เนตรมารสะท้านฟ้า (恶魔的眼睛)(จบ)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 963,191 Views

  • 4,629 Comments

  • 8,400 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    3,225

    Overall
    963,191

ตอนที่ 332 : ฟ้าถล่มดินทลาย 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2358
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 232 ครั้ง
    10 ม.ค. 62

ตอนที่ 305

ฟ้าถล่มดินทลาย 2

 

                การโจมตีครั้งแรกประสบผลสำเร็จอย่างงดงาม แต่สีหน้าและแววตาของหลี่จิ้นและหงตงมิได้ผ่อนคลาย เพราะการจู่โจมครั้งนี้ สังหารศัตรูได้เพียงแค่หนึ่งตนเท่านั้น แต่ฝูงวิญญาณอาฆาตมีมากถึงสามสิบตน ต่อให้ตกตายไปหนึ่ง ก็ยังเหลืออีกยี่สิบเก้าตน

 

                วี๊ดดดดด !!!

                เมื่อเห็นพวกพ้องของตนเองตกตาย วิญญาณอาฆาตที่เหลือก็ส่งเสียงแหลมหวีด ดังระงมด้วยความเกรี้ยวกราด อาฉีผู้มีพลังสูงที่สุดในกลุ่ม จำต้องแผ่ม่านลมปราณปกป้องผู้คนที่กระจุกตัวกันอยู่ด้านหลัง พร้อมบังคับหอกให้หมุนควงราวจักรผัน ทะยานเข้าหาฝูงวิญญาณอาฆาตทางซ้ายมือ

 

                พลังลมปราณระดับสวรรค์เหนือชั้นกว่าพลังของเหล่าวิญญาณอาฆาตที่ส่วนใหญ่มีพลังในระดับลมปราณเชื่อมฟ้าดินขั้นปลาย และมีเพียงแค่สามตนที่มีระดับลมปราณเที่ยงแท้ขั้นต้น

 

                ลมปราณแหลมคมหมุนเหวี่ยง ก่อเกิดเพลิงสีเขียวสด พลันสะกิดความรู้สึกไม่สบายใจของเสวี่ยหมิงขึ้น แต่ยามนี้เสวี่ยหมิงยังตกอยู่ในสภาวะลูกหนังที่ไร้ลม แม้ร่างกายมีศักยภาพสูงส่ง แต่เพราะสภาพแวดล้อมผิดแปลกจึงไม่อาจดึงดูดลมปราณอเวจีมาใช้ได้ ครั้นจะสอบถามวิธีการฝึกฝนจากหลี่จิ้นที่ดูจะเป็นมิตรกับตนที่สุด ก็ยังมิกล้ากระทำ เพราะไม่รู้ว่าแท้จริงผู้คนกลุ่มนี้ยังซุกซ่อนความลับอันใดไว้อีกหรือไม่

 

                ...เงามืดของเทียนหลี่จวินยังคงกัดกิน และมีอิทธิพลต่อความเชื่อใจในตัวผู้คนของเสวี่ยหมิงอยู่มิใช่น้อย

 

                วิญญาณอาฆาตวูบไหว หลบหลีกพลังหมุนควงของอาฉีพัลวัน แม้ร่างวิญญาณอันรวดเร็วหลบพ้นรัศมีหอกหมุนควง แต่กลับไม่อาจหลุดรอดสะเก็ดเพลิงสีเขียวสดที่พุ่งกระจายออก เมื่อถูกร่างกายของวิญญาณอาฆาต เพลิงอเวจีก็กัดกินร่างของวิญญาณอาฆาตตนนั้นจนสูญสลาย

 

                "เพลิงของท่านพี่อาฉีพิสดารยิ่งนัก"หงตงเอ่ยพลางหวดฟาดหอกเงินอย่างต่อเนื่อง

 

                "หากมีโอกาส ข้าคงต้องขอคำชี้แนะจากท่านพี่อาฉีแล้ว"

 

                "ฮ่า ฮ่า ฮ่า ย่อมต้องมีโอกาสนั้นแน่นอน" อาฉีตอบพลางบังคับพลังลมปราณดึงรั้งหอกเงินกลับคืน แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดคิดพลันบังเกิด วิญญาณโหยนับสิบที่แตกกระเจิง เมื่อเห็นพวกพ้องล้มตายไปหลายตนในคราเดียว กลับไม่คิดหลบหนี พวกมันหยุดนิ่งกับที่ พลางแสดงอาการโกรธเกรี้ยวหนักขึ้น จู่ ๆ ก็พร้อมใจกันส่งเสียงวี๊ด...ดังประสานขึ้นในคราเดียว ก่อนจะทะยานตามติดหอกของอาฉีพร้อม ๆ กันทั้งหมด

 

                "แย่แล้ว"หลี่จิ้นเห็นผิดท่า ยามจะถอยกลับไปช่วย ก็ถูกวิญญาณโหยที่ดูเหมือนจะเป็นตัวหัวหน้าฝูงขัดขวาง ส่วนหงตงที่อยู่ไกลออกไปก็ถูกสกัดเอาไว้เช่นกัน

 

                "เจ้าพวกวิญญาณชั้นต่ำ" แม้วิญญาณโหยจะมีระดับพลังลมปราณต่ำ แต่ความสามารถโดดเด่นที่แท้จริงของพวกมันคือท่าร่างที่วูบไหวรวดเร็ว บวกกับพลังมายาที่ต่อให้คู่ต่อสู้มีระดับลมปราณสูงกว่า หากถูกสะกดเข้า ยังต้องเกิดอาการชะงักงัน และอาจพลาดท่าเสียทีได้

 

                อาฉีที่กำลังหัวเสียเพราะถูกวิญญาณโหยสิบกว่าตัวกระโจนใส่ แถมยังมีตัวหนึ่งแย่งชิงหอกเงินของตนได้ก่อนที่มันจะกลับคืนสู่มือ กัดฟันแน่น ก่อนจะเร่งลมปราณเพลิงไฟจนท่อนแขนขวาเกิดแสงสีเขียวเรืองรอง หมัดที่ใช้ออกจนสุดพลัง พวยพุ่งราวกับยอดศาสตราที่จ้วงแทงจนสุดรั้งของยอดฝีมือ ก่อเกิดทั้งสภาวะแหลมคมและกร่อนทำลายไปพร้อม ๆ กัน...ลมปราณอเวจีขยายออก กวาดเหล่าวิญญาณโหยให้ลุกไหม้ขึ้นพร้อม ๆ ส่องแสงสีเขียวเจิดจ้า มิต่างจากพลุไฟที่ถูกจุดเพื่อเริ่มต้นงานเทศกาล

 

                บรึ้ม บรึ้ม บรึ้ม !!!

                เสียงแตกระเบิดของร่างวิญญาณอาฆาตดังขึ้นต่อเนื่อง ร่างของวิญญาณร้ายแตกสลายทันทีที่พลังหมัดถูกใช้ออก วิญญาณอาฆาตห้าตนแหลกสลาย ส่วนอีกสามตนร่างกายถูกบดเฉือนจนเว้นแหว่ง กำลังถูกเพลิงไฟกัดกินอย่างต่อเนื่อง แต่วิญญาณร้ายที่เหลือกลับไม่มีทีท่าว่าเกรงกลัว พวกมันมิได้หยุดยั้งการพุ่งทะยาน เพราะเป้าหมายที่แท้จริงของการโจมตีในครั้งนี้หาใช่อาฉี แต่สิ่งที่มันต้องการคือกายเนื้อของผู้คนด้านหลัง...พลังแห่งการสิ่งสู่

 

                เสวี่ยหมิงที่เก็บซ่อนตัว ไม่อาจทนเห็นผู้ร่วมเดินทางที่อ่อนแอตกตาย แม้พลังลมปราณยังกลวงว่าง แต่ลำพังกายเนื้อจากเคล็ดวิชากายาแห่งพระเจ้าก็เพียงพอต้านทานการโจมตีได้อยู่ เมื่อความคิดบังเกิดสองเท้ากลับไวกว่าความยับยั้งในใจ กระโจนตัวออกก้าวล้ำไปยืนจังก้าระหว่างผู้หลบหนีที่เหลือกับวิญญาณอาฆาตอีกห้าตนที่กำลังโกรธเกรี้ยวอย่างถึงที่สุด

.

.

                ตำหนักมายา เป็นเจดีย์สูงสีทองปรากฏเด่นชัดที่ด้านนอก ส่วนด้านในกลับมิได้มีรูปทรงเดียวกัน เห็นได้ชัดว่ารูปลักษณ์ภายนอก เป็นเพียงภาพลวงที่ใช้เพื่อปกปิดทางเชื่อมสู่มิติเอกเทศภายใน

 

                หนิงเอ๋อก้าวเท้าผ่านประตูทางเข้า ความรู้สึกของมิติที่บิดผันก็แล่นจู่โจมหญิงสาวในทันที แต่ความบิดผันเพียงเท่านี้ลวนกลายเป็นของเด็กเล่นสำหรับหนิงเอ๋อ เพราะหญิงสาวล้วนมีประสบการณ์ในการเคลื่อนผ่านช่องว่างมิติมายาวนาน จึงมีได้รู้สึกสะทกสะท้านแต่อย่างใด

 

                เมื่อก้าวพ้นช่องว่างมิติ หนิงเอ๋อก็มาปรากฏอ้างว้างอยู่กลางลานกว้าง ทุกสิ่งล้วนมีแต่ความว่างเปล่า แม้แต่พื้นที่หยุดยืนก็เป็นเพียงอากาศธาตุที่โปร่งใส หนิงเอ๋อไม่กล้าชักช้า กอปรกับตนเองได้รับคำแนะนำในการฝึกฝนมาก่อนหน้า จึงชักกระบี่ขึ้นมาพลางเร่งพลังลมปราณของตนเองจนสุดรั้ง เมื่อพลังลมปราณพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุด ความว่างเปล่าเบื้องหน้าพลันสั่นไหวตอบสนอง ก่อเกิดเป็นร่างของหญิงสาวอีกนางหนึ่งขึ้นจากความว่างเปล่า หญิงสาวที่เหมือนกับหนิงเอ๋อในทุกประการ

 

                ...การต่อสู้ในขอบขั้นแรก เอาชนะตัวตนดั้งเดิม เพื่อทำลายกอบความคิดเดิมให้กว้างออก มายามิใช่พลัง หาแต่เป็นจินตนาการ

 

                กระบี่ไม้ในมือถูกใช้ออกด้วยกระบวนท่าเดียวกัน ราวกับเป็นเงาสะท้อนของกันและกัน การต่อสู้เพื่อปีนป่ายให้อยู่เหนือตัวตนเดิมเริ่มต้นขึ้นแล้ว

.

.

                บรึ้ม !!!

                ในที่สุดม่านพลังปกป้องจากค่ายกลโบราณของสุสานกระบี่ก็แตกสลาย เสาศิลาทั้งร้อยแปดแตกละเอียดเป็นผุยผง

 

                เทียนหลี่จวินเผยรอยยิ้มด้วยความพึงพอใจ เมื่อปราการปกป้องด่านสำคัญของสุสานกระบี่พินาศแล้ว การล่มสลายของดินแดนเทวะแห่งสุดท้ายของพันภูผาหมื่นนที ในสายตาของมันในตอนนี้ การล่มสลายเพียงขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น

 

                ตั้งค่ายกลกระบี่ !!!

                ฉินซู่ลี่ที่ยืนตระหง่านอยู่บนยอดกำแพงสูง ส่งคำสั่งด้วยเสียงอันทรงพลัง เคลื่อนกองทัพหลักของศิษย์ยอดฝีมือสุสานกระบี่ กองกำลังที่มีจำนวนไม่ถึงพันคน แต่ทุกคนล้วนช่ำชองเพลงกระบี่ และทั้งหมดล้วนมีระดับพลังลมปราณไม่ต่ำเตี้ยไปกว่าลมปราณสวรรค์ขั้นที่ 5

 

                ค่ายกลกระบี่แบ่งออกเป็นห้าสาย แต่ละสายมีผู้นำเป็นผู้อาวุโสของสุสานกระบี่ แม้แยกออกเป็นห้าส่วน แต่ทั้งหมดล้วนเคลื่อนไหวสอดประสานกันอย่างกลมกลืน

 

                เทียนหลี่จวินหาใช่ผู้บัญชาการที่เปี่ยมเมตตา มันคำนึงเพียงผลของการรบเท่านั้น และไม่เสียดายชีวิตของมารร้ายชุดแรก ที่มันใช้เพื่อทำลายม่านปกป้องของสุสานกระบี่ ชีวิตของมารร้ายนับหมื่น กลับถูกบดขยี้ด้วยค่ายกลที่ลึกล้ำ แต่ด้วยจำนวนที่แตกต่างกันนับร้อยเท่า ต่อให้ค่ายกลกระบี่แข็งแกร่งยืนหยัดได้นานเท่าใด ย่อมมีวันอ่อนล้า และแน่นอนว่าเทียนหลี่จวินย่อมเล็งจังหวะเวลาเช่นนั้นอยู่

 

                เวลาผ่านพ้นไปอีกเจ็ดวัน กองกำลังทั้งห้าสายล้วนอ่อนล้าถึงขีดสุด และในที่สุดขบวนค่ายกลกระบี่สายที่อ่อนด้อยที่สุดก็เผยช่องว่างให้เห็นจนได้ เทียนหลี่จวินดวงตาลุกวาว เร่งสั่งการทัพเสริมของเหล่ามารร้ายที่เชี่ยวชาญอักขระ ใช้ออกด้วยพลังของบ่ออเวจีน้อย เผาผลาญลมปราณเทวะบริเวณนั้นในทันที ยิ่งลมปราณเทวะลดต่ำลง ช่องโหว่ของค่ายกลกระบี่ยิ่งขยายออก ความอ่อนล้าเฉียบพลันพุ่งเข้าจู่โจมศิษย์สตรีของสุสานกระบี่

 

                ในที่สุดค่ายกลกระบี่สายแรกก็พลาดพลั้ง และห่วงข้อเดียวที่ล้มลง ก็ส่งผลให้ค่ายกลกระบี่สายนั้นใกล้จะแตกพ่ายเต็มที ผู้คนต่างช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ถอยหดขบวนค่ายกลให้แคบเข้า หมายลดความเสียหาย เพื่อลดการสูญเสียให้น้อยที่สุด

 

                ฉินซู่ลี่เห็นเหตุการณ์เต็มสองตาในใจล้วนหนักอึ้ง แต่ไม่อาจแก้ไข แม้ว่านางเองจะมีฝีมือสูงส่งที่สุด แต่หากเข้าร่วมการรบ เทียนหลี่จวินย่อมต้องคิดหนทางแก้เอาไว้ก่อน เช่นนั้นผู้คนจะยิ่งตกตายกันมากขึ้นไปอีก และการตายย่อมหมายถึงพลังหยินที่เพิ่มขึ้นของฝั่งมารร้าย

 

                อีกประกานางเองก็ไม่รู้ขุมกำลังที่ซุกซ่อนเอาไว้ของตำหนักอเวจีครองฟ้า จึงจำใจสะบัดหน้าด้วยความท้อแท้ ทะยานหายลับกลับเข้าไปยังเขตชั้นในสุดของสุสานกระบี่

 

                "หากมีทางเลือกอื่นอีก มีหรือที่ข้าจะยินยอมใช้มัน" ฉินซู่ลี่เอ่ยพึมพำเบากับตนเอง ในใจล้วนปรากฏภาพของฝูอี้หยาขึ้น แผนการที่วางไว้นับพันปี จะไม่อาจแก้ไขสิ่งใดได้เลยหรือ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 232 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #4228 boat489 (@boat489) (จากตอนที่ 332)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 11:34
    ขอบคุณครับ
    #4228
    0
  2. #4227 xวาuxวาu (@mojikiss) (จากตอนที่ 332)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 10:36

    หมิงหมิงตอนนี้ไม่มีลมปรานเหรอคะ ต้องฝึกใหม่?

    #4227
    1
    • #4227-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 332)
      10 มกราคม 2562 / 10:38
      โดนทำลายเส้นชีพจรลมปราณ กับตันเถียนทั้งหมดครับ เพราะร่างเดิมเส้นชีพจรเริ่มเป็นพลังเทวะแล้ว แต่...ติดตามตอนต่อไป ^ ^
      #4227-1