เนตรมารสะท้านฟ้า ()(จบ)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 905,828 Views

  • 4,508 Comments

  • 8,191 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    62,948

    Overall
    905,828

ตอนที่ 10 : พลังที่หลับใหล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18658
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1032 ครั้ง
    21 เม.ย. 61

ตอนที่ 9

พลังที่หลับใหล

 

                หย่งสือกัดฟันกรอด มันพยายามทุ่มเททุกสิ่งที่มันได้เรียนรู้มาจากสำนักมังกรฟ้ามาตลอดหนึ่งปีจนหมดสิ้น แต่ยังไม่อาจทำให้เสวี่ยหมิงพ่ายแพ้ แม้บนร่างของเสวี่ยหมิงจะเต็มไปด้วยร่องรอยบาดแผล แต่เป็นเพียงการบาดเจ็บที่ผิวกายภายนอก หาได้โดนทำร้ายลึกถึงกระดูกเส้นเอ็น

 

                ...เจ้าสวะเสวี่ยหมิงทำไมมันถึงได้อึดยังงี้วะ

                หย่งสือคิดพลางหอบหายใจพลาง

                ...หากปล่อยเอาไว้ต่อไปเช่นนี้ ย่อมไม่ดีแน่ เห็นทีข้าคงไม่อาจเลี่ยง จำต้องใช้ทักษะลับนั่นเสียแล้ว

                หย่งสือสูดหายใจลึกเข้าจนเต็มปอด มันเตรียมจะใช้ทักษะลับที่ได้รับมาจากหลี่เปียว ทักษะผลาญโลหิต แม้จะรู้ว่ามีผลต่อการฝึกตนในอนาคต แต่อย่างไรพรสวรรค์ของมันก็ไม่ได้สูงส่งอยู่แล้ว และหากเทียบกับการเสื่อมเสียหน้าในตอนนี้ ต่อให้แลกด้วยพลังฝึกตนหนึ่งปีมันยังยินดี

 

                ...ผลาญโลหิต ทันทีที่กลืนตัวยากระตุ้น หย่งสือก็ใช้นิ้วจิ้มสกัดเข้าไปเส้นลมปราณไป๋ฮุ่ยตรงกลางศีรษะ เส้นขนทั่วร่างลุกชูชันขึ้นในทันที ผิวกายที่ขาวผ่องของหย่งสือกลับกลายเป็นแดงเข้มขึ้นในพริบตา เส้นเลือดในดวงตาแตกพร่าจนสองตาแดงก่ำ เมื่อเปิดใช้ทักษะมันจะมีเวลาอีกเพียงสิบถึงยี่สบลมหายใจเท่านั้น ก่อนที่ผลของทักษะผลาญโลหิตจะหมดลง

 

                "เตรียมตัวตายซะ!!!" เสียงกร้าวดังสะท้านไปทั้งบริเวณ

 

                ท่าหมัดจงอางฉกเหยื่อเหมือนเดิม แต่ความว่องไว และความรุนแรงกลับแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เสวี่ยหมิงไม่ทันที่จะได้ขยับเคลื่อนไหว หมัดของหย่งสือก็เข้าประชิดที่ด้านข้างของเขาซะแล้ว

 

                เปรี้ยง!!!

                กรอบ !

                ...เสียงกระทบกันของเลือดเนื้อดังสะท้านไปทั้งบริเวณ ก่อนที่เสียงกระดูกหักจะตามมา แขนขวาของเสวี่ยหมิงกลายเป็นตกห้อยลง สีหน้าขาวซีดด้วยความเจ็บปวด แต่ยังฝืนกัดฟันแน่นไม่ร้องโหยหวนออกมาเพราะความเจ็บปวด

 

                "มันยังไม่จบ" หมัดที่เคลื่อนถอยกลับไปแล้วของหย่งสือ วกม้วนกลับมาอีกครั้ง หมายจะฉีกกระชากที่จุดหัวใจ สังหารเสวี่ยหมิงในการโจมตีครั้งนี้ให้จงได้

 

                ชิงเคอเห็นท่าไม่ดีตระเตรียมที่จะโพพุ่งออกไปช่วยเหลือ แต่เมื่อสายตาของมันสัมผัสเข้ากับดวงตาอันร้อนลวก และอันแน่นไปด้วยพลังสมาธิของเสวี่ยหมิง มันจึงชะงักเท้าเอาไว้ก่อน

                ...เด็กหนุ่มคนนี้ สมาธิมั่นคงยิ่งนัก แม้ยามเพลี้ยงพล้ำยังคงแน่วแน่ หากข้าเข้าไปช่วยเหลือโดยที่มันไม่ยินยอมพร้อมใจ อาจจะกลายเป็นส่งผลเสียต่อตัวมันเองในอนาคต

 

                ...ท่าคมเขี้ยวฉกเหยื่อของหย่งสือ ว่องไวกว่าเก่าเป็นอย่างมาก แถมเพลงหมัดอสรพิษยังสามารถพลิกแพลงเปลี่ยนทิศทางการจู่โจมได้อีก เสวี่ยหมิงจึงไม่มั่นใจว่าหากถลันตัวหลบออกไปด้านข้างจะรอดพ้นจากท่าสังหารนี้ได้ทัน เมื่อหลบไม่ได้ก็ต้องเสี่ยงกันดู เสวี่ยหมิงกระทืบเท้ามั่นใช้เป็นหลักยึด ก่อนจะหงายตัวล้มกลับหลัง พร้อมใช้เท้าอีกข้างยกดีดขึ้นฟ้าเพื่อปัดท่าจู่โจมของหย่งสือ

                แต่หลังจากที่หย่งสือใช้ออกด้วยทักษะผลาญโลหิต ความว่องไวก็เพิ่มขึ้นอีกเกือบเท่าตัว ทำให้เสวี่ยหมิงไม่ทันที่จะหงายหลังพ้น กรงเล็บที่งอเข้าหากันจนคล้ายปากของอสรพิษ ก็กวัดเกี่ยวลากผ่านหน้าอกของเสวี่ยหมิงไป จนเกิดเป็นเส้นโลหิตสายหนึ่ง พร้อมกระชากจนสร้อยหนังที่ห้อยติดกับจี้หยดน้ำหยุดล่วงลงพื้น

 

                ความเจ็บปวดจากบาดแผลลึก ทำให้ท่าเท้าที่ใช้หยั่งติดกับพื้นอ่อนแรงลง เสวี่ยหมิงจึงไม่อาจทรงกายมั่น หงายหลังล้มฟาดลงกับพื้นอย่างแรง จนหญิงสาวบางคนที่ชมดูอยู่รอบ ๆ ทนไม่ได้ถึงกับเบือนหน้าหนี

 

                ในตอนนี้ผู้ชมส่วนใหญ่พอจะคาดเดาเหตุการณ์ต่อมาได้ ว่าหย่งสือคงไม่ปล่อยโอกาสทองให้หลุดลอย ต้องตามติดมาด้วยท่าโจมตีสังหาร บวกกับตอนนี้เสวี่ยหมิงบาดเจ็บล้มลง แถมตลอดมายังเป็นฝ่ายที่เสียเปรียบ จึงยากที่จะต่อต้านการโจมตีปิดฉากในครานี้

 

                "เจ้าสวะแกนับว่ายังโชคดี เพราะข้าจะไม่ฆ่าแกในตอนนี้ แต่จะทำให้แกพิการจนไม่อาจกลับสู่เส้นทางฝึกตนได้อีกตลอดกาล" สิ้นเสียงหย่งสือก็ทะยานเข้าใส่เสวี่ยหมิงที่ยังคงนอนล้มลงในทันที

 

                เสวี่ยหมิงเมื่อล้มลงแล้วกลับไม่ได้ลุกขึ้นในทันที จนผู้คนต่างเข้าใจว่าเขาไม่สามารถลุกเคลื่อนไหวเพื่อหลบหลีกการจู่โจมของหย่งสือได้อีก แต่เหตุผลที่แท้จริงหาเป็นเช่นนั้น แม้เสวี่ยหมิงจะเจ็บปวดจากบาดแผล แต่แท้จริงบาดแผลส่วนใหญ่นั้นหาได้ลึกถึงกระดูก อาจเป็นด้วยระหว่างการต่อสู้หักหาญ เลือดลมของผู้ต่อสู้ล้วนสูบฉีดโดยแรง ทำให้โลหิตที่หลั่งไหลออกมาจากปากแผล นั้นสาดพุ่งแรงกว่ายามปกติมาก จนผู้คนที่เฝ้าดูล้วนเข้าใจผิดว่าเป็นการบาดเจ็บสาหัส จึงต่างคาดเดากันไปเอง

 

                แต่เหตุผลหลักที่เสวี่ยหมิงไม่ได้ลุกขึ้นนั้น ล้วนมีสาเหตุจากความผิดปกติบางอย่างที่เกิดขึ้นในร่างกายอย่างฉับพลัน ความร้อนลวกที่เสวี่ยหมิงเคยรู้สึกได้มาก่อน ในระหว่างที่ทำการทะลวงผ่านจากพื้นฐานลมปราณขั้นที่หนึ่ง มาสู่พื้นฐานลมปราณขั้นที่สอง จู่ ๆ ก็ปะทุขึ้นในร่างกายของเสวี่ยหมิง และเมื่อความร้อนนั้นเคลื่อนผ่านไปที่จุดใดของร่างกาย ความเจ็บปวดจากบาดแผลก่อนหน้า ก็ล้วนบรรเทาลงอย่างน่าอัศจรรย์

 

                สุดท้ายเมื่อเสวี่ยหมิงลองพยายามพุ่งสมาธิไปที่ความร้อนลวกนั้น ก็ดูเหมือนว่ามันเขาสามารถที่จะบังคับควบคุมมันได้ บวกกับหย่งสือที่เห็นเสวี่ยหมิงล้มลงไม่ไหวติงจึงติดประมาท กระโดดลอยคว้างอย่างเด่นชัด หมายจะสะบั้นแขนซ้ายที่เหลืออยู่ข้างเดียวของเสวี่ยหมิงให้ขาดออกจากร่างในการจู่โจมครั้งนี้ เสวี่ยหมิงจึงได้แต่เสี่ยงวัดดวงดูสักครั้ง เพ่งสมาธิทั้งหมดไปที่แขนซ้าย ความร้อนลวกที่พวยพุ่งปะทุอยู่ภายใน จนเสวี่ยหมิงรู้สึกได้ว่าเลือดภายในแขนซ้ายกำลังระอุเดือด เมื่อเห็นท่าจู่โจมของหย่งสือถนัดตา เสวี่ยหมิงจึงไม่อาจรั้งรอ ยกแขนซ้ายขึ้นก่อนจะเหวี่ยงออกไปด้วยแรงทั้งหมดที่มี

 

                ชิงเหอที่รอท่าอยู่ก่อน ก็สะอึกเท้าเคลื่อนไหวในบัดดล แต่ไมทันที่จะเข้าขัดขวางการปะทะพลันเกิดขึ้นก่อน หมัดของเสวี่ยหมิงที่เห็นได้ชัดว่าจู่โจมออกทีหลัง กลับปะทุขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง ไม่ทันที่หมัดจะถึงตัว ลมปราณร้อนลวกก็พุ่งทะยานกระแทกเข้ากับร่างของหย่งสืออย่างจัง

 

                เสียงดัง...ตูม !!! สะท้านก้องไปทั่ว

 

                ผู้ชมที่อยู่รอบข้างล้วนหัวหมุนมึนงง ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น รู้ตัวอีกทีก็พบว่าร่างของหย่งสือลอยละลิ่ว ปลิวกระเด็นไร้ทิศทางราวกับว่าวที่ขาดป่าน กระอักเลือดนองเป็นทางหมดสติไปก่อนที่จะมีชายในชุดบู๊ลอยมารับร่างของมันเอาไว้ไม่ให้ตกลงกระทบพื้น

 

                ชิงเหอที่กะจะทะยานออกมาช่วยเสวี่ยหมิงกลายเป็นว่าต้องรับบทบาทใหม่ในทันที เมื่อเขาไม่ทันที่จะไปถึงจุดหมายร่างของหย่งสือกลับลอยกระเด็นมาขวางในทิศทางที่เขากำลังพุ่งทะยานเข้าไปพอดี จึงได้แต่ยื่นสองมืออกรับร่างที่ไร้สตินั้นไว้ ก่อนจะวางนอนลงนาบกับพื้นถนน

 

                "หนุ่มน้อยเจ้าชนะแล้ว" ชิงเหอเอ่ยขึ้นด้วยเสียงฟังชัดหลังจากที่วางร่างของหย่งสือลงกับพื้น ซึ่งในระหว่างนั้นที่ชิงเหอประคองร่างของหย่งสือไว้เขาก็ลอบตรวจชีพจรของหย่งสือไปในคราเดียว ทำให้พอจะคาดเดาสาเหตุของการบาดเจ็บได้ระดับหนึ่ง และมั่นใจว่าหย่งสือจะไม่ฟื้นขึ้นมาอีกในเร็ว ๆ นี้

 

                ทันทีที่สิ้นเสียงกล่าวยืนยันถึงชัยชนะของเสวี่ยหมิง ผู้คนโดยรอบที่มารอลงทะเบียน ต่างก็ส่งเสียงเฮสนั่น เพราะการที่เด็กหนุ่มซึ่งมีพลังด้อยกว่า สามารถเอาชนะผู้ฝึกตนที่เป็นถึงศิษย์นอกของสำนักมังกรฟ้านั้น เป็นเรื่องเหลือเชื่อสำหรับพวกมัน

 

                แต่ในวินาทีถัดมาเด็กหนุ่มคนหนึ่งก็เดินฝ่าฝูงชนออกมา ก่อนจะก้าวเท้าเดินตรงไปยังเสวี่ยหมิงที่กำลังยันตัวเองขึ้นมาอยู่ในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน  เสื้อสีม่วงอ่อนหรูหราของเด็กหนุ่มที่ก้าวเท้าออกมาทำให้ผู้คนที่อาศัยในเมืองหยกม่วงล้วนจนจำได้ว่าผู้มาเป็นใคร บวกใบหน้าคมคายหล่อเหลาแฝงด้วยสง่าราศี ก็ทำให้หญิงสาวหลายคนส่งสายตาหวานไปให้ จนสถานการณ์โดยรอบพลิกเปลี่ยนจากเสียงโห่ร้อง กลับกลายเป็นการซุบซิบกันของผู้คนแทนที่

 

                "สหายเจ้าลุกไหวไหม" จื่อฮุยยื่นส่งมือให้เสวี่ยหมิง เพื่อฉุดดึงเขาขึ้นมา

 

                "ขอบคุณมาก" เสวี่ยหมิงยิ้มตอบ "แต่ข้าลุกเองไหวอยู่"

               

                แม้จะถูกปฏิเสธ แต่จื่อฮุยหาได้ใส่ใจ "ท่านบาดเจ็บน้อยกว่าที่ข้าคิดไว้เสียอีก"

 

                เสวี่ยหมิงมองดูเด็กหนุ่มตรงหน้า และรับรู้ถึงความเป็นมิตรอย่างเห็นได้ชัด "ฮา ข้าเองก็คิดว่าจะบาดเจ็บหนักกว่านี้เหมือนกัน" เสวี่ยหมิงตอบกลับด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะเดินตรงไปหยิบสร้อยคอที่ล่วงหล่นลงมาสวมใส่ แต่เพราะสายหนังนั้นขาดลง เขาจึงได้แต่กำมันเอาไว้ในมือ ก่อนจะเปลี่ยนเอามาพันไว้ที่รอบข้อมือแทน

 

                ชิงเหอสะอึกขึ้นมายืนอยู่ที่ด้านข้างของของจื่อฮุย ก่อนจะถือวิสาสะใช้มือจับหมับเข้าที่ไหล่ของเสวี่ยหมิง

 

                "ชิงเหอ เจ้าอย่าได้เสียมารยาทกับสหายของข้า" จื่อฮุยตำหนิด้วยเสียงเข้ม

 

                "ขอประทานโทษครับนายน้อย ข้าเพียงแต่จะช่วยตรวจอาการบาดเจ็บของสหายน้อยท่านนี้เท่านั้น" ชิงเหอเอ่ยพร้อมกับส่งขวดยาให้จื่อฮุย

                ก่อนที่ทั้งสองจะส่งคำใบ้บอกกันทางสายตา

 

                "เมื่อเจ้าหมดธุระแล้วก็ไปได้แล้ว"จื่อฮุยเอ่ยเสียงเรียบ

 

                ชิงเหอรับคำก่อนจะทะยานหายไปในพริบตา แสดงให้เห็นถึงพลังฝึกปรือที่สูงส่งของมัน


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.032K ครั้ง

14 ความคิดเห็น

  1. #3422 Montree Accoban (@moacc2001) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 กันยายน 2561 / 13:05
    ปล่อยให้ศิษย์สายนอกรังแกผู้เข้าสมัครแบบนี้ สำนักนี้ท่าทางจะเละเทะมากเลย นึกอนาคตออกเป็นฉากๆเลย งานนี้ไม่เป็นอันเรียนแน่ๆ
    #3422
    1
    • #3422-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 10)
      5 กันยายน 2561 / 14:33
      สำนักนี้มันเป็นแค่สำนักบ้านนอก เล็ก ๆ เลยครับ
      #3422-1
  2. #2276 7eLeMent (@morningsky) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2561 / 15:51
    ก็ยังสงสัยว่าไม่มีคนมาคอยรักษาความปลอดภัยหน่อยเหรอ
    #2276
    0
  3. #1327 sivakornza (@sivakornza) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 13:01
    ขอบคุณครับ
    #1327
    0
  4. วันที่ 7 เมษายน 2561 / 16:21
    มีภาพของล็อกลีโผ่มาในหัวทันใด
    #731
    0
  5. #357 Muquinyu (@Muquinyu) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 มีนาคม 2561 / 16:28
    สุดยอด มาก แบบนี้ดีแล้ว ปล่อยให้เนื้อเรื่องของเรา ไปตามที่เราจินตนาการเอาไว้ ไม่ใช่ให้ผู้อ่านเปลี่ยนจินตนาการเขียนของคุณ nice :)
    #357
    1
    • #357-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 10)
      30 มีนาคม 2561 / 11:33
      ขอบคุณครับ
      #357-1
  6. #316 OneMiss (@0924858579) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 มีนาคม 2561 / 21:22
    ผมชอบเนื้อเรื่องมากเลย แต่ผมขัดใจตรงที่ว่าเด็กบ้านๆถูกคนจากสำนักจะฆ่าหรือทำให้พิการ แต่ไม่มีคนจากสำนักมาตักเตือนหรือห้ามสักนิด มันทำให้ผมคิดว่า สำนักผู้ฝึกปรือพลังนั้น มันคือสำนักเถื่อนดีๆนี่เอง คำว่าสำนัก มันคือสถานที่รวมตัวของใครหลายคนๆ ชะนั้นมันต้องมีกฎกติกา นิยายกำลังภายในนั้นส่วนใหญ่คนจะเน้นด้านการต่อสู้ ปลาใหญ่กินปลาเล็ก ชะนั้นคนเก่งจักรังแกคนที่อ่อนแอกว่ามันคือเรื่องปกติของนิยายในหลายๆเรื่อง แต่ทุกๆเรื่องเค้าจะแต่ประมาณรอให้ไอเด็กคนนั้นเข้าสำนักก่อนค่อยรังแกแต่ท้าหากเป็นศิษย์ของสำนักจะใช้การถ้าประลองกัน ไม่ใช่เห็นหน้าปุ๊ปบวกอย่างเดียว และที่มันไม่ปกติคือ สำนักมังกรฟ้าคือสำนักที่โด่งดัง ไม่มีคนคอยดูแลหรือเฝ้าตรวจคนที่จะมาสมัคเลยหรือ ขนาดศิษย์สำนักไปรังแกคนที่จะสมัคเข้าสำนัก ยังไม่มีคนออกมาดู มันเลยทำให้ผมติดใจตรงจุดนี้แหละ มันไม่เข้ากับชื่อของตัวสำหนักที่โด่งดังสักนิด ถึงได้มีการป้องกันเหตุต่างๆที่หละหลวมมากๆ อยากจะให้แก้ไขตรงนี้แหละ
    #316
    1
    • #316-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 10)
      26 มีนาคม 2561 / 21:37
      ขอบคุณครับ แนะนำได้ตรงดีครับ มันอาจจะมี งง ๆ ไม่ค่อยสมเหตุผลบ้างเดี๋ยวถ้า Rewrite จะพยายามปรับให้ครับ แต่ไรท์อยากจะบอกว่าเรื่องนี้ไรท์ทำพล็อตไว้ยาวมาก และสำนักมังกรฟ้านี่คือเล็กมากที่สุดแล้ว เลยจะพยายามจัดระบบให้มันต่างกับความดุดันของสำนักใหญ่ที่จะค่อย ๆ โผล่ออกมา อย่างเรื่องเปรียบเทียบศิษย์หลักของสำนักนี่มีน้ำหนักเทียบเท่าผู้อาวุโสสำนักเลยอะครับ เอาเป็นว่าลองอ่านไปก่อนละกันครับ ส่วนตรงไหนมันดูขัด ๆ ก็บอกได้เลยครับ ถ้าตรงไหนแก้ได้วันว่าง ๆ จะรวม ๆ แก้เลยทีเดียว แต่บางอย่างถ้าแก้มันจะกระทบชิ่งไปตรงอื่นด้วย คงต้องรอแก้ไขใหญ่ทีเดียวครับ ยังไงก็ขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์ดี ๆ อีกครั้งครับ ^ ^
      #316-1
  7. #312 feonixsh (@feonixsh) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 มีนาคม 2561 / 19:41
    มีปมให้ตามตลอด. อยากรู้จังพ่อของเสวี่ยหมิงเป็นใคร แซ่หลงด้วย
    #312
    1
    • #312-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 10)
      26 มีนาคม 2561 / 19:46
      น้ำตาจิไหล ในที่สุดก็มีคนดูปมที่ทิ้งไว้ออก
      #312-1
  8. #285 jaotha (@jaotha) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 มีนาคม 2561 / 00:19
    ไรต์เขียนดีมาก อยากรุ้แล้วว่าเนตรทำอะไรได้
    #285
    0
  9. #234 biskitezii (@biskitezii) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 มีนาคม 2561 / 11:16
    เขียนได้ดีมาก
    #234
    1
    • #234-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 10)
      21 มีนาคม 2561 / 09:10
      ขอบคุณครับ
      #234-1
  10. #73 dogkao_ai (@aajung403) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 23:51
    งานมีคุณภาพมากค่ะะะะ
    #73
    1
    • #73-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 10)
      6 มีนาคม 2561 / 11:14
      ขอบคุณครับ
      #73-1
  11. #26 Pheonixy (@pattss) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:30
    ขอบคุณค่ะ พระเอกเราแจ่มมาก ชอบๆ
    #26
    1
    • #26-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 10)
      24 กุมภาพันธ์ 2561 / 06:04
      เรื่องนี้ผู้หญิงในเรื่องก็ ใส่รายละเอียดเยอะกว่าเรื่องที่แล้วเยอะเลย แต่เดี๋ยวกับไป rewrite endless ใหม่คงได้แก้เยอะ 555+
      #26-1
  12. #23 DIVINI (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 / 12:23
    สกิวพระเอกมาแนวไหนนะ อยากรู้ ดาบ ทวน หมัด กระบี่ หรือ......
    #23
    1
    • #23-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 10)
      23 กุมภาพันธ์ 2561 / 12:37
      สกิลปากครับ 555+ พูดเล่นนะอันนั้นเอาไว้ใช้ใน ROV เนอะ...^ ^ เรื่องนี้พลังหลักของตัวเอกคือหมัดครับ แต่จะใช้อาวุธอื่น ๆ ตลอดควบไปตามแต่เนื้อเรื่องครับ
      #23-1
  13. #22 ขุนเดช (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 / 10:51
    ลื่นดี อ่านไป มีช่วงดึงอารมณ์ได้บ่อยๆ ชอบๆ
    #22
    1
    • #22-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 10)
      23 กุมภาพันธ์ 2561 / 12:59
      ขอบคุณครับ
      #22-1
  14. #21 Reezas (@Reezas) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 / 07:06
    รอพระเอกเติมทรู
    #21
    1
    • #21-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 10)
      23 กุมภาพันธ์ 2561 / 13:00
      เรื่องนี้ไม่ทรูแบบพรวดพลาดนะครับ แต่พระเอกค่อย ๆ ไล่เติมวีไปตามกิจกรรม ^ ^
      #21-1