มังกรน้อย อยู่ชั้นประถมแล้วนะ!

ตอนที่ 35 : 31. เสี้ยวใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    25 ส.ค. 62

เสี้ยวใจ
 
เมื่อโรงเรียนใกล้จะเปิดเทอม แรมซีย์จึงเตรียมตัวกลับคฤหาสน์บาคเฮาเซ่น ทุกคืนที่พักอยู่ในห้องนี้เขาจะมองไปยังกรอบรูปเหนือเตาผิง ท่านป้าเคยบอกเขาว่า ข้อความนี้เคยแขวนอยู่ในห้องนอนของญาติผู้พี่ของเขาก่อนจะไปอยู่คฤหาสน์แบล็ควิงค์ภายใต้การเลี้ยงดูของท่านแม่ พอรับท่านดยุคกลับมาได้ไม่นานเขาปลดมันลง ท่านป้าเห็นเช่นนั้นจึงขอไว้และนำมาด้วยตอนย้ายออกมาจากคฤหาสน์เอเรบุส เดิมทีท่านป้าตั้งใจจัดเตรียมห้องนี้ไว้ให้บุตรชายคนโตเผื่อว่าเขาจะมาค้าง หากไม่เคยได้ใช้งานเลยจนเป็นเขาที่ได้มาพัก และท่านป้าก็ดีใจที่ห้องนี้ได้ใช้งานสมดังใจเสียที
 
แรมซีย์เข้าใจท่านป้าวิเรยาส์ รับรู้ได้ถึงความรักความปรารถนาดีจากทุกอย่างในห้องนี้ พออ่านข้อความซ้ำ ๆ ร่วมกับฟังท่านลุงย้ำถึงหน้าที่ของเอเรบุสต่อราชวงศ์เขาก็สงสารญาติผู้พี่เขาขึ้นมาบ้าง ต้องอยู่คนเดียวตลอดชีวิต แต่ถึงจะเห็นใจก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะเสียสละญาญ่าให้ เขาไม่ได้ใจกว้างขนาดจะยอมให้ผู้ที่เขารักแบ่งหัวใจให้คนอื่นด้วย
 
เดิมทีแรมซีย์ไม่ได้นำของส่วนตัวมามากมาย เขาเรียกข้ารับใช้มาเก็บให้ก็ได้ หากนิสัยหวงของที่ไม่ชอบให้ใครจับของรักนั้นมีอยู่เต็มเปี่ยมเขาจึงยินดีเก็บเองเสียมากกว่า เมื่อเก็บของลงกระเป๋าลงสลักเรียบร้อยจึงนำไปวางไว้ข้างประตู พรุ่งนี้เมื่อท่านแม่มารับ ข้ารับใช้จะได้ยกลงไป
 
คืนนั้นแรมซีย์ก็ยังนอนมองสามประโยคนั้นในความมืด แม้จะหลับตาลงแรมซีย์ก็ทราบว่ามันเป็นตัวอักษรแบบไหน เขียนคำว่าอะไร มันจรดลึกในความทรงจำของเขาไปเสียแล้ว บางทีเขาอาจจะเปลี่ยนมุมมองต่อญาติผู้พี่ แต่จะให้เรียกว่าพี่ก็...รอไปเถอะ
 
ในวันประชุมผู้ปกครองครั้งนั้น แรมซีย์ได้ทราบว่า ผู้ชายฟู่ฟ่าผู้คอยแวะเวียนมาพบญาญ่าเสมอเป็นญาติกัน และท่านแม่ของเขาเลี้ยงมากับมือ แรมซีย์ได้ยินญาญ่าเรียกแต่ท่านดยุคไหนเลยจะไปคาดคิดว่าอีกฝ่ายมีชื่อสกุลว่าเอเรบุส ท่านดยุคเคยถามนามเขาหากตอนนั้นพอได้ยินนามเข้าก็ตะลึงไป แรมซีย์มาทราบภายหลังว่านามของเขาคล้ายกับสหายสนิทของญาญ่าที่เสียไป ก่อนหน้านั้นแรมซีย์รู้จักท่านดยุคผ่านคำบอกเล่าของท่านลุงกับท่านป้า ซึ่งต่างจากที่ท่านแม่เล่าให้เขาฟัง ท่านแม่ว่าออร์ฟี่ที่ท่านเลี้ยงมาพร้อมวาเซย์บุตรชายของท่านลุงเทอร์เป็นเด็กใจดีอ่อนโยน พวกเขามีสัตว์เลี้ยงของท่านแม่อยู่รอบกายเสมอ ทั้งสุนัข แมว กระต่าย ท่านลุงเทอร์ยังวาดภาพรอยยิ้มในตอนนั้นของพวกเขาเก็บเอาไว้
 
เลดี้อะเซเลีย  บาคเฮาเซ่นมาถึงปราสาทเอเรบุสในยามสาย นางอ้าแขนกอดบุตรชายด้วยความยินดีก่อนจะหยิกแก้มเบาๆ  “ดูท่าท่านพี่จะเลี้ยงลูกดีเกินไปแล้ว”
 
 “ท่านป้าทำขนมเก่งนี่ครับ” แรมซีย์ตอบมารดาตามตรงพร้อมรอยยิ้มกว้าง เรียกรอยยิ้มจากเลดี้วิเรยาส์
 
“เอาไว้ปิดเทอมหน้าก็มาอยู่กับลุงอีกสิ” แองกุสต์ชักชวน
 
อะเซเลียก้มลงสบตาบุตรชาย แรมซีย์เข้าใจดีจึงตอบออกไป “ครับ หากเป็นไปได้ผมจะมารบกวนอีก”
 
“อันที่จริงลุงไม่ค่อยเห็นด้วยที่เราเข้าโรงเรียนเลย” แองกุสต์ว่า
 
แรมซีย์จึงหันไปตอบ
“ดีแล้วล่ะครับท่านลุง ผมต้องการมิตรสหายที่เชื่อใจได้ ผู้ที่จะช่วยเหลือในอนาคต” ลำพังสหายจากอดีตห้องทานตะวันล้วนเป็นเด็กที่คัดสรรมาแล้ว
 
ท่านลุงต้องการคนที่ไว้ใจได้คอยช่วยเหลือบุตรชายคนโต แม้จะมีบุตรชายอีกสองคนแต่มันคงไม่พอ ด้วยนามของเอเรบุสและบาคเฮาเซ่น แม้ตัวเขามิอาจเทียบเคียงตำแหน่งดยุค แต่เขาจะไปให้สุด ชายผู้ที่เขาหมายปองนั้นอยู่สูงเหลือเกิน
 
แองกุสต์ลูบศีรษะหลานชาย พร้อมกับหันไปสบตาภริยา
“ลุงตั้งใจว่าจะจัดงานเลี้ยงในสวนเชิญทางแบล็ควิงค์และบาคเฮาเซ่นมาร่วม เราจะได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแล้วคุยกัน”
 
ฟังแล้วแรมซีย์คิดว่า...งั้นท่านดยุคคงมาแน่เลย ท่านลุงก็กล่าวต่อ
“แล้วก็จะเชิญทางลาเมียซีมาด้วย”
 
คราวนี้แรมซีย์ทำตาโตด้วยความแปลกใจ แองกุสต์เห็นแล้วจึงขยายความเพิ่มเติม
“ลุงสนิทสนมกับทางนั้นมาแต่ก่อนแล้วแรมซีย์”
 
แรมซีย์ได้แต่ลุ้นว่าให้ญาญ่ามาร่วมด้วย แต่เขาไม่อยากแสดงความดีใจออกนอกหน้าจึงเพียงยิ้มน้อยๆ ตอบว่า “เป็นเช่นนี้น่ะเอง ผมจะรอนะครับ”
 
แรมซีย์จึงร่ำลาท่านลุงท่านป้าก่อนจะเดินทางกลับ
 
--------------------
 
วิคเตอร์คงประเมินท่านดยุคต่ำไป อีกฝ่ายมาจะเฝ้าเขากระทั่งถึงยามเข้านอน มังกรหัวดื้อแย้งทันทีว่า เมื่อครั้งตอนช่วยเหลือเอรอสไม่ได้นอนทั้งคืนเขายังอดทนได้
 
วิคเตอร์จึงบอกตามตรงว่า เขาเป็นลาเมียซีและได้รับการฝึกฝนมา ตามปกติไม่นอนสัก 2-3 วันก็อดทนได้ หากชนชั้นสูงเช่นท่านดยุคย่อมทนไม่ได้อย่างแน่นอน สุดท้ายวิคเตอร์จึงส่งสายตาให้ซาสเกีย ทางนั้นล่าถอยออกไปอย่างเข้าใจในทันที จากนั้นจึงรูดม่านประตูอันเปิดออกไปยังระเบียงด้านนอกปิดโดยไม่เอ่ยคำใดอีก
 
วิคเตอร์ถอดเสื้อคลุมออกแขวนไว้ก้าวขึ้นเตียงแล้วดับไฟ เขาช้อนรูบี้ในร่างกระต่ายขึ้นจูบราตรีสวัสดิ์ก่อนจะล้มตัวลงนอนโดยมีเจ้าก้อนขนซุกตัวอยู่ใกล้ๆ เขานึกถึงตอนที่ส่งเกล็ดมังกรเกล็ดแรกไป ก็มาทบทวนสิ่งที่ได้รับทราบผ่านเกล็ดงูแสนสวย เขาอยากได้คำยืนยันบางอย่างก่อนจะแจ้งเคออสว่า เอรอสปลอดภัยแล้ว อย่างน้อยช่วงนี้ก็คงเบาใจไปได้ วิคเตอร์เหลือบมองไปยังระเบียงด้านนอก เงาร่างของมังกรแห่งความมืดปรากฏอยู่บนผ้าม่าน พ่อมดชาวสีดำคงหยุดมือไปสักพักโดยไม่อาจเดาได้ว่าจะนานเท่าใด บางทีหากมันลากยาวไปจนสัญญาระหว่างเขาและองค์ชายมังกรสิ้นสุดลงยิ่งดี นั่นจะทำให้เขามีอิสระในการลงมือมากขึ้น วิคเตอร์วางแผนไว้ล่วงหน้าว่าหากเวลานั้นมาถึงเขาจะทำอะไรบ้าง แน่นอนว่าเขาไม่คิดจะใช้ชีวิตร่วมกับออร์เฟอุส อีกฝ่ายมีหน้าที่ของผู้พิทักษ์ฯ และไม่เกี่ยวกับการที่เขารับปากท่านแองกุสต์ไว้ เขาไม่คิดจะร่วมชีวิตด้วยเหตุผลมีเพียงเท่านี้
 
วิคเตอร์ได้รับเกล็ดที่สองมาหลังจากส่งเกล็ดมังกรไปพักใหญ่ คาดว่าทางนั้นคงแปลกใจต่อสิ่งที่เขาส่งไป
 
----------------------------
(กระแสความคิดบนเกล็ดงูสีดำเหลือบเขียวเลื่อมทอง ไม่ทราบที่มา)
สวัสดีอีกครั้ง,
 
ฉันออกจะแปลกใจอยู่ว่าเป็นเกล็ดของอะไร ช่างดูคุ้นเคยคลับคล้ายคลับคลา จนเจตภูตมังกรลมที่อยู่บนบ่าบอกว่าเป็นเกล็ดมังกร ฉันลืมนึกถึงมังกรสีดำตัวโตของปู่ทวดไปเลย แต่เกล็ดนี้ช่างสวยงาม ใสโปร่งแสงจนเห็นเป็นสีรุ้ง น่าเสียดายที่มันไหม้ไปกับเปลวไฟที่ฉันไม่คุ้นเคย ส่วนเกล็ดงูนั้นเป็นเกล็ดงูจงอางของฉันเอง
 
เอาเถิดมาเข้าเรื่องกัน ฉันทราบว่าคนผู้นั้นคือ ทีลล์  ออยเลนชปีเกล การมีอยู่ของเขาสร้างความคลางแคลงใจและรบกวนครอบครัวฉันมาพอสมควร เป็นไปไม่ได้! เขาไม่ควรยังมีชีวิตอยู่! เราถกเถียงกันซ้ำ ๆ ข้อมูลที่ให้ฉันมาเลยยิ่งเสริมความมั่นใจเข้าไป ยิ่งกว่านั้นคือมีภาพเหมือนหรือภาพคล้ายของเขาอยู่ ฉันอัศจรรย์ใจมาก ไม่แน่ว่าท่ามกลางภูเขาหนังสือที่มีในบ้านฉันอาจจะมีเล่มเดียวกัน จะลองขอให้บรรณารักษ์ค้นดูให้ ฉันไม่เคยเห็นใบหน้าของเขาหรอก แค่คาดว่าจะเป็นการดีกว่าถ้าจะจดจำเอาไว้ ดังที่กล่าวไปก่อนหน้า การมีอยู่ของเขารบกวนครอบครัวของฉัน เราจะโล่งใจด้วยการไม่มีอยู่ของเขา ‘เรา’ ต้องหยุดเขา เขาต้องการมังกรแห่งความมืดและมังกรแห่งแสงชั้นสูง ฉันไม่แปลกใจเพราะเขาต้องการชาวสีขาวและชาวสีดำชั้นสูงเช่นกัน
 
ฉันเป็นชาวสีขาวหากต้องการจะทราบ ถึงฉันจะศึกษาคำสาปของชาวสีดำ นั่นอาจทำให้แปลกใจที่ฉันแก้คำสาปให้เด็กน้อย แต่จงวางใจเขาจะไม่เป็นอันตราย ทีลล์  ออยเลนเลนชปีเกลใช้เขาเป็นสื่อไม่ได้อีกเว้นแต่จะประจันหน้ากันตรง ๆ อย่าได้แปลกใจเมื่อเกิดความเชื่อใจต่อฉัน ฉันเองก็เช่นกัน ฉันเคยคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างเราเป็นอะไร แต่มันคือความจริง ตอนสัมผัสถึงกันอย่างชัดเจนในความฝันของเด็กน้อยทำให้ยิ่งมั่นใจว่า ความสัมพันธ์นั้น สิ่งซึ่งเชื่อมโยง ‘เรา’ ทั้งคู่ไว้มิใช่ธรรมดา

ความจริงสำหรับฉันแล้ว คือสิ่งที่เหลืออยู่หลังจากตัดความเป็นไปไม่ได้ออกแล้ว ทั้งตัวฉัน และน้องชายของฉันเป็นข้อพิสูจน์ในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้อันนั้น
 
เราคงต้องนัดพบกันในฝันเร็ววันนี้,
Z.F.

-----------------
 
วิคเตอร์ปิดเปลือกตาลง อย่างน้อยตอนนี้เขามีคู่คิด จากนั้นจึงเข้าสู่นิทราไปอย่างรวดเร็ว
 
วิคเตอร์ยืนมองเอรอสวิ่งเล่นไล่จับรูบี้ในสวน เขาคิดว่าเด็กนั้นสมควรจะได้วิ่งเล่น ได้รับความรัก และการดูแล เสียงร้องอย่างมีความสุขดังขึ้นเป็นระยะก่อนที่เขาจะหันไปยังทางเดินที่ทอดยาวมา มังกรแห่งความมืดผู้ดูอ่อนระโหยโรยแรงอย่างที่สุดก้าวเข้ามาหาด้วยท่าทางไม่สบอารมณ์
 
เมื่อเช้าเขาลุกจากเตียงและออกจากห้องโดยผู้ที่ยืนเฝ้าอยู่ด้านนอกไม่รู้สึกตัวเลย เขาให้ซาสเกียเชิญเคออสมาพบเพื่อแจ้งข่าว อีกฝ่ายจึงวางใจฝากบุตรชายไว้ ก่อนล่วงหน้ากลับไปยังลาเมียซี เมื่อทานอาหารเช้าเสร็จก็อ่านหนังสือให้เอรอสกับรูบี้ฟังก่อนจะพาออกมาวิ่งเล่น ออร์เฟอุสจึงพบว่าผู้ที่เขามาเฝ้าออกจากห้องไปเสียตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ตัว
 
“ทำไมคุณไม่พักผ่อนล่ะครับ” วิคเตอร์ทักอีกฝ่ายผู้เฝ้าเขาตลอดจนอดหลับอดนอน
 
“ข้ากลัว...กลัวว่าเจ้าจะเป็นอะไรไปต่อหน้า” ออร์เฟอุสใช้ดวงตาสีทองจ้องมองอีกฝ่าย
 
“หากคุณอ่อนแอจะต้านทานพ่อมดผู้นั้นได้หรือ กลับไปพักได้แล้วครับ”
 
ออร์เฟอุสตัดสินใจทำสิ่งที่บังอาจที่สุดโดยการยกสองแขนขึ้นโอบรอบคอวิคเตอร์แล้วดึงเข้ามากอด
“ข้าไม่อยากเห็นเจ้าเป็นอะไร พรุ่งนี้หรืออนาคตข้ายังอยากเห็นเจ้าอีก”
 
เอรอสไล่จับรูบี้ได้แล้วจึงอุ้มไว้ในอ้อมแขน เขามองญาติผู้พี่สลับกับมังกรแห่งความมืด ก่อนจะระบายรอยยิ้มออกมา
 
เมื่ออ้อมแขนคลายออก วิคเตอร์หันมาเห็นเอรอสยืนยิ้มกว้างอยู่ข้างกาย เขาย่อตัวลงอุ้มญาติผู้น้องขึ้นมา
“ผมไม่เชื่อวันพรุ่งนี้หรืออนาคตครับ เพราะมันไม่มีอยู่จริง”
 
ออร์เฟอุสมองกอกุหลาบเบื้องหลังวิคเตอร์ให้นึกถึงกุหลาบสีแดงเข้มในสุสาน อนาคตที่เคยคาดหวังของวิคเตอร์อันถูกฝังไว้ในหลุมฝังศพ
“ข้าจะปกป้องเจ้าเอง เราจะมีพรุ่งนี้ด้วยกัน” ออร์เฟอุสให้คำมั่น
 
วิคเตอร์ส่ายหน้าช้าๆ ส่งเอรอสให้อีกฝ่าย
“ฝากอุ้มเอรอสไว้ทีครับ”
 
ออร์เฟอุสรับเด็กน้อยมาอุ้มไว้ทั้งที่ยังงุนงง
“ผมไม่คาดหวังในอนาคต แต่ตอนนี้ผมบอกได้ว่า ผมมีคุณอยู่”
 
ออร์เฟอุสพลันรู้สึกตัวเองราวกับลอยอยู่เขาถูกอีกฝ่ายอุ้มขึ้น
 
“คุณสมควรไปพักผ่อนได้แล้วครับ ระหว่างนี้ผมจะปกป้องคุณเอง”
 
ดวงตาสีทองเลื่อนไปสบกับดวงตาที่ใสราวกับลูกแก้วคู่นั้น แล้ววิคเตอร์ก็ก้าวออกจากสวนนั้นไป ซาสเกียและบลูเมนยืนอยู่ทางด้านหนึ่ง วิคเตอร์สบตาซาสเกียโดยไร้คำพูด คนสนิทผงกศีรษะลงเล็กน้อย ก่อนจะก้าวตามไปโดยทิ้งระยะห่างช่วงหนึ่ง
 
นี่เป็นสิ่งที่เขาพอจะอะลุ่มอล่วยให้มากที่สุดแล้ว
 
(จบตอนที่ 31) Day 31 SLICE
#INKTOBER2018 #FICTOBER #DrachenGrundschule #DrachenKindergärten #มังกรน้อย
 
Talk :
 
กรี๊ดค่ะ เขาแค่พาไปพักนะคะ // จริงๆ เชื่อเราสิ
 
ตอนที่ท่านดยุคน่ารักๆ นั่นแรมซีย์คงนึกไม่ค่อยออกมังคะ
มันอยู่ในตอนพิเศษวันแม่ที่ผ่านมา
https://writer.dek-d.com/Miran/writer/viewlongc.php?id=1563641&chapter=94
 
ตอนแรกว่าจะลงของฟรันซ์กับอาคาร์ดด้วยแต่เปลี่ยนใจ อันนั้นยกไปลงวันพ่อก็ได้ ฟรันซ์มันอยู่สถานะกลางๆ เป็นทั้งพ่อทั้งแม่อ่ะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น