มังกรน้อย อยู่ชั้นประถมแล้วนะ! (จบ)

ตอนที่ 59 : 53. คิดถึงเธอนะคนดี...

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    7 ก.ย. 63

53. คิดถึงเธอนะคนดี...
 
หลังอาหารเที่ยงวันนั้น สมาชิกสภานักเรียนต่างนั่งล้อมโต๊ะของประธานนักเรียนแรมซีย์  บาคเฮาเซ่นเอาไว้ ดวงตาสีทองอันบ่งบอกว่าเป็นเชื้อสายมังกรแห่งความมืดชั้นสูงกวาดมองทุกคน ก่อนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“เมื่อเช้าฉันแจ้งให้ว่าเรามีเรื่องต้องคุยกัน....” แรมซีย์หันไปทางเฟรยา “เนื่องจากมีจดหมายแจ้งเข้ามาเกี่ยวกับเรื่องประหลาดในโรงเรียน”
 
เฟรยาหยิบกระดาษที่ถูกส่งเข้ามาหลายใบขึ้นให้ทุกคนดูก่อนจะกล่าว
“ตอนแรกฉันเข้าใจว่าอาจจะเป็นแค่เรื่องคิดไปเอง แต่กลับมีจดหมายเพิ่มขึ้นมาเรื่อย ๆ ในเทอมที่แล้ว และจนเปิดเทอมใหม่ก็มีเข้ามาเตือนความจำอีกฉบับ”
 
“เรื่องประหลาดแบบใดกัน?” เอิร์ดมานน์ถามขึ้นด้วยความสนใจ
 
“หลังจากปรึกษาเออร์วิงกับเอลโม แล้วทำการคัดกรองดู เรื่องที่มีความเป็นไปได้ที่สุด และเกี่ยวข้องกันมากที่สุดนั้น...” เฟรยาหยุดแค่นั้นก่อนส่งสายตาไปยังเออร์วิง
 
เจ้ามังกรวารีมองไปยังเวย์ราก่อนระบายลมหายใจเล็กน้อยด้วยความรู้ทัน
“มีคนเห็นเงาประหลาดกับเสียงแปลก ๆ บริเวณห้องเก็บอุปกรณ์เก่าของโรงเรียน... เริ่มจากมีเด็กที่โดดเรียนเข้าไปแอบที่นั่น ก่อนจะได้ยินเสียงประหลาดกับเงา”
 
ทีแรกเวย์ราก็สงสัยต่อสายตาของเออร์วิงแต่พอได้ยินถึงคำสุดท้ายดวงตาของเขาก็เปล่งประกายวิบวับด้วยความสนใจ
 
เฟรยาเห็นปฏิกิริยานั้นแล้วก็รู้สึกเช่นเดียวกับเออร์วิง
 
เอลโมจึงขยายความต่อ
“จากนั้นพอนำไปพูดปากต่อปาก ก็เลยมีคนแอบเข้าไปดูมากขึ้น แต่ไม่ได้พบแค่ห้องเก็บของอย่างเดียว บ้างก็พบในบริเวณที่ไม่ค่อยมีใครผ่านเข้าไป”
 
“แต่ที่พบมากสุดยังคงเป็นจุดแรก คือห้องเก็บอุปกรณ์นั่นเอง” เออร์วิงว่า
 
“โดดเรียนไปเจอ แสดงว่าเกิดในช่วงกลางวันสินะ” เอิร์ดมานน์ตั้งข้อสังเกต
 
“ปกติเด็กนักเรียนที่นี่ไม่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในบริเวณโรงเรียนจนค่ำมืดนี่” เคียฮีก็พูดขึ้นบ้าง
 
แรมซีย์หันไปมองเวย์ราผู้คิดไปไกลแล้ว พลางกล่าวขึ้น
“คงอยากเพิ่มความท้าทายนั่นล่ะ ด้วยกันไปดูกันในช่วงหลังเลิกเรียนก่อนจะปิดประตูใหญ่ ถ้าถามเวย์รานายคงอยากรอจนมืดก่อนจะไปสำรวจแน่นอน”
 
“ก็ถ้าไม่มืดจะสนุกอะไร” เวย์ราพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “แต่เราคงรอจนถึงเวลานั้นไม่ได้”
 
“เราไม่ได้เอาสนุกเวย์รา...” แรมซีย์เรียกสติสหายก่อนจะสรุป “เอาเป็นว่าพวกเราลองไปดูด้วยกัน เพราะต้องหาข้อสรุปในเรื่องนี้ก่อนที่เรื่องจะบานปลายแบบครั้งนั้น เอรอสไปด้วยกันไหม?” ท้ายประโยคนั้นแรมซีย์หันไปถามสมาชิกผู้อายุน้อยที่สุด
 
“ผมขอส่งสารหาท่านพี่ก่อนว่าจะกลับช้าสักหน่อย มีรันท์อยู่ท่านพี่คงไม่ว่าอะไร” เอรอสตอบก่อนหันไปพยักหน้าให้โลรันท์ผู้ไม่เอ่ยคำใด
 
โลรันท์คิดเพียงว่า ถ้าเอรอสจะอยู่เขาก็จะอยู่ด้วย
 
“เช่นนั้นหลังเลิกเรียน พวกเราไปสำรวจกันที่ห้องเก็บอุปกรณ์ก็แล้วกัน” แรมซีย์นัดสถานที่และเวลา รวมถึงพูดคุยถึงสิ่งที่ต้องเตรียมไปด้วย
 
ลูกมังกรทั้งเก้ามารวมตัวกัน มองหน้ากันแล้วตรวจสอบถึงสิ่งที่เตรียมมาโดยเฉพาะลูกแก้วแสง เวย์ราดูจะร่าเริงกว่าใครก้าวนำทางไปด้วยความตื่นเต้น ด้วยคนอื่น ๆ เองก็ไม่เคยไปห้องเก็บอุปกรณ์ที่ว่านี้ ด้วยตามปกติก็ไม่ใช่ที่สำหรับนักเรียนจะเข้าไปอยู่แล้ว พวกเขานัดกันมาในยามที่กะว่านักเรียนส่วนมากล้วนกลับกันแล้ว
 
หลังเดินเลาะไปตามอาคารส่วนที่เดิมทีพวกเขาไม่ค่อยผ่านมาลูกมังกรจึงมองด้วยความสนใจ

“น่าเสียดายที่เรามาสอดส่องเรื่องผีในเวลานี้” เวย์รากล่าวด้วยความรื่นเริง
 
“ตายจนเหลือแต่วิญญาณแล้วก็กลับมาเกิดใหม่มีอะไรน่าสนใจกัน” ขณะที่แรมซีย์กล่าวเอิร์ดมานน์ผู้เดินอยู่ด้านหลังเออร์วิงก็อดยื่นมือไปกุมเสื้อคนด้านหน้าไม่ได้
 
เออร์วิงเพียงเหลียวมองเอิร์ดมานน์แวบหนึ่งก็ไม่ได้หันกลับไปอีก แต่เขาชะลอฝีเท้าลง
 
“ก็ฉันอยากเห็นว่า วิญญาณที่ไม่มีร่างน่ะเป็นยังไง” เวย์ราหันไปตอบแรมซีย์ เมื่อเห็นว่าทางเดินตรงนี้เริ่มมืดเขาจึงหยิบเอาลูกแก้วแสงขึ้นมาส่องทาง คนอื่นที่พกลูกแก้วแสงมาจึงทำบ้าง
 
“พอสว่างแบบนี้ก็ดูค่อยยังชั่วไม่น่ากลัวเท่าไร แค่ดูวังเวงเท่านั้น” เคียฮีว่าพลางกวาดตาไปรอบ ๆ
 
เมื่อได้จดหมายแจ้งมากเข้า แรมซีย์ก็แจ้งผู้ดูแลอาคารสถานที่ให้ตรวจตราลงกุญแจห้องต่าง ๆ ให้ดี ยิ่งเรื่องเริ่มจากการมีเด็กนักเรียนโดดเรียนด้วยแล้ว ผู้ดูแลจึงตื่นตัวและระวังมากขึ้นทำให้มั่นใจได้ว่าจะไม่มีนักเรียนคนอื่นคิดจะมาลองของในตอนนี้ ด้วยเหตุนี้แรมซีย์จึงส่งกุญแจห้องเก็บอุปกรณ์ที่ยืมมาให้เวย์ราเมื่อพวกเขามาถึงหน้าห้อง เวย์ราไขกุญแจเข้าไปเรียบร้อยก็ส่งคืนให้ เขาทำท่ากลั้นใจขณะค่อย ๆ แง้มประตูบานใหญ่ออก
 
สมาชิกสภาฯทั้งเก้ามองเข้าไปในห้องที่มีแสงสว่างลอดเข้ามาเพียงน้อยนิด หากด้านในนั้นกว้างกว่าที่คิด จึงพยายามรวบรวมลูกแก้วแสงมาไว้ด้วยกันเพื่อส่องให้เห็นภายในได้ชัดเจนยิ่งขึ้น แต่ก็ไม่สามารถเห็นอะไรได้มากนักเพราะเพดานนั้นสูงลิ่ว แสงที่เล็ดลอดเข้ามาก็ถูกกั้นด้วยโต๊ะเก้าอีกเก่าที่กองสุมจนเห็นเป็นเงาราง ๆ
 
“เราควรเข้าไปกันไหม?” เอิร์ดมานน์ถามยังไม่ยอมปล่อยชายเสื้อสูทของเออร์วิง
 
“เราควรต้องมีคำตอบให้ผู้มาแจ้งบ้างนะ” เฟรยาเสนอแม้พอเห็นสภาพด้านในเธอจะกล้า ๆ กลัว ๆ เมื่อเห็นดังนั้นเคียฮีจึงเข้าไปจับมือเฟรยาเอาไว้ปลอบเบา ๆ ว่าไม่เป็นไรเคียฮีจะอยู่ข้าง ๆ นะ
 
โดยไม่ต้องเอ่ยออกมา ทุกคนก็ตรียมใจเดินหน้าไม่ถอย เวย์ราก้าวนำมีแรมซีย์ตามติด ตามด้วยเออร์วิงที่ดึงมือเอิร์ดมานน์ออกจากชายเสื้อตัวเองมากุมไว้ เฟรยากับเคียฮี เอรอสกับโลรันท์ โดยมีเอลโม  ฟารามุนด์รั้งท้าย ยิ่งก้าวเข้าไปแรมซีย์เริ่มรู้สึกว่า ลูกแก้วแสงนั้นให้แสงไม่เพียงพอ เขาจึงบ่นออกมาเล็กน้อย
“เดินเกาะกลุ่มระวังกันหน่อย เราน่าจะมีลูกแก้วแสงที่สว่างกว่านี้นะ”
 
“งั้นเอาสว่างเท่าไรดีล่ะ เท่านี้พอไหม” เอรอสกล่าวขึ้นจากนั้นก็มีแสงเปล่งออกมาจากตัวเอรอสสว่างขึ้น เมื่อพวกเขามองดูดี ๆพบว่าเอรอสไม่ได้ถือลูกแก้วแสง
 
แล้วเอิร์ดมานน์ก็นึกขึ้นได้ ก่อนจะกล่าวออกมา
“ขอสว่างกว่านี้อีกนิด...”
 
เอรอสก็เร่งแสงออกจากตัวเองเพิ่มอีก พวกเขาพกมังกรแห่งแสงมาด้วยทั้งคน...
 
“แบบนี้สะดวกดีนะ” เวย์ราว่า พอเห็นรอบด้านชัดขึ้นเวย์ราจึงสอดส่ายสายตา จากที่เกาะกลุ่มในตอนแรกเขาเริ่มเดินไปทางนั้นทีทางนี้ที
 
แรมซีย์สุดจะห้ามปราม จึงกำชับให้เอรอสตามมา บอกให้เฟรยากับเคียฮีอยู่กับเอรอสและโลรันท์เอาไว้ ก่อนจะเรียกเอลโมให้แยกไปสำรวจกับเขา แบ่งให้เออร์วิงกับเอิร์ดมานน์ไปสำรวจอีกทาง จะได้จบเรื่องแล้วกลับออกไปโดยเร็ว
 
ในห้องกว้างซึ่งนอกจากเสียงลมหายใจ เสียงฝีเท้าของลูกมังกรแล้วก็ไม่มีเสียงอื่นใดอีก เล่นเอาเวย์ราผู้ใจกล้าเดินสำรวจเพียงลำพังชักใจฝ่อด้วยความเสียดายนัก ขณะที่หันหลังกลับแล้วโบกมือเรียกสหายกลับไปรวมกลุ่มนั้นเอง เอรอสหันไปสบตาโลรันท์ก่อนที่อีกฝ่ายจะพยักหน้ารับ
 
เอรอสยกนิ้วขึ้นแตะริมฝีปากเป็นสัญญาณให้ทุกคนเงียบ คนที่ก้าวอยู่ก็หยุดเดิน หายใจยังไม่กล้าให้มีเสียงดัง เมื่อทุกคนต่างเงี่ยหูฟังดี ๆ แล้ว พวกเขาก็ได้ยินเสียงนั้นชัดเจนขึ้น เสียงเหมือนมีอะไรกำลังกัดแทะโต๊ะเรียนเก่าที่เรียงรายอยู่ตรงไหนสักแห่ง
 
เมื่อหันมองหน้ากันและยืนยันว่าไม่ได้หูฟาดแล้วเวย์ราจึงกลืนน้ำลายลงคอ ก่อนหยุดยืนรอให้แรมซีย์กับเอลโมก้าวเข้ามาหา เมื่อจับทิศทางของเสียงได้แล้วทั้งสามจึงมุ่งไปทางต้นเสียง แล้วคนที่เหลือจึงก้าวตามมา
 
เวย์ราเห็นภาพของต้นเสียงปรากฏชัดแก่สายตาจนเขาถอนใจออกมา ต้นเสียงนั้นเกิดจากสุนัขพันธุ์ไซบีเรียน ฮัสกี้สีดำขาวตัวหนึ่งกำลังแทะโต๊ะเรียนเก่าเสียงดัง
 
เฟรยาจ้องมองเขม็งก่อนส่งเสียงออกมา
“นั่นสเปียร์นี่นา” เมื่อกล่าวออกไปเช่นนั้น เจ้าสุนัขที่กำลังแทะอย่างเมามันก็ผงกศีรษะขึ้นเล็กน้อยก่อนจะก้มลงแทะต่อ
 
“โธ่! ความจริงก็ไม่มีอะไรนี่” เคียฮีจึงกล่าวออกมาบ้าง เพราะคงไม่แปลกที่สุนัขของผอ.จะเดินเล่นไปทั่วโรงเรียนบ้าง
 
“ไม่รู้สึกว่าแปลกบ้างหรือ” กลับเป็นโลรันท์ผู้ยืนอยู่ใกล้กับเอรอสทักขึ้น
 
ไม่เพียงเท่านั้น เอลโมก็ทักขึ้นเช่นกัน
“นั่นสิ ประตูด้านหน้าลงกุญแจไว้นะ” ความหมายคือสเปียร์เข้ามาทางไหน
 
“ห้องนี้อาจจะมีช่องที่กำแพงอยู่ก็ได้ สุนัขน่ะมักจะหาทางเข้าได้อยู่แล้ว” เวย์ราที่หมดความตื่นเต้นแล้วกล่าวอย่างเซ็ง ๆ
 
จากนั้นทั้งหมดจึงหันหลังกลับออกไปทางเดิมลงกุญแจ จากนั้นแรมซีย์นำกุญแจไปคืนผู้ดูแลอาคาร และรับกระเป๋าที่ฝากเอาไว้ก่อนจะพากันมุ่งไปยังหน้าโรงเรียน
 
เอรอสส่งเสียงเรียกทันทีเมื่อเห็นว่าใครกำลังยืนคุยกับผอ.มอราเลสอยู่ในลานกว้างของโรงเรียน
“ท่านพี่!
 
วิคเตอร์ค่อยหันมาตามเสียงเรียกก่อนกล่าวขึ้น
“เห็นว่าจะกลับช้าเลยมารับ ฉันเพิ่งไปธุระมา”
 
เอรอสรีบก้าวเข้าไปหากอดขาญาติผู้พี่เอาไว้ พอเพ่งดูให้ดีแล้ววิคเตอร์อยู่ชุดเป็นทางการ ยังไม่ทันได้พูดอะไร ลูกมังกรต่างสาวเท้าเร็ว ๆ เข้าไปทักทายครูกรินโดยมีแรมซีย์ เอลโมและโลรันท์อยู่รั้งท้าย
 
แรมซีย์ยืนรอให้คนอื่นพูดจบ จนครูกรินหันมาสบสายตาเขาจึงกล่าวขึ้นยาวเหยียด
“ผมกำลังรอเวลาไปพบครูญาญ่าที่โรงเรียนอยู่เลย แต่เกรงว่าจะยุ่งอยู่ ครูออกมาทำธุระแล้วที่โรงเรียนล่ะครับ”
 
วิคเตอร์ยกรอยยิ้มขึ้น
“ตั้งแต่ปีนี้ครูไม่ได้เป็นครูประจำชั้นแล้ว ก็เลยพอมีเวลาไปดูเรื่องอื่นได้” คำตอบนั้นทำให้แรมซีย์นึกถึง สัญญา ที่ครูเคยบอกเขาได้
 
“อา จริงสิ...ท่านพี่เคยบอกอยู่” เอรอสหันไปหาแรมซีย์ผู้เกรงจะไปรบกวนช่วงเวลายุ่งจนต้องอดทนไม่ไปพบหน้าญาติผู้พี่ของเขาอยู่หลายวัน
 
ระหว่างที่แรมซีย์กำลังนึกว่าเขาควรต้องรู้สึกเช่นไร เสียงของเฟรยาก็ดังขึ้น
“อ้าว สเปียร์มาตั้งแต่เมื่อไร?”
 
“ผอ.เล่าให้ฟังว่าเฟรยาสนิทกับสเปียร์ใช่ไหม” วิคเตอร์ทักขึ้น
 
เคียฮีจึงถามขึ้นทันที “ครูกรินมาตั้งแต่เมื่อไรคะ”
 
“สัก 10 นาทีก่อนได้ครับ” วิคเตอร์ตอบตามตรง
 
“สเปียร์อยู่กับผอ.นานหรือยังครับ” เออร์วิงถามขึ้น
 
“ฉันพาเขามาเดินเล่นจนมาคุยกับเอิร์ลอยู่ครู่ใหญ่ ๆ” ผอ.มอราเลสตอบทันที
 
เด็กทั้งเก้าหันมองสบตากัน
 
แรมเซย์กลอกตาก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด “พรุ่งนี้ค่อยคุยกัน!
 
-----
 
ออร์เฟอุส  เอเรบุสดยุคแห่งดราเค่นบวร์กก้าวเข้าไปยังสุสานประจำตระกูลซึ่งอยู่ไม่ไกลจากปราสาทเอเรบุสมากนักเขาใช้ดวงตาสีทองกวาดมองหาป้ายหลุมศพสลักนาม เมื่อพบเป้าหมายเขาจึงยอบตัวลงวางช่อดอกไม้ลงด้านหน้า เอื้อมมือไปลูบไล้ยังรอยสลักนามและคำจารึกอย่างนุ่มนวลราวกำลังสัมผัสสตรีบอบบาง สองตามองไล่ตามแต่ละอักษรด้วยความอ่อนโยนสนิทสนม เขานึกถึงน้ำเสียง นึกถึงภาพรอยยิ้มสุดท้ายของเธอ หญิงสาวที่ร่าเริงกับพิณที่เธอรัก
 
“ยูริดิซี...จนถึงตอนนี้ข้าก็ยังมีความสุข เจ้าอย่าได้กังวลถึงข้าอีกเลย...” น้ำเสียงที่เอ่ยออกมานั้นนุ่มนวลราวกล่าวต่อคนรัก “ข้าอาจจะไม่ได้สมรสเช่นเดิม หากในใจมีแต่...คนที่ข้ารัก”
 
ออร์เฟอุสบอกกล่าวเรื่องราวมากหลายในช่วงปีที่ผ่านมาให้เธอฟัง ก่อนจะระบายรอยยิ้มออกมา
“ข้าต้องไปแล้ว เขาจะรอนาน”
 
ออร์เฟอุสยืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะก้าวออกไปด้วยฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงเช่นขามา นอกรั้วของสุสานประจำตระกูลมีมังกรขาวลูกครึ่งมังกรแห่งแสงยืนรออยู่ ท่ามกลางแสงแดดอ่อนยามเช้านั้นเขาช่างดูงดงามไร้ที่ติ ดวงตาสะท้อนสีรุ้งจ้องมองมายังเขาแต่เพียงผู้เดียวนั้นเรียกรอยยิ้มให้จุดขึ้นบนมุมปากของเขาได้ไม่ยาก ในอกก็เต็มล้นไปด้วยความรักที่มีต่ออีกฝ่าย
“วิคเตอร์” ออร์เฟอุสเอ่ยนามของอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานอย่างไม่รู้ตัวก่อนจะก้าวไปหา เขายื่นมือออกไปหามังกรขาว วิคเตอร์จึงวางมือของตนลงในอุ้งมือนั้น จากนั้นทั้งสองจึงจูงมือกันขึ้นรถม้าที่จอดอยู่ไม่ไกลไปด้วยกัน
 
ไม่มีใครทราบวันตายที่แน่นอนของยูริดิซี ทราบแต่วันที่ได้ปลดปล่อยเธอไป หากออร์เฟอุสค้นเจอวันคล้ายวันเกิดของเธอและวันนี้เป็นวันครบรอบวันเกิดของเธอนั่นเอง เมื่อเป็นสุสานประจำตระกูลวิคเตอร์ซึ่งเป็นคนนอกจึงไม่ควรก้าวเข้าไป แม้ออร์เฟอุสจะถือสิทธิ์ผู้นำตระกูลอนุญาตแล้วก็ตาม ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่คะยั้นคะยอให้วิคเตอร์เข้าไปด้วยกัน
 
ในปีแรกหลังจากได้ปลดปล่อยเธอไป ออร์เฟอุสตั้งใจมาเยือนสุสานจึงขอให้วิคเตอร์มาด้วย มังกรขาวเพียงเอ่ยปากว่าจะรออยู่ด้านนอกให้เขาใช้เวลาตามสบาย เหมือนวิคเตอร์จะเดาใจได้ว่าเขาจะต้องมาร้องไห้ต่อหน้าป้ายหลุมศพของยูริดิซี ออร์เฟอุสไม่ทราบว่าตนใช้เวลาไปนานเพียงใดที่นั่นและกว่าจะพาร่างตัวเองก้าวออกมาหาผู้ที่รออยู่ภายนอกเงาก็เคลื่อนคล้ายจากเดิมไปมาก วิคเตอร์ไม่เอ่ยถามคำใดนอกจากส่งผ้าเนื้อนุ่มซึ่งแช่ในถังน้ำแข็งให้เขาพร้อมกำชับให้ประคบดวงตาเอาไว้ยามขึ้นมาบนรถม้าแล้ว เขาจำได้ว่าดวงตาแสบร้อนนั้นรู้สึกดีขึ้นเมื่อมีผ้าเย็น ๆ ประคบอยู่ ปีต่อมาและต่อมา น้ำตาเขาก็ลดลงจนไม่ต้องพึ่งพาผ้าเย็นนั้นแล้ว
 
ใช้เวลาไม่นานรถม้าก็พาพวกเขามาหยุดหน้าปราสาทเอเรบุส หากจะผ่านมาโดยไม่แวะทักทายสักหน่อยดูจะเป็นการเสียมารยาท ถึงออร์เฟอุสจะไม่อยากพบหน้าท่านพ่อ หากเมื่อชั่งน้ำหนักดูแล้วการได้มาเห็นรอยยิ้มมารดานั้นก็คุ้มค่าแล้ว เมื่อก้าวลงจากรถม้าเลดี้วิเรยาส์ก้าวออกมาหาแล้วกอดบุตรชายคนโตด้วยความรักก่อนจะหันไปทักทายหลานชายของลาเมียซีผู้มาด้วยกัน โดยไม่รีรอ เลดี้วิเรยาส์จับจูงมือสองบุรุษหนุ่มไปยังห้องทานอาหารซึ่งสามีนางนั่งรออยู่ก่อนแล้ว
 
แองกุสต์  เอเรบุสทอดสายตามองบุตรชายกับหลานชายของออกุสต์สหายของเขา มองความสนิทสนมที่นับวันจะค่อยเพิ่มพูน ทั้งคู่นั่งลงข้างกันรับผ้าจากถาดเงินซึ่งคนรับใช้ยื่นส่งให้มาเช็ดมือให้สะอาดดี อีกทางสาวใช้เสิร์ฟน้ำชาให้ พ่อบ้านเอ่ยถามเจ้าบ้านว่าจะให้ลำเลียงอาหารมาขึ้นโต๊ะเลยดีหรือไม่ เสียงภริยาของเขาซึ่งนั่งตรงข้ามออร์เฟอุสไถ่ถามความเป็นอยู่ของบุตรชายดังขึ้นไม่ขาด บ้างก็มีเสียงของมังกรขาวกล่าวขึ้นนาน ๆ ครั้งเมื่อได้รับคำถาม เขายินดีต่อภาพตรงหน้า หากในใจลึก ๆ นั้นก็รู้สึกได้ว่าอีกไม่นานจะไม่ได้เห็นภาพนี้อีก ทันใดนั้นดวงตาสีรุ้งเช่นเดียวกับสหายผู้ล่วงลับมองมาทางเขาพอดี...เสียดาย หากออร์เฟรของเขามิใช่ผู้พิทักษ์ฯ เขาคงยินดีกับทั้งคู่มากยิ่งไปกว่านี้หลายเท่านัก
 
-----
 
ยามม่านสีรัตติกาลคลี่คลุมท้องฟ้า วิคเตอร์กลับมาถึงปราสาทบวร์กเฮาเซ่นนานแล้ว เขาแวะไปรับเอรอสกับโลรันท์กลับมาจากโรงเรียน เมื่อทำกิจวัตรในช่วงเย็นเสร็จแล้ว จึงเตรียมตัวพักผ่อนร่างกาย ขณะนี้เขาเอนหลังลงบนเตียงอยู่ในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน หลังจูบราตรีสวัสดิ์เสร็จรูบี้ในร่างเกิดก็ปิดเปลือกตาลงซุกไซร้อยู่ในอ้อมแขนของเขา วิคเตอร์จึงใช้มือข้างที่ว่างลูบศีรษะรูบี้เบา ๆ แล้วจึงค่อย ๆ ปิดเปลือกตาลงส่งกระแสความคิดไปถึงผู้ที่เขามีสายสัมพันธ์ด้วย
 
วิคเตอร์... กระแสเสียงของเซฟิรอสดังขึ้นตอบรับในทันที
 
เป็นอย่างไรบ้าง วิคเตอร์จึงทักทายอีกฝ่าย
 
ตอนนี้ยังไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ฉันสบายดี เซฟิรอสตอบรับมา กระแสความคิดที่ส่งมาก็ดูราบรื่นแจ่มใสดีเช่นกัน
 
ฉันก็สบายดีเช่นกัน วิคเตอร์ตอบอีกฝ่าย วันนี้ฉันไปเยี่ยมหลุมศพมาน่ะ มังกรแห่งความมืดผู้ถูกกักวิญญาณขังอยู่ในพิณผู้นั้น
 
เซฟิรอสเงียบไปครู่หนึ่งจึงตอบกลับมา ชีวิตก็เป็นเช่นนี้แหละ อาจจะมีสักวันที่นายได้พบเธออีกครั้ง...ยามเธอได้เกิดมาใหม่ จิตวิญญาณของพวกเราต่างเวียนว่ายตายเกิด ฉันกับนายเองก็เช่นกัน ที่เราแบ่งวิญญาณเป็นสองเพื่อเกิดในต่างสถาน คงเพื่อผลอะไรบางอย่าง
 
ฉันก็คิดเช่นนั้น เซฟิรอสบางทีอาจเป็นเพราะฉันเกิดมาเพื่อชดใช้ให้....โรส เธอเสียชีวิตเพราะเราทั้งคู่ ส่วนนายคงต้องชดใช้ให้ใครสักคนกระมัง
 
คงจะเป็นเช่นนั้น เพียงแต่เราคงสร้างหนี้ไว้มากเพราะฉันไม่ทราบว่าตัวเองต้องชดใช้ให้ใครบ้าง กระแสความคิดที่ตอบกลับมาคล้ายเซฟิรอสกำลังทอดถอนใจ
 
วิคเตอร์ได้ทราบถึงเรื่องราวชีวิตอันยุ่งเหยิงของเซฟิรอส จึงเข้าใจในทันที
นายอาจจะแค่...ยังไม่รู้สึกตัวก็ได้
 
ได้แต่วาดหวังว่า ฉันจะทราบก่อนทุกอย่างจะสายเกินไป เซฟิรอสตอบกลับมา ตื่นทั้งที่หลับ...มองไม่เห็นทั้งที่ลืมตา...
 
วิคเตอร์ระบายลมหายใจช้า ๆ ก่อนจะตอบออกไป
เมื่อใดที่ดวงตาในดวงใจนายเปิดออก นายคงจะได้ทราบ...เซฟิรอส
 
(จบตอนที่ 53) Day 22 (2019) GHOST
#FICTOBER #DrachenGrundschule #DrachenKindergärten #มังกรน้อย
Talk:
 
จากนี้จะเหลืออีก 9 ตอนสุดท้าย จะพยายามปิดจบแล้วค่ะ เราฝันเฟื่องว่าอยากจบภายในสิ้นเดือนนี้ (ฮา)

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น