มังกรน้อย อยู่ชั้นประถมแล้วนะ!

ตอนที่ 34 : 30. ประหลาดใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    3 ก.ย. 62

ประหลาดใจ JOLT
 
แสงแดดยามเช้าลอดม่านเข้ามาให้มังกรแห่งความมืดแรมซีย์ตื่นขึ้นก่อนใคร หลังกะพริบตาไล่ความง่วงงุนออกเขาเหลียวมองสหายที่ยังหลับไม่ตื่นจึงตัดสินใจลุกขึ้นล้างหน้าเปลี่ยนชุดแล้วก้าวเดินออกจากห้องไป
 
แรมซีย์ยังมีบางสิ่งค้างคาใจ แล้วก็ได้พบครูโอเบอรอนผู้กำลังนั่งอยู่ที่ศาลาในสวนร้องเพลงด้วยบทเพลงที่แรมซีย์ฟังไม่ออก แรมซีย์กล่าวอรุณสวัสดิ์ก่อนจะเอ่ยในสิ่งคาใจ
“ครูโอเบอรอน พวกเราหกคนเล่าเรื่องของตัวเองแล้ว แต่ครูยังไม่ได้เล่าเลยนะครับ”
 
โอเบอรอนยิ้มให้ประโยคนั้นของแรมซีย์
“ครูไม่มีเรื่องน่าสนุกเท่าพวกเธอเล่าให้ฟังหรอก เรื่องราวที่ครูรู้จักนั้น ครูได้รับรู้ผ่านบทละครซึ่งพวกเธอเคยได้ยินได้ฟังมาแล้วหากได้ฟังอีกคนไม่ตื่นเต้นแล้วล่ะ”
 
“แต่ผมอยากฟังครูเล่านะครับ” แรมซีย์มองอีกฝ่ายด้วยดวงตาเป็นประกาย
 
เห็นแบบนี้โอเบอรอนถึงปฏิเสธไม่ลง
“ก็ได้ครูจะเล่าให้เธอฟัง” พอเขากำลังจะต้นเริ่มเล่าก็หันไปเห็นว่าลูกมังกรอีกห้าคนเดินมาตามทางเดิน เขาจึงหยุดชะงัก
 
“นั่นไงแรมซีย์อยู่นั่น” เคียฮีส่งเสียงขึ้นมาเมื่อเห็นแรมซีย์
 
“ทำอะไรกันอยู่น่ะ?” เวย์ราถามด้วยความสงสัย
 
“ฉันกำลังขอให้ครูโอเบอรอนเล่าเรื่องของครูให้ฟัง” แรมซีย์หันไปตอบสหายตามตรง
 
“ใจร้ายทำไมไม่รอกันเลย!” เฟรยาว่า
 
กระทั่งเอิร์ดมานน์ยังมองแรมซีย์ด้วยสายตาว่า ขี้โกง ส่วนเออร์วิงแรมซีย์ไม่แน่ใจว่าตื่นดีแล้วหรือยัง
 
โอเบอรอนจึงไกล่เกลี่ยให้ว่า เขายังไม่ทันเล่าเช่นนั้นทุกคนก็มาฟังด้วยกันเถิด พอลูกมังกรหาที่นั่งในศาลาได้ โอเบอรอนก็เริ่มเล่า
 
สองตาของ เธอ ลืมขึ้น หลังกะพริบตาไล่ความคลุมเครือ และความง่วงงุนออกไป ที่แห่งนั้นยังคงเป็นสถานที่เดิม เป็นมหาสมุทรสีฟ้าอมเขียวกว้างใหญ่ ไม่ว่าจะมองไปทางซ้ายหรือขวาล้วนไม่มีจุดสิ้นสุด บนคือนภากว้างที่มิอาจเอื้อม ด้านล่างคือท้องมหาสมุทรลึกสุดหยั่ง ไม่ว่าจะออกแรงว่ายไปให้สุดกำลัง หยุดพักแล้วเริ่มต้นใหม่ ผ่านไปกี่ทิวา ราตรีก็ไม่เห็นของฝั่งเลยแม้แต่นิด
 
ไม่นึกฝันว่าวันหนึ่งจะพบหลักให้เกาะอาศัย ให้พักเหนื่อย ให้พักพิง เธอ จึงอาศัยสิ่งเดียวนั้นยึดเหนี่ยว หน่วงเหนี่ยวเอาไว้ ทว่าทุกอย่างก็มีเวลาของมัน หลักนั้นถูกสายน้ำกัดเซาะจนกร่อนลงเรื่อย ๆ หดหาย และแตกออก
 
เธอ พยายามรั้งเศษเสี้ยวหนึ่งของหลักเอาไว้ให้อยู่นานเท่าที่จะเป็นไปได้ ที่สุดแล้วความเข้าใจก็ชนะ ให้เธอปลดปล่อยสิ่งที่ยึดเอาไว้ล่องลอยไปกับสายน้ำ หลังจากนั้นเธอจึงลองปลดปล่อยตัวเองบ้าง ปล่อยให้ตัวเองเป็นหนึ่งเดียวกับกระแสน้ำ ปล่อยให้น้ำนั้นนำเธอไป
 
จนในที่สุด เธอ ก็เข้าใจ มหาสมุทรไร้ขอบนั้นเป็นสิ่งที่เธอสร้างขึ้นจากความเข้าใจของเธอเอง จากสิ่งที่เห็น จากสิ่งที่สัมผัส แท้ที่จริงที่ที่เธออยู่มิใช่มหาสมุทร หากเป็นคุกอันมีไว้กักขังเธอต่างหาก
 
“เรื่องของครูจบลงเพียงเท่านี้แหละ มันไม่ได้น่าตื่นเต้นเท่าของพวกเธอเลย” โอเบอรอนกล่าว “เอาล่ะ เดี๋ยวผู้ปกครองของพวกเธอคงมารับแล้วไปทานอาหารเช้ากันก่อนเถอะ” จากนั้นเขาก็พาลูกมังกรไปทานอาหารเช้าด้วยกัน
 
-------------
 
ระหว่างรอผู้ปกครองมารับ ๆ เด็กทั้งหกก็ถกเถียงกันว่าสิ่งที่ครูเล่าตีความได้ว่าอย่างไร โอเบอรอนเพียงระบายรอยยิ้มบนใบหน้ามองดูพวกเขาออกความเห็นกัน จนผู้ปกครองของเด็ก ๆ มาถึงและรับพวกเขากลับไปทีละคน
 
เออร์วิงผู้เหลือเป็นคนสุดท้ายเข้ามาบีบมือครูแล้วกล่าวว่า
“เรื่องที่ครูเล่าคือเรื่องของครูใช่ไหมครับ ครูเคยโดนขังอยู่ที่นั่น แต่ตอนนี้ครูอยู่ที่นี่มีพวกเรานะ”
 
โอเบอรอนระบายรอยยิ้ม ตอบเด็กชายตามตรง
“ขอบใจนะ ครูอยู่ในนั้นไม่นานพอจะรู้สึกทรมานหรอก” ไม่นานเท่าใครอีกคนที่ไม่อาจออกมาจากที่นั่น...
 
โอเบอรอนนึกถึงบทกวีที่เคยได้ยินคุณกรินญาอ่านให้คุณรูบี้ฟัง เขาเงยหน้ามองไปยังความว่างเปล่าตรงหน้า ก่อนจะกล่าวออกมาพอให้ได้ยิน
     ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องจริงและไม่มีอะไรจริง
     ที่แห่งนั้นยังมีอยู่ที่นั่น เป็นที่ที่เราขนานนามไว้ และมิใช่ดังนั้น*”
 
เออร์วิงสบตาครูคล้ายจะปลอบใจ โอเบอรอนพยักหน้าให้ จวบจนลับหลังของเด็กชายไปแล้ว น้ำตารสเฝื่อนไหลลงมาอาบแก้ม เขาอ้าปากขยับราวกับฮุบอากาศเข้าปอดคล้ายดั่งคนจมน้ำ ที่เมื่อกระเสือกกระสนถีบตัวพุ่งพรวดขึ้นมาเหนือก็พยายามหายใจเพื่อให้ตัวเองได้มีชีวิตรอด
 
ที่ตรงนั้นไม่มีเธออีกแล้ว เขาทราบดี แม้จะดิ้นรนกลับไปอีกครั้งก็ตาม
หากเขาก็ยังขอบคุณทั้งยูริดิซีและคุณออร์เฟอุส ที่ช่วยให้เขาสมหวัง
 
-------------------
 
วิคเตอร์นั่งอยู่ในห้องทำงาน บนโต๊ะทำงานตัวใหญ่เขาวางกระดาษแผ่นเล็กจดข้อความสั้น ๆ เรียงกันตรงหน้า ห่างไปไม่ไกลบนโต๊ะรับแขกมีดยุคแห่งดราเค่นบวร์กผู้ตามติดเขาราวเงาตามตัวมาแต่เช้า เมื่อไม่ยอมไปไหนจึงได้แต่ขอให้อยู่โดยอย่ามารบกวนเขา อีกฝ่ายก็ยอมทำตามนั่งลงและอยู่อย่างสงบคอยจับตาดูเขา วิคเตอร์ดูออกว่าในสายตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความเป็นห่วงใย เกรงว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเขา แม้จะเข้าใจดีสุดท้ายจึงได้แต่ทำเป็นไม่ใส่ใจแล้วทำธุระของตน
 
วิคเตอร์ใช้ดวงตาสะท้อนสีรุ้งมองไปยังตัวอักษรอย่างพิจารณา แล้วลองจดข้อสงสัยแยกออกมาระหว่างที่กำลังใช้ความคิดอยู่นั้นเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น เป็นบลูเมนมาแจ้งว่าท่านเคออสพาบุตรชายมาขอพบ
 
วิคเตอร์จึงผงกศีรษะรับรวบกระดาษทั้งหมดใส่ลงในกล่องปิดฝา ก่อนก้าวตามบลูเมนไป พอเขาลุกท่านดยุคก็ลุกตามไปด้วยจนถึงหน้าห้องรับรอง ออร์เฟอุสทำท่าจะก้าวตามเขาเข้าไปด้วยวิคเตอร์จึงเอ่ยขึ้น
“เขาเป็นคนของลาเมียซีนะครับ ผมไม่เป็นอันตรายหรอก ถ้าคุณจะไม่ไปไหนก็คอยอยู่ด้านนอกก่อน” เขาตัดบทนั้นก่อนเหลือบสายตาไปยังซาสเกียที่ติดตามมา ซาสเกียจึงยืนขวางประตูห้องไว้หลุบตามองต่ำอย่างไร้ความรู้สึก บลูเมนผู้หมดหน้าที่จึงถอยออกไป
 
ออร์เฟอุสแต่ได้ร้องเฮอะก่อนไปยืนพิงกำแพงด้านตรงข้ามอย่างไม่สงวนกิริยา
 
เมื่อเข้าไปในห้องวิคเตอร์ก้าวไปหาทั้งคู่ เมื่อเป็นคนกันเองก็ไม่จำเป็นต้องมากพิธี วิคเตอร์รับเอรอสมาจากมือเคออสแล้วนั่งลงตรงข้าม ยกเอรอสขึ้นจูบหน้าผากแล้วยิ้มให้ เอรอสก็ยิ้มตามใช้สองมือน้อยประคองใบหน้าของญาติผู้พี่เอาไว้บรรจงจูบบนหน้าผาก ปลายจมูก และบนริมฝีปากแผ่วเบา จากนั้นยังใช้ริมฝีปากไล้ขนตายาว ๆ ของวิคเล่นจนพอใจแล้วจึงนั่งลงบนตัก
 
“หลังจากหายตกใจแล้วแกบอกว่ามีเรื่องอยากบอกคุณชายน้อยครับ ผมจึงพามา” เคออสกล่าวถึงจุดประสงค์ที่ขอพบ
 
เอรอสพยักหน้าหงึกหงัก เงยหน้าขึ้นมองญาติผู้พี่ เขาวางมือบนแขนของวิคเตอร์
“วิค...เอรอสมานึกดูแล้ว...ในฝัน มีอะไรแปลก ๆ” เอรอสเอ่ยขึ้น
 
อันที่จริงในความฝันนั้นก็แปลกทั้งหมดนั่นแหละ แต่ในดวงตาของเอรอสบ่งบอกว่ามีอะไรมากกว่านั้น
 
“เอรอส จะช่วยเล่าสิ่งที่เธอเห็นในความฝันทั้งหมดให้ฟังได้ไหม”
 
เอรอสค่อย ๆ เล่าสิ่งที่ตัวเองพบเจอในความฝัน พยายามนึกทีละส่วนจึงเล่าอย่างไม่ปะติดปะต่อ หากที่แจ่มชัดที่สุดเขาโพล่งถามออกมา
“แต่ผมอยากทราบ วิคมาเจอผมตอนไหน” เอรอสถามราวกับมันสำคัญมาก “ผมเพิ่งนึกได้...ผมพบใครที่เหมือนวิค...เหมือนมาก เขามาปลอบเอรอส เรียกชื่อเอรอสถูก แต่พอมานึกก่อนหน้า...ผมเอ่ยชื่อตัวเอง”
เด็กน้อยพูดกระท่อนกระแท่น เขาหยุดหายใจก่อนจะกล่าวต่อ “ตอนแรกเอรอสเข้าใจว่าเป็นวิค เพราะเหมือนมากแต่ไม่ใช่วิค”
 
วิคเตอร์สบตาญาติผู้น้องพลับวาบขึ้นในใจ
 
“พอสงบใจได้ จึงมานึกได้ว่ามันแปลก” เอรอสเสริมอีก
 
วิคเตอร์หันไปหาเคออส มองญาติอาวุโสด้วยดวงตาราบเรียบคล้ายขอความเห็น
“ผมไม่มีฝาแฝด ถ้ามี...บิดามารดาต้องบอกแน่นอน พวกท่านไม่มีทางให้ผมไม่ทราบ ต่อให้แฝดผู้นั้นตายตั้งแต่แรกเกิด”
 
เคออสผงกศีรษะยืนยัน
“เป็นไปไม่ได้ที่ท่านจะมีฝาแฝดครับผมยืนยัน”
 
วิคเตอร์ทราบดี จากคำบอกเล่าของเอรอส จากสิ่งที่เขาสัมผัสในฝันนั้น รวมถึงความฝันนานๆ ครั้งของเขาที่นับวันจะแจ่มชัด วิคเตอร์เอ่ยออกมาในที่สุด
“เขาไม่ใช่มังกร แต่เป็นมนุษย์ มนุษย์ที่เหมือนผมมาก...”
เคออสมองคุณชายน้อยอย่างแปลกใจ
 
วิคเตอร์คาดว่าคงต้องเข้าไปในฝันอีกครั้งแต่นั่นยังไม่รีบด่วน อย่างไรเสียคนผู้นั้นกับเขามีบางสิ่งเชื่อมโยงต่อกัน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน บางทีความฝันอันปรากฏภาพที่เห็นทั้งที่ไม่ได้อยู่ที่นั่นอาจจะผ่านดวงตาของใครคนนั้น ขณะเดียวกันทางนั้นก็คงเห็นทางเขาด้วย
 
ไม่เป็นไร เขาไม่รีบร้อนเจอคนผู้นั้น และดูจะไม่เป็นอันตรายต่อเขาหรือเอรอส เรื่องนี้เขามั่นใจ
 
เขาลูบหลังปลอบเอรอสกล่าวว่า
“เรากลับกันเถอะ นี่ก็ใกล้จะเปิดเทอมแล้ว ไม่ต้องกลัวนะฉันจะปกป้องเธอเอง” ตอนที่กุมมือน้อยเอาไว้เขาสังเกตเห็นบางอย่างบนหลังมือของเอรอส “เอรอสตรงนี้ไปโดนอะไรมา”
 
เอรอสมองเขาอย่างงุนงง เคออสจึงลุกขึ้นมา เขาย่อตัวลงข้างๆ ดูหลังมือบุตรชายก่อนจะบอกคุณชายน้อยว่ามันไม่มีอะไร
 
วิคเตอร์เห็น เขามองเห็นว่ามีบางสิ่งบนหลังมือของเอรอส “แต่ฉันเห็นเคออส มีรอยบางอย่างตรงนี้” เขาชี้บนตำแหน่งนั้น ก่อนจะหันไปสบตาเคออส ดูท่าจะยังไม่สามารถวางใจได้จริงๆ
 
“มีทางใดบ้างไหมที่จะป้องกัน” วิคเตอร์เอ่ยขึ้นเมื่อเคออสกลับไปนั่งที่ “บอกตามตรงฉันคิดว่าเขาวางแผนไว้หลายชั้นเช่นนี้จุดประสงค์ไม่ใช่มังกรแห่งแสงระดับเอรอส บางทีเขาอาจใช้เอรอสนำทางมาถึงฉัน ท่านย่าหรือมารดาฉันก็ได้”
 
เคออสผงกศีรษะเห็นด้วย
 
“ส่วนที่เขาหยุดกับทางมังกรแห่งความมืด เป็นเพราะเขาเจอคนที่คู่ควร ท่านดยุคเป็นผู้ทำลายขวดนั้น”
 
เคออสกล่าวว่า “การที่ท่านผู้นั้นคอยมาอยู่ข้างท่านเช่นนี้คงจับตาดูเขาง่ายขึ้น”
 
“ฉันคงให้เขาอยู่ตลอดไม่ได้ และฉันไปคอยดูเขาตลอดไม่ได้”
 
“ผมเข้าใจครับ จะสั่งการให้คนที่ดูแลทางนั้นรัดกุมขึ้น”
 
“ปัญหาอยู่ที่ว่า ศัตรูของเราคาดการณ์ยากนัก” วิคเตอร์กล่าวเช่นนั้นเคออสเองก็เห็นด้วย
 
------------------
 
รูบี้ตั้งใจจะมาหาพี่ชาย พอเดินมาตามคำบอกของข้ารับใช้พบว่าท่านดยุคยืนอยู่หน้าห้องและซาสเกียที่ขวางประตูเอาไว้ พอซาสเกียหันมาเห็นรูบี้ก็ถามขึ้นทันที
“พี่ละครับ”
 
“คุยกับท่านเคออสและท่านเอรอสอยู่ด้านในครับ” ซาสเกียตอบสั้นๆ
 
“ถ้าเช่นนั้นผมไม่กวนแล้ว” รูบี้เตรียมจะกลับทางเดิม พอนึกได้เขาก็หันไปมองใบหน้าไม่สบอารมณ์ของท่านดยุค
 
“ท่านดยุค...ท่านก็ทราบดีไม่ใช่หรือ ว่าท่านไม่ใช่คนเดียวที่อยากอยู่กับพี่” รูบี้กล่าวเพียงเท่านั้นเขาก็เดินจากไป รูบี้จำได้ที่พี่ชายเคยพูดกับเขาไว้
 
มีหลายคนที่อยากให้ฉันไปใช้ชีวิตร่วม แต่คนที่ฉันอยากจะใช้เวลาที่เหลือด้วยกลับไม่อยู่แล้ว
 
หลังคุยกับเอรอสและเคออสเสร็จสิ้น วิคเตอร์กลับมายังห้องทำงานเช่นเดิม เขาเปิดกล่องหยิบกระดาษที่เขาจดข้อสงสัยขึ้นมาทบทวนดู พอเงยหน้าขึ้นก็เห็นออร์เฟอุสที่มองเขาอยู่จึงเลื่อนสายตากลับมายังตัวหนังสือบนกระดาษ เพียงชั่วครู่เท่านั้น วิคเตอร์รู้สึกตัวเองวูบหลับไป พอเขาลืมตาขึ้นก็กะพริบตาถี่ๆ ก่อนจะพยายามนึกว่าเมื่อครู่เกิดอะไรขึ้น พอเงยหน้าขึ้นท่านดยุคมิได้มีท่าทางผิดปกติแต่อย่างใด หากบนฝ่ามือขาวซีดไร้สีเลือดกลับปรากฏของบางสิ่งวางอยู่ วิคเตอร์เพ่งมองมันก่อนจะนึกออกทันทีว่าเป็นเกล็ดงู เกล็ดสีดำเหลือบเขียวพอขยับมือแสงที่ตกต้องทำให้เห็นว่ายังมีสีเลื่อมทองอีกด้วย วิคเตอร์เหลือบมองไปยังท่านดยุคอีกครั้งเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้จ้องมองมาจึงปิดเปลือกตาลง กระแสความคิดไหลออกมา
 

(กระแสความคิดบนเกล็ดงูสีดำเหลือบเขียวเลื่อมทอง ไม่ทราบที่มา)

สวัสดี,

 

เห็นหายเงียบไปฉันจึงส่งสารมาแทน คงจะมีเรื่องสงสัยมากมายอยากถาม หากฉันขอสรุปให้ฟังก็แล้วกัน บังเอิญนักเด็กน้อยมาอยู่สีขาวในอาณาเขตของฉันพอดี ผู้สร้างฝันร้ายวันก่อนเป็นคนที่ฉันคอยติดตามอยู่ เขาจะปรากฏร่องรอยเป็นระยะ ครานี้ทิ้งเศษเสี้ยวคำสาปไว้บนมือของเด็กน้อยที่ชื่อเอรอส ซึ่งเห็นได้อย่างชัดเจน ฉันพยายามศึกษาค้นคว้าคำสาปโบราณของสีดำอยู่แม้ว่ารูปแบบคำสาปโบราณจะต่างกับสมัยใหม่ ฉันมีคนใกล้ตัวเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านคำสาปที่ช่วยฉันได้มาก ฉันขอบอกตามตรงว่า ‘ฉันกับคนผู้นั้น’ มีเรื่องราวต่อกันมาก่อน

 

หากเห็นว่าเป็นเรื่องลับ ช่วยเล่าเท่าที่จะบอกได้ ฉันต้องการข้อมูล

 

ไม่ต้องห่วงเขาคงสูญพลังไปไม่น้อยจากการแทรกแซงฝันของเด็กน้อยและถูกฉันย้อนคืน ซึ่งอาจทำให้เขาต้องหยุดสักระยะ ฉันได้ถอนคำสาปให้เด็กน้อยแล้ว จากนั้นมอบคำสาปคุ้มครองเข้าไปแทนคนผู้นั้นคงไม่สามารถทำอันตรายหรือแทรกแซงเด็กน้อยได้อีก

 

แล้วพบกันในฝัน,

Z.F.

 

ป.ล. จดหมายฉบับนี้จะทำลายตัวเองเตรียมน้ำไว้ก็ดีนะ ถึงจะไม่ได้สลักเป็นรูปธรรมหากฉันไม่อยากทิ้งร่องรอยใด ๆ ไว้

 

---------------------

 
วิคเตอร์ลืมตาขึ้นทันที และไม่รอให้ไหม้เขาใช้ไฟมังกรแห่งแสงเผาทิ้งเสียไม่เหลือแม้แต่เถ้า จากนั้นเปิดลิ้นชักด้านข้างใช้สองนิ้วคีบเกล็ดมังกรออกมา เพื่อตอบกลับไป
 
ถึงกับส่งข้ามฝันมาเลยเชียว ชั่วเวลาที่งีบไปครู่เดียวแท้ ๆ
วิคเตอร์ถือเกล็ดไว้ระหว่างนิ้วหลับตาลงครู่หนึ่งเกล็ดนั้นก็หายวับไป โดยผู้ที่นั่งสังเกตการณ์อยู่ไม่ทันสังเกต
 
(จบตอนที่ 30) Day 30 JOLT
#INKTOBER2018 #FICTOBER #DrachenGrundschule #DrachenKindergärten #มังกรน้อย
 
Talk :
 
*All these are true and none. The place is there
Is what we name it, and is not. It is.
อุทยานของโพรโซพีนา จากนิยายเรื่อง นิยายรักข้ามศตวรรษ เขียนโดย A.S. Byatt แปลโดย นพมาศ  แววหงส์
นิยายเรื่องนี้กล่าวกันว่าเป็นเรื่องที่ดีที่สุดของ A.S. Byatt เลยค่ะ ถ้าอ่านเรื่องนี้จะรู้สึกว่าเรื่องอื่นดรอบไปเลย เคยมีสร้างภาพยนตร์ด้วยค่ะแต่เห็นว่าไม่เท่าหนังสือ ซึ่งอ่านแล้วก็จริงดังว่าค่ะ เล่มนี้ดีจริง ๆ แต่ออกมานานมากแล้วค่ะ ร้านหนังสือมือสองออนไลน์อาจจะพอมีอยู่ก็ได้ ขนาดบัณฑิตก่อนเที่ยงคืนที่คิดว่าไม่น่าจะหาได้แล้วยังเจอเลย
 

ตอนหน้าเป็นตอนสุดท้ายที่จะถูกบังคับด้วย Inktober แล้ว แต่ยังไม่จบค่ะยังเขียนต่อจนกว่าจะหมดแรงหรือเขียนอีกภาคหนึ่งจบก่อน ภาคที่...เขียนไปกระอักเลือดไป พรูด!


ป.ล. เพิ่งเห็นว่าเนื้อเรื่องหายไปเกือบครึ่ง ตอนมาแก้จัดหน้าแน่ ๆ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น