เนตรมารสะท้านฟ้า (恶魔的眼睛)(จบ)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 962,805 Views

  • 4,629 Comments

  • 8,403 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    2,839

    Overall
    962,805

ตอนที่ 14 : เคล็ดวิชาบ่มเพาะกายาแห่งพระเจ้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19737
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1256 ครั้ง
    25 ก.พ. 61

ตอนที่ 13

เคล็ดวิชาบ่มเพาะกายาแห่งพระเจ้า

 

                หลังจากที่เสวี่ยหมิงโดนพลังงานประหลาดที่อยู่ในหีบสีดำกระแทกใส่ เคล็ดวิชาพิสดารนี้ก็ปรากฏสลักอยู่ในจิตใจของเขา และเมื่อเสวี่ยหมิงเข้าใจในความสามารถของเคล็ดวิชาบ่มเพาะกายาแห่งพระเจ้าแล้ว เขาก็ตื่นเต้นจนสุดระงับ เพราะความสามารถของเคล็ดวิชาบ่มเพาะกายาแห่งพระเจ้านั้น มีความสามารถเกินกว่าที่เสวี่ยหมิงจะเคยจินตนาการถึงมาก่อน

 

                ซึ่งเคล็ดวิชาบ่มเพาะกายาแห่งพระเจ้า ถือเป็นเคล็ดวิชาที่ฉีกกฎเกณฑ์ด้านกายภาพของสรรพชีวิตในห้วงจักรวาล หากฝึกสำเร็จถึงขั้นที่หกล้วนเปลี่ยนแปลงจากเลือดเนื้อของมนุษย์กลับกลายเป็นเทพเทวะ แม้กระนั้นเคล็ดวิชากลับมีถึงเจ็ดขั้น เพียงแต่ในขั้นสุดท้ายหามีขอบเขตยกอ้างเรื่องของความสามารถกำกับเอาไว้ เสวี่ยหมิงจึงไม่อาจจินตนาการความแข็งแกร่งของ วิชาบ่มเพาะกายาแห่งพระเจ้าในขั้นสุดท้ายได้

 

                แต่เรื่องราวที่ยกขึ้นมา ล้วนห่างไกลจากสภาพความเป็นจริงในปัจจุบันของเสวี่ยหมิงมากมายนัก เขาจึงไม่ได้ใส่ใจกับขอบเขตอันสูงสุด หรือพลังอันเหนือล้ำที่เอ่ยอ้างเอาไว้ เมื่อตัดสินใจได้ เสวี่ยหมิงก็เลือกที่จะเพ่งสมาธินึกย้อนทวนความทรงจำที่ได้รับถ่ายทอดมาอีกครั้ง

 

                ขอบขั้นแรกของเคล็ดวิชาบ่มเพาะกายาแห่งพระเจ้า เป็นการเสริมความแข็งแกร่งของเลือดเนื้อผู้ฝึกฝนให้มีประสิทธิภาพสูงส่งขึ้นได้หนึ่งเท่าตัว ตามแต่สภาพร่างกายและเผ่าพันธุ์ของผู้ฝึกฝน แม้เสวี่ยหมิงจะไม่ค่อยเข้าใจความหมายของเรื่องเผ่าพันธุ์ที่เอ่ยถึงนัก แต่เขาก็หาได้ใส่ใจ เพราะเรื่องราวหาได้เกี่ยวข้องกับการฝึกฝนเคล็ดวิชาบ่มเพาะกายาแห่งพระเจ้า

 

                ขอบขั้นที่สองของเคล็ดวิชาบ่มเพาะกายาแห่งพระเจ้า เป็นการเสริมความแข็งแกร่งของร่างกาย ทุกส่วนบีบอัดลมปราณที่สะสมอยู่ในร่าง เพื่อเพิ่มความทนทานของร่างกายอีกหนึ่งเท่าตัว รวมถึงเพิ่มอัตราการสูบฉีดโลหิต และเพิ่มขีดความสามารถการดูดซับลมปราณให้รวดเร็วกว่าเดิมอีกสองเท่าตัว เป้าหมายที่ต้องการของเสวี่ยหมิงคือขอบขั้นที่สองของเคล็ดวิชา เพราะหากเขาสามารถดูดซับลมปราณได้เร็วขึ้นสองเท่าตัว นั้นก็เท่ากับว่าเขาจะสามารถฝึกฝนเคล็ดลมปราณได้ไวกว่าเดิมอีกหลายเท่าตัวทีเดียว

 

                ขอบขั้นที่สามของเคล็ดวิชาบ่มเพาะกายาแห่งพระเจ้า เป็นขอบขั้นที่เขาไม่ได้ใส่ใจนัก เพราะเป็นขอบขั้นที่จำเป็นต้องอาศัยสิ่งที่เรียกว่าโลหิตศักดิ์สิทธิ์ในการก้าวข้ามขีดจำกัดของเผ่าพันธุ์ แต่ขีดขั้นความสามารถที่จะได้รับ ก็สูงส่งตามไปด้วยเช่นเดียวกัน เพราะหากสามารถบรรลุถึงขั้นที่สามของเคล็ดวิชาบ่มเพาะกายาแห่งพระเจ้าได้ ร่างกายจะสามารถแข็งแกร่งจนเกินขีดจำกัดของเผ่าพันธุ์ เพียงหมัดที่ไร้ลมปราณก็สามารถมีพลังได้สูงถึงห้าหมื่นถึงหนึ่งแสนจิน กายาแข็งแกร่งไม่ต่างจากยอดศาสตรา อาวุธธรรมดาล้วนฟันแทงไม่เข้า ร่างกายเลือดเนื้อสามารถรองรับลมปราณได้เพิ่มมากขึ้นเป็นเท่าตัว

 

                ตั้งแต่ขอบขั้นที่สี่ของเคล็ดวิชาบ่มเพาะกายาแห่งพระเจ้า ล้วนมีชื่อเรียกเฉพาะของตัวเอง โดยในขอบขั้นที่สี่นั้นถูกบัญญัติให้ชื่อว่าขอบขั้นกายาอสูร ความสามารถของผู้ที่ฝึกได้ถึงขั้นนี้ จะทำให้ร่างกายแข็งแกร่งไม่ต่างจากสัตว์อสูรลมปราณในระดับลมปราณเชื่อมฟ้าดิน เพียงหมัดเดียวสามารถป่นภูผาทั้งลูกให้เป็นผุยผง

 

                ขอบขั้นที่ห้าของเคล็ดวิชาบ่มเพาะกายาแห่งพระเจ้า ถูกบัญญัติเป็นขอบขั้นกายาศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นขอบขั้นแรกที่ถูกเรียกขานเป็นขอบขั้นกายาลมปราณ แต่หาได้ระบุขีดขั้นความสามารถ เพียงเอ่ยอ้างว่าผู้บรรลุถึงจะมีพลังไม่ต่างจากผู้ที่มีชาติกำเนิดเป็นสายเลือดศักดิ์สิทธิ์บรรพกาล

 

                ขอบขั้นที่หกของเคล็ดวิชาบ่มเพาะกายาแห่งพระเจ้า ถูกบัญญัติเป็นขอบขั้นกายาเทวะ ซึ่งหาได้มีคำอธิบายยืดยาว เพียงเอ่ยว่าผู้บรรลุถึง จะได้รับกายาที่แข็งแกร่งดุจเดียวกับเทพเจ้าบรรพกาล

 

                ส่วนขอบขั้นสุดท้าย ขอบขั้นที่เจ็ดของเคล็ดวิชาบ่มเพาะกายาแห่งพระเจ้า หาได้มีข้อความใด ๆ กำกับเอาไว้

 

                หลังจากที่เสวี่ยหมิงทบทวนและท่องเคล็ดวิชาบ่มเพาะกายาแห่งพระเจ้าขอบขั้นที่หนึ่งจนขึ้นใจแล้ว เขาก็ไม่รีรอเริ่มต้นการฝึกฝนในทันที

 

                ทันทีที่เสวี่ยหมิงเดินลมปราณ และเคลื่อนไหวร่างกายตามเคล็ดวิชาบ่มเพาะกายาแห่งพระเจ้าขอบขั้นที่หนึ่ง ก็ปรากฏเสียงกระดูกดังลั่นทั่วทั้งร่าง กล้ามเนื้อทุกมัดล้วนสั่นสะท้าน บีบรัดกันจนแน่น ความเจ็บปวดทะลักล้นจนมิอาจทรงกายมั่น หลังจากที่เสวี่ยหมิงฝึกฝนอยู่ร่วมหนึ่งชั่วยาม เหงื่อโลหิตก็หลั่งไหลออกมาจนเปียกชุ่ม ร่างกายอ่อนล้าลงจนแทบจะยืนไม่ไหว

 

                ทำให้เสวี่ยหมิงจำต้องทรุดตัวลงนั่ง ก่อนจะยัดยากระตุ้นลมปราณเข้าปากไปหนึ่งเม็ด พลางเพ่งสมาธิไปที่พลังงานร้อนลวก และบีบบังคับให้มันเคลื่อนไปตามเคล็ดวิชาลมปราณสกุลหย่ง แม้ว่าเสวี่ยหมิงจะยังไม่อาจทะลวงผ่านขอบขั้นพื้นฐานลมปราณขั้นที่สองไปได้ แต่การผลักดันพลังงานร้อนสายนี้ไปตามเคล็ดวิชาสกุลหย่ง ก็ช่วยให้ร่างกายที่อ่อนล้าของเสวี่ยหมิงฟื้นฟูกลับขึ้นมาได้อย่างน่าอัศจรรย์

 

                เพียงแค่หนึ่งชั่วยามผ่านพ้น เสวี่ยหมิงก็กลับเป็นสดชื่นกระชุ่มกระชวยขึ้นอีกครั้ง และแน่นอนว่าเขาไม่ปล่อยให้เวลาอันมีค่าหลุดลอยไป เริ่มทำการฝึกฝนเคล็ดวิชาบ่มเพาะกายาแห่งพระเจ้าขอบขั้นที่หนึ่งต่อเนื่องในทันที

 

                เสวี่ยหมิงหมกมุ่นฝึกฝนตลอดทั้งวันทั้งคืนติดต่อกันถึงเจ็ดวัน เมื่ออ่อนล้าก็ใช้พลังงานร้อนที่แฝงอยู่ในร่างกายเพื่อช่วยฟื้นฟูกลับคืน ทำให้ตอนนี้เสวี่ยหมิงสามารถควบคุมบังคับพลังงานร้อนในร่างกายได้ดั่งใจนึก เพียงแต่ว่าพลังงานที่แฝงอยู่นั้นมีจำนวนน้อยเกินไป จึงทำให้เสวี่ยหมิงสามารถบังคับให้มันส่งผลได้เพียงแค่บริเวณแคบ ๆ ในร่างกายของตัวเองเท่านั้น

 

                แม้เสวี่ยหมิงจะยังไม่รู้ถึงความแข็งแกร่งของตัวเองที่เพิ่มขึ้น แต่หากให้ยกเทียบพลังจากเปลวเพลิงในการโจมตีของเสวี่ยหมิงในตอนนี้ ก็คงจะเทียบเท่ากับการโจมตีด้วยลมปราณของผู้ฝึกตนขั้นพื้นฐานลมปราณขั้นที่สี่ได้แล้ว

 

                หลังจากผ่านไปได้สิบวัน เหงื่อโลหิตก็ไม่หลั่งไหลออกมาอีก และผลจากการหลั่งเหงื่อโลหิตออกมาตลอดสิบวัน ก็ทำให้เสวี่ยหมิงรับรู้ได้ว่าโลหิตในร่างของเขาบริสุทธิ์สะอาดขึ้น เสวี่ยหมิงจึงคาดเดาว่าเคล็ดวิชาบ่มเพาะกายาแห่งพระเจ้าขอบขั้นที่หนึ่งนั้น ช่วยขับของเสียในโลหิตที่สะสมอยู่ในร่างของเสวี่ยหมิงออกไป เมื่อโลหิตบริสุทธิ์ขึ้นก็ส่งผลให้การดูดซับลมปราณทำได้ง่ายขึ้น

 

                แต่เสวี่ยหมิงก็ยังรู้สึกแปลกใจว่าทำไมเขาถึงยังไม่สามารถทะลวงจากขอบขั้นลมปราณพื้นฐานขั้นที่สอง ไปสู่ขอบขั้นลมปราณพื้นฐานขั้นที่สามได้เสียที แม้ว่าตอนนี้ยาเม็ดกระตุ้นปราณจะหมดไปเกือบสามสิบเม็ดแล้วก็ตาม

 

                แต่ความคิดฟุ้งซ่านเพียงผ่านมาแวบเดียวก็หลุดลอยไป เพราะจิตใจที่แน่วแน่ของเสวี่ยหมิงนั้นล้วนทุ่มเทให้กับการฝึกฝนไปจนหมดสิ้น

 

                วันที่สิบห้า...ในที่สุดเสวี่ยหมิงก็เริ่มที่จะสมัผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงในร่างกายจากเคล็ดวิชาบ่มเพาะกายาแห่งพระเจ้าขอบขั้นที่หนึ่ง และถัดมาอีกเพียงแค่ห้าวัน ในระหว่างที่เสวี่ยหมิงกำลังฝึกฝนอยู่ พลังปะทุสายหนึ่งก็เคลื่อนตัวจากในอกกระแทกขึ้นสู่เบื้องบน จนเสวี่ยหมิงต้องเงยหน้าขึ้นอ้าปากร้องคำรามดังก้อง มวลอากาศรอบกายของเสวี่ยหมิงล้วนสั่นไหว มวลกล้ามเนื้อเขม็งตึง ก่อนจะยืดขยายขนาดออกจนใหญ่โตผิดรูป ก่อนที่จะบีบรัดอัดกลับเข้าหากันจนแน่น

 

                กรอบ ! กรอบ ! กรอบ !

 

                เสียงกระดูกทั่วทั้งร่างดังลั่นอย่างต่อเนื่อง อวัยวะภายในสั่นไหว ตามแรงบีบอัดของกล้ามเนื้อที่หดตัว แต่หาได้เกิดความเจ็บปวด กลับตรงกันข้าม เสวี่ยหมิงรู้สึกทั่วทั้งร่างเบาสบายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ออร่าแห่งพลังแผ่ซ่านออกมาจากร่างกายที่สุกใสขาวผ่องยิ่งกว่าเก่า ใบหน้าที่ซูบตอบก่อนหน้า กลับอิ่มเอมไปด้วยเลือดเนื้ออันสมบูรณ์ สง่าราศีล้วนโดดเด่นขึ้นจนแทบจะไม่เหลือเค้าของเสวี่ยหมิงที่ยากจนดุจเดิมอีก ราวกับว่าเขากลับกลายเป็นนายน้อยตระกูลสูงศักดิ์ที่ถูกเลี้ยงดูประคบประหงมราวกับไข่ในหิน

.

.

.

**ปล.**ตอนนี้ลงให้ตามที่แจ้งไว้แล้วนะครับ ยอดทะลุ 200 ^ ^ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามครับผม

MoMiMarChi

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.256K ครั้ง

13 ความคิดเห็น

  1. #3789 raypumpum (@raypumpum) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 00:26
    เลือดได้มาแล้วใช่ไหม
    #3789
    0
  2. #3326 g0oouj11 (@g0oouj11) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2561 / 15:04
    กายาแห่งพระเจ้าขั้น 3 ต้องใช้เลือดศักดิ์สิทธิ์ ทำไมผมนึกไปถึงจอมมาร
    #3326
    1
    • #3326-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 14)
      30 สิงหาคม 2561 / 15:07
      วิชานี้ จริง ๆ ในอดีตเป็นของมารถูกแล้วครับ แต่มันถูกดัดแปลงโดยเผ่ายักษ์อีกที
      #3326-1
  3. #2277 7eLeMent (@morningsky) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2561 / 16:00
    ต่อไปนี่แหละน่าสนุกของแท้
    #2277
    0
  4. #1480 ยุทธจัง (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 18:10
    สนุกมาก คร้าบบ
    #1480
    1
    • #1480-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 14)
      5 พฤษภาคม 2561 / 09:23
      ขอบคุณครับ
      #1480-1
  5. #1366 sivakornza (@sivakornza) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 19:43
    ขอบคุณครับ
    #1366
    0
  6. #835 anonphon (@anonphon) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 เมษายน 2561 / 13:40
    ที่พระเอกสามารถต้านพิษได้ไม่เห็นบอกว่าเพราะอะไรหรือว่าเพราะเลือดฟีนิกซ์ของหนิงเซียน
    #835
    2
    • #835-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 14)
      11 เมษายน 2561 / 14:00
      เลือดฟินิกซ์ทั้งรักษา ขับพิษ แถมเผาสิ่งเจือปนยามทะลวงขีดขั้นได้ด้วยครับ
      #835-1
  7. #401 xวาuxวาu (@mojikiss) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 มีนาคม 2561 / 09:23
    โอ้โห หล่อกว่าเดิมใช่ป่าว สาวตรึมเลยงานนี้ 5555
    #401
    1
    • #401-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 14)
      31 มีนาคม 2561 / 10:38
      มโนแบบนิยายจีน ตัวเอกตัวร้ายเพื่อน หล่อหมด ทำให้สาว ๆ ชอบที่เงื่อนไขอื่น ๆ ครับ
      #401-1
  8. #294 Bewtii006 (@Bewtii006) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 มีนาคม 2561 / 11:10
    ขอบคุณค่ะ
    #294
    0
  9. #89 tr69 (@tr69) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 23:15
    ขอบคุณครับ
    #89
    0
  10. #66 top (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 15:21
    เริ่ม ทรูแล้ว พร้อมลุย
    #66
    0
  11. #36 Pheonixy (@pattss) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 / 07:29
    ว้าว หล่อกว่าเดิมอีก
    #36
    0
  12. #35 DIVINI (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:07
    พระเอกเริ่มมีพลังและ เดียวได้อาวุธ ติดปีกแน่นอน ขอบคุณผู้แปลคับ
    #35
    1
  13. #33 NuengMontian (@NuengMontian) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2561 / 15:58
    เอาอีกๆ
    #33
    0