เนตรมารสะท้านฟ้า ()(จบ)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 898,561 Views

  • 4,495 Comments

  • 8,120 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    55,681

    Overall
    898,561

ตอนที่ 9 : รุมรังแก 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17753
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 951 ครั้ง
    22 ก.พ. 61

ตอนที่ 8

รุมรังแก 2

 

                สิ้นคำท้าทายของเสวี่ยหมิง ใบหน้าของหย่งสือก็ร้อนลวกขึ้นด้วยความโกรธ มันไม่สนใจรั้งรอดูท่าทีอีกต่อไป ใช้ออกด้วยเพลงหมัดสกุลหย่งที่ฝึกฝนมาตั้งแต่เด็กเข้าเปิดฉากการจู่โจมระลอกสองในทันที

 

                ... หมัดเดี่ยวทะลวงร่าง ท่าโจมตีที่รุนแรงที่สุดของวิชาเพลงหมัดสกุลหย่ง  เป็นกระบวนท่าที่เน้นท่าเท้าที่สืบเข้าหาคู่ต่อสู้อย่างมั่นคง การวางเท้าที่มั่นคงเป็นรากฐานของหมัดเดี่ยวทะลวงร่าง เมื่อวางเท้ามั่น แรงจะถูกส่งจากล่างส่งขึ้นสู่บน บวกกับการใช้กล้ามเนื้อบิดหมุนด้วยความว่องไว จนเกิดเป็นหมัดที่หมุนควง แฝงพลังทำลายทะลุทะลวง หากพุ่งถูกเป้าหมายย่อมทำลายทั้งร่างกาย เลือดเนื้อ รวมถึงอวัยวะภายในให้แหลกเละในการโจมตีเพียงครั้งเดียว

 

                แต่ครานี้เสวี่ยหมิงหาได้รับมืออย่างลนลานเช่นครั้งแรก เมื่อมีเวลาเตรียมตัวเสวี่ยหมิงก็มีทางเลือกในการรับมือมากขึ้น ในเมื่อพลังของหย่งสือมีมากกว่า บวกกับเสวี่ยหมิงเองก็รู้ตื่นลึกหนาบางของเพลงหมัดสกุลหย่งเป็นอย่างดี การเข้าปะทะตรง ๆ กับท่าหมัดเดี่ยวทะลวงร่าง นับเป็นเรื่องที่ไม่ฉลาด


                เสวี่ยหมิงเองก็ฝึกฝนเพลงหมัลสกุลหย่งมาเช่นกัน ทำให้รู้ดีว่าหมัดเดี่ยวทะลวงร่าง การออกหมัดแม้รุนแรง แต่เน้นท่าเท้าเป็นหลัก แม้ฐานมั่นคงแต่หากสังเกตการวางเท้า จะสามารถคาดเดาทิศทางการจู่โจมได้ง่าย บวกกับความสามารถที่มีจำกัดของหย่งสือ ทำให้เป็นหมัดเดี่ยวทะลวงร่างหมัดนี้ ดูเป็นการโจมตีที่ทื่อด้าน รวมทั้งหลังจากที่เสวี่ยหมิงหายจากความพิการแล้ว ร่างกายก็เต็มเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา แม้พลังความแข็งแกร่งไม่อาจเทียบเท่ากับหย่งสือที่มีระดับฝึกตนสูงส่งกว่า แต่ในด้านความว่องไวของร่างกายเสวี่ยหมิงนั้นล้ำหน้ากว่าครึ่งก้าว ทำให้หมัดแกร่งที่ทุ่มจนสุดแรงของสือหย่งทำได้เพียงเฉียดผ่านร่างของเสวี่ยหมิงไปเท่านั้น

 

                แต่หย่งสือที่เข้าสู่สำนักมังกรฟ้ามาร่วมหนึ่งปี ย่อมมีการพัฒนาการขึ้นมาบ้าง เมื่อท่าโจมตีเปิดฉากพลาดเป้า มันก็ไม่ตื่นเต้นลนลาน เมื่อเห็นว่าหมัดปิดบัญชีของตัวพุ่งเฉียดร่างของเสวี่ยหมิงไปก็พลิกท่าเท้า จากมั่นคงเป็นแผ่วพลิ้ว เปลี่ยนจากเพลงหมัดสกุลหย่ง เป็นวิชาขั้นพื้นฐานของสำนักมังกรฟ้า...ทักษะหมัดอสรพิษ...ในทันที

 

                จงอางฉกเหยื่อ...ท่าจงอางฉกเหยื่อเป็นกระบวนท่าหนึ่งของทักษะหมัดอสรพิษ เพลงหมัดขั้นต่ำสุดของวิชาทั้งหมดในสำนักมังกรฟ้า ซึ่งเป็นที่นิยมสำหรับมือใหม่หลาย ๆ คนที่เพิ่งเข้าสู่สำนักมังกรฟ้า เพราะสามารถฝึกสำเร็จขั้นต้นได้โดยง่าย ในเมื่อความสามารถของหย่งสือนั้นต่ำเตี้ย มันจึงเลือกฝึกทักษะหมัดอสรพิษที่ง่ายที่สุดในทันทีที่ได้เข้าสู่หอคัมภีร์ แทนการเลือกทักษะที่แข็งแกร่ง ซึ่งมันรู้ตัวดีว่าไม่อาจฝึกฝนได้สำเร็จ

 

                หมัดจงอางฉกเหยื่อ เป็นการเปลี่ยนแปลงพลังกล้ามเนื้อกะทันหัน ทำให้แรงโจมตีของผู้ใช้ลดทอนลงไป แต่ก็แลกมาด้วยความว่องไวและพลิกแพลงของกระบวนท่าที่ยากตั้งรับ ทำให้สามนิ้วที่รั้งรวมจนคล้ายศีรษะงูถูกตวัดพลิกกลับมาจู่โจมเสวี่ยหมิงทางด้านข้าง พุ่งฉกเกี่ยวเข้าที่แขนขวาของเสวี่ยหมิง ซึ่งเพิ่งจะฉีกตัวหลบออกไปด้านข้าง จนเลือดเนื้อของเสวี่ยหมิงปลิดปลิวออกไปตามแรงกระชากของกระบวนท่า

 

                "ฮ่า ฮ่า ฮ่า" เมื่อจู่โจมถูกจนเห็นเลือดเนื้อของเสวี่ยหมิงปลิดปลิว หย่งสือก็หัวเราะร่าอย่างมีความสุขในทันที "ข้าไม่ใช่หย่งสือคนเก่าอีกต่อไปแล้ว ค่อยดูให้ดีละว่าเพลงหมัดอสรพิษของข้า จะหักแขน...หักขา...สวะอย่างแก ได้หมดภายในกี่กระบวนท่ากัน"

 

                แม้ผู้คนส่วนใหญ่จะชมดูการปะทะกันด้วยความสนุกสนาน แต่มุมหนึ่งของคนดู มู่จินหลันแอบมองดูเสวี่ยหมิงด้วยความกังวล นางอยากจะก้าวเท้าออกไปห้ามปรามหย่งสือ แต่รู้ตัวดีว่าด้วยฐานะคู่หมั้นของหลี่เปียว การกระทำเช่นนั้นย่อมเป็นการหักหน้าของคู่หมั้นเธออย่างไม่ต้องสงสัย มู่จินหลันจึงได้แต่สวดภาวนาในใจให้เสวี่ยหมิงปลอดภัย เพราะยังไงเสวี่ยหมิงกับเธอ ก็เคยมีช่วงเวลาดี ๆ ให้แก่กัน แม้ว่าในตอนนี้เรื่องทุกอย่างมันจะกลายเป็นอดีตไปแล้วก็ตาม

 

                แต่แล้วเมื่อเห็นเลือดเนื้อที่กระเซ็นไหลของเสวี่ยหมิง มู่จินหลันจึงถลันตัวออกไปด้านหน้าอย่างไม่รู้ตัว

 

                "คุณหนูมู่..."มือหยาบแข็งเตะเข้าที่ไหล่บ่าของเด็กสาว ทำให้เธอชะงักเท้าเอาไว้ หลังจากที่รู้ว่ามู่จินหลัน แอบกลับไปหาเสวี่ยหมิงที่เฝ้าศพมารดาอยู่หลายครั้ง ผู้อาสุโสในตระกูลมู่จึงจำเป็นต้องวางตัวคนดูแลไว้ที่ข้างกายของเธอ แม้ออกปากว่าคนดูแล แต่แท้จริงก็คือคนควบคุมนั่นเอง เพราะอย่างไรเธอก็ยังเป็นเด็กสาว หากกระทำการใดวู่วามขึ้นมา นั่นอาจจะส่งผลกระทบต่อตระกูลมู่ในอนาคตได้

 

                "ข้าแค่กำลังจะเดินจากไป" หล่อนกัดริมฝีปากตัวเองแน่น เพราะรู้ดีถึงเจตนาของผู้คนในตระกูล

 

                "ดี...วันนี้ผู้คนมากันเยอะเกินไป ยังไงพวกเราค่อยกลับมาใหม่ในวันอื่น ก็ยังไม่สาย"

 

                มู่จินหลันพยักหน้ารับด้วยความขมขื่น ก่อนที่จะเดินลิ่วออกไปจากบริเวณที่หย่งสือ และเสวี่ยหมิงกำลังปะทะกันอยู่ ตรงไปยังรถม้าของตระกูลหลี่ที่จอดรอเอาไว้อยู่แล้ว

 

                การปะทะยังคงเป็นการบุกจู่โจมอยู่ฝ่ายเดียวของหย่งสือ เพลงหมัดอสรพิษ พลิกแพลงว่องไว ทำให้ในตอนต้นเสวี่ยหมิงไม่สามารถหลบหลีกการจู่โจมได้ แต่ยิ่งต่อสู้ท่าร่างของเสวี่ยหมิงก็ค่อย ๆ ปรับตัวว่องไวขึ้นยังเริ่มปรับตามตามกระบวนท่าของเพลงหมัดอสรพิษ แม้บนร่างของเสวี่ยหมิงจะเต็มไปด้วยร่องรอยเลือดเนื้อที่ฉีกขาดหลายแห่ง แต่ก็เริ่มที่จะหลบรอดจากการโจมตีของหย่งสือได้มากขึ้นเรื่อย ๆ

 

                "เจ้าหนุ่มนั่นไม่ธรรมดาเลยทีเดียว สามารถเรียนรู้และพัฒนาท่าร่างของตัวเองได้ในระหว่างการต่อสู้ จิตและสมาธิของมันถือว่าดีเยี่ยม" เสียงทรงอำนาจเอ่ยขึ้นจากบนเหลาสุรา ซึ่งอยู่ห่างออกไปราวหนึ่งลี้

 

                "แต่ลูกว่าด้วยพลังฝีมือที่ห่างกันอยู่หนึ่งขั้น ไม่ช้าก็เร็วเจ้าหนุ่มนั่นต้องพ่ายแพ้แน่" เด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา สวมใส่อาภรณ์หรูหราสีม่วงอ่อน เอ่ยวิจารณ์บ้าง

 

                "ฮุยเอ๋อร์ เจ้าจงจำเอาไว้ พลังที่มากกว่าไม่ใช่ตัวตัดสินเสียทุกสิ่ง แม้เจ้าหนุ่มคนนั้นมีพลังลมปราณพื้นฐานเพียงขั้นที่สอง แต่ท่าร่างของมันกลับว่องไวกว่าศิษย์นอกของสำนักมังกรฟ้าเสียอีก แถมยังสามารถต้านรับการจู่โจมที่รุนแรงของผู้ที่มีระดับการฝึกฝนสูงกว่าตัวเองได้หลายสิบกระบวนท่า โดยที่ไม่เพลี้ยงพล้ำ เช่นนั้นหากปล่อยเวลายืดออกไป ยังไม่แน่ว่าผู้ใดจะเป็นฝ่ายที่มีชัยในท้ายที่สุด"

 

                "ขอบคุณท่านพ่อที่สั่งสอน ลูกจะจดจำเอาไว้ครับ" แม้ท่าทางจะไม่เห็นด้วยแต่จื่อฮุยก็ยินยอมที่จะน้อมรับคำสั่งสอนของผู้เป็นบิดาด้วยความเคารพ

 

                ผู้เป็นพ่อพยักหน้ารับ "ผู้ฝึกยุทธ์นั้นแสวงหาความแข็งแกร่ง แต่ผู้ปกครองนั้นแตกต่าง และต้องการมากกว่า เจ้าจงจำเอาไว้การเมืองนั้นเน้นซึ่งหน้าเพียงสามส่วน อีกเจ็ดส่วนนั้นเป็นวิธีการหลบเร้น หากเจ้าอยากได้ผู้คนที่จริงใจ เพื่อเป็นฐานอำนาจในอนาคต จงเลือกเอาใจใส่ตั้งแต่ที่มันยังอ่อนแออยู่ ผู้ทรงอำนาจยินยอมเลี้ยงคนพันวันใช้งานเพียงครั้งก็ถือว่าคุ้มค่า" ผู้เป็นลูกพยักหน้ารับ "ข้าว่าเจ้าหนุ่มที่ถูกระรานคนนี้ ดูน่าสนใจยิ่งนัก แม้ว่าในตอนนี้มันยังอ่อนแอนัก แต่ด้วยมุ่งมั่นกับจิตใจที่กล้าหาญเผชิญหน้ากับผู้ที่แข็งแกร่งกว่าโดยไม่หวั่นเกรง หากมิอาจผูกมิตร ก็จงอย่าได้เป็นศัตรู" ผู้เป็นพ่อมองดูบุตรชายคนเดียวของมันด้วยสายจริงจัง "หากว่าวันนี้เจ้าหนุ่มนั่นมันรอดจากความพ่ายแพ้ไปได้ เจ้าก็ควรจะให้น้ำหนักกับมันเอาไว้บ้าง"

 

                "ลูกเข้าใจแล้วครับท่านพ่อ" จื่อฮุยฉีกยิ้มกว้างก่อนจะสาวเท้าตรงออกจากเหลาสุราในทันที

 

                ผู้เป็นพ่อมองดูเงาหลังของลูกชายที่เดินหายลับตาไป "ชิงเหอรับคำสั่ง" เสียงแม้เนิบเบาแต่แฝงไว้ด้วยอำนาจ และทันทีที่เสียงของจื่อเจิ้งเงียบลง ก็ปรากฏร่างของผู้ฝึกตนในชุดนักบู๊คนหนึ่ง คุกเข่าอยู่ที่เบื้องหน้าของจื้อเจิ้ง "เจ้าจงตามติดนายน้อยไป และหากว่าเกิดเหตุไม่คาดฝันจงออกหน้าเข้าช่วยเจ้าหนุ่มคนนั้นซะ" สิ้นคำสั่งเงาร่างของชิงเหอก็เลือนหายไปในพริบตา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 951 ครั้ง

7 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 22:46
    <p>ได้กำลังสนับสนุนแล้ว</p>
    #1390
    0
  2. #1326 sivakornza (@sivakornza) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 12:56
    ขอบคุณครับ
    #1326
    0
  3. #347 รันเบล_ (@bella-12) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 มีนาคม 2561 / 11:32
    เห็นคำว่าครับแล้วสะดุดอ่ะ  มันไม่เข้ากับยุคจีน  กำลังภายในด้วย  เปลี่ยนเป็นขอรับดีกว่านะ
    #347
    2
    • #347-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 9)
      28 มีนาคม 2561 / 21:24
      ขอบคุณครับ ^^
      #347-1
    • #347-2 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 9)
      30 มีนาคม 2561 / 17:32
      ลองไปใช้กับบทหลัง ๆ ละ เพราะกว่าแถมเข้ากันมากเลยครับคำว่า...นาง จนไรท์ต้องกลับมาขอบคุณอีกรอบเลย ^ ^
      #347-2
  4. #223 smc38752 (@smc38752) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 มีนาคม 2561 / 22:15
    จะไปเจอคัมภีร์ทองแดงพร้อมไข่มุกในหอยตอนไหนเหรอครับ แล้วจะได้หอกตอนไหนครับ แล้วจะมีเพื่อนเป็นเด็กสาวตัวเล็กๆมั้ยครับ 55555555
    #ผมล้อเล้นครับ
    #223
    1
    • #223-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 9)
      21 มีนาคม 2561 / 09:13
      ขอบคุณครับ แต่มันคืออะไรอะ งง แต่เด็กตัวเล็ก ๆ นี่หยุนเช่อปะ ^ ^ คัมภีร์ทองแดง ไม่เก็ทอะผมคุ้น ๆ แต่คัมภีร์ทองแดงแดนอสูร ปะไม่แน่ใจจากสุดขั้นยทุธภพ ^ ^
      #223-1
  5. #25 Pheonixy (@pattss) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:23
    จะมีคนหนุนหลังแล้ว
    #25
    0
  6. #20 ไพลิน สุขสมนาค (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561 / 16:59
    ชอบนะ ใจจริงอยากได้บทพระเอกเศร้าๆหน่อย เเต่ไงก็ติดตามอ่านครับ
    #20
    1
    • #20-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 9)
      22 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:15
      เคยลองตอนเรื่องเก่า พอเศร้า ๆ คนอ่านหนีหมด 555+ ยังไงก็ขอบคุณครับที่ติดตตาม
      #20-1
  7. #17 ckchatchen42 (@ckchatchen42) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561 / 13:09
    เฮ้อ...ถ้าพระเอกจะเจอปัญหาตั้งแต่เริ่มมันก็ไม่สนุกนะ เจอแต่อุปสรรค กว่าจะพัฒนาตนเองได้ช้ามาก...มีแต่ปัญหาเข้ามา นี้ก็ปรางตายรอบที่สามแล้ว วิชาก็ไม่ได้ดีเด่นอะไร ถ้าไม่มีคนช่วยแบบนี้มีแต่ตายกับตาย
    #17
    1
    • #17-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 9)
      22 กุมภาพันธ์ 2561 / 16:11
      ขอบคุณครับที่ติดตตาม เรื่องนี้จริง ๆ พระเอกมันเก่งอยุ่แล้วนะ แต่มันไม่รู้...อ่านไปเดี๋ยวจะรู้เองครับ แต่บอกไปจะกลายเป็นสปอยเนื้อเรื่อง เดี๋ยวจะไม่ลุ้น
      #17-1