!! (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2559 / 23:06
    คุณเจ้านายนี่ร้ายไม่เบานะคะ
    #135
    0
  20. #119 Kannika Tankam (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2559 / 20:09
    เจ้านายเราไมมันหื่นแบบนี้่ค่ะ น้องฮุนยังใสใสอยู่เลยย
    #119
    0
  21. #111 XXXX (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2559 / 00:50
    ตอนนี้มันละมุนเกินไป ใจจะขาดแล้วคะ
    #111
    0
  22. #9 ffernc (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 เมษายน 2559 / 07:12
    สู้ๆน้าาาาาา
    #9
    1
    • #9-1 Mokara(จากตอนที่ 3)
      11 พฤษภาคม 2559 / 08:49
      ขอบคุณนะค้าาาาา ^^
      #9-1
  23. #8 eve_popparazzi (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 เมษายน 2559 / 00:13
    เป็นกำลังใจให้น่ะ
    #8
    1
    • #8-1 Mokara(จากตอนที่ 3)
      11 พฤษภาคม 2559 / 08:48
      ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาตลอดนะคะ เป็นกำลังใจให้พนักงานจัดดอกไม้ด้วยน้าาาาา
      #8-1
  24. #7 june2546 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 เมษายน 2559 / 17:09
    น่ารักมากกกเลย
    #7
    0