มังกรน้อย อยู่ชั้นประถมแล้วนะ!

ตอนที่ 10 : ตอนพิเศษวันพ่อ : Vaterschaft

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    14 มี.ค. 62

Vaterschaft (Fatherhood)
 
วิคเตอร์  กรินญายังไม่เคยเป็นบิดาของใครทั้งสิ้น ในตอนนี้ความคิดจะจับคู่นั้นไม่มีหลงเหลือ ครั้งหนึ่งในวัยเด็กเขาก็เป็นเช่นคนทั่วไปเคยมีความฝัน...ความฝันที่จะได้แต่งงานกับคู่ที่เขาเลือก แต่แล้ววันหนึ่งก็ต้องลืมตาตื่นจากความฝันนั้น คู่ของเขาจากไปแล้ว เธอบอกให้รอเขาก็รอ...วิคเตอร์เพียงเฝ้ารอ ก็แค่รอเท่านั้น รอจนถึงที่สุด ดังนั้นจึงไม่มีใครที่ได้ความรักของเขาไป เพราะวิคเตอร์เก็บไว้มอบให้คนผู้เดียว
 
หากไม่สิ้นวาสนาจะหวนคืนมา จะเนิ่นนานเพียงใดวิญญาณนี้จะไม่ลืมเลือน
 
ครั้งหนึ่งนั้นวิคเตอร์เคยบอกเล่า พาท่านดยุคไปยังหลุมฝังศพน้องสาวของเขา ซึ่งนอกจากเป็นสถานที่ฝังร่างของน้องสาว ยังเป็นที่วิคเตอร์ฝังความฝันในวัยเยาว์เอาไว้ด้วย ฝันที่จบลงเมื่อคู่ของตนจากไป พร้อมกับที่วิคเตอร์ไม่เคยร้องเพลงอีกเลย
 
สหายชาวสีขาวของเขาต่างมีคู่สาบานมีครอบครัวกันไปแล้ว กระทั่งเพื่อนร่วมรุ่นของลาเมียซีบางคนก็ทิ้งบุตรไว้ก่อนจะเสียชีวิตในขณะปฏิบัติภารกิจด้วยซ้ำไป แล้ววันหนึ่งท่านย่าของเขาอิซิเนีย เรช ลาเมียซี ดัชเชสแห่งลิทช์เตนชลอส ได้มอบภารกิจหนึ่งให้เขา นั่นคือการเลี้ยงดูอบรมสั่งสอนญาติผู้หนึ่งของตนให้เติบโตและใช้ชีวิตเช่นมังกรทั่วไปได้
 
นับเป็นภารกิจที่ไม่ง่ายเลยแม้แต่น้อย ตอนเขาต้องเปิดโรงเรียนอนุบาลก็เพราะเป็นคำสั่งขององค์ชาย มิได้มาจากความตั้งใจของเขา ถึงเขาจะเคยสั่งสอนลูกศิษย์ในสำนักปรุงยาของท่านอาจารย์ก็ไม่เคยต้องมาสอนเด็กเล็กเช่นนี้ ภารกิจใหม่ซึ่งท่านย่าผู้เป็น นายแห่งลาเมียซี มอบให้ก็มิใช่ง่ายดายนัก วิคเตอร์ยังมองไม่ออกว่าภารกิจนี้จะจบลงเมื่อใด
 
ท่านย่าเล่าให้ฟังถึงปัญหาของเด็กน้อยที่เขาต้องรับมาดูแลก็พอจะเข้าใจว่าทำไมต้องเป็นเขา ยิ่งพบได้หน้าบิดา-มารดาของเด็กน้อยแล้วก็ยิ่งเข้าใจ อย่างไรวิคเตอร์ก็ปฏิเสธไม่ได้อยู่แล้ว ยังดีที่เขาพอมีตัวช่วยอยู่
 
หลังจากท่านย่า เคออสและภรรยาลากลับไปแล้ววิคเตอร์ผู้ต้องอุ้มมังกรตัวน้อยไว้ในอ้อมแขนก็ได้แต่ระบายลมหายใจช้าๆ น้ำหนักของเด็กคนนี้ที่เขาต้องแบกไว้ก็เทียบเท่าภารกิจยาวนานที่เขาต้องรับผิดชอบ เมื่อรับเอรอส โรส ลาเมียซีมาจากเคออส เหมือนการยินยอมแบกรับภารกิจนี้ไว้
 
วิคเตอร์กลับไปนั่งลงบนโซฟา วางเด็กน้อยลงบนตัก เขาตบเบาะข้างตัวเรียกให้ซาสเกียมานั่งลงข้างๆ ซาสเกียก้าวมานั่งโดยไม่อิดออด
 
“ซาสเกียเธอทราบไหมว่าสิ่งที่เคออสกลัวคืออะไร”
 
“ท่านเคออสเป็นผู้มีฝีมือ ปฏิบัติภารกิจออกมาด้วยดีมาตลอดมีสิ่งใดที่เกรงกลัวหรือ”
 
“ท่านย่าเคยเล่าให้ฟังก่อนจะพาเด็กคนนี้มาฝาก” วิคเตอร์ก้มลงมองมังกรแห่งแสงตัวน้อยบนตัก “เขากลัวที่จะกอดบุตรชายตนเองที่บริสุทธิ์เหมือนดอกไม้”
 
ซาสเกียเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ ไม่ว่าจะบ้านของคุณชาย บิดาของเขา พวกเราต่างทราบดีว่ากิจการของบ้านคืออะไร ถ้าคิดเช่นนั้นแล้ว...
 
“ท่านย่าบอกฉันว่า เคออสเกรงว่าน้ำหนักมือของเขาจะทำให้บุตรชายเจ็บ จะทำให้เขาบอบช้ำ ช่างคิดมากเกินไปจริงๆ” ท่านย่าเขามือหนักแค่ใดวิคเตอร์ทราบดี ถ้าท่านย่าเกิดกลัวแบบเคออสขึ้นมา ท่านย่าคงไม่กอดเขา เช่นเดียวกับที่บิดา-มารดาคงมิได้กอดเขาเช่นกัน
 
“แต่ได้ยินว่าเด็กคนนี้ติดที่จะให้อุ้มไว้ตลอด?” ซาสเกียมองเด็กน้อยดวงตาสีชมพูที่จ้องมองเขาด้วยแววตาสงสัยใคร่รู้
 
“แม่เขาชอบที่จะกอดและอุ้มไว้ตลอดน่ะ” วิคเตอร์ตอบ
 
ซาสเกียพยักหน้ารับ “แล้วคุณชายน้อยจะอุ้มตลอดไหวหรือครับ”
 
“คุยกับเคออสและภรรยาแล้ว คงต้องฝึกนิสัยเขาใหม่ในหลายๆ เรื่อง ตอนที่ให้เขานั่งเรียนในห้องฉันคงปล่อยเขาไว้เช่นนั้นแหละ ส่วนขณะเรียนจะมีปัญหาแค่ไหนก็คงต้องลองดูและแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในช่วงต้นไปก่อน”
 
ซาสเกียเอื้อมแขนไปช้อนตัวเด็กน้อยมาลองอุ้มดู
 
วิคเตอร์เปรย “เอรอสตัวเบากว่าเด็กวัยเดียวกัน ก็หนักกว่ารูบี้สักหน่อย”
 
ซาสเกียหันไปสบตาที่สะท้อนสีรุ้งของคุณชายน้อย
“ถ้าเหนื่อยให้ผมช่วยนะ”
 
“ขอบใจนะซาสเกีย” วิคเตอร์ตอบรับพร้อมกับรอยยิ้มกระจ่าง “ฉันนึกถึงตอนยังเด็ก ฉันคงสร้างความลำบากให้บิดา-มารดาไม่น้อย ท่านย่าก็ดักคอไว้อีกว่า คนเป็นพ่อแม่อุ้มลูกทุกวันก็จะเคยชินไปเอง ก็หัดเอาไว้ละกัน ฉันเคยมีลูกเสียที่ไหน”
 
ซาสเกียหัวเราะเบาๆ
“ยังดีนะครับที่มาฝากตอนท่านเอรอสโตขนาดนี้ ถ้าเขาเอามาฝากตอนแบเบาะ คุณชายน้อยคงลำบากมากกว่านี้”
 
วิคเตอร์ผงกศีรษะรับ
“ภรรยาของเคออสฝืนร่างกายตัวเองเลี้ยงเด็กคนนี้มาหลายปี สมควรที่จะต้องเข้ารับการรักษาจริงจังเสียทีก่อนที่ร่างกายจะทรุดมากไปกว่านี้”
 
“ผู้เป็นมารดานี่ช่างน่าทึ่งเสียจริง” ซาสเกียเปรยเขานึกไปถึงมารดาที่เสียไปนานแล้ว
 
วิคเตอร์จับอะไรบางอย่างในน้ำเสียงนั้นได้
“ถึงมารดาจะจากไป หากบิดาก็ยังคงเป็นบิดา เขายังทำหน้าที่ของบิดาอย่างสุดความสามารถ”
 
“ถ้าบิดาของคุณชายน้อยน่ะใช่ แต่บิดาของผม...” ซาสเกียหรี่ตาลงมองเด็กชายในอ้อมแขน
 
“ซาสเกีย...” วิคเตอร์วางมือบนไหล่ของซาสเกีย
 
“ครับ คุณชายน้อยไม่ต้องพูดย้ำหรอก หากมันยากจะเปลี่ยนความรู้สึกของผมได้ บิดาผมรักคุณชายน้อยมากกว่าลูกตัวเอง”
 
“ซาสเกีย” วิคเตอร์ขานนามมังกรตรงหน้าอีกครั้งเพื่อเรียกสติ
 
“ไม่ต้องแก้ตัวให้พ่อหรอกครับ ผมทราบมาตลอดทั้งชีวิต” ซาสเกียยังคงไม่ยอมรับ
 
วิคเตอร์ทราบดีว่าเวลาซาสเกียเป็นแบบนี้จะหยุดเช่นไร ยามกล่าวถึงครูเซชส์ทีไรเป็นเช่นนี้ร่ำไป
วิคเตอร์รับเอรอสมาจากซาสเกีย เขาขยับเข้าไปใกล้แล้วโอบแขนดึงซาสเกียเข้ามากอดไว้
“เอาน่าซาสเกีย ฉันต้องทำภารกิจเลี้ยงลูกให้คนอื่น ทำหน้าที่เหมือนเป็นพ่อของเขา...”
 
ซาสเกียที่ถูกกอด รู้สึกอยากหาเศษหาเลยเหลือเกิน เพียงเขาเอียงใบหน้าเส้นผมสีขาวของคุณชายน้อยก็ละอยู่ที่ปลายจมูก ต้นคอขาวราวหิมะก็อยู่ใกล้แค่นี้เอง
 
“เรามาช่วยกันนะ มาเป็นพ่อของเด็กคนนี้ด้วยกัน...”
 
เสียงที่ดังอยู่ข้างหูซาสเกียช่างอ่อนโยนชวนให้เคลิบเคลิ้มจนใจเขาอ่อนยวบอย่างรวดเร็ว เขาปิดเปลือกตาลง ซาสเกียรู้สึกว่าตัวเองกำลังโดนคุณชายน้อยล่อลวงให้ตกบ่วงอีกแล้ว คล้ายแมลงเม่าปีกบางที่พร้อมบินเข้ากองไฟเสียทุกคราที่เปลวไฟอันงดงามและร้อนแรงนั้นถูกจุดขึ้น
 
Talk:
 
เป็นวันพิเศษที่ปกติเราจะลืมหรือมีเหตุให้ต้องออกจากบ้านทุกทีเลย ปีนี้ได้เขียนฟิควันพ่อเสียที
หลังจากเอรอสนั้นกรินก็ได้เลี้ยงลูกคนอื่นอีกหลายคนเลย (ฮา)
เอรอสรักครูกรินไม่น้อยนะ โตมาก็รักกรินเหมือนพ่ออีกคนเลย เจอหน้าทีไรกอดทุกที จนแรมซีย์มองบนแล้วบอกว่า เอาที่สบายใจ...
อ้อ แต่ซาสเกียมีเมียนะคะ เมียจริงๆ เป็นยูนิคอร์นสาว
 

สุดท้าย เค้ากะจะเขียนตอนพิเศษสั้นๆ ทำไมยาวอีกแล้ว ฮือ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น