มังกรน้อย อยู่ชั้นประถมแล้วนะ! (จบ)

ตอนที่ 63 : 57. เอมใจชั่วราตรี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    18 ก.ย. 63

57. เอมใจชั่วราตรี
 
เวลานี้ยังเป็นช่วงเวลาปิดเทอม ลูกมังกรทั้งหกก็ยังนัดกันมายังปราสาทบวร์กเฮาเซ่น ประการหนึ่งคือ หากเปิดเทอมแล้วพวกเขาบางคนไม่สามารถมาพบครูกรินได้ อีกประการคือ แรมซีย์เป็นคนส่งจดหมายนัดพวกเขาบอกว่าเราควรต้องมาพบครูกรินนะ ลูกมังกรคนอื่นต่างแปลกใจอยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้ขัด นับแต่จบชั้นประถมไปพวกเขาแยกย้ายกันไปเรียนตามที่ตนต้องการ นาน ๆ จึงจะนัดรวมตัวกันได้พร้อมหน้า
 
หากพอมาถึงหน้าปราสาทบวร์กเฮาเซ่น เออร์วิงกลับทักขึ้นมาหลังเพ่งมองสีหน้าของแรมซีย์
“แรมซีย์กังวลเรื่องอะไรอยู่หรือ”
 
“ฉัน...เกรงว่าหากเข้าไปแล้วจะไม่พบครู...” แรมซีย์กล่าวออกมาไม่เต็มเสียงนัก
 
เอิร์ดมานน์เลิกคิ้ว
“หมายความว่าอย่างไรกัน”
 
แม้ทุกคนจะทำหน้าสงสัยในความกังวลของแรมซีย์ ถึงอย่างนั้นก็ยังเห็นแรมซีย์กำมือก่อนก้าวไปยังตัวปราสาทเช่นที่เคยมาก่อนหน้า พ่อบ้านเป็นผู้ออกมาต้อนรับพวกเขา แล้วเชิญเข้าไปด้านในด้วยท่าทางกระตือรือร้น เมื่อเข้าสู่ด้านในลูกมังกรเริ่มสังเกตเห็นสิ่งที่แตกต่างแล้ว ของประดับบางอย่างหายไปตลอดทาง ซ้ำพ่อบ้านยังเชิญพวกเขาไปทางห้องรับรองไม่ใช่ห้องทำงานของครู
 
ในห้องรับรองนั้นยังมีเครื่องเรือนที่จำเป็นอยู่ครบก็จริง ทว่าของประดับชิ้นกลางถึงเล็กกลับไม่อยู่แล้ว ลูกมังกรไม่มีเวลาได้คิดนานนักวิคเตอร์ก็เข้ามาในห้องพร้อมกับรูบี้ ก่อนจะมานั่งลง หญิงรับใช้ตามหลังมายกของว่างและน้ำชามาจัดเรียงบนโต๊ะเตี้ยตรงกลางชุดที่นั่ง
 
“ฉันกำลังรอพวกเธออยู่เลยเชียว” วิคเตอร์กล่าวพร้อมกับรอยยิ้ม “คาดว่าพวกเธอคงมาก่อนโรงเรียนเปิด เอิร์ดมานน์กับเออร์วิง และเคียฮีอยู่โรงเรียนกินนอนถึงตอนนั้นบางคนอาจไม่สะดวกมา”
 
เมื่อได้ยินครูกรินกล่าวเช่นนั้นลูกมังกรทั้งห้าต่างเหลือบมองแรมซีย์...
 
“กำลังเก็บของเช่นนี้ ครูกำลังจะ...” เคียฮีเป็นผู้กล้าเปิดปากถามขึ้นมา
 
“ครูกำลังจะไปจากที่นี่แล้วครับ” วิคเตอร์ตอบตามตรง
 
“ครูเคยบอกว่าครูไม่ได้เป็นครูประจำชั้นแล้ว เฟรยาเข้าใจว่าครูจะหันไปดูแลด้านบริหารอย่างเดียวเสียอีก” เฟรยาเบิกตาด้วยความประหลาดใจ
 
“ตั้งแต่สองปีก่อนครูถ่ายงานให้คนขององค์ชายผู้มารับช่วงดูแลโรงเรียนนี้ต่อครับ ตอนนี้หมดหน้าที่ครูแล้วก็ต้องจากไป”
 
“อันที่จริงเราจะย้ายไปเลยก็ได้ แต่พี่บอกว่าอยากรอพวกเธอก่อน อย่างไรพวกเธอจะต้องมาในช่วงปิดเทอมนี้แน่นอน” รูบี้กล่าวด้วยรอยยิ้มปลาบปลื้ม ยามทอดสายตามองลูกมังกรซึ่งเขาเคยดูแลมาเติบโตขึ้นขนาดนี้
 
ได้ยินคำนี้แล้วลูกมังกรทุกคนต่างพูดในสิ่งที่อยู่ในใจไม่ออก พวกเขาอยากถามว่าแรมซีย์ทราบได้อย่างไรว่าครูกำลังจะไปจากโรงเรียน
 
“เช่นนั้นหลังจากนี้...โรงเรียนก็ไม่มีครูอีกแล้วสิครับ” เออร์วิงกล่าวขึ้น น้ำเสียงของเขามีความเสียดายแฝงอยู่
 
“แล้วหลังจากนี้พวกเราจะพบครูได้อย่างไร” เอิร์ดมานน์ก็ถามขึ้นเช่นกัน ด้วยความรู้สึกไม่ต่างจากเออร์วิง
 
เวย์ราพยักหน้าตามคำถามของสหายในทันที
 
“ปราสาทแห่งแสงยินดีต้อนรับพวกเธอ” วิคเตอร์ตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลอบอุ่นเหมือนสายลมในฤดูใบไม้ผลิ
 
จากนั้นครูและนักเรียนต่างสนทนา ดื่มน้ำชา ทานของว่างโดยที่แรมซีย์ไม่ได้ปริปากพูดเลย สองตาของเขาทอดมองไปยังครูญาญ่าของเขาเท่านั้น
 
หลังกล่าวลาคุณครูของพวกเขาแล้ว ยามก้าวเท้าออกจากปราสาททีละก้าว ทีละก้าวไม่นานคนที่อยู่ด้านหน้าเริ่มหยุด และคนถัดมาก็หยุดตาม ไม่มีใครก้าวเท้าออกอีกต่อไป
 
เคียฮีน้ำตาซึมออกมาคลอดวงตาทั้งสองข้าง ก่อนจะยกหลังมือขึ้นปากออกลวก ๆ ทิ้งคราบน้ำตาเอาไว้
 
ไม่นานเสียสะอึกสะอื้นจากเฟรยาก็ตามมา เธอยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นปิดปาก พยายามกลั้นเสียงร้องเอาไว้
 
เวย์ราน้ำตาไหลลงมาเขาหันไปมองแรมซีย์ เออร์วิงใช้ผ้าเช็ดหน้าของเขาซับน้ำตาให้เอิร์ดมานน์ พยายามไม่ให้น้ำตาของตัวเองหยดลงมา
 
แรมซีย์ผู้อดกลั้นมาตลอดพยายามไม่ร้องไห้ ยิ่งเห็นสหายร้องออกมาแล้วเขาพยายามสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เขาทราบว่าสหายต้องการถามเขาแต่พูดไม่ออกเสียแล้ว ตอนนี้น้ำเสียงที่ออกมาจึงสั่นเครือเป็นพิเศษ
“ญาญ่าเคยบอกฉัน...เขามีข้อตกลงกับองค์ชาย...ว่าจะก่อตั้งโรงเรียนนี้ขึ้น...” แรมซีย์กล่าวกระท่อนกระแท่น “สิบปี หลังครบสิบปี...ญ่าญ่าจะไปจากที่นี่...ฉันรู้มาตลอด...”
 
ลูกมังกรที่เหลือมองมาที่แรมซีย์เป็นตาเดียว รอ...รอให้แรมซีย์เป็นฝ่ายพูด
 
“ฉันคอยนับเวลาอยู่ตลอด ถึงได้กังวลว่า...ญาญ่าจะยังรอพวกเราไหม?” ที่สุดน้ำตาของแรมซีย์ก็ไหลออกมา “ครูอยู่รอพวกเรา...รอกล่าวลาจากหน้าที่”
 
แรมซีย์หยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นซับน้ำตา เขาพยายามปรับอารมณ์ตัวเองก่อนจะกล่าวออกมา
“ใช่ว่า พวกเราจะไม่ได้พบครูอีกนี่นา ใช่ไหม? ต้องได้พบกันอีกสิ”
 
ลูกมังกรต่างพยักหน้าให้กัน พวกเขาเปล่งเสียงไม่ออกแล้ว
 
จนที่สุดแรมซีย์จึงกล่าวขึ้น
“อย่างไรในอนาคต...ฉันต้องไปรับครูมาอยู่ด้วยกัน ฉันบอกครูไว้แล้ว!
 
แรมซีย์นึกถึงคำที่เขาเคยกล่าวเอาไว้ต่อญาญ่า
ความปรารถนาของผมคือ การได้อยู่กับคนที่ผมรัก แล้วคนที่ผมรักคือญาญ่า...รอผมได้ไหม ให้ผมโตเป็นผู้ใหญ่ก่อนแล้วจะมาขอญาญ่าแต่งงาน
 
-----
 
วิคเตอร์  กรินญาก้าวออกจากห้องเฝ้าเพื่อทูลลาองค์ชายมังกรทั้งสอง เขากล่าวขึ้นต่อผู้ติดตามโดยไม่หันไปมองว่า
“ไปพบท่านแองกุสต์  เอเรบุส”
 
วันนี้เขามาคืนตำแหน่งคืนทุกสิ่งที่ได้รับมาจนหมดสิ้น จึงคิดจะไปพบสหายของท่านอาจารย์เพื่อแจ้งเสียหน่อย...แจ้งว่า เขากำลังจะไป...
 
แองกุสต์  เอเรบุสได้รับแจ้งล่วงหน้าแล้วว่า วันนี้หลานชายของลาเมียซีเข้าวังมาเพื่อเข้าเฝ้าองค์ชาย หลังจากนั้นจะมาขอพบเขา
 
วิคเตอร์เคยกล่าวว่าหลังรับใช้องค์ชายครบสิบปี แล้วจะจากไปจากบุตรชายคนโตของเขา เวลาล่วงเลยจนครบกำหนด ทุกสิ่งถูกส่งคืน อันที่จริงแม้ไม่มีบรรดาศักดิ์ใด แองกุสต์ย่อมทราบว่าวิคเตอร์มีสิทธิ์สืบทอดบรรดาศักดิ์ของลาเมียซี
 
แองกุสต์เงยหน้าขึ้นมองไปยังประตูหลังได้ยินเสียงเคาะ เขาเอ่ยคำอนุญาตก่อนประตูจะแง้มเปิดออก ร่างของมังกรขาวลูกครึ่งมังกรแห่งแสงก้าวเข้ามาด้านใน แองกุสต์ใช้ดวงตาสีทองพิจารณาอีกฝ่าย ทุกกิริยา ทั้งหน้าตาล้วนไม่มีข้อติ หลังอีกฝ่ายทำความเคารพตามมารยาท แองกุสต์ผายมือให้นั่งลงหน้าโต๊ะทำงานของเขา แม้ทราบดีว่าหากวันนี้มาถึงในใจจะฝืดเฝื่อนเพียงใด เขาก็ยังยกริมฝีปากขึ้นยิ้มอย่างอารีให้กับหลานชายของสหาย
“มาแล้วหรือ วิคเตอร์”
 
“ครับท่านแองกุสต์” มังกรขาวตอบรับอย่างนอบน้อมก่อนนั่งลง แล้วเริ่มต้นบทสนทนา
 
-----
 
วิคเตอร์ก้าวขึ้นไปบนหน้าผาสูง สายลมแรงพัดเอาเส้นผมสีขาวปล่อยสยายพริ้วไปตามแรงลม เมื่อได้ยินเสียงพิณแว่วมาตามสายลมเขาจึงเร่งฝีเท้าขึ้น มังกรแห่งความมืดผู้หนึ่งนั่งอยู่บนพื้นหญ้าสีเขียวประคองพิณสีทองไว้ด้วยอ้อมแขนข้างหนึ่ง อีกข้างกรีดไปบนสายพิณบรรเลงบทเพลงแว่วหวานออกมา ทันทีที่รู้สึกได้ว่ามีใครเข้ามาใกล้ เขาจึงหยุดมือเหลียวหน้ามาก่อนลุกขึ้นยืน แล้วเป็นฝ่ายก้าวเข้ามาหา
 
“ขออภัยที่ล่าช้า ผมไม่คิดว่าจะใช้เวลานาน” วิคเตอร์กล่าวขออภัยทอดสายตามองอีกฝ่าย
 
“แน็กซ์กับเนฟฟ์ไม่น่ารั้งตัวเจ้าไว้นานกว่าครึ่งค่อนวันขนาดนี้” ออร์เฟอุสรู้จักญาติตัวเองดี
 
วิคเตอร์ส่ายหน้าช้า ๆ
“หลังจากพบองค์ชายทั้งสองแล้ว ผมไปพบท่านแองกุสต์ต่อครับ”
 
ออร์เฟอุสเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ
“ไปพบท่านพ่อหรือ ก็สมควรแล้วที่จะต้องสิ้นเปลืองเวลาพูดคุยกับเขานาน” ออร์เฟอุสระบายลมหายใจออกมาก่อนกล่าวเปลี่ยนเรื่อง “เอาเถิด วางเรื่องนั้นไว้...เจ้านัดให้ข้ามาทั้งที เหตุใดต้องพูดถึงเรื่องท่านพ่อข้าด้วย ข้าตั้งใจมาร่วมยินดีที่เจ้าเป็นอิสระจากญาติของข้า...”
 
วิคเตอร์แย้มรอยยิ้มออกมา โดยไม่เอ่ยคำใด
 
“นับแต่วันพรุ่งนี้ไป เจ้าคงอาจจะรู้สึกแปลกไปบ้าง สักพักก็คงจะดีขึ้น” ออร์เฟอุสกล่าวแล้วก็นึกขึ้นได้ ก่อนทอดสายตามองอีกฝ่ายเพื่อค้นหาอะไรบางอย่างจากดวงตาคู่งาม
“เจ้าคงเคยผ่านประสบการณ์เช่นนี้มาก่อนสินะ ตอนสำนักปรุงยาของเจ้า...”
 
“ครับ เคยผ่านมาแล้ว กล่าวตามจริงผมใช้เวลาและเติบโตมากับสำนักปรุงยาของท่านอาจารย์เสียโดยมาก กับลาเมียซีเหมือนเป็นตัวตนที่สองซึ่งหลบซ่อนเอาไว้ภายใน” วิคเตอร์มองสบดวงตาสีทองกล่าว
 
“แล้วหลังจากปิดสำนักไป เจ้าทำอะไรหรือ” ออร์เฟอุสกอดกระชับพิณในอ้อมแขน
 
“อันที่จริงก็ยังไม่ต่างจากเดิมนัก ยังคงปรุงยาอยู่เสมอ ช่วงแรกก็ยังมีคู่ค้า ศิษย์ร่วมสำนักเข้ามาพบอยู่บ่อย ๆ พอมีเวลาเต็มที่เราจึงได้จัดการหลายอย่าง เป็นต้นว่ามาไล่ดูการหลักสูตรสอน ตำรา เรียบเรียงปรับเปลี่ยนให้ดีขึ้น หลังจากสำนักซึ่งเหล่าศิษย์ออกไปตั้งใหม่อยู่ตัวแล้วก็ยังมีคนแวะเวียนมาพบ และรับเอาสิ่งที่ปรับปรุงไปใช้ จวบจนท่านอาจารย์เริ่มรับแขกไม่ไหว แขกมาเยี่ยมเยียนก็น้อยลงครับ” วิคเตอร์ตอบตามตรง เขาทอดมองออกไปบนท้องฟ้าซึ่งดวงตะวันกำลังจะลับฟ้า
 
ออร์เฟอุสขยับมายืนข้างวิคเตอร์ พอมองตามแล้วเข้าใจว่าเหตุใดจึงตั้งชื่อว่าผาเอื้อมตะวัน มองจากตรงนี้ราวอยู่ใกล้ดวงตะวันเลยทีเดียว เนื่องเพราะเป็นครั้งแรกที่เขาได้มาที่แห่งนี้ก่อนดาวจะขึ้น
“หลังจากปู่ของเจ้าเสียไปล่ะ เจ้าใช้ชีวิตอยู่อย่างไร”
 
วิคเตอร์เหลียวมองคนข้างกายก่อนจะตอบ
“ก่อนท่านอาจารย์จะเสีย ท่านก็เคยถามผมครับ ผมออกเดินทางไปเยี่ยมสถานที่ซึ่งท่านอาจารย์และบิดาเคยเยือน ไปพบคนรู้จักของพวกท่านแล้วแจ้งข่าวด้วยตนเอง”
 
ออร์เฟอุสมองอีกฝ่ายด้วยสายตาชื่นชม
“เจ้าช่างเข้มแข็งนัก หากข้าไม่แปลกใจเท่าใด เจ้ามีหัวใจที่เปี่ยมล้นด้วยความรักของพวกเขา”
 
วิคเตอร์วางมือแนบตำแหน่งหัวใจตนเอง นึกถึงคำกล่าวของบิดายามที่ต้องพรากจากมารดาไป
“บิดาของผมเคยกล่าวว่า ในหัวใจของผู้ที่จากไปจะมีเรา และในหัวใจของเราจะมีคนที่คิดถึงเช่นกันครับ”
 
ออร์เฟอุสจึงยกมือขึ้นแนบหัวใจตนเองเช่นกันก่อนจะกล่าว
“มีข้าในใจเจ้า และมีเจ้าในใจของข้า” ออร์เฟอุสปิดเปลือกตาลงก่อนจะมีรอยยิ้มจุดขึ้นบนมุมปาก “เราน่าจะกลับมาพบกับให้เร็วกว่านี้ ช่วงเวลาโดดเดี่ยวของข้าคงจะมีความสุขอยู่ในนั้น”
 
“ก่อนหน้านี้คุณอยู่มาได้อย่างไร” วิคเตอร์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
 
“นั่นสินะ ข้าอยู่อย่างโดดเดี่ยวมาได้อย่างไร” ออร์เฟอุสคล้ายรำพึงกับตนเอง “แต่ทุกอย่างนั้นก็ผ่านมาแล้ว อาจเพราะข้าทำใจรับกับสิ่งนั้นมาโดยตลอด ท่านทวดผู้เป็นผู้พิทักษ์ฯคนก่อนสอนสั่งข้ามา แม้จะโดดเดี่ยวแต่ไม่จำเป็นต้องแปลกแยก แม้ไม่อาจแต่งงานก็อย่าลืมมองคนใกล้ หาสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจเอาไว้แล้วผ่านพ้นมันไป ...สำหรับข้าคงเป็นความฝันของข้า”
 
“ความฝันของคุณคือการเป็นผู้พิทักษ์ฯ” วิคเตอร์เอ่ยมันออกมาอย่างชัดถ้อยชัดคำ
 
ออร์เฟอุสปีติยิ่ง กล่าวอย่างนุ่มนวล
“เจ้าเฝ้าดูข้านะ”
 
“ครับ ผมจะเฝ้าดู...คุณเป็นผู้พิทักษ์ฯที่ยอดเยี่ยม...” วิคเตอร์แย้มรอยยิ้มออกมา เป็นรอยยิ้มที่ออร์เฟอุสไม่เคยได้รับมาก่อนหน้านี้ และจะเป็นรอยยิ้มซึ่งตราตรึงอยู่ในใจเขา
 
ช่วงเวลาที่ดวงตะวันลับขอบฟ้า วิคเตอร์นึกถึงบทกวีของแรมเซย์
ยามปีกขี้ผึ้งข้าสลาย เมื่อเข้าใกล้ดวงตะวัน
ข้าร่วงหล่นจมลง ในมหาสมุทรน้ำตาของตัวเอง
เขาย่อมทราบดีว่าแรมเซย์คงนำบางส่วนมาจากเรื่องราวของอิคารัสผู้ไม่เชื่อฟังบิดาสวมใส่ปีกขนนกยึดด้วยขี้ผึ้งแล้วเข้าใกล้ตะวันคล้ายแมลงเม่าบินเข้ากองไฟ จนขี้ผึ้งละลายขนนกปลิดปลิวแล้วตกลงตายในมหาสมุทร
 
ออร์เฟอุสอิ่มเอมใจยิ่งเขาบรรเลงบทเพลงให้วิคเตอร์ฟัง สนทนากันไปจนดวงจันทร์ขึ้น กระทั่งวิคเตอร์เตือนขึ้นมาว่าพวกเขาสมควรลงจากผาเพื่อทานอาหารค่ำได้แล้ว ออร์เฟอุสจึงเพิ่งรู้สึกตัวก่อนจะพากันจูงมือกลับที่พักซึ่งข้ารับใช้เตรียมอาหารรอต้อนรับพวกเขา
 
ค่ำคืนนั้นออร์เฟอุสค้างในคฤหาสน์ตากอากาศของลาเมียซี เขาหลับลงอย่างเป็นสุขโดยไม่คาดคิดถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้
 
(จบตอนที่ 57) Day 26 (2019) DARK
#FICTOBER #DrachenGrundschule #DrachenKindergärten #มังกรน้อย
 
Talk:

โอ๋ ๆ คนดี...อยากเข้าไปกอดท่านดยุคจัง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น