จบแล้ว(EXO) ดอกไม้ของเจ้านาย❀ (Kaihun Chanbaek Ft.Kris)

ตอนที่ 13 : ❀ 13

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,801
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 57 ครั้ง
    3 พ.ย. 62








ดอกไม้ดอกที่  13



 

Peony  Condominium  เชจู

07.25 น.

 

            “........!!!?!

 

            น้ำหนัก...จากการถูกนอนทับอกมาตลอดทั้งคืนทำให้ผู้เป็นเจ้าห้องต้องตื่นขึ้นในยามเช้าด้วยความรู้สึกเมื่อยล้า  แต่เมื่อเจ้าของดวงตากลมโตเห็นคนที่นอนหลับพริ้มอยู่บนอกก็รู้สึกดีใจ  เป็นห่วง  มีความสุขหรืออีกมากมายที่พอจะรู้สึกได้  จากที่เคยหงุดหงิดในเรื่องความดื้นรั้นของเจ้าตัว  ตอนนี้กลับมีแต่รอยยิ้ม

 

 

            และจากจุดเริ่มต้นของการโกหก  จากการตกลงเป็นแฟนกันด้วยเหตุที่ไม่คาดคิด  รวมถึงความไม่ชอบหน้ากันมาตั้งแต่แรกเห็นก็กลับกลายเป็นว่าเวลานี้...มันไกลเกินกว่าที่จะถอยหลัง  ยอมแพ้หรือหาข้ออ้างอื่นๆเพื่อยกเลิกในสิ่งที่ตัวเองเคยคิด  เคยพูด  เคยกระทำมาทั้งหมด  และเจ้าของร่างนุ่มนิ่ม...ที่นอนก้นเด้งๆอยู่บนตัวเขาก็คงถอนตัวไม่ได้ด้วยเช่นกัน  เพราะคนอย่างวิศวกรประจำโรงแรมอันยิ่งใหญ่จะไม่มีทางปล่อยให้คนตัวเล็กเปลี่ยนใจไปจากเขาแน่นอนและจะปกป้องทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้ใครมารังแกได้อีก!!!

 

 

            ชานยอล...มองเด็กเจ้าปัญหาที่นอนอยู่บนอกแล้วก็อดขำไม่ได้จริงๆ  ยิ่งได้ให้ก้นแดงๆเด้งๆเหมือนเยลลี่ที่เจ้าตัวชอบทาน  แถมเสื้อผ้าก็ยังไม่ได้ใส่ตั้งแต่เมื่อคืนมันก็ยิ่งเพิ่มความน่ามันเขี้ยวจนอยากจะจับมาฟัดอีกสักรอบ  แต่เวลานี้...มันคงทำไม่ได้อย่างที่คิดเพราะงานก็ยังทำไม่เสร็จและเย็นนี้ก็ต้องบินไปโซลเพื่อเอาเอกสารสำคัญไปให้เจ้าของโรงแรมเซ็นที่คอนโดฯอีก  กายเปลือยเปล่าของคนด้านล่างค่อยๆขยับเพื่อให้คนที่หมดแรงคาอกไปเมื่อคืนนอนลงไปบนเตียงกว้างอย่างทะนุถนอมเนื่องจากทราบดีว่านี่คือครั้งแรกของคนรัก

 

แต่...แรงขยับที่คิดว่าทำเบาที่สุดและทำไปด้วยความทะนุถนอมมันดูเหมือนจะสร้างความเจ็บปวดให้กับผู้ถูกกระทำ???

 

            “อื้ออ!!  อ๊ะจะ...เจ็บบ!!!”  ส่งเสียงร้องทั้งๆที่ยังไม่ลืมตาและจิกมือลงบนหมอนใบโตเพื่อระบายความรู้สึก

 

            “เจ็บตรงไหนครับน้องแบค!!?  ไปหาหมอไหมครับ...เดี๋ยวพี่พาไป!!!”  ตกใจ...เหมือนเห็นสีหน้าและได้ยินเสียงร้องที่แสดงถึงความเจ็บปวดของคนตัวเล็ก  ก่อนใช้นิ้วโป้งเกลี่ยเบาๆไปที่แก้มนุ่มพร้อมถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง

 

            คนถูกถาม...ได้ก้มหน้างุดเมื่อได้สติและลืมตาขึ้นมาเห็นคนต้นเหตุที่ทำให้เขินอายอยู่ในตอนนี้  แบคฮยอนทำตัวไม่ถูก  มันเหมือนไม่กล้าสู้หน้าแต่ก็รู้สึกดี...ที่เจ้าของห้องไม่ได้ทิ้งให้เขานอนอยู่คนเดียวหรือหนีไปทำงานแต่เช้า  แถมยังเปลือยกายสมส่วนแบบผู้ชายที่รักสุขภาพให้เห็นและมันก็เป็นภาพที่ชัดเจนยิ่งกว่าที่เห็นเมื่อคืนเสียอีก  เพราะเช้านี้แสงสว่างที่ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาในห้องรวมกับแสงของโคมไฟที่เปิดทิ้งไว้ทั้งคืนมันก็ทำให้ตาของเขาสว่างพอๆกับแดดที่อยู่ด้านนอก

 

            “คะ...คือ  น้องแบคเจ็บก้นฮะ  แต่ไม่ต้องไปหาหมอก็ได้

 

            “งั้นก็เงยหน้าขึ้นมาคุยกับพี่หน่อยครับ  น้องแบคโกรธหรือเปล่า  หื้มม?”

 

            “ไม่โกรธฮะ

 

            “ไม่โกรธก็หันหน้ามาคุยกันดีๆ...ถ้าดื้ออีกพี่จะฟ้องคุณอา

 

            “งื้ออ...ทำไมพี่ชานยอลชอบเอาคุณพ่อมาขู่น้องแบค??!!!

 

            อายได้ไม่ถึงห้านาที...ก็ส่งเสียงงอแงเมื่อได้ยินคำขู่  และค่อยๆพลิกกายโดยมีมือใหญ่ๆช่วยประคองให้ลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงด้วยความระมัดระวัง 

 

            “พี่ก็ไม่อยากขู่หรอกครับ...แต่พี่อยากให้น้องแบคเชื่อฟังพี่บ้าง  เชื่อแบบที่ไม่ต้องเอาชื่อคุณอามาอ้าง

 

            “น้องแบคเปล่าดื้อสักหน่อย

 

ฟอดดด!!!

 

            “ไม่ดื้อแล้วจะโดนแบบเมื่อคืนไหม  หื้มม?”

 

            “..........!!!!!!!

 

            หอมกลุ่มผมสีน้ำตาล...ที่ตัวเองก็ทราบดีว่ามันนุ่มมากแค่ไหน  และกอดคนแสนงอนเอาไว้ด้วยอารมณ์ที่เย็นลงกว่าเมื่อคืน  ชานยอลไม่อยากชวนแฟนเด็กทะเลาะแต่เช้าและก็ไม่อยากทะเลาะกันอีกแล้ว  เพราะบางทีมันอาจจะไม่ได้ลงเอ่ยเหมือนเมื่อคืน  แถมอาจจะสร้างรอยร้าวในใจจนไม่สามารถย้อนคืนกลับมาได้  และครั้งนี้...ก็จะพยายามใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์  แล้วเริ่มเคลียร์สิ่งที่ทำให้คนตัวเล็กคิดมากมาตลอดหลายสัปดาห์ให้จบก่อนที่ตัวเขาจะต้องเดินทางไปโซลในตอนเย็น

 

            “ฟังพี่นะครับ...พี่ไม่อยากให้น้องแบคทำเหมือนเมื่อคืนอีก  เพราะถ้าคนที่มีอะไรกับน้องแบคไม่ใช่พี่แล้วเขาไม่รับผิดชอบ  น้องแบคจะทำยังไง  ไหนลองบอกพี่มาหน่อยซิ?”

 

            “มะ...ไม่รู้ฮะ  แล้วพี่ชานยอลมาทำน้องแบคทำไม  ทำเพราะน้องแบคดื้ออย่างเดียวเหรอฮะ?”

 

            “ถามอีกอย่างตอบอีกอย่าง!!  แล้วมันน่าทำไหมล่ะ...อยู่ดีๆก็เดินแก้ผ้าเข้ามาหาพี่ที่ห้องทำงาน??”

 

            “ก็พี่ชานยอลไม่ยอมสนใจน้องแบคหนิ

 

            “ทำไมจะไม่สนใจล่ะครับ  ถ้าไม่สนใจจริงๆพี่ก็คงพากลับไปส่งที่บ้านตั้งแต่กินข้าวที่ห้างเสร็จแล้ว  แต่ช่วงนี้พี่งานเยอะจริงๆ  งานก่อสร้างที่โรงแรมก็ยุ่ง

 

            “น้องแบคขอโทษนะฮะพี่ชานยอล  น้องแบคจะไม่ทำแบบนั้นอีกแล้ว

 

            ถ้าไม่สนใจจริงๆ  ก็คงพากลับไปส่งที่บ้านหลังทานข้าวเสร็จ”   ดูเหมือนเป็นคนหน้าโง่...ที่เชื่อคำพูดแบบนั้นหลังจากที่เกิดเรื่องต่างๆขึ้นเมื่อคืนจนพาให้ร่างกายปวดร้าวไปหมด  แต่...การรับรู้ได้ถึงความอ่อนโยนและคำพูดที่แสดงออกมาอย่างจริงใจมันก็ทำให้ความรู้สึกอึดอัดกับเรื่องที่ตัวเองคิดมากมานานหายไปภายในพริบตา  แถมยังรู้สึกผิดในสิ่งที่ตัวเองทำไปทั้งหมดเพราะมันได้สร้างความลำบากใจให้กับแฟนตัวใหญ่

 

ฟอดดด!!

 

            “พี่รักน้องแบคนะครับ...รักมากๆ  แล้วเย็นพี่ต้องบินไปโซลอีก  น้องแบคจะอยู่คนเดียวได้ไหม  หื้มมพี่เป็นห่วงจัง?”

 

            “ให้น้องแบคไปด้วยสิฮะ...ไหนๆก็เป็นวันหยุด  น้องแบคสัญญาว่าจะเชื่อฟังพี่ชานยอลทุกอย่างเลยฮะ  แล้วน้องแบคก็อยากไปหาเพื่อนด้วย  นะนะนะ  พี่ชานยอล

 

            “ไปไหวเหรอไง...ไม่เจ็บก้นแล้วเหรอเกิดเป็นไข้ขึ้นมาจะทำยังไง  พี่ต้องเอางานไปให้เพื่อนเซ็นที่คอนโดฯอีก  ไม่รู้จะเสร็จกี่โมง?”

 

            “ไหวฮะ...น้องแบคไม่อยากอยู่ที่นี่คนเดียว  ช่วงนี้คุณพ่อกลับบ้านดึกทุกวันเลย  ถ้าน้องแบคไข้ขึ้นแล้วใครจะดูแลล่ะป่วยต่อหน้าพี่ชานยอลยังจะดีซะกว่า  แบคมีคอนโดฯอยู่ที่โซลตอนเรียนมหาลัย  น้องแบครอพี่ชานยอลอยู่ที่นั่นก็ได้  นะนะนะ  น้องแบคขอไปด้วย

 

            ไม่ได้อยากอ้อนอะไรขนาดนั้น  แต่ช่วงนี้คุณพ่อกลับบ้านดึกแทบทุกคืนจริงๆ  แล้วอาการเจ็บเสียดต่างๆที่เป็นอยู่ในตอนนี้ก็ไม่ได้ดูร้ายแรงจนป่วยไข้เหมือนอย่างที่แฟนบอกเลยสักนิด  แต่...ถ้าป่วยขึ้นมาจริงๆ  เขาก็อยากให้ชานยอลเป็นคนดูแลมากกว่าและที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือ...แบคฮยอนไม่อยากให้จีซบจับได้ว่าตัวเองมีความผิดปกติเกิดขึ้นในร่างกาย 

 

            “โอเคครับ...พี่ให้น้องแบคไปด้วยก็ได้  แต่น้องแบคต้องโทรไปขออนุญาตคุณพ่อให้เรียบร้อยก่อนนะครับ  คุณพ่อจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง

 

            “ฮะ...น้องแบคจะทำตามที่พี่ชานยอลบอกทุกอย่างเลย  แบคจะโทรหาคุณพ่อแล้วก็โทรนัดเพื่อนเลยนะฮะ (^_^ 

 

                ก็ใช่ว่าอยากจะทิ้งให้คนที่ตัวเองกอบโกยความสุขจนเต็มอิ่มให้อยู่คนเดียว  แต่การเดินทางไปทำงานที่โซลมันทำให้วิศวกรอย่างเขาคาดเดาไม่ได้ว่าจะกลับมาที่เชจูอีกวันไหน  แถมร่างกายของคนตัวเล็กก็ดูเหมือนจะป่วยได้ตลอดเวลา  ชานยอลจึงไม่อยากให้เดินทางไปไหนและอยากให้นอนพักมากกว่า 

 

แต่...พอได้ยินเหตุผลที่พูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อนติดงอแงนิดหน่อย  ใจของคนฟังมันก็อ่อนตามไปกับท่าทางและคำพูดอันแสนน่ารัก 

 

            “งั้นตอนนี้เราไปอาบน้ำกันก่อนดีกว่า...เดี๋ยวพี่จะได้ไปทำอาหารเช้าให้ทาน  แล้วน้องแบคจะได้ทานยาด้วย  เดี๋ยวเดินทางไม่ไหว

 

            “เอ่ออ...น้องแบคขออาบคนเดียวได้ไหมฮะ

 

            “อาบเองไม่ไหวหรอกครับ...เชื่อพี่สิ  อาบพร้อมกันนี้แหละ  แล้วพี่ก็ต้องเอาาาา...ตรงนี้ออกให้น้องแบคด้วยครับ

 

            “อ๊ะ!!  หยะ...อย่าจับสิฮะพี่ชานยอล  น้องแบคเจ็บนะ >//<)

 

            โดนมือใหญ่ๆบีบที่สะโพกยังไม่พอ...แถมยังถูกนิ้วลูบวนไปมาตรงส่วนที่ถูกเติมเต็มจนต้องส่งเสียงร้องออกมาอย่างห้ามความรู้สึกเอาไว้ไม่ได้  มันทั้งอายและเจ็บในคราวเดียวกันแล้วก็ทราบดีว่าต้องเอาอะไรออก  แต่ไม่คิดว่า...คนต้นเหตุที่ปล่อยบางอย่างเอาไว้ในร่างกายของเขาจะเป็นคนทำให้  รวมถึงต้องอาบน้ำด้วยกันอีก!!?

 

จุ๊บ!!!

 

             “เก็บเสียงไว้ร้องตอนอาบน้ำด้วยกันดีกว่านะครับน้องแบค

 

            “อื้อออ...พี่ชานยอลอย่าพูดแบบนี้ได้ไหมฮะ  น้องแบคอายจะแย่อยู่แล้ว

 

            “ทีเมื่อคืนแก้ผ้าอยู่ในห้องทำงานทำไมไม่อาย  หื้มม??”

 

            “หยุดพูดเลยยยย....ห้ามพูดเรื่องนี้อีกเด็ดขาด  ไม่งั้นน้องแบคจะงอนจริงๆด้วย

 

            “งอนอีกก็โดนอีก  ดื้ออีกก็โดนอีก...

 

            “อื้มมมมม....

 

...

 

 

...

 

 

...

 

            กว่าจะเคลียร์ใจเคลียร์กายกันได้...ก็สายจนเกือบสะสางงานต่างๆที่ทำค้างไว้เมื่อคืนไม่เสร็จ  และหลังจากทานมื้อเช้ากันเรียบร้อย...วิศวกรประจำโรงแรมก็กลับมานั่งจัดการเอกสารมากมายในห้องทำงาน  มือหนาเก็บแฟ้ม  แยกข้อมูล กำจัดสิ่งที่ไม่ใช้ลงถังขยะและเมื่อทำงานทุกเสร็จสิ้นก็ต้องเก็บกระเป๋าเตรียมตัวเดินทางไปโซล  ส่วนคนแสนงอนที่ถูกง้อตอนอาบน้ำด้วยกันจนเกือบหมดแรงก็ขอเวลาส่วนตัวออกไปคุยโทรศัพท์เพื่อขออนุญาตผู้ปกครองและนอนหลับเอาแรงก่อนที่จะต้องเดินทางในช่วงเย็น

 

 

 

 

 

 

 

 

 



 

 

 

 

 

 

 

สนามบิน  เชจู

16.24 น.

 

 

            วิศกรหนุ่ม...พาแฟนตัวเล็กเดินทางมาถึงสนามบินหลังจากที่ได้รับอนุญาตจากผู้ใหญ่ที่นับถือ  และเมื่อทราบว่าลูกชายจะเดินทางไปหาเพื่อนที่โซลท่านก็รีบฝากฝังให้เขาดูแลเด็กแสบของท่านให้ดีกว่าตอนที่อยู่ที่นี่  เพราะการได้กลับไปเจอเพื่อน  เจอสิ่งที่คุ้นเคย  เจอสิ่งที่คิดถึงหรือสิ่งที่หางหายไปเป็นเดือนๆ  เจ้าตัวก็คงดีใจจนอาจทำอะไรที่ดูเกินขอบเขตไปบ้าง  ซึ่งมันทำให้คนเป็นพ่อรู้สึกเป็นห่วงอยู่ไม่ใช่น้อย

 

และสิ่งที่จีซบ...ฝากฝังให้ดูแลก็ทำให้เขาทราบถึงเรื่องที่สำคัญอีกข้อหนึ่งว่า  เพื่อนรักที่แฟนตัวเล็กบ่นคิดถึงมาตลอดทั้งวันหรือบ่นว่าอยากเดินทางไปหาอยู่บ่อยๆก็เป็น  ลูกบุญธรรม  ที่ท่านรักไม่ต่างจากลูกชายแท้ๆเลยสักนิด

 

            แต่สำหรับตอนนี้...ชานยอลอยากจะฟาดก้นแฟนตัวเล็กให้ช้ำ  เพราะการที่แบคฮยอนเอาแต่คุยเดินโทรศัพท์และหาขนมกินจนไม่สนใจเลยว่ามีใครกำลังมองอยู่บ้าง  รวมถึงไม่สนใจคนที่มาด้วยกันอย่างเขา  นั่นจึงทำให้อดเป็นห่วงไม่ได้และไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบที่ห้างสรรพสินค้าเมื่อวานซ้ำอีกเป็นครั้งที่สอง 

 

            แบคฮยอนค่อนข้างเป็นจุดสนใจ...เพราะทั้งผิวที่ขาวเนียน  ทั้งหุ่นที่เล็กกว่าผู้ชายทั่วไปและสะโพกผายในกางเกงสกินนี่สีเข้มที่ค่อนข้างรัดเนื้อหนังมันก็เป็นภาพที่น่ามองจนไม่อยากปล่อยไว้ให้ห่างกายนานเกินไป  ชานยอลคิดว่า...ถ้าเดินทางถึงโซลเมื่อไหร่ก็จะจัดการเผากางเกงตัวนี้ทิ้งเพราะไม่อยากให้คนตัวเล็กใส่ตอนที่ไม่ได้อยู่กับเขาและเดินอวดก้นเด้งๆให้คนอื่นเห็น

 

            “น้องแบค...มาเดินใกล้ๆพี่หน่อยครับ มาเร็วๆ

 

            “แป๊บนึงนะฮะพี่ชานยอล...น้องแบคขอดูขนมตรงนี้ก่อน

 

            “น้องแบคครับ...เดี๋ยวเครื่องจะออกแล้ว  อย่ามัวแต่เดินเล่นได้ไหม??!

 

            “.............”

 

เพี๊ยะ!!!!

 

            “ไปได้แล้วครับน้องแบค...เดี๋ยวก็ตกเครื่องจนได้

 

            “พี่ชานยอลมาตีก้นน้องแบคทำไม??!!!  น้องแบคเจ็บนะ!”

 

 

            “บอกดีๆไม่ฟังก็ต้องโดนแบบนี้แหละ...ไหนบอกพี่ว่าจะไม่ดื้อไง

 

            ใช่ว่าอยากลงไม้ลงมือ...แต่มันก็อดไม่ได้จริงๆ  เพราะแบคฮยอนมัวแต่เดินดูนั่นดูนี่ไปเรื่อยเปื่อยและซื้อขนมมากินจนเต็มไม้เต็มมือไปหมด  แล้วใบหน้าแสนงอนพร้อมการเบะปากแสดงถึงความไม่พอใจอยู่ตอนนี้  มันก็น่ามันเขี้ยวจนอยากหยิกให้ร้องไห้กลางสนามบิน  ส่วนคนถูกตีด้วยแรงที่ไม่มากนักแต่ก็ทำให้รู้สึกเจ็บเพราะมันกระทบไปถึงอาการต่างๆที่เป็นมาตั้งแต่เมื่อคืนก็รีบเดินตามแฟนตัวใหญ่เข้าไปในเกททันที

 

 

            คนตัวเล็กไม่ได้โกรธเรื่องที่ถูกตี  แต่ก็ยอมรับว่ารู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อยที่ถูกขัดใจ  และสิ่งที่ทำให้อารมณ์เสียมากที่สุดก็คือ...เพื่อนรักโทรมายกเลิกนัดทั้งๆที่เมื่อเช้าก็ยังตกปากรับคำไว้เป็นอย่างดีว่าเย็นนี้จะไปกินข้าวด้วยกัน  แต่สุดท้ายก็...อดจนได้  แบคฮยอนรู้สึกผิดหวังเพราะนานๆครั้งจะได้กลับมาที่โซล  แถมยังเป็นวันหยุดอีกด้วย  แต่อีกใจก็ทราบดีว่าเพื่อนรักเป็นคนทำงานเยอะและงานที่ทำอยู่ก็ค่อนข้างไม่มีเวลาที่แน่นอน  ยิ่งได้งานใหม่เป็นพนักงานทำความสะอาดคอนโดฯเพิ่มมาอีกหนึ่งอย่าง  เพื่อนก็ยิ่งไม่มีเวลาให้ใครเลยแม้กระทั่งตัวเอง

 

...

 

...

 

...

 

...

 

...

 

Gazania  Condominium  โซล

19.55 น.

 

            ใช้เวลาอยู่หลายชั่วโมง...ก็เดินทางมาถึงคอนโดฯของเพื่อนผิวเข้มพร้อมคนตัวเล็ก  และเมื่อทราบว่าแฟนถูกยกเลิกนัด  เขาก็ไม่อยากทิ้งแบคฮยอนให้อยู่ที่ห้องคนเดียวและถึงแม้จะเป็นห้องพักของเจ้าตัวที่คุณพ่อซื้อให้แต่มันก็ยังไม่วางใจอยู่ดี  เพราะถ้าเกิดเรื่องแย่ๆขึ้นในระหว่างที่เขายังทำงานไม่เสร็จก็คงต้องรู้สึกเสียใจที่ดูแลคนรักไม่ดีเหมือนอย่างที่ได้รับปากกับผู้ใหญ่เอาไว้

 

            “พี่ชานยอลจะขึ้นไปหาเพื่อนข้างบนใช่ไหมฮะ  งั้นน้องแบคขออนุญาต...รออยู่ที่ห้องสปานะฮะ  แล้วถ้าพี่ชานยอลคุยงานเสร็จเมื่อไหร่ก็โทรมาบอกด้วยนะเพื่อน้องแบคยังนวดตัวไม่เสร็จ

 

            “โอเคครับ...แต่ถ้าน้องแบคนวดตัวเสร็จก่อนก็ขึ้นไปหาพี่ที่ห้องได้นะครับ  เพื่อนพี่ไม่ดุหรอก  น้องแบคไปที่ห้อง  1101 ได้เลย

 

            “ฮะ...พี่ชานยอลไปเถอะ  เดี๋ยวน้องแบคจะขัดตัวรอให้พี่ชานยอลมาหอมคืนนี้!!

 

            “ปากดีไปเถอะ...ถ้าพี่ทำมากกว่าหอมก็อย่ามาร้องแล้วกัน

 

            “แบร่........!!

 

            ทำได้แค่แลบลิ้นใส่แฟนของตัวเอง...แล้วรีบวิ่งเข้าห้องสปาไปทันที  เพราะขืนอยู่ต่อปากต่อคำกันแบบนี้ก็คงไม่มีใครได้ไปไหนแน่ๆ  ส่วนคนงานเยอะอย่างชานยอลก็เดินตรงมาที่ลิฟท์เพื่อขึ้นไปเคลียร์งานกับจงอินเช่นกัน   แต่ก็ยังคิดถึงกลิ่นหอมๆ  ผิวนุ่มๆของคนที่เข้าไปนวดตัวเพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้าอย่างห้ามความคิดไว้ไม่ได้  เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนมัมพารู้สึกดีจนยากที่จะลืมสัมผัสทั้งหมด

 

            วิศวกรหนุ่ม...ไม่จำเป็นต้องไปขอคีย์การ์ดมาจากประชาสัมพันธ์เหมือนกับคนอื่นๆหรือทำตามกฏที่คอนโดฯสุดหรูได้ตั้งเอาไว้  เพราะเขามีการ์ดสำรองที่ได้มาจากเจ้าของห้องตั้งแต่สมัยยังเรียนมหาวิทยาลัยด้วยกัน  และเขาก็เป็นเพื่อนเพียงคนเดียวเท่านั้นที่จงอินยอมให้ถือการ์ด  เพราะห้องห้องนี้...เป็นห้องที่เก็บความลับของโรงแรมไว้เกือบทุกอย่าง  เป็นห้องที่จัดปาร์ตี้บ่อยที่สุดเมื่อสมัยยังเรียนหนังสือและเป็นห้องที่จงอินชอบสั่งให้เขามาค้างได้เสมอเมื่อต้องเดินทางมาทำงานที่โซล  แต่ชานยอล...ก็ไม่เคยมาค้างที่นี่เลยสักครั้งเพราะชอบความเป็นส่วนตัวมากกว่า  และตอนนี้เขาก็มีที่พักเป็นของตัวเองแล้วแถมยังเป็นที่ที่ส่วนตัวมากๆอย่าง...คอนโดฯของแฟนตัวเล็ก 

 

♪♫ELEVEN  FLOOR♪♫

 

                เมื่อเสียงที่บอกถึงชั้น11ดังขึ้น...พร้อมประตูที่เปิดออก  ชานยอลก็รีบก้าวขาเดินตรงมาที่หน้าห้องเบอร์หนึ่งทันที  และคิดว่าเวลานี้เพื่อนน่าจะกลับมาจากโรงแรมแล้ว  เพราะถ้างานไม่ยุ่งจนเกินไปเจ้าของโรงแรมก็มักจะกลับมานอนที่คอนโดฯเสมอ  แต่อีกใจ...ก็กลัวว่าจะยังไม่กลับมาเช่นกันเนื่องจากไม่ได้โทรนัดเอาไว้  มือหนาหยิบการ์ดสีทองออกมาจากกระเป๋าเสื้อแล้วรูดเพื่อเปิดประตูเข้าไปด้านใน  และถ้าเพื่อนยังไม่กลับมาที่ห้องจริงๆก็คงต้องโทรไปตาม  แล้วระยะทางระหว่างโรงแรมกับคอนโดฯมันอยู่ห่างกันไม่มากนัก  แต่.......

 

แกร๊กก!!

 

            “เหี้ยยย...เกิดอะไรขึ้นวะเนี่ย????!!

 

            เดินเข้ามาในห้องได้ไม่ถึงสามก้าวก็ต้องยืนนิ่งเหมือนถูกสาป...และสบถออกมาด้วยความรู้สึกตกใจปนสงสัยเพราะมันมีดอกไม้สีแดงจัดอยู่เต็มห้องไปหมด  แถมยังเยอะจนคิดว่าตัวเองกำลังเดินเข้ามาในสวนดอกไม้  ชานยอลกวาดสายตามองไปรอบๆห้องและคิดว่าวันนี้มันเกิดอะไรกับห้องของเพื่อนหรือเจ้าของห้องกำลังทำเซอร์ไพรส์ให้ใครแล้วตอนนี้เขาควรกลับที่พักของตัวเองดีไหม??!

 

            ชานยอล...เดินตามดอกทิวลิปไปเรื่อยๆจนถึงหน้าห้องนอนเพื่อดูว่าจงอินหลับอยู่ในห้องหรือไม่??  และถ้าไม่พบใคร...ก็จะเดินทางกลับทันทีเพราะเขาก็รู้สึกเหนื่อยกับงานรวมถึงเรื่องต่างๆที่เกิดขึ้นในชีวิตช่วงนี้เหมือนกัน  ส่วนเอกสารต่างๆก็คงต้องนำไปฝากเลขาเอาไว้  มือหนาเปิดประตูห้องแล้วมองไปเห็นเตียงกว้างซึ่งไร้คนนอน  แถมยังมีดอกไม้สีเดิมแบบเดิมจัดอยู่ไม่ต่างจากด้านนอกเลยแม้แต่น้อย  ขายาวในกางเกงยีนส์สีเข้มรีบก้าวออกไปจากห้องเพื่อกลับไปรับแฟนที่สปาด้านล้าง  แต่.....

 

เพล้งงง!!!!!

 

                เสียงภาชนะบางอย่าง...ที่หล่นแตกดังออกมาจากในห้องน้ำก็ทำให้ต้องรีบเดินเข้าไปในห้องอีกครั้ง  และตรงไปยังต้นเสียงทันทีด้วยความร้อนใจ  แต่!!!สิ่งที่เห็น...กลับทำให้ชานยอลถึงกับพูดไม่ออกเพราะคนที่อยู่ในชุดคลุมอาบน้ำตอนนี้มันพาให้สมองหยุดทำงานไปชั่วขณะ  และได้แต่คิดว่าซ้ำๆว่าพนักงานจัดดอกไม้มาทำอะไรอยู่ที่นี่ในสภาพการแต่งกายที่ดูล่อแหล่ม  แถมยังเป็นภาพที่ชวนให้คิดลึกไปถึงไหนต่อไหน  และถึงแม้จะเห็นเพียงแค่ด้านข้าง  เห็นเพียงปลายเสื้อคลุมสีขาวที่เปิดออกจนเผยเรียวขาสวย  หรือเห็นเพียงเจ้าตัว...ที่กำลังก้มเก็บเศษแก้วบนพื้น  ทุกๆอย่างที่เห็นมันทำให้เกิดความสงสัยจนอดที่จะถามออกไปไม่ได้

 

            เซฮุน...มาทำอะไรที่นี่??”

  

ปึ่กก!!

 

            “โอ๊ยยย!!!

 

            และเสียงทุ้มที่เอ่ยเรียกคนในชุดคลุมอาบน้ำ...ก็ทำให้ศีรษะของร่างสวยกระแทกเข้ากับประตูเล็กๆของตู้เก็บของด้วยความแรง  จากที่ยืนจัดของอยู่ในห้องน้ำทั้งผ้าเช็ดตัว  ผ้าเช็ดหน้า  ยาสระผมหรือแม้กระทั้งดอกไม้ที่วางอยู่ทุกซอกทุกมุมให้เข้าที่  แถมยังทำแก้วไวน์ที่เจ้าของห้องนำมาดื่มเมื่อคืนหล่นแตกจนต้องรีบเก็บก่อนที่จะบาดเท้า  แต่...เสียงทุ้มไม่คุ้นเคยที่เอ่ยเรียกจากทางด้านหลังกลับทำให้ต้องเจ็บตัวจนได้  เพราะรู้สึกตกใจจนไม่ทันได้ระวังประตูของตู้เก็บของที่ตัวเองเปิดเอาไว้

 

 

...

 

 

...

 

            เซฮุนตกใจ...ที่เจอเพื่อนเจ้าของโรงแรมมายืนอยู่ตรงหน้า  เพราะตอนที่ได้ยินเสียงของประตูห้องถูกเปิดออกก็คิดว่าเป็นจงอินที่กลับมาจากทำงานและเขาก็ยังไม่ได้ลงมือทำมื้อคำเลยสักอย่าง  มัวแต่เดินชื่นชมดอกไม้จนไม่ได้ดูเวลา  มัวแต่จัดของที่จงอินทำรก  และก็ไม่คิดว่าเจ้าของโรงแรมจะกลับมาเร็วแบบนี้  แต่สิ่งที่คิดก็ผิดไปหมด...ว่าจะอาบน้ำก็ไม่ได้อาบ  มื้อค่ำก็ยังไม่ได้ทำ  คนที่เดินเข้ามาในห้องก็ไม่ใช่คนที่อยากเจอ  แถมยังทำแก้วไวน์แตกอีก  ทุกๆอย่างมันไม่ได้เป็นอย่างที่คิดเลยแม้แต่น้อย  แล้วตอนนี้...ก็รู้สึกปวดศีรษะจากแรงกระแทกเมื่อครู่

 

            เซฮุน!!!...เจ็บมากไหมครับ??!”  รีบเดินเข้ามาประคองพนักงานจัดดอกไม้เอาไว้ทันที  เพราะสีหน้าท่าทางมันดูเจ็บปวดและเสียงศีรษะที่กระแทกไปกับบานประตูเล็กๆมันก็ดังอยู่ไม่ใช่น้อย

 

            “โอ๊ยย...ซี๊ดด  คุณชานยอลเบาๆหน่อยสิครับ  เซฮุนเจ็บ”  ถูกมือใหญ่ๆของเพื่อนเจ้าของโรงแรมจับหน้าผากและเปิดดูส่วนที่ถูกกระแทกจนต้องส่งเสียงร้องออก  เพราะมันทั้งเจ็บทั้งปวดแถมยังรูสึกมึนหัวไปหมด

 

            เซฮุนอยู่เฉยๆได้ไหมครับ  ยิ่งขยับมันก็ยิ่งเจ็บ”  พยามยามจะดูบาดแผลว่ามันบวมหรือแตกจนต้องพาไปหาหมอหรือไม่  แต่เหมือนร่างสวยในชุดคลุมอาบน้ำจะไม่ยอมให้ความร่วมมือ

 

            “คุณชานยอลปล่อยเซฮุนเถอะครับ  เซฮุนเจ็บ”  ยิ่งเบี่ยงตัวหลบก็ยิ่งถูกกอดแน่นขึ้นจนเสื้อคลุมเริ่มหลุดลุ้ย  และที่ไม่อยากถูกกอดพร้อมเบี่ยงกายหลบก็เพราะรู้สึกว่ามันใกล้ชิดกันเกินไปแม้มันจะเกินจากความเป็นห่วงก็ตามที  และ......

 

            “ไอ้ชานยอลลล...”

 

ผัวะ!!!

 

          เสียงร้อง...ที่แสดงถึงความเจ็บปวดหรือความไม่เต็มใจก็ทำให้คนที่เพิ่งเลิกประชุมแล้วรีบตรงกลับมาที่คอนโดฯเพราะคิดถึงคนรัก  รู้สึกโมโหจนยั้งอารมณ์เอาไว้ไม่อยู่ด้วยคิดว่าเพื่อนที่คบกันมาตั้งแต่ยังเด็กกำลังล่วงเกินแฟนของตัวเอง

 

 

            จงอินรีบกลับมาที่คอนโดฯทันทีหลังจากการประชุมสิ้นสุดลง  แต่พอขับรถมาถึงที่หมายและขึ้นลิฟท์มาที่ห้องของตัวเองก็ต้องรู้สึกแปลกใจกับสิ่งที่เห็น  เพราะประตูห้องมันถูกเปิดทิ้งไว้และคิดว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า??  ปกติทั้งเขาทั้งเซฮุนไม่เคยเปิดประตูทิ้งไว้แบบนี้  แล้วเมื่อสิ่งที่คิดเริ่มเปลี่ยนไปเป็นความสงสัย  คนเป็นเจ้าของห้องจึงรีบเดินเข้าไปด้านในก่อนปิดประตูลงอย่างเบามือและเดินสำรวจไปรอบๆห้องว่ามีสิ่งใดผิดปกติบ้าง?? 

 

แล้ว...พอเดินเข้ามาในห้องนอนและได้ยินเสียงของคนที่ตัวเองคิดถึงร้องด้วยความเจ็บปวดอยู่ด้านมน  แถมยังเอ่ยชื่อเพื่อนของเขาด้วยน้ำเสียงที่พาให้รู้สึกเจ็บลึกไปถึงขั่วหัวใจ  อารมณ์ต่างๆจึงมากเท่าทวีคูณจนไม่สามารถควบคุมตัวเองได้

 

ผัวะ!!!

 

ผัวะ!!!

 

            “มึงทำอะไรเมียกู...ไอ้ชานยอล!!!”  กระชากคอเสื้อของเพื่อนจากทางด้านหลังแล้วสวนหมัดใส่หน้าไปแบบเต็มแรงถึงสามครั้ง

 

            “พี่จงอินหยุดก่อนครับ  หยุดเดี๋ยวนี้!!”  จากเสื้อคลุมอาบน้ำที่ใกล้จะหลุดเต็มทีก็หลุดจริงๆ  เพราะเมื่อเห็นเจ้าของโรงแรมปล่อยหมัดใส่หน้าเพื่อนสนิทด้วยอารมณ์เช่นนั้น  เซฮุนก็รีบเอาตัวเข้าไปบังคนถูกต่อยเอาไว้โดยที่ตัวเองก็ยังรู้สึกมึนศีรษะไม่หาย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

20.49 น.

 

            เซฮุน...รู้สึกตกใจไม่น้อยที่อยู่ดีๆก็เห็นคนที่ตัวเองอยากพบหน้าเดินเข้ามาในห้องน้ำแล้วต่อยเพื่อนจนปากแตก  และถ้าเขาไม่ห้ามเอาไว้ป่านนี้ชานยอลคงเจ็บตัวมากกว่านี้แน่ๆ   ส่วนคนถูกต่อยก็อยากจะอธิบายเหตุผลทั้งหมดให้ฟังแต่ก็ไม่สามารถทำได้เพราะยังรู้สึกเจ็บแถมยังไม่ทันได้ตั้งตัว  และเจ้าของหมัดที่ต่อยเขาถึงสามครั้งก็ไม่ได้จนใจเพื่อนคนนี้เลยสักนิด  เพราะมัวแต่กอดพนักงานจัดดอกไม้ไว้ในอ้อมอก  และ.....

 

♪♫ ♪♫ติ๊งต่อง  ติ๊งต่อง♪♫ ♪♫

 

                เสียงกริ่ง...ที่ดังขึ้นหน้าห้องก็ทำให้จงอินต้องคลายอ้อมกอดจากร่างสวยแล้วรีบเดินไปที่หน้าประตูทันที  และเสียงนั้นก็เหมือนเป็นตัวช่วยชีวิตคนโดนต่อยเอาไว้จากคนขี้โมโหและไม่ยอมฟังเหตุผลจากคนอื่น  ส่วนคนที่ถูกกอดเอาไว้ด้วยความเป็นห่วงก็รีบพาคนเจ็บออกมาทำแผลที่ห้องทำงานเพราะรอยช้ำที่มุมปากของชานยอลมันเริ่มเห็นชัดมากขึ้นแถมเลือดก็ยังไม่หยุดไหลเสียที

 

 

                ร่างสมส่วน...ในชุดสูทราคาแพงเดินออกมาจากห้องนอนด้วยอารมณ์ที่ยังไม่คงที่   และคิดว่าใครเป็นคนมากดกริ่งที่ห้องของเขาในเวลาแบบนี้??  แต่พอเปิดประตู...ความโมโหก็เปลี่ยนเป็นความสงสัยเมื่อพบกับเด็กผู้ชายตัวเล็กผิวขาวสะอาดตายืนส่งยิ้มมาให้อย่างเป็นมิตร  เรื่องที่เพื่อนเข้ามากอดแฟนตัวเองถึงห้องก็ยังไม่เคลียร์  ดินเนอร์คืนนี้ก็ไม่รู้ว่าจะต้องยกเลิกหรือไม่  แล้ว...เด็กตรงหน้าคนนี้เป็นใคร??  ทุกๆเรื่องที่เกิดขึ้นตอนนี้มันพาลให้รู้สึกหงุดหงิดไปหมด

 

            มาหาใคร??”  ถามออกไปด้วยเสียงที่แข็งกร้าว...เพราะอารมณ์ของตัวเองมันยังไม่สามารถพูดดีกับใครได้ในตอนนี้แม้คนตรงหน้าจะดูเป็นมิตรก็ตามที

 

            “นี่ใช่ห้องของเพื่อนพี่ชานยอลหรือเปล่าฮะ...แล้วพี่ชานยอลอยู่ข้างในหรือเปล่า?”  ถามเสร็จ...ก็ใช้รอยยิ้มหวานๆเข้าสู้  เพราะผู้ชายผิวเข้มคนนี้ดูน่ากลัวและไม่ได้ดูใจดีเหมือนที่แฟนบอกไว้เลยสักนิด

 

            แล้วเราล่ะเป็นใคร??  รู้จักที่นี่หรือไอ้ชานยอลมันได้ยังไง?”  ยังถามด้วยน้ำเสียงเช่นเดิมเพราะเริ่มไม่ไว้ใจผู้ชายตัวเล็กที่มาถามหาเพื่อนของเขาในเวลาแบบนี้  ปกติ...ชานยอลจะไม่พาใครเข้ามาที่นี่ด้วยทราบดีว่าห้องห้องนี้มันมีแต่เอกสารสำคัญ  แล้วทำไมวันนี้มันถึงให้คนแปลกหน้าขึ้นมาที่ห้องของเขา 

 

            “คะ...คือผมเป็นแฟนพี่ชานยอลฮะ  พี่ชานยอลบอกว่าให้ผมมาหาที่ห้องนี้  ทั้งน้ำเสียงหรือสีหน้าท่าทางที่ดูไม่เป็นมิตรของชายผิวเข้มก็ทำให้คนตัวเล็กเริ่มรู้สึกกลัวมากขึ้น

 

            “..........????”  เหมือนสติจะหายไปชั่วขณะเมื่อได้ยินคนตัวเล็กพูดเช่นนั้น  เพราะไม่คิดว่าคนอย่างปาร์คชานยอลจะมีแฟนเป็นตัวเป็นตน  แล้วที่มันเข้ามากอดเซฮุนในห้องน้ำล่ะ???  จงอินพยายามประคองสติเท่าที่จะเหลืออยู่และรีบพาคนตัวเล็กเข้ามาด้านในก่อนให้ไปรออยู่ที่ห้องนั่งเล่น

 

แฟนชานยอล?  เซฮุนถูกกอด??...ต่อยเพื่อน????   

 

...

 

 

...

 

 

...

 

แกร๊กก!!

 

            ส่วนคน...ที่ทำแผลให้คนปากแตกเรียบร้อยก็เดินกลับมาที่ห้องทางประตูที่เชื่อมไว้ระหว่างห้องทำงานกับห้องนอน  แต่พอได้ยินเสียงประตูหน้าห้องถูกเปิดออกพร้อมคนใจร้อนที่เดินเข้ามาด้านในมันก็อดที่จะแสดงท่าทีเบื่อหน่ายไม่ได้  เพราะเขาไม่ชอบที่จงอินใจร้อน  ไม่ฟังเหตุผลของคนอื่นและเอาแต่ใจตัวเองเกินไป

 

            ไม่ต้องมองพี่แบบนั้นเลยนะครับเซฮุน...แล้วก็เดินมาหาพี่เดี๋ยวเลยครับ  พี่จะได้ทายาให้”  ตบมือลงบนเตียง...และหยิบหลอดยาออกมาจากลิ้นชักมาทาให้คนที่ยังอยู่ในชุดคลุมอาบน้ำก่อนที่หน้าผากมันจะช้ำมากไปกว่านี้ 

 

            “เคยขัดคำสั่งได้ด้วยเหรอครับ...เซฮุนโกรธพี่จงอินอยู่นะ!!  เดินหน้าบึ้งเข้ามาหาเจ้าของคำสั่งที่เตียงกว้าง  และใช้น้ำเสียงที่คนฟังก็ทราบดีว่ากำลังถูกงอนด้วยเรื่องอะไร

 

            “ใครกันแน่ที่สมควรโกรธ  หื้มมแล้วเซฮุนเจ็บมากไหมครับแล้วไอ้ชานยอลมันทำอะไรเซฮุนของพี่อีก  บอกพี่มาเดี๋ยวนี้!!  ดึงแขน...คนที่เอาแต่ทำหน้าบึ้งให้นั่งลงบนตักและกอดเอาไว้พร้อมถามด้วยอารมณ์ที่เหมือนจะดีขึ้น  แต่มันอดสงสัยไม่ได้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นในห้องน้ำ

 

            “คุณชานยอลไม่ได้ทำอะไรเซฮุนเลยครับ...คุณชานยอลแค่จะช่วยดูว่าหัวเซฮุนมันแตกหรือเปล่า  แล้วพี่จงอินก็เข้ามาต่อยคุณชานยอล  ซี้ดดด!!”  เบ้หน้าด้วยความเจ็บพร้อมส่งเสียงร้องออกมาเล็กน้อยเพราะการถูกป้ายยาลงบนหน้าผากมันพาลให้รู้สึกปวด  แถมยังต้องอธิบายเรื่องราวต่างๆไปด้วย  ไม่อย่างนั้นใครบางคนก็อาจโมโหขึ้นมาอีก 

 

            “แน่ใจนะครับ...ว่าไม่ได้ถูกชานยอลทำอะไรมากกว่านี้  พี่เป็นห่วงมากรู้ไหม  แล้วก็หวงมากๆเลยด้วย!!”  ทราบดีว่าสิ่งที่ตัวเองทำลงไปมันเกินกว่าเหตุ  แต่เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดที่ดังออกมาจากห้องน้ำก็ทำให้คนที่ได้ยินแบบเขาขาดสติ

 

            ถูกแรงกอด...และคำบอกเล่าที่ฟังยังไงก็ดูเอาแต่ใจเหมือนนิสัยของคนพูด  แต่มันก็ทำให้หัวใจของเซฮุนอ่อนตามไปกับการกระทำและคำพูดแบบนั้น   เพราะถึงแม้จะเป็นนิสัยที่แก้ไม่หายหรือทำให้เกิดเรื่องขึ้นบ่อยๆ  แต่เขา...ก็รักผู้ชายใจร้อนคนนี้เสมอและไม่เคยโกรธเป็นจริงเป็นจังได้เลยสักครั้ง

 

            “เซฮุนรู้ครับว่าพี่จงอินเป็นห่วง  แต่อย่าใจร้อนแบบนี้อีกได้ไหมครับ

 

            “ไม่รับปากนะครับ  เพราะถ้าเซฮุนถูกรังแกอีก  พี่ก็ไม่รับประกันชีวิตของใครทั้งนั้น

 

            “ทำไมแฟนของเซฮุนถึงได้โหดแบบนี้...น้าาาา

 

            “เป็น  ผัว ครับ...ไม่ใช่แฟน” 

 

            “พี่จงอินนนน...ทำไมพูดจาน่าเกลียดแบบนี้ครับ  เซฮุนเป็นผู้ชายนะครับ  ไม่ใช่ผู้หญิง!!?”

 

            “พี่ก็ไม่ได้มองเซฮุนว่าเป็นผู้หญิงสักหน่อย!  แต่เซฮุนเป็นเมียของพี่!!”

 

            “เซฮุนเบื่อคนเอาแต่ใจจังเลยครับ...

 

            “กล้าเบื่อพี่เหรอครับเซฮุน...สงสัยต้องถูกทำโทษแล้วมั้ง?”

 

            “อ๊ะ!!!  ไม่นะครับ  พี่จงอิน  อื้มมม....

 

            หยอกล้อกัน...จนลืมคนถูกต่อยและคนที่ถูกเชิญให้เข้ามารออยู่ในห้องนั่งเล่น  แล้วเซฮุนก็ไม่ทันได้นึกถึงเรื่องอะไรทั้งนั้นนอกจากการปรับความเข้าใจกับคนรักให้รู้เรื่อง  แก้มนวลถูกประทับจนขึ้นริ้ว  กายบางถูกฟอนเฟ้นจนไม่อาจปิดกลั้นเสียงร้อง  และริมฝีปากสีหวานก็ถูกครอบครองจนรู้สึกวาบหวาม  แต่จงอิน...ก็ไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่านั้นเพราะยังมีเรื่องอีกมากมายให้ต้องจัดการ

 

 

            ส่วนคนถูกต่อย...ก็นั่งรออยู่ที่ห้องทำงานไม่ไหวอีกต่อไปเพราะมันทั้งง่วง  ทั้งเหนื่อยและอยากกลับไปพักผ่อนเต็มทีแถมยังทิ้งแฟนตัวเล็กไว้ที่ร้านสปานานแล้ว  มือหนาเปิดประตูห้องทำงานและกำลังจะเดินมาบอกลาเพื่อนที่ห้องนอน  แต่...เสียงโทรทัศน์ที่ดังออกมาจากห้องนั่งเล่นก็ทำให้คนถูกต่อยต้องละความสนใจจากห้องนอนไปก่อน  แล้วเดินตามเสียงรายการเกมโชว์เข้ามาที่ห้องนั่งเล่น เพราะมันเป็นรายการที่แฟนของเขาชอบดูมากที่สุด

 

และ...ก็มีคนที่เขารักมากที่สุดกำลังนั่งดูรายการโปรดอยู่ในตอนนี้โดยที่ไม่ทราบมาก่อนเลยว่าเข้ามาในห้องตั้งแต่เมื่อไหร่ตอนไหนแล้วทำไมถึงไม่มีใครบอกเขาสักคำ??!

 

            “น้องแบคครับ...

 

            “พี่ชานยอล!!!

 

            เสียงเรียกที่คุ้นเคย...ทำให้ผู้ที่ถูกเชื้อเชิญให้เข้ามานั่งรออยู่ในห้องนี้รู้สึกปลอดภัย  โล่งใจและรีบวิ่งเข้าไปกอดคนตัวใหญ่เหมือนไม่ได้พบหน้ากันมาหลายปี  แบคฮยอน...ไม่รู้ว่าตัวเองต้องมานั่งรอแฟนอยู่ที่นี่อีกนานแค่ไหน  เพราะหลังจากถูกผู้ชายผิวเข้มพาเข้ามาในห้องเขาก็ได้แต่นั่งรอเฉยๆโดยไม่มีการพูดหรือแม้แต่บอกอะไรให้รับรู้อีกเลย  และก็มีแค่ทีวีหนึ่งเครื่องกับรายการเกมโชว์สุดโปรด  รวมถึงดอกไม้สีแดงแสนสวยเท่านั้นที่พอจะแก้เหงาได้บ้าง

 

            “พี่ชานยอลไปไหนมาฮะ  น้องแบครอตั้งนาน

 

            “พี่ขอโทษนะครับ  พอดีมีเรื่องนิดหน่อย

 

            “พี่ชานยอลปากแตกด้วยยยย!!!  ใครทำฮะ?!  เกิดเรื่องอะไรขึ้นแล้วเจ็บมากไหมฮะ??”

 

            “ชู่วววว...น้องแบคใจเย็นๆก่อนนะครับ  พี่ไม่ได้เป็นอะไร  แค่เข้าใจผิดกับเพื่อนนิดหน่อย

 

            “ไม่จริง...น้องแบคไม่เชื่อ  พี่ชานยอลต้องเจ็บมากแน่ๆ  ใครทำพี่ชานยอลฮะ  น้องแบคจะไปจัดการมัน!!!

 

            เห็นรอยช้ำบนใบหน้าและริมปากที่มีรอยแตกของวิศวกรประจำโรงแรม...คนตัวเล็กจึงโวยวายอกมาไม่หยุด  เพราะรู้สึกเป็นห่วงและสงสารแฟนจนเก็บความรู้สึกเอาไม่อยู่  แบคฮยอนโอบกอดร่างของคนที่ดูเหมือนจะเหนื่อยมากกว่าทุกวันและพร้อมจะหมดแรงได้ทุกเมื่อไว้ในอ้อมแขนเล็กๆ  มันเป็นอ้อมกอดที่แบคฮยอนอยากให้คนตัวใหญ่รู้ว่าเขาเป็นห่วงและหวงมากแค่ไหน

 

            “พี่ไม่ได้เป็นอะไรจริงๆครับ...น้องแบคอย่าร้องไห้นะ  ไม่งั้นพี่จะร้องตามจริงๆด้วย

 

            “ก็น้องแบคเป็นห่วงพี่ชานยอลหนิฮะ...ฮึกก!!

 

            “พี่แค่เจ็บปากนิดหน่อยเอง  แล้วก็คงจูบน้องแบคไม่ไหวสักกก...สามวันมั้งครับ?”

 

            “งั้นน้องแบคจะเป็นคนจูบพี่ชานยอลเองนะฮะ

 

จุ๊บ!!

 

จุ๊บ!!

 

จุ๊บ!!

 

            ส่งอวัยวะ...ที่ชอบเบะออกเมื่อถูกขัดใจจูบเบาๆลงบนปากที่มีแต่รอยช้ำของวิศวกรหนุ่มเหมือนเป็นเครื่องยืนยันว่าตัวเองจะทำอย่างที่พูดจริงๆ  และการกระทำที่แสนจะน่ารัก  อ่อนโยน  ไร้เดียงสาก็ทำให้คนถูกจูบหัวใจพองโตได้อย่างไม่น่าเชื่อ  ชานยอลรู้สึกดีจนอยากจูบคนตัวเล็กกลับไปบาง  แต่แค่อ้าปากเพียงเล็กน้อย...ความเจ็บก็ทำให้ต้องหยุดความคิดทุกอย่างเอาไว้ก่อนที่แผลจะปริขึ้นมาอีกรอบ

 

            “เรากลับไปพักกันดีกว่า  เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่ค่อยเอางานไปให้เพื่อนเซ็นที่โรงแรม

 

            “ดีเหมือนกันฮะ พี่ชานยอลจะได้พักผ่อนด้วย  เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว”

 

แต่.....

 

                เดินออกมาจากห้องนั่งเล่นได้ไม่กี่ก้าว...และไม่คิดจะลาจงอินด้วยซ้ำเพราะอยากกลับไปพักผ่อนเต็มที  แต่เสียงประตูของห้องฝั่งตรงข้ามที่ถูกปิดลงด้วยมือของร่างสวยและยังเดินออกมาพร้อมกับเจ้าของความเจ็บบนริมฝีปาก...ก็เป็นสิ่งที่ทำให้ชานยอลต้องหยุดอยู่กับที่  ส่วนแบคฮยอน...ก็รู้สึกตกใจกับสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้าเมื่อเจอคนที่โทรมายกเลิกนัดถูกผู้ชายผิวเข้มจับมือเอาไว้ไม่ยอมปล่อย

 

                เซฮุน!!!

 

            “แบค!!!!

 

และเสียงทักทายของคนทั้งคู่...ก็ทำให้คนที่เป็นเจ้าของห้องกับวิศวกรหนุ่มรู้สึกสงสัยเพราะไม่คิดว่าคนรักของพวกเขาจะรู้จักกัน  แต่ทั้งเซฮุนและแบคฮยอนก็รู้สึกสงสัยไม่ต่างไปจากแฟนของตัวเองเลยสักนิด

 

                เซฮุนมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง  แล้วผู้ชายคนนี้เป็นใคร??”

 

            “แบคนั้นแหละ...มาที่นี่กับคุณชานยอลได้ยังไง??”

 

            “เซฮุนรู้จักพี่ชานยอลด้วยเหรอพี่ชานยอลเป็นแฟนของแบคเอง

 

            “ฟะ...แฟน!!!?”

 

            เซฮุนไม่คิดว่าจะได้เจอเพื่อนรักที่นี่...แถมยังถูกชานยอลโอบไว้จนร่างแทบจมหายเข้าไปในอ้อมอก  และตอนที่เขาโทรไปยกเลิกนัดก็ดูเหมือนเพื่อนจะไม่ค่อยพอใจ  แต่เซฮุนก็ไม่ได้รู้สึกโกรธเพราะเข้าใจนิสัยของแบคฮยอนดีว่าเป็นคนแสนงอนและต้องง้อด้วยวิธีไหน  แต่...การมาเจอกันที่นี่  ตอนนี้  เดี๋ยวนี้มันทำให้เซฮุนเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าการง้อเพื่อนรักด้วยวิธีแบบเดิมๆจะยังได้ผลอยู่หรือเปล่า??

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  

 





 

 

 

 

 

21.32 น.

 

เซฮุน...รู้จักกับแฟนของชานยอลได้ยังไง นี่คือข้อสงสัยของจงอิน??

 

แบคฮยอน...รู้จักกับชานยอลได้ยังไง นี่คือข้อสงสัยของเซฮุน??

 

เซฮุน...รู้จักกับจงอินได้ยังไง นี่คือข้อสงสัยชานยอล??

 

และเซฮุน...รู้จักกับชานยอลได้ยัง นี่คือข้อสงสัยแบคฮยอน??

 

            นี่คือ...ข้อสงสัยของแต่ละคนที่ตอนนี้ต่างต้องมานั่งอธิบายเรื่องราวทั้งหมดที่ห้องนั่งเล่น  และกว่าความสงสัยต่างๆจะถูกคลี่คลายไปในทางที่ดีหรือทราบว่าใครจะถูกงอนบ้างก็กินเวลาอยู่หลายนาที  แต่...เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของโรงแรมกับพนักงานจัดดอกไม้  จงอินขอไม่ลงรายละเอียดอะไรมากไปกว่านี้เพราะไม่ชอบให้ใครเข้ามายุ่งเรื่องส่วนตัวมากจนเกินไปแม้คนคนนั้นจะเป็นเพื่อนสนิทก็ตาม

 

            “พี่ชานยอลไปคุยงานกับเพื่อนต่อเถอะฮะ  เดี๋ยวน้องแบคกับเซฮุนทำอาหารเสร็จจะเข้าไปตาม

 

            “โอเค...ทำอะไรก็ระวังด้วยนะครับน้องแบค

 

            “ไม่ต้องห่วงหรอกฮะ  น้องแบคทำอาหารเป็น

 

            เจ้าของโรงแรม...มองเพื่อนตัวโย่งลูบศีรษะคนตัวเล็กด้วยความรู้สึกที่ยากเกินจะอธิบาย  เพราะถ้าขึ้นชื่อว่าปาร์คชานยอลก็ต้องนึกถึงความโสดที่หวงแหนมาตั้งแต่สมัยยังเรียนอยู่มหาวิทยาลัย  เพื่อนคนนี้...ไม่เคยคบใครจริงๆจังๆเลยแม้แต่คนเดียว  แถมเรื่องสำคัญที่เพิ่งรู้มาจากแฟนของเพื่อนอีกเรื่องหนึ่งก็คือ...เซฮุนเป็นลูกบุญธรรมของจีซบ  จงอินไม่คิดว่าเรื่องมันจะบังเอิญแบบนี้  แฟนชานยอลเป็นลูกชายของท่าน  ส่วนแฟนของเขาเป็นลูกบุญธรรม  จงอินนับถือจีซบเหมือนอาจารย์เพราะท่านเป็นผู้ที่สอนภาษาให้ตั้งแต่เรียนอยู่เกรดสิบ

 

และถ้าจีซบ...ยอมรับเซฮุนให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวนั่นก็ถือว่าเขาเลือกคนไม่ผิด

 

            เดี๋ยวพี่มาออกช่วยนะครับเซฮุน  แล้วของสดในตู้เย็นพอหรือเปล่า  ให้พี่ออกไปซื้อมาเพิ่มไหมครับ?”

 

            “พอครับ...พี่จงอินไปทำงานเถอะ  คุณชานยอลอุตส่าห์เอาเอกสารสำคัญมาให้เซ็นถึงที่

 

            “แต่เสือกไม่โทรมาบอกก่อนก็เลยโดนต่อย...สมน้ำหน้า!!

 

            “เลิกโมโหได้แล้วครับ...พี่จงอินรีบไปทำงานเถอะจะได้ออกมาทานมื้อค่ำพร้อมกัน

 

            ส่วนชานยอลก็ไม่คิดว่า...เจ้าของโรงแรมชื่อดังจะรักและหึงหวงได้ใครมากเท่านี้หลังจากที่เลิกกับแฟนเก่ามาหลายปี  แถมการกระทำบางอย่างก็ดูเหมือนจะห่วงมากจนถึงขาดสติ  เพราะขนาดแฟนเก่าที่คบมาตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ปีหนึ่งและคบกันมาจนถึงขั้นที่จะแต่งงานก็ยังไม่เคยเห็นเพื่อนอย่างคิมจงอินออกอาการหวงมากเท่านี้ 

 

และสำหรับรักครั้งใหม่...ชานยอลก็หวังอยู่ในใจลึกๆว่าจะไม่มีอุปสรรคอะไรมาทำลายหัวใจของจงอินให้พังอีกเป็นรอบที่สองเพราะเขาไม่อยากเห็นเพื่อนเจ็บอีกแล้วไม่ว่าจะด้วยกรณีไหนๆก็ตาม

 

            ชานยอลยังจำได้ดี...ว่าความรักครั้งเก่าของจงอินมันจบลงอย่างไรหรือใครเป็นต้นเหตุ  และเพราะสิ่งที่ตัวเองเห็นเมื่อหลายปีก่อนแล้วไม่กล้าบอกให้เพื่อนรู้ก็คือหนึ่งในสาเหตุนั้น  แต่ที่ไม่กล้าบอก  ไม่พูดและไม่กล้าทำอะไรเลยก็คือการขาดหลักฐาน  แถมการที่จงอินเพิ่งได้รับต่ำแหน่งเจ้าของโรงแรมคนใหท่แทนผู้เป็นพ่อที่เสียชีวิตไปอย่างกะทันหันก็พาลให้การกล่าวถึงเรื่องนั้นกลายเป็นเรื่องยาก

 

 

            หญิงสาวผู้แสนน่ารัก...เริ่มคบกับเพื่อนเขามาตั้งแต่เรียนปีหนึ่งในคณะเดียวกัน  และได้บอกเลิกหรือทิ้งความเจ็บปวดไว้ให้จงอินในช่วงที่ชีวิตเริ่มพลิกผัน  เพราะการเข้ารับต่ำแหน่งอันยิ่งใหญ่แทนคุณพ่อตอนอายุยังน้อย  และต้องรับผิดชอบพนักงานในโรงแรมอีกหลายพัดชีวิตมันทำให้หญิงสาวไม่สามารถทนต่อแรงกดดันทางสังคมได้  แล้วการที่คนรักไม่ค่อยมีเวลา  ทำแต่งานและเอาแต่สนใจเรื่องในโรงแรมมากกว่าตัวเธอ...ทุกๆเหตุผลจึงทำให้ความรักจืดจางจนต้องจากลา

 

แต่การจากลา...แล้วหันไปคบกับคนที่เป็นศัตรูทางธุรกิจมันก็เหมือนเป็นความย้อนแย้งที่สร้างความเจ็บปวดให้จงอินมากที่สุด 

 

            ชานยอล...เคยเห็นแฟนของจงอินไปไหนมาไหนหรือแม้กระทั่งจูบกับเจ้าของโรงแรมหนุ่มลูกครึ่งอยู่หลายครั้ง  แต่ก็ไม่กล้าเล่าให้ฟังและไม่อยากเข้าไปก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของเพื่อนมากไปกว่านี้  แถมยังเกรงว่ามันจะไม่เชื่อ  แล้วเหตุผลที่สำคัญที่สุดก็คือ...เขาไม่อยากให้คนที่ตั้งใจจะพัฒนาโรงแรมให้สมกับที่ได้รับความไว้วางใจต้องมาคอยกังวลกับเรื่องอื่นๆ  แต่เมื่อความรักของเพื่อนต้องจบลง...ชานยอลกลับโทษตัวเองอยู่ในใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นอาจเป็นเพราะเขาปิดบังความจริงเอาไว้

 

มันอาจแก้ไขอะไรได้บ้าง...ถ้าเขาไม่คิดเช่นนั้น

 

...

 

 

...

 

 

...

 

            “อิ่มไหมครับ...คุณชานยอล?”

 

            “อิ่มครับ...แล้วก็อร่อยมากๆด้วย

 

            “คงต้องยกคำชมให้แบคแล้วล่ะครับ...เพราะอาหารมื้อนี้แบคเป็นคนทำเองทั้งหมด  ส่วนเซฮุนเป็นแค่ผู้ช่วย

 

            เป็นการทานอาหารค่ำ...ที่มีความสุขมากที่สุดในความรู้สึกของคิมจงอิน  เพราะจากที่คิดเอาไว้ว่าจะกลับมาดินเนอร์ใต้แสงเทียนสองต่อกับคนรักท่ามกลางดอกทิวลิปมากมายก็กลายเป็นว่า...ต้องมานั่งทานอาหารท่ามกลางคนที่เขารักถึงสามคน  คนแรกคือคนที่ทำให้เขายอมเปิดใจให้อีกครั้งหลังจากปิดตายมานานหลายปี  คนที่สองคือเพื่อนที่คบกันมาตั้งแต่ยังเด็ก  ส่วนคนสุดท้าย...ก็คือลูกชายของคนที่ตัวเองนับถือเหมือนเป็นอาจารย์  และความสุขจากทุกๆคนก็ทำให้จงอินมีรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้ามากกว่าวันไหน

 

ถึงแม้อาหารมื้อนี้...เซฮุนจะไม่ได้ลงมือทำเองเหมือนอย่างที่เจ้าตัวพูดเอาไว้แต่ก็ต้องยอมรับว่ามันอร่อยมากจริงๆ

 

            “แบคกลับก่อนนะเซฮุน...แล้วว่างๆจะเข้าไปหาที่โรงแรม

 

            “ได้สิ...แต่ต้องให้คุณชานยอลโทรมาบอกพี่จงอินก่อนนะ  คราวหน้าจะได้ไม่โดนต่อย

 

            “เชอะ!!!...อย่าให้ถึงทีของแบคบ้างก็แล้วกัน

 

            เดินลงมาส่งเพื่อนรัก...ที่ยังคงโกรธแฟนของเขาไม่หายเมื่อรู้ว่ารอยแผลที่ปากของชานยอลเกิดขึ้นเพราะใคร  แต่เซฮุน...ก็ไม่ได้ถือสาอะไรกับคำพูดของแบคฮยอนเพราะตอนแรกตัวเองก็รู้สึกไม่ต่างไม่จากเพื่อนเลยสักนิด  และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้มันก็ทำให้เซฮุนได้เห็นถึงความห่วงใย  ความรัก  ความเอาใจใส่ที่ชานยอลมีให้กับเพื่อนของเขาด้วยตาของตัวเอง  ซึ่งสิ่งที่เห็น...ก็เป็นเครื่องยืนยันได้ว่าชานยอลคงพร้อมที่จะรักเพื่อนตัวแสบของเขาด้วยความจริงใจโดยที่ไม่ต้องพูดอะไรออกมาสักคำ

 

แกร๊กก!!

 

            หลังจากที่ส่งเพื่อนขึ้นรถเรียบร้อย...เซฮุนก็รีบกลับเข้ามาในห้องทันที  เพราะยังมีถ้วยชามให้ต้องล้างกองอยู่ในอ่างล้างจาน  แต่พอเดินเข้ามาถึงในห้องครัว...ภาชนะต่างๆที่วางอยู่ในอ่างก็ถูกเก็บล้างหมดแล้ว  และไม่ต้องเดาเลยว่าเป็นฝีของใครเพราะถึงแม้จานชามช้อนส้อมจะสะอาดเรียบร้อย  แต่พื้นครัวหรือบริเวณโดยรอบที่เปียกไปด้วยน้ำจนเกือบทำให้ลื้นล้มก็สร้างรอยยิ้มให้เซฮุนได้อย่างง่ายดาย

 

 

            หลังจากทำความสะอาดห้องครัวเรียบร้อย...ขาวเรียวในกางเกงผ้าเนื้อดีก็รีบเดินเข้ามาในห้องนอนเพราะอยากพบหน้าคนที่อุตส่าห์ล้างถ้วยล้างจานให้ทั้งๆที่ไม่เคยทำ  แต่เมื่อเข้ามาด้านใน...คนที่ตัวเองอยากพบกลับอยู่ในห้องน้ำและการที่ประตูถูกเปิดทิ้งไว้ก็ทำให้เซฮุนรู้ได้ทันทีว่าควรทำตัวเช่นไร

 

 

            มือบาง...ค่อยๆถอดเสื้อผ้าออกทีละชิ้นจนร่างกายไร้ซึ่งอาภรณ์  เรียวขาสวย..เดินเข้ามาด้านในห้องน้ำก่อนก้าวลงไปในอ่างขนาดใหญ่  แผ่นหลังขาวเนียน...อิงแอบแนบแผ่นอกกว้างสีเข้ม  และความงามของดอกทิวลิปสีแดง  กลิ่นของเทียนหอมที่อยู่รอบกายหรือจะเป็นทุกๆอย่างที่เห็นอยู่ตอนนี้ก็ทำให้มีความสุขมากจริงๆ

 

จุ๊บ!!

 

จุ๊บ!!

 

            “ชอบไหมครับเซฮุน?”  จูบไปตามลำคอ...ไล่ลงไปจนถึงไหล่ลาดขาวเนียนด้วยความรักและคิดถึงรสสัมผัสที่แสนคุ้นเคย

 

            “ชอบครับ  ชอบมากๆ...ขอบคุณนะครับพี่จงอิน  วันนี้พี่จงอินทำเซอร์ไพรส์ให้เซฮุนตั้งหลายอย่าง”  หยิบดอกไม้สีแดงที่ลอยอยู่บนผิวน้ำขึ้นมาชื่นชมก่อนเงยหน้าสบตาคมและพูดความในใจด้วยความรู้สึกซาบซึ้งกับเรื่องที่เจ้าของอกกว้างได้ทำให้

 

            “เซฮุนรักพี่ไหมครับ?”  กอดร่างสวยไว้เต็มอ้อมแขนและถามถึงสิ่งที่ตัวเองก็ไม่ได้ต้องการคำตอบ  เพราะทราบดีอยู่แก่ใจว่าเจ้าของกายขาวเนียนจะเอ่ยเช่นไร

 

            “รักสิครับ  รักคนเดียว  แล้วก็รักมากๆด้วยครับ”  เป็นคำตอบ...ที่อยากพูดให้รู้มากที่สุดเพราะตอนที่ยังไม่มีสถานะที่ชัดเจน  เซฮุนก็รู้สึกอึดอัดใจมาตลอดและคิดเอาแต่คิดว่าทำไมตัวเองต้องมาอยู่ที่นี่  มาอยู่เพื่ออะไร  ในฐานะใด  แต่ตอนนี้...มันเข้าใจหมดและพูดได้เต็มปากแล้วว่า  รัก...เจ้านายขี้โมโหคนนี้มากที่สุด

 

แต่...ก็มีอีกอย่างที่ยังรบกวนจิตใจคนที่เพิ่งมีสถานะอย่างโอเซฮุน  เพราะถ้าเป็นเหมือนอย่างที่คิดมันก็คงทำให้รู้สึกน้อยใจมากอยู่พอสมควร ):

 

            “ลองไปรักคนอื่นสิ...พี่จะฆ่าทิ้งให้หมด  แล้วก็จะจับเซฮุนขังไว้ในห้อง

 

            “โหดแบบนี้...เซฮุนคงไม่กล้าไปรักคนอื่นหรอกครับ  เซฮุนกลัว

 

            “พี่ไม่ได้พูดเล่นนะครับเซฮุน  เพราะพี่จะทำอย่างนั้นจริงๆ!!

 

            “เซฮุนรู้ครับ  แล้ววว...ถ้าพี่จงอินไปรักคนอื่นล่ะ  เซฮุนขอทำแบบพี่จงอินได้ไหม?

 

            “พี่จะไปรักคนอื่นได้ยังไง  หื้มมเซฮุนอย่าคิดมากนะครับ  พี่รักเซฮุนคนเดียว

 

            “เซฮุนเปล่าคิดมากสักหน่อย  ตะ...แต่

 

            “มีอะไรในใจก็พูดออกมาให้หมดครับ  พี่ไม่อยากให้เซฮุนคิดมากอยู่คนเดียว

 

            “เอ่อออ...พี่จงอินรู้ได้ยังไงครับ  ว่าเซฮะ...ฮุน

 

            “พูดมาเถอะครับบบ

 

            หลับตา...และออกคำสั่งโดยที่ไม่ต้องมองหน้าก็รู้ว่าร่างเปลือยเปล่าขาวเนียนที่นอนพิงอยู่บนอกของเขากำลังคิดอะไรหรือรู้สึกเช่นไร  มันเดาได้ไม่อยากเพราะเจ้าตัวมักจะเป็นเช่นนี้เสมอเมื่อเกิดความไม่สบายใจ  และตอนนี้...ปากสีหวานก็คงกำลังเม้มแน่น  คิ้งโก่งได้รูปคงกำลังขมวดกันจนยุ่งรวมถึงสองมือเรียวสวยก็คงกำลังบีบกันไว้จนเห็นเส้นเลือด

 

            “คะ...คือ  เซฮุนอยากรู้ว่าผู้หญิงในรูปที่วางอยู่ในห้องทำงานที่นี่กับที่โรงแรมของพี่จงอินเป็นใครครับ?”

 

            “เธอเป็นน้องสาวของพี่เองครับ  แต่เธอเสียชีวิตไปนานแล้ว

 

            “เอ่อออ...เซฮุนขอโทษนะครับ  ขอโทษที่สงสัยเรื่องแบบนี้  พี่จงอินอย่าโกรธเซฮุนนะครับ  เซฮุนขอโทษจริงๆ

 

            “ไม่ต้องขอโทษหรอกครับ  แล้วพี่ก็ไม่ได้โกรธเซฮุนด้วย  เซฮุนอย่าคิดมากนะครับ

 

            คิดไว้แล้ว...ว่าวันหนึ่งเซฮุนจะต้องถามถึงเรื่องนี้  และตัวเขาเองก็ไม่ได้ตั้งใจจะปิดบัง แต่ที่ไม่เล่า  ไม่บอกหรือไม่พูดตั้งแต่แรก  ก็เป็นเพราะไม่ชอบเล่าเรื่องของคนในครอบครัวให้ใครฟัง  ส่วนเซฮุนก็ไม่คิด...ว่าสิ่งที่ตัวเองสงสัยมานานจะกลายเป็นเรื่องแบบนี้ไปได้  ผู้หญิงหน้าตาน่ารักและมีรอยยิ้มหวานประดับอยู่บนใบหน้ากลับเป็นน้องสาวเจ้าของโรงแรมที่เสียชีวิตไปแล้ว  ซึ่งไม่ใช่  “แฟนเก่า  เหมือนอย่างที่ตัวเองเคยคิด!!!!

 

เซฮุน...รู้สึกไม่สบายใจที่ตัวเองงี่เง่า  ขี้สงสัย  และหึงหวงไม่เข้าเรื่อง  แถมยังเป็นการเสียมารยาทที่ถามอะไรออกไปโดยไม่ได้คิดหน้าคิดหลังให้ดีเสียก่อน

 

            “ขอบคุณพี่จงอินมากนะครับที่ไม่โกรธเซฮุน  ตะ...แต่  เซฮุนก็ยังรู้สึกผิดอยู่ดี

 

            “พี่มีวิธีแก้นะครับ??”

 

            “แก้ยังไงครับ??  พี่จงอินบอกเซฮุนหนะ...หน่อย  อ๊ะ!!!

 

            ยังไม่ทันสิ้นเสียงหวานที่เอ่ยถามวิธีแก้ความรู้สึกผิด...เจ้าตัวกลับต้องส่งเสียงน่าอายออกมาแทน  เพราะถูกมือหนาบีบความกลมกลึงจนรู้สึกวูบไหว  ไหล่ลาดก็ถูกปาหยักสัมผัสจนกายสั่นสะท้าน  และเมื่อเรียวขาสวยถูกจับแยกให้กว้างขึ้น...แล้วค่อยๆถูกเติมเต็มความต้องการ  เสียงน่าอายก็ยิ่งดังจนก้องไปทั่วทั้งห้องน้ำ

 

            สองร่างเปลือยเปล่า...ขยับกายไปตามอารมณ์จนน้ำในอ่างและดอกไม้สีแดงสดไหวเคลื่อนไปตามแรงของเพลงรัก  แถมกลิ่นของเทียนหอมที่จุดขึ้นเพื่อความผ่อนคลายก็กลับกลายเป็นตัวช่วยให้บรรยากาศภายในห้องห้องนีดูโรแมนติกมากขึ้น  และ..... 

 

            “อื้มมมม!!...ซี้ดดด

 

            “พะ...พี่จงอิน  อ๊ะ!!!  ช้าหน่อยคะ...ครับ!!

 

ไม่รู้ว่า...บทรักจะสิ้นสุดลงเมื่อใดเพราะต่างคนต่างก็โหยหากันและกันจนยากที่หยุดทุกการกระทำ 

 

 

 

 


 


 

 

 

 



 

 

 

 

 

  

 

 

 

100% 

แก้ไขเมื่อ  22/10/60

เป็นตอนที่ค่อนข้างยาวมากเลยค่ะ  อยากตัดออกไปต่อเป็นตอนที่14  แต่มันก็จะขาดๆเกินๆเราเลยจำเป็นต้องใส่ไปในตอนนี้ให้หมด  T^T  (กราบขออภัยด้วยค่ะ)

ขอบคุณนักอ่านทั้งคนเก่าและคนใหม่นะคะ  ขอบคุณกำลังใจดีๆที่มอบให้กับฟิคเรื่องนี้  ขอบคุณคำติชมต่างๆที่เป็นแรงผลักดัน  ขอบคุณจริงๆค่ะ

แล้วจะเข้ามาแก้คำผิดเรื่อยๆนะคะ

รัก

#ดอกไม้ของเจ้านาย


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 57 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

712 ความคิดเห็น

  1. #712 pppseen (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 03:51
    ต่อยเพื่อน??? 55555555555555555 นายต่อยเพื่อนอ่าา
    #712
    0
  2. #560 /tl26&? (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 23:41
    โอ้ยหยุดยิ้มไม่ได้เลยค่ะ คิดไว้อยู่แล้วว่าทั้งสี่คนต้องมาเจอกันแต่ไม่คิดว่าชานยอลจะมาโดนต่อยแบบนี้55555555 จะไม่มีดราม่าน้องฮุนใช่มั้ย กลัวใจละเกิน
    #560
    0
  3. #536 isrealck (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 เมษายน 2561 / 02:15
    จงทายว่าตั้งแต่ตอนแรกถึงตอนนี้เซฮุนทำของแตกไปกี่ชิ้น
    #536
    1
    • #536-1 Mokara(จากตอนที่ 13)
      16 เมษายน 2561 / 13:48
      ถ้าอ่านถึงตอนจบ...รบกวนเฉลยให้ด้วยนะคะ
      เรามีรางวัลให้ (เราพูดจริงๆนะ) ^_^
      #536-1
  4. #474 Pinkdao (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2560 / 20:47
    ตอนนี้อลเวงมาก แต่สนุกดีค้าาา. รู้เรื่องกันหมดแล้วววว น่ารักทั้งสองคู่
    #474
    0
  5. #472 Jammie-Lee (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2560 / 21:01
    จงอินนนน ฮุนนี่ตะช้ำหมดล้าวววว คึคึคึ
    #472
    1
  6. #194 มักเน่ไลน์94 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2559 / 19:53
    น่ารักจังเลยอะแงงงงงง แต่พี่จงอินก็รุนแรงกับพี่ชานเกิ๊นนนนนเจ็บมาก้ลยนั่นน่ะ;______; ต่อไปใจเย็นลงกว่านี้นะ55555555
    #194
    0
  7. #163 ทับบี้คัสตาร์ด (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2559 / 23:44
    ฮุนกับแบคน่ารักมากเลยยย อยากมีเพื่อนแบบนี้จังง ตอนแรกเขาคิดว่ารูปนั้นคือรูปแม่พี่จงอินแหละ เค้าขอโทษที่เข้าใจผิด แงงง????
    #163
    0
  8. #130 Kannika Tankam (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2559 / 22:06
    นี่ก็สงสัยมาตั้งนานว่าว่ารุปใคร นึกว่าจะมีดราม่าใหญ่ให้น้องฮุนซะละ
    #130
    0
  9. #106 ME3 KAEKY (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2559 / 18:09
    น่ารักค่ะ ชอบฟิคเรื่องนี้
    #106
    1
    • #106-1 Mokara(จากตอนที่ 13)
      7 มิถุนายน 2559 / 08:34
      งื้อออ...ดีใจจังขอบคุณที่ชอบนะคะ
      #106-1
  10. #96 beebee0708 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2559 / 07:49
    โอ้ยยยยชอบอ่ะ ละมุนมาก ชอบที่จงอินหื่น😂😂😂
    #96
    0
  11. #95 anty (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2559 / 01:24
    ดีจังเด็กๆเจอกันแล้ว ยังรออยู่คะ จะอัพช้าอัพเร็วมันก็ขึ้นอยู่กับเวลาของไรท์ แค่ไม่ทิ้งจนนานนนนน ก็ยังตามต่อคะ แล้วไรท์ก็ไม่ได้ปล่อยให้นานเกินไป แต่แค่ใจคนรอมันร้อนเนอะ รอนิดรอหน่อยก็บ่นเป็นธรรมดา แต่ยังรอคะยังรอ เม้นที่ทำให้ไม่สบายใจก็ปล่อยผ่านคะอย่าเก็บไว้ไม่สบายใจเปล่าๆ
    #95
    2
    • #95-1 Mokara(จากตอนที่ 13)
      2 มิถุนายน 2559 / 01:58
      ขอบคุณสำหรับกำลังใจที่มีให้กันนะคะ จุ้บๆ ^3^
      #95-1
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
  12. #94 HYAKU (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2559 / 22:12
    แล้วก็อย่าคิดมากนะคะ สู้ๆ เวลาแต่งไปเรื่อยๆ มันก็จะพัฒนาการแต่งไปเรื่อยๆเนอะ แล้วก็ใครมาทำให้คิดมากก็อย่าไปสนใจเค้าเลยค่ะ เราเข้าใจไรท์น้า เนื้อเรื่องสนุกคะ เราชอบ น้องฮุนจัดดอกไม้ ขยันหาเงิน ทำตัวน่ารักๆกับพี่จงอิน เราก็แฮปปี้แล้วเวลาอ่าน อิอิ ขอบคุณที่แต่งฟิคให้เราอ่านนะคะ เลิฟๆ
    #94
    1
    • #94-1 Mokara(จากตอนที่ 13)
      2 มิถุนายน 2559 / 01:55
      ขอบคุณสำหรับกำลังใจดีๆนะคะ....ขอบคุณจริงๆ เลิฟยู จุ้บๆ
      #94-1
  13. #93 HYAKU (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2559 / 22:08
    พี่จิงอินหวานจังเลย เพราะน้องเซฮุนน่ารักมากๆเลยใช่มั้ย ขำคู่ชานแบคมีความขี้เล่นน เมื่อไหร่จงอินจะเปิดตัวน้องฮุนที่ที่ทำงานน้า
    #93
    0
  14. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  15. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  16. #68 Chibi_Shine (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2559 / 03:00
    เจ้านายละมุนมาก อิจฉาจงอิน อยากจุ๊บฉากน้องฮุน มันอบอุ่น มันละมุน มันมีความเขิน รออ่านพาร์ทไคฮุน ไรเตอร์สู้ๆจ้า
    #68
    1
    • #68-1 Mokara(จากตอนที่ 13)
      11 พฤษภาคม 2559 / 08:39
      ขอบคุณที่ชื่นชอบนะคะ ^^
      #68-1
  17. #67 anty (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2559 / 01:23
    เจ้านายแม่งหื่นตลอด น้องฮุนนางยอมง่ายไปมั้ย รอรอรอมาอัพเร็วๆนะ:)
    #67
    0
  18. #66 eve_popparazzi (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 / 23:26
    ไปขอน้องเลยเราไม่ยอมน่ะ!
    #66
    0
  19. #65 Real1__pcy2 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 / 23:04
    ความหื่นนี้ท่านได้แต่ใดมา
    #65
    1
    • #65-1 Mokara(จากตอนที่ 13)
      11 พฤษภาคม 2559 / 09:10
      มีหื่นกว่านี้อีกค่ะ ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะคะ
      #65-1
  20. #64 xxkh94sxx (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 / 22:58
    จงอินนี่อะไรอ่ะ เอะอะจะลงโทษแต่น้องงงงงง แหมมมมมมม555555555555
    #64
    0
  21. #62 moeyhh (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 / 21:43
    เจ้านายนี่หื่นจริงๆที่ไม่ฟังก่อน
    คงเพราะอยากลงโทษใช่ไหม
    #62
    0
  22. #61 june2546 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 / 21:27
    จงอินสายหื่นนนน
    #61
    0