มังกรน้อย อยู่ชั้นประถมแล้วนะ! (จบ)

ตอนที่ 62 : 56. ที่น่าลุ่มหลง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    17 ก.ย. 63

56. ที่น่าลุ่มหลง
 
เฟรยาเสร็จสิ้นภารกิจสอบถามเรื่องราวจากผอ.มอราเลสแล้ว แน่นอนว่าเธอทวงรางวัลทันที เวย์ราจึงยืนยันไม่ว่าอย่างไรเขาต้องหารวมภาพของดัสเชสแห่งลิทช์เตนชลอสฤดูกาลใหม่มาให้ได้อย่างแน่นอน แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังต้องรอเวลากว่าหนังสือจริงจะออกเพราะขณะนี้เพิ่งจะผ่านขั้นตอนการลงชื่อจองเอาไว้เท่านั้น
 
แรกเริ่มเดิมทีนั้นยามฤดูกาลหรือพิธีการสำคัญของราชสำนักผ่านพ้นสักพักใหญ่ หนังสือรวมภาพของดัสเชสในพิธีการหรือฤดูกาลนั้นจะถูกจัดทำขึ้นอย่างประณีตเป็นจำนวนจำกัดจึงมีราคาสูง และถูกกระจายวงในอย่างไม่เอิกเกริกนัก ต่อมาเมื่อมีผู้นิยมมากขึ้นถึงขนาดมีการให้ราคาที่สูงขึ้นมาก ผู้จัดทำจึงต้องยินยอมเปิดให้มีการสั่งจองขึ้น ต่อมาถึงกับสั่งจองล่วงหน้าเมื่อเข้าใกล้ช่วงฤดูกาลนั้น ๆ เลยทีเดียว ถึงกระนั้นปีหนึ่ง ๆ รวมภาพก็ออกมาไม่เกินสองชุดเท่านั้น อีกทั้งผู้ที่มีรวมภาพในครอบครองส่วนใหญ่มักหวงแหนกันนัก
 
เฟรย่าได้อานิสงส์จากผอ.มอราเลสใจดีแบ่งปันให้เธอได้ชื่นชม ในที่สุดเธอก็จะได้มีรวมภาพเป็นกรรมสิทธิ์ของตัวเองเสียที ถึงจะมีเงินก็ใช่ว่าใครก็สามารถจะจับจองกันได้ ถ้าไม่ใช่เพราะเวย์ราจะหาช่องให้ ลำพังตัวเธอเองคงไม่มีวันหามาในครอบครองได้แน่ ดังนั้นเมื่อก้าวเข้าปราสาทบวร์กเฮาเซ่นพร้อมสหายคนอื่นเฟรยาจึงรื่นเริงกว่าใคร
 
ตอนนี้ครูกรินไม่ได้รับหน้าที่ครูประจำชั้นแล้ว พวกลูกมังกรคิดว่าพวกเขาคงไม่ได้พบครูที่ลานด้านหน้าเช่นดังทุกที ถึงกระนั้นพวกเขาก็มากับเอรอส มังกรแห่งแสงส่งสารมาแจ้งญาติผู้พี่ไว้ล่วงหน้าแล้ว ว่าวันนี้อดีตนักเรียนจะพากันมาพบ เขาจึงนำทุกคนไปยังห้องทำงานโดยตรง
 
เมื่อไปถึงห้องทำงานแล้วทุกคนดูจะไม่แปลกใจที่มีข้ารับใช้มาจัดของว่างพร้อมน้ำชารอรับพวกเขาอยู่แล้ว โลรันท์หยุดอยู่แค่หน้าห้องกันจะหันกายปลีกตัวออกไป อดีตนักเรียนทั้งหกจึงกระจายกันนั่งลงทานของว่าง เว้นแต่เอรอสที่ก้าวเข้าไปหาวิคเตอร์หลังโต๊ะทำงาน จนเห็นขนมพร่องไปกว่าครึ่ง วิคเตอร์จึงลุกมาพูดคุยด้วยเอรอสถึงได้ตามมานั่งแปะรวมกับลูกมังกรคนอื่น
 
วิคเตอร์มองอดีตลูกศิษย์ นึกถึงว่าเด็กทั้งหกคงต้องแยกย้ายกันไปหลังเรียนจบปีสุดท้ายของโรงเรียนประถม
 
เอิร์ดมานน์เป็นฝ่ายกล่าวขึ้นก่อนใคร
“ครูกรินครับ ผมตั้งใจว่าปีหน้าจะเข้า...” เอิร์ดมานน์พูดถึงโรงเรียนมัธยมชื่อดัง
 
เมื่อได้ยินชื่อโรงเรียนเวย์ราก็เบะปาก
“โรงเรียนนั่นมันโรงเรียนกินนอนด้วยไม่ใช่หรือ ฉันไม่เอาด้วยหรอก ที่สำคัญเป็นโรงเรียนชายล้วน!
 
เอิร์ดมานน์ตวัดสายตาไปยังสหายทันทีด้วยความไม่พอใจ
“ฉันไปเรียนนะ ไม่ได้จะไปทำอย่างอื่น!
 
แรมซีย์มองเอิร์ดมานน์ก่อนสบตาครู กล่าวออกมาเรียบเรื่อย
“ผมยังไม่ได้เลือกโรงเรียนเลย เกรงว่าจบแล้ว...ท่านลุงคงหาอาจารย์มาสอนส่วนตัวเสียมากกว่า ผมเองก็ไม่รู้จะสรรหาข้อโต้แย้งอะไรด้วยครับ”
 
วิคเตอร์ผงกศีรษะเข้าใจก่อนมองไปยังเออร์วิง มังกรวารีสบตาครูก่อนมองไปยังแรมซีย์ เขาพอเข้าใจแล้วว่า ต่อจากนี้เออร์วิงเองก็คงคล้ายกับแรมซีย์
 
“เช่นนั้นก็ใช้ชีวิตในรั้วโรงเรียน ทำทุกอย่างให้เต็มที่เถิด” วิคเตอร์กล่าวต่อเออร์วิง
 
เออร์วิงผงกศีรษะรับ “เสียดายตรงที่ ผมคงไม่มีโอกาสได้ทำความรู้จักคนอื่นมากเท่าไรแล้ว แค่จะเฝ้ามองคนอื่น ๆ ก็คง...” เขาอาจจะชอบอยู่กับตัวเอง เฝ้ามองคนอื่นอยู่ห่าง ๆ ไม่ได้ชอบทำความรู้จักคนอื่นมากนัก จากนี้คนที่เขาจะได้รู้จักเพิ่มคงลดลง
 
พอมาถึงมังกรพฤกษาและมังกรอัคคี เคียฮีทำท่าครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนตอบ
“เคียฮียังไม่ได้คิดเลย แต่คงไม่เข้าโรงเรียนการเรือนแบบพี่สาวแน่ ๆ”
 
เฟรยาได้ยินชื่อแล้วทอดถอนใจ
“คุณแม่จะให้ฉันเขาโรงเรียนการเรือนอันแสนน่าเบื่อนั่นล่ะ”
 
“เคียฮีกับเฟรยามีความสนใจอื่นเป็นพิเศษไหมครับ” วิคเตอร์ถาม เขาก้าวกลับไปที่โต๊ะทำงานก่อนจะหันไปทางตู้หนังสือ
 
เคียฮีจึงลุกตามขึ้นมา โดยมีเฟรยาตามมาหยุดอยู่ข้างโต๊ะทำงานตัวใหญ่
 
วิคเตอร์หยิบรายชื่อโรงเรียนเล่มล่าสุดออกมาจากบนชั้นก่อนจะเปิดออก ด้านในมีรายชื่อโรงเรียนเฉพาะทางเรียงรายอยู่พร้อมคำอธิบายเกี่ยวกับโรงเรียนนั้นเพิ่มเติม เห็นเช่นนั้นลูกมังกรคนอื่น ๆ จึงลุกตามมาล้อมโต๊ะทำงานเอาไว้ จ้องมองไปยังหน้าที่ครูกำลังเปิดอยู่
 
“แบบนี้ถ้าเคียฮีอยากเข้าโรงเรียนสายไหนก็สามารถเลือกดูจากในนี้ได้ใช่ไหมคะ” เคียฮีถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
 
“ใช่ครับ ในนี้รวมรายชื่อโรงเรียนเฉพาะทางเอาไว้ โรงเรียนปรุงยา โรงเรียนสำหรับจอมเวท หรือสายอื่น ๆ ก็มีครับ” วิคเตอร์ยื่นหนังสือให้เคียฮีลองเปิดดูเอง
 
เด็กคนอื่นต่างก็มารุมกลุ้มดู ส่งเสียงชี้มือไม้ วิคเตอร์จึงต้องไปหาเล่มที่คล้ายกันมาเพิ่มให้อีกจะได้ไม่ต้องรุมกันเล่มเดียวไม่เช่นนั้นเกรงว่าหนังสือเขาคงจะขาดแน่
 
เคียฮีเงยหน้าขึ้นมาก่อนจะเอ่ยขอ
“ครูคะ หนูขอกระดาษกับถาดหมึกหน่อยค่ะ”
 
วิคเตอร์เลื่อนกระดาษ ถาดหมึก หยิบปากกาขนนกมาวางเพิ่มให้ ก่อนจะปลีกไปยืนดูอยู่ไม่ไกล เคียฮีหยิบปากกาขึ้นจุ่มหมึกคัดลอกชื่อโรงเรียนและรายละเอียดจำเป็นลงบนกระดาษ คนอื่นก็เริ่มทำตามเช่นกัน
 
เอรอสจึงหันมาคุยกับญาติผู้พี่ของตนเบา ๆ วิคเตอร์ผงกศีรษะรับเป็นระยะ ทันใดนั้นเองเฟรยาก็ร้องขึ้น
“ครูกรินคะ ทำไมภาพร่างนี้ถึงมาอยู่บนโต๊ะครูคะ” ดวงตาของเธอเบิกกว้างอย่างตกตะลึง เดินอ้อมโต๊ะทำงานเข้าไปใกล้โดยไม่ละสายตาจากกระดาษแผ่นบนสุดจากกองเอกสารบนโต๊ะครู บนกระดาษขาวนั้นมีลายเส้นถูกร่างด้วยดินแกรไฟต์ดูวุ่นวายก่อนจะตัดเส้นให้เห็นรูปร่างชัดเจนขึ้น ถึงอย่างนั้นเฟรยาก็คุ้นเคยกับลายเส้นนั้นเป็นอย่างดี
“นี่เป็นภาพของพาโบลไม่ใช่หรือคะ!” เฟรยาโพล่งออกมา ก่อนร้องขอคำอธิบายต่อครูกรินด้วยสายตา
 
วิคเตอร์ก้มมองญาติผู้น้องของตนก่อนเดินเข้าไปหยุดหน้าเฟรยา เขาพอจะเดาได้บ้างแล้ว
“ผอ.มอราเลสเคยเล่าว่าสนิทกับเฟรยาเพราะเรื่องนี้สินะ เฟรยาตาแหลมมากมองแวบเดียวก็ทราบทันทีเลยนะครับ”
 
ดวงตาของเฟรยาเบิกกว้างแทบไม่เชื่อสายตาเมื่อครูกริบหยิบภาพร่างทั้งหมดนั้นมาวางบนมือเธอ เฟรยาถึงกับมือสั่นเลื่อนดูทีละแผ่น ไม่ใช่ภาพเดียว แผ่นถัดจากนั้น และถัดจากนั้นก็ใช่ เป็นลายเส้นของเบลดูลน์ นั่นก็เดลฟี
“นี่มัน...คอลเลกชันที่กำลังเปิดจอง...” เฟรยาละสายตาจากภาพขึ้นมองครูกริน
 
“เฟรยาคงชอบมากเลยสินะครับ” วิคเตอร์ยิ้มจาง ๆ
 
“แน่นอนค่ะ ครูไม่ได้เป็นคนวาดใช่ไหมคะ?” เฟรยาถามออกมา
 
“ไม่ใช่ครูแน่นอนครับ ครูแค่เป็นคนตรวจสอบ คัดเลือกและออกความเห็น...”
 
เมื่อได้ยินเช่นนั้นเวย์ราก้าวเข้ามาดูภาพในมือเฟรยา ตามด้วยคนอื่น ๆ
 
“เรื่องนี้เป็นความลับต่อ....เอ่อ...ครูไม่น่าจะทราบนี่ครับ” เวย์ราถามขึ้นบ้าง
 
“ผู้ที่วาดภาพพวกนี้ล้วนเป็นข้ารับใช้ประจำตัวท่านย่าของครูทั้งสิ้น” วิคเตอร์เฉลยออกมา
 
คำเฉลยนั้นทำเอาทุกคนตกตะลึง
 
“เฟรยาไหนว่ามันเป็นความลับสุดยอด ต้องปกปิด ห้ามแพร่งพรายไม่ใช่หรือ” ทั้งเคียฮี เอิร์ดมานน์ต่างหันไปถามมังกรพฤกษา
 
วิคเตอร์ก้าวเขาไปรับภาพร่างคืนจากเฟรยา ก่อนจะทิ้งคำถาม
“เธอไม่คิดว่าแปลกหรือ ในรวมภาพล้วนเป็นภาพวาดในมุมมองของผู้วาด ซึ่งล้วนเป็นมุมมองใกล้ชิดทั้งสิ้น ท่านย่าของครูเป็นขุนนางระดับสูงผู้ที่สามารถเข้าถึงตัวใกล้ชิดได้ย่อมต้องเป็นคนใกล้ชิดทั้งสิ้น”
 
แรมซีย์รีบพยักหน้าเห็นด้วย
“นั่นสินะ คนนอกหรือจะสามารถวาดภาพเสมือนผ่านประสบการณ์จริงได้ขนาดนี้”
 
“หมายความว่าทั้งดัสเชส ทั้งครู...” เฟรยาหันไปมองเอรอส กล่าวอย่างไม่แน่ใจ “...และเอรอส ล้วนทราบถึงการมีอยู่ของรวมภาพเหล่านี้”
 
วิคเตอร์วางมือบนศีรษะเอรอส
“ท่านย่าอนุญาตให้คนสนิทจัดทำขึ้นเอง เพื่อจะได้ควบคุมดูแลได้ เรียกได้ว่าเป็นการสร้างภาพสำหรับชนชั้นสูงให้เป็นที่รู้จักทั่วถึง ดีกว่าปล่อยให้คนอื่นที่ควบคุมไม่ได้เอาไปเขียนข่าวซุบซิบไร้มูลความจริง อย่างไรพวกเราก็หนีไม่พ้นถูกนำไปพูดถึงหรือนินทาอยู่แล้ว ไม่ค่อยมีใครนำมาพูดถึงในที่แจ้งด้วยเกรงใจความเป็นขุนนาง ดังนั้นท่านย่าจึงเห็นว่าควรแทรกความจริงที่สามารถกำหนดทิศทางลงไปด้วย”
 
เออร์วิงฟังแล้วก็อดทึ่งไม่ได้
 
เฟย์ยา กลับนึกบางอย่างขึ้นได้
“แล้ว ‘T’ รวมภาพในตำนานของดัสเชส ครูทราบใช่ไหมคะว่าใครเป็นคนวาด”
 
ดวงตาสะท้อนสีรุ้งเป็นประกายขึ้นมาทันที
“บิดาของครูเอง เขามีนามว่า เทเนอร์  กรินญา” รอยยิ้มจุดขึ้นบนมุมปากทันที “บิดาของครูวาดภาพมารดาตนเองขึ้น ก่อนจะทำแจกในคนในครอบครัวและคนสนิทเท่านั้น”
 
แล้วเฟรยาก็ต้องตะลึงอีกครั้งเมื่อครูกรินก้าวไปยังตู้หนังสือก่อนหยิบรวมภาพในตำนานเล่มนั้นส่งให้เธอ
 
“ครูให้...รับไว้เถอะ” วิคเตอร์กล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
 
เฟรยาพลิกหน้าปกเปิดออก เธอเคยได้ยินผอ.เล่าว่าเป็นรวมภาพที่หายากและงดงามที่สุด ภาพที่บุตรชายวาดภาพของมารดาตนเอง...จึงได้ถ่ายทอดออกมาได้ลึกซึ้งกว่าใคร ทันใดนั้นเธอก็ปิดรวมภาพลงก่อนกล่าวออกมาเสียงสั่น
“ให้เฟรยา...แล้วครูล่ะคะ?” ก็คุณพ่อของครูไม่อยู่แล้วนี่
 
“ครูมีภาพต้นฉบับเก็บไว้เป็นอย่างดีอยู่ครับ” วิคเตอร์ตอบ “ได้เห็นเฟรยาชื่นชอบและดีใจขนาดนี้ครูก็ยินดีแล้ว ให้มันอยู่กับคนที่คู่ควรดีแล้ว”
 
เฟรยาแทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่
“ขอบคุณค่ะ เฟรยาจะรักษาอย่างดีเลยค่ะ” เธอให้คำมั่นกับตนเอง
 
ตอนนั้นเองก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น หญิงสาวคนหนึ่งก้าวเข้ามาหาเอรอส เธอเป็นพี่เลี้ยงของเอรอสและแอนทีรอส
“คุณชายได้เวลาเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วค่ะ เดี๋ยวจะไม่ทัน”
 
เอรอสตอบรับก่อนหันไปหาวิคเตอร์
“ท่านพี่เองก็ต้องไปเตรียมตัวแล้วนะครับ”
 
วิคเตอร์จึงหันกลับไปมองลูกมังกร
 
“ครูมีธุระหรือครับ งั้นพวกเราไม่รบกวนแล้ว” เอิร์ดมานน์กล่าวขึ้นก่อนสะกิดสหาย
 
วิคเตอร์มองไปยังแรมซีย์ ก่อนจะเลื่อนสายตาไปยังเฟรยา
“ครูต้องไปทานอาหารค่ำที่ปราสาทแห่งแสงครับ มีท่านแองกุสต์มาร่วมด้วย...”
 
-----
 
วาเซอีมาถึงคฤหาสน์เอเรบุส ข้ารับใช้จึงเชิญเข้าไปยังห้องอาหาร ระหว่างรอพี่ชายของเขาข้ารับใช้ก็มาแจ้งเพิ่มว่ามีธุระด่วนเข้ามานายท่านจึงไปรับเรื่องทางนั้นก่อน วาเซอีมิได้นั่งลงในทันทีเขาก้าวช้า ๆ มองไปยังผู้ติดตามซึ่งรอรับหน้าแทนนายซึ่งเขาคุ้นเคยดีก่อนถามว่า ช่วงนี้พี่ชายเขาเป็นอย่างไรบ้าง
 
ข้ารับใช้ผู้นั้นจึงรายงานในเรื่องที่สมควรพูด และสามารถกล่าวถึงได้ให้น้องชายคนสนิทของผู้เป็นนายฟัง
 
ระหว่างฟังไปวาเซอีอดยกมือขึ้นขยับแว่นของตนไม่ได้ นอกจากนี้ทีแรกก็คิดว่า เขาคงฟังผิดไปในเรื่องที่เพิ่งเกิดไม่นาน
...ออร์เฟรขนไวน์ไปดื่มกับหลานชายของลาเมียซีก่อนจะเมากลับมา...
 
หัวคิ้วของวาเซอีขมวดเข้าด้วยกัน กำลังจะซักถามต่อสักหน่อยประตูห้องอาหารก็เปิดออก เจ้าของคฤหาสน์ก้าวเข้ามาก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างเป็นกันเอง
“ต้องให้คอย ขอโทษทีนะวาเซย์”
 
วาเซอีคลายหัวคิ้วตัวเองออก เมื่อเห็นสีหน้าผู้เป็นทั้งพี่ทั้งสหายสนิทแล้วก็อดระบายลมหายใจออกมาก่อนกล่าวมิได้
“ข้าเพิ่งฟังผู้ติดตามเล่า ว่าเจ้าไปเมาจนหลับมา”
 
เจ้าตัวกลับไม่ยี่หระสักนิด ยอมรับได้อย่างหน้าชื่นก้าวนำไปนั่งตำแหน่งประธานของโต๊ะอาหาร
“อืม นาน ๆ ทีข้าจะได้ดื่มด่ำอย่างมีความสุข”
 
วาเซอีกลับรู้สึกว่า แปลกเกินไป...ปกติออร์เฟรมักระวังตัว ดื่มก็จะไม่ดื่มจนเมา หรือหากเมาก็จะไม่ถึงกับขาดสติ แล้วยังมีผู้ติดตามคอยเตือนคอยระวังให้ ถึงกระนั้นเขาก็ไม่ได้กล่าวอันใดออกมานอกจากนั่งลง
 
“เพราะอยู่กับเขาข้าจึงสบายใจ เมาได้เต็มที่” ออร์เฟอุสยกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้พ่อบ้าน
 
ได้ยินเจ้าตัวกล่าวเช่นนั้น ด้วยสีหน้าและดวงตาเปี่ยมสุขจนล้นเช่นนี้วาเซอีอยากจะกล่าวแย้งว่า ถึงอย่างนั้นก็ดูจะปล่อยตัวเกินไป
 
ออร์เฟอุสดูจะอ่านสีหน้าน้องชายออกจึงกล่าวขึ้น
“อยู่ในสถานที่ห้อมล้อมด้วยลาเมียซียังจะเกรงกลัวสิ่งใด”
 
“เจ้ายังดึงดันกลับคฤหาสน์มาทั้งที่ไร้สติอย่างไรเล่า” วาเซอีเค้นเสียงตอบออกไปจนได้
 
“อย่าได้ห่วงนอกจากคนของข้า เชื่อเถอะว่ามีคนของลาเมียซีตามมาด้วย เขาไม่ปล่อยให้เกิดเรื่องกับข้าแน่จนกว่าจะถึงที่หมาย” ออร์เฟอุสกล่าวคล้ายโอ้อวดว่าเป็นสิทธิพิเศษอันควรได้รับ
 
พี่ชายเขารสนิยมดีเยี่ยม...วาเซอีกัดฟันคิดในใจ
ปลอดภัย หายห่วง เพราะอยู่ในความคุ้มครองของหลายชายแห่งลาเมียซี ดีเหลือเกิน คุ้มค่าเสียยิ่งกว่าคุ้ม ข้อเสียอย่างเดียวคือ อาเขยเขาไม่ยอมให้สองคนนี้ได้ใช้เวลาร่วมกันนานนัก!
 
“ออร์เฟร ถ้าเจ้ามีความสุขข้าก็ไม่คิดจะได้ห้ามปรามอะไรอยู่แล้ว ใจเจ้าเลือก ข้าก็ยินดี ดูสีหน้าเจ้าสิ ดูมีความสุขจนรัศมีแผ่ออกมารอบกายแล้ว”
 
ระหว่างพวกเขาคุยกันนั้นอาหารถูกเลื่อนขึ้นโต๊ะ แก้วเปล่าถูกเติมเต็ม
 
“เรามาทานอาหารเถิด” มือของออร์เฟอุสหยิบมีดและส้อมขึ้นเริ่มทานอาหาร “ข้าหวังว่าจะมีกันและกันเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ มีเขามีข้า วันคืนใช้ร่วมกัน”
 
ในใจวาเซอีมีคำพูดมากมายอัดแน่นโดยไม่สามารถกล่าวออกมาได้
 
-----
 
ในเวลาเดียวกันนั้นเองวิคเตอร์ในชุดทานอาหารค่ำอย่างเป็นทางการอุ้มแอนทีรอสอยู่ในอ้อมแขน ข้างกันนั้นคือเอรอสซึ่งแต่งกายเรียบร้อยเช่นกัน ด้านหลังมีพี่เลี้ยงติดตามมา พวกเขาก้าวเข้าสู่ห้องอาหารใหญ่ของปราสาทแห่งแสง วิคเตอร์เห็นท่านย่าและมารดาของเขากำลังพูดคุยกับแขกผู้มาร่วมทานอาหารในวันนี้อยู่หน้าภาพวาดสีน้ำมันซึ่งประดับอยู่บนฝาผนัง
...ท่านแองกุสต์  และเลดี้วิเรยาส์  เอเรบุส...
 
วิคเตอร์ก้มศีรษะค้อมกายทำความเคารพผู้อาวุโสกว่าอย่างนอบน้อม หลังทักทายแล้วเลดี้วิเรยาส์แย้มรอยยิ้มอ่อนโยน ทอดสายตามองเอรอสและแอนทีรอสด้วยความสนใจ
“เด็กคู่นี้สินะ ออร์เฟรเคยพูดถึงให้ได้ยินบ่อย ๆ”
 
“ครับ” วิคเตอร์ตอบรับ ส่งสายตาไปยังท่านย่าของเขา
 
ดัสเชสแห่งลิทช์เตนชลอสจึงกล่าวเชื้อเชิญให้แขกนั่ง โดยมีเมเมนโต้และบลูซัลเวียนั่งอยู่ที่โต๊ะก่อนแล้ว
 
ดวงตาของเลดี้วิเรยาส์กลับไม่ละจากเด็ก ๆ เลย
“น่ารักทั้งคู่เลยเชียว” น้ำเสียงนั้นมีแต่ความชื่นชมยินดี จนท่านแองกุสต์นำภริยาของเขานั่งลง
 
วิคเตอร์พาเอรอสไปยังที่นั่ง จากนั้นจึงวางแอนทีรอสบนเก้าอี้สำหรับเด็กข้างกาย พี่เลี้ยงสาวผู้ติดตามมาเบื้องหลังจัดแจงผูกผ้ากันเปื้อนให้แอนทีรอส
 
ระหว่างนั้นวิคเตอร์มองดูพ่อบ้านขานถึงอาหารแต่ละจานที่ถูกลำเลียงมาบนโต๊ะ เขาวาดหวังว่ากลับมาทานอาหารที่ปราสาทแห่งแสงทั้งที อาหารในค่ำคืนนี้คงมีรสดีไม่เฝือดฝื่น
 
วิคเตอร์ไม่ทราบว่าท่านดยุคพูดถึงเด็กทั้งคู่ว่าอย่างไรต่อหน้าท่านแองกุสต์และภริยา หากพูดเช่นเดียวกับที่บอกเขาว่า เอรอสกับแอนทีสเหมือนเป็นบุตรของตนกับเขา ไม่อยากนึกเลยว่า ท่านแองกุสต์ฟังแล้วคงจะไม่ขอบใจนัก
 
เป็นแองกุสต์ที่เอ่ยขึ้นมาก่อน
“เจ้าดูแลเด็กได้ดีทีเดียว”
 
วิคเตอร์ดึงสายตาที่เหลือบมองไปทางแอนทีรอสกลับมาก่อนสบสายตาต่อแองกุสต์ ก่อนจะอธิบายช้า ๆ
“เดิมทีเอรอสมีร่างกายไม่แข็งแรง บิดามารดาของเขาจึงฝากผมให้ทั้งสอนสั่งและรักษา จนตอนนี้เขาแข็งแรงขึ้นมาก ส่วนแอนทีรอสเป็นเพราะเอรอสต้องการดูแลน้องชายยามบิดามารดาติดธุระ จึงได้ดูแลพวกเขามาครับ” ให้วิคเตอร์คาดเดาว่าเหตุที่ท่านย่าของเขาเจาะจงว่าต้องพาเด็กทั้งคู่มาร่วมทานอาหารด้วย ไม่เช่นนั้นเขาคงปล่อยไว้กับพี่เลี้ยง นั้นเป็นเพราะมีคนอยากเห็นหน้า...
 
พี่เลี้ยงคอยดูแลแอนทีรอสอยู่ไม่ห่าง เด็กน้อยเห็นคนมากมาย แปลกหน้าบ้างไม่แปลกหน้าบ้างแต่ไม่ร้องเลย มีส่งเสียงอ้อแอ้ตามประสาเด็กขึ้นบ้าง หากเสียงพูดคุยของผู้ใหญ่กลับดังกว่า วิคเตอร์สังเกตเห็นว่า เลดี้วิเรยาส์มองมายังเอรอสและแอนทีรอสอยู่บ่อยครั้งรวมถึงมีสายตาของแองกุสเหลือบมองมาเป็นระยะ แต่วิคเตอร์ผู้อยู่ในสายตาของผู้อาวุโสกลับไม่รู้เลยว่า ตัวเขานั้นมักจะหันไปดูแลเอรอสและแอนทีรอสเป็นระยะด้วยความเคยชิน
 
วิคเตอร์เห็นว่าแองกุสต์วางช้อนของหวานลง ก่อนเลื่อนสายตามาที่เขาพร้อมกับรอยยิ้ม
 
“ออร์เฟอุสรักเหมือนบุตรตนก็สมควรแล้ว” วาจานี้ถูกกล่าวออกจากปากของแองกุสต์  เอเรบุส
 
หากไม่ใช่ว่าทานอิ่มแล้ว เขาคงกลืนอะไรไม่ลงเป็นแน่ ดีที่วิคเตอร์กำลังยกผ้าเช็ดปากขึ้นซับริมฝีปาก พาให้นึกไปถึงว่า ออร์เฟอุสไปกล่าวอะไรไว้กันนะ?
“อย่าได้ห่วงผมยังจำที่รับปากท่านเอาไว้ได้ครับ” วิคเตอร์สบตาแองกุสต์ก่อนจะกล่าวออกมาช้า ๆ “อีกไม่นานแล้วครับ หากเด็กสองคนนี้ไม่เกี่ยวข้อง ผู้ที่จะหายไปจากเขามีเพียงผมเท่านั้น…”

สีหน้าของแองกุสต์มิได้เปลี่ยนเขายังคงกล่าวเนิบ ๆ
“ดีแล้ว เหลือความสุขไว้ให้เขาบ้าง”
 
วิคเตอร์ถึงกับเลิกคิ้วอย่างแปลกใจแล้วเอ่ยถามออกไป ตามความสงสัยก่อนหน้านี้
“ออร์เฟอุสกล่าวถึงพวกเขาไว้เช่นไรหรือครับ”
 
“เจ้าคิดว่าเขาจะสนิทใจจนเล่าให้ข้าฟังหรือ” แองกุสต์ถามกลับพร้อมรอยยิ้มเย็น
 
รอยยิ้มบนใบหน้าแองกุสต์นี่แหละทำเอาวิคเตอร์ไม่นึกชอบใจนัก
 
“เจ้าก็ทราบ...ใช่ว่าข้าจะไม่มีหลานแท้ ๆ ของตัวเอง” แองกุสต์พิศมองใบหน้าถอดพิมพ์จากสหายของเขามา “แน่นอนว่าออร์เฟอุสอยู่ร่วมคฤหาสน์เดียวกับพวกเขาด้วยซ้ำ แต่ที่หาได้ยากคือ บุตรชายข้าผู้บ่อยครั้งทำงานดึกดื่น ระยะหลังกลับปลีกไปเล่านิทานก่อนนอนให้หลานฟังมาพักใหญ่”
 
วิคเตอร์หันไปส่งสายตาให้เอรอสอย่าได้กล่าวอะไรออกมา เอรอสจึงแสร้งทำเป็นหันไปสนใจอย่างอื่นเสีย
 
“เรื่องที่บุตรชายคนโตของข้าชอบเล่าให้หลานฟังเป็นเรื่องของเทพสองพี่น้อง ซึ่งดวงตะวันดูแลอยู่ ผู้หนึ่งเป็นเทพแห่งความรัก อีกผู้หนึ่งเป็นเทพผู้บันดาลความรักตอบ ข้าไม่เคยได้ยินเรื่องเล่านี้มาก่อน พอลองมาถามอิซิเนียจึงได้ความว่า คงหมายถึงเอรอสกับแอนทีรอสที่เจ้าดูแลอยู่กระมัง”
 
ดวงจันทร์เฝ้ามองดวงตะวันเลี้ยงดูเทพทั้งสอง เข้าไปช่วยเลี้ยงดู แม้ดวงจันทร์มีเทพแห่งความรักคลอเคลียอยู่ แต่ดวงตะวันไม่ยอมปล่อยเทพผู้บันดาลความรักตอบมาให้ แล้วยังกอดเอาไว้อย่างหวงแหน
 
วิคเตอร์คิดในใจว่าช่วยอย่ามาเล่าต่อหน้าท่านย่ากับมารดาของเขาจะได้ไหม!
“แต่ออร์เฟอุสไม่ได้กล่าวถึงว่า...” วิคเตอร์คาดว่าอย่างน้อยออร์เฟอุสคงไม่ได้เจาะจง ยังไม่ทันต่อประโยคให้จบ แองกุสต์ก็เสริมขึ้นมา
 
“เขาถึงกับเล่าว่า ดวงจันทร์อยากไปขอเทพอีกองค์มาอุ้มชูแต่ดวงตะวันหวงนัก เจ้าคิดว่าจะตีความได้ว่าอย่างไร” แองกุสต์หันไปมองภริยาก่อนกลับมาจดจ้องวิคเตอร์แล้วกล่าวต่อให้จบ
 
“ออร์เฟอุสเป็นคนที่แบ่งคนในกับคนนอกชัดเจนวิคเตอร์ เมื่อเขากล่าวเช่นนั้นมันก็ชัดเจนพอที่ข้าจะทำความเข้าใจได้” แองกุสต์กล่าว ซ้ำหลานเขายังคอยเฝ้าถามว่าตอนนี้เทพทั้งสองเป็นอย่างไร ออร์เฟอุสก็มีเรื่องใหม่มาเล่าเพิ่มได้เสมอ แองกุสต์ก็ยิ่งรู้สึกว่าคงไม่ผิดจากที่คาดไว้
 
(จบตอนที่ 56) Day 25 (2019) TASTY
#FICTOBER #DrachenGrundschule #DrachenKindergärten #มังกรน้อย
Talk:
 
ถ้าเป็นครูกรินในสถานการณ์นั้นคงติดแท็กว่า #เรื่องมันช่างน่าอาย อารมณ์ท่านดยุกเล่าให้หลานฟังโดยไม่คิดว่าพ่อแม่ตัวเองมาแอบฟัง แล้วยังเอามาเผาต่อหน้าย่ากับแม่กรินอีก แทบมุดหนี...ท่านดยุกก็นะ พูดต่อหน้ากรินไปก็เท่านั้นเก็บไปเล่าให้หลานฟังเสียงั้น
 
ตอนนี้ตบมุกโบ๊ะบ๊ะกัน หวานกันตอนหน้าเป็นตอนสุดท้าย เอ...

ตอนแรกคิดว่าตอนนี้สั้นจุง พอมารวมเนื้อหา...ทำไมยาวกว่าตอนข้างเคียง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น