Timeless กาลครั้งนั้น...เราเป็นแฟนกัน

ตอนที่ 3 : กาลครั้งที่ 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 48
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    7 เม.ย. 63

Timeless

กาลครั้งนั้น...เราเป็นแฟนกัน

 

 

“ พุทธศักราช 2057

คริสต์ศักราช 1514 ”

 

SK‘s

“บัดดนี้ข้าพเจ้าจักขอแต่งตั้งเจ้าจอมมารดาฟั่นขึ้นเป็นพระสนมเอก ตามพระกระแสรับสั่งของท่านเจ้าเมือง ขอให้ท่านทรงมีอายุ วรรณะ สุขะ พละ ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน” ขุนนางเอกประจำพระองค์อ่านประกาศดังลั่นพระตำหนักฝ่ายใน

 

เพลานี้เป็นการแต่งตั้งลำดับขั้นของพระบรมศานุวงศ์ขึ้นใหม่ หลังจากผ่านพ้นพระราชพิธีบำเพ็ญกุศลพระศพของพระมเหสีองค์ก่อนครบแรมปี

 

“ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน” เสียงเซ็งแซ่ของข้าราชบริพารที่เข้าร่วมพิธีครั้งนี้กล่าวขึ้นตาม พระมารดาของกระผมลุกขึ้นจากแท่นที่นั่งเพื่อเดินไปรับหีบทองฉลุลายประณีตใบหนึ่งจากพระพัตถ์

 

“องค์ชายสิงขร พระองค์ทรงมีพระกระแสรับสั่งแต่งตั้งเป็นแม่ทัพหลวง และพระราชทานพระนามใหม่เป็น เจ้าพระยาสิงขรดี ดำเนินการทางทหารและควบคุมกองทัพทั้งหมด” สิ้นเสียงของขุนนางท่านนั้น กระผมจึงเดินไปรับหีบทองใบเล็กเช่นเดียวกับมารดา

 

มันไม่ได้ทำให้กระผมตื่นเต้นมากเท่าไหร่หรอกขอรับ เพราะหลังพระมเหสีสวรรคต ตำแหน่งต่างๆก็ถูกแต่งตั้งอย่างไม่เป็นทางการมาสักระยะแล้ว กระผมทำหน้าที่เป็นแม่ทัพมาเกือบปี วันนี้ก็แค่ทำให้มันเป็นพระราชธรรมเนียมขึ้นเสียเท่านั้น

 

พระราชพิธีคงกินเวลาไปอีกสักพัก เนื่องจากตำแหน่งในวังฝ่ายในมีอยู่เยอะมาก สนมของท่านพ่อกระมผมก็มีมากโข ไปตีเมืองไหนมาก็จะพากลับมาคราละคนสองคน สะสมไว้จนเต็มพระตำหนัก เลยต้องขยายเพิ่มจนพระราชวังเริ่มคับแคบ ไหนจะลูกๆของพวกเขาอีก ทุกคนที่เข้ามาก็ต้องมีหน้าที่นะขอรับ ไม่ใช่มากินๆนอนนๆใช้ชีวิตสุขสบายในวังหลวงไปวันๆ

 

เรื่องสนมนี่กระผมก็โดนท่านแม่เอ็ดไปหลายรอบ เพราะมันเป็นธรรมเนียมที่ว่านำทัพไปตีเมืองไหนมาก็ต้องนำเมียจากเมืองนั้นมาด้วย ส่วนใหญ่ก็ต้องเป็นธิดาของเจ้าเมืองเก่า จะได้เอาไว้คานอำนาจ ป้องกันการก่อกบฏ

 

แต่กระผมเห็นว่ามันไม่ใช่เรื่องจำเป็นถึงเพียงนั้น กระผมไม่ได้อยากมีเมียมาก คนมาก ปัญหาย่อมมากตาม ตัวอย่างแบบท่านพ่อก็มีอยู่ให้เห็น เลยไม่คิดอยากจะทำตาม

 

อีกอย่าง กระผมมีคนที่กระผมต้องใจอยู่แล้ว เช่นนั้นจะเพียรพยายามเอาคนอื่นมาทำเมียอีกเสียทำไม

 

.

 

.

 

.

 

เมื่อสิ้นสุดพิธีเรียบร้อยแล้ว กระผมจึงขอตัวลาออกมาภายนอก ปล่อยให้พวกผู้ใหญ่เขาได้เจรจากันตามประสา

 

“จะรีบไปไหนล่ะ ท่านแม่ทัพหลวง” ระหว่างทางกลับบ้านกระผมได้ยินเสียงเรียกตัวเองจากทางด้านหลัง น้ำเสียงขี้เล่นเช่นนี้มันชั่งคุ้นเหมือนใครสักคน และกระผมก็คิดไม่ผิด

 

“แล้วท่านมีอะไรหรือขอรับ ท่านองครักษ์หลวง” กระผมเห็นว่าเจ้าของเสียงเป็นผู้ใด จึงตอบกลับด้วยน้ำเสียงหยอกเย้าไม่แพ้กัน

 

“ก็ข้าเห็นเจ้าดูรีบเร่ง” ท่านนี้คือ เกียน ขอรับ สหายรักของกระผมเอง เห็นกันตั้งแต่อ่อนแต่อ้อน ตอนนี้ได้ดิบได้ดีเป็นองครักษ์หลวงไปแล้ว

 

บางคราออกทัพไปตีหัวเมืองแถบนอกเกียนก็จะไปรบเคียงบ่าเคียงไหล่กระผมอยู่บ่อยครั้ง นับได้ว่าเป็นสหายร่วมรบร่วมตายกันเลยเสียก็ได้

 

“ข้าแค่อยากเปลี่ยนเสื้อผ้า” อย่างที่บอกขอรับ วันนี้งานสำคัญ เป็นราชพิธีภายใน ไม่มีชาวบ้านมาดูด้วยก็จริง แต่ก็ต้องแต่งตัวตามพระราชประเพณี เครื่องประดับตามร่างกายเลยเยอะกว่าปกติ ไหนจะเข็มขัด ไหนจะดาบ กระผมใช้เวลานานพอสมควรกว่าจะจัดการตัวเองเสร็จในตอนเช้า

 

“เปลี่ยนทำไมเล่า ตอนนี้เจ้าก็ดูดีกินขาดคนทั้งพระนครแล้ว”

 

“ก็มันเกะกะ จะเดินจะเหินก็ลำบาก” กระผมพูดพลางขยับตัวให้เกียนดูว่าชุดมันหนักเพียงใด

 

“ข้าก็หนักไม่แพ้เจ้า ไม่ต้องเสียเวลาหรอกหนา ได้อวยยศทั้งที ไม่ไปฉลองให้ตัวเองหน่อยถือว่าเจ้าทำพลาดมากนัก ตามข้ามา...” กระผมไม่ได้ทันตั้งตัวได้ต่อปากต่อคำ ก็ถูกสหายดึงแขนเดินออกไปอีกทาง จากทางกลับบ้านกลายเป็นโรงเตี๊ยมแถวท่าน้ำเก่าเสียอย่างนั้น

 

.

 

.

 

.

 

“ต้าเกอ ข้าขอเหล้าดองสองไห” เกียนพูดกับเจ้าของร้านอย่างสนิทสนม ชายหนุ่มร่างท้วม ผิวพรรณ หน้าตาแบบนี้ คงเป็นชาวจีนโพ้นทะเลเป็นแน่

 

อันที่จริงบ้านเมืองของกระผมติดต่อค้าขายกับหลายประเทศนะขอรับ ตั้งแต่ท่านพ่อขึ้นปกครองก็เริ่มเปิดท่าเรือการค้า รับพ่อค้าที่โล้สำเภามาจากดินแดนต่างๆมากมาย รวมไปถึงจีน แล้วก็พวกฟะรังคีหัวแดง

 

เรื่องตลกในสมัยก่อน มีอยู่ว่า ตอนช่วงเปิดท่าใหม่ๆ การค้าการขายเป็นไปอย่างคึกคัก หลากหลายเชื้อชาติต่างพากันหลั่งไหลเข้ามา การสื่อสารที่เป็นไปอย่างยากลำบาก เพราะคุยกันคนละภาษา สมัยแรกจึงใช้การชี้นิ้วเป็นหลัก ชี้โน่น ชี้นี่ จนเขานึกว่าบ้านเมืองเราเป็นใบ้กันเสียหมด

 

จนเริ่มมีการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม แต่ละชาติก็เปิดสอนภาษาต่างๆขึ้นเป็นสำนัก ทำให้เราเข้าใจกันมากขึ้น กระผมเองก็เคยได้เข้าไปเรียนอยู่บ้าง ทั้งฮอลันดา ฝรั่งเศส จีน เลยพอจะฟังแล้วเข้าใจ โต้ตอบได้บ้างตามความรู้ที่มี

 

เกียน นี่เขาก็เป็นลูกผสมนะขอรับ แม่เป็นไทยแท้ ส่วนพ่อเป็นพ่อค้ามาจากจีน ทำให้เขามีผิวขาว ปากแดง ดูไม่เหมือนชายชาติทหารสักเท่าไหร่ สีผมก็ไม่ได้ดำสนิทเหมือนพวกกระผม

 

ตอนเด็ก เกียนเลยโดนแกล้งอยู่บ่อยๆ กระผมก็ออกโรงปกป้องเขาตลอด ใครจะรู้ว่าโตขึ้นมา จะได้เป็นองครักษ์ มีแต่คนยำเกรงเสียแบบนี้กัน

 

“ขออภัยๆ อาเกียน วันนี้พวกลูกน้องลาไปกันหมด อั๊วทำร้านอยู่คนเดียว” พวกกระผมเข้ามานั่งรอสักพัก ชายอ้วนคนเดิมก็เอาของที่สั่งไปมาให้

 

“ไม่เป็นไรเลยต้าเกอ พวกข้าไม่รีบ อยู่ได้ยาวๆ”

 

“แล้วลมอะไรหอบลื้อมาถึงนี่ แล้วหนุ่มนี่ใคร สหายหรือ”

 

“วันนี้ข้าพาแม่ทัพหลวงมาดื่มฉลองอวยยศกันเสียหน่อย นี่ๆต้าเกอ เขายังเป็นโอรสคนโตของท่านเจ้าเมืองด้วยนะ” กระผมหันไปสบตากึ่งดุกับเกียนทันที เจ้าตัวดูมีความสุขมากนักที่ได้แกล้งผู้อื่นเล่นเยี่ยงนี้

 

“อัยหยา ข้าน้อยเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ท่านเสด็จมาถึงร้าน โปรดประทานอภัยหากข้าน้อยต้อนรับไม่สมเกียรติของท่านด้วย” เพราะเกียนแท้ๆ ทำเอาชายอ้วนคุกเข่าลงกับพื้นเหมือนแทบจะก้มกราบกระผมอยู่เสียแล้ว คนก่อเรื่องได้แต่มองแล้วหัวร่ออย่างมีความสุข

 

“ลุกขึ้นเถิด ทำตัวตามสบาย ข้าไม่อยากให้เจ้าอึดอัด” กระผมเอามือไปแตะตรงหัวไหล่ของเขาแล้วดึงขึ้นมาให้ยืนปกติเหมือนเดิม แต่ถึงกระนั้นเขาก็เอาแต่ก้มหน้าอยู่ดี มันน่าจับคนที่นั่งตรงข้ามมาตีตูดเสียให้เข็ด

 

“ข...ข้าน้อย ขอมอบเหล้าดองสองไหนั่นเป็นของฉลองแก่ท่าน ข้าน้อยไม่คิดเบี้ยขอรับ”

 

“ได้เยี่ยงไรกัน ต้าเกอ ของซื้อของขาย” เกียนหันมาปฏิเสธแทน

 

“ข้าก็ว่าตามนั้น ของซื้อของขายเจ้าคิดเบี้ยเสีย ข้าขอกับแกล้มเพิ่มด้วย” เขาพยักหน้าก่อนจะเดินถอยออกไปแบบกล้าๆ กลัวๆ ท่าทางตลอกนั่น ทำเอากระผมแทบจะกลั้นหัวร่อไม่ทัน

 

“เจ้าจะไปแกล้งเขาทำไม” พ้นหลังของชายอ้วน กระผมเลยหันไปดุเจ้าคนก่อเรื่อง

 

“ข้าแค่เห็นว่าต้าเกอเป็นคนตลก แต่นึกไม่ถึงว่าจะตลกถึงเพียงนี้”

 

“แล้วทำไมเขาไม่เกรงใจเอ็งบ้างเล่า ทำไมถึงเป็นข้าผู้เดียว” ยศเกียนก็พอๆกันกับกระผม จะเดินไปไหนก็มีแต่คนก้มหน้าให้ เหตุใดชายอ้วนผู้นั้นจึงดูสนิทสนมได้เสีย

 

“ข้าเป็นแค่ทหารรับใช้ในวังเองหนาท่านแม่ทัพ”

 

“เจ้าบอกเขาเช่นนั้นหรอ” กระผมก็ว่า ถ้าชายผู้นั้นรู้ความจริง คงมีเข่าทรุดกันบ้าง

 

“ก็ข้าจะได้แอบมาโรงนี้ได้บ่อยๆอย่างไรเล่า ขืนข้าบอกความจริงไป เรื่องได้ถึงหูท่านพ่อของเจ้าแน่” ก็จริงของเกียน ปกติพวกกระผมมักหาร้านเล็กๆแถวท่าน้ำเก่านั่งดื่มกัน

 

มันเป็นที่ลับตาคนน่ะขอรับ อีกอย่างคนแถวนี้ไม่ค่อยรู้จักคนในวัง ไม่เหมือนตรงท่าน้ำใหม่หน้าวัง ตรงนั้นคนชุกชุม คนภายในก็เดินไปเดินมา ขืนนั่งไปก็โดนคาบข่าวไปฟ้องท่านพ่ออีก

 

ท่านพ่อกระผมเขาไม่ชอบให้พวกทหารออกไปดื่มของมึนเมานอกวังเท่าไหร่นัก แต่จะให้อยู่แต่ในวังเพียงที่เดียวมันน่าเบื่อไป อีกทั้งบรรยากาศก็ไม่อำนวยให้ได้ปลดปล่อยอารมณ์ พวกกระผมจึงพาหนีออกมากันบ่อยๆ

 

“แล้วเหตุใดพาข้ามาโรงนี้ ไม่ไปที่เดิมของเรา”

 

“ข้าพึ่งได้ลองเหล้าดองไปเมื่อสามวันก่อน คิดว่าเจ้าน่าจะชอบ” เกียนยกไหขึ้นรินน้ำสีดำใสๆลงใส่แก้วแล้วยื่นมาทางกระผม

 

“สีแปลกพิลึก” กระผมไม่เคยเห็นสีเช่นนี้มาก่อน หน้าตาดูไม่น่าพิศมัยสักนิด

 

“ลองดูก่อนนน ดื่มๆ เช่นนั้นแล” เกียนดันแก้วเข้าจรดปากกระผม ก่อนจะยกแล้วดันให้น้ำสีดำนั่นลงสู่คอจนหมดเกลี้ยง

 

“อร่อยอย่างที่เจ้าว่าจริงด้วย” ถึงหน้าตาจะดูไม่น่ากิน แต่รสชาติกระผมบอกเลยว่าดีที่สุดในพระนครแล้วเสียกระมัง มันหวานกำลังดี ไม่ได้ขมมาก ชวนกระปรี้กระเปร่า

 

“ข้าบอกแล้ว ว่าเจ้าต้องชอบ”

 

“เจ้านี่ ชั่งรู้ใจข้าดีจริงหนา ข้าชอบ” กระผมพูดตามที่คิด ก่อนจะตั้งสติได้ว่าพูดอะไรออกไป ก็ทำเอาเราสองไปต่อกันไม่ถูก ต่างคนต่างเงียบใส่

 

“กับแกล้มมาแล้วขอรับ ข้าน้อยทำมาให้พิเศษ ทานกันให้เต็มที่” แล้วความเงียบก็ถูกขัดด้วยเสียงของชายอ้วนเจ้าของร้าน กับแกล้มสารพัดที่นำมาให้ ทั้งหมูทอด ถั่วคั่ว ข้าวเกรียบ จนเต็มโต๊ะ
 

 

.

 

.

 

.

 


KIAN’s

 

“เกียน เจ้ารู้ไหม ว่าข้าเป็นผู้ใด” เสียงแม่ทัพหลวงที่ตอนนี้หมดสภาพ สิ้นแล้วคนนับถือ ข้าไม่คิดว่าเขาจะกินเข้าไปถึงเพียงนั้น เหล้าดองสองไหที่ข้าสั่งไปตอนแรก กลายเป็นห้าไหเสียเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ สุดท้ายกรรมก็ต้องตกที่ข้า ทำหน้าที่สหายที่ดีแบกคนเมากลับบ้าน

 

“เจ้าเพ้อแล้วสิงขร เดินดีๆ ตัวเจ้าไม่ได้เบาหนา” คงต้องพาเขาไปบ้านข้าก่อน ขืนพาไปส่งเรือนนั้นสภาพนี้ มีหวังโดนกันทั้งสองเป็นแน่ เจ้าจอมฟั่นคงไม่พึงใจที่ต้องเห็นลูกชายเมาหัวราน้ำ แล้วเขาที่เป็นคนพาไปดื่มก็คงจะโดนไม่แพ้กัน

 

“เกียนนนน ข้าน่ะ เบื่อท่านแม่” คนเมายังคงบ่นพึมพำไม่จบสิ้น เห็นทีคราวหน้าจะไม่ให้เขากินเยอะแบบนี้อีกแล้ว

 

“ทำไมรึ”

 

“ท่านอยากให้ข้ามีสนมเหมือนท่านพ่อ”

 

“แล้ว...มันไม่ดีหรือ”

 

“มันจะดีได้เยี่ยงไร ข้ามีคนรักของข้าอยู่แล้ว” ได้ยินดังนั้นข้าถึงกับขมวดคิ้วเสีย อยู่กันมาก็หลายปี ไม่สิมันต้องตั้งแต่จำความได้ ข้าก็รู้จักสิงขรแล้ว สหายคนแรกของข้า

 

แต่ไม่ยักจะรู้ว่านายสิงขรจะพึงใจใครที่ไหนได้ แม่หญิงทั้งเมืองแทบจะถวายตัวเข้าหา แต่เขากลับไม่สนใจใยดีผู้ใดเลยสักคน

 

“เจ้าน่ะหรือ มีคนรัก ใครกันเล่า เหตุใดข้าไม่เคยรู้”

 

“ข้าว่าเจ้าไม่อยากรู้หรอก”

 

“เหตุใดข้าจะไม่อยากรู้”

 

“ก็เพราะ อึก คนนั้น อึก มันคือ...” วันนี้ข้าจะได้รู้เรื่องหรือไม่ ในเมื่อคนพูด พูดพลางสะอึกพลางเช่นนี้

 

“เจ้านั่งรอตรงนี้ประเดี๋ยว ข้าขอไขกุญแจเรือนก่อน” ข้าพาเขามาเรือนไม้อีกหลังที่แยกออกมาจากตัวเรือนใหญ่

 

เรือนหลังใหญ่นั้นแม่ข้ากับพ่อข้าเขาอยู่ด้วยกัน ข้าก็เคยอยู่ด้วยตอนเด็ก แต่พอโตเลยขอแยกตัวออกมา แล้วก็ยึดเรือนรับรองเรือนนี้เป็นเรือนตัวเอง รอวันมีเมียค่อยไปสร้างเรือนใหม่เอา

 

เรือนหลังนี้ไม่ค่อยมีบ่าวไพร่มาเดินเพ่นพ่าน จะมาก็ตอนตามข้าไปกินข้าวบนเรือน หรือตอนท่านพ่อท่านแม่เรียกหาก็เท่านั้น

 

“เจ้าเอาชุดข้าไปเปลี่ยนก่อน” ข้าโยนเสื้อกับกางเกงไปให้สิงขรที่นอนแผ่อยู่กลางเรือน เรื้อนกว่าหมาหน้าประตูวังเสียอีก

 

“แล้วเจ้าจะเปลี่ยนเสียตรงนี้เลยหรือ อายฟ้าอายดินบ้าง” เขาลุกขึ้นมาก่อนจะถอดชุดเก่าออกต่อหน้าต่อตา ประเจิดประเจ้อไม่เกรงใจฟ้าเกรงใจดิน ก็เกรงใจตาข้าบ้างเถิดพ่อคุณ

 

.

 

.

 

.

 

“สิงขร เจ้าลุกขึ้นมานอนบนเตียงให้ดี” ข้าลากคนเมาที่สติดีขึ้นประมาณนึงเข้ามาในห้องสำเร็จ แต่เขากลับไม่ยอมขึ้นเตียง กลับไปนอนจมลงกับพื้นไม้อย่างน่าอนาถ

 

“ข้ากลัว”

 

“เจ้ากลัวอะไร เจ้าที่เขาไม่ถือคนเมาหรอก ถ้าเขามากวนเดี๋ยวข้าคุยให้เอง”

 

“ข้าไม่ได้หมายถึงเจ้าที่” เขาลุกขึ้นเดินมาตรงเตียงก่อนจะนั่งลงข้างๆข้า มือหนาเลื่อนมาโอบไหล่ช้าๆ

 

“ล...แล้ว จ..เจ้า หมายถึงสิ่งใดเล่า” ข้าว่าบรรยากาศมันแปลก ลมหายใจร้อนๆ ผสมกลิ่นเหล้าดอง ที่กำลังเข้ามาใกล้ พาหัวใจข้าสั่นระรัวอย่างเลี่ยงไม่ได้ มันเกิดอะไรขึ้นกับตัวข้า

 

“ข้ากลัว ข้ากลัวว่าข้าจะอดใจลวนลามเจ้าไม่ได้แบบนี้” ริมฝีปากหนาของสิงขรที่ตอนนี้ข้ารับสัมผัสได้ตรงแก้มข้างขวา แรงกดที่รับรู้อยู่มันคืออันใดกัน ข้า...โดนหอมแก้มหรือ

 

“...”

 

“ข้ารักเจ้าหนา รักมากกว่าสหายคนหนึ่งจะมีให้กัน”

 

 

 

 

 

 

 

#ภูเขาต้องคู่ทะเล

#timeless

Twitter : @meyouthenovel

 

คอมเมนท์จะติ หรือจะให้กำลังใจกันได้นะคะ น้องเหงา555555

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6 ความคิดเห็น

  1. #6 Mewweo11 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 01:37
    ขอบคุณน้าาาา กำลังใจมาขนาดนี้ เดี๋ยวจะปั่นสุดกำลังเลยค่า
    #6
    0
  2. #5 m_mint1401 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 01:18

    เรื่องสนุกมากค่ะ มาต่อนะ

    #5
    0