จบแล้ว(EXO) ดอกไม้ของเจ้านาย❀ (Kaihun Chanbaek Ft.Kris)

ตอนที่ 14 : ❀ 14

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,623
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 42 ครั้ง
    3 พ.ย. 62







ดอกไม้ดอกที่  14




 

โรงแรม  โซล

07.00 น.

 

 

            เป็นเช้า....ที่โรงแรมมีงานสำคัญและจัดขึ้นเพื่อผู้ประกอบธุรกิจทางด้านการโรงแรมในโซลทั้งหมด  และสำหรับงานในช่วงเช้าที่ต้องใช้ดอกไม้ประดับตกแต่งสถานที่ก็ถูกจัดวางเรียบร้อยไปแล้วเมื่อวานโดยที่พนักงานใหม่...ไม่ได้อยู่ช่วยพี่ๆในแผนกทำงานเลยสักชิ้น  เพราะถูกเจ้าของโรงแรมเรียกตัวกลับคอนโดฯไปตั้งแต่ตอนบ่าย  และงานวันนี้...ก็เป็นงานที่เจ้าของโรงแรมได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพ  ซึ่งงานจะถูกจัดขึ้นปีละครั้งและเป็นการสัมมนาเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นหรือทำข้อตกลงเพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจด้านนี้มีความเข้าใจ  ไม่ทำผิดกฏหรือเป็นไปตามระเบียบที่ได้ทำข้อตกลงกันไว้

 

ส่วนงานในช่วงเย็น...มันเป็นงานที่เจ้าของโรงแรมจัดขึ้นเองเพื่อขอบคุณผู้หลักผู้ใหญ่ที่ปีนี้ให้เกียรติโรงแรมของเขาเป็นเจ้าภาพในการจัดงานสัมมนา

 

            งานช่วงเย็น...ถูกจัดขึ้นที่ริมสระน้ำและเป็นแบบปาร์ตี้ค็อกเทล  แต่สำหรับตอนนี้พนักงานจัดดอกไม้ที่ถูกคนเป็นเจ้าภาพรังแกอยู่ในอ่างอาบน้ำที่เต็มไปด้วยดอกทิวลิปสีแดงก็กำลังรู้สึกเหมือนตัวเองจะเป็นไข้  มันอ่อนเพลีย  ไม่ค่อยมีแรงและไม่สดชื่นเอาเสียเลย  ถึงแม้จะได้อยู่ท่ามกลางดอกไม้สีสันสดใสหรือสิ่งที่คิดว่ามันเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้มีความสุข  แถมสระน้ำก็สร้างได้สวยมาก  บรรยากาศก็ร่มรื่นเย็นสบาย  แต่ในขณะนี้  เวลานี้  เดี๋ยวนี้  มันกลับไม่มีความรู้สึกอะไรเลยนอกจากความเหนื่อยล้า

 

            “เซฮุน...ไหวหรือเปล่า  ไปพักก่อนเถอะ  หน้าซีดมากเลย

 

            “ไหวครับพี่ซูโฮ  เดี๋ยวงานเสร็จไม่ทัน

 

            “ไม่ไหวก็รีบบอกเลยนะ  เดี๋ยวพี่ให้ฮานิพาไปพัก

 

            “ครับ  ขอบคุณครับ

 

            อาการอ่อนเพลีย...มันชัดเจนจนรองหัวหน้าต้องเอ่ยทัก  และซูโฮก็ได้ไล่ให้ลูกน้องกลับไปนอนพักที่บ้านตั้งแต่เมื่อเช้าแต่ก็ถูกปฏิเสธ  ในสายตาของรองหัวหน้าก็รู้สึกสงสารอยู่ไม่น้อยที่ต้องมาเห็นใบหน้าซีดเซียว  การเดินอย่างเชื่องช้าและการจัดดอกไม้ของลูกน้องที่ไม่คล่องแคล่วเหมือนอย่างที่เคย  แต่...ถ้าให้มองในเนื้องาน  ซูโฮก็ต้องการยอมรับว่าเซฮุนยังจัดดอกไม้ได้สวยเหมือนเดิมและถึงแม้จะทำงานช้าไปบ้างแต่ก็ยังดีที่มีคนช่วย  เพราะวันนี้พนักงานรุ่นพี่อย่างคยองซูก็มาลาป่วยกระทันหัน  แผนกจัดดอกไม้ของเขาจึงขาดคนช่วยงานสำคัญไปหนึ่งคน และถ้าขาดเซฮุนไปอีก...งานอาจเสร็จไม่ทันตามกำหนด 

 

            “พี่ซูโฮจะเอาอะไรเพิ่มไหมครับ  ผมจะลงไปเอาแจกันดอกไม้ที่ห้องทำงาน

 

            “พี่ฝากเอา...คาร่าลิลลี่สีม่วง  ใบฟิโล  แล้วก็...กุหลาบสีขาวมาให้พี่หน่อยก็แล้วกัน  พี่ว่าตรงโต๊ะค็อกเทลมันยังโล่งๆอยู่

 

            “ครับๆ....ได้ครับ”        

 

            วันนี้...เซฮุนเดินทางมาทำงานแต่เช้าและมันก็เช้ามากจนเจ้าของโรงแรมต้องขับรถมาส่งแล้วกลับขึ้นไปนอนต่อที่ห้องส่วนตัวชั้นบนสุดของโรมแรมเพราะจงอิน...ก็ต้องเข้าร่วมงานสัมมนาที่ตัวเองเป็นเจ้าภาพในเวลาสิบโมง  แต่...คนเตรียมงานอย่างโอเซฮุน  ต้องมาเริ่มจัดดอกไม้ที่งานริมสระน้ำตั้งแต่เจ็ดโมง T^T

 

            เจ้าของใบหน้าซีดเซียว...จากการถูกบรรเลงเพลงรักเมื่อคืนจนรักเกือบถึงรุ่งสาง  ยืนจัดดอกไม้อยู่ที่ริมสระน้ำร่วมกับพี่ๆน้องๆในแผนกมาตั้งแต่เช้า  ซึ่งตอนนี้งานก็ใกล้จะเสร็จเต็มทีและอาสาลงไปเอาแจกันดอกไม้ที่พนักงานรอบบ่ายอย่างซิ่วหมินเป็นคนทำไว้ขึ้นมาวางในห้องจัดเลี้ยง  เซฮุนนำรถเข็นมาเก็บอุปกรณ์ต่างๆที่ใช้เสร็จแล้วกลับมาที่ห้องทำงานด้วย  นั่นจึงทำให้ในรถเข็นมันเต็มไปด้วยสิ่งของมากมายและมันก็เยอะจนเกือบทำให้มองทางไม่เห็น

 

ฟอดดดดด!!!!

 

            “พี่จงอิน...!!!

 

            “ครับเมีย...”

 

            “ทำแบบนี้ได้ยังไงครับ??!”

 

          กำลังยืนรอลิฟท์เพื่อลงไปที่ห้องทำงาน...แถมยังรู้สึกเวียนศีรษะและต้องจดจำดอกไม้ใบไม้ต่างๆที่รองหัวหน้าสั่งให้เอาขึ้นมาตกแต่งโต๊ะค็อกเทลเพิ่ม  แต่จากที่พยายามจำกลับต้องมาตกใจเมื่อได้รับแรงสัมผัสที่แก้มฟอดใหญ่  แถมคำว่า  “เมีย”  ก็ยิ่งทำให้รู้สึกตกใจมากขึ้นไปอีกเพราะเจ้าของโรงแรมไม่ควรทำอะไรประเจิดประเจ้อเช่นนี้  มันอาจเป็นเรื่องใหญ่ถ้ามีใครมาเห็น  มันดูไม่ดีถ้าที่ใครมาพบและคนที่เสียหายก็คือคิมจงอิน

 

แต่คนเอาแต่ใจ  ก็ยังเอาแต่ใจไม่เคยเปลี่ยนเพราะ..... 

 

            “ก็คนมันคิดถึงหนิครับ...แล้วเซฮุนเป็นยังไงบ้าง?? เมื่อเช้าดูอาการไม่ค่อยดีเลย

 

            “แล้วเป็นเพราะใครล่ะครับที่เอาแต่ใจ

 

            “ทำหน้าแบบนี้เดี๋ยวก็โดนอีกจนได้...เซฮุนไม่รู้หรือไงว่ามันน่ารัก  หื้มม?”

 

            “พอเลยครับ...เดี๋ยวงานเซฮุนก็ไม่เสร็จพอดี  แล้วตอนนี้เซฮุนก็รีบด้วย  พี่จงอินมีธุระอะไรจะคุยกับเซฮุนหรือเปล่า  เซฮุนจะต้องไปทำงานต่อแล้วนะ

 

            “เย็นนี้พี่ติดงานเลี้ยง...เซฮุนรู้ใช่ไหม?  พี่อาจต้องค้างที่นี้  แต่พี่อยากให้เซฮุนกลับไปนอนที่คอนโดฯ  เผื่อเซฮุนเป็นอะไรขึ้นมาพี่จะได้ให้คนของทางคอนโดฯไปขึ้นดูแล แล้วเดี๋ยวตอนเช้าพี่จะรีบกลับไปหา

 

            “แต่เซฮุนไม่ได้กลับไปห้องของตัวเองนานแล้วนะครับ  ป่านนี้ห้องเน่าหมดแล้วมั้ง  เซฮุนอยากกลับไปดูว่าห้องมันเป็นยังไงบ้าง  แล้วอีกอย่าง...ให้เซฮุนไปนอนที่คอนโดฯคนเดียว  เซฮุนก็เหงาแย่สิครับ  ห้องพี่จงอินกว้างจะตาย  เซฮุนกลับไปนอนที่ห้องของตัวเองดีกว่า

 

            “อ้อนเก่งแบบนี้...เดี๋ยวก็ไม่ได้กลับไปทำงานหรอกครับ

 

            “ก็มันจริงหนิครับ  คอนโดฯพี่จงอินใหญ่จะตาย  มองไปทางไหนก็เคว้งไปหมด

 

            “โอเคๆพี่ยอมแพ้แล้วครับ...งั้นพรุ่งนี้ตอนเย็นค่อยเจอกันนะครับคนดี

 

            “ครับ...เซฮุนไปทำงานก่อนนะ  แล้วพี่จงอินก็ห้ามเมาด้วย  เซฮุนเป็นห่วง

 

            “ไม่เมาหรอกครับ  เมียไม่อยู่ให้ปล้ำ

 

            “พี่จงอินทะลึ่ง  คนแก่ลามก!!

 

            “เดี๋ยวพรุ่งนี้ได้รู้ฤทธิ์คนแก่แน่ๆ...แต่ตอนนี้เซฮุนรีบไปทำงานก่อนเถอะ  เดี๋ยวพี่อดใจไม่ไหวแล้วมันจะยุ่ง

 

            รู้ดี...ว่าเจ้าของโรงแรมไม่เคยพูดเล่น  พนักงานจัดดอกไม้จึงรีบเข็นรถเข้าไปในลิฟท์แล้วโบกไม้โบกมือเพื่อเป็นการกล่าวลาก่อนกดตัวเลขเพื่อยังชั้นของห้องทำงานทันที  เพราะขืยยังคุยกันอยู่แบบนี้...มีหวังได้โดนมากกว่าแค่การหอมแก้มแน่ๆ  แต่การถูกสัมผัสเพียงแค่นั้นหรือได้พูดคุยกันเล็กน้อยก็ทำให้คนที่ใกล้หมดแรงรู้สึกมีกำลังใจในทำงานมากขึ้น

  

...

 

 

...

 

 

...

 

17.58 น.

 

            อีกไม่กี่นาทีข้างหน้า...งานเลี้ยงสังสรรค์ของผู้บริหารโรงแรมทั้งหมดก็ใกล้จะเริ่มต้นขึ้น  พนักงานจัดดอกไม้ทุกคนจึงช่วยกันเร่งมือและเก็บรายละเอียดในการทำงานจนแล้วเสร็จ  พวกเราทำงานด้วยกันมาตั้งแต่เช้าจนตอนนี้...บรรยากาศเริ่มร่มรื่นมากขึ้น  พระอาทิตย์กำลังจะตกดินและท้องฟ้าก็เริ่มเปลี่ยนจากที่เคยสดใส...กลายเป็นสีส้มอ่อนๆดูสบายตาแถมยังมีลมพัดเอื่อยๆ  แต่ก่อนที่งานจะเริ่มหรือก่อนที่แขกผู้มีเกียรติจะทยอยกันเดินเข้ามาในงาน  เซฮุนกับพี่ๆในแผนกก็รีบเก็บของต่างๆใส่รถแล้วเข็นกลับไปห้องทำงานทันที 

 

            “เซฮุนกลับเลยก็ได้นะ  ไม่ต้องอยู่ช่วยเราเก็บของหรอก

 

            “เราขอนอนพักแป๊บนึงแล้วกันฮานิ  ตื่นเมื่อไหร่จะมาช่วยเก็บของ

 

            “ตามใจ...แต่กินยาก่อนดีไหม  เดี๋ยวฮานิไปหยิบให้

 

            “ขอบใจนะ

 

            ทุกแผนกในโรงแรมแห่งนี้...จะมีห้องพักเล็กๆเอาไว้ให้พนักงานได้พักผ่อนเมื่อมีอาการบาดเจ็บที่เกิดจากการทำงานหรือมีอาการป่วยแบบที่เซฮุนกำลังเป็นอยู่  สาวน้อยหนึ่งเดียวในแผนกอาสาช่วยคนหมดแรงเก็บของต่างๆที่ขนลงมาจากห้องจัดเลี้ยง   เพราะเห็นสีหน้าที่ไม่ค่อยสู้ดีของเพื่อนร่วมงานมาตั้งแต่เช้าและจนถึงตอนนี้อาการของเซฮุนก็ใช่ว่าจะดีขึ้นแถมหน้าก็ซีดลงเรื่อยๆ

 

            ส่วนคนอื่นๆในแผนก...ก็ออกไปเก็บดอกไม้ที่ห้องสัมมนาและเป็นห้องที่การประชุมเพิ่งเสร็จสิ้นไปเมื่อช่วงบ่าย  วันนี้ห้องจัดเลี้ยงของทางโรงแรมก็มีงานสัมมนาถึงสามห้อง  ซึ่งแผนกจัดดดอกไม้และแผนกจัดเลี้ยงก็คงเป็นแผนกที่งานยุ่งไม่แพ้แผนกที่ต้องทำอาหาร  ส่วนโอเซฮุนก็งานยุ่งเช่นกันแถมยังป่วยซ้ำเข้า  และเมื่อฮานิเอายามาให้ทานเรีนบร้อย...คนป่วยก็รีบเอนหลังลงบนความนุ่มก่อนที่จะเวียนศีรษะมากไปกว่านี้  แต่.........

 

Rrrrrr!!!

 

Rrrrrr!!!

 

Rrrrrr!!!

 

Rrrrrr!!!       

 

           เหมือนได้นอนไปเพียงไม่กี่นาที...เสียงโทรศัพท์ในแผนกก็ดังขึ้นปลุกคนป่วยให้ลุกออกจากที่นอน  ดวงตาคู่สวยพยายามปรับโฟกัส  สองมือช่วยยันกายเพื่อลุกขึ้นยืน  สองขาพยายามก้าวออกไปจากห้องพักด้วยความเชื่องช้า  และกว่าจะได้รับสายก็เกือบทรงตัวไว้ไม่อยู่เพราะฤทธิ์ของการเป็นไข้เหมือนจะยังไม่ทุเลาลงเลยแม้แต่น้อย 

 

            “สวัสดีครับ...ห้องดอกไม้ครับ  เซฮุนรับสาย

 

            (ทำไมรับสายช้าจังเลยเซฮุน!!!??)

 

            “มีอะไรเหรอจื่อเทา?”

 

            (แขกในงานทำแจกันแตก!!  เซฮุนช่วยจัดดอกไม้ขึ้นมาเปลี่ยนให้หน่อย  ขอเร็วๆด้วย)

 

            “ดอกไม้ตรงไหนล่ะ...เราจะได้จัดถูก??”

 

            (บนโต๊ะค็อกเทลที่สอง)

 

            “โอเค...จะรีบจัดให้เดี๋ยวนี้แหละ

 

            (เร็วๆเลยนะ!!)

 

            ยิ่งกว่าความเร่งรีบ...ก็ไม่รู้จะสรรหาไหนมาเปรียบเพราะตอนนี้ยังไม่มีใครกลับมาที่ห้องสักคน  เซฮุนจึงพยายามตั้งสติ  ตั้งตัวและตั้งใจจัดดอกไม้ตามคำสั่งทันที  มือบางหยิบแจกันแก้วทรงสูงใบใหญ่  ดอกไม้ใบไม้ตามแบบของเดิมที่แขกในงานทำแตก ขึ้นมาจัดด้วยความเร่งรีบทั้งๆที่ยังปวดศีรษะไม่หาย  เซฮุนปักดอกคาร่าลิลลี่สีม่วง  กุหลาบสีขาว  ใบฟิโลที่มีลักษณะคล้ายหูช้างลงในแจกันและหยิบกระบอกน้ำมาฉีดลงบนความสวยงามที่จัดเสร็จแล้วเพื่อให้ดอกไม้ดูสดชื่นและเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น  จากนั้น...ก็วางลงบนรถเข็นแล้วเดินไปกดลิฟท์เพราะต้องรีบนำแจกันดอกไม้ไปวางในงานให้เร็วที่สุด

 

♪♫.....♫♪....♫♪..!!!

 

            เมื่อกล่องโดยสารสี่เหลี่ยม...พามาส่งถึงชั้นที่จัดงาน  เซฮุนก็เข็นรถดอกไม้เข้ามาเก็บไว้ที่ด้านหลังห้องจัดเลี้ยงก่อนยกแจกันไปวางบนโต๊ะค็อกเทลแล้วรีบเดินออกมาจากงานให้เร็วที่สุด  เพราะเวลานี้มันไม่ใช่เวลาที่คนในแผนกจัดดอกไม้จะต้องขึ้นมาวุ่ยวายในงาน  ส่วนผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบในงานตอนนี้...ก็จะมีแผนกจัดเลี้ยง  แผนกครัวร้อนครัวเย็นและคนทำความสะอาดเท่านั้น

 

            เซฮุนเดินกลับมาด้านหลังห้องจัดเลี้ยงอีกครั้ง  แล้วค่อยๆเก็บเศษแจกันที่แตกรวมถึงดอกไม้ต่างๆทั้งที่ยังใช้ได้และหักเสียหายก่อนนำลงไปจัดการต่อที่ห้องทำงาน  ของทุกอย่างถูกกองรวมกันไว้อยู่ในอ่างล้างมือของห้องจัดเลี้ยง และต้องขอบคุณแผนกทำความสะอาดที่ช่วยเก็บดอกไม้ใบไม้เอาไว้ให้เป็นอย่างดี  ปกติแผนกของเขาจะใช้ดอกไม้เวียนไปจนกว่าจะหมดความสวยความเพราะงานบางงานก็ใช้ดอกไม้เพื่อตกแต่งสถานที่เพียงไม่กี่ชั่วโมงงานก็เสร็จสิ้น  แล้วดอกไม้ที่ยังสดใหม่ก็ไม่ควรถูกทิ้งเมื่อจบงาน  ความสวยงามยังคงใช้ได้ในงานต่อไป  แถมยังประหยัดงบประมาณให้ทางแผนกอีกด้วย  และเมื่อเซฮุนเก็บของเรีนบร้อย...เจ้าตัวก็ค่อยๆเข็นรถออกไปจากห้องจัดเลี้ยง

 

แต่.....

 

            “สวัดีครับเซฮุน...”

 

            ยังไม่ทันเดินออกไปไหน...กลิ่นบุหรี่ที่มาพร้อมเสียงทักทายของใครบางคนก็ทำให้ต้องหันกลับไปมองและ....

 

            คะ....คุณคริส!!

 

            “ดีใจจังเลยครับ...ที่คุณเซฮุนจำผมได้

 

            พนักงานจัดดอกไม้...ไม่ได้คิดเหมือนแขกในงานคนนี้เลยสักนิด  เพราะหลังจากเก็บซากแจกันแตกเรียบร้อยแล้วก็จะรีบกลับลงไปที่ห้องทำงานเพราะรู้สึกเหม็นกลิ่นบุหรี่  รวมถึงอยากกลับไปช่วยงานพี่ๆในแผนกทำงานให้เสร็จ  และยิ่งมาเจอกับผู้ชายคนนี้  ตอนนี้  ในสถานที่แบบนี้มันก็ยิ่งทำให้เซฮุนอยากออกไปจากจุดที่ตัวเองยืนอยู่ให้เร็วที่สุด

 

            “ผมขอตัวก่อนนะครับคุณคริส...พอดีผมทำงานค้างไว้”  โค้งตัวอย่างสุภาพเพราะผู้ชายตรงหน้าก็ถือว่าเป็นแขกที่มาร่วมงาน  และเซฮุน..ก็ไม่ได้อยากทำเรื่องที่ดูเป็นการเสียมารยาทแบบนี้  แต่ถ้าเจ้าของโรงแรมมาเห็นก็คงไม่ใช่เรื่องที่ดีแน่ๆ

 

            “ดอกไม้ที่จัดอยู่ในงาน...สวยมากๆเลยนะครับคุณเซฮุน!!”  ทิ้งบุหรี่ลงพื้นและเดินมาขวางทางพนักงานจัดดอกไม้ที่วันนี้ไม่ได้ใส่กระโปรง  ไม่มีนม  และไม่ได้โชว์เรียวขาสวยๆแบบที่เจอในงานเวดดิ้งแฟร์  แถมเจ้าตัวยังทำท่าทางเหมือนไม่อยากจะเสวนาด้วย

 

            “ขอบคุณสำหรับคำชมนะครับ  แต่ดอกไม้พวกนั้น...ผมไม่ได้ทำคนเดียว  ผมกับพี่ๆในแผนกเราช่วยกันทำครับ”  พยายามมองหาทางหนีทีไล่มากกว่าการสบตากับคู่สนทนา  เพราะหลังห้องจัดเลี้ยงมันลับหูลับตาคนมากเกินไปและไม่คิดว่าแขกในงานจะเดินเข้ามาในส่วนนี้  เนื่องจากมันเป็นพื้นที่เฉพาะของพนักงานเท่านั้น

 

            “ยังไม่เลิกงานอีกเหรอครับ...ทำไมเจ้าของโรงแรมใช้งานคุณโหดจัง??  คุณเซฮุนสนใจจะย้ายไปทำงานที่โรงแรมของผมไหมครับ  ผมไม่ใจร้ายหรอกนะ”

 

            เดินทางมาที่นี่...ในฐานะแขกผู้มีเกียรติคนหนึ่งของงานสัมมนา  แล้วก็มาตั้งแต่เช้าเพื่อเข้าร่วมการประชุมกับผู้ประกอบธุรกิจการโรงแรมอยู่ที่ห้องจัดเลี้ยง  แต่สำหรับงานในค่ำคืนนี้...ผู้ที่เป็นเจ้าของโรงแรมอีกคนอย่างอู๋อี้ฟานกำลังรู้สึกเบื่องานสังสรรค์ที่มีแต่แขกผู้ใหญ่และคุยแต่เรื่องของงาน  งาน  งานและงานจนน่ารำคาญ  เขาจึงแยกตัวออกมาสูบบุหรี่และคิดจะกลับไปพักที่ห้องรับรองที่ทางเจ้าภาพได้เตรียมไว้ให้แขกทุกคน

 

แต่...พอเห็นพนักงานคนหนึ่งเดินเอาแจกันที่มีความสวยงามมาวางที่โต๊ะค็อกเทล  มันก็ทำให้รู้สึกว่างานเลี้ยงในค่ำคืนนี้คงไม่น่าเบื่ออีกต่อไปแล้ว  และเดินตามคนที่ตัวเองไม่ได้พบหน้ามานานด้วยความรีบร้อน

 

            “เอ่ออ...ไม่เป็นไรครับ  ขอบคุณมากๆนะครับ  แล้วผมก็ต้องขอโทษด้วยที่อยู่คุยกับคุณคริสไม่ได้  พอดีผมทำงานค้างไว้  แล้วต้องรีบกลับไปทำให้เสร็จ  ผมขอตัวนะครับ

 

            “งานมันไม่หนีไปไหนครับ...คุณเซฮุนอยู่คุยกับผมก่อนสิ

 

            “คุณคริสปล่อยผมเถอะครับ!!!...ผมจะกลับไปทำงาน!!”

 

            “ผมขอคุยด้วยสักครู่ไม่ได้เหรอครับ!??”

 

            “อย่าดีกว่าครับ  ผมเกรงว่าจะไม่เหมาะ!!  คุณคริสกรุณาปล่อยมือผมด้วยครับ  ผมเจ็บ!!”

 

            ไม่ได้อยากใช้วาจา...ที่ดูเป็นการเสียมารยาทแบบนั้นเพราะทราบดีว่าอี้ฟานเป็นแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์ในค่ำคืนนี้  แต่สิ่งที่ถูกกระทำมันเริ่มส่งผลให้พนักงานจัดดอกไม้รู้สึกกลัวและใจหนึ่งก็อยากแหกปากร้องให้คนอื่นได้ยินเผื่อแขกคนนี้จะเห็นแก่หน้าตาและชื่อเสียงของตัวเองบ้าง  แต่อีกใจก็กลัวเจ้าภาพของงานจะมาเห็นแล้วปาร์ตี้ริมสระน้ำสุดหรู มันจะพังไม่เป็นท่า

 

แต่...การถูกผู้ชายที่มีรูปร่างสูงใหญ่ยื้อยุดฉุดมืออยู่ในมุมมืดก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก!!

 

            “ตกลงคุณเซฮุนกับจงอินเป็นแฟนกันหรือเปล่าครับ??”  อยากถามเป็นสิ่งแรกตั้งแต่ได้สนทนากัน  เพราะเมื่อเห็นสร้อยคอที่ทำจากทองคำขาวและจี้รูปดอกทิวลิปที่ประดับเพ็ชรสีแดงเม็ดงามบนลำคอสวย  มันจึงทำให้อี้ฟานอยากรู้ว่าคนที่เขาจับมือเอาไว้ตอนนี้เป็นอะไรกับคู่แข่งทางธุรกิจ  เนื่องจากของแพงๆที่มีราคามากมายขนาดนี้...พนักงานระดับล่างที่ทำได้แค่จัดดอกไม้อยู่ในโรงแรมก็คงไม่มีปัญญาซื้อมาใส่เองแน่นอน

 

            “ขอโทษนะครับ...ผมขออนุญาตไม่ตอบคำถามข้อนี้  ถึงผมจะเป็นหรือไม่เป็นอะไรกับพี่จงอินมันก็ไม่เห็นจะเกี่ยวกับคุณคริสเลยหนิครับ!!”  เริ่มหงุดหงิด  เริ่มปวดหัว  และเริ่มไม่พอใจที่ถูกถามถึงเรื่องส้วนตัว 

 

            “เรียกกันสนิทสนมขนาดนั้น...คุณเซฮุนคงไม่ต้องตอบคำถามของผมแล้วละครับว่าเป็นอะไรกับจงอิน  หึ!!  สร้อยที่ใส่อยู่สวยมากนะครับ  สั่งทำแบบพิเศษซะด้วย!!!”  ไม่ชอบท่าทางที่คนตรงหน้าทำเป็นรังเกียจกันมากกว่าคำตอบที่ได้  ทั้งคิ้วที่ขมวดกันจนยุ่ง  การพยายามจะดึงมือออก  การขืนกายไปมาและการใช้น้ำเสียงที่แข็งกร้าว...ทุกๆอย่างมันทำให้อี้ฟานหงุดหงิดไปหมด

 

            “ถ้ารู้แล้วก็รบกวนปล่อยมือของผมด้วยครับ  ผมจะกลับไปทำงาน”  เริ่มรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัย  เพราะตอนนี้แขกผู้มีเกียรติเริ่มทำตัวไม่ให้เกียรติใครทั้งนั้นแม้กระทั่งตัวเอง  แถมการถูกบีบข้อมือก็พาลให้รู้สึกเจ็บร้าวไปหมดทั้งแขน

 

            “คุณเซฮุนตอบมาแบบนี้ก็ดี...เพราะผมจะได้รู้ว่าาต้องทำยังไงต่อไป!!!”  ยิ่งได้ยินคำพูดที่เหมือนเป็นคำตอบกลายๆ...ว่าระหว่างคู่แข่งทางธุรกิจกับพนักงานดอกไม้เป็นอะไรกันก็ยิ่งทำให้หงุดหงิดมากไปกว่าเดิม  อีกทั้งดวงตาเรียวสวยที่มองมาอย่างไร้ความหมายและว่างเปล่าก็กลายเป็นการเพิ่มความน่าสมเพชให้กับคนถูกมองจนน่าโมโห  การเกิดมาเป็นเจ้าของโรงแรมที่มีชื่อเสียงมากคนหนึ่งและมีหน้ามีตาทางสังคมไม่แพ้ใคร  มีคนยกย่อง  แถมยังเป็นที่รู้จักทั้งในแวดวงเดียวกันรวมถึงวงการบันเทิงก็ไม่เคยถูกมองด้วยสายตาแบบนี้เลยสักครั้ง  และ......

 

            อย่านะครับคุณคริส!!!....ไม่นะ!  !ปล่อยผมหยะ...อย่า  อื้มมม!!!

 

            เสียงร้องห้าม...ถูกกลืนหายไปกับรอยจูบที่น่ารังเกียจเมื่อพนักงานจัดดอกไม้ถูกเจ้าของกายน่าหลงใหลในสายตาสาวๆครึ่งค่อนงาน โอบรัดและบดเบียดช่วงชิงรสสัมผัส  ปากหยัก...เริ่มกอบโกยและกวาดต้อนความหวานที่แทบไม่น่าเชื่อว่าจะหวานได้ถึงเพียงนี้อย่างนึกอยากจะสั้งสอนให้เซฮุนรู้ว่า....อย่าคิดลองดีหรือปฏิเสธคนอย่างอู๋อี้ฟาน!!

 

แต่!!!!!!!!!!

 

            “เซฮุน....!!!”

 

 

ยังไม่ทันได้จูบให้เต็มอิ่ม...เจ้าของริมฝีปากสีหวานก็หมดสติอยู่ในอ้อมกอดของเขา!!???

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

20.16 น.

 

 

                ยอมรับ...ว่าทำไปด้วยความโมโหและอยากสั่งสอนให้คนในอ้อมอกตอนนี้รู้ว่าไม่ควรปฏิเสธคนอย่างเขา  การเกิดมาเป็นอู๋อี้ฟานที่มีแต่คนนับหน้าถือตา  มีแต่คนอยากเข้ามาทำความสนิทสนมหรือยากเข้ามาเป็นคนรัก  ทุกๆอย่างคือสิ่งที่เขาได้รับมาโดยตลอด  แต่คนของคิมจงอินกลับมีท่าทีรังเกียจแถมยังไม่ให้โอกาสแม้กระทั่งการพูดคุยและการทักทาย  ตอนเจอกันที่งานเวดดิ้งแฟร์ก็ยังไม่เห็นแสดงท่าทีที่น่าโมโหเช่นนี้  แล้วถ้าให้เดาก็คงเป็นเพราะถูกเจ้าของโรงแรมผิวเข้มสั่งห้ามเอาแน่ๆ  และจากสิ่งที่ทำไปด้วยความโมโหก็พาลให้อีกฝ่ายถึงกับเป็นลมหมดสติ  อี้ฟานพาร่างที่ดูเหมือนเป็นไข้ขึ้นมาบนห้องที่ทางเจ้าภาพได้จัดไว้ให้  เนื่องจากอุณหภูมิของคนในอ้อมกอดมันเริ่มสูงขึ้นจนรู้สึกได้ถึงความร้อนภายในร่างกาย

 

            ร่างสวยในชุดพนักงานสีเขียวเข้ม...ถูกวางลงบนเตียงกว้างอย่าเบามือแล้วค่อยๆปลดกระดุมเสื้อออกสองเม็ดเพื่อความสบายตัว  แต่!!รอยแดงจางๆบนผิวกายเนียนละเอียดที่เผยให้เห็นเมื่อปลดกระดุม...กลับทำให้อี้ฟานรู้สึกสับสนอย่างบอกไม่ถูก  แถมความหวานที่เพิ่งได้ลิ้มรสไปเมื่อครู่ก็ยังคงชัดเจนและกลิ่นหอมอ่อนๆของคนที่นอนหมดสติอยู่บนเตียงก็ยิ่งเหมือนเป็นตัวกระตุ้นให้เลือดในกายมันยิ่งสูบฉีดมากขึ้นไปอีก

 

แต่...การจะทำเรื่องอย่างว่ากับคนที่ไร้สติมันก็ไม่ใช่สิ่งที่เขาชอบสักเท่าไหร่  ถึงแม้จะเป็นสิ่งที่เคยทำกับคนอื่นก็ตามที

 

            อี้ฟาน...หยิบผ้าขนหนูเนื้อดีมาชุบน้ำเพียงเล็กน้อยก่อนนำไปวางไว้บนหน้าผากของคนที่เหมือนจะมีไข้  เพราะจากที่เอามือไปวัดอุณหภูมิให้เมื่อครู่มันก็ทำให้เดาได้ไม่ยากเลยว่าเจ้าของกายขาวเนียนต้องป่วยแน่ๆ  มือหนาดึงผ้าห่มขึ้นคลุมให้พนักงานจัดดอกไม้แล้วเดินเข้าไปอาบน้ำต่อทันทีเพราะรู้สึกเหนื่อยจากการนั่งประชุมมาทั้งวันและต่อด้วยดื่มสังสรรค์กับผู้ใหญ่ที่ห้องจัดเลี้ยงริมสระน้ำ

 

ส่วนคนป่วย...ถ้าตื่นเมื่อไหร่ก็ค่อยว่ากันอีกที

 

            แต่อาบน้ำไปก็คิดไป...ว่าท่าทีเฉยชาหรือคำพูดต่างๆที่เซฮุนแสดงออกมามันจะเป็นเพียงแค่การสร้างภาพเพื่อทำให้ตัวเองดูมีคุณค่าหรือแค่เล่นตัวไปอย่างนั้น  เพราะคนอย่างอู๋อี้ฟานไม่เคยมีใครกล้าปฏิเสธและกล้าใช้สายตาดูถูกหมิ่นเกียรติแบบนั้นมาก่อน  แล้วที่เคยเจอมาส่วนมากที่สุดก็แทบพลีกายพร้อมใจให้โดยที่ไม่ต้องเอ่ยอะไรออกมาสักคำ  และใช่ว่าไม่เคยเจอคนแบบเซฮุนมาก่อน   แต่สุดท้าย...ทุกๆคนก็ต้องยอมมอบทั้งกายทั้งใจให้กับเจ้าของโรงแรมที่พ่วงมาด้วยตำแหน่งนายแบบอย่างเขาทั้งนั้น  ซึ่งอี้ฟานก็หวังว่า...โอเซฮุนจะง่ายเหมือนกับคนอื่นๆ

 

 

                และเมื่อนึกถึงเรื่องนี้...มันก็ทำให้คนที่กำลังอาบน้ำอยู่อย่างสบายใจต้องนึกถึงใครอีกคนเพราะการเป็นคนรักของคิมจงอินมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายหรือจะเป็นใครก็ได้  แต่คนอย่างอู๋อี้ฟานถ้าต้องการสิ่งใดก็จะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มาเช่นกัน!!!  ขนาดแฟนเก่าของจงอินยังได้มาครอบครองโดยไม่ต้องออกแรงอะไรเลยสักนิด  แล้วเซฮุนมันก็จะยากสักแค่ไหนกัน  และนับตั้งแต่วันนั้น...จากการเป็นเพียงแค่คู่แข่งทางธุรกิจก็เริ่มเปลี่ยนมาเป็นศัตรูกันในทุกเรื่อง

 

 

            อี้ฟานรู้ดีว่าจงอินกับแฟนคนเก่ารักกันมากแค่ไหน  เพราะถ้าไม่รักก็คงไม่วางแผนที่จะใช้ชีวิตร่วมกันในอนาคต  แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง...ซึ่งอี้ฟานเองก็ไม่แน่ใจนักว่ามันเป็นเรื่องอะไรที่ทำให้คนทั้งคู่ต้องแยกทางกัน  และถ้าถามว่าอยากรู้สาเหตุของการเลิกราหรือเปล่า... อี้ฟานก็ขอตอบได้เลยว่าไม่!!  แล้วก็ไม่สนใจด้วยว่าใครจะคบกับใครหรือใครจะเลิกกัน  เพราะถ้าคนอย่างเขาต้องการสิ่งใดก็ไม่มีใครกล้าเข้ามาขวางอยู่แล้ว

 

แต่สำหรับแฟนเก่าของจงอิน...เขาแทบไม่ต้องแย้งหรือไม่ต้องหาวิธีเพื่อให้ได้มาครอบครองเพราะผู้หญิงคนนั้นเป็นฝ่ายมาหาเขาเอง

 

                มันเป็นการเจอกันที่ผับ...แล้วก็เจอกันมาหลายครั้ง  และทุกครั้งก็มักจะมากับจงอินเสมอ  แแต่ครั้งนั้นมันต่างไปจากทุกๆวันเพราะเธอดูเหมือนจะเมามากกว่าปกติ  เธอมาคนเดียว  เธอเดินเข้ามาหาท่ามกลางการดื่มสังสรรค์อยู่กับเพื่อนๆในวงการบันเทิงพร้อมคำพูดที่ว่า  ฉันเลิกกับจงอินแล้ว  และทุกๆการกระทำมันก็ช่างเหมาะกับงานประมูลที่ดินที่ใกล้จะเกิดขึ้น  เพราะถ้าเรื่องนี้มันสร้างความกังวลใจให้จงอินได้...ที่ดินผืนงามก็ต้องตกมาเป็นของเขาแน่นอน

 

 

            อี้ฟาน...ไม่เคยสนใจว่าใครจะรักหรือใครจะเลิก  เพราะเมื่ออยากได้อะไรก็ต้องได้และทุกครั้งเขาก็ไม่เคยพลาด  มันเป็นโอกาสดีที่จะเอาเรื่องการถูกบอกเลิกมาเป็นเครื่องมือเพื่อทำให้จงอินขาดสมาธิ  ขาดสติหรือขาดความยั้งคิดจนยอมถอนตัวออกจากงานประมูลที่ดิน  ซึ่งเขาก็อยากได้ที่ดินผืนนั้นเช่นกัน  ไม่มีใครเก่งเรื่องการประมูลที่ดินเท่าคนตระกูลคิมอีกแล้ว  และโอกาสดีๆแบบนี้ใครยอมพลาด  อี้ฟานทราบถึงจุดอ่อนของอีกฝ่ายอยู่พอสมควร  การเป็นคนโมโหร้าย  เอาแต่ใจหรือมักจะใช้อารมณ์ในการตัดสินปัญหาก็อาจทำให้จงอินต้องแพ้ในการประมูลที่ดินคราวนี้

 

 

            แต่!!!...สิ่งที่คิดไว้ทั้งหมดกลับไม่เป็นเช่นนั้นเพราะคนที่แพ้ก็คือตัวเขาเอง  จงอินไม่ได้ถอนตัวจากการประมูลที่ดิน  และที่ดินผืนนั้นก็ได้กลายมาเป็นโรงแรมอีกสาขาหนึ่งของตระกูลคิมที่ตั้งอยู่ในเขตปูซาน  แต่การเสียที่ดินผืนงามให้กับคู่แข่ง...ก็ใช่ว่าจะทำให้อี้ฟานเลิกกับแฟนเก่าของจงอิน  เพราะจากที่คบกันมาได้สักระยะหนึ่งเธอก็นิสัยดี  เอาใจเก่ง  และความน่ารักที่เธอแสดงออกมานั้นมันก็ทำให้เขาเข้าใจแล้วว่าทำไม...จงอินถึงได้รักผู้หญิงคนนี้นักหนา

 

แต่...ทุกๆอย่างในชีวิตมันย่อมมีการเปลี่ยนแปลง

 

            เพราะความน่ารัก...ความเอาใจเก่งหรือความดีที่เคยเห็นและเคยได้รับกลับเป็นสิ่งที่ไม่ได้เป็นตลอดไป  จากที่เข้าใจก็ไม่เข้าใจ  จากที่ไม่ห้ามก็ถูกห้ามไปหมดทุกอย่าง  จากที่ไม่เคยก้าวก่ายในหน้าที่การงานก็ทำเอาลูกค้าในโรงแรมคอมเพลนแทบไม่เว้นแต่ละวัน  แถมงานถ่ายแบบก็ถูกยกเลิกโดยไม่การบอกล่วงหน้า  และทุกๆอย่างที่เริ่มเปลี่ยนไปมันไม่ได้สร้างผลกระทบให้กับเขาเพียงฝ่ายเดียว  แต่มันยังพาให้ธุรกิจของครอบครัวเกือบพังไปด้วย  แล้วพนักงานในโรงแรมก็ต้องกลายมาเป็นที่รองรับอารมณ์ของเธออีก

 

 

                คบกันไม่ถึงครึ่งปี...ความอดทนก็หมดลงและไม่มีการบอกเลิกอย่างเป็นทางการเหมือนอย่างที่เธอทำกับจงอินเพราะคนอย่างอู๋อี้ฟาน  ทนได้ก็ทน  ทนไม่ได้ก็ไม่ต้องอยู่  มันจะมีการเหนี่ยวรั้ง  อ้อนวอน  ขอร้องอะไรทั้งสิ้น  และไม่กี่วันต่อมาหรือนับจากที่อี้ฟานไม่ได้สนใจเธออย่างที่เคย  แฟนเก่าของจงอินก็หายตัวไปนับตั้งแต่วันนั้นและไม่เคยรู้ข่าวของเธออีกเลย  อี้ฟานไม่ใช่แค่ไม่สนใจแต่ไม่เคยคิดที่จะตามหาเธอด้วยซ้ำ  จะหายไปไหน  ไปทำอะไรก็ไม่เคยให้ใครไปสืบค้นเพราะผู้หญิงที่ชื่อ  “ซอลฮยอน  ไม่ได้มีค่าอะไรให้ต้องสนใจอีกต่อไป

 

และตอนนี้...คนที่น่าสนใจที่สุดก็คือ  โอเซฮุน!!!!

 

...

 

...

 

...

 

...

 

...

 

งานเลี้ยงริมสระน้ำ

21.16 น.

 

 

                เจ้าของโรงแรม...อยู่ในงานเลี้ยงและกล่าวขอบคุณแขกทุกท่านที่มาร่วมงานสัมมนาในครั้งนี้  รวมถึงอยู่สังสรรค์ตามคำเชิญของผู้เป็นเจ้าภาพ  และเมื่องานเริ่มได้สักพัก...กายสีน้ำผึ้งในชุดทักซิโด้สีอ่อนก็ค่อยๆเดินออกมาตรวจความเรียบร้อยบริเวณรอบที่จัดเลี้ยง  เนื่องจากวันนี้เจ้าของโรงแรมได้รับเกียรติจากผู้ใหญ่ในแวดวงธุรกิจการโรงแรมให้เป็นเจ้าภาพในการจัดงาน  เขาจึงไม่อยากให้มีอะไรผิดพลาดหรือมีสิ่งใดขาดตกบกพร่อง

 

แต่!!...พอเดินไปถึงประตูทางเข้างาน  กลับพบหญิงสาวที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับงานเลี้ยงในเวลานี้  เพราะเจ้าของโรงแรมทราบดีว่างานจัดดอกไม้.มันควรทำเสร็จไปตั้งแต่ก่อนงานจะเริ่มเสียอีก??

 

            “มาทำอะไรตรงนี้...ฮานิ!!!??”

 

            “อุ้ยย!!! เอ่ออ...ขอโทษค่ะคุณจงอิน  คะ...คือฮานิมาเก็บแจกันที่แขกทำแตกแล้วก็มาตามหาเซฮุนด้วยค่ะ  เห็นพนักงานจัดเลี้ยงบอกว่าเซฮุนขึ้นมาเก็บแจกันกับดอกไม้พวกนี้ตั้งนานแล้ว  แต่อยู่ดีๆก็หายตัวไป  แล้วก็ไม่ได้เอาของลงไปด้วย...ฮานิก็เลยต้องขึ้นมาเก็บให้แทนค่ะ

 

            “แล้วตอนนี้หาเซฮุนเจอหรือยัง??!!!”

 

            “ยะ...ยังค่ะ!!  คือฮานิกับพวกพี่ๆในแผนกติดงานอยู่อีกห้องนึงแล้วเซฮุนก็นอนพักอยู่ที่ห้องทำงาน  แต่พอฮานิกลับมาก็ไม่เจอเซฮุนอยู่ในห้องแล้วค่ะ  แล้วแผนกจัดเลี้ยงก็โทรตามให้มาเก็บแจกันที่นี่อีกรอบ  ฮานิก็ต้องเลยขึ้นมาค่ะ  แต่...ฮานิคิดว่าเซฮุนอาจกลับบ้านไปแล้วก็ได้นะคะเพราะดูเหมือนเซฮุนจะไม่ค่อยสบาย

 

            “(ไม่สบาย??!)

 

             คนถูกไหว้วาน...ให้ขึ้นมาเก็บแจกันที่แตกอีกครั้ง  ตอบคำถามของเจ้านายแบบไม่เว้นวรรคให้หายใจหายคอ  เพราะมันทั้งตกใจและกลัวน้ำเสียงที่แข็งกร้าวกับสีหน้าท่าทางจริงจังของผู้ชายที่ยืนทำหน้าเคร่งขรึมเหมือนโกรธใครมาเป็นสิบสิบชาติ  ส่วนเจ้าของคำถามก็ได้แต่ขมวดคิ้วและพึมพำอยู่ในใจ  พร้อมนึกโทษตัวเองที่เมื่อคืนโหมความต้องการใส่ร่างสวยจนทำให้ป่วยไข้  แถมตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าพนักงานจัดดอกไม้ของเขาหายตัวไปไหน??

 

            เจ้าของโรงแรม...ปัดมือเป็นเชิงไล่ให้พนักงานสาวออกไปให้พ้นๆหน้า และเดินออกจากงานเลี้ยงเพื่อไปที่ห้องควบคุมกล้องวงจรปิดทันที  จงอินมั่นใจว่าเซฮุนไม่มีทางหนีกลับบ้านทั้งๆที่งานยังไม่เสร็จแน่นอน  เพราะคนรักมีความรับผิดชอบมากอยู่พอสมควร  และถ้ากลับบ้านไปแล้วจริงๆก็ต้องลาหัวหน้าแผนกทุกครั้ง  ไม่ใช่กลับไปโดยไม่บอกใคร  มือหนาหยิบสมาร์ทโฟนออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วกดเบอร์ที่ทำให้เขายิ้มได้ทุกครั้ง  แต่สำหรับ...ครั้งนี้มันกลับทำให้เจ้าของเครื่องยิ้มไม่ออก  เนื่องจากไม่มีคนรับสายและเมื่อโทรออกอีกครั้งก็กลายเป็นฝากข้อความ??!

 

            ตอนนี้...คนเป็นเจ้าภาพไม่สนแล้วว่างานมันจะสนุกหรือต้องต้อนรับแขกให้สมกับสิ่งที่ผู้ใหญ่ให้ความไว้วางใจเพราะต้องตามหาคนที่หายไปให้เจอเสียก่อน  ร่างสมส่วนในชุดทักซิโด้สุดเนี๊ยบ...ก้าวขาฉับๆออกมาจากลิฟท์เมื่อประตูเปิดออก  แล้วเดินตรงเข้ามาในห้องควบคุมกล้องวงจรปิดโดยมีผู้ที่ทำหน้าที่อยู่ในห้องต่างพากันตกใจกับบุคคลที่เข้ามาในห้องห้องนี้เป็นครั้งสอง  เพราะครั้งแรก...ก็มาตามหาใครสักคนและครั้งนี้ก็อาจเป็นเหตุผลเดียวกัน

 

            “สวัสดีครับคุณจงอิน...มีอะไรให้พวกผมช่วยไหมครับ

 

            “ไม่มี!!...และผมขอสั่งให้ทุกคนออกไปจากห้องนี้ให้หมด!!!!”

 

            “เอ่ออ...ให้ผมช่วยดีกว่าไหมครับ??  จะได้เร็วขะ..ขึ้น

 

            “ไม่ต้อง!!...ผมบอกว่าให้ออกไปให้หมด!!!!!!

 

            พนักงาน...ที่ทำหน้าที่อยู่ในห้องนี้ทุกคนต่างพากันลุกขึ้นจากที่นั่งและรีบวิ่งออกไปข้างนอก โดยที่ไม่ต้องรอให้เจ้าของเสียงทรงอำนาจออกคำสั่งอีกครั้ง  จงอินเริ่มอารมณ์เสียเพราะเป็นห่วงคนที่หายตัวไปเฉยๆแถมโทรไปก็ปิดเครื่อง  สายตาคมกริบจ้องภาพที่เคลื่อนไหวด้วยความเร็วอยู่ตรงหน้าพร้อมเลื่อนเม้าท์เพื่อเร่งเวลาไปให้ถึงช่วงที่งานเลี้ยงกำลังเริ่มจะขึ้น  และสักพัก...มือหน้าก็ค่อยๆคลิกเม้าท์เพื่อให้ภาพลดความเร็วลงเมื่อเห็นคนที่หายตัวไปเข็นรถเข้ามาในงานก่อนถือแจกันเดินเข้ามาวางที่โต๊ะค็อกเทล  จากนั้นก็เดินกลับไปที่เดิม 

 

แต่....ช่วงเวลาของการเข็นรถกลับออกไปจากงานทำไมถึงใช้เวลานานผิดปกติ??

 

            แววตา...ของความเป็นห่วงในตอนแรกเริ่มเปลี่ยนเป็นความโกรธเมื่อจงอินเห็นคู่แข่งทางธุรกิจเดินตามคนรักของตัวเองเข้าไปทางด้านหลังของห้องจัดเลี้ยง  แล้วภาพหลังจากนั้นก็ไม่ปรากฏให้เห็นอีกเลยเพราะเป็นจุดที่ไม่ได้ติดตั้งกล้องวงจรปิดเอาไว้  คนเป็นเจ้าของโรงแรมไม่คิดว่าพนักงานจัดดอกไม้ของเขาจะได้เจอกับผู้ชายคนนี้อีกครั้งเนื่องจากงานในส่วนที่ต้องรับผิดชอบกับงานที่เกิดขึ้นในค่ำคืนนี้มันไม่มีทางมาเจอกันได้อย่างแน่นอน  แต่สุดท้าย...สิ่งที่คิดว่าเป็นไปไม่ได้ก็เกิดขึ้น!!!? 

 

            จงอิน...เร่งภาพให้เร็วขึ้นอีกครั้งเพราะรู้สึกเป็นห่วงคนรักรวมถึงไม่ไว้ใจคู่แข่งที่มาเป็นแขกผู้มีเกียรติในงานค่ำคืนนี้  และภาพที่เห็นต่อจากนี้ก็เปลี่ยนจากความโกรธเป็นความโมโหจนอยากทำลายโรงแรมของคู่แข่งให้พังพินาศเมื่อเห็นร่างสวยที่ตัวเอง  กอด  จุมพิต  และสัมผัสอยู่เมื่อคืนถูกอุ้มออกไปจากงานแล้วพาขึ้นไปที่ห้องพัก 

 

โครมมม!!!!!

 

            “วันนี้มึงตายแน่...อี้ฟาน!!!

 

            ลุกขึ้นถีบเก้าอี้จนล้มคว่ำ...และเสียงดังขนาดนั้นก็พาให้พนักงานที่เพิ่งถูกไล่ออกไปจากห้องต้องวิ่งกลับเข้ามาอีกรอบเพราะคิดว่าเกิดอุบัติเหตุขึ้นกับคนเป็นเจ้านาย  แต่...ยังไม่ทันเดินไปถึงไหน  พนักงานชายคนหนึ่งกลับถูกแรงปะทะจากคนที่กำลังโกรธมากเมื่อเห็นภาพบาดใจโดยที่ไม่ได้รับคำขอโทษหรือพูดอะไรออกมาสักคำนอกจากการถูกมองด้วยสายตาที่ดุดัน

 

...

 

 

...

 

 

...

 

♪♫.....♫♪....!!!

 

          แค่ขึ้นลิฟท์มาเพียงไม่กี่วินาที...แต่ใจของคนที่กำลังโมโหมันดูเหมือนจะยาวนานเป็นชั่วโมง  และเมื่อประตูของกล่องโดยสารสีทองเปิดออก  คนเป็นเจ้าของโรงแรมก็รีบวิ่งไปที่ห้องพักของคู่แข่งทันทีพร้อมพยายามทำใจให้เย็น  แต่สำหรับตอนนี้มันยากเกินจะควบคุมเพราะช่วงเวลาที่คนรักถูกอุ้มขึ้นมาที่นี่มันก็นานพอจะทำให้เกิดเรื่องไม่ดีขึ้น  และใช่ว่าอยากคิดอะไรในแง่ลบ  แต่คนอย่างอู๋อี้ฟานก็ไม่เคยปล่อยให้ใครรอดไปได้สักคน

 

ปัง ๆ ๆ  !!!

 

ปัง ๆ ๆ  !!!

 

          มือหนาทุบลงบนประตูไม้เนื้อดี...ด้วยอารมณ์ที่ถึงขีดสุดโดยลืมไปเลยว่าบนชั้นนี้ก็มีแขกคนอื่นเข้าพักด้วยเหมือนกัน  และอาจถูกตำหนิได้ว่านี่คือการบกวนเวลาพักผ่อนของแขกท่านอื่นๆ  แต่...ตอนนี้คนเป็นเจ้าของสถานที่ก็ไม่สนใจใครเช่นกันและคิดว่าถ้าคนในห้องไม่ออกมาเปิดประตู...เขาก็จะพังเข้าไป!!!

 

แกร๊กก!!!

 

            และ...เมื่อประตูถูกเปิดออกด้วยมือของคนที่พาคนรักของตัวเองขึ้นมาที่นี่  แถมยังแต่งกายชวนให้อารมณ์ต่างๆพลุ่งพล่านมากไปกว่าเดิมก่อนส่งยิ้มเหมือนเป็นเชิงเยาะเย้ยยืนอยู่ตรงหน้า  จงอินจึงเดินเข้าไปผลักคนที่นุ่งแค่ผ้าขนหนูหมิ่นเหม่ไว้ที่เอวและเปียกเหมือนเพิ่งอาบน้ำมาใหม่ๆ  แล้วกวาดสายตามองไปรอบๆห้องเพื่อหาคนที่หายตัวไปจากการถูกอุ้ม!!!

 

            “เมียกูอยู่ไหน!!!!??”

 

            “ใจเย็นๆ...พูดเสียงดังแบบนี้เดี๋ยวเซฮุนก็ตื่นพอดี  คนกำลังหลับสบาย

 

            “อย่ามากวนตีน...กูบอกมึงแล้วใช่ไหมว่าอย่ามายุ่งกับคนของกูอีก!!!

 

            “แน่ใจ??...ว่าคนของมึง?”

 

            “ไอ้สัด!!...มึงทำอะไรเมียกู!!!

 

ผัวะ!!!

 

ผัวะ!!!

 

          ต่อยแขกผู้มีเกียรติของงานที่ตัวเองเป็นเจ้าภาพ...ล้มคว่ำลงไปนอนอยู่บนพื้นพรมด้วยความโมโห  แถมการแต่งกายก็เป็นสภาพที่ชวนให้คิดไปไกลรวมถึงการพูดการจาที่ได้ยินก็ยิ่งพาลให้ปวดประสาท...นั่นจึงทำให้จงอินเก็บอารมณ์เอาไว้ไม่อยู่

 

            “ถ้าไม่สลบไปก่อน...ป่านนี้เมียมึงคงเสร็จกูไปนานแล้ว  แต่คราวหน้ากูจะไม่ปล่อยให้เซฮุนรอดเหมือนวันนี้แน่!!!!

 

            “มันจะไม่มีวันนั้น!!!...แล้วถ้ามึงยังไม่หยุด   กูกับมึงได้เห็นดีกันแน่...คอยดู!!!

 

            “ปากนุ่มๆ  สะโพกเน้นๆ...จับตรงไหนก็เต็มไม้เต็มมือไปหมด แล้วใครมันจะไปหยุดได้วะ  หึ!!!

 

            “มะ...มึง!

 

            “ก่อนจะต่อยกูอีกรอบ...มึงเก็บแรงไว้อุ้มเมียกลับบ้านดีกว่ามั้ง!!  เซฮุนนอนอยู่ในห้อง  ตัวร้อนยังไฟ  แล้วววว...ถ้ามึงดูแลไม่ได้  ก็ทิ้งเซฮุนไว้ที่นี่  เดี๋ยวกูดูแลให้เอง

 

            “เสือกกก!!

 

            ใช่ว่าอยากมีเรื่องจนถึงขึ้นลงไม้ลงมือ...แต่คำพูดที่ถูกปั่นประสาทจากคู่แข่งมันทำให้อารมณ์ที่พยายามจะควบคุมให้ดีกลับขาดลงและรู้สึกโมโหมากขึ้นกว่าเดิม  คนเป็นเจ้าของโรงแรมรีบก้าวขาเดินเข้าไปในส่วนที่เป็นห้องนอนก็พบกับคนที่หายตัวไปนอนหลับพริ้มอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าที่ดูซีดเซียวกว่าตอนที่เห็นเมื่อตอนเช้า  และเมื่ออุ้มคนรักเข้าสู่อ้อมกอดในท่าเจ้าสาว...จงอินก็รับรู้ได้ถึงอุณหภูมิในร่างกายของเซฮุนที่มันร้อนจนทำให้ชุดทักซิโด้ของเขาอุ่นตามไปด้วย

 

            “ดูแลให้ดีล่ะ...ถ้ากูเจอเซฮุนอีกครั้ง  กูไม่ปล่อยไปง่ายๆแน่

 

            “.....!!!!!

 

            ไม่อยากสนใจ...คำพูดที่ยั่วโทสะของคู่แข่งอีกแล้ว  เพราะตอนนี้จงอินเป็นห่วงคนรักมากกว่าอะไรทั้งหมด  และเมื่อเดินออกมาจากห้องของอี้ฟานเรียบร้อย  เขาก็พาร่างของคนป่วยขึ้นไปพักที่ห้องชั้นบนสุดของโรงแรมทันที  เพราะขืนขับรถกลับคอนโดฯตอนนี้มีหวังผู้ใหญ่ในงานที่จัดขึ้นริมสระน้ำคงตามหาตัวเจ้าภาพให้วุ่นไปหมด 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


 

 



Agapanthus  Condominium  โซล

00.45 น.

 

Rrrrr!!!

 

Rrrrr!!!

 

Rrrrr!!!

 

            เสียงโทรศัพท์...ที่วางอยู่ที่ข้างโต๊ะหัวเตียงดังขึ้นปลุกเจ้าของเครื่องให้ตื่นมารับสายในเวลาดึก  และมันก็ดึกมากจนรู้สึกหงุดหงิดเพราะตั้งแต่เดินทางทำงานมาที่โซล  เขาก็ยังไม่พักเลยสักนาทีแถมเพิ่งจัดกระเป๋าเดินทางเพื่อกลับเชจูในวันพรุ่งนี้เสร็จไปเมื่มช่วงหัวค่ำ

 

            “ฮัลโหลลลลล....ใครวะ??  โทรมาทำไมดึกๆดื่นๆ  คนจะหลับจะนอน!!!

 

            (กูเอง...มีเรื่องให้ช่วยหน่อย!!  อย่าบ่นมากได้ไหมวะ!)

 

            “อ้าว!!...จงอิน  เป็นไรป่าววะ??  ทำไมเสียงเครียดๆ?”

 

            ตาสว่างทันที...เมื่อทราบว่าคนในสายคือคนที่ต่อยปากตัวเองแตกไปเมื่อวาน  และโทรมาในยามวิกาลด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยสู้ดีนัก  แถมตื่นมาก็ไม่เจอคนตัวเล็กที่ยังกอดกันอยู่เมื่อช่วงหัวค่ำ???

 

            (พรุ่งนี้มึงอย่าเพิ่งกลับเชจูนะ  แล้วตอนเช้าก็พาแฟนมึงมาที่โรงแรมด้วย  มาช่วยเฝ้าไข้เซฮุนให้กูหน่อย  พรุ่งนี้เช้ากูติดประชุม...แล้วมึงก็ต้องเข้าประชุมกับกูด้วย)

 

            “เซฮุนเป็นอะไร!??  แล้วทำไมกูต้องเข้าประชุมด้วยวะ?”

 

            (เดี๋ยวกูค่อยเล่าให้มึงฟังตอนเช้า...ตอนนี้กูขอไปดูเซฮุนก่อน)

 

            “เออออ!!!...แล้วประชุมเริ่มกี่โมง?”

 

            (เก้าโมง...)

 

            “ได้ๆ...พรุ่งนี้เจอกัน

 

            (อืมม...ขอบใจ!)

 

            วางสมาร์ทโฟนไว้ที่เดิมเมื่อรู้สาเหตุของการที่ต้องตื่นมารับโทรศัพท์กลางดึก  และรีบลุกขึ้นจากเตียงเดินไปดูในห้องน้ำว่าคนตัวเล็กหายตัวไปไหน  แต่ก็ไม่พบ  ขายาวในกางเกงนอนลายทางสีฟ้ากำลังเดินออกมาจากห้องนอนเพื่อไปดูแฟนที่ห้องนั่งเล่น  เพราะคิดว่าเจ้าตัวแอบมานั่งดูหนังและกินขนมหวานของโปรดยามดึกเหมือนอย่างที่ชอบทำ

 

แต่...เดินออกมาจากห้องนอนยังไม่ถึงสองก้าว  เสียงของประตูห้องพักที่ถูกเปิดและปิดลงอย่างเบามือก็ทำให้วิศวกรหนุ่มต้องหยุดชะงักและรีบเดินกลับเข้าไปแอบอยู่ในมุมมืดข้างประตูห้องนอนเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้นที่ด้านนอก

 

แกร๊กก!!!

 

            และภาพ...ของคนตัวเล็กที่หิ้วถุงพลาสติกไว้ในมือพร้อมการเดินย่องเข้าไปในครัว  แล้วหยิบของบางอย่างออกมาก่อนเดินหายเข้าไปในห้องนั่งเล่นก็ทำให้คนแอบมองต้องเดินตามไปดูอย่างเงียบๆ  เพราะอยากรู้ว่า...คนที่ตัวเองนอนกอดอยู่เมื่อช่วงหัวค่ำหายตัวไปไหนไปทำอะไรแล้วถือสิ่งใดติดมือกลับมาด้วย??  และ....... 

 

            “น้องแบคไปไหนมาครับ?  อยากไปไหน ทำไมไม่ปลุกพี่?”  เปิดไฟในห้องนั่งเล่นจนมันสว่างไปทั้งห้องและทำให้คนที่กำลังจะเดินไปเปิดทีวีถึงกับสะดุ้งด้วยความตกใจ  ชานยอลยืนพิงกรอบประตู  กอดอกและเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ

 

            “ปะ...ไปมินิมาร์ทใต้ตึกมาฮะ  น้องแบคหิวก็เลยลงไปซื้อไส้กรอกมากิน”  ก้มหน้างุดตอบความจริงไปแบบหมดเปลือก  เพราะการนอนหลับตั้งแต่หัวค่ำมันทำให้เขาต้องตื่นมากลางดึก  ท้องมันร้องจนทนไม่ไหวแถมการเดินทางมาที่นี่แบบกะทันหันก็ทำให้ตู้เย็นที่ไม่เคยใช้งานมาตั้งแต่ย้ายไปอยู่เชจูไม่มีอะไรแช่ไว้เลยสักอย่างนอกจากน้ำเปล่า  ส่วนที่ซื้อมาตุนไว้เมื่อเช้าก็กินหมดไปตั้งแต่เที่ยง

 

            “แล้วนี่มันกี่โมงกี่ยามแล้วครับ...ถ้าน้องแบคเป็นอะไรขึ้นมาแล้วพี่จะทำยังไง!!?  ชุดก็โป๊  เสื้อเนี่ยยยย!!!...กว้างจนเห็นไปถึงไหนต่อไหน  กางเกงก็สั้น...ก้มทีตูดออกมาเป็นก้อนเลย  ทำไมไม่ใส่เสื้อคลุม  หึ!!!”  ไปไหนไม่บอกก็โกรธมากพออยู่แล้ว  และยังไปทั้งๆที่ใส่ชุดนอนด้วยเสื้อกล้ามสีดำกับกางเกงนอนขาสั้นที่สั้นจนแทบจะเป็นกางเกงในเดินลงไปซื้อของกินข้างล่างอีก  และถึงแม้ที่นี่จะเป็นคอนโดฯของแฟนตัวเล็กแต่ชานยอลก็อดเป็นห่วงไม่ได้อยู่ดี

 

            “น้องแบคไปแค่มินิมาร์ทเองนะฮะ...ทำไมพี่ชานยอลโกรธขนาดนี้ด้วยล่ะ??”  รีบเดินเข้าไปเกาะแขนคนที่ยืนต่อว่าตอขานตัวเองอยู่ตรงหน้าประตูห้อง  และถามออกไปด้วยความรู้สึกที่ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงต้องโดนดุขนาดนี้ทั้งๆที่เขาก็ไม่ใช่เด็กอายุห้าขวบที่แอบหนีพ่อแม่ออกไปซื้อขนมโดยที่ไม่บอกผู้ใหญ่

 

            “ถ้าเป็นแฟนกันแล้วน้องแบคอยากทำอะไรก็ทำ  อยากไปไหนก็ไปโดยที่ไม่บอกพี่  งั้นน้องแบคก็ไม่ต้องมีแฟน...จะเอาแบบนั้นไหม??  แล้วถ้าพี่ทำแบบน้องแบคบ้างล่ะ  ออกไปไหนดึกๆแล้วตื่นมาไม่เจอพี่  น้องแบคจะรู้สึกยังไง!???”  แกะมือเรียวสวยที่จับแขนของเขาเอาไว้ออกจากเกาะกุม  และเดินเข้าห้องนอนไปทันทีเมื่อพูดความรู้สึกที่อยู่ในใจออกไปจนหมด

 

            “น้องแบคขอโทษ...คราวหลังน้องแบคจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว  พี่ชานยอลอย่าโกรธน้องแบคนะฮะ”  ไส้กรอกและเยลลี่ที่ซื้อมาจากมินิมาร์ทถูกทิ้งไว้บนโต๊ะหน้าทีวีอย่างไม่ใยดี  เพราะตอนนี้คนถูกโกรธต้องรีบวิ่งเข้ามาง้อแฟนตัวใหญ่ในห้องนอน  มันไม่อยากถูกเมินอีกแล้ว  และรู้สึกผิดที่ทำอะไรไปโดยไม่นึกถึงจิตใจของอีกฝ่าย

 

แต่ใจลึกๆก็ยังคิดอยู่ว่า...ลงไปซื้อของกินแค่นี้ทำไมถึงต้องถูกดุ!!!?

 

            วิศวกรหนุ่ม...นอนหันหลังให้คนตัวเล็กที่ตอนนี้กระโดดขึ้นมานั่งทับอยู่บนเอว  และพยายามทำให้ร่างกายของเขานอนหงายให้ได้ทั้งๆที่ตัวเองก็มีแรงเท่ามด  ชานยอลพยายามขืนตัวเพื่อแกล้งให้คนที่นั่งคร่อมอยู่บนเอวของเขาหมดแรงด้วยรู้สึกหมั่นไส้มากกว่าทำไปด้วยโกรธ  รวมถึงอยากให้แบคฮยอนคิดก่อนทำเสมอ  เพราะทุกครั้งที่แฟนของเขาไม่ระวังตัว  มันก็มักจะเกิดเรื่องที่ทำให้ได้รับบาดเจ็บและการลงไปซื้อของกินด้วยการแต่งกายแบบนั้นมันก็ยิ่งเป็นจุดสนใจของใครต่อใครมากขึ้น

 

            “ถ้าคราวหน้าทำอีก...พี่จะไม่พูดกับน้องแบคแล้วนะครับ  จะไม่เตือน  จะไม่บอก  แล้วก็จะไม่มีพี่คอยอยู่ตามใจแบบนี้อีกแล้ว  น้องแบคอยากได้แบบนั้นใช่ไหมครับ?” 

 

            “ไม่เอาฮะ...น้องแบคขอโทษ  คราวหลังน้องแบคจะไม่ทำอีกแล้ว  ดีกันนะพี่ชานยอล ดีกัน ดีกัน น้องแบคขอโทษ

 

            ชานยอลทราบดี...ว่าต้องใช้คำพูดแบบไหนคนตัวเล็กถึงจะยอมเชื่อฟัง  เพราะถ้าพูดไปโดยปราศจากเหตุผลหรือใช้แต่อารมณ์เหมือนอย่างที่เคยทำ  คนที่อยู่ในอ้อมกอดตอนนี้.ก็คงโวยวายและเถียงเหมือนอยากจะเอาชนะทั้งๆที่ตัวเองทำผิด  ถึงแม้มันจะไม่ใช่เรื่องร้ายแรงมากมายอะไร  แต่ถ้าแบคฮยอนได้รับบาดเจ็บหรือเกิดเรื่องร้ายๆขึ้นตอนลงไปซื้อของกินคนเดียว  ชานยอลคงต้องเสียใจไปตลอดชีวิตแน่ๆ

 

ฟอดดดด!!

 

            “พี่ไม่ได้โกรธน้องแบคนะครับ...แต่พี่เป็นห่วง  แล้วชุดนอนมันก็เอาไว้ใส่นอน  ไม่ใช่ใส่ลงไปไหนมาไหนข้างนอก

 

            “ฮะ...น้องแบครู้แล้วฮะพี่ชานยอล

 

            “งั้นก็นอนกันได้แล้ว...พรุ่งนี้น้องแบคต้องรีบไปเฝ้าเซฮุนแต่เช้า  เซฮุนไม่สบาย

 

            “.......???”

           

            เงยหน้าขึ้นจากอกกว้างด้วยความสงสัย...เพราะเมื่อวานก็ยังเห็นเซฮุนเป็นปกติดี  และวันนี้เขาก็นั่งแปลเอกสารอยู่ในห้อง  ส่วนแฟนก็เคลียร์งานเรื่องการต่อเติมห้องพักของโรงแรมสาขาเชจูอยู่กับเลขาของจงอินตั้งครึ่งค่อนวันก็ไม่เห็นมีวี่แววว่าใครจะเป็นอะไรสักคน  แต่ทำไมตอนนี้...ชานยอลถึงพูดแบบนั้น??

 

            “น้องแบคไม่ต้องห่วงเรื่องงานที่เชจูนะครับ  เดี๋ยวพี่โทรไปคุยกับคุณอาให้เอง

 

            “เซฮุนเป็นอะไรมากไหมฮะพี่ชานยอล...เราไปหาเซฮุนคืนนี้เลยไม่ได้เหรอ???”

 

            “ตอนนี้เซฮุนมีจงอินดูแลอยู่แล้วครับ  น้องแบคนอนเถอะ...เดี๋ยวพรุ่งนี้ตื่นไม่ไหว  แล้วพี่ก็ต้องเข้าประชุมกับจงอินด้วย  ไม่รู้จะได้กลับเชจูวันไหน?”

 

            “เฮ้ออออ...น้องแบคอยากอยู่กับพี่ชานยอลจังเลยฮะ  แต่ต้องถามคุณพ่อก่อนว่าลางานได้หรือเปล่า

 

            “พี่ก็อยากอยู่กับน้องแบคนะครับ  แต่งานของพี่มันไม่ค่อยแน่นอน

 

            “น้องแบครู้ครับ...แค่บ่นเฉยๆเอง  ถ้าลางานไม่ได้  น้องแบคกลับเชจูคนเดียวได้ฮะ  เดี๋ยวให้พ่อมารับที่สนามบินก็ได้ถ้าพี่ชานยอลเป็นห่วง

 

            “เรื่องนี้เอาไว้ว่ากันทีหลัง....ตอนนี้น้องแบคนอนก่อนดีกว่า  เดี๋ยวป่วยไปอีกคนพี่คงโดนคุณอาบ่นหูชาแน่ๆ

 

จุ๊บบ!!!

 

            “ฮะ...นอนก็นอน  ฝันดีนะฮะพี่ชานยอล

 

            “ฝันดีครับ...น้องแบค

 

            การโดนจูบเบาๆที่แก้ม...และได้อ้อมกอดเล็กๆโอบไว้เหมือนเมื่อช่วงหัวค่ำ  มันก็ทำให้ชานยอลแทบไม่อยากหลับเลยในคืนนี้ เพราะอยากทำอย่างอื่นมากกว่า  แต่ก็เข้าใจดีว่าเวลานี้คงไม่เหมาะและตัวเขาเองก็ได้รับความสุขจากแฟนตัวเล็แบบเต็มอิ่มไปแล้วเมื่อช่วงสายของวัน

 

 

แต่...ขออีกสักรอบก็คงไม่ทำให้ตื่นสาย(มั้ง)เพราะวิศวกรหนุ่มไม่รู้ว่าตัวเองจะได้กลับไปเชจูวันไหน???

 

...

 

...

 

...

 

...

 

...

 

            “อ๊ะ...ซี้ดดด!!!

 

            “อื้มมม......

 

            “พี่ชานยะ...ยอล  แรงอีก  อ๊ะ!!!

 

            “ซี้ดดด  อ่าห์!!”  

 

 

 

          

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 



 

 

 100%

แก้ไขเมื่อ 03/11/60

สุขสันต์วันลอยกระทงนะคะ  ^-^)

เป็นการแบ่งเปอร์เซ็นต์ตอนที่บ้าบอที่สุดของเรา (อย่าถือสากันเลยยยยย)  T^T

ขอบคุณนักอ่านทุกคนมากๆค่ะ  ขอบคุณสำหรับการติดตาม  ขอบคุณคอมเม้นท์ใหม่ๆ  และคอมเม้นท์ของนักอ่านคนเดิม  ที่เริ่มติดตามอ่านมาตั้งแต่แรก  และยังกลับมาอ่านอีกครั้งในช่วงของการรีไรท์  ขอบคุณจริงๆค่ะ (-:

แล้วจะเข้ามาแก้คำผิดเรื่อยๆนะคะ

รัก 

#ดอกไม้ของเจ้านาย


TB
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 42 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

712 ความคิดเห็น

  1. #682 KHlulaby (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2562 / 23:47
    เซฮุนลูกกกกจะรอดมั้ยเนี่ย เอาพี่คริสออกไปเลย แงงงงงง // ชานยอลนี่คือติดแบคไปละนิ 55
    #682
    0
  2. #561 /tl26&? (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 00:13
    ฮื่อ เซฮุนที่น่าสงสาร จงอินทำไมไม่อ่อนโยนแบบพี่ชานยอลเลยอ่า
    #561
    0
  3. #475 Jammie-Lee (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2560 / 23:55
    จงอินจะลงอะไรที่ฮุนนี่อีกไหมเนี่ยยยย ถถถถ
    #475
    0
  4. #195 มักเน่ไลน์94 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2559 / 20:05
    ได้มีสงครามอีกแน่ๆเลยยยยย
    #195
    0
  5. #131 Kannika Tankam (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2559 / 22:16
    น้องฮุนโดนอีกแล้วววว พี่จงอินอย่าเพิ่งโกรธนะคะ น้องฮุนไม่รุ้เรื่องงงงง
    #131
    0
  6. #107 ME3 KAEKY (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2559 / 18:20
    ห้ามทำอะไรน้องนะคริส!
    #107
    0
  7. #105 june2546 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2559 / 18:08
    อี้ฟานอย่าทำอะไรฮุนนะ
    #105
    0
  8. #98 eve_popparazzi (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2559 / 13:53
    แบคกับฮุนนี้โดนรังแกตลอด5555
    #98
    0
  9. #97 a-ndrem (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2559 / 12:08
    อี้ฟานนี่คนดีป่ะะะ
    #97
    0
  10. #73 rin_napason123 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2559 / 20:59
    โง้ยยยยชอบ
    #73
    1
    • #73-1 Mokara(จากตอนที่ 14)
      13 พฤษภาคม 2559 / 08:54
      เย้ๆ...ดีใจ ขอบคุณมากนะคะ
      #73-1
  11. #72 อีเหี่ยว (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2559 / 23:14
    สนุกมากเลยชอบทั้ง2 คู่ 
    #72
    1
    • #72-1 Mokara(จากตอนที่ 14)
      12 พฤษภาคม 2559 / 07:34
      ขอบคุณนะคะที่ติดตามอ่าน จุ้บๆ
      #72-1
  12. #71 Real1__pcy2 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2559 / 21:52
    น้องแบคขี้ยั่ว ขอให้พี่ชานตะบะแตกไว้ๆๆ?
    #71
    0
  13. #70 anty (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2559 / 01:40
    แก่นคะแก่นมาก แต่น้อยใจอะทำไมตอนไคฮุนมันสั่นแต่ตอนชานแบคมันยาวดี แต่ชอบคะชิปทั้งสองคู่เลย แล้วมาอัพอีกนะคะสนุกดี
    #70
    1
    • #70-1 Mokara(จากตอนที่ 14)
      11 พฤษภาคม 2559 / 08:37
      แงแงแง รอไคฮุนสักครู่นะคะใกล้จะมาแย้ว....ขอบคุณที่สนุกกับฟิคของเรานะคะ
      #70-1
  14. #69 a-ndrem (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2559 / 18:02
    แบคน่าสงสาร
    #69
    0