เนตรมารสะท้านฟ้า ()(จบ)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 899,560 Views

  • 4,495 Comments

  • 8,133 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    56,680

    Overall
    899,560

ตอนที่ 11 : จื่อฮุย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 66
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 965 ครั้ง
    6 มี.ค. 61

ตอนที่ 10

จื่อฮุย

 

                เมื่อชิงเหอจากไปแล้ว จื่อฮุยก็เดินตรงไปเข้าไปยืนที่ด้านข้างของเสวี่ยหมิง ก่อนจะยื่นขวดยาให้กับเสวี่ยหมิง พร้อมอธิบายว่า ยาในขวดคือยาฟื้นชีพ ซึ่งใช้รักษาอาการบาดเจ็บได้ดียิ่ง แม้ในตอนแรกเสวี่ยหมิงมีท่าทีลังเลที่จะรับ แต่เมื่อจื่อฮุยยกอ้างเหตุผลว่าขอมอบให้เป็นของขวัญแรกพบปะสหาย และหากเสวี่ยหมิงปฏิเสธเขาคงรู้สึกไม่ดีนัก เสวี่ยหมิงรู้ตัวว่าตัวเองไม่ได้ร่ำรวย แม้จะได้ข้าวของจำนวนหนึ่งมาจากการเดินทางก่อนหน้า แต่ก็แค่เพียงพอให้เลี้ยงตัวเองได้นาน บวกกับท่าทางที่ดูจริงใจของจื่อฮุย เสวี่ยหมิงจึงไม่มีเหตุผลที่จะต้องปฏิเสธเขาอีก

 

                เมื่อรับขวดยามาจากจื่อฮุย เสวี่ยหมิงก็กล่าวขอบคุณคำหนึ่ง ก่อนจะเปิดจุกที่ปิดอยู่ออก กลิ่นยาหอมฟุ้งกระจายไปทั่วทำให้รู้ได้ทันทีว่าต้องเป็นโอสถสูงค่าแน่ ๆ แม้เสวี่ยหมิงจะไม่อยากกินยาที่มีราคาแพงเช่นนี้ เพราะในกระเป๋ามิติเขาเองก็มียารักษาอาการบาดเจ็บอยู่ แต่ในเมื่ออยู่ต่อหน้าจื่อฮุยที่เพิ่งมอบยาให้เช่นนี้ เขาจึงไม่มีทางเลือกอื่นอีก เสวี่ยหมิงจึงกลืนยาฟื้นชีพเข้าไปทันทีหนึ่งเม็ด หลังจากนั้นเพียงแค่หนึ่งลมหายใจความเจ็บปวดทั่วร่างก็บรรเทาลงเป็นอย่างมาก แขนขวาที่กระดูกแตกหัก ซึ่งพอจะเคลื่อนไหวได้บ้าง หลังจากที่พลังร้อนลวกเคลื่อนผ่าน แต่หลังจากที่ยาฟื้นชีพออกฤทธิ์ แขนขวาของเสวี่ยหมิง ซึ่งกระดูกยังคงแตกร้าวอยู่ ก็กลับประสานตัวเข้าหากันอย่างรวดเร็ว จนเหลือเพียงแค่อาการปวดร้าวภายในเท่านั้น


                ...ยาในขวดนี้ยอดเยี่ยมยิ่งนัก ดูท่าเด็กหนุ่มผู้นี้จะต้องเป็นลูกหลานตระกูลใหญ่ที่ร่ำรวยมากอย่างไม่ต้องสงสัย

 

                "ดี ในเมื่อเราทั้งสองเป็นสหายกันแล้ว ข้าเองก็ยังไม่ได้แนะนำตัว ข้ามีนามว่า...จื่อฮุย"

                เสวี่ยหมิงพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม "ข้าหลงเสวี่ยหมิง ท่านเรียกข้าเสวี่ยหมิงก็ได้"

 

                "ดี ดี...! เสวี่ยหมิง เสวี่ยหมิง" จื่อฮุยพยักหน้าด้วยความดีใจ ก่อนที่ตบเข้าที่ไหล่บ่าของเสวี่ยหมิง และเอ่ยให้ทุกคนในบริเวณได้ยินด้วยเสียงอันดัง "บัดนี้ข้าจื่อฮุย และเสวี่ยหมิงได้เป็นสหายกันแล้ว หากใครคิดรังแกสหายข้า ข้าจื่อฮุยจะถือว่ามันผู้นั้นเป็นศัตรูของข้าเช่นกัน" สิ้นเสียงรอบข้างก็เงียบกริบ หลายคนมองดูเสวี่ยหมิงด้วยความอิจฉา เพราะจื่อฮุยนั้นเป็นถึงหลานของเจ้าเมืองหยกม่วง การได้เป็นสหายกับผู้ที่ทรงอำนาจเยี่ยงนี้ถือเป็โชควาสนาอย่างยิ่ง

 

                แม้หลายคนจะอิจฉาตาร้อน แต่กลับมีบางคนที่ตื่นเต้นตกใจจนหน้าถอดสี ซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากสองพี่น้องตระกูลหย่ง...หย่งคังและหย่งฉี ที่กำลังช่วยกันแบกร่างไร้สติของพี่ชายพวกมันออกไป

               

                "เสวี่ยหมิงเจ้ามาเพื่อลงทะเบียนเข้าสำนักมังกรฟ้าสินะ"จื่อฮุยเอ่ยถาม

 

                "ใช่แล้ว ข้าอยากจะเข้าทดสอบเข้าสำนักมังกรฟ้า

 

                "ข้าเองก็เช่นกัน งั้นพวกเราก็เดินไปด้วยกันเลยดีไหม"

 

                เสวี่ยหมิงพยักหน้ารับ ก่อนจะเดินเคียงข้างจื่อฮุย ตรงไปยังแถวที่ผู้คนกำลังต่ออยู่ แต่แล้วเจ้าหน้าที่รับสมัครที่เห็นเหตุการณ์ก็ชิงเดินเข้ามาหาทั้งคู่

 

                "ข้าไม่ทราบมาก่อนว่านายน้อยจื่อฮุยจะเดินทางมาลงทะเบียนในวันนี้"

 

                "อ๋อ พอดีข้าก็ไม่ได้กะจะมาสมัครวันนี้หรอก แต่พอดีข้าพบสหายของข้าที่กำลังจะมาลงทะเบียนพอดี" จื่อฮุยผายมือไปยังเสวี่ยหมิง

               

                "ไม่ทราบว่าสหายน้อยท่านนี้ชื่อว่า..."

 

                "ข้าแซ่หลง ชื่อเสวี่ยหมิงครับ"

 

                "อ๋อ นายน้อยจื่อ กับสหายน้อยหลง เชิญทางด้านนี้เลยครับ" จื่อฮุยเดินตามเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นศิษย์นอกไปยังโต๊ะลงทะเบียน

 

                "ตัดหน้าผู้อื่น...เยี่ยงนี้มันจะดีเหรอ"เสวี่ยหมิงรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะตัดหน้าแซงคิวผู้ฝึกตนคนอื่นพลันเอ่ยขึ้น

 

                "อืม หากว่าเป็นการตัดหน้าก็คงไม่ดีนัก" จื่อฮุยหันไปยิ้มกว้างให้กับเสวี่ยหมิง "แต่พวกเราไม่ได้กำลังจะตัดหน้าพวกเขา แต่นี่เป็นข้อตกลงพิเศษของสำนักมังกรฟ้า กับเมืองหยกม่วง"

 

                "ข้อตกลงพิเศษ" เสวี่ยหมิงเอ่ยขึ้นลอย ๆ ด้วยความสงสัย

               

                "เอาเป็นว่าเจ้าตามข้ามาเถอะ รับรองว่าที่เราทำไม่ใช่เรื่องผิดแต่ประการใด" เมื่อจื่อฮุยยืนยันหนักแน่น เสวี่ยหมิงจึงไม่ได้ซักถามอันใดอีก ได้แต่เดินตามจื่อฮุยไปอย่างเงียบ ๆ

 

                แต่ไม่ทันที่จื่อฮุยจะได้ลงทะเบียน เขาก็ได้รับข้อความทางลมปราณ ทำให้จื่อฮุยเอ่ยขอตัวออกมาก่อน แต่ยังไม่ลืมกำชับเจ้าหน้าที่ซึ่งเดินนำอยู่ให้ดูแลเสวี่ยหมิงแทนเขาด้วย ซึ่งศิษย์นอกของสำนักมังกรฟ้าก็ตอบรับด้วยความสุภาพ ก่อนที่จะเดินนำเสวี่ยหมิงเข้าไปยังห้องรับรองด้านหลังโต๊ะรับสมัคร ก่อนจะลงมือตรวจสอบคุณสมบัติ และกรอกเอกสารการลงทะเบียนสำหรับเสวี่ยหมิงด้วยตนเอง

 

                ข้างเสวี่ยหมิงที่ลงทะเบียนเสร็จเร็วกว่าที่คิดเอาไว้มากมาย ก็อดสงสัยไม่ได้ จึงเอ่ยถามต่อเจ้าหน้าที่ ถึงเหตุผลพิเศษที่จื่อฮุยเอ่ยไว้ก่อนหน้า และเมื่อได้รับคำตอบว่าเหล่าบุตรหลานของ ผู้ปกครอง ตระกูลใหญ่เก่าแก่ของเมือง และขุนนางของเมืองหยกม่วง ล้วนแล้วแต่สามารถเข้าสมัครด้วยช่องทางพิเศษ โดยที่ไม่ต้องไปต่อคิวเช่นเดียวกับผู้ฝึกตนทั่วไป

 

                ทำให้เสวี่ยหมิงรู้สึกสงสัยในฐานะของจื่อฮุย แต่ในเมื่อเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้เอ่ยถึง เขาก็คิดเอาเองว่าจื่อฮุยคงจะเป็นตระกูลขุนนาง หรือลูกหลานตระกูลใหญ่ของเมืองหยกม่วง เช่นเดียวกับตระกูลหลี่ของหลี่เปียว

.

.

.

                บนเหลาสุราในระหว่างที่จื่อฮุย และเสวี่ยหมิงกำลังเจรจากันอยู่ ชิงเหอก็กลับมาคุกเข่าที่ด้านหน้าของจื่อเจิ้ง ซึ่งกำลังขมวดคิ้วแน่น ครุ่นคิดบางสิ่งอยู่ในใจ

                "ชิงเหอ เจ้าบอกว่าเจ้าศิษย์นอกของสำนักมังกรฟ้าใช้ทักษะผลาญโลหิตเช่นนั้น เมื่อพลังของมันหมดจึงถูกเด็กหนุ่มผู้นั้นทำร้ายเอาในวินาทีสุดท้ายเช่นนั้นรึ"

 

                "ครับนายท่าน แม้ตอนแรกข้าจะยังสับสน เพราะระหว่างที่การปะทะสุดท้ายจะจบลง ข้ากำลังพุ่งตัวเข้าไป เพื่อยื่นมือช่วยเด็กหนุ่มผู้นั้นตามที่นายท่านสั่ง แต่แล้วร่างที่ไร้สติของศิษย์นอกของสำนักมังกรฟ้า ก็ลอยมาขวางทางเอาไว้ก่อน ทำให้ข้าไม่อาจเห็นการจู่โจมนั้นได้ถนัดตาครับ"

 

                "อืม...แต่ข้ายังสงสัยว่าเหตุใดการจู่โจมของเด็กหนุ่มที่กำลังจะพ่ายแพ้ กลับรุนแรง และรวดเร็วได้ปานนั้น กลับสามารถทำได้ถึงขั้นออกกระบวนท่าตามหลังแต่ชิงบรรลุถึงก่อน ข้าก็ยังคงสงสัยอยู่"

 

                "ข้อนั้นข้าเองก็สงสัยว่าเด็กหนุ่มจะมีพลังอื่นใดแอบแฝงอยู่อีก ระหว่างนั้นข้าจึงได้แอบใช้ลมปราณตรวจสอบร่างของเขาดู แต่ก็ไม่พบสิ่งใดที่แปลกพิเศษ จะมีก็แค่เลือดที่ระอุร้อนกว่าทั่วไปบ้างเท่านั้นครับ"

 

                "อืม อาจจะเป็นว่าข้าคงจะอยู่ไกลเกินไปจึงมองเห็นว่า ราวกับว่าเด็กนั้นแผ่พุ่งลมปราณออกมาจากหมัดได้"

 

                "ข้ามั่นใจครับ ว่าไม่น่าจะเป็นไปได้เพราะการจะแผ่พุ่งลมปราณออกมาจากร่างได้ ขั้นต่ำสุดก็ต้องอยู่ในขอบเขตผสานชีพจรเป็นอย่างน้อย แต่เด็กหนุ่มนั้นยังอยู่แค่พื้นฐานลมปราณขั้นที่สองเท่านั้น"

 

                "อืม หมดธุระแล้ว เจ้าไปได้แล้ว" เอ่ยจบร่างของชิงเหอก็หายไปราวกับภูติพรายอีกครั้ง

.

.

.

                หลังจากที่ลงทะเบียนเพื่อเข้าทดสอบในสำนักมังกรฟ้าเสร็จเร็วกว่าที่คิด เสวี่ยหมิงจึงมีเวลาเหลือมากกว่าที่คิดเอาไว้ ทำให้เขาเลือกที่จะเดินไปยังย่านการค้าหลักของเมืองหยกม่วง

 

                ร้านค้าละลานตาตั้งเรียงรายเต็มสองฟากถนน มีทั้งร้านขายอาวุธ ชุดเกราะ เสื้อผ้า ของวิเศษ ตำรับตำรา เหลาสุรา รวมถึงร้านค้าอื่น ๆ อีกมากมาย แต่ร้านที่เสวี่ยหมิงสนใจจริง ๆ มีเพียงแค่ร้านขายโอสถ เพราะตอนนี้ยารักษาบาดเจ็บนั้นหาได้สำคัญกับเขาเท่าไรนัก แต่ยาที่จำเป็นสำหรับเสวี่ยหมิงในตอนนี้คือ...ยากระตุ้นปราณ ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ฝึกตนในขั้นพื้นฐานลมปราณ บวกกับเขาเองอยากรู้ว่ายาที่บรรจุในขวดเพียงเม็ดเดียวซึ่งเก็บได้จากในถ้ำเขตป่าอสูรนั้น มันคือยาอะไรกันแน่

 

                เมื่อตัดสินใจเลือกร้านจำหน่ายโอสถที่ต้องการได้แล้ว เสวี่ยหมิงก็ตรงเข้าไปแลกเปลี่ยนยารักษาบาดเจ็บที่ได้จากถ้ำในเขตป่าอสูร กับยากระตุ้นปราณ แต่เพราะยารักษาบาดเจ็บเป็นชนิดทั่วไป ยาทั้งขวดนั้นจึงแลกยากระตุ้นปราณได้เพียงแค่ไม่กี่เม็ด แต่เสวี่ยหมิงนึกขึ้นได้ว่ามียาฟื้นชีพที่ได้รับจากจื่อฮุยหลงเหลืออยู่ ทำให้เขาหยิบมันออกมายื่นให้กับพนักงานในร้าน


                ทันทีที่เห็นขวดยาพนักงานก็อ้าปากค้าง เพราะมันมีสัญลักษณ์ของเจ้าเมืองหยกม่วงประทับอยู่ บวกกับยาฟื้นชีพเป็นยารักษาระดับสูง แม้เพียงเม็ดเดียวก็มีค่าเท่ากับ ยากระตุ้นปราณหนึ่งร้อยเม็ดแล้ว การแสดงขวดยาในครั้งนี้ทำให้เสวี่ยหมิงได้รับผลตอบแทนที่ไม่คาดคิด บวกกับพนักงานพยายามชดเชยส่วนต่างของการแลกเปลี่ยนในครั้งแรก ซึ่งเขาแอบเอาเปรียบเสวี่ยหมิงเอาไว้ โดยการกดอัตราแลกเปลี่ยนให้ต่ำกว่าความเป็นจริงพอสมควร ทำให้เสวี่ยหมิงได้รับยากระตุ้นปราณรวมกันทั้งหมดกว่า 150 เม็ด จนแม้แต่ตัวเสวี่ยหมิงเองยังอ้าปากค้างกับมูลค่าของยาฟื้นชีพที่จื่อฮุยมอบให้เขา

 

                แม้จะยังคงสงสัย และตื่นเต้นกับยาฟื้นชีพจำนวนมากอยู่ แต่เสวี่ยหมิงก็ไม่ลืมเหตุผลในการมาเยือนในครั้งนี้ เขาหยิบขวดยาที่บรรจุอยู่กระเป๋ามิติออกมา แม้ขวดจะดูธรรมดา แต่เมื่อเปิดจุกที่อุดอยู่ออก ไอเผ็ดร้อนก็กระจายฟุ้งออกมาในทันที กลิ่นหอมสดชื่นที่พวยพุ่งตามหลังยิ่งทำให้พนักงานร้านค้ามีสีหน้าตื่นตา มันมองดูเม็ดยาสีแดงสดตรงหน้า ก่อนจะนึกถึงขวดยาที่เป็นของจวนเจ้าเมือง ซึ่งเสวี่ยหมิงหยิบออกมาก่อนหน้า ทำให้มันไม่กล้าที่จะเอาเปรียบเสวี่ยหมิงอีก

 

                "นายน้อยท่านนี้ ยาที่ท่านเอาออกมานั้น เป็นโอสถล้ำค่าที่หายากยิ่งนัก มันคือโอสถธาตุ ถ้าให้ข้าประเมินจากสีสัน และกลิ่นไอของมัน มันน่าจะเป็นโอสถธาตุไฟ แต่เรื่องของคุณภาพนั้นสุดที่ความสามารถอันต่ำต้อยของข้านั้นจะประเมินได้ และหากท่านจะแลกเปลี่ยนมัน ข้าเกรงว่าทางร้านจะไม่สามารถทำให้สหายน้อยท่านนี้พึงพอใจ" พนักงานร้านเก็บยาเม็ดนั้นกลับเข้าไปในขวดดังเดิม ก่อนจะผลักมันกลับไปยังด้านหน้าของเสวี่ยหมิง "ข้าแนะนำว่าในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า หอไม้ดำ...ซึ่งเป็นหอประมูลอันดับหนึ่งของเมืองหยกม่วงจะจัดการประมูลใหญ่ ซึ่งหนึ่งปีจะจัดเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น ข้าว่ายาเม็ดนี้ของนายน้อยน่าจะเอาไปเข้าร่วมประมูลน่าจะสามารถแลกเปลี่ยนเป็นสิ่งของที่ท่านพึงพอใจได้มากกว่า"

 

                "อา...งั้นข้าก็ขอขอบใจในคำแนะนำของท่านมาก"เสวี่ยหมิงเอ่ยตอบด้วยความนับถือ ก่อนจะเก็บขวดยาลงกระเป๋า และเดินออกจากร้านไปด้วยความยินดี

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 965 ครั้ง

7 ความคิดเห็น

  1. #4479 wastoo (@wastoo) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:54
    นึกว่าจะโดนเอาเปรียบ555
    #4479
    0
  2. #1328 sivakornza (@sivakornza) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 13:11
    ขอบคุณครับ
    #1328
    0
  3. #397 xวาuxวาu (@mojikiss) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 มีนาคม 2561 / 08:39
    ได้ของแพงมาเลย
    #397
    1
    • #397-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 11)
      31 มีนาคม 2561 / 08:48
      แรก ๆ ได้ไรมาขายหมด ^ ^ รอหลัง ๆ รวยแล้วซื้อดะ
      #397-1
  4. #352 Ice (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 มีนาคม 2561 / 22:28
    มันเก็บต้นโสมมาด้วยเปล่า จากคนตายอ่ะ
    #352
    1
    • #352-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 11)
      28 มีนาคม 2561 / 22:39
      โสมโดนอาจารย์ของหนิงเซียนเอาไปครับ ^ ^
      #352-1
  5. #76 Cherry Wanlada (@wanryda) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 10:01
    เปลี่ยนจากแซงคิว เป็นตัดหน้า ดีมั้ยค่ะ
    #76
    1
    • #76-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 11)
      6 มีนาคม 2561 / 11:13
      ขอบคุณครับ ไปปรับประโยคดูละ เปลี่ยนบางคำ ท่อนสนทนาคำว่า ตัดหน้าดูเข้าดี แต่ท่อนบรรยายไรท์ยังมองว่าแซงคิวชัดเจนกว่า
      #76-1
  6. #27 Pheonixy (@pattss) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:41
    โห ของดีนี่นา
    #27
    0
  7. #24 Pailort (@Pailort) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 / 16:52
    ชอบเรื่องนี้ ถ้ามีตอนเยอะดีหน่อย คาดว่าคงติดที่1ได้ไม่ยากนัก  555+  เเอบขอตอนเพิ่มมันค้างๆ

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 23 กุมภาพันธ์ 2561 / 16:53
    #24
    1
    • #24-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 11)
      24 กุมภาพันธ์ 2561 / 06:03
      555+ ขอบคุณครับ แค่ติดที่ 10 ก่อนก็ดีใจแล้วครับ ปล.อยากลงให้เยอะ ๆ แต่เดี๋ยวพิมพ์ไม่ทัน เอาเป็นว่าจะพยายามลงเพิ่มให้ถ้าวันไหนพิมพ์ได้เยอะนะครับ ^ ^
      #24-1