เนตรมารสะท้านฟ้า (恶魔的眼睛)(จบ)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 963,180 Views

  • 4,629 Comments

  • 8,400 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    3,214

    Overall
    963,180

ตอนที่ 27 : สัตว์อสูรพื้นฐานลมปราณขั้นที่ 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16838
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 940 ครั้ง
    8 มี.ค. 61

ตอนที่ 25

สัตว์อสูรพื้นฐานลมปราณขั้นที่ 3

 

                หากเอ่ยถึงโลกของผู้ฝึกตน ย่อมไม่อาจเลี่ยงที่จะต้องกล่าวถึงอสูรร้ายเช่นกัน เพราะเหรียญย่อมมีสองด้าน เมื่อมนุษย์ถูกกำหนดให้เป็นผู้สร้างสรรค์ อีกด้านของเหรียญย่อมกำหนดมาเพื่อทำลาย หาได้มีฝ่ายใดผิดหรือถูกทุกสิ่งล้วนแล้วแต่เป็นธรรมชาติของเผ่าพันธุ์

 

                มนุษย์โดยทั่วไป เมื่อแรกเกิดนั้นอ่อนแอ แต่เมื่อก้าวสู่เส้นทางการฝึกตนย่อมจะแข็งแกร่งขึ้นตามแต่พรสวรรค์ และโชควาสนา ซึ่งแตกต่างจากสัตว์อสูร ที่ล้วนเกิดมาพร้อมความแข็งแกร่งของเผ่าพันธุ์ในทันที ทำให้อสูรพื้นฐานลมปราณนั้นมีพละกำลัง รวมถึงการโจมตีและป้องกันที่แข็งแกร่งกว่ามนุษย์ในระดับเดียวกัน

 

                หากเอ่ยตามตำราวิชาอสูร ซึ่งมีสอนกันทั่วไปตามสำนักใหญ่ต่าง ๆ  ก็จะเปรียบเทียบสัตว์อสูรระดับพื้นฐานลมปราณขั้นที่ 1 ได้กับผู้ฝึกตนระดับพื้นฐานลมปราณขั้นที่ 3 และสัตว์อสูรระดับพื้นฐานลมปราณขั้นที่ 2 เทียบได้กับผู้ฝึกตนระดับพื้นฐานลมปราณขั้นที่ 4 แต่ในสัตว์อสูรระดับพื้นฐานลมปราณขั้นที่ 3 นั้นยังอ่อนแอกว่าผู้ฝึกตนระดับพื้นฐานลมปราณขั้นที่ 5 อยู่ครึ่งก้าว เพราะเมื่อผู้ฝึกตนก้าวเข้าสู่ระดับพื้นฐานลมปราณขั้นที่ 4 จะสามารถบังคับใช้ลมปราณภายในกายได้ ทำให้สามารถเรียนรู้ทักษะยุทธ์ลมปราณในระดับต่ำได้

                (ผู้ฝึกตนระดับพื้นฐานลมปราณขั้นที่ 4 จะสามารถใช้ลมปราณที่ดูดซับมาเพื่อ ปกคลุม ห่อหุ้ม เสริมพลังในส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ซึ่งจำเป็นสำหรับการเรียนรู้ และใช้ทักษะลมปราณระดับต่ำ และเมื่อผู้ฝึกตนก้าวเข้าสู่ระดับลมปราณแรกธรรมชาติ ถึงจะสามารถดึงดูด หรือปล่อยพลังลมปราณออกสู่ภายนอกร่างกายได้ ทำให้สามารถเรียนรู้ทักษะลมปราณต่าง ๆ ได้ทุกระดับ)

 

                ผู้ฝึกตนจะสามารถใช้งานทักษะยุทธ์ระดับต่ำได้เต็มประสิทธิภาพเมื่อก้าวเข้าสู่ระดับพื้นฐานลมปราณขั้นที่ 5 จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมสัตว์อสูรในระดับพื้นฐานลมปราณขั้นที่ 3 ซึ่งมีอาจมีพลังกายภาพสูงเกินกว่า 20000 จิน ซึ่งสูงกว่าขอบเขตทั่วไปของผู้ฝึกตนในระดับพื้นฐานลมปราณขั้นที่ 5 ซึ่งจะอยู่ที่ราว ๆ 10000 ไปจนถึง 12000 จิน ถึงได้ถูกจัดว่าอ่อนแอกว่าผู้ฝึกตนระดับพื้นฐานลมปราณขั้นที่ 5

 

                ส่วนผู้ฝึกตนที่เข้าสู่ขอบเขตลมปราณแรกธรรมชาติขั้นต้นนั้นก็จะสูงกว่าสัตว์อสูรลมปราณพื้นฐานทุกระดับ แต่ก็ยังคงอ่อนแอกว่าสัตว์อสูรในระดับลมปราณที่เท่าเทียมกัน

 

                ในการทดสอบรอบที่สองของสำนักมังกรฟ้า นั้นจะให้ผู้เข้าทดสอบได้เผชิญหน้ากับ สัตว์อสูรระดับพื้นฐานลมปราณขั้นที่ 1 โดยให้เอาตัวรอดให้ได้ภายในเวลาชั่ว 1 ก้านธูป ซึ่งถือว่าไม่ใช่งานง่ายสำหรับผู้ฝึกตนในระดับพื้นฐานลมปราณขั้นที่ 2 แต่สำหรับผู้ฝึกตนระดับพื้นฐานลมปราณขั้นที่ 3 ขึ้นไป เช่น จื่อฮุย การต่อสู้กับสัตว์อสูรระดับพื้นฐานลมปราณขั้นที่ 1 กลับเป็นเรื่องที่ง่ายดายยิ่งนัก

 

                ซึ่งเมื่อการทดสอบเริ่มขึ้น ก็เป็นไปตามคาด...จื่อฮุยที่มีพลังลมปราณในระดับพื้นฐานลมปราณขั้นที่ 3 แถมยังถือว่ามีพรสวรรค์ไม่ธรรมดา ไม่เพียงแต่สามารถเอาตัวรอดจากสัตว์อสูรระดับพื้นฐานลมปราณขั้นที่ 1 แต่จื่อฮุยกลับใช้เวลาเพียงแค่ 8 นาทีก็สามารถสังหารอสูรร้ายลงได้ ทำให้ผู้เข้าร่วมทดสอบล้วนส่งเสียงฮือฮาออกมา แต่ก็ยังมีผู้เข้าร่วมทดสอบอีกหลายคนที่สามารถสังหารสัตว์อสูรลงได้ แต่เวลาที่ทำได้ล้วนมากกว่าจื่อฮุยทั้งสิ้น

 

                ในการทดสอบรอบนี้กินเวลายาวนานกว่าในรอบแรกมากนัก ซึ่งผลการทดสอบก็เป็นไปตามที่ผู้อาวุโสปู้เจินคาดเอาไว้ มีผู้ตกรอบเกินกว่าแปดในสิบส่วน ซึ่งนับรวมสองพี่น้องตระกูลหย่งเข้าไปด้วย

 

                ส่วนมู่จินหลันนั้นสามารถผ่านเข้ารอบไปได้ แต่สีหน้าก็ไม่สู้จะดีนัก เพราะเธอรู้ตัวดีว่าความสามารถของตัวเองนั้นอาจจะไม่ดีพอให้ผ่านการทดสอบ หลี่เปียวจึงได้ให้มู่จินหลันหยิบยืมของวิเศษบางอย่าง ซึ่งมีผลในการซ่อนตัว แต่การใช้ของวิเศษประเภทนี้นั้นเป็นข้อห้ามในการทดสอบ แต่เมื่อเวลาผ่านพ้นไปเจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมการสอบ...หงคุน ก็ไม่ได้เอ่ยเรื่องที่เธอใช้ของวิเศษขึ้น ทำให้เธอสามารถผ่านเข้ารอบไปได้

 

                การทดสอบดำเนินมาจนใกล้จะถึงรอบสุดท้าย เพราะว่าเสวี่ยหมิงนั้นผ่านเข้ารอบมาด้วยเงื่อนไขพิเศษ ปู้เจินจึงกำชับกับศิษย์นอกที่จัดแถวผู้เข้าทดสอบ ให้เสวี่ยหมิงนั้นเป็นผู้เข้าทดสอบในชุดสุดท้าย

 

                เวลาล่วงเลยไปกว่า 35 ชั่วโมง มีผู้ที่ผ่านการทดสอบไปแล้ว 170 คน

                จนในที่สุดก็มาถึงการทดสอบรอบสุดท้าย เสวี่ยหมิง ถูกเรียกให้ขึ้นไปยืนบนข่ายอาคม จื่อฮุยที่ผ่านเข้ารอบแล้ว ยังคงรอลุ้นผลของเสวี่ยหมิงอยู่ในห้องทดสอบกำมือชูนิ้วโป้งส่งให้เสวี่ยหมิง

 

                เสวี่ยหมิงยกยิ้มมุมปากขึ้นเล็กน้อย พลางพยักหน้ารับ ก่อนจะหลับตานิ่งทำสมาธิ เสียงหวีดหวิวของลมพัดผ่านหู เพียงแค่ชั่วลมหายใจเข้าออก เสวี่ยหมิงก็ลืมตาขึ้น แต่ภาพรอบข้างก็พลันเปลี่ยนแปลงไปเรียบร้อยแล้ว

 

                แสงจ้าส่องอาบไล้ไปทั่วทุกทิศทาง ก่อนที่แสงสว่างจะค่อย ๆ หรี่ลงกลายเป็นแสงแดดอ่อนรำไร เสวี่ยหมิงถูกส่งมายังป่าโปร่ง รอบข้างเต็มไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่ แม้จะรู้อยู่ก่อนว่ามิติที่เขาถูกส่งมานั้นเป็นเพียงภาพมายา แต่เสวี่ยหมิงยังคงรู้สึกทึ่งในพลังของข่ายอาคมเป็นอย่างมาก เพราะทุกสิ่งที่นี้มันดูไม่ต่างจากของจริงเลย แม้กระทั่งลมปราณที่รินไหลอยู่ของต้นไปใบหญ้า หรือแม้แต่ในอากาศ

 

                แต่นี่ไม่ใช่เวลาที่เขาจะมามั่วชื่นชมกับความอัศจรรย์ของธรรมชาติที่ข่ายอาคมสร้างขึ้น เพราะนี่คือการทดสอบในรอบที่ 2 ของสำนักมังกรฟ้า และเสวี่ยหมิงจำเป็นต้องเอาตัวรอดให้ได้จนกว่าจะครบเวลา 1 ก้านธูป

 

                ยังไม่ทันที่เสวี่ยหมิงจะขยับตัวจากจุดที่ถูกส่งมา เสียงคำรามก้องของสัตว์อสูรก็ดังขึ้นเสียก่อน ตามมาด้วยเสียงล้มตึงของต้นไม้ขนาดใหญ่จากป่าทางฝั่งขวา เสวี่ยหมิงไม่รอช้ารีบวิ่งฉีกตัวหลบไปยังป่าอีกด้าน ก่อนจะใช้มืออันทรงพลังบีบเข้าที่เนื้อไม้ดึงร่างพาตัวเองขึ้นสู่ที่สูง เมื่อเสวี่ยหมิงปีนขึ้นไปได้สูงราว 5 วา ภาพของสัตว์อสูรรูปร่างคล้ายแรดขนาดมหึมาก็ปรากฏชัด ถึงแม้เสวี่ยหมิงจะไม่เคยปะมือกับสัตว์อสูรลมปราณมาก่อน แต่เขาก็พอจะรู้ว่าเจ้าแรดยักษ์ที่สูงกว่าสามเมตรตัวนี้ เป็นสัตว์อสูรระดับพื้นฐานลมปราณขั้นที่ 3 หาใช่สัตว์อสูรระดับพื้นฐานลมปราณขั้นที่ 1

 

                แต่ความคิดไม่ทันได้ทบทวนจนกระจ่าง เสวี่ยหมิงก็ต้องสูดหายใจลึกตระเตรียมรับมือการโจมตี เพราะทันทีที่เจ้าแรดยักษ์มองเห็นเสวี่ยหมิง มันก็ตรงเข้าใช้นอสีเงินแวววาวของมัน กระแทกตัดจนต้นไม้ใหญ่หักโค่นลงในพริบตา เสวี่ยหมิงเห็นท่าไม่ดี หากตกลงไปในสภาพนี้ต้องถูกเจ้าแรดยักษ์กระทืบทับจนบี้แบนอย่างแน่นอน จึงชิงโผพุ่งออกไปยังกิ่งไม้ที่อยู่ใกล้ ก่อนที่ต้นไม้ใหญ่จะโค่นล้มลง

 

                แรดยักษ์ที่เสวี่ยหมิงพบนั้นมีชื่อเรียกว่า แรดนอดาบ แม้มันมีร่างที่มหึมา แต่ความว่องไวหาได้เชื่องช้า ยิ่งตัวที่เสวี่ยหมิงพบนั้นยังอยู่ในระดับพื้นฐานลมปราณขั้นที่ 3 ซึ่งถือเป็นแรดนอดาบที่โตเต็มวัย ความแข็งแกร่งของมันจึงมีมากกว่า 25000 จิน หากปะทะกันตรง ๆ รับรองว่าเสวี่ยหมิงในตอนนี้ต้องถูกกระแทกจนร่างแหลกเหลวในพริบตา

 

                ทันทีที่แรดนอดาบสัมผัสได้ว่าเหยื่อของมัน กระโจนไปยังต้นไม้ใหญ่อีกต้น มันก็หันร่างมหึมาตามติด ใช้บั้นท้ายขนาดใหญ่ชนกระแทกเข้ากับต้นไม้ใหญ่ ถอนไม้ยักษ์หลุดออกมาทั้งราก แต่ยังดีที่ครั้งนี้ต้นไม้ไม่ได้หักโค่นลงมาทันที แต่เอนโน้มลงจนเฉียงทำมุมกับพื้น เสวี่ยหมิงเห็นเป็นโอกาสดีที่จะหลบหนี จึงวิ่งตรงลงมาตามต้นไม้ที่ล้มเอียง แรดนอดาบเห็นดังนั้นก็หมายจะพุ่งสวนขึ้นเพื่อจู่โจม แต่ก่อนที่เสวี่ยหมิงจะลงมาถึงยังส่วนโคนต้นไม้ เสวี่ยหมิงก็พลันพลิกร่างร่วงหล่นลงไปยังใต้ต้นไม้ใหญ่ ก่อนพุ่งทะยานออกไปในทิศทางตรงกันข้าม หลบหนีการพุ่งทำลายของแรดนอดาบไปได้อีกระลอก

 

                เมื่อเห็นว่าเหยื่อในครั้งนี้มีความเจ้าเล่ห์แถมหลบหนีว่องไว เจ้าแรดนอดาบตัวเต็มวัย ก็ไม่ออมรั้งพลังของตัวเองอีก มันเปิดรูที่เหนือต้นขาทั้งสี่ออก พ่นควันขาวพวยพุ่งขึ้น ราวกับกาต้มน้ำที่เดือดพล่าน เสวี่ยหมิงที่ยืนอยู่ไกลออกไปหลายสิบวา ชมดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นล้วนไม่กล้าประมาท เกร็งพลังทั้งร่าง จนกล้ามเนื้อบีบรัดตัวกันแน่น หมายว่าหากไม่อาจหลบเลี่ยง ยังพอจะต้านรับปกป้องอวัยวะภายในไม่ให้บาดเจ็บบอบช้ำจนเกินไป

 

                หลังควันขาวพวยพุ่งออกมา แรดนอดาบกลับรวดเร็วกว่าเก่าอีกโข สี่เท้าควบตะบึงเพียงชั่วพริบตาก็อยู่ห่างจากเสวี่ยหมิงไม่ถึงสองวา แม้เสวี่ยหมิงจะรอท่าเตรียมหลบหลีกอยู่ก่อน แต่ดูจากความว่องไวสุดเปรียบของท่าโจมตีในครั้งนี้ คงยากที่จะหลบพ้น สองตามองเห็นภาพ ความคิดในสมองพลันวิ่งไวราววิชชุ กล้ามเนื้อสองแขนที่อัดแน่นถูกหนุนเสริมจากวิชาบ่มเพาะการยาแห่งพระเจ้าขั้นที่ 1 ยกขวางกันขึ้นเป็นรูปกากบาท สองเท้าเคลื่อนตัวเบี่ยงออกไปทางด้านข้าง หมายหลบรอดจากนอยักษ์อันคมกริบ แต่ดูเหมือนสองเท้าที่ไร้วิชาท่าร่างของเสวี่ยหมิง ล้วนเชื่องช้าไปเสี้ยวหนึ่ง แต่ยังคงหลบเลี่ยงจุดตายได้ทัน นอแรดแทงปาดเข้าใส่แขนขวาที่ยังเบี่ยงหลบไม่พ้น ยังดีที่ลำตัวด้านข้างยังหลุดรอดคมดาบออกมาได้ แต่ก็โดนชนปะทะเข้ากับศีรษะอันใหญ่โตหยาบแข็งของแรกนอดาบเข้าอย่างจัง

 

                เสวี่ยหมิงลำตัวบิดงอ ถูกซัดกระเด็นลอยปลิวไปตามแรงปะทะ โลหิตทะลักไหลออกมาเป็นทางยาว...

.

.

                กลับมาที่ด้านนอกร่างของเสวี่ยหมิงที่นั่งขัดสมาธินิ่งอยู่บนข่ายอาคม ใบหน้าขาวซีด ก่อนที่จะมีโลหิตไหลซึมออกมาจากมุมปาก และจมูก จื่อฮุยที่ชมดูอยู่ถึงกับหน้าถอดสี กระวนกระวายใจจนไม่อาจนั่งนิ่ง เมื่อมองดูข่ายอาคมที่ล้อมรอบล้วนปรากฏแสงกระพริบถี่ แสดงถึงว่าผู้เข้าร่วมทดสอบใกล้จะแพ้พ่ายแล้ว ทั้งที่ก้านธูปยังลดไปไม่ถึงครึ่งก้านด้วยซ้ำ

 

                ส่วนอีกมุมหนึ่งห้องข่ายอาคมมายา หลี่เปียว รวมถึงสามพี่น้องตระกูลหย่ง ล้วนยิ้มร่าด้วยความยินดีเมื่อเห็นว่าคู่อริของพวกมันกำลังจะแพ้พ่าย

 

                ส่วนหงคุนที่ยืนอยู่บริเวณจุดควบคุมบังคับได้แต่หลับตา ส่ายหน้าไปมา เพราะมันรู้ดีว่าเพียงแค่ทนทานต่อสัตว์อสูรระดับพื้นฐานลมปราณขั้นที่ 3 ได้เกินกว่าหนึ่งนาที นั้นยังยากเย็นกว่าการหลบหนีสัตว์อสูรระดับพื้นฐานลมปราณขั้นที่ 1 ชั่วหนึ่งก้านธูปไหม้เสียอีก แต่เสวี่ยหมิงกลับทนได้เกินกว่าห้านาทีไปแล้ว นั่นหมายความว่าเด็กหนุ่มที่มันถูกจ้างวานให้ใช้กลโกงเล่นงานในครั้งนี้ สมควรที่จะผ่านการทดสอบครั้งนี้ไปได้อย่างไม่ยากเย็นนัก แต่เมื่อหงคุนใช้มือจับไปที่กระเป๋ามิติตัวเอง ความรู้สึกผิดก็พลันลดน้อยลงไป หินลมปราณ 10 ก้อนที่อัดแน่นอยู่ข้างในก็เพียงพอจะให้มันลืมเลือนเรื่องราวที่เกิดขึ้น

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 940 ครั้ง

16 ความคิดเห็น

  1. #4485 wastoo (@wastoo) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:34
    ได้แต่ขำผู้อาวุโส555
    #4485
    0
  2. วันที่ 12 กันยายน 2561 / 02:50
    จะให้โดนแกล้งไปถึงไหนกันคับ
    #3538
    0
  3. #3531 bestboy654 (@bestboy654) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 11 กันยายน 2561 / 15:13
    เอิ่ม คือคนเขียนจงใจเขียนมห้ผู้อาวุโสของสถาบัณนี้ โง่ กว่าเด็กกากๆ อายุ 17 ใช่ไหมครับ ผมจะได้ทำใจอ่านตอนโง่ๆที่อาจเกิดขึ้นต่อจากนี้อีก ว่าโรงเรียนที่พระเอกอยากเขามันเป็นโรงเรียน ควาย สอน ควาย ให้โตเป็นยอดควาย
    #3531
    2
    • #3531-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 27)
      11 กันยายน 2561 / 15:23
      555+ ชอบ ๆ ไม่เกี่ยวกะเนื้อเรื่องนะ แต่ขอยืมไปใช้ ถ้าเขียนนิยายตลกนะ ยังกับคุโรมาตี้เลย โรงเรียนควาย สอนควาย ให้กลายเป็นยอดควาย
      #3531-1
    • #3531-2 Rlompapai (@rlompapai) (จากตอนที่ 27)
      24 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:12
      555....ช่างเป็นความคิดเห็นที่ถูกใจจริง
      โรงเรียนควายสอนควาย 555....
      #3531-2
  4. #3507 Fresher Aeolus Zephyrus (@fresherzephyr) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 9 กันยายน 2561 / 21:04
    คือด่านแรกทำลายแท่นศิลาไปแล้ว รอบนี้อาวุโสไม่คิดจะจับตาดูหน่อยเหรอ?
    #3507
    0
  5. #3289 Pae_ga (@Pae_ga) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2561 / 22:13
    ควายดีแท้ อาวุโส
    #3289
    0
  6. วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 14:56
    <p>สถานการณ์สร้างวีรบุรุษ...</p>
    #1400
    0
  7. #1175 MongkolBoo (@MongkolBoo) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 20 เมษายน 2561 / 23:00
    ไม่ต่างจากชีวิตจริงหรอกครับ ชึ้นกับว่าจะมีการโกงในรูปแบบไหน
    #1175
    1
    • #1175-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 27)
      21 เมษายน 2561 / 09:15
      เรื่องนี้ใช้แนวคิดหลาย ๆ ส่วนจากสังคมปกตินี่ละครับ ^ ^
      #1175-1
  8. #872 สะเทิ้น&สตีฟ (@DekdogZ) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 14:19
    เอิ่ม โกงแบบนี้ทุกเรื่อง เห้อ หมั่นไส้พวกแบบนี้จัง งงใจกับนิยาย
    #872
    0
  9. #648 VaranK16 (@VARANTHITA) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 6 เมษายน 2561 / 09:23
    สันดานคนโกง.....
    #648
    0
  10. #413 xวาuxวาu (@mojikiss) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 31 มีนาคม 2561 / 11:23
    "ความคิดในสมองพลันวิ่งไวราว"วิชชุ"" วิชชุ คืออะไรคะ
    #413
    1
    • #413-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 27)
      31 มีนาคม 2561 / 13:43
      วิชชุ หมายถึงสายฟ้าจ้า
      #413-1
  11. #385 J.luis (@pvpnspleng) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 30 มีนาคม 2561 / 22:01
    หมั่นไส้หลี่เปียว อิเวง แกทำลูกฉันได้ลงคอ
    #385
    0
  12. #142 Pheonixy (@pattss) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 12 มีนาคม 2561 / 09:00
    ผลประโยชน์ทำให้ทำเรื่องผิดๆ จะเดือดร้อนทีหลังเอาได้นะ
    #142
    0
  13. #111 931368044mn (@931368044mn) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 10 มีนาคม 2561 / 07:40
    สนุกมากครับเดินเรื่องได้ดีน่าติดตามครับ กลัวอย่างเดียวครับ กลัวหยุดเขียนนะครับ 

    #111
    1
    • #111-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 27)
      10 มีนาคม 2561 / 13:24
      เขียนจนจบละครับไม่ทิ้งหรอก อีก 2 เรื่องก็เขียนตั้งใจเขียนจนจบจ้า เรื่องendless พล็อตมันไม่ละเอียด แถมเติมเข้าไประหว่างพิมพ์เยอะไปหน่อยมันเลยออกทะเล เลยหยุด Rewrite ส่วน จงลั่วนี่ลงที่นี่ช้ากว่า...เพราะบก.อีกที่เขา support เลยไปลงที่นั่นไวกว่าจ้า ^ ^
      #111-1
  14. #104 Zensiki HazenTech (@TunvaJunyongyod) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 9 มีนาคม 2561 / 17:19
    สรุป กัด กันอยู่แค่นี้ละ เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า. สำนักนี้กิกกอก อย่าไปเข้าเลย มาตาฐาน ต่ำสุดๆเจ้าหน้าที่สามารถโดนซื้อได้แบบนี้ ต้องใช้ ม44 จัดการ
    #104
    0
  15. #96 dogkao_ai (@aajung403) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 8 มีนาคม 2561 / 08:48
    เลวมากกกกก
    #96
    1
  16. วันที่ 8 มีนาคม 2561 / 06:39
    น่าฆ่ายกตะกูล
    #95
    1
    • #95-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 27)
      9 มีนาคม 2561 / 16:54
      ขอบคุณครับ ตอนแรกกะจะเอาแค่ตัวเดียว เดี๋ยวลองเอาไปคิดอีกที 555+ เพราะยังไม่ถึงตอนฆ่าตัวนี้
      #95-1