จบแล้ว(EXO) ดอกไม้ของเจ้านาย❀ (Kaihun Chanbaek Ft.Kris)

ตอนที่ 15 : ❀ 15

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,322
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 44 ครั้ง
    3 พ.ย. 62









ดอกไม้ดอกที่  15

 

 


 

โรงแรม  โซล 

07.20 น.

 

ก๊อกๆ ๆ!!

 

แกร๊กก!!

 

          โอ้โห...จงอิน!!  ได้นอนบ้างป่าววะแล้วจะประชุมไหวไหมเนี่ย!!?”

 

            “มึงจะเสียงดังทำไมวะชานยอล...เดี๋ยวเมียกูตื่น!!  //  น้องแบคเดินเข้าไปในห้องนอนได้เลยครับ  เซฮุนหลับอยู่...ทำตัวตามสบายนะ  ไม่ต้องเกรงใจ

 

            เดินทางถึงโรมแรมพร้อมกับแฟนตัวเล็ก  และรีบขึ้นมาที่ห้องส่วนตัวของเพื่อนทันที  แต่เมื่อเห็นใบหน้าของคนที่มาเปิดประตู  วิศวกรหนุ่มก็อดที่จะเอ่ยทักด้วยความตกใจไม่ได้เพราะสีหน้าที่ดูอิดโรยเหมือนไม่ได้นอนมาทั้งคืนมันทำให้เขารู้สึกเป็นห่วงพอๆกับคนที่ป่วย  ส่วนคนถูกทักทายด้วยเสียงที่ดังเกินไปในเวลาแบบนี้ก็รีบพูดปรามอย่างรู้สึกหงุดหงิดเพราะเกรงว่าคนรักจะตื่น  แล้วหันไปเชิญคนตัวเล็ก...ให้เข้าไปหาเพื่อนรักในห้องนอนด้วยท่าทีสุภาพอ่อนโยน

 

            “แล้วเซฮุนเป็นไงบ้างวะ...มึงพาไปหาหมอยัง?” 

 

            “เดี๋ยวดูอาการไปเรื่อยๆก่อน  ถ้าไข้ไม่ลดค่อยพาไป...แต่เช้านี้ก็ดีขึ้นกว่าเมื่อคืน  เมื่อคืนไข้ไม่ลงเลย

 

            “แล้วมึงได้นอนบ้างป่าววะ...เลื่อนประชุมไปก่อนไม่ได้เหรอไง?”

 

            “ถ้าเลื่อนได้กูจะโทรไปตามมึงมาทำไม!!?”

 

            “ตอบแบบนี้เดี๋ยวกูพาน้องแบคกลับเชจูซะเลย

 

            “มึงออกไปรอกูที่ห้องปาร์ตี้ก่อนไป...กูขออาบน้ำแป้บนึง

 

            ไม่อยากอยู่ต่อปากต่อคำกับเพื่อนตัวโย่ง...จงอินจึงแยกตัวไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อเตรียมเข้าประชุมในตอนเก้าโมง  ส่วนห้องประชุมก็คือห้องปาร์ตี้ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามห้องนอน  เพราะเรื่องที่ต้องประชุมกันในวันนี้มันเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆและอาจเกี่ยวข้องกับคนที่นอนป่วยอยู่บนเตียง

 

            เมื่อคืน...หลังจากที่พาคนรักขึ้นมาที่ห้องส่วนตัว  จงอินก็รีบจัดการถอดชุดพนักงานสีเขียวออกจากกายที่ร้อนไปทั้งร่าง  แล้วหาผ้าขนหนูชุบน้ำมาซับความร้อนบนผิวกายของเซฮุนให้อย่างเบามือและสวมเสื้อผ้าชุดใหม่ให้เสร็จสรรพ  แต่...ก็ไม่สามารถอยู่ดูแลคนป่วยได้เหมือนใจนึกเพราะต้องลงไปดูแลผู้หลักผู้ใหญ่ในงานเลี้ยงริมสระน้ำที่ตัวเองเป็นคนจัดขึ้น  และกว่างานจะเลิกก็เกือบห้าทุ่ม...นั่นจึงทำให้คนเป็นเจ้าภาพไม่ค่อยนอน

 

            เจ้าของโรงแรมต้องเช็ดตัวให้คนป่วยทั้งคืน  เนื่องจากไข้ไม่ยอมสักที  แถมคนรักก็นอนกระสับกระส่ายเหมือนฝันร้ายหรือกำลังจะหนีอะไรสักอย่าง  แต่ดี...ที่เช้านี้ไข้เริ่มลดลงบ้างแล้ว  และใบหน้าเรียวสวยที่เคยซีดเซียวจนทำให้อดเป็นห่วงไม่ได้ก็มีเลือดฝาดมากขึ้นกว่าเมื่อคืน

 

...

 

 

...

 

 

...

 

 

ปึ่กก!!

 

                ตกลง...มึงจะประชุมเรื่องอะไรวะ?”

 

            “เรื่องประมูลที่ดิน

 

 

                หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จสรรพ...เจ้าของโรงแรมก็รีบมาห้องปาร์ตี้ทันทีเพื่อเข้าประชุม  และก่อนจะออกมาจากห้องนอนก็ได้สั่งอาหารเอาไว้ให้คนป่วยและแฟนตัวเล็กของวิศวกรเรียบร้อย  มือหนาวางเอกสารลงบนโต๊ะด้านโซฟาเพื่อให้เพื่อนตัวโย่งได้อ่านรายละเอียด  ส่วนผู้เข้าประชุมคนอื่นๆก็คงจะเดินทางมาถึงที่นี่ในอีกไม่ช้า

   

            “ประมูลที่ดิน??....ที่ไหนอีกวะ!!  มึงจะเอาไปสร้างโรมแรมอีกแล้วเหรอ?”

 

            “ไม่ให้กูสร้างโรงแรมแล้วจะให้กูสร้างสวนสนุกหรือไง...ถามไม่คิด?”

 

            “ไอ้สัด!!...ไม่กัดกูสักนาทีมันจะตายหรือไง  แล้วมีใครเข้าประชุมบ้าง?”

 

            “ทีมเดิม...ทีมที่เคยทำให้กูชนะการประมูลที่ปูซาน!

 

            “มึงอย่าเพิ่งมั่นใจ...กูดูรายชื่อคนเข้าร่วมการประมูลรอบนี้แล้วแม่งดูแปลกๆ

 

            “แปลกยังไงวะ??”

 

            “มันไม่ได้มีแค่พวกที่เป็นเจ้าของโรงแรมอย่างมึงเหมือนครั้งที่แล้วนะเว้ย!!  มันมีทั้งเจ้าของห้างสรรพสินค้า  เจ้าของอสังหาฯอื่นๆเข้าร่วมด้วย  สงสัยอยากได้ที่ดินผืนนี้ไปทำห้างสรรพสินค้าหรือไม่ก็...คอนโดฯ?”

 

            “จะเป็นใครก็ช่าง....กูมั่นใจว่าครั้งนี้กูก็ต้องชนะ

 

            “เออ...มั่นใจก็ดี  เดี๋ยวกูหาคนมาช่วยสืบประวัติผู้เข้าร่วมการประมูลรอบนี้ให้ก็แล้วกัน

 

            “แล้วคนที่มึงควรจับตามองให้ดีกว่าผู้ประมูลรายอื่นก็คือ...อี้ฟาน!!

 

            “ทำไมวะ!!?...คราวที่แล้วมันก็แพ้  มึงจะกลัวอะไร?”

 

            “กูไม่ได้กลัวมัน!!  แต่กูไม่อยากให้เซฮุนเป็นอันตราย

 

            “แล้วเซฮุนเกี่ยวอะไรด้วยวะ?...ยิ่งพูดกูยิ่งงง???”

 

            “เมื่อคืนโรงแรมมีงานเลี้ยง...แล้วอี้ฟานแม่งเสือกอุ้มเมียกูขึ้นห้อง

 

            “เหี้ยยยยยย!!!...อีกแล้วเหรอวะ??”

 

            แทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองเมื่อได้ยินเช่นนั้น...และยังเป็นเหตุการณ์ที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นในโรงแรมแห่งนี้  มันรู้สึกเหมือนประวัติซ้ำรอยเพราะการประมูลที่ดินครั้งที่แล้วก็มีเรื่องคนรักเก่าของเพื่อนให้เข้ามาคิดนอกจากเรื่องงานและมันก็เป็นสิ่งที่รบกวนจิตใจของจงอินอยู่ไม่ใช่น้อย  แต่ครั้งนี้...มันต่างกันตรงที่แฟนใหม่ของเพื่อนคือคนป่วยที่ยังนอนหลับอยู่ในห้องและคงไม่กล้าหักหลังคนที่ตัวเองรักเหมือนอย่างแฟนคนเก่าของจงอินแน่นอน

 

            ถึงแม้จะไม่รู้จักนิสัยใจคอของเซฮุนมากนัก...แต่การเป็นเพื่อนรักของคนตัวเล็กและเป็นลูกบุญธรรมของผู้ใหญ่ที่พวกเขานับถือมันก็ทำให้ชานยอลมั่นใจได้ว่า  แฟนใหม่ของคนที่กำลังทำหน้าเครียดอยู่ตอนนี้ก็คงไม่มีทางหักหลังหรือทำให้คนที่รักอย่างแบคฮยอน  คุณอาจีซและคนสำคัญแบบคิมจงอินต้องเสียใจ

 

            “แล้วเซฮุนเป็นอะไรหรือเปล่าวะ  อี้ฟานมันทำ  เอ่ออ...อะไรไหม?”

 

            “ถ้ามันทำ...ป่านนี้มันไม่มีรายชื่ออยู่ในงานประมูลที่ดินรอบนี้แน่ๆ  แล้วมันก็จะไม่มีชีวิตอยู่บนโลกนี้ด้วย!!!!

 

            “เก็บอารมณ์ร้อนๆของมึงไว้ใช้วันอื่นบ้างเหอะ!!  แล้วก็หัดเอาใช้ให้มันถูกเวลาด้วย  เดี๋ยวงานก็พังหมด

 

            “หึ!!  ทำเป็นมาสอนกู...ถ้าน้องแบคโดนผู้ชายคนอื่นอุ้มไปบ้าง  มึงคงพูดแบบนี้มั้ง!!?”

 

            “เดี๋ยวกูถีบหน้าหงาย  มึง  หยะ....อย่า

 

Rrrr!!

 

Rrrr!!

 

            ด่าเพื่อนยังไม่ทันจบประโยค...เสียงโทรศัพท์ของคนที่พูดจาไม่น่าฟังก็ดังขึ้นขัดอารมณ์ไปเสียก่อน  พร้อมกับวางเท้าที่ทำท่ายกขึ้นเหมือนจะถีบใบหน้าคมเข้มลงกับพื้น  และนั่งอ่านเอกสารเรื่องการประมูลที่ดินต่อไปด้วยความรู้สึกหงุดหงิด

 

            “ครับ...พี่เลขา?”

 

            (อาหารที่สั่งกำลังขึ้นไปส่งนะคะ...แล้วคนที่นัดไว้ก็มาถึงแล้วด้วยค่ะ)

 

            “ให้พนักงานวางอาหารไว้หน้าห้องนะครับ  ส่วนคนที่ผมนัดไว้...พี่เลขาพาขึ้นมาที่ห้องปาร์ตี้ได้เลย

 

            (ได้ค่ะ...คุณจงอิน)

 

            วางสายจากคนที่เป็นเลขามาตั้งแต่รุ่นที่คุณพ่อยังเป็นเจ้าของโรงแรม...และจัดการนำอาหารที่พนักงานเอาขึ้นมาเสิร์ฟไปวางไว้ในห้องนอน  เพราะคิดว่าเซฮุนอาจตื่นมาในระหว่างที่ตัวเองยังประชุมไม่เสร็จรวมถึงอยากให้คนตัวเล็กได้ทานอาหารเช้าและคอยดูแล  ป้อนข้าว  ป้อนยาให้คนป่วยแทนเขาไปก่อน

 

 

            เมื่อจัดการเรื่องที่อยากทำด้วยตัวเองแต่ก็ทำไม่ได้เสร็จสิ้นลง...เจ้าของโรงแรมก็เริ่มการประชุมทันที  เพราะไม่ต้องการให้มันยืดเยื้อหรือยาวนานเกินไปเนื่องจากยังมีคนป่วยที่หลับพริ้มอยู่บนเตียงให้ต้องดูแล  งานสำคัญก็ห่วง  คนสำคัญก็ห่วง  จงอินจึงพยายามตั้งสติและแยกเรื่องงานออกจากเรื่องส่วนตัวไปชั่วครู่  แล้วทำในสิ่งที่ควรทำในตอนนี้ให้ลุล่วงไปก่อน  ส่วนเรื่องอาการป่วยของคนรักก็ต้องปล่อยให้แฟนตัวเล็กของวิศวกรหนุ่มดูแลไปจนกว่าการประชุมจะเรียบร้อย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

10.09  น.

 

            “เซฮุนนน...เมื่อไหร่ตื่นสักที  แบคเป็นห่วงจะแย่แล้วเนี่ย?”

 

            นั่งๆนอนๆ...เฝ้าเพื่อนรักที่หลับไม่ได้สติมาตั้งแต่เช้าจนถึงตอนนี้ก็สายมาแล้ว  แต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าเจ้าตัวจะตื่นเสียที  แบคฮยอนบ่นพึมพำอยู่คนเดียวในขณะที่เช็ดตัวให้คนป่วยไปด้วยเพราะรู้สึกเป็นห่วงจนกลายมาเป็นความกังวล  คนตัวเล็กทานมื้อเช้าที่เจ้าของห้องสั่งมาให้รวมถึงทานของหวานสุดโปรดที่แฟนเป็นคนสั่งมาเพิ่มให้ในภายหลัง  และเมื่อทานเสร็จเรียบร้อย...ก็นำผ้าขนหนูชุบน้ำมาเช็ดไปตามใบหน้า  ลำคอ  แขนขาเพื่อไล่ความร้อนออกจากร่างกายให้คนป่วย 

 

แต่...พอปลดกระดุมชุดนอนสีเข้มเพื่อเช็ดผิวกายด้านในให้เพื่อนรัก  มันกลับทำให้ใบหน้าของคนตัวเล็กเห่อร้อนขึ้นมาทันทีเพราะรอยแดงบนหน้าอกของเซฮุนมันทำให้รู้สึกเขินจนต้องหยุดการเช็ดตัวไว้แค่นี้ >//<)

 

            แบคฮยอนไม่ได้อาย...ที่เห็นร่างกายของเพื่อนเพราะอาบน้ำด้วยกันก็เคยมาแล้ว  และดูแลกันมาตั้งแต่เรียนอยู่มหาวิทยาลัยปีหนึ่ง  แถมเซฮุนก็ป่วยแบบนี้เป็นประจำด้วยเหตุที่ต้องทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยจนเรียนจบ  คนตัวเล็กชินแล้ว...เรื่องการมาดูแลคนป่วยที่ชื่อว่าโอเซฮุน   แต่รอยแดงบนหน้าอกที่เห็นอยู่ตอนนี้และทราบดีว่ามันเกิดมากจากสาเหตุใดหรือเกิดจากใคร??  มันก็ทำให้รู้สึกอายอยู่ไม่ใช่น้อยและจำเป็นต้องติดกระดุมชุดนอนกลับไปเหมือนเดิม

 

Rrrrr!!

 

            “ฮะ...คุณพ่อ!!

 

            ละมือจากผ้าขนหนูสีขาว...ที่กำลังลูบลงบนแขนของคนป่วย  แล้วรีบลวงมือเข้าไปในกางเกงยีนส์ตัวใหม่ที่แฟนร่างใหญ่ซื้อให้เพื่อหยิบสมาร์ทโฟนออกมากดรับสายของคนเป็นพ่อด้วยความรีบร้อน  เพราะเกรงว่าเสียงเรียกเข้ามันจะดังรบกวนเวลาพักผ่อนของเพื่อนรัก  ส่วนกางเกงยีนส์ตัวเก่า...ก็ถูกคนคนเดียวกันกับที่ซื้อกางเกงตัวใหม่ขว้างทิ้งลงถังขยะทันทีหลังกลับจากทานมื้อค่ำที่คอนโดฯของจงอินเมื่อคืนก่อน

 

                (เซฮุนเป็นไงบ้าง...แบค)

 

            “ดีขึ้นแล้วฮะ...แต่ตอนนี้ยังไม่ตื่นเลย

 

            (แล้วไปหาหมอหรือยัง?...ให้พ่อไปรับไหม?)

 

            “ไม่เป็นไรฮะคุณพ่อ!!  ถ้าเซฮุนตื่นแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น  แบคจะให้พี่ชานยอลพาไปเองฮะ

 

            (ถ้าเซฮุนตื่นแล้วก็โทรบอกพ่อด้วยนะแบค...แล้วเรื่องงานที่นี่ก็ไม่ต้องห่วง  รอให้เซฮุนหายดีก่อนแล้วค่อยกลับมาทำงาน  เซฮุนอยู่คนเดียวไม่มีใครดูแล  พ่อเป็นห่วง)

 

            “ได้ฮะ...ถ้าเซฮุนตื่นเมื่อไหร่  แบคจะให้โทรไปหาคุณพ่อทันทีเลยฮะ

 

            (แบคก็ดูแลตัวเองด้วยนะลูก  อย่าซน  อย่าดื้อกับคุณชานยอลนะ  รู้ไหม?)

 

            “แบคไม่ใช่เด็กนะฮะคุณพ่อ  แบคอายุ 22แล้ว  ไม่ใช่สองขวบ!!

 

            (ไม่อยากเถียงกับเด็กสามขวบแล้ว...พ่อไปทำงานต่อดีกว่า)

 

ติ๊ดด!!

 

            “((เฮ้อออ))

 

            เก็บโทรศัพท์...ใส่กระเป๋ากางเกงเอาไว้ทันทีหลังจากถูกพ่อบ่นเรื่องที่ตัวเองเป็นเด็กไม่รู้จักโต  แล้วเดินเอาผ้าขนหนูไปเก็บไว้ในห้องน้ำตามเดิม  แบคฮยอนทำได้เพียงถอนหายใจด้วยความรู้สึกผิดที่ต้องโกหกคนปลายสายเรื่องอาการป่วยของเซฮุนเพราะคนที่เป็นลูกบุญธรรมของท่านไม่ได้มีอาการดีขึ้นเหมือนที่ตอบไปเมื่อครู่  แถมยังไม่รู้สึกตัวมาตั้งแต่เมื่อคืน  รวมถึง...ไม่ได้อยู่คนเดียวอย่างที่ท่านเข้าใจ  คนป่วยมีเจ้าของโรงแรมดูแลอยู่แล้ว  และดูแลกันมานานพอๆกับช่วงที่เขาเริ่มคบกับวิศวกรประจำโรงแรม

 

            แค่เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างตัวเองกับชานยอลที่ปิดบังคุณพ่อมาตั้งแต่ต้น  มันก็ทำให้คนเป็นลูกแท้ๆอย่างแบคฮยอนเครียดมากพออยู่แล้ว  และตอนนี้...ก็ยังมีความสัมพันธ์ของลูกบุญธรรมกับเจ้าของโรงแรมที่จำเป็นต้องโกหกให้ท่านฟังอีก  เขาจึงรู้สึกเครียดเป็นสองเท่าเพราะไม่รู้จะเริ่มบอกท่านตอนไหนหรือบอกอย่างไรให้ผู้ปกครองไม่โกรธและเสียใจกับเรื่องความรักของพวกเรา U_U

 

Rrrrr!!!

 

Rrrrr!!!

 

Rrrrr!!!

 

          เป็นอีกครั้ง...ที่เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นรบกวนคนป่วยและก็เป็นเสียงเดิมๆที่คนเพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำจำได้ว่าเสียงแบบนั้นมันดังมาจากเครื่องมือสื่อสารของใครเพราะได้ยินมาตั้งแต่เรียนอยู่ปีหนึ่ง  แต่ตอนนี้...คนตัวเล็กกลับหาต้นเสียงไม่เจอและวิ่งหาสมาร์ทโฟนจนทั่วห้องด้วยเกรงว่าเจ้าของเครื่องจะตื่นขึ้นมาเสียก่อน  ขาเรียวในกางเกงยีนส์สีเข้มเดินก้าวฉับๆเข้าไปในห้องทำงานอย่างถือวิสาสะ  และเมื่อเห็นโทรศัพท์ที่ถูกชาร์ตอยู่บนโต๊ะทำงาน  เจ้าตัวจึงรีบคว้าแล้วกดรับสายทันทีโดยที่ไม่ได้มองชื่อของคนที่อยู่ปลายสาย

 

            “เซฮุนนนน....ตอนนี้อยู่ที่ไหนทำไมไม่มาทำงานเป็นอะไรหรือเปล่าแล้วเมื่อวานหายตัวไปไหน?”  คำถามยาวเหยียดและถามออกไปด้วยความเป็นห่วงปนสงสัยจากหัวหน้าแผนกกล่าวขึ้นโดยไม่รู้ว่าผู้ที่รับสายไม่ใช่คนที่จะสามารถให้คำตอบกับตัวเองได้ทั้งหมด

 

            (เอ่อออ...ขอโทษครับ  พอดีเซฮุนป่วยหนัก  กำลังพักผ่อนอยู่ครับ  ผมชื่อบยอนแบคฮยอน  เป็นเพื่อนของเซฮุนครับ)  ไม่รู้จะตอบคำถามข้อไหนก่อนดี  แต่ก็เลือกตอบในข้อที่พอจะพูดได้  เพราะคำถามบ้างข้อที่คนปลายสายถามออกมานั้นมันเป็นเรื่องที่ไม่ควรจะบอกให้ใครรู้  

 

            “อ้าว...ขอโทษครับ  ผมนึกว่าเป็นเซฮุน  พอดีมันเลยเวลางานของเซฮุนมานานแล้วครับ  ผมก็เลยต้องโทรมาตาม  ผมคิมฮีชอล  นะครับ...เป็นหัวหน้าแผนกของเซฮุน”  รีบลดเสียงลงทันทีเมื่อรู้ว่าคนที่พูดสายไม่ใช่ลูกน้องของตัวเอง  พร้อมกับแนะนำชื่อและตำแหน่งหน้าที่การงานให้คนปลายสายทราบทันที  เพราะวันนี้...เซฮุนต้องเข้างานรอบบ่ายและมันก็เลยเวลางานมาหลายนาทีแล้ว  ฮีชอลจึงอดไม่ได้ที่จะต้องโทรถาม  แล้วปกติ...ลูกน้องคนนี้ก็มักจะมาทำงานก่อนเวลาเสมอ

 

            (สวัสดีครับคุณฮีชอล  พอดีเซฮุนป่วยมากจริงๆ  หลับไปตั้งแต่เมื่อคืนป่านนี้ยังไม่ตื่นเลยครับ  แล้วเมื่อวาน...ผมก็เป็นคนขับรถไปรับเซฮุนที่โรงแรมเอง  ผมต้องขอโทษแทนเซฮุนด้วยนะครับที่ไม่ได้แจ้งให้ทางโรงแรมหรือทางแผนกได้ทราบ)  เป็นครั้งที่สอง...ที่แบคฮยอนจำเป็นต้องกล่าวเท็จเรื่องที่เขาขับรถไปรับคนป่วยที่โรงแรมเมื่อคืน  เพราะความจริงคนที่พาเซฮุนกลับมาพักก็คือเจ้านายของคนที่อยู่ปลายสาย  ส่วนเรื่องที่ไม่ได้โกหก...ก็คืออาการป่วยของเพื่อนรักที่ทำให้หลับไปนานจนไม่สามารถลุกขึ้นมาทานข้าวทานยาได้เลย

 

            “ไม่เป็นไรครับ  ผมไม่ได้จะโทรมาต่อว่าอะไร  ยังไง...ก็ฝากคุณแบคฮยอนช่วยบอกลูกน้องจอมดื้อให้ผมหน่อยว่าหายเมื่อไหร่ค่อยกลับมาทำงาน  แล้วถ้าป่วย...ก็ไม่ต้องฝืนตัวเองแบบเมื่อวานอีก”  เห็นใบหน้าซีดเซียวของคนเป็นลูกน้องมาตั้งแต่เมื่อวานและได้ยินรองหัวหน้าอย่างซูโฮบอกให้กลับไปพักผ่อนที่บ้านตั้งแต่ช่วงบ่าย  แต่เซฮุนก็ยังดึงดันที่จะทำงานต่อจนสุดท้าย...เช้านี้ก็ล้มป่วยจริงๆ  และดีที่วันนี้มีงานไม่เยอะเหมือนเมื่อวาน  ไม่อย่างนั้น...งานของเจ้านายทั้งงานสัมมนารวมถึงงานเลี้ยงริมสระน้ำก็คงทำไม่เสร็จตามกำหนด

 

            (ครับคุณฮีชอล...ผมจะบอกเซฮุนให้นะครับ  แล้วผมก็ต้องขอโทษแทนเพื่อนอีกครั้งที่ทำให้แผนกของคุณฮีชอลวุ่นวาย)

 

            คุยสายกับผู้ที่เป็นหัวหน้าแผนกของเพื่อนรักเสร็จสิ้น...แบคฮยอนก็จัดการปิดเครื่องมือสื่อสารทันทีเพราะไม่อยากให้เสียงอะไรมาดังรบกวนเวลาพักผ่อนของคนป่วยอีกแล้ว  รวมถึงสมาร์ทโฟนของตัวเองก็เปลี่ยนเป็นระบบสั่นแทนระบบเสียง  คนตัวเล็กเดินกลับมาที่ห้องนอนอีกครั้งและคิดว่าจะปลุกคนที่หลับไปนานให้ลุกขึ้นมาทานข้าวทานยาแล้วค่อยนอนต่อ  เพราะถ้าไม่ทำแบบนั้นคนป่วยอาจเป็นโรคกระเพาะเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งโรค

 

แต่...ยังไม่ทันได้ก้าวขาออกไปถึงไหน  เสียงประตูห้องที่ถูกเปิดออกด้วยชายผิวเข้มและการถูกวิศวกรประจำโรงแรมวิ่งเข้ามากอดก็ทำให้ความคิดทุกอย่างมันเป็นได้แค่ความคิด

 

แกร๊กก!!

 

            “เซฮุนเป็นยังไงบ้างครับน้องแบค?”

 

            “ยังไม่ตื่นเลยฮะพี่ชานยอล  ข้าวต้มที่พี่จงอินสั่งมาให้ก็ยังไม่ได้กิน  แล้วมันก็เย็นหมดแล้วด้วยฮะ

 

            “งั้นก็ปล่อยให้จงอินมันดูแลต่อ...น้องแบคลงไปข้างล่างกับพี่นะครับ  ประชุมวันนี้ทำพี่ปวดหัวมากเลย  พี่ว่าเราไปนวดตัวที่ห้องสปากันดีกว่า  เนอะ!!  //  จงอิน...แล้วเจอกันที่คอนโดฯมึงนะ  เดี๋ยวกูซื้อของสดไปเตรียมไว้ให้

 

            พูดนั่นพูดนี่อยู่คนเดียวจนคนตัวเล็กงงไปหมด...แถมยังหันไปคุยกับเจ้าของโรงแรมด้วยประโยคที่ฟังยังไงก็ไม่เข้าใจ  เพราะการชวนเขาไปนวดที่ห้องสปาแต่กลับบอกเพื่อนผิวเข้มว่าให้ไปเจอกันที่คอนโดฯ  นั่นจึงทำให้คนที่อยู่ในอ้อมกอดของวิศวกรหนุ่มรู้สึกสับสนและสงสัย  รวมถึงยังไม่อยากไปไหนในตอนนี้เนื่องจากเป็นห่วงเพื่อนรักที่ยังไม่ตื่นสักที

 

            “เออ...เสร็จเรื่องที่นี่แล้วเดี๋ยวกูตามไป

 

            “ถ้าอาการเซฮุนยังไม่ดีขึ้น  มึงรีบโทรมารายงานกูด้วยล่ะ!!  เดี๋ยวพ่อน้องแบคโทรมาถาม

 

            “เออ!!  รู้แล้ว บ่นอยู่ได้ //  ขอบคุณมากนะครับน้องแบค  เดี๋ยวพี่ดูแลเซฮุนต่อเอง

 

            ตะคอกเสียงใส่เพื่อนตัวโย่ง...แต่ปรับน้ำเสียงให้ดูอ่อนโยนเมื่อต้องเอ่ยขอบคุณคนตัวเล็กด้วยท่าทีสุภาพ  และจากที่คิดว่าจะรีบประชุมให้เสร็จก็กลายเป็นการประชุมที่กินเวลาไปเกือบครึ่งวัน  แถมเซฮุนก็ยังไม่ตื่นมาทานข้าวทานยาที่เขาเตรียมไว้ให้อีก  จงอินเดินมาส่งเพื่อนกับแฟนตัวเล็กที่หน้าลิฟท์และรีบกลับเข้ามาในห้องทันทีเพราะเป็นห่วงคนรักที่นอนนานผิดปกติ  แต่.......

 

โครมมมม!!!

 

            เสียงเหมือนของที่มีน้ำหนักหล่นลงพื้น...มันทำให้เจ้าของโรงแรมที่กำลังโทรสั่งอาหารชุดใหม่ให้คนรักอยู่ในห้องทำงานต้องรีบวางสาย  ทั้งๆที่ยังไม่ได้สั่งอะไรเลยสักอย่างแล้วรีบวิ่งเข้าไปที่ห้องนอนเพื่อดูว่ามันเกิดอะไรขึ้น  และเมื่อเห็นคนป่วย...ที่กำลังก้มเก็บโคมไฟหัวเตียงที่หล่นอยู่บนพื้นห้องมันก็พาให้จงอินรู้สึกหงุดหงิดใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

 

            “เดี๋ยวพี่เก็บเองครับ...”  ประคองคนป่วยให้นอนลงบนเตียง  และพยายามเก็บความรู้สึกหงุดหงิดเอาไว้ในใจ  แล้วหยิบโคมไฟที่หล่นอยู่บนพื้นห้องขึ้นมาวางไว้ที่หัวเตียงตามเดิม

 

            “ขอบคุณครับพี่จงอิน”  พอรู้สึกตัว...ก็รีบลุกขึ้นจากเตียงโดยลืมไปว่าตัวเองกำลังป่วย  เซฮุนจึงทรงตัวไม่อยู่เพราะรู้สึกเวียนศีรษะ  และการรีบคว้าสิ่งที่อยู่ใกล้มือเพื่อหาที่ยึดเกาะก็พาลให้ร่างทั้งร่างร่วงลงสู่พื้น  เพราะโคมไฟที่ทำจากไม้มันไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย  และดีที่เจ้าของโรงแรมเข้ามาช่วยประคองกายเอาไว้ได้ทัน...ไม่อย่างนั้นศีรษะคงฟาดไปกับพื้นห้อง

 

 

            คนป่วยหลับตาลงอีกครั้ง...และไม่ได้หลับไปด้วยพิษไข้เหมือนอย่างเมื่อคืน  แต่ที่ต้องทำแบบนั้นก็เป็นเพราะไม่กล้าสบสายตาคมที่กำลังจ้องมาที่ตัวเองจนทำให้รู้สึกกลัว  แถมเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนก็ทำให้รู้สึกกังวลใจอยู่ไม่ใช่น้อย  จะให้เล่าเองก็ไม่กล้า  จะให้ถามว่ากลับมานอนอยู่ในห้องนี้ได้อย่างไรก็ไม่กล้าอีกเช่นกัน  และตอนนี้ก็ยังเป็นห่วงงานที่หยุดไปโดยไม่ได้โทรบอกให้พี่ๆในแผนกได้รับทราบ  ทุกๆเรื่องที่เกิดในตอนนี้...มันพาให้คนป่วยอยากหลับไปตลอดกาลเลยด้วยซ้ำ

 

            “หิวข้าวไหมครับเซฮุน...หรือว่าอยากนอนต่อแล้วตอนนี้เป็นยังไงบ้าง  ปวดหัวไหม?”

 

            “ไม่ปวดแล้วครับพี่จงอิน  แค่รู้สึกมึนๆนิดหน่อย

 

            “งั้นกินข้าวกินยาก่อนนะครับ  เดี๋ยวพี่โทรไปสั่งคุณเลขาให้

 

            “พี่จงอินเห็นโทรศัพท์ของเซฮุนไหมครับ  เซฮุนอยากโทรไปลางานกับพี่ฮีชอล

 

            “พี่เลขาจัดการให้เรียบร้อยแล้วครับ  เซฮุนไม่ต้องไม่เป็นห่วง

 

            “เฮ้อออ....ขอบคุณครับ

 

            ทำได้แค่ถอนหายใจ...และเอ่ยขอบคุณเบาๆแต่ยังไม่กล้าสบสายตาคมเช่นเดิม  พร้อมนอนหันหลังให้คนที่นั่งอยู่ข้างกายบนเตียงกว้างเพื่อหนีความรู้สึกที่เหมือนตัวเองจะกกลายเป็นวัวสันหลังหวะทั้งๆที่ไม่ได้ทำอะไรผิด  แต่ถ้า...จงอินรู้เรื่องที่เกิดขึ้นกับเขาเมื่อคืนก็คงทำให้เจ้าตัวอารมณ์เสียหรือไม่ก็ต้องถูกดุจนเสียงดังลั่นห้องแน่ๆ

 

 

                คำสั่งเมื่อวันที่มีงานเวดดิ้งแฟร์...มันยังคงดังก้องอยู่ในความทรงจำ  ทั้งการห้ามเจอ  ห้ามพูดคุยและห้ามไปยุ่งกับเจ้าของโรงแรมหนุ่มลูกครึ่งคนนั้นอีกเด็ดขาด  ซึ่งคำสั่งทั้งหมดที่พูดออกมาด้วยความโกรธ  รวมถึงยังไม่ทราบเหตุผลว่ามาทำไมถึงต้องถูกห้ามก็ทำให้คนป่วยรู้สึกอึดอัดใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน  ถึงแม้ตัวเขา...จะไม่ได้ขัดคำสั่งของคนรักและพยายามหลีกเลี่ยงการพูดคุยกับอี้ฟานแล้วก็ตาม

 

แต่...การเจอกันในงานเลี้ยงโดยบังเอิญกลับทำให้ข้อห้ามทุกข้อ  คำสั่งทุกคำถูกกลืนหายไปพร้อมกับรอยกอดรอยจูบที่น่ารังเกียจ  และคิดว่าถ้าระวังตัวเองให้มากกว่านี้  ดูแลตัวเองให้ดีกว่านี้  เรื่องแย่ๆก็คงไม่เกิดขึ้น

 

ฟอดดดด!!!

 

            “เป็นอะไรหรือเปล่าครับเซฮุน?”  ดึงคน...ที่นอนหันหลังเข้ามากอดและหอมกลุ่มผมสีเข้มด้วยความเป็นห่วง

 

            “กอดเซฮุนแน่นๆได้ไหมครับพี่จงอิน  ฮึกก!!”  พยายามเก็บความรู้สึกต่างๆเอาไว้  เพราะไม่อยากทำให้คนรักคิดมาก  แต่พอได้รับความอบอุ่นจากอ้อมกอดที่คุ้นเคย  น้ำตากลับไหลออกมาได้อย่างง่ายดายก่อนค่อยๆพลิกกายหันมากอดตอบเจ้าของโรงแรมเอาไว้แน่น  พร้อมซบหน้าลงบนอกกว้างเพราะมันทำให้รู้สึกปลอดภัยและอยากได้อ้อมกอดจากผู้ชายคนนี้เพียงคนเดียวเท่านั้น!!

 

ฟอดดดด!!!

 

            “ไม่อึดอัดหรือไง...หื้มม??  เดี๋ยวก็หายใจไม่ออกหรอกครับ  แล้วร้องไห้ทำไม...เซฮุนของพี่เป็นอะไรครับ  บอกพี่หน่อยได้ไหมมม??”  ขยับกาย...ดึงร่างคนป่วยออกจากอ้อมอกก่อนที่แรงกอดจะทำให้เซฮุนหายใจไม่ออก  และก้มลงหอมแก้มนุ่มที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาเพื่อเป็นการปลอบใจ

 

            ใช่ว่าเซฮุนคนเดียวที่รู้สึกอึดอัด...เพราะตั้งแต่ที่เกิดเรื่องขึ้นเมื่อคืน  จงอินก็แทบไม่ได้นอนเลยด้วยซ้ำ  มันคิดมาก  เป็นห่วง  หวงและอีกสารพัดความรู้สึกที่ตีรวนกันอยู่ในจิตใจ  ภาพในกล้องวงจรปิดที่ไม่ได้ถูกบันทึกเอาไว้มันทำให้คนเป็นเจ้าของโรงแรมสงสัย  อยากถาม  และอยากรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับคนที่เอาแต่ร้องให้อยู่ในตอนนี้

 

            มือหนา...ลูบศีรษะคนรักและใช้นิ้วโป้งเกลี่ยเบาๆบนความนุ่มที่เริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อหลังจากไร้สีและซีดเซียวมาตั้งแต่เมื่อคืน  ก่อนเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้าเรียวสวยด้วยความทะนุถนอม  จงอินอยากทราบเรื่องที่ตัวเองสงสัย  แต่ก็กลัวกับคำตอบที่จะได้รับเช่นกันและเกรงว่าจะเก็บอารมณ์เอาไว้ไม่ได้

 

แต่ถ้าไม่ถาม...ทุกอย่างอาจจะแย่กว่าที่เป็นอยู่และยิ่งเห็นคนรักร้องไห้ไม่หยุดแบบนี้  ใจของเขาก็ยิ่งเจ็บตั้งแต่ยังไม่รู้คำตอบ

 

            “ฮึกก!!  เซฮุนรักพี่จงอินนะครับ  รักคนเดียว  ฮึกคนเดียวจริงๆ

 

            “ชู่ววว...พี่รู้ครับ  พี่รู้  เซฮุนอย่าร้องไห้นะครับ  เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น...เซฮุนเล่าให้พี่ฟังหน่อยได้ไหม

 

            “เซฮุนขอโทษ  เซฮุนไม่ได้ตั้งใจ  ตะ...แต่เซฮุนหนีไม่ทัน  คุณอี้ฟานเค้า  เอ่ออ...เค้า

 

            “ค่อยๆเล่า  ใจเย็นๆ...เมื่อคืนพี่ขึ้นไปช่วยเซฮุนออกมาเอง  อี้ฟานอุ้มคนดีของพี่ขึ้นไปบนห้อง  แต่มันไม่ได้ทำอะไรเซฮุนแน่นอน  พี่รับรองได้

 

            “จริงเหรอครับ?!!!  คะ...คือเซฮุนไม่รู้เลยว่ามันเกิดอะไรขึ้น

 

            “เล่าเท่าที่จำได้ก็แล้วกันนะครับ...อี้ฟานมันทำอะไรเซฮุนบ้าง  พี่ดูในกล้องวงจรปิด  แต่ไม่เห็นภาพ  เซฮุนช่วยบอกพี่หน่อยได้ไหมครับ?”

 

            “เอ่อออ....เมื่อคืนเซฮุนเอาแจกันดอกไม้อันใหม่ขึ้นมาวางที่งานริมสระน้ำ  แต่พอจะกลับไปที่ห้องทำงาน  คุณอี้ฟานก็เดินเข้ามาทัก  แล้วก็ถามเรื่องของพี่จงอิน  พอเซฮุนไม่ตอบเค้าก็เลยโกรธ  แล้ววว...แล้ว

 

            “แล้วอะไร??...พูดมาเถอะครับ  พี่รอฟังอยู่

 

            “เซฮุนกลัวพี่จงอินโกรธ  แต่เซฮุนไม่ได้ตั้งใจนะครับ!!  มันหนีไม่ทันจริงๆ  เซฮุนไม่ได้อยากเจอเค้า  ไม่ได้อยากคุยด้วย  เซฮุนทำตามคำสั่งของพี่จงอินทุกอย่าง!!!!  แต่คุณอี้ฟานเค้าไม่ยอมหยุด  เค้า...

 

            “พี่โกรธแน่ๆถ้าเซฮุนไม่พูดความจริง...เซฮุนค่อยๆเล่านะครับ  พี่สัญญา  ว่าพี่จะไม่โกรธ

 

            “คือ...คุณอี้ฟานเค้าอยากรู้ว่าเซฮุนเป็นอะไรกับพี่จงอิน   พอเซฮุนไม่ตอบ  เค้าก็เลยโมโหแล้วก็ดึงเซฮุนไป  เอ่ออ  จะ...จูบ  แต่หลังจากนั้นก็จำไม่ได้แล้วครับ

 

 

                จูบ...เป็นคำตอบที่สร้างความโมโหให้กับคนฟังได้ทันที  แต่ก็พยายามระงับอารมณ์เอาไว้เพราะไม่อยากให้คนรักรู้สึกผิดหรือเสียใจไปมากกว่านี้  เจ้าของโรงแรมกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นพร้อมลูบหลังเพื่อปลอบใจคนที่กำลังเสียขวัญ  และจากที่ตั้งใจฟังเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างมีสติ  รวมถึงนึกภาพจากที่เห็นมากับตาที่ห้องควบคุมกล้องวงจรปิดมันก็ทำให้จงอินมั่นใจได้เลยว่าคนที่อยู่ในอ้อมกอดของเขาตอนนี้พูดความจริง

 

            “พี่อยู่ตรงนี้แล้ว...เซฮุนไม่ต้องกลัวนะครับ  เมื่อคืนเซฮุนไม่สบาย  แล้วก็สลบไป  อี้ฟานมันก็เลยอุ้มขึ้นไปพักบนห้อง  แต่พอพี่เห็นภาพจากกล้องวงจรปิด...พี่ก็รีบตามขึ้นไปรับตัวเซฮุนกลับมาที่นี่ทันทีเลยครับ  เซฮุนเชื่อพี่นะ  อี้ฟานมันไม่ได้ทำอะไรเซฮุนแน่นอน

 

            “เซฮุนรักพี่จงอินนะครับ  คราวหน้า...เซฮุนจะระวังตัวให้มากกว่านี้  เซฮุนขอโทษ

 

            “มันจะไม่มีคราวหน้าอีกแล้วครับ  พี่จะไม่ปล่อยให้มันมาเข้าใกล้เมียของพี่อีกเด็ดขาด!

 

            มือหนา...จับคนป่วยให้นอนหงายลงไปบนเตียงกว้างก่อนใช้กายสมส่วนคร่อมกักกันและค่อยๆก้มตัวลงมาสัมผัสบนแก้มนุ่ม  แต่การที่คนใต้ร่างเอาแต่เบี่ยงกายหลบหลีกและใช้มือดันหน้าอกของเขาเอาไว้ก็เป็นการกระทำที่พาให้สงสัย  ส่วนเจ้าของแก้มนุ่มก็ใช่ว่าอยากจะทำเช่นนี้  และทราบดีว่าสัมผัสของจงอินมันทำให้อ่อนระทวยได้แค่ไหน  แต่...การถูกเจ้าของโรงแรมอีกคนสัมผัสไปเมื่อคืนมันทำให้รู้สึกว่าร่างกายของตัวเองไม่สะอาดพอให้คนตรงหน้าได้สัมผัส

 

                อย่านะครับ!!...เซฮุนไม่อยากให้พี่จงอินจูบ!!!

 

จุ๊บ!!

 

จุ๊บ!!

 

จุ๊บ!!

 

            “แล้วคนดี...อยากให้พี่จูบตอนไหน  หื้มม?”  ยกมือเรียวสวยที่ดันใบหน้าของตัวเองขึ้นมาจูบซ้ำๆตั้งแต่ปลายนิ้ว  ลำแขน  ไล่ลงเรื่อยๆจนไปถึงไหล่ลาดและซอกคอขาวเนียน

 

            “หยะ...หยุดก่อนครับพี่จงอิน  เซฮุนขออาบน้ำก่อนได้ไหมครับ  เซฮุนขอร้อง...!!”  แค่ถูกคนรักสัมผัสเพียงเล็กน้อย  ร่างทั้งร่างก็สั่นสะท้านไปหมด  แต่ก็ยังมีสติเหลือพอเพื่อห้ามเจ้าของริมฝีปากคมเพราะเซฮุนยังรู้สึกรังเกียจอ้อมกอดกับรอยจูบของอี้ฟานอยู่ไม่หาย  และไม่อยากให้จงอินรู้สึกแย่เหมือนที่เขากำลังรู้สึกอยู่ในตอนนี้

 

            “งั้นพี่จะเป็นคนอาบน้ำให้เซฮุนเอง  แล้วพี่ก็จะลบทุกอย่างออกให้หมดเลยครับ!!!”  ไม่พูดเปล่า...เพราะยังไม่ทันจบประโยคที่พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง  จงอินก็รีบอุ้มร่างสวยเดินเข้ามาในห้องน้ำทันที  แล้วจัดการถอดเสื้อผ้าทั้งของตัวเองและของเซฮุนออกจนเราทั้งค่เปลือยเปล่า  และจากนั้น...การลบรอยบอบช้ำทางจิตใจของผู้ถูกกระทำก็ได้เริ่มต้นขึ้น

 

แต่...ก็คงใช้เวลาไม่นานและไม่รุนแรงเหมือนเช่นที่เคย  เพราะร่างที่เพิ่งฟื้นจากพิษไข้มันทำให้เจ้าของกายสีน้ำผึ้งไม่กล้าทำอะไรตามใจตัวเองมากนัก

 

...

 

...

 

...

 

...

 

            “อ๊ะ!!  พะ..พี่จงอิน  อ๊ะ!

 

            “ซี้ดดด...เรียกอีกสิครับ  อื้มมม

 

            “อ๊ะ!!  พี่จงอินนน.....

 

            “ซี้ดดด...อ่าห์!!!!

 


 

 

 

 

 

 

 

 




 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Gazania  Condominium  โซล

16.28 น.

 

แกร๊กก!!

 

          แล้วแบคกับเซฮุนจะมาถึงเชจูกี่โมง??...พ่อจะได้เตรียมหาอะไรไว้ให้กิน

 

            (น่าจะถึงไม่เกินสองทุ่มฮะ  เดี๋ยวพี่ชานยอลไปส่งที่บ้าน)

 

            “ถึงสนามบินเมื่อไหร่ก็โทรมาหาบอกพ่อหน่อย  เผื่อพ่อยังติดลูกค้าอยู่ที่โรงแรม

 

            (ฮะ...แล้วงานที่นั่นเป็นยังไงบ้าง  พ่อเหนื่อยไหมฮะ  งานยุ่งหรือเปล่า??)

 

            “ไม่ยุ่งเท่าไหร่  แบคไม่ต้องเป็นห่วงนะลูก...แล้วก็ดูแลเซฮุนให้ดี

 

            (คุณพ่อก็ไม่ต้องเป็นห่วงทางนี้เหมือนกันนะฮะ  เซฮุนอาการดีขึ้นมากแล้ว  ไม่งั้นแบคคงไม่พาเซฮุนไปหาคุณพ่อหรอก  พรุ่งนี้เตรียมตัวต้อนรับ...ลูกๆกลับบ้านได้เลย)

 

            “จะพากันมาเล่นซนให้พ่อปวดหัวล่ะสิไม่ว่า...โตขนาดนี้แล้วยังซนเป็นลิงเป็นค่าง

 

            (ซนแล้วรักไหมฮะคุณพ่อ)

 

            “ไม่รักลูก...แล้วแบคจะให้พ่อไปรักใคร?”

 

            (แบคก็รักคุณพ่อนะฮะ  พรุ่งนี้เจอกัน...จุ๊บๆ)

 

            เสียงประตูห้องของคอนโดฯสุดหรู...ถูกเปิดออกและปิดลงด้วยมือของคนที่กำลังรายงานเรื่องต่างๆให้ผู้ปกครองฟังอยู่ที่ปลายสาย  แถมยังไม่ใช่คอนโดฯของตัวเองอีกต่างหากเพราะที่นี่...คือห้องของหนุ่มผิวเข้มที่เพิ่งวานให้เขาเดินทางไปเฝ้าไข้คนป่วยที่โรงแรมเมื่อเช้า  แต่สำหรับตอนนี้...หลังจากที่คุยโทรศัพท์กับคุณพ่อเสร็จเรียบร้อยก็ต้องรีบเดินตามแฟมตัวใหญ่เข้ามาในครัวและเริ่มทำอาหารเย็นกันเสียที 

 

            แบคฮยอน...เก็บเครื่องมือสื่อสารใส่กระเป๋ากางเกงเอาไว้ตามเดิม  แล้วหยิบผักต่างๆที่กำลังจะกลายเป็นมื้อเย็นไปล้างในอ่างน้ำทันที  ส่วนชานยอลก็หยิบเนื้อสัตว์  ผลไม้ต่างๆรวมถึงเบียร์และน้ำดื่มแยกใส่ตู้เย็นเอาไว้  คนตัวเล็ก...ล้างผักไปก็ยิ้มไปด้วยดีใจที่พรุ่งนี้ตัวเขากับเพื่อนรักจะได้กลับไปหาคุณพ่อเชจูด้วยกัน  เพราะแฟนของพวกเราทั้งคู่นัดกันไว้ว่าจะพาไปเที่ยว  รวมถึงอยากให้คนป่วยได้เจอผู้มีพระคุณที่ไม่ได้พบหน้ากันมานาน

 

            เมื่อเช้า...หลังจากเฝ้าไข้เพื่อนรักเรียบร้อย  แบคฮยอนก็ถูกแฟนพาไปนวดตัวที่ห้องสปาของทางโรงแรม  แล้วพาไปซุปเปอร์มาเก็ตเพื่อซื้อของสดก่อนพากลับมาที่คอนโดฯแห่งนี้และเริ่มทำมื้อเย็นด้วยกัน  ส่วนงานสำคัญที่เพิ่งปประชุมเสร็จไปเมื่อเช้า...ก็ทำให้ชานยอลเป็นกังวลอยู่ไม่ใช่น้อยเพราะผู้เข้าร่วมในการประมูลที่ดินมันค่อนข้างเยอะ  แถมแต่ละคนก็มาจากต่างสาขาอาชีพและเป็นบุคคลที่เขาไม่ค่อยรู้จักสักเท่าไหร่  แล้วเรื่องงบประมาณการต่อเติมห้องพักของโรงแรมสาขาเชจูก็เพิ่งได้รับการอนุมัติไปไม่นาน  ทุกๆเรื่องจึงพาลให้วิศวกรอย่างเขารู้สึกเหนื่อยขนอยากลาพักร้อน

 

            “คุณอาว่ายังไงบ้างครับน้องแบค”  เก็บของเข้าตู้เย็นเรียบร้อย...ก็หยิบเนื้อหมูมาหั่นใส่จานเรียงเอาไว้  พร้อมถามคนที่เพิ่งวางจากคุณพ่อด้วยเกรงว่าจะถูกตำหนิ  เพราะการที่พาลูกชายของท่านมาทำงานถึงโซล  แถมยังต้องมาเฝ้าลูกชายอีกคนที่ป่วยมันทำให้ชานยอลกลัวว่าสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดจะทำให้จีซบหมดความไว้เนื้อเชื่อใจ

 

            “พอรู้ว่าน้องแบคจะพาเซฮุนกลับไปเชจูด้วยกันพรุ่งนี้...คุณพ่อก็ดีใจใหญ่เลยฮะ  แล้ววว...เพื่อนพี่ชานยอลจะมาอยู่ที่เชจูกี่วัน??”  เก็บผักที่ล้างอยู่ในอ่างขึ้นมาพักไว้ในภาชนะขนาดย่อมก่อนตอบคำถามคนที่ยืนหันหลังให้อย่างรู้สึกมีความสุข  แลตั้งคำถามกลับไปเช่นกันเพราะอยากให้เพื่อนรักอยู่กับตัวเองหลายๆวัน  แต่ก็ไม่รู้ว่า...เจ้าของโรงแรมจะอนุญาตหรือเปล่า???

 

            “พี่ก็ไม้รู้เหมือนกัน...เดี๋ยวมันกลับมาถึงห้องเมื่อไหร่  พี่จะถามให้นะครับ”  เป็นครั้งแรก...ที่ชานยอลได้ยินว่าเพื่อนผิวเข้มขอลาพักร้อนหรือหาเวลาพักผ่อนให้ตัวเอง  เพราะตั้งแต่รู้จักกันมาจนถึงวันเข้ารับตำแหน่งเจ้าของโรงแรมแทนผู้เป็นพ่อ...จงอินก็ไม่เคยพักเลยสักวัน

 

                แต่การไปเชจูด้วยกันครั้งนี้...เขาไม่รู้จริงๆว่าจะอยู่ได้กี่วัน  แล้วการนัดหมายโดยไม่มีการบอกล่วงหน้ามันไม่ได้สร้างแค่ความแปลกใจให้เท่านั้น  แต่มันยังสร้างความไม่แน่ใจให้ด้วย  เพราะคนที่เป็นถึงเจ้าของโรงแรมมันคงไม่สามารถหยุดได้หลายวัน  แถมไม่ได้มีแค่โรงแรมสาขาเดียวให้ดูแล

 

            “แล้วเมื่อไหร่เพื่อนพี่ชานยอลจะมาสักทีล่ะฮะ??”

 

ฟอดดดด!!!

 

            “เดี๋ยวก็มาแล้วครับ  เลิกทำหน้ายุ่งได้แล้ว

 

            “ก็น้องแบคอยากรู้หนิฮะ  แล้วก็เป็นห่วงเซฮุนด้วย

 

            “เป็นห่วงตัวเองก่อนดีไหม...หื้มม?”

 

            “พี่ชานยอลหยุดเลยยยย...แล้วก็เอามือออกไปจากก้นของน้องแบคด้วย  ไม่อย่างนั้นคืนนี้...อด!!

 

            ถูกคนที่ยืนหันหลัง...และหั่นของสดเตรียมไว้ทำมื้อเย็นเดินมาหอมแก้มฟอดใหญ่  แต่พอโดนมือใหญ่ๆลูบผ่านสะโพกไล่ลงไปจนถึงความกลมกลึง  แบคฮยอนก็ต้องรีบเบี่ยงกายหลบแล้วส่งสายตาคาดโทษให้ชานยอลทันที  เพราะไม่อยากถูกทำอะไรที่ห้องนี้  เนื่องจากมันไม่เหมาะและร่างกายของเขาก็ยังไม่พร้อมกับเรื่องอย่างว่าสักเท่าไหร่

 

แต่ใช่ว่า...อยากจะทำร้ายจิตใจของคนรักที่ตอนนี้กำลังทำหน้าบอกบุญไม่รับ  คนตัวเล็กจึงยื่นคำขาดที่เหมือนจะเป็นคำขอร้องว่าให้ทำคืนนี้ดีกว่าเพราะกลัวเจ้าของห้องจะกลับมาเจอภาพที่ไม่สมควรจะเห็น

 

            “งั้นคืนนี้...พี่ขอจัดชุดใหญ่เลยนะครับน้องแบค!!!?”

 

            “พี่ชานยอลก็จัดชุดใหญ่ทุกทีนั่นแหละ...ไม่สงสารน้องแบคบ้างเหรอฮะ >//<)

 

            “งั้นคืนนี้พี่ให้พัก  เพราะพรุ่งนี้ต้องเดินทาง  ตกลงไหม??”

 

            “พี่ชานยอลก็ทำเบาๆสิ!!!!

 

            เจ้าของรอยยิ้มกว้าง...ต้องยิ้มกว้างกว่าปกติเมื่อได้ยินแฟนตัวเล็กเอ่ยเช่นนั้นแล้วรีบวิ่งไปที่ห้องนั่งเล่นด้วยความเขินอายพร้อมกับเยลลี่ถ้วยใหญ่  ชานยอลรู้ตัวดีว่าบางครั้งก็เอาแต่ใจกับแบคฮยอนมากเกินไปหน่อย  แต่ใครมันจะอดใจได้เมื่อเห็นผิวขาวเนียน  ยอดอกสีหวานกับเสียงร้องน่าฟังที่เอ่ยให้ได้ยินเมื่อร่างกายถูกเชื่อมต่อกันและขยับไปตามแรงอารมณ์ 

 

แกร๊กก!!!

 

         พี่จงอินปล่อยเซฮุนได้แล้วครับ...เซฮุนเดินเองได้”

 

            อย่าดื้อได้ไหม...พี่รู้ว่าเซฮุนเดินเองได้  แต่พี่อยากอุ้มหนิครับ

 

            ก่อนที่ความคิดลึก...จะพาให้วิศวกรหนุ่มเตรียมอาหารไม่เสร็จ  มือหนาจึงรีบหั่นเนื้อสัตว์และจัดหาถ้วยชามมาวางไว้บนโต๊ะสำหรับ  4  ที่  แต่เสียงเปิดประตูห้องที่มาพร้อมกับเสียงบ่นกระเง้ากระงอดของเพื่อนคนตัวเล็กก็ทำให้พ่อครัวจำเป็นต้องละมือจากการทำมื้อเย็นและเดินออกไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น??

 

            “อ้าว...เซฮุนเป็นอะไร??”  เห็นเจ้าของเสียงบ่นถูกเพื่อนผิวเข้มอุ้มอยู่ในท่าเจ้าสาว  ชานยอลจึงถามออกไปด้วยความเป็นห่วงเพราะคิดว่าอาการป่วยแย่ลงกว่าเมื่อเช้า

 

            “เป็นเมียกู!!”  ใช้เท้าถีบประตูเพื่อให้มันปิดและตอบคำถามแทนคนที่อยู่ในอ้อมอกด้วยความรู้สึกหงุดหงิดเพราะเจ้าตัวเอาแต่บ่นมาตลอดทาง  แถมยังไม่ยอมให้อุ้มทั้งๆที่ไม่มีแรงจะเดิน

 

            “ไอ้สัด!!!!”  อุตส่าห์เป็นห่วง...แต่กลับได้คำตอบที่แสนจะกวนประสาทจากเพื่อนผิวเข้ม  ชานยอลจึงอดที่จะด่าออกไปไม่ได้และเดินกลับเข้าไปในครัวเหมือนเดิมเพื่อทำมื้อเย็นให้เสร็จ

 

แต่...ยังไม่ทันเดินไปถึงไหนก็ถูกเสียงของจงอินเรียกไว้  พร้อมกับสั่งนั่นสั่งนี่ทำเหมือนกลัวว่าคนที่อยู่ในอ้อมอกจะโดนจับตัวไปอีกครั้ง 

 

            “แล้วเมียมึงไปไหนวะชานยอลกูวานไปเฝ้าเซฮุนที่ห้องนอนหน่อย  เดี๋ยวกูจะออกมาช่วยมึงทำกับข้าว

 

            “ดูทีวีอยู่ในห้องนั่งเล่น...มึงพาเซฮุนไปนอนพักก่อนไป  เดี๋ยวกูเรียกน้องแบคให้

 

            “เร็วๆเลยนะ

 

            “ไอ้จงอิน!!!  มึงอย่าเว่อ...!!

 

            ว่าจะไม่หงุดหงิด...แต่กลับหงุดหงิดมากกว่าเดิมเมื่อถูกเจ้าของห้องออกคำสั่งอย่างเอาแต่ใจ  และเป็นห่วงคนในอ้อมกอดจนน่าหมั่นไส้  ชานยอลตอบรับคำสั่งของเพื่อนด้วยความเพลียใจแล้วเดินไปตามแฟนตัวเล็กให้เข้าไปดูแลคนป่วยที่ห้องนอน  และถ้าพวกเขาทำมื้อเย็นเสร็จเมื่อไหร่ก็จะเข้าไปตามคนรักให้ออกมาทานอาหารพร้อมกันอีกครั้ง

 

...

 

...

 

...

 

...

 

...

 

18.12 น.

 

            “ตกลง...เรื่องประมูลที่ดินมึงจะเอายังไง”  ตามแฟนตัวเล็กให้ไปเฝ้าไข้เพื่อนรักเรียบร้อย  ชานยอลก็กลับมาลงมือเตรียมมื้อเย็นต่อทันที  พร้อมทั้งคุยเรื่องงานกับเจ้าของโรงแรมไปด้วยเพราะงานประมูลที่ดินรอบนี้มันก็สำคัญไม่แพ้ครั้งก่อนสักเท่าไหร่  ถึงแม้ที่ดินผืนนี้จะไม่น่าซื้อเท่าที่ปูซาน...แต่ก็ไม่อยากประมาทเพราะคู่แข่งหน้าใหม่ที่เข้าร่วมการประมูลที่ดินรอบบนี้ค่อนข้างน่ากลัว

 

            “ไม่เอาไง...ได้ก็ได้  ไม่ได้ก็ไม่ซีเรียส  แต่ถ้าได้ก็ดี  แล้วก็ใช้แผนเดิม  กูคุยกับทีมที่เคยช่วยประมูลที่ดินที่ปูซานเรียบร้อยแล้ว”  ตอนแรกบอกว่าจะออกมาช่วยเพื่อนทำอาหาร  แต่กลับหยิบเบียร์ออกมาจากตู้เย็นก่อนขึ้นดื่มอย่างกับกินน้ำเปล่า  แถมยังคุยเรื่องงานให้พ่อครัวจำเป็นฟังด้วยท่าทีสบายใจ  เพราะที่ดิน...ที่กำลังจะมีงานประมูลเกิดขึ้นในอีกสามเดือนข้างหน้ามันไม่ค่อยเข้าตาเท่าไหร่

 

แต่...ก็ใช่ว่าไม่อยากได้  เนื่องจากที่ดินผืนนี้มันสามารถใช้สร้างโรงแรมก็ได้หรือใช้สร้างบ้านเพื่ออนาคตในการมีครอบครัวในวันข้างหน้าก็ได้  และถ้าพลาดเพราะประมูลแพ้คู่แข่งคนอื่นๆมันก็คงรู้สึกเสียดายอยู่ไม่ใช่น้อย

 

            “อะไรวะ...พูดเหมือนไม่อยากได้  แล้วมึงจะเข้าร่วมการประมูลทำไม??”

 

            “กูอยากได้  แต่มันไม่เท่ากับที่ดินผืนเก่า  แล้วประมูลไว้ก็ไม่เสียหายอะไร

 

            “ถ้ามึงเป็นห่วงเซฮุนอย่างที่บอกกูตอนเลิกประชุม  มึงก็ไม่ควรเข้าร่วมการประมูลตั้งแต่ทีแรก  คู่แข่งมันน่ากลัว

 

            “เรื่องเซฮุนมึงไม่ต้องห่วง...เดี๋ยวกูจัดการเอง  ส่วนเรื่องประวัติของคู่แข่งหน้าใหม่  กูฝากมึงช่วยสืบด้วยก็แล้วกัน  ถ้ามีอะไรน่าสงสัยก็รายงานกูมาเรื่อยๆ

 

            “แล้วเรื่องอี้ฟานล่ะ??”

 

            คู่แข่งหน้าใหม่ว่าน่ากลัวแล้ว...แต่คู่แข่งคนเดิมอย่างอู๋อี้ฟานก็น่ากลัวไม่แพ้กัน  เพราะถ้าแพ้ทั้งการประมูลและต้องเสียคนรักให้กับคู่แข่งคนนี้  ชานยอลก็คิดว่าต้องเกิดงสงครามขึ้นในงานประมูลแน่ๆ  และเริ่มรู้สึกเป็นห่วงทั้งเพื่อนผิวเข้ม  ทั้งพนักงานจัดดอกไม้รวมถึงแฟนตัวเล็กขึ้นมาทันที  เนื่องจากแบคฮยอนกับเซฮุนยังไม่รู้เรื่องงานสำคัญที่มันอันตรายเกินกว่างานของวิศวกรหรือการเป็นเจ้าของโรงแรม

 

            “กูมั่นใจ...ว่าเซฮุนไม่ได้คิดอะไรกับอี้ฟานแน่ๆ  แล้วเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนก็เป็นแค่เหตุบังเอิญ

 

            “กูไม่ได้ดูถูกนะเว้ย...แล้วก็รู้ด้วยว่าคนอย่างเซฮุนคงไม่ทำตัวเหมือนแฟนเก่ามึงแน่นอน  แต่กูกลัวอี้ฟานมากกว่า  ถึงมันจะไม่ใช่คนเลวอะไรขนาดนั้น  แต่มันก็ไม่น่าไว้ใจ

 

            “กูก็คิดเหมือนมึง...รอบนี้มันเข้าหาเซฮุนก่อนด้วย  เมื่อคืนมันเดินตามเซฮุนอยู่ในงานเลี้ยง  มันจูบเมียกู  อุ้มเมียกูขึ้นไปบนห้อง  นึกแล้วอยากฆ่าแม่งชิบหาย!!!

 

            “ไหนมึงบอกว่าไม่เห็นภาพในกล้องวงจรปิด??  แล้วมึงรู้ได้ไงว่ามันจูบเซฮุน????”

 

            “เซฮุนเล่าให้กูฟังเอง!!

 

            “เหี้ยยย!!...ดีนะมึงขึ้นไปช่วยทัน!

 

            ชานยอลเข้าใจเพื่อนผิวเข้มทันทีว่าทำไมถึงได้ดูเครียดผิดปกติ  ทั้งๆที่การประมูลที่ดินรอบนี้ก็ทำเหมือนไม่อยากได้สักเท่าไหร่และไม่รู้สึกเสียดายถ้าประมูลแพ้  แต่...ถ้าต้องเสียคนรักให้กับศัตรูหมายเลขหนึ่ง  มันก็คงทำใจได้ยากกว่าเมื่อครั้งที่แล้วแน่นอน  เพราะคนที่ไม่เคยเข้าหาใครก่อนหรือยอมปล่อยให้คนที่ตัวเองมีโอกาสทำเรื่องอย่างว่าหลุดมือไปเมื่อคืนอย่างอู๋อี้ฟานก็คงไม่ยอมจบเรื่องของเซฮุนไปง่ายๆ  แล้วจากที่ได้ยินเพื่อนเล่ามาทั้งหมด  มันก็ทำให้ชานยอลต้องคอยจับตามองคู่แข่งทุกคนของงานประมูลที่ดินรอบนี้ให้มากขึ้นเป็นพิเศษ

 

 

                ถึงแม้เขาจะมีอาชีพเป็นวิศวกร...แต่การที่มีพ่อแม่เป็นถึงทนายและครอบครัวญาติพี่น้องก็มีบริษัทที่ทำงานเกี่ยวกับนักสืบเอกชน  แถมเพื่อนๆในแก๊งค์ก็ยังเป็นตำรวจ  ชานยอลจึงต้องคอยทำหน้าที่ช่วยเหลือจงอินเรื่องงานประมูลที่ดินมาแล้วหลายครั้งและทุกครั้งก็ไม่เคยมีข้อพลาด  แต่...สำหรับที่ดินผืนใหม่ที่จะมีการประมูลเกิดขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า  เขาเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าจะมีคู่แข่งเล่นนอกเกมหรือไม่เพราะคู่แข่งทั้งหน้าเก่าหน้าใหม่ล้วนแต่เก่งๆกันทั้งนั้น  แถมยังมีเรื่องคนรักของจงอินที่เหมือนจะเป็นประวัติศาสตร์ซ้ำรอยให้ต้องคิดเพิ่มเข้ามาอีก

 

และหวังว่าครั้งนี้...ทุกๆอย่างจะไม่จบลงเหมือนเมื่อหลายปีก่อน

 

                พ่อครัวจำเป็น...ฟังเพื่อนบ่นไปและทำมื้อเย็นไปด้วยอย่างรู้สึกวิตก  แต่อะไรจะเกิดมันก็ห้ามไม่ได้อยู่ดี  แล้วใจของคนเรามันก็เปลี่ยนแปลงกันได้เสมอ  ชานยอลไม่ได้อยากใส่ความหรือคิดว่าคนรักของเพื่อนจะปันใจให้คนอย่างอี้ฟาน  แต่เขา...ก็ไม่เคยเห็นใครคนไหนปฏิเสธเจ้าของโรงแรมที่พ่วงมาด้วยตำแหน่งนายแบบแถวหน้าคนนี้ได้เลยสักราย   

 

            ส่วนคน...ที่เอาแต่กระดกของมึนเมาเข้าปากไปเป็นกระป๋องที่สามก็คิดมากไม่ต่างไปจากชานยอลเลยสักนิด  มันมีความเชื่อใจ  ไว้ใจ  และมั่นใจในคนรักของตัวเองอย่างเต็มเปี่ยม  แต่...อดีตเก่าๆมันมักจะตามมาหลอกหลอนให้ต้องคอยเป็นกังวลอยู่เสมอ  จงอิน...เข้าใจสถานการณ์เมื่อในอดีตเป็นอย่างดีว่าตอนนั้นเขาเองก็ไม่มีเวลาให้คนรักเก่าเหมือนอย่างที่เคยเป็น  เพราะการเข้ารับตำแหน่งสูงสุดให้ดูแลธุรกิจแทนผู้เป็นพ่อที่ชีวิต  มันทำให้เขาไม่มีเวลาคิดถึงเรื่องอื่นเลยนอกจากเรื่องงานและทุกๆอย่างมันก็กะทันหันจนเกือบรับมือไม่ทัน

 

และสุดท้าย...หญิงสาวที่เคยอยู่เคียงข้างกันมาตลอดหลายปีก็ขอยุติความสัมพันธ์  และเริ่มต้นรักใหม่กับเจ้าของโรมแรมหนุ่มลูกครึ่งที่ใครๆต่างก็หมายปอง

 

            จงอิน...ไม่เคยโทษใครทั้งนั้นสำหรับเรื่องความรักครั้งเก่า  เขาผิดเองที่ทำงานมากจนไม่สนใจคนที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาหลายปี  แต่จะให้เขาทิ้งธุรกิจที่ครอบครัวค่อยๆสร้างกันมาตั้งแต่เขายังแบเบาะและใช้ชีวิตไปตามประสาวัยรุ่นเหมือนคนอื่นๆมันก็คงเป็นไปไม่ได้เช่นกัน  จงอินคิดเสมอ...ว่าเธอจะเข้าใจและคอยสนับสนุน  คอยอยู่เคียงข้าง  คอยให้กำลังใจกันเหมือนอย่างที่เคยเป็นมาตลอดปี  แต่เมื่องานทุกอย่างเริ่มเข้าที่เข้าทาง...รวมถึงจัดสรรเวลาในชีวิตได้ลงตัวมากกว่าเดิม  ความรัก  กลับต้องมาพังไม่เป็นท่าแถมเธอยังจากไปพร้อมกับทิ้งความเจ็บช้ำไว้ให้จนไม่สามารถลบออกจากใจไปได้ง่ายๆ

 

 

                แต่...การมีเพื่อนที่ดีอย่างปาร์คชานยอล  และการได้กำลังใจจากคนในครอบครัวพร้อมมีทีมเวิร์คที่ดีในการทำงาน  มันก็ทำให้เจ้าของโรงแรมอย่างเขาชนะการประมูลที่ดินในรอบที่แล้ว  และได้สร้างโรงแรมใหม่สาขาแรกในปูซานได้สำเร็จแถมยังมีสภาพจิตใจที่เข้มแข็งขึ้น  ส่วนที่ดินผืนล่าสุด...ที่จะเริ่มการประมูลในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า  จงอินก็มั่นใจว่าตัวเองจะต้องชนะอีกครั้งและจะไม่ให้เรื่องเดิมๆหรือปัญหาทางใจเดิมๆกลับมาทำร้ายทั้งเขาทั้งคนรักใหม่ได้อีกเด็ดขาด

 

            “แล้วตกลง...พรุ่งนี้มึงจะไปเชจูกี่โมง?”  วิศวกรหนุ่มยกผัก  เนื้อสัตว์  และเครื่องเคียงต่างๆวางลงใกล้ๆกับหม้อน้ำซุปที่กำลังเดือดอยู่ในหม้อ  และเอ่ยถามคนที่เอาแต่ดื่มเบียร์โดยไม่ได้ช่วยเขาทำมื้อเย็นเลยสักอย่างเพราะเอาแต่คิดมากเรื่องของคนรัก

 

            “ต้องถึงสนามบินบ่ายโมง...กูให้พี่เลขาจองตั๋วเครื่องบินให้มึงกับน้องแบคแล้ว”  ตอบคำถามพ่อครัวตัวโย่งที่กำลังจัดเตรียมมื้อเย็นอยู่ตรงหน้า  แต่ตัวเองกลับยกกระป๋องเบียร์ดื่มเป็นอึกสุดท้าย  แล้วเดินเอาไปทิ้งถังขยะ

 

แต่พอจะหยิบเบียร์กระป๋องที่สี่...เจ้าของโรงแรมก็ถูกขายาวๆของพ่อครัวเดินมาถีบประตูตู้เย็นให้ปิด  แถมยังใช้ตะเกียบชี้หน้าเหมือนเป็นการสั่งห้าม!!!

   

            “มาช่วยกูจัดโต๊ะเลยยยย...ป่านนี้เมียมึงหิวแล้วมั้ง?”

 

            “เมียมึงหรือเมียกูกันแน่วะ??  แล้วก็ให้น้องแบคกินน้อยๆหน่อยนะมึง  ตูดออกแก้มออกเป็นพวงเลย

 

            “กินเยอะๆสิดี  กูชอบ...จับตรงไหนก็เต็มไม้เต็มมือ  ไม่เหมือนเมียมึงหรอก  ผอมเกิน...แล้วมึงก็เบาๆบ้าง  เซฮุนตัวบางยังกับกระดาษ  มึงอย่าซาดิสม์ให้มันมากนัก

 

            “มึงนอนอยู่ใต้เตียงกูเหรอไง..ถึงรู้ว่ากูซาดิสม์???”

 

            ชุดนอนตัวใหญ่...ที่เผยให้เห็นรอยแดงช้ำบนหน้าอกของคนที่ถูกเจ้าของโรงแรมอุ้มเข้ามาในห้องเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา  มันทำให้ชานยอลเดาได้ไม่อยากว่าเพื่อนของตัวเองได้ทำอะไรไว้บ้าง และอดเป็นห่วงเซฮุนไม่ได้จริงๆเพราะเพิ่งฟื้นไข้เมื่อช่วงสาย  รวมถึงพรุ่งนี้ก็ต้องเดินทางไปเชจูด้วยกัน  ทุกๆอย่างมันอาจทำให้แฟนของจงอินไข้กลับมาอีกรอบก็เป็นได้

 

            “ต่อให้นอนอยู่ที่เชจู...กูก็มองออก  มึงเบาๆบ้างก็ได้  เซฮุนป่วยอยู่  เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็เดินทางไม่ไหว

 

            “ด่าแต่กู...มึงก็ใช่ย่อย  คอน้องแบคแดงขนาดนั้น  ถ้าคุณอาเห็นมึงจะตอบยังไง

 

            “ตอบเหี้ยอะไรล่ะ??!  กูยังไม่ได้บอกคุณอาเรื่องที่คบกับน้องแบคเลย

 

            “งั้นพรุ่งนี้ไปหาคุณอาพร้อมกูเลย  ไหนๆกูก็จะไปเชจูแล้ว

 

            “เหี้ยยย!!!  กูยังไม่ได้เตรียมใจเลย  กูกลัวว่ะ

 

            “บอกช้า...คุณอายิ่งโกรธ  ถึงลูกๆของคุณอาจะเป็นผู้ชาย  แต่มึงก็ควรให้เกียรติผู้หลักผู้ใหญ่บ้าง

 

            “กูรู้หรอกน่ะ...ก็อยากจะบอกตั้งแต่วันแรกที่คบกันนั่นแหละ  แต่กูกลัวคุณอาไม่ยกน้องแบคให้นิหว่า

 

            “จะไปยากอะไร...ถ้าไม่ยกให้ก็ฉุดดิวะ!!

 

            “ไอ้สัด!!  แล้วบอกให้เกียรติผู้ใหญ่  ถุยยย!!!

 

...

 

 

...

 

 

...

 

22.54 น.

 

            กว่าจะทานมื้อเย็นหรือเดินลงไปส่งเพื่อนกับแฟนตัวเล็กที่ลาดจอดรถ  จงอินก็ต้องมานั่งเคลียร์เอกสารกองโตที่ห้องทำงานต่อเพราะยังมีงานให้ต้องสะสางอยู่อีกเป็นจำนวนมาก  และที่ต้องรีบทำให้เสร็จตอนนี้ก็เพื่ออยากไปพักผ่อนกับคนรักที่เชจูได้อย่างสบายใจโดยไม่ทิ้งงานให้เลขาต้องคอยโทรตามในภายหลัง  มือหนาคลิกเม้าท์เลื่อนอ่านอีเมลจากโรงแรมสาขาต่างๆเป็นอย่างสุดท้ายและรีบเก็บเอกสารสำคัญใส่ตู้เซฟก่อนปิดโน้ตบุคแล้วเดินไปที่ห้องนอนทันที

 

แต่...เสียงก๊อกแก๊กที่ได้ยินเมื่อเปิดประตูเข้ามาในห้องนอน  กลับทำให้คิ้วหนาบนใบหน้าคมเข้มขมวดกันจนยุ่งเพราะคิดว่าคนรักหลับไปแล้ว

 

            ตาคม...จ้องคนรักที่เอาแต่จัดกระเป๋าเดินทางโดยไม่ได้สนใจสภาพร่างกายของตัวเองเลยว่ามันยังไม่หายดีแล้วก็อดที่จะรู้สึกหงุดหงิดไม่ได้  จงอินสั่งไว้แล้วว่าถ้าทำงานเสร็จเมื่อไหร่จะเป็นคนมาจัดทุกอย่างให้เอง  เพราะต้องการให้คนที่เพิ่งฟื้นไข้นอนพักผ่อนให้เต็มที  แล้วทำไมเซฮุนถึงกล้าขัดคำสั่งของเขาขายาวสมส่วนในกางเกงผ้าเนื้อนิ่มเดินเข้ามานั่งข้างๆคนรักและช่วยพับเสื้อผ้ารวมถึงเก็บของใช้ส่วนตัวใส่กระเป๋าเดินทางใบเล็กอีกใบ  แถมยังต้องพยายามเก็บหงุดหงิดเอาไว้ในใจทั้งๆที่ความจริงก็อยากจะดุคนที่ชอบขัดคำสั่งให้รู้ว่าไม่ควรดื้อกับเขาบ่อยนัก

 

            ส่วนคนที่เพิ่งฟื้นไข้ก็ทราบดี...ว่าคนที่นั่งเก็บนั่นเก็บนี่อยู่ข้างกายรู้สึกเช่นไร  และใช่ว่าตัวเองอยากจะขัดคำสั่งหรือไม่เห็นความหวังดีของคนรัก  แต่การตัดสินใจเดินทางไปเชจูสองวันโดยไม่ปรึกษากันก่อนแถมยังลางานให้เสร็จสรรพ  มันก็ทำให้พนักงานจัดดอกไม้อย่างเขารูสึกหงุดหงิดเหมือนกัน  ร่างสวยในชุดนอนสีฟ้าอ่อน...ไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่ที่เจ้าของโรงแรมมักใช้เส้นสายหรือเข้าไปยุ่งกับงานของเขา  และที่สำคัญไปว่าเรื่องไหนๆเลยก็คือ...เซฮุนไม่อยากให้พี่ๆในแผนกหรือคนในโรงแรมรู้ว่าตัวเองเป็นอะไรกับจงอิน

 

            มันไม่ได้อาย...ที่ได้เจ้าของโรงแรมชื่อดังมาเป็นคนรัก  แต่การที่จงอินได้คนธรรมดาๆอย่างเขามาเป็นคนรักมากกว่าที่น่าห่วง  เซฮุนไม่ได้สนว่าใครจะคิดอย่างไรกับตัวเอง  จะคิดว่าเป็นเมียเก็บ  ทางผ่าน  และของเล่นชั่วคราวสำหรับคนรวยหรือจะอะไรก็แล้วแต่ที่เคยได้ยินผ่านหูมาบ้าง   มันก็ไม่ได้ทำให้จิตใจของเขาแย่ลงเลยสักนิด  แต่ที่อดเป็นห่วงไม่ได้เลยจริงๆก็คื...ภาพลักษณ์ของโรงแรมที่สั่งสมมานานและภาพพจน์ของผู้เป็นเจ้าของอย่างคิมจงอินต่างหากที่น่ากังวล

 

และความเงียบ...ในระหว่างการจัดกระเป๋าเดินทางก็ทำให้คนเป็นเจ้าของห้องต้องทำลายความเงียบอย่างห้ามความคิดมากเอาไว้ไม่ได้  มันทำให้รู้สึกอึดอัดเพราะรู้ตัวเองดีว่าการเดินทางไปเชจูโดยไม่บอกคนรักให้ทราบล่วงหน้า  แถมยังเข้าไปก้าวก่ายเรื่องงานมันอาจทำให้พนักงานจัดดอกไม้รู้สึกไม่พอใจ

 

            “งอนพี่เหรอครับเซฮุน??”

 

            “...........

 

            “อย่าโกรธพี่เลยนะครับ  พี่อยากให้เซฮุนได้พักผ่อนบ้าง

 

            “เซฮุนรู้ครับว่าพี่จงอินหวังดี  แต่เซฮุนก็ห่วงงานเหมือนกันนะครับ  แล้วก็กลัวพี่ฮีชอลจะว่าด้วย

 

            “กล้าว่า เมีย เจ้าของโรงแรมก็ลองดู  อยากโดนไล่ออกก็ว่ามาเลย

 

            “ทำตัวเป็นเด็กไปได้นะครับพี่จงอิน

 

ฟอดดดดด!!!

 

             ไปเที่ยวเชจูกันนะครับ  ลองไปพักผ่อนดูบ้าง...แล้วพี่ก็อยากไปหาคุณอาจีซบด้วย  เซฮุนไม่คิดถึงคุณอาเหรอ??”

 

            “คิดถึงสิครับ  ตั้งแต่เรียนจบเซฮุนก็ยังไม่ได้ไปกราบคุณลุงเลย

 

            “โอเค...งั้นเซฮุนไปนอนได้แล้วครับจะได้หายเร็วๆ  เดี๋ยวของที่เหลือพี่จัดการเอง

 

            “พี่จงอินรีบจัดเร็วๆนะครับ  จะได้มานอนด้วยกัน

 

            เอาแต่ใจมากแค่ไหน  อารมณ์ร้อนสักเท่าไหร่  เซฮุนก็ไม่เคยโกรธคนรักแบบจริงๆจังๆได้เลยสักครั้ง  และพยายามจะไม่สร้างความลำบากใจหรือขัดคำสั่งบ่อยๆ  เพราะไม่อยากให้จงอินเอาอารมณ์ต่างๆไปลงกับคนอื่นจนพาให้เสียระบบในการทำงานกันไปหมด  ร่างสวยเดินกลับไปนอนบนเตียงกว้างตามคำบอกของคนรักอย่างว่าง่าย  แต่ก็ใช่ว่าจะหลับตาลงได้เหมือนอย่างที่ถูกออกคำสั่งเพราะเมื่อไม่มีเจ้าของกายสีน้ำผึ้งนอนกอดไว้เหมือนเช่นทุกค่ำคืน  มันก็พาลให้การหลับใหลโดยไร้ความอบอุ่นจากอกกว้างกลายเป็นเรื่องยากเสียอย่างนั้น 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

100%

แก้ไขเมื่อ  17/11/60

เป็นฟิค...ที่ไม่มีความซับซ้อนอะไรเลยนะคะ  มันเรียบง่ายและอาจเดาใจตัวละครได้จนถึงตอนจบ.

ขอบคุณทุกการติดตาม  ขอบคุณทุกคอนเม้นท์  ทั้งติและชม  รวมถึงการให้กำลังใจด้วยค่ะ  ^3^)

ส่วนไรท์  #อีหนูฮุน   #ficsuperCHAN  และ  #ficconverse  ยังมีชีวิตอยู่นะคะ  แต่งานเยอะมากจนไม่สามารถอัพฟิคได้  ใครรออ่านสามเรื่องนี้อยู่  อดทนอีกนิดนึงนะคะ  (วางมาลัยบนตัก...กราบขออภัย)

แล้วจะเข้ามาแก้คำผิดเรื่อยๆนะคะ

รัก 

#ดอกไม้ของเจ้านาย


TB
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 44 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

712 ความคิดเห็น

  1. #683 KHlulaby (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 00:09
    จงอินที่ห่วงน้อง และน้องที่คิดถ่อมตัวเสมอ เลยยังไม่เข้าใจกันดี แถมยังมีคนคอยมาแย่งอีก แงงงงงง ขอให้ทุกอย่างลงตัวน้า
    #683
    0
  2. #562 /tl26&? (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 00:51
    ฮื่อ มันอบอุ่นหัวใจไปหมดเลยค่ะ ดีใจที่จงอินไม่โมโหแล้วทำรุนแรงกับเซฮุนเหมือนกันเมื่อแล้ว
    #562
    0
  3. #478 Jammie-Lee (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 00:28
    ฮุนนี่น่ารัก โกรธจงอินได้ไม่นานหรอกเนอะ
    #478
    0
  4. #476 Grace-rock (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2560 / 18:51
    รอน้าาาา
    #476
    0
  5. #132 Kannika Tankam (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2559 / 22:41
    ดีใจที่น้องฮุนไม่ถูกเจ้านายโกรธเรื่องเฮียคริส ทีนี้ก็เหลือให้เจ้านายไปขอกะคุณพ่ออย่างเปนทางการละเนอะ
    #132
    0
  6. #125 PamBambooo (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2559 / 21:16
    ตาแก้บ้ากาม5555
    #125
    0
  7. #116 june2546 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2559 / 18:37
    รอน้าาาารอน้าาาารอน้าาาารอน้าาาารอน้าาาา
    #116
    0
  8. #80 ดอกไม้ของเซฮุน (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2559 / 20:43
    ฮุนแบคน่ารักกกก
    #80
    1
    • #80-1 Mokara(จากตอนที่ 15)
      17 พฤษภาคม 2559 / 07:32
      ขอบคุณนะคะ ;)
      #80-1
  9. #79 eve_popparazzi (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2559 / 13:22
    พี่ไม่คิดรับผิดชอบน้องอ่ะ ขนาดชานยอลไม่ได้ทำ ยังรับผิดชอบเลย คิดดู แล้วมาหงมาหวง
    #79
    0
  10. #77 Real1__pcy2 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2559 / 22:27
    งื้อออ ชอบน้องแบค กับ พี่ชาน
    #77
    1
    • #77-1 Mokara(จากตอนที่ 15)
      17 พฤษภาคม 2559 / 07:27
      งื้ออออ ดีใจค่ะที่ชอบ ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะคะ
      #77-1
  11. #76 HYAKU (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2559 / 21:30
    พี่จงอินชักช้าา 555 พี่ชานยอลเค้ามีแฟนนำหน้าไปละะ อย่าไปยอมสิ
    #76
    1
    • #76-1 Mokara(จากตอนที่ 15)
      17 พฤษภาคม 2559 / 07:31
      จงอินจะสู้ค่ะ ^~
      #76-1
  12. #75 Mind (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2559 / 21:15
    พี่จงอินขี้หึงจังชอบอะ ตอนหน้าพี่คริสมาแล้วใช่ป่าวคะ
    #75
    0