เนตรมารสะท้านฟ้า (恶魔的眼睛)(จบ)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 963,019 Views

  • 4,629 Comments

  • 8,402 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    3,053

    Overall
    963,019

ตอนที่ 2 : ฟ้าลิขิตมิอาจฝืน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 27191
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1259 ครั้ง
    25 เม.ย. 61

ตอนที่ 1

ฟ้าลิขิตมิอาจฝืน

 

                อาทิตย์ร้อนแรงทอแสงลงต่ำ เงาของเด็กหนุ่มวัย 14 ทอดยาวยืดออกไป เข่าทั้งสองสัมผัสพื้นหยาบกร้าน ปรากฏเลือดยังคงไหลซิบอยู่ ดวงตางำประกายแฝงความเศร้าโศกไว้เจ็ดส่วน อีกสามส่วนเป็นเพลิงแค้นที่สุมอก


                "เจ้ากลับไปเถอะ" เด็กหนุ่มตอบด้วยเสียงเรียบ โดยไม่ต้องหันกลับไปมองดู เขาก็รู้ว่าผู้มาคือใคร เพราะตลอดหกวันที่ผ่านมา มีหญิงสาวเป็นเพียงผู้เดียวที่แวะเวียนมายังหลุมศพมารดาของมัน

 

                เด็กสาวในวัยเดียวกันหลุบตามองดูตะกร้าหวายใส่อาหารที่หล่อนนำมาวางไว้เมื่อคราก่อน ตะกร้ายังคงอยู่ในสภาพเดิมไม่เปลี่ยนแปลง เด็กสาวไม่พูดจาเพียงเก็บตะกร้าเก่าขึ้นและวางของใหม่ลงไปที่เดิม "เจ้าต้องกินบ้างนะเสวี่ยหมิง ไม่อย่างนั้น..." หล่อนสงวนคำที่จะเอ่ยต่อ และตระเตรียมหันหลังกลับ

 

                "จิน...หลัน" เสียงแหบแห้งเบาเอ่ยชื่อเด็กสาว

               

                รอยยิ้มจางปรากฏบนใบหน้าของจินหลัน หล่อนชะงักเท้าที่เตรียมหันหลังกลับ และมองไปเด็กหนุ่ม แม้หล่อนจะรู้สึกผิดต่อเสวี่ยหมิง แต่ในใจหล่อนก็ยังคงรู้สึกดีต่อเสวี่ยหมิงไม่คลาย

 

                "ในเมื่อเจ้าเลือกทางเดินของตัวเองแล้ว ใยต้องกลับมาทำดีกับข้าอีก เจ้าไปเสียเถอะ ข้าเสวี่ยหมิงไม่ต้องการความสงสารจากใคร" แม้เสียงจะเบา และแหบแห้งแต่ทุกคำ ล้วนเอ่ยออกมาอย่างหนักแน่น

 

                หากเอ่ยถึงเรื่องความสัมพันธ์ของมู่จินหลันกับเขา มันจบลงตั้งแต่ปีก่อนแล้ว ในวันที่เขาสูญเสียพรสวรรค์อันเลิศล้ำ ในวันที่เขาตกอับ ตระกูลมู่ก็สะบั้นสายสัมพันธ์ระหว่างเขากับมู่จินหลันจนสิ้น ยังมิเอ่ยถึงสถานะที่แปลกประหลาดอยู่ในทีของตัวเขากับสกุลหย่ง เนื่องจากมารดาซึ่งเป็นบุตรสาวคนสุดท้องของผู้นำตระกูลคนปัจจุบัน ท้องโดยที่ไม่มีพ่อแถมหล่อนยังมิยอมปริปากแม้สักครึ่งคำเอ่ยึงพ่อของเสวี่ยหมิง ทำให้การรับรองเสวี่ยหมิงให้อยู่ในตระกูลหย่งล้วนถูกขัดขวางจากพี่ชายทั้งสองของหล่อนตลอดมา

 

                จนกระทั่งเด็กหนุ่มฉายแววอัจฉริยะ เมื่อเสวี่ยหมิงอายุได้เจ็ดขวบก็ฉลาดล้ำเก่งกล้ากว่าเด็กรุ่นเดียวกันในตระกูล  และสามารถสำเร็จการฝึกตนขั้นพื้นฐานลมปราณขั้นที่ 1 ได้อย่างสมบูรณ์เมื่ออายุได้แปดปี จึงทำให้ลุงทั้งสองของเสวี่ยหมิงไม่อาจโต้แย้งถึงสถานะของเสวี่ยหมิงใสตระกูลหย่ง จึงได้แต่ยอมรับตามคำสั่งของผู้นำตระกูล แม้ในใจนั้นจะเกลียดชังเสวี่ยหมิงขนาดไหนก็ตาม แต่ในโลกที่ความแข็งแกร่งคือผู้ที่ได้ทุกสิ่ง เมื่อท่านเข้มแข็งย่อมมีผู้คล้อยตามและชื่นชม

 

                ครั้นอายุย่างเข้าวัยสิบขวบหย่งเสวี่ยหมิงก็ทะลวงผ่านสู่พื้นฐานลมปราณขั้นที่สอง ชื่อเสียงอันโด่งดังไม่อาจปกปิดเอาไว้ภายในตระกูลได้อีกต่อไป และนั่นก็เป็นจุดเริ่มที่ตระกูลต่าง ๆ ในเมืองวิหคทอง ล้วนนำเด็กสาวงดงามเข้ามาทำความรู้จักกับลูกไม่มีพ่อเช่นเสวี่ยหมิง และหนึ่งในนั้นคือมู่จินหลัน หญิงสาวที่งดงามจนแม้แต่ลูกพี่ลูกน้องในตระกูลหย่งของเสวี่ยหมิงยังแอบอิจฉาตาร้อน

 

                แม่ของเสวี่ยหมิง...หย่งเหมยฮวาพลอยได้รับอานิสงค์จากลูกชาย ผู้คนตระกูลหย่งที่เคยหมางเมิน ล้วนกลับตัวประจบเอาใจ หย่งเหมยฮวาร่างกายอ่อนแอหลังจากคลอดเสวี่ยหมิง ก็ป่วยเป็นโรคประหลาด โดยอาการหนาวเหน็บจู่โจมอยู่ตลอดเวลา ยิ่งยามค่ำคืนยิ่งพบกับความทรมานอันยากจะเอ่ย แต่เมื่อได้กลับสู่เขตอาศัยของตระกูลหลัก ไม่ต้องอาศัยอยู่ในเรือนเล็กแปลกแยกเช่นแต่ก่อน แถมยังมีของเยี่ยม ยาบำรุงชั้นดีอีกมากมายที่ทยอยกันมาไม่ขาดสาย ก็ทำให้หล่อนแข็งแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

 

                แต่ความสุขดำรงอยู่ได้เพียงสองปีเท่านั้น ค่ำคืนระหว่างการฝึกฝนรุ่นเยาว์ของตระกูลในเขตป่าอสูร ไม่มีผู้ใดรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ระหว่างการฝึกฝน ทราบเพียงหลังจากที่กลับออกมาครานั้น เสวี่ยหมิงตาซา้ยบอดสนิทด้วยมีบางสิ่งลักษณะคล้ายหินมันวาวสีดำสนิท อุดปิดอยู่ในเบ้าตาด้านซ้าย แม้ไม่มีบาดแผลอื่นปรากฏ แต่พลังลมปราณที่เคยฝึกฝนกลับสูญสิ้นตกลงไปเรื่อย ๆ จนเวลาล่วงไปหนึ่งปี ลมปราณก็ลดลงจนกลับมาหยุดที่พื้นฐานลมปราณขั้นที่หนึ่ง แม้จะเชิญหมอมารักษา หรือบำรุงด้วยตัวยาเท่าใด ก็ไม่อาจฟื้นคืนได้อีก เมื่อถึงคราเคราะห์หย่งหลี่ซั่ว ว่าที่ผู้นำตระกูลหย่งคนต่อไป จึงได้ทีขับไสไล่ส่ง จากวิมานที่เคยเนืองแน่นไปด้วยผู้คนเอาอกเอาใจ กลับต้องไปจมอุดอู้อยู่ในรังหนูดุจกาลก่อน

 

                เมื่อสูญสิ้นพลัง...ทุกผู้คนต่างตีจาก รวมถึงหญิงสาวคนรัก...มู่จินหลันที่เอ่ยปากมั่นหมายกันเองไว้ก่อน แต่หาได้สู่ขอเป็นทางการ ยังถูกตระกูลมู่หักหาญน้ำใจ ชิงประกาศหมั้นหมายมู่จินหลันที่นับวันยิ่งงดงามขึ้นเรื่อย ๆ กับเด็กหนุ่มมากพรสวรรค์จากตระกูลหลี่ ซึ่งเป็นตระกูลขุนนางเก่า ซึ่งมากด้วยลาภยศเงินทองและบารมี สุดที่เสวี่ยหมิงในตอนนี้จะเทียบได้

 

                แม้ตอนแรกเสวี่ยหมิงจะโกรธขึง และพยายามหาทางพบหน้ามู่จินหลัน เพราะเชื่อว่าหล่อนถูกผู้คนในตระกูลบงการ แต่นานวันเข้าความจริงก็เริ่มปรากฏ ความรักที่เขามีไม่อาจเทียบได้กับความรุ่งโรจน์ในอนาคตของจินหลัน หลังจากที่เสวี่ยหมิงแอบเห็นมู่จินหลัน เดินกระหนุงกระหนิงกับเด็กหนุ่มจากตระกูลหลี่ในตลาดเมืองวิหคทอง ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มอยู่ตลอดเวลา ความเกรี้ยวกราดที่เคยมีพลันมอดดับ แม้ตอนนั้นเสวี่ยหมิงมีอายุเพียงแค่สิบสามปี แต่กลับเข้าใจกฎเกณฑ์ของโลกแห่งผู้ฝึกตนไม่ต่างจากผู้ใหญ่วัยกลางคน เด็กหนุ่มเห็นซึ้งถึงธรรมชาติของมนุษย์ แม้จะเจ็บแค้นเท่าใดก็ทำได้เพียงปลงต่อสิ่งที่เกิด เพราะโลกนี้มีเพียงผู้ที่แข็งแกร่งเท่านั้น ที่มีสิทธิ์กำหนดเส้นทางเดินของตนเอง แต่เมื่อเขาไร้ซึ่งพลัง เสวี่ยหมิงจึงตั้งใจว่าจะปล่อยทุกสิ่งไปตามแต่โชคชะตากำหนด

 

                แม้จะปล่อยวางแต่ดูเหมือน คราเคราะห์จะยังมิจบสิ้น หนึ่งปีต่อมา หย่งผิง ตาของเสวี่ยหมิงสิ้นบุญ กำแพงปกป้องด่านสุดท้ายของเขาและแม่ก็พังทลายลง หย่งหลี่ซั่ว ขึ้นเป็นประมุขตระกูลคนถัดมา มันไม่ชอบขี้หน้าเสวี่ยหมิงเป็นทุนเดิม บวกกับน้องชายของมันหย่งหลี่จวิน ลุงอีกคนของเสวี่ยหมิงก็ไม่พอใจที่เดิมพ่อของตัวเอ็นดูเสวี่ยหมิง คราแรกก็ไม่ยอมขับไล่เด็กหนุ่มออกจากตระกูล แถมเมื่อรู้ว่ามีความสามารถยังรับเข้าเรือนใหญ่ แถมยังมอบทรัพยากรจำนวนมหาศาลของตระกูลเพื่อฟูมฟักเสวี่ยหมิง แทนที่ทรัพยากรเหล่านั้นจะตกมาถึงมือลูกชายทั้งสองของมันบ้าง กลับเป็นมันที่ต้องใช้ทุนทรัพย์ตัวเองเพื่อฝึกปรือบุตรชายที่มีพรสวรรค์ทั่วไป จนฝ่าผ่านพื้นฐานลมปราณขั้นพื้นฐานระดับ 2 เพื่อให้เพียงพอต่อการสอบเข้าสำนักที่ดีได้ ก็หมดทรัพย์สมบัติไปมากโข ความแค้นจึงสุมแน่นในอกตลอดมา

 

                เมื่อในตระกูลหย่งไม่มีอำนาจใด ๆ ทัดทานทั้งสองได้อีก เสวี่ยหมิงจึงถูกขับไล่ออกจากตระกูล แม้ยังเว้นการขับไล่หย่งเหมยฮวาเอาไว้ แต่กลับรื้อฟื้นเรื่องราวในอดีต ยกอ้างเรื่องการทำชื่อเสียงตระกูลเสื่อมเสีย ขับไล่หย่งเหมยฮวาออกจากเขตตระกูลหลัก และให้ไปอาศัยอยู่ที่ห่างไกล แต่ยังคงมีเงินเบี้ยส่งเสียเลี้ยงดูประทังชีวิตไปได้ แต่ไหนเลยคนรักศักดิ์ศรีเช่นหล่อนจะยอมรับ เมื่อตระกูลขับไล่เสวี่ยหมิงออก นั่นก็ไม่ต่างจากออกปากขับไล่นางออกไปด้วยเช่นกัน หล่อนยอมดื่มเลือดตัวดีกว่าไปขอร้องเศษอาหารจากพี่ชายทั้งสอง ทำให้แม่ลูกต้องระหกระเหินออกมาจากตระกูลหย่ง

 

                เมื่อต้องมาอาศัยอยู่ภายนอกตระกูลหย่ง ที่อยู่อาศัยใหม่ล้วนทรุดโทรม ไม่อาจป้องกันลมหนาวอันรุนแรงได้ เงินทองที่เคยมีก็ร่อยหลอไม่อาจซื้อหยูกยาดี ๆ มาบำรุงร่างกายหย่งเหมยฮวาได้ แม้เสวี่ยหมิงจะออกเร่หางานทุกทาง แต่ก็ถูกกลั่นแกล้งจากตระกูลหย่งในหลายช่องทาง

                รวมถึงจอมวายร้ายหย่งสือหนึ่งในลูกชายคนโตของหย่งหลี่ซั่ว ที่ครั้งหนึ่งเคยแอบชอบมู่จินหลันมาก่อน นำเรื่องราวของเสวี่ยหมิงไปฟ้องต่อคู่หมั้นตระกูลหลี่ของมู่จินหลัน ทำให้มันเกิดความหึงหวงอาละวาดฟาดงวงฟาดงา ใช้อำนาจของตระกูลใหญ่บีบคั้นเสวี่ยหมิงในทุกช่องทาง ทำให้กว่าที่เสวี่ยหมิงจะหาเงินได้แต่ละเหรียญทองแดงล้วนยากเย็นแสนเข็ญ

 

                สุดท้ายร่างที่อ่อนแอของหย่งเหมยฮวา ก็ไม่อาจทานทนต่อความเจ็บป่วยสิ้นบุญตามผู้เป็นพ่อไปในอีกไม่กี่เดือนต่อมา แต่เพราะหล่อนเลือกที่จะเดินออกมาจากตระกูลอย่างภาคภูมิ แม้ร่างกายก็ไม่ขอร่วมกลบฝังกับผู้คนตระกูลหย่งอีก เพียงสั่งเสียแก่เสวี่ยหมิงก่อนที่จะสิ้นลมให้ออกตามหาบิดา ที่หล่อนเชื่อว่าเขาไม่เคยทอดทิ้งทั้งคู่ไป

 

                แม้ในใจเสวี่ยหมิงจะแค้นเคืองบิดามาตั้งแต่ยังเล็ก ที่ผู้เป็นพ่อทิ้งเขาและแม่ไป แต่คำขอก่อนสิ้นใจล้วนต้องกระทำ จึงได้เปลี่ยนแซ่ตามบิดา เป็นแซ่...หลง และรับของดูต่างหน้าชิ้นสุดท้ายมาจากมารดามาเก็บไว้ เพื่อรอวันที่พบเจอบิดาของตัวเอง ได้เอาออกมาแสดงให้เขาดู เพื่อยืนยันความเป็นสายเลือดเดียวกัน

.

.

.

                เช้าวันที่เจ็ดหลังการจากไปของ หย่งเหมยฮวา เสวี่ยหมิงก็ทำใจยอมรับทุกสิ่งที่เกิดขึ้นได้แล้ว แม้เส้นทางการฝึกตนของเขาจะสิ้นสุดลงเพราะ เหตุการณ์อุกกาบาตตกในอดีต แต่ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะการกลั่นแกล้งจากหย่งสือ และหย่งฟู่ ทำให้เขาหลงเข้าไปในป่าลึก แม้มีความแค้นแน่นอกแต่คงยากสะสาง จึงได้แต่ทำใจเก็บความแค้นเคืองเอาไว้ภายในและเลือกที่จะใช้ชีวติต่อไป

 

                เสวี่ยหมิงไม่มีข้าวของติดตัวมากนัก ในเมื่อไม่อาจทำมาหากินในเมืองวิหคทองได้อีก ก็จำต้องดั้นด้นเดินทางไกลข้ามเมือง เพื่อไปหางานทำ หรือไม่ก็หาสำนักสั่งสอนตำรับตำราวิชาการต่าง ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับวิถีฝึกตน ด้วยสติปัญญาอันชาญฉลาดของเสวี่ยหมิง ย่อมต้องประสบความสำเร็จไม่มากก็น้อย

 

                เมื่อคิดได้เช่นนั้น เสวี่ยหมิงก็โขกศีรษะคำนับหน้าหลุมศพของมารดาสามครา ก่อนจะเอ่ยคำร่ำลา และตั้งใจว่าเมื่อมีเงินทองมากพอ จะกลับมาเปลี่ยนแปลงหลุมศพของมารดาให้น่าดูกว่าที่เป็นอยู่

               

                ตอนนี้บนใบหน้าเสวี่ยหมิง ปรากฏรอยยิ้มขมขื่น ยามเหม่อมองกลับไปยังตัวเมืองวิหคทอง เรื่องราวนับสิบปีที่จำความได้ผ่านเข้าสู่สมองของเขาอย่างรวดเร็ว เมื่อตัดใจได้เด็กหนุ่มก็สะบัดหน้า ไม่มีความลังเลหลงเหลืออยู่อีก สองเท้าตัดตรงเข้าสู่ป่าอสูรทางทิศตะวันตก มุ่งสู่เมืองหยกม่วงต่อไป

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.259K ครั้ง

19 ความคิดเห็น

  1. #4545 ppvs_ (@ppvs_) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:50
    งง......
    #4545
    1
    • #4545-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 2)
      26 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:43
      งืม ๆ เขียนมาสั่น ๆ แบบนี้ งงในงงเลย ^ ^
      #4545-1
  2. #4268 ganako (@ganako) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 16:04
    ฟ้าหลังฝนเสมอ อดทนไว้พระเอก
    #4268
    0
  3. #4198 NicKNamel3oSs (@NicKNamel3oSs) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 17:41
    ดราม่าจัง
    #4198
    1
    • #4198-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 2)
      5 มกราคม 2562 / 19:32
      แค่ช่วงสร้าง Story ให้ตัวเอก
      #4198-1
  4. #4154 meen1302913029 (@meen1302913029) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 12:53
    เขียนยาวๆคับเป็นกำลังใจ
    #4154
    0
  5. วันที่ 26 กันยายน 2561 / 01:26
    น่าติดตามครับ
    #3756
    1
    • #3756-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 2)
      27 กันยายน 2561 / 11:58
      ขอบคุณครับ
      #3756-1
  6. #3587 Minaon (@Minaon) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 กันยายน 2561 / 18:04
    เขียนดี แน่นมากค่ะ หลังจากติดนิยายจีนแปลมาพักหนึ่ง เจอเนื้อบรรยายแบบไทย บอกเลยข้นมาก
    #3587
    1
    • #3587-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 2)
      14 กันยายน 2561 / 22:14
      ขอบคุณครับ
      #3587-1
  7. #3527 rbboss (@rbboss) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 กันยายน 2561 / 18:32
    อ่านไหลลื่นดีครับ
    #3527
    1
    • #3527-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 2)
      10 กันยายน 2561 / 20:33
      ขอบคุณครับ
      #3527-1
  8. #3257 Gouyjeng (@Gouyjeng) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2561 / 12:42
    สนุกมากๆ แต่ทำไมพระเอกเราน่าสงสารแบบนี้อะ
    #3257
    1
    • #3257-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 2)
      28 สิงหาคม 2561 / 12:54
      แรก ๆ พระเอกก็จะลำบากนิดหนึ่งกว่าจะเริ่มเก่งอะครับ ^ ^
      #3257-1
  9. #3005 one221star (@one221star) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2561 / 17:28
    แต่งได้ดี
    #3005
    0
  10. #2273 7eLeMent (@morningsky) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2561 / 15:32
    โคตรน่าสงสาร
    #2273
    0
  11. #1317 sivakornza (@sivakornza) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 11:49
    ขอบคุณครับ
    #1317
    0
  12. #833 Xzakyo (@Xzakyo) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 เมษายน 2561 / 12:17
    <p>น่าตาม ไงเรื่องนี้ ขออ่านจบแบบมะมีใช้นี่ใช้นั่นเปิดตอนกะพอ ขอบคุนคัพ</p>
    #833
    1
    • #833-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 2)
      11 เมษายน 2561 / 14:01
      เดี๋ยวจบภาค 1 แล้วมีปิดตอนนะครับ รีบอ่านให้ทันก่อนนะ
      #833-1
  13. #822 uาeต้uไม้ (@maddogmike) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 เมษายน 2561 / 09:04
    อืมมมมผมอ่านนิยายกำลังภายในอยู่ใช้ใหม?นึกว่าอ่านนิยายดร่าม่า
    #822
    1
    • #822-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 2)
      11 เมษายน 2561 / 14:12
      555+ เรื่องนี้ผสม ๆ กันแต่เน้นบู้ผจญภัยเป็นหลัก มีรักดราม่าบ้าง ตลกบ้าง ยำ ๆ ดูลองทักษะการเขียนด้วยเรื่องที่ 3 ละครับ ^ ^
      #822-1
  14. #309 feonixsh (@feonixsh) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 มีนาคม 2561 / 19:05
    เนื้อเรื่องน่าติดตาม สนุกมากค่ะ. มีคำผิดเล็กๆน้อยๆ. หมั้นหมาย หมายมั่น โกรธขึ้ง
    #309
    0
  15. #195 6769 (@6769) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 มีนาคม 2561 / 03:28
    @พ่อของแม่ควรเรียกตามิใช่ปู่ ดังนั้นหย่งผิงจึงเป็นตาของเสวี่ยหมิง(พระเอก)นะไรเตอร์
    #195
    2
    • #195-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 2)
      16 มีนาคม 2561 / 06:45
      ขอบคุณครับ แก้ไขแล้วจ้า ^ ^
      #195-1
    • #195-2 ZEAL3IX (@ZEAL3IX) (จากตอนที่ 2)
      22 มีนาคม 2561 / 12:32
      คนจีนเรียกพ่อแม่ญาติของบุพการีด้วยคำเดียวกันหมดครับ พ่อหรือแม่ของบุพการี ก็เรียกปู่ย่า ลุง/ป้า คือน้องชายพี่ชายของพ่อแม่
      #195-2
  16. #19 ไพลิน สุขสมนาค (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561 / 16:10
    ชอบอะชีวิตแบบเศร้าๆปกติจะเจอแบบสวยหรูได้อะไรมาง่ายๆ
    #19
    1
    • #19-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 2)
      22 กุมภาพันธ์ 2561 / 16:13
      ขอบคุณครับ แต่เดี๋ยวบทจะได้ง่ายนี่มาเป็นชุด ^ ^
      #19-1
  17. #14 ckchatchen42 (@ckchatchen42) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561 / 12:29
    ตอนถือว่าโอเครมา พระเอกไม่ฟูมฟาย ยอมรับขะตากรรมของตนได้ ไม่ทำอะไรโง่ๆ ถือว่าดีมาก
    #14
    0
  18. #6 Pheonixy (@pattss) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:08
    ชีวิตรันทดมาก
    #6
    0
  19. #4 vang_S (@vang_S) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2561 / 13:05
    เนื้อเรื่องโอเคดีครับ...เริ่มได้ดีเลย...แต่ถ้าเปลี่ยนคำเรียกแทนตัวตนจาก "หล่อน" เป็น "เธอ" จะอ่านแล้วลื่นมากกว่านี้ครับ
    #4
    1
    • #4-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 2)
      20 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:16
      ขอบคุณครับ เดี๋ยวจะลองไปปรับในตอนต่อ ๆ ไปดูครับ ^ ^
      #4-1