เนตรมารสะท้านฟ้า (恶魔的眼睛)(จบ)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 962,802 Views

  • 4,629 Comments

  • 8,403 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    2,836

    Overall
    962,802

ตอนที่ 1 : ก่อนฟ้าสาง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 45816
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1291 ครั้ง
    27 ก.พ. 62

เนตรมารสะท้านฟ้า 

(恶魔的眼睛) - The Eye of Devil


บทนำ

ก่อนฟ้าสาง

               

                ทิวเขาทอดยาวคดเคี้ยวร้อยบรรจบ สายน้ำวกวนลัดเลาะแตกแขนง เส้นสายลายน้ำแผ่ออกจนมิอาจนับคะเน ธรรมชาติของแดนดินแห่งนี้ล้วนอุดมสมบูรณ์ยิ่ง ภาพความงามของพันภูผาหมื่นนทีเบื้องล่างล้วนหาใดเปรียบ หากมันจะคงอยู่ไปอีกนับหมื่นนับล้านปี นั่นย่อมเป็นวาสนาของชนรุ่นหลังที่จะได้ชื่นชม

                ...แต่ความเป็นจริงหาได้ง่ายดายเช่นนั้น

 

                ร่างผ่ายผอมของเซียนชราตั้งตรงตระหง่านอยู่เบื้องหน้านักรบนับพัน ดวงตาแม้หดสั้นลงจนเล็กรี แต่วิสัยทัศน์ความคิดกลับกว้างขวาง "หนิงเอ๋อ หนิงฟาง" เสียงอ่อนโยนเอ่ยขาน แววตาอ่อนโยนทอทอดไปยังศิษย์เอกทั้งสอง "เจ้าทั้งสองไม่อาจเข้าร่วมการรบครั้งนี้"

 

                "ท่านอาจารย์" ร่างงามงดดุจเทพธิดาจำแลงทั้งสอง ก้าวล้ำแถวแนวอันเป็นระเบียบออกมา หยุดยืนอยู่ที่เบื้องหน้าชายชราซึ่งทั้งสองเรียกขานเป็นอาจารย์

 

                เซียนชราหลับตาพริ้ม มือข้างขวาลูบเคราขาวจากบนลงล่างอย่างแผ่วช้า "เจ้าทั้งสองแม้เป็นสตรี แต่ล้วนมีพรสวรรค์สูงส่งในรอบหมื่นปี แถมมีดวงธาตุศักดิ์สิทธิ์ในตำนานทั้งคู่ ล้วนเป็นวาสนาบารมีของชนเผ่า" เสียงเรียบเอ่ยขึ้นด้วยความรันทดในใจ "หากมีเวลาเพาะบ่ม ข้าเชื่อว่าไม่เกินหนึ่งพันปีเจ้าทั้งสองอาจพอจะต่อกรกับจอมมารที่เบื้องหน้า แต่โชคชะตาล้วนกำหนดแล้ว ความสูญเสียใหญ่มิอาจหลบเลี่ยงได้อีก"

 

                "พวกเราทั้งสอง..."เสียงหวานราวกระดิ่งทอง ใสกังวานชะงักค้าง เมื่อถูกผู้เป็นอาจารย์ยกมือขึ้นห้าม แม้ถ้อยคำจุกอยู่ในลำคอ แต่ทั้งสองก็มิได้ฝ่าฝืนคำสั่งของเซียนชรา

 

                "ศิษย์ทั้งสองรับคำสั่ง" เสียงเซียนชรากลายเป็นเข้มขรึมขึ้นในทันที "พวกเจ้าทั้งสองจำต้องรอดชีวิตออกไปจากสมรภูมิในวันนี้ ข้าจะมอบของวิเศษเปิดประตูมิติเพื่อให้พวกเจ้าหลบหนีไปยังดินแดนไกลโพ้น ตราบใดที่ฝีมือยังไม่บรรลุถึงขั้นทลายนภาเวิ้งว้าง...จงอย่ากลับมาที่นี่อีก" คำพูดพอเอ่ยถึงท่อนสุดท้ายเสียงอันเข้มแข็งกลับสั่นเทิ้มด้วยความโศกศัลย์ "หากมิอาจบรรลุถึงความสำเร็จ จงอย่ากลับมา และใช้ชีวิตให้มีความสุข" แม้เอ่ยจบจะมีรอยยิ้มจางจากผู้อาวุโสกว่า แต่ความโศกเศร้าที่กัดกินบุคคลทั้งสามนั้นหนาหนักเกินจะทานทนมิต่างกัน

 

                ...น้ำตาของหญิงงามทั้งสองหยาดหยดลงอย่างมิอาจข่มกั้น สุ้มเสียงล้วนแหบแห้งจนมิอาจขานรับ ทั้งสองทำได้เพียงพยักหน้าบางเบา ก่อนจะยกมือขึ้นเช็ดปาดน้ำตาที่ยังคงหลั่งริน

 

                เซียนชรายื่นส่งกระจกสีทองบานเท่าฝ่ามือให้แก่หนิงฟางที่อายุมากกว่า พร้อมอธิบายว่ามันคือกระจกเชื่อมฟ้า เมื่อแผ่พุ่งพลังลมปราณเข้าไปมันก็จะทำงาน ส่วนจุดหมายปลายทาง เซียนชราได้กำหนดเอาไว้แล้ว เมื่อการรบเริ่มขึ้นก็ให้ทั้งสองใช้กระจกเชื่อมฟ้าหลบหนีไป ก่อนจะกำชับคำสั่ง...ว่าหากไม่อาจบบรรลุวิชาฝีมือจงอย่ากลับมาอีกครั้ง

 

                สาวงามทั้งสองมองหน้ากันด้วยความท้อแท้ พวกหล่อนไม่อยากจากไป ทั้งสองต้องการต่อสู้เป็นตายกับผู้คนของที่นี่ รวมถึงอาจารย์ และศิษย์ร่วมสำนักอีกนับพัน แม้จะรู้ตัวว่าพลังฝีมือในตอนนี้ การจะเข้าไปใกล้จอมมารยังเป็นเรื่องยากลำบาก แต่หากได้ร่วมรบและตกตายร่วมกับทุกคนอย่างมีเกรียติ ล้วนทุกข์ใจน้อยกว่าหลบหนีไปสุดหล้า และใช้ชีวิตแบกรับความคาดหวังที่สูงเทียมฟ้า

 

                ...ความคิดมิทันเอ่ยออกมา เสียงกลองสะท้านฟ้า ก็ส่งสัญญาณเปิดฉากการรบในวินาทีนั้น

 

                เซียนชราโบกสะบัดฝ่ามือที่เบื้องหน้าสองครา ภาพงดงามที่ปรากฏก็กลับกลายเป็นบิดเบี้ยว ไอร้อนปะทุขึ้นมาจากเบื้องล่างในทันที ภูผาซับซ้อน แม่น้ำงดงามล้วนถูกสูบลงไปยังเปลวเพลิงอเวจีที่เบื้องล่าง ก่อนที่เสียงร้องดังของจอมมารจะแผ่กระแทกขึ้นมาสู่เบื้องบน

 

                "ดี...ดี เจ้านับว่ายังมีสัจจะอยู่บ้าง" จอมมารโผล่ทะยานขึ้นมาที่กลางอากาศ ยืนประจันหน้ากับกองทัพธรรมนับพันของเซียนชราอย่างไม่เกรงกลัว


                "เพื่อตอบแทนความบันเทิงที่พวกเจ้ามอบให้ ข้ารับรองว่าทุกชีวิตจะได้รับความตายอย่างเท่าเทียมกัน" สิ้นเสียงคลื่นลมปราณก็อัดกระแทกออกจากทุกทิศทางราวกับม้าป่าคลั่ง กวาดซัดทุกสิ่งในรัศมีร้อยลี้จนราบเป็นหน้ากลอง แต่ไม่สามารถสั่นคลอนจิตวิญญาณอันเข้มแข็งของเหล่านักรบที่มาในครั้งนี้ได้แม้แต่คนเดียว มีเพียงแค่สองสาวหนิงฟาง และหนิงเอ๋อ ที่ถูกซัดปลิวถอยห่างออกไป แต่ยังคงทรงตัวได้ไม่ล่วงหล่นลงไปยังเบื้องล่าง

                    เมื่อการโจมตีทางวิญญาณผ่านพ้น จอมมารก็เปิดฉากจู่โจมต่อเนื่องในทันที ฝ่ายเซียนชราหาได้ตื่นตระหนก เพราะกว่าจะถึงวันนี้ เซียนเฒ่าได้ซุ่มฝึกซ้อมรับมือกับจอมมารผู้นี้มาตลอดสิบปี เหล่านักรบทั้งหลายแผ่ขยายออกเป็นวงล้อมโดยมีจอมมารเป็นจุดศูนย์กลาง แผ่พุ่งลมปราณร้อยรัดเป็นตาข่าย ปกคลุมร่างของจอมมารนับร้อยชั้น ทำให้พลังโจมตีที่ดุดันอ่อนโทรมลงก่อนที่จะถึงตัวของเซียนชรา แต่แม้ลมปราณทมิฬจะอ่อนโทรมลงมาก ก็ยังคงรุนแรงอย่างยิ่ง

                เซียนชราเองก็มิกล้าประมาท มือขาวผ่องที่หดซุกอยู่ในแขนเสื้อหยาบโผล่พรวดออกมาทั้งสองข้าง หมุนวนเป็นวงจักรผัน ปัดป่ายเข้ากระแทกกับลมปราณรูปลูกศรของจอมมารจนเกิดเสียงดังสนั่น แม้ไม่ถึงกับเพลี่ยงพล้ำ แต่ฝ่ามือทั้งสองล้วนชาด้านไร้ความรู้สึก พลังลมปราณที่หลงเหลือจากการปะทะลอยออกขึ้นไปยังท้องฟ้า กระทบชั้นเมฆก่อเกิดสายฝนโปรย ท้องฟ้าปรากฏสายฟ้าแลบแปลบปลาบก่อนจะสงบลง

               

                แม้ผลที่ออกมาดูเหมือนจะเสมอกัน แต่แท้จริงเหล่านักรบล้วนส่งพลังเข้าสู่ค่ายกลวชิระปราบมารจนสิ้น บวกกับพลังของเซียนชราที่สูงส่งที่สุดยังทำได้เพียงแค่ตั้งรับ และไม่อาจจู่โจมสวนกลับ

 

                เซียนชราเองก็รู้ว่าหากต่อสู้ยืดเยื้อ โอกาสชนะยิ่งริบหรี่ หากพลังของค่ายกลที่กดดันอ่อนโทรมลงไป แม้แต่ต้านรับการโจมตียังมิอาจกระทำ เมื่อไม่อาจตั้งรับ จึงจำต้องเสี่ยงจู่โจม ค่ายกลที่เปลี่ยนแปลงไปตามกัน จากวงกลมล้อมรอบ เปลี่ยนเป็นรูปลิ่มแหลม ทิ่มตรงไปยังจอมมาร โดยมีเซียนชราหยุดยืนอยู่ที่เบื้องหน้าของขบวนรูปลิ่ม เซียนชราที่หนุนเสริมด้วยค่ายกลใช้ออกด้วยพลังอ่อนหยุ่นผสานเป็นหมัดแกร่ง พุ่งเข้าใส่จอมมารที่ด้านหน้าอย่างตรงไปตรงมา

 

                จอมมารไม่หลบเลี่ยง กลับเร่งเร้าความเร็วดุจดาวตก พุ่งเข้าใส่หมัดลมปราณขนาดยักษ์ แต่ก่อนที่จะปะทะกันร่างของจอมมารพลันแยกออกเป็นสาม

                ....รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนใบหน้า พร้อมเสียงดัง...ปง...เมื่อร่างแยกที่หยุดยืนอยู่ตรงกลางของจอมมาร กระแทกเข้ากับหมัดอ่อนหยุ่นของเซียนชรา หมัดอ่อนหยุ่นกลับไม่ได้อัดแน่นด้วยพลังทำลาย แต่กลับเป็นพลังในการสกัดกั้นดึงรั้ง ทำให้ร่างแยกของจอมมารชะงักค้างอยู่กลางอากาศ แต่อีกสองร่างยังคงเคลื่อนไหวต่อไปหนึ่งพุ่งเข้าใส่เซียนชรา และหนึ่งในนั้นหาได้สนใจเซียนชรา กลับพุ่งผ่านร่างของเซียนชราไปยังนักรบนับพันที่เบื้องหลัง

               

                แม้เซียนชราเป็นกังวลว่านักรบที่อยู่เบื้องหลังตนจะไม่อาจรอดพ้นความตาย แต่ก็ไม่มีเวลาใคร่ครวญ ฝ่ามือที่ประกบกันเป็นรูปดาบของจอมมาร ฟันฉับจากบนลงล่างรวดเร็วปานสายวิชชุที่ลามเลียสู่เบื้องต่ำ เซียนชรายกแขนซ้ายงอศอกตั้งเป็นสามเหลี่ยมกระแทกขึ้นบนเพื่อต้านรับ แต่เมื่อสัมผัสถูกพลังที่แผ่ออกมา กลับพบว่าผิดท่า เพราะมันเบาบางเกินไป เสี้ยววินาทีนั้นเหลือบตามองไปยังร่างแยกของจอมมารที่รับหมัดอ่อนหยุ่นกำลังแตกสลายออก จิตใจยิ่งหนักอึ้งแต่ยังดีที่ไพ่ตายของเซียนชรานั้นหาใช่ นักรบทั้งหนึ่งพัน แต่เป็นสุดยอดฝีมือสิบสองคนเท่านั้น และแน่นอนว่าทั้งสิบสองล้วนยังไม่ได้ออกรบในตอนนี้

 

                เมื่อร่างจริงของจอมมารพุ่งเข้าสู่กลางวงของค่ายกลรูปลิ่ม เหล่านักรบก็ฝืนต้านอย่างสุดกำลัง แต่แกะนับร้อยไม่อาจต้านราชสีห์ดุร้าย จอมมารเคลื่อนผ่านไปที่ใด ล้วนหมายถึงชีวิตที่ปลิดปลิวของเหล่านักรบ แม้เป็นเพียงชั่วเสี้ยวลมหายใจ แต่กลับมีนักรบตกตายนับสิบคน

 

                เซียนชราไม่อาจรั้งรอพุ่งตามติดจอมมารไปด้วยท่าร่างที่รวดเร็วปานสายฟ้า พร้อมสั่งให้ทั้งหมดแยกขยายออก กลับสู่สภาพของค่ายกลปิดล้อม และหลีกเลี่ยงการปะทะหักหาญ แต่ไม่ทันที่ขบวนทัพจะปรับเปลี่ยนเสร็จสิ้น สายตาของเซียนเฒ่าก็เหลือบไปเห็น แสงริบหรี่สุดท้ายของมันที่ไกลออกไป สีหน้านิ่งเฉยมาดมั่นตลอดมา กลับกลายเป็นบูดเบี้ยวปั้นยาก ยิ่งมองตามทิศทางการเคลื่อนที่ของจอมมารหัวใจยิ่งเต้นถี่รัว ความเร็วที่ถึงขีดสุดกลับเร่งเร็วขึ้นได้อีก แม้จะปรากฏโลหิตซึมไหลออกมาจากมุมปาก แต่กลับฝืนทน มิอาจยินยอมให้สองความหวังสุดท้ายที่หลงเหลือของมันร่วมตกตายในศึกครั้งนี้

 

                "หนิงฟาง หนิงเอ๋อ หนีไปปปปป!!!!" เสียงที่อัดแน่นด้วยลมปราณสะท้านดังไปทั่วทั้งสมรภูมิ

                หญิงสาวทั้งสองสั่นสะท้านจากภวังค์ หนิงฟางที่สะอึกตื่นขึ้นก่อนพลันทำกระจกวิเศษหลุดจากมือล่วงหล่นลง หนิงเอ๋อที่ฟื้นตื่นขึ้นทีหลัง แต่กลับตั้งสติได้ดีกว่า พลันทะยานร่างพุ่งเฉียงลงต่ำ แต่กว่าจะคว้าฉวยกระจกเชื่อมฟ้ากลับสู่มือ ร่างงามก็อยู่ต่ำจากจุดเดิมร่วมสิบวา

 

                หนิงฟางที่เพิ่งเรียกสติได้ตระเตรียมจะตามลงไปสมทบกับหนิงเอ๋อ แต่แล้วลมปราณร้อนลวกสายหนึ่งกลับพุ่งเข้ามาร้อยรัดหล่อนเอาไว้จนยากเคลื่อนไหว

 

                "ฮ่า ฮ่า ฮ่า" เสียงหัวเราะของจอมมารสะท้านก้อง "เจ้าเก็บซ่อนธาตุศักดิ์สิทธิ์เอาไว้ตลอดมา แต่ครานี้กลับนำมาสู่สมรภูมิ มีหรือที่ข้าจะยอมปล่อยโอกาสงามเช่นนี้ให้หลุดลอย"

 

                เซียนเฒ่าได้ยิน ก็กระอักโลหิตพรวดออกมา แต่หาใช่เพราะบาดเจ็บภายใน แต่เป็นการผลาญพลังชีวิตออกเพื่อเร่งเร้าท่าร่างให้ทะลุขีดขั้นของตัวเอง จนไล่หลังจอมมารห่างเพียงไม่กี่วา

                "สิบสองขุนพล!!!" เสียงตวาดก้อง ร่างของขุนพลแกร่งทั้งสิบสองคนก็ ทะยานออกจากเจดีย์แปดเหลี่ยม ของวิเศษของเซียนชรา ไม่ต้องเอ่ยคำสั่งใด ๆ ขุนพลทั้งสิบสองคนก็ทะยานออกไปตามตำแหน่งของตัวเอง โดยมีจอมมารเป็นจุดกึ่งกลาง แต่เพราะท่าร่างของจอมมารนั้นว่องไวเกินกว่าที่ทั้งหมดจะล้อมเอาไว้ได้ ทำให้การตั้งขบวนรบไม่ประสบผล แต่กลับกลายเป็นกลุ่มคนทั้งสิบสามที่เหาะเหินตามติดอยู่ที่เบื้องหลังจอมมารแทน

 

                แม้หนิงฟางพลังฝึกปรือจะอ่อนด้อยกว่าเหล่าขุนพลของเซียนชรา แต่ด้วยความเป็นอัจฉริยะ บวกกับมีธาตุศักดิ์สิทธิ์อยู่ในกาย ยามแตกตื่นกลับไม่ลนลาน ใช้ออกด้วยท่าเต่าจำศีล เร่งเร้าพลังเพื่อคุ้มกายจนเกิดม่านแทรกพลังกดดันของจอมมารนับสิบนับร้อยชั้น หมายถ่วงเวลารอคอยความช่วยเหลือ แต่เพราะระดับฝีมือที่แตกต่างกันเกินไป แม้ทักษะเต่าจำศีลจะแข็งแกร่ง แต่เมื่อเทียบกับพลังทมิฬที่ส่งออกมาของจอมมาร เกราะวิเศษก็ไม่ต่างจากเศษกระดาษเปื่อยยุ่ย เพียงฝ่ามือพุ่งผ่านก็ฉีกขาดไม่มีชิ้นดี

                หนิงเอ๋อที่อยู่เบื้องล่างเกร็งลมปราณใสสะอาดดุจกระจกแก้วของหล่อน ตระเตรียมจะเข้าช่วยเหลือ แต่หนิงฟางกลับตวาดลั่นให้หล่อนเปิดใช้งานกระจกเชื่อมฟ้า และหลบหนีไป สุดท้ายเพราะความลังเลทำให้หนิงเอ๋อชะงักอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจเปิดใช้งานกระจกเชื่อมฟ้า

 

                แม้จอมมารจะรับรู้ว่าหญิงสาวที่ถือครองธาตุศักดิ์สิทธิ์อีกคนกำลังหลบหนี แต่หาได้ใส่ใจเพราะตอนนี้ในมือของมันมีร่างของธาตุศักดิ์สิทธิ์อยู่แล้ว

 

                หนิงฟางที่ถูกมือแกร่งยกบีบลำคอไว้ฝืนส่งเสียงทางลมปราณ บอกน้องสาวของตนให้หนีไป แต่จนใจที่ทั้งคู่ผูกพันกันลึกซึ้งจนไม่อาจทอดทิ้ง หนิงเอ๋อละทิ้งประตูมิติที่กำลังขยายออกอย่างไม่ใยดี

 

                เซียนชราที่มาช้าไปก้าวหนึ่งเห็นท่าไม่ดี จำต้องหงายไพ่ใบสุดท้ายก่อนที่สถานการณ์จะสุกงอม "ผนึก 108 ภูผา" เมื่อจอมมารจับตัวหนิงฟางได้ก็หยุดท่าร่างลง ทำให้ขุนพลทั้งสิบสองสามารถล้อมกรอบมันได้ตามที่ฝึกฝนกันมา เหล่านักรบกว่าพันคนที่เหลืออยู่เบื้องหลัง ต่างเคลื่อนตัวเข้าล้อมวง ส่งพลังลมปราณทั้งหมดเข้าสู่ใจกลางทักษะลับ

 

                เซียนชราที่อยู่ห่างจอมมารเพียงแค่สองวา แผ่พุ่งพลังทั้งหมดของตนออกมา จนเกิดเป็นเสาลมปราณ แสงสว่างพวยพุ่งขึ้นจนทะลุชั้นฟ้า ร่างที่เคยชรากลับกลายเป็นหนุ่มแน่น ใบหน้าชรากลับกลายเป็นคมคายหล่อเหลาราวรูปสลัก คิ้วขาวหดสั้นและดำเข้มขึ้น ผมขาวกลับกลายเป็นดกดำ ทั้งร่างขาวผ่องโปร่งใส จนแทบจะมองทะลุเห็นเส้นเลือดที่ระอุเดือดอยู่ภายใน

                ภาพเทวรูปพันกรปรากฏที่เบื้องหลังของเซียนเฒ่าที่กลับกลายเป็นหนุ่มอีกครั้ง ฝ่ามือทั้งพันพุ่งพรวดเข้ากดทับจอมมาร แรงกดดันมหาศาลราวกับจะป่นดาวทั้งดวงลงให้แหลกลาญในคราเดียว พลังหนาหนักกดทับเข้าใส่จอมมารจากทางด้านข้าง หวังจะให้มันเปลี่ยนกระบวนท่า ปล่อยมือจากหนิงฟางเพื่อมารับมือกับตนเอง

 

                "ร้ายกาจนัก" คำพูดหลุดจากปากจอมมาร "ครานี้นับว่าเจ้าตระเตรียมมาดียิ่ง ดีจนทำให้ข้าต้องใช้ทักษะลับเข้าสู้...อาชูร่า!!!" สิ้นคำกล่าวร่างของจอมมารก็เบ่งพองออก แขนอีกสองข้างพลันโผล่ทะลุออกจากกลางหลัง ไม่เพียงเท่านั้นปรากฏศาตราวิเศษกระชับแน่นอยู่ในมือที่งอกออกมาใหม่ทั้งสองข้าง

                หนึ่งกระบี่ หนึ่งดาบประสานกันเป็นรูปกากบาท อาบเคลือบด้วยปราณแข็งกร้าว ยกชูขึ้นต้านรับพลังบดขยี้ทั้งพันสายของเซียนเฒ่า การจู่โจมหลักยังไม่ทันปะทะกัน ก็ปรากฏอากาศหว่างกลางถูกบีบอัดจนเกิดเปลวเพลิงร้อนแรง แต่กลับไม่ปรากฏเสียงใด ๆ เล็ดลอดออกมา ทั่วทั้งสมรภูมิมีเพียงความสงบ จนชั่วหนึ่งลมหายใจผ่านพ้นแรงสั่นสะเทือนสะท้านขวัญ พลันแตกระเบิดออกในทุกทิศทาง ร่างของนักรบที่อยู่ใกล้ แตกระเบิดออกแทบจะในทันที ส่วนผู้ที่อยู่ไกลออกไปล้วนได้รับบาดเจ็บบอบช้ำมากน้อยตามแต่ระยะทาง ส่วนขุนพลทั้งสิบสองพลังฝีมือสูงส่ง เพียงกระอักโลหิตสีดำคำหนึ่ง สีหน้าทุกคนต่างขาวซีด แต่ยังคงรักษาตำแหน่งเดิมของตัวเอาไว้ได้ ปากก็ยังคงร่ายมนต์พิธีของผนึกสะกดอยู่ไม่คลาย

 

                เซียนชราตาดวงตาเบิกกว้าง เพราะการจู่โจมที่อัดแน่นด้วยพลังฝึกปรือทั้งหมด รวมถึงพลังชีวิตบางส่วนของตัวเอง ทำได้เพียงแค่ทำลายยอดศาตราหนึ่งดาบ หนึ่งกระบี่ รวมถึงแขนทั้งสองที่งอกเงยขึ้นมาใหม่ แม้ร่างจอมมารจะบาดเจ็บบอบช้ำภายในพอสมควร แต่หาได้บาดเจ็บสาหัสจนมิอาจต่อสู้ ความห่างชั้นของพลังล้วนปรากฏชัด

                "ม..ม..มะ...ม่ายยยย" แต่แล้วเซียนเฒ่าตะโกนออกมาทั้งน้ำตา เมื่อเห็นจอมมารบีบอัดร่างของหนิงฟางจดบดบี้เป็นก้อนกลมเลือดเนื้อ และอัดแน่นกลับกลายเป็นธาตุพลังสีขาวใสราวแก้วผลึก มันอยากจะพุ่งเข้าแลกชีวิตกับจอมมารเสียเดี๋ยวนี้ แต่เพราะการใช้ออกด้วยทักษะเทวราชพันกร นั้นเกินกำลังของมันแล้ว ทั้งร่างความจริงควรสั่นเทา และมิอาจยืนหยัดอยู่ แต่เพราะต้องสะกดข่มอาการเอาไว้เพื่อถ่วงเวลาให้...ผนึก 108 ภูผา...ลุล่วงเสียก่อน

 

                เอือก...แม้จอมมารจะรู้ว่าการกลืนกินธาตุศักดิ์โดยที่ยังมิได้สกัดกลั่นนั้นจะมีผลเสีย ทำให้พลังฝีมือตกต่ำลง และสูญเสียพลังของธาตุศักดิ์สิทธิ์ไปมากโข แต่หากต้องรับมือกับเซียนเฒ่ารวมถึงขุนพลทั้งสิบสอง ทั้งที่ต้องประคองร่างของหนิงฟางเอาไว้ คงเป็นการยาก ครั้นจะปล่อยให้หลุดลอยไปก็น่าเสียดายเกินไป ทำให้มันตัดสินใจบดร่างของหนิงฟางที่สิ้นสติจนเป็นก้อนพลังงานก่อนจะกลืนกินลงไปแทน ส่วนสายตาก็เหลือบลงต่ำ หมายมั่นจะเก็บเกี่ยวธาตุศักดิ์สิทธิ์อีกอันที่เหลืออยู่ ซึ่งดูจะล้ำค่ากว่าของที่มันกำลังกลืนกินอยู่ในตอนนี้

 

                "เสร็จรึยัง!!!" เส้นเลือดปูดโปนออกโดยรอบศีรษะของเซียนเฒ่า  ตลอดเวลาหลายพันปีนับแต่มันบรรลุขึ้นเป็นเซียนวิเศษ ไม่มีคราใดที่มันจะเกรี้ยวกราดเช่นนี้มาก่อน การเห็นความหวังแห่งอนาคตของแดนดินต้องดับสูญไปต่อหน้าต่อตา ทำร้ายจิตใจของมันเกินกว่าที่จะรับได้อีก

 

                "ขออีกสิบลมหายใจครับ" ครานี้เป็นหัวหน้าขุนพลส่งเสียงตอบเซียนชราทางลมปราณ

 

                "หนิงเอ๋อ รีบหนีไป" เซียนชรารีบเอ่ยดักคอเมื่อเห็นความหวังสุดท้ายของมันกำลังเป็นแมงเม่าที่วิ่งสู่กองเพลิงอีกคน "หนีไปปป!!!"

 

                "อาจารย์ศิษย์ไม่อาจ..." น้ำตาหลั่งไหลเป็นสาย กระบี่บางถูกชักออกมากระชับมั่นในมือ ร่างจำแลงที่งดงามดุจนางฟ้าสลายปีกจากเบื้องล่างพุ่งสูงขึ้นสู่ท้องนภา คมมีดที่จ่อพุ่งยังเบื้องบนกรีดตัดความเวิ้งว้างอย่างบ้าคลั่ง คมกระบี่ที่ใช้ออกล้วนผสมปนเปด้วยความคลุ้มคลั่ง และโศกเศร้าจนมิอาจเปรียบ

 

                สายตาทอดอาลัยของเซียนเฒ่าจ้องมองหนิงเอ๋อ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยความเสียดาย "เจ้าบรรลุเพลงกระบี่ถึงขั้นหลอมรวมเข้ากับเต๋าในห้วงเวลาเช่นนี้" ในใจนึกก่นด่าโชคชะตาทำร้ายอัจฉริยะเช่นหนิงเอ๋อ หากให้เวลาหล่อนอีกสักหน่อย มันเชื่อว่าหญิงสาวต้องเหนือล้ำกว่าตัวมันเองอย่างเทียบไม่ติด และไม่แน่หล่อนอาจจะสังหารจอมมารลงได้ในอนาคต แต่ทุกอย่างกำลังสูญสลาย เวลานี้เด็กสาวยังห่างชั้นจากจอมมารอย่างมิอาจเทียบ ต่อให้มีเพลงกระบี่สูงล้ำ แต่พลังฝีมือยังไม่อาจเทียบกับขุนพลทั้งสิบสองด้วยซ้ำไป

 

                แม้ในใจคิดคำนึงไปไกล แต่สองมือยังคงจู่โจมไม่หยุดยั้ง ทุกหมัดล้วนอัดแน่นไปด้วยความคับแค้น ฝั่งจอมมาร ได้รับบาดเจ็บบอบช้ำ แต่หาได้ร้ายแรง ติดเพียงว่าเพิ่งจะดูดกลืนธาตุศักดิ์สิทธิ์ทำให้ พลังทมิฬในร่างถูกใช้เพื่อล้อมกรอบบดขยี้ดวงธาตุที่ดูดกลืนลงไป ทำให้ไม่อาจใช้พลังออกได้อย่างสะดวกนัก ยังดีที่ศัตรูของมันนั้นอ่อนแอกว่าเดิมอย่างมาก ไม่อาจคุกคามให้มันถอยร่นได้แม้แต่น้อย แต่เมื่อสติของมันชัดเจนขึ้น สองหูได้ยินเสียงสวดของเหล่าขุนพลทั้งสิบสองชัดเจน สีหน้าก็แปรเปลี่ยนกลับกลาย มันเหม่อมองดูเซียนชราราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ เพราะมันยังจำความรู้สึกที่โดยกักขังอยู่ในดินแดนอเวจีนับสิบปีได้เป็นอย่างดี และแน่นอนว่ามันจะไม่ยอมให้ลูกเล่นแบบเดิม ๆ นั้นเกิดขึ้นอีกครั้งแน่

 

                "หนอย พวกแกเจ้าเล่ห์ยิ่งนัก คิดจะผนึกข้าเอาไว้อีกครั้ง อย่าฝันไปเลย" เอ่ยจบจอมมารก็ไม่เก็บออมพลังอีก เลิกดูดกลืนดวงธาตุพลังของหนิงฟาง หันมาแผ่พุ่งพลังเข้าใส่เซียนเฒ่าจน กระเด็นตีลังกาถอยห่างออกไปร่วมสิบวา

 

                ...เวลาเพิ่งผ่านพ้นไปเพียงสี่ลมหายใจเท่านั้น มหาเวทย์ผนึกอาคมยังคงต้องการเวลาอีกครู่หนึ่ง

                ...สิบลมหายใจช่างเนินช้ายิ่งนัก

                เซียนเฒ่ากัดฟันใช้พลังผลาญชีวิต เผาไหม้ลมปราณแท้จนตันเถียนร้อนลวกราวกับเตาหลอม ฝืนสะกดอาการบาดเจ็บภายใน ปล่อยออกหนึ่งฝ่ามือเพื่อสกัดไม่ให้จอมมาร มุ่งไปยังหนึ่งในสิบสองขุนพลที่อยู่ใกล้ที่สุด แต่ดูท่าหนึ่งฝ่ามือไม่อาจขวางกั้น จอมมารไม่แม้แต่จะหันกลับมาสนใจ มันเพียงเกร็งพลังปราณจนหนาแน่นราวกับเกราะเม่น กระแทกสะท้อนฝ่ามือของเซียนเฒ่าออกไป แม้ได้รับบาดเจ็บเพิ่มเติม แต่พลังของฝ่ามือก็ช่วยส่งร่างของมันให้ถลันขึ้นไปไวกว่าเดิมเช่นกัน เซียนเฒ่าที่ถูกแรงปะทะผลักออกจนเสียการทรงตัว พยายามควบคุมร่างของตนให้กลับมาบังคับได้อีกครั้ง แต่ดูเหมือนพลังในร่างนั้นแทบจะกลวงว่าง ไม่อาจหยุดยั้งแรงปะทะได้ในเวลาอันสั้น ล่วงหล่นลงอย่างไร้ทิศทาง แต่แล้วสายตาก็เหลือบไปเห็นท่าร่างระหงที่ทะยานสวนขึ้นมาของหนิงเอ๋อพุ่งตรงขึ้นไป

 

                คมกระบี่พุ่งตัดเฉือนราวกับคมเขี้ยวของอสูรร้าย พุ่งเข้าใส่จอมมารที่เบื้องหลัง เกราะลมปราณที่เพิ่งแตกสลายไม่อาจคงสภาพสมบูรณ์ดุจเดิมอีก เลือดเนื้อปลิวปลิว เป็นเส้นสาย เกิดร่องรอยกระบี่สานกันถี่ยิบบนแผ่นหลัง ถูกความเจ็บปวดแทรกซึมทำร้าย แต่ยังดีที่ร่างของมันนั้นฝึกจนถึงขั้นอยู่หน้าประตูแห่งเทวะแล้ว คมกระบี่ของหนิงเอ่อจึงเพียงตัดเฉือนแต่เลือดเนื้อภายนอก มิอาจทะลวงเข้าสู่ภายใน ยิ่งมิต้องเอ่ยถึงลมปราณอันอ่อนด้อยของหล่อน นั่นยิ่งมิอาจแทรกซึมทำร้ายจอมมารได้แม้เพียงน้อย การโจมตีที่เกินขีดจำกัดของหญิงสาวจึงทำได้เพียงชะลอความเร็วของจอมมารลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

 

                แม้อยากจะทะยานขึ้นให้ห่าง แต่เพราะหล่อนเป็นร่างที่บรรจุธาตุศักดิ์สิทธิ์ ทำให้จอมมารลังเลจังหวะหนึ่ง ก่อนจะใช้ออกด้วยท่าโจมตีทางวิญญาณ เพื่อหยุดยั้งสภาวะของหนิงเอ๋อก่อน และพลังวิญญาณที่แข็งกร้าว ส่งผลให้หญิงสาวแข็งค้างอยู่ที่กลางอากาศ สติเละเลือนไปชั่วขณะ

 

                ...อีกเพียงแค่สามลมหายใจ มหาเวทย์ผนึกอาคมก็จะเสร็จสิ้น

 

                แต่ดูเหมือนว่าเวลาของเหล่าขุนพลจะไม่เพียงพอเสียแล้ว หมัดของจอมมารกระแทกทำร้ายขุนพลของเซียนเฒ่าที่อยู่ใกล้ที่สุด จนได้ยินเสียงกระดูกแตกละเอียดดังสะท้าน เพราะการฝืนตั้งรับอยู่กับที่ ร่างสั่นสะท้านทรุดตัวลงที่จุดเดิม แต่เพราะจิตใจที่กล้าแกร่ง ฝืนทนรับการจู่โจม ไม่ยินยอมหลุดออกจากตำแหน่งแม้แต่ก้าวเดียว แม้ว่าเลือดจะทะลักออกจากทวารทั้งเจ็ด จนแทบจะประคองสติเอาไว้ไม่อยู่ ทั้งร่างส่ายโงนเงนไปมาไม่หยุด แต่ปากยังคงพยายามพึมพำบทสวดคาถาไม่คลาย แม้จะช้าลงไปบ้าง แต่คาถาก็ยังคงไม่แตกสลาย

 

                จอมมารยิ่งมาใบหน้ายิ่งบูดเบี้ยว เตรียมจู่โจมกระแทกอีกครั้ง หมายป่นร่างของขุนพลผู้นี้ให้แหลกเละไปต่อหน้า แต่ชั่วจังหวะเดียวกันนั้น ร่างของมันก็ชะงักค้าง จู่ ๆ หน้าอกของจอมมารปูดโปนออก แสงสีขาวนวลแผ่พุ่งออกมาจากร่างของจอมมารโดยมีจุดกำเนิดอยู่ที่ตรงกลางหน้าอก

 

                "พี่หนิงฟาง..." หนิงเอ๋อปากสั่นระริก สติกลับคืนมาอีกครั้ง หล่อนรับรู้ได้ถึงจิตวิญญาณของพี่สาวตัวเอง

 

                แม้ร่างแหลกสลาย แต่จิตวิญญาณยังคงอยู่ ก่อนที่จะถูกสังหาร หนิงฟางบีบอัดจิตวิญญาณของตัวเองแทรกเข้าไปดวงธาตุศักดิ์สิทธิ์ หมายจะระเบิดดวงธาตุให้แตกสลายไปพร้อมกับจอมมาร แต่เมื่อแรกจอมมารหมายจะกลืนกินดวงธาตุในทันที จึงได้ใช้พลังทมิฬของตัวเองบีบสะกดดวงธาตุเอาไว้ และค่อย ๆ ย่อยสลายดวงธาตุอย่างช้า ๆ ทำให้จิตสำนึกที่หลงเหลือของหนิงฟางมิอาจทำอย่างไรได้ แต่เมื่อจอมมารเลือกที่จะคลายการบีบรัดดวงธาตุศักดิ์สิทธิ์ จิตสำนึกของหนิงฟางก็ค่อย ๆ ควบคุมดวงธาตุได้อีกครั้ง จนกระทั่งจิตสำนึกของหล่อนทำมันได้อย่างสมบูรณ์ในที่สุด

 

                บรึ้ม บรึ้ม บรึ้ม !!!

                เสียงดวงจิตที่แตกระเบิดเป็นผุยผงของหนิงฟาง ไปพร้อมกับดวงธาตุศักดิ์จากภายในร่างของจอมมาร ทำให้มันได้รับบาดเจ็บสาหัสในทันที แต่แรงระเบิดยังคงส่งผลร้ายต่อร่างของขุนพลที่อยู่ใกล้ ซึ่งกำลังจะสิ้นสติให้ล้มลง และขาดใจตายไปพร้อมกัน

 

                ดวงจิตที่ระเบิดแตกของพี่สาวสุดที่รักของหนิงเอ๋อ จุดประกายความคิด เรื่องการตกตายดีกว่าอยู่อย่างเจ็บปวดปะทุขึ้นอีกครั้ง หล่อนรวมรั้งพลังทั้งหมดที่มีเข้าสู่กระบี่ พุ่งทะยานขึ้นไปเสือกแทงเข้าใส่จอมมาร เซียนเฒ่าที่หยุดยั้งร่างของตัวเองได้แล้ว เห็นเหตุการณ์ทุกอย่างชัดเจน แต่ไม่อาจเรียกร้องให้หนิงเอ๋อหยุดยั้งได้อีก จึงเลือกที่จะผสานเสริมไปกับหล่อนแทน พุ่งร่างตามติดหนิงเอ๋อขึ้นไป แผ่พุ่งลมปราณหลายพันปีส่งให้หญิงสาวอย่างไม่หยุดยั้ง

 

                จอมมารที่ร่างลอยคว้างหลุดล่วงลงมาอย่างมิอาจควบคุมบังคับ เบิกตากลมโตกว้าง หมายใช้ออกด้วยท่าลับรักษาชีวิต แต่มิได้คาดคิดว่าหญิงสาวกลับมองจุดตายของมันออก คมกระบี่บีบอัดจนเล็กเรียวเท่าปลายเข็มทิ่มตรงเข้าใส่ดวงตาข้างขวาของจอมมาร ที่กำลังเบิกอ้าจนสุดรั้ง

                ความแหลมคมของกระบี่วิเศษทิ่มแทงเข้าใส่ดวงตา พลันหยุดชะงักกึกราวกับทิ่มเข้าสู่บ่อโคลน แรงทำลายล้วนมลายหายไปแทบสิ้น แต่แล้วเมื่อพลังของเซียนเฒ่าส่งมาถึง หนิงเอ๋อก็ทะลึ่งตัวพรวดขึ้นไปเบื้องบนอีกครั้ง คมกระบี่ที่อ่อนโทรมกลับเต็มเปี่ยมด้วยพลัง เสียงของเกราะคุ้มกายแตกดังสนั่นดุจเดียวกับเสียงโลหะที่ถูกบีบทำลาย แต่เมื่อตัวกระบี่สัมผัสถูกดวงตาของจอมมาร กลับเบี่ยงโค้งออก ไม่สามารถทำลายได้ ราวกับกระบี่กลับกลายเป็นเหล็กที่อ่อนยวบ แต่เพราะพลังที่คมกล้าของหนิงเอ๋อ บวกกับลมปราณหลายพันปีของเซียนเฒ่าที่ทุ่มเททุกสิ่งในการจู่โจมครั้งนี้ คมกระบี่ที่อ่อนยวบกลับเบี่ยงอ้อมดวงตากว้านลึกเข้าไปในเบ้าตาของจอมมาร กระแทกเข้าใส่ภายในศีรษะของมันโดยตรง ก่อนที่จะถูกพลังเฮือกสุดท้ายของจอมมารปัดร่างของทั้งคู่กระเด็นออกมา พร้อมดวงตากลมที่หลุดออกมาจากเบ้าตกลงไปยังพื้นเบื้องล่าง

 

                จอมมารตะโกนร้องออกมาด้วยความเกรี้ยวกราด แต่เพราะร่างกายบาดเจ็บบอบช้ำเกินกว่าที่จะจู่โจมเคลื่อนไหว บวกกับมหาเวทย์ผนึกอาคมที่เกือบสมบูรณ์ เริ่มจะส่งผลกดทับร่างของมันให้หนักหน่วงราวกับถูกถ่วงด้วยขุนเขานับร้อยลูก


                ร่างของหนิงเอ๋อ ที่ฝืนโจมตีเกินกำลัง บวกกับต้องเป็นภาชนะทางผ่านพลังอันมหาศาลของเซียนเฒ่า ทำให้หล่อนไร้ซึ่งสติหลุดล่วงลงไปยังเบื้องล่าง แต่ยังดีที่เซียนเฒ่ายังมีสติอยู่ จึงรับร่างของหล่อนเอาไว้ในอ้อมแขน ก่อนที่เซียนเฒ่าจะฝืนใช้ออกด้วยพลังชีวิตเฮือกสุดท้าย ทะยานผ่านร่างของจอมมารขึ้นไปยังตำแหน่งของขุนพลที่เสียชีวิตก่อนหน้า แล้วทำการเริ่มร่ายมหาเวทย์ผนึกอาคมที่เหลืออยู่

 

                จอมมารจ้องมองดูร่างของเซียนเฒ่าที่เหินทะยานขึ้นไปเหนือตนด้วยสายตาที่คับแค้น แต่มิอาจทำอย่างไรได้ แม้มันจะมีร่างอมตะ แต่กลับไม่อาจอยู่สู้จนจบ แม้มันจะมีพลังมากล้น แต่กลับไม่อาจใช้ออก และตามติดด้วยเหตุผลอีกนานัปการในสมองของจอมมาร แต่สุดท้ายบทสรุปกลับไม่เข้าข้างมัน และเป็นอีกครั้งที่มันพลาดพลั้ง

.

.

.

                แสงสีทองอร่ามเจิดจ้าแผ่ปกคลุมไปทั่ว ไม่รู้ว่าราตรีกาลผ่านไปเนินนานเท่าใด ก่อนที่แสงสว่างนั้นจะดับมืดลงอีกครั้ง ความมืดถูกแสงอ่อนรำไรของยามเช้าสาดซัดเข้าใส่ ร่างของผู้เสียสละทั้งสิบสองยังหยุดยืนอยู่กลางเวหา เมื่อแสงแรกของวันสาดซัดผ่านกึ่งกลางของค่ายอาคม ก็หาได้ปรากฏร่างของจอมมารผู้ยิ่งใหญ่อีก และเมื่อแสงอาทิตย์ลามเลียไปจนถึงร่างของขุนพลคนสุดท้าย ร่างของขุนพลที่เหลือทั้งสิบเอ็ดก็ค่อย ๆ แตกสลายกลายเป็นผุยผง ปลิวพัดไปตามสายลมเอื้อยที่ไหลลัดเลาะมาตามทิวเขา มีเพียงร่างชราหลังงองุ้มที่ยังคงยืนยั้ง อุ้มร่างของหญิงสาวไร้สตินางหนึ่งเอาไว้มั่น

 

                ร่างชราสั่นเทาด้วยกำลังจะสิ้นไร้เรี่ยวแรง การบำเพ็ญเพียรอันยาวนานของมันกำลังจะสิ้นสุดลงแล้ว ชีวิตอมตะหาใช่การไม่มีวันแตกดับ ปากที่สั่นเทามองดูใบหน้าของเด็กสาวในอ้อมกอดอย่างมีความสุข มันรู้ว่าตัวมันและเหล่าผู้กล้าทั้งหลายที่ติดตามมาในครั้งนี้ ล้วนกำลังจะกลายเป็นอดีตในอีกไม่กี่อึดใจข้างหน้า หากแต่เด็กสาวในอ้อมแขนกลับเป็นอนาคตของพวกมัน

                ...ปากบางอันแห้งผาก สั่นเทาเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยคำสุดท้าย ของช่วงชีวิตอันยาวนาน

                ..."ฟ้าสางแล้ว"...ร่างของเซียนอมตะผู้ยิ่งใหญ่นานหลายพันปีค่อย ๆ แตกสลายเป็นขี้เถ้า และปลิดปลิวไปตามลมเฉกเช่นเดียวกับสหายร่วมรบทั้งหลาย ปล่อยให้ร่างไร้สติของหญิงสาวตกล่วงหล่นลงสู่พื้นเบื้องล่าง ราวกับนางฟ้าที่ล่วงหล่นลงจากสวรรค์สู่พื้นดิน

 

                ...สงครามต่อสู้กับจอมมารจบลงแล้ว พันภูผาหมื่นนทียังคงอยู่ แม้จะเว้าแหว่งไปบ้าง แต่ก็มิได้ถูกทำลายจนสิ้น แม้ต้นไม้ใหญ่ซึ่งเป็นเสาหลักจะโค่นล้ม และพวกเขาอ่อนแอลง แต่ต้นอ่อนทั้งหลายยังคงอยู่ และรอวันผลิบานฟื้นคืนขึ้นอีกครั้งบนผืนดินอันสมบูรณ์แห่งนี้


...จบบทนำ...

***ปล.เรื่องนี้ตั้งใจเขียนมาก ๆ วางพล็อตเรื่องแบบจริงจังครั้งแรก ก็หวังว่าจะชื่นชอบกันเยอะนะครับ 

ถ้าชอบแนวแฟนตาซี แนะนำเรื่องใหม่ด้วยนะครับ

https://my.dek-d.com/MoMiMar/writer/view.php?id=1923504


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.291K ครั้ง

38 ความคิดเห็น

  1. #4599 Chalida Chomboonma (@dai45) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 มีนาคม 2562 / 02:45

    อัพพพพพพ
    #4599
    2
    • #4599-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 1)
      4 มีนาคม 2562 / 11:54
      งืม ๆ
      #4599-1
  2. #4444 Nista0227 (@Nista0227) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:42
    เอ่ออยู่ทำไมไม่หนีไปแต่แรกอ่ะ.?
    #4444
    3
    • #4444-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 1)
      9 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:44
      ต้องลองอ่านดูครับ ^ ^
      #4444-1
    • #4444-3 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 1)
      9 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:15
      ขอบคุณครับ มันมีเฉลยนะ แต่คนอ่านจะเข้าใจป่าวไม่รู้ ^ ^
      #4444-3
  3. #4267 ganako (@ganako) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 15:58
    หนีไปแต่แรกกะจบแล้ว
    #4267
    0
  4. #4226 noname00121 (@arpatanthakan) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 00:16
    บรรยายดี แต่อ่านแล้วรำคาญมากเรื่องนิสัย
    #4226
    1
    • #4226-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 1)
      10 มกราคม 2562 / 09:04
      ลองอ่านดูก่อนจ้า ตัวละครบทนำ มันเกริ่นเรื่องเฉย ๆ ครับ ^ ^
      #4226-1
  5. วันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 / 17:06
    สนุกมาก แค่บทนำก็สุดยอดละ
    #4076
    0
  6. #4060 youyou555 (@youyou555) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 16:49
    ไม่ว่าเรื่องไหน ผู้หญิงมักจะเป็นเหตุให้ชิบหายตลอด
    #4060
    0
  7. #3212 smc38752 (@smc38752) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2561 / 21:59
    บรรยายได้เก่งมากเลยครับ ได้อารมณ์จนผมอยากให้หนิงเอ๋อ,หนิงฟางตายไปให้พ้นๆ 55
    #3212
    2
    • #3212-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 1)
      27 สิงหาคม 2561 / 07:53
      555+ รอให้อ่านถึง จิวซิน ก่อน แล้วจะรู้่ว่า สองคนแรกดูน่ารักไปเลย
      #3212-1
    • #3212-2 raypumpum (@raypumpum) (จากตอนที่ 1)
      27 กันยายน 2561 / 23:31
      เห็นด้วย
      #3212-2
  8. #3131 Witaya_l (@Witaya_l) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2561 / 21:42
    สนุกมากครับ
    #3131
    0
  9. #3057 RainbowintheSky (@RainbowintheSky) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 19:00
    เขียนดีมากค่ะ แต่แอบหงุดนางทั้ง2ทำไมใช้กระจกหนีไปแต่แรก ฮ่วย
    #3057
    1
  10. #3018 Zephyr-N (@NightD) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2561 / 19:49
    จะบอกว่าบรรยายได้โครตเจ๋ง แบบเห็นภาพในหัวเป็นฉากๆ เจ๋งอะไรท์ นี่ยังแอบคิดว่าที่ติดเหรียญนี่มันน้อยไปไหม เห็นเรื่องอื่นๆ ตอนหนึ่งแสนสั้นแต่ติดเหรียญซะอลัง นี่คือเราจะห่วงแทนไรท์ทำไมเนี่ย 55555 แบบคุ้มค่ามากกก ไลค์
    #3018
    1
    • #3018-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 1)
      17 สิงหาคม 2561 / 09:49
      ขอบคุณครับ จริง ๆ เรื่องนี้ถ้าตามอ่านตลอด จะเปิดอ่านฟรีก่อนติดเหรียญ ^ ^ ไรท์อยากให้คนอ่านเยอะ ๆ เพราะอยากได้ความคิดคนอ่าน มาช่วยปรับวิธีเขียนด้วย(ฝึกเขียนไปพร้อม ๆ กันเลย) แพ็คที่เก็บก็ถือว่าได้เกินกว่าที่คิดเอาไว้แล้วครับ
      #3018-1
  11. #3003 one221star (@one221star) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2561 / 16:37
    ตัวเองชายหรือหญิง
    #3003
    0
  12. #2542 อาริกาโตะ Yass (@Chai996) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2561 / 12:02

    ไม่น่ะ​ หนิงฟางเมียข้า ว่าไปนั้น


    หลอเลื่อนเป็นอย่างดีครับ


    สนุกๆ

    #2542
    0
  13. #2272 7eLeMent (@morningsky) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2561 / 15:28
    บรรยายดีมากครับ แต่ขัดใจแม่นางกายาธาตุศักดิ์สิทธิ์ทั้งสองนี่มาก 55555555
    #2272
    0
  14. วันที่ 1 มิถุนายน 2561 / 17:04
    บทนำ ทำได้ดีมากครับอ่านไหลลื่นมาก
    #1885
    1
    • #1885-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 1)
      1 มิถุนายน 2561 / 19:29
      ขอบคุณครับ แต่ที่ลงเด็กดีนี่คือแค่ตรวจคำผิด ถ้าเอาฉบับสมบูรณ์ที่กำลังจะขายใน MEB จะดีกว่านี้หน่อยหนึ่ง
      #1885-1
  15. #1784 chacor. (@saguradark) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2561 / 11:28
    น่าสนใจดีครับ=0=
    #1784
    0
  16. #1535 mukxarev (@mukxarev) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 / 07:17
    โง่ และน่าเบื่อ
    #1535
    3
    • #1535-1 " ChAoS " (@bl00d) (จากตอนที่ 1)
      8 พฤษภาคม 2561 / 16:56
      ไม่ชอบก้อย่าปากดีครับเอาเวลาไปเขียนของตัวเองเถอะเอาให้ดีนะครับจะรออ่าน????
      #1535-1
    • #1535-3 PongsakNisaytong (@PongsakNisaytong) (จากตอนที่ 1)
      24 พฤษภาคม 2561 / 16:29
      พวกขยะ ไม่เขียนจะบ่นเพื่อ ขนาดอ่านฟรี
      #1535-3
  17. #1316 sivakornza (@sivakornza) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 11:40
    ขอบคุณครับ สนุกจริงๆ
    #1316
    0
  18. #924 Freedom-G-Club (@smtomly) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 เมษายน 2561 / 18:40
    น่าสนใจดีจังเลยค่ะ เพิ่งเข้ามาเห็น ติดตามนะคะ
    #924
    0
  19. #909 ThananunKasiruk (@ThananunKasiruk) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 เมษายน 2561 / 00:11
    เพิ่งเข้าอ่านสนุกมากกว่า
    จะอ่านทันวันที่17ป่าวเนี้ยยยย
    #909
    1
    • #909-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 1)
      16 เมษายน 2561 / 15:23
      สู้ ๆ ปิดเที่ยงคืนวันนี้นะ
      #909-1
  20. #897 Blackgate661 (@Blackgate661) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 เมษายน 2561 / 14:42
    สนุกมากครับ
    #897
    1
    • #897-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 1)
      16 เมษายน 2561 / 15:35
      ขอบคุณครับ
      #897-1
  21. #874 น้ำตาสีแดง (@onspeedas2) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 16:12
    <p>พล็อตเรื่องน่าสนใจมากครับ อย่างกับหนังใหญ่เลย ขออ่านรวดเดียวให้ทันก่อนปิดตอน</p>
    #874
    2
    • #874-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 1)
      16 เมษายน 2561 / 15:49
      ขอบคุณครับ เรื่องนี้เดิมวางพล็อตไว้ตั้ง 1 ภาคเลย แต่ตอนนี้ตัดออกไปบ้างละ แต่ก็ยังยาวอยู่ดี เพราะกะวางเอาไว้เป็นจักรวาลหลักอ้างอิงในการเขียนนิยายกำลังภายในเรื่องต่อ ๆ ไปด้วยอะครับ
      #874-1
  22. #814 Noar (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 เมษายน 2561 / 22:06
    บรรยายได้ร้ายกาจมากครับ กว่าจะเสร็จตอนแรกคงใช้เวลาคิดนานเลย
    #814
    2
    • #814-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 1)
      11 เมษายน 2561 / 14:14
      ขอบคุณครับ
      #814-1
    • #814-2 ibighead (@ibighead) (จากตอนที่ 1)
      13 เมษายน 2561 / 20:41
      เห็นด้วยครับ เหมือนอ่านนิยายแปลดีๆเลย หาเรื่องที่คนไทยแต่งแล้วใช้คำได้ดีแบบนี้ได้ยาก
      #814-2
  23. #527 โฮคาบากิ (@141221) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 เมษายน 2561 / 17:38
    แค่บทนำก็สนุกแล้วค่ะ บรรยายดีมากเลย
    #527
    1
    • #527-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 1)
      3 เมษายน 2561 / 19:52
      ขอบคุณครับ แต่เนื้อเรื่องจริง ๆ ภาคนี้เข้มข้นตอน 30 ปลาย ๆ จ้า
      #527-1
  24. #377 xวาuxวาu (@mojikiss) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 มีนาคม 2561 / 19:36
    สนุกดีอ่ะ
    #377
    1
    • #377-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 1)
      30 มีนาคม 2561 / 20:29
      ขอบคุณครับ
      #377-1
  25. #308 feonixsh (@feonixsh) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 มีนาคม 2561 / 18:55
    เนื้อเรื่องดีบรรยายดีมากกกกกกค่ะ.

    คหสต. เวลาอ่านจะสะดุดตรงคำว่าหล่อน คิดว่า หล่อน นี่แหละค่ะที่ทำให้อ่านแล้วมันไม่เข้าพวกที่สุด. คำว่า หล่อน เปลี่ยนเป็น นาง ดีกว่ามั้ยค่ะ. เข้ากับบทบรรยายมากกว่านะค่ะ. พวกหล่อน เป็น พวกนาง เข้ากับนิยายจีนย้อนยุคกว่า

    หล่อน เข้ากับนิยายไทยย้อนยุคมากกว่านะค่ะ
    #308
    1
    • #308-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 1)
      26 มีนาคม 2561 / 19:17
      ขอบคุณครับ มีเพื่อน ๆ เคยเสนอมาละว่าเธอ หลัง ๆ ผมเลยจะใช้คำว่าเธอแทน แต่ยังไม่ได้มีปน ๆ มั่ว ๆ บ้าง เดี๋ยวถ้าว่าง ๆ แล้วจะลองไปไล่แก้คำดูครับ ^ ^
      #308-1