Baby WIFE (เจ้าสาวตัวร้าย) [E-Book]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,305 Views

  • 7 Comments

  • 40 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    17

    Overall
    2,305

ตอนที่ 5 : BabyWIFE 04 - ผู้ชายน่ากลัว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 264
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    30 พ.ค. 61


“นึกว่าจะแน่” by TE.




“คะ คุณเตชินทร์..” ฉันครางออกมาเสียงเบาหวิว เมื่อเห็นชัดๆ ว่าคนที่เดินเข้ามาหยุดข้างเตียงเป็นใคร ก่อนจะถามออกไปอย่างไม่มั่นใจ “คะ คุณช่วยฉันไว้หรอคะ”

“ป่าว คนนู้น” คุณเตชินทร์ตอบกลับมาเรียบๆ พร้อมปรายตามองไปยังผู้ชายที่อายุน่าจะประมาณสี่สิบปลายๆ ที่กำลังเดินตรงมาทางนี้

“สวัสดีครับคุณเพียงขวัญ” ผู้ชายคนนั้นที่คุณเตชินทร์บอกว่าเป็นคนช่วยฉันเอ่ยทักทายขึ้น

“คุณรู้จักขวัญด้วยหรอคะ” ฉันถามออกไปอย่างงงๆ เพราะมั่นใจว่าไม่เคยเจอกับผู้ชายคนนี้มาก่อน

“ครับ” ผู้ชายคนนั้นตอบกลับมายิ้มๆ แต่พอเห็นหน้างงงวยของฉันเค้าก็พูดต่อเสียงเรียบ “ผมชื่อวิชัยครับ เป็นเลขาคุณเตชินทร์” ผู้ชายคนนั้นหรือก็คือคุณวิชัยแนะนำตัวเองกับฉัน

อ้อ..เป็นเลขาคุณเตชินทร์เองสินะถึงได้ดูรู้จักฉันเป็นอย่างดี

“คุณเตชินทร์บอกว่าคุณวิชัยช่วยขวัญไว้” ฉันหันไปพูดกับคุณวิชัย ก่อนจะยกมือไหว้ขอบคุณอย่างซึ้งใจ “ขอบคุณมากนะคะ”

“ผมเป็นคนทำตามคำสั่งครับ” คุณวิชัยพูดขึ้นยิ้มๆ

ฉันกำลังจะถามว่าใครสั่งก็ต้องกลืนประโยคที่เหลือลงคอ เมื่อจู่ๆ คุณเตชินทร์ที่นิ่งเงียบมาตลอดก็หันไปพูดกับคุณวิชัยเรียบๆ “เตรียมรถให้ด้วย ผมจะกลับกรุงเทพ”

“ครับ” เมื่อได้รับคำสั่งจากผู้เป็นนายคุณวิชัยก็ตอบรับทันทีพร้อมรีบเดินออกไปอย่างรวดเร็ว

พอคุณวิชัยออกไปเลยกลายเป็นว่าตอนนี้จึงเหลือแค่ฉันกับคุณเตชินทร์ พอเป็นแบบนั้นฉันก็อดที่จะรู้สึกเกร็งขึ้นมาไม่ได้ที่ต้องเผชิญหน้าอยู่กับคุณเตชินทร์สองคนแบบนี้

“ไม่กลับ?” คุณเตชินทร์ปรายตามมาถามเรียบๆ

“คะ? เอ่อ..ค่ะ” ฉันตอบรับออกไปงงๆ ก่อนจะรีบพยุงตัวเองให้ลุกขึ้น แต่เพราะไม่ทันระวังและคงรีบไปหน่อยเลยทำให้รู้สึกเจ็บตรงบริเวณท้อง “โอ๊ยยย ซี๊ดดด อู้ยยย” ฉันร้องออกมาอย่างเจ็บปวด ก่อนจะทรุดตัวลงไปนั่งบนเตียงอย่างอัตโนมัติ

“วุ่นวาย” คุณเตชินทร์พูดด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย ก่อนจะตรงเข้ามาหาฉัน

“ว๊ายยย” ฉันกำลังจะถามว่าคุณเตชินทร์หมายถึงอะไร แต่ก็ยังไม่ทันจะได้ถามก็ต้องร้องออกมาเสียงหลงเมื่อแขนแกร่งของคุณเตชินทร์ตวัดมาช้อนร่างของฉันขึ้นจากเตียงในท่าเจ้าหญิง “เอ่อ..คุณไม่ต้องอุ้มหรอกค่ะ ขวัญเดินเองได้”

“อวดเก่ง”

“คะ?” ฉันเลิกคิ้วถามอย่างไม่เข้าใจ จู่ๆ มาว่ากันทำไมนะ

“....” คุณเตชินทร์ไม่ได้ตอบอะไรกลับมา แต่กลับหลังหันแล้วเดินออกจากห้องฉุกเฉินไปเลย

“คุณจะพาฉันไปไหนคะ” ฉันถามออกมาทันทีเมื่อเค้าอุ้มฉันมาที่ลานจอดรถของโรงพยาบาล

“...” แต่คุณเตชินทร์ก็ไม่ตอบอะไรกลับมา

พอเห็นเค้าเงียบแบบนั้นฉันเลยโวยวายออกมาทัน “ฉันไม่กลับกรุงเทพกับคุณนะคะ ฉันเอารถมาแล้วก็กลับเองได้ ถ้าคุณจะกลับ..” ฉันยังพูดไม่ทันจบ คุณเตชินทร์ก็พูดแทรกขึ้นมาซะก่อน

“ดื้อ” คุณเตชินทร์พูดแค่นั้นแล้วจัดการยัดตัวฉันเข้าไปในรถ ก่อนจะปิดประตูแล้วเดินอ้อมไปขึ้นรถอีกฝั่งนึง หลังกจากนั้นจึงหันไปสั่งคุณวิชัยเสียงเรียบ “ออกรถเลย”

“คุณเตชินทร์ ฉันบอกว่าฉันไม่..” ฉันกำลังจะโวยวายอีกครั้ง แต่คุณเตชินทร์ก็พูดแทรกขึ้นมาเรียบๆ

“คนเราไม่ควรทำอะไรเกินตัว”

“คะ?” ฉันมองหน้าเค้าอย่างไม่เข้าใจ ไอ้คำพูดเมื่อกี้นี่หมายความว่ายังไงหล่ะเนี่ย “คุณหมายความว่ายังไง”

คุณเตชินทร์ไม่ได้ตอบอะไรฉันแต่เลือกที่จะหันไปพูดกับคุณวิชัยแทน “ตรงไปบ้านคุณกรวิทย์ก่อน”

แต่ว่ายังไงนะ บ้านคุณกรวิทย์.. นี่หมายความว่าเค้าจะพาฉันกลับบ้านงั้นหรอ..

ฉันไม่ยอมหรอกนะ หนีมาขนาดนี้จะให้กลับไปง่ายๆ แบบนี้ได้ยังไง!

“ฉันไม่กลับนะคะ ถ้าคุณจะกลับก็จอดส่งฉันตรงนี้ก็ได้ค่ะ ฉันเอารถมา เดี๋ยวฉันหาทางไปเอารถเองได้” ฉันพูดออกมารัวๆ ทันที

“แน่ใจหรอว่าจะทำได้” คุณเตชินทร์หันมาเลิกคิ้วถามนิ่งๆ

“ฉันดูแลตัวเองได้ค่ะ แล้วฉันก็ไม่...”

“ดูแลตัวเองได้?” คุณเตชินทร์ทวนคำเสียงเยาะเย้ยพร้อมมองฉันด้วยสายตาเหยียดหยาม “เนี่ยหรอสภาพคนดูแลตัวเองได้”

“นี่คุณ...”

“เลิกทำตัวเป็นเด็กเรียกร้องความสนใจสักที” คุณเตชินทร์หันมาพูดเสียงเข้ม

“ฉันไม่ได้เรียกร้องความสนใจ!” ฉันเถียงกลับไปทันควัน

“แล้วที่ทำอยู่นี่คือ?” คุณเตชินทร์หันมาเลิกคิ้วถามเรียบๆ

“ฉัน..” ฉันอึกอักเล็กน้อยเพราะไม่รู้ว่าจะเถียงว่าอะไร อันที่จริงที่คุณเตชินทร์พูดก็ไม่ผิดนักหรอก การที่หนีออกมาแบบนี้นอกจากจะเป็นเพราะไม่อยากแต่งงานแล้ว ลึกๆ ฉันก็แค่อยากรู้ว่าคุณพ่อจะทำยังไง แต่ถึงจะคิดแบบนั้นสมองก็สั่งการให้ปากเถียงกลับคุณเตชินทร์ไปอย่างข้างๆ คูๆ ทันที “ฉันแค่มาเที่ยว”

“คนเดียว?” คุณเตชินทร์ถามกลับเสียงสูงเหมือนไม่เชื่อ

“ค่ะ” ฉันเชิดหน้าตอบกลับไปเสียงหนักแน่น และเพราะกลัวว่าคนตรงหน้าจะไม่เชื่อฉันเลยรีบลอยหน้าลอยตาถามกลับไป “ทำไมคะ? คนเราจะมาเที่ยวคนเดียวไม่ได้หรือไง”

“อวดดี”

“คุณเตชินทร์!”

“ถ้าสร้างประโยชน์ไม่ได้ อย่างน้อยก็ไม่ควรทำตัวเป็นภาระ” คุณเตชินทร์พูดเสียงเรียบ แต่ว่าไอ้ประโยคที่เค้าพูดเมื่อกี้หน่ะมันทำให้ฉันรู้สึกหน้าชาและเจ็บจี๊ดในอกขึ้นมาเลย

ภาระหรอ... เหอะ! นั่นสินะ.. คนอย่างเธอเป็นอะไรไปไม่ได้มากกว่าตัวภาระหรอกเพียงขวัญ!


ฉันรับรู้ได้ถึงแรงสะกิดเบาๆ ตรงหัวไหล่ แต่เพราะความอ่อนเพลียที่เกิดขึ้นมาตลอดทั้งวันทำให้ฉันไม่สามารถที่จะลืมตาขึ้นไปมอง เลยได้แต่งึมงำตอบกลับไป

“อืออ อย่ากวน ขวัญจะนอน”

“คุณเพียงขวัญครับ”

เสียงแหบทุ้มที่เอ่ยขึ้นทำให้ฉันขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างสงสัย ก่อนจะค่อยๆ ลืมตาขึ้นมามอง แล้วก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นว่าใครเป็นคนที่ยืนอยู่ข้างๆ ตอนนี้ “คุณวิชัย!”

“ผมเองครับ” คุณวิชัยตอบรับแล้วค่อยพูดต่อยิ้มๆ “ถึงแล้วครับคุณเพียงขวัญ”

“คะ?” ฉันขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ แต่ก็ยอมหยัดกายลุกขึ้นอย่างยากลำบากเพราะยังรู้สึกเจ็บตรงช่วงท้องอยู่ และพอลงมายืนนอกรถถึงเพิ่งจะเห็นว่าตอนนี้เรากำลังยืนอยู่หน้าคอนโดหรูแห่งนึง “ที่นี่..”

“คอนโดฉัน”

ฉันหันขวับไปตามเสียงแล้วก็เจอเข้ากับคุณเตชินทร์ที่โผล่มาจากไหนก็ไม่รู้กำลังเดินตรงมาทางนี้ เราสบตากันเล็กน้อยก่อนที่คุณเตชินทร์จะเบนสายตาไปหาคุณวิชัยแล้วพูดเสียงเรียบ “คุณวิชัยกลับไปพักผ่อนเถอะครับ”

“งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ แล้วเจอกันนะครับคุณเพียงขวัญ” คุณวิชัยพูดแค่นั้น ก่อนจะปลีกตัวเดินไปขึ้นรถแล้วขับออกไป

ตอนนี้เลยเหลือแค่ฉันกับคุณเตชินทร์..

“ฉันขอตัวก่อนนะคะ” ฉันพูดพร้อมกับจะเดินออกไป แต่ยังไม่ทันได้ก้าวไปไหนไกล ก็มีมือหนามาคว้าแขนฉันไว้ก่อน

หมับ!

“จะไปไหน” คุณเตชินทร์หันมาเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม

“กลับบ้านค่ะ” ฉันตอบกลับไปเรียบๆ

“โกหก” คุณเตชินทร์สวนกลับมาทันควัน

“ไม่ได้โกหก” ฉันเถียงกลับทันควัน

“หนีไปไกลถึงชลบุรี พอตื่นมาก็เป็นเด็กดีอยากกลับบ้านงั้นหรอ...” คุณเตชินทร์พูดอย่างรู้ทัน

เกลียด..ฉันเกลียดคุณเตชินทร์ชะมัด ทำไมถึงต้องฉลาดเป็นกรดแถมรู้ทันฉันไปทุกอย่างแบบนี้นะ!

“นี่คุณจะเอายังไงคะ ฉันหนีออกจากบ้านคุณก็หาว่าฉันเรียกร้องความสนใจ ฉันจะกลับบ้านคุณก็หาว่าฉันโกหก นี่คุณจะเอายังไงกับฉันกันแน่คะคุณเตชินทร์” ฉันเถียงกลับไปอย่างไม่ยอมแพ้

“จะกลับ?” คุณเตชินทร์หันมาหรี่ตาถามฉัน

“กลับค่ะ” ฉันพยักหน้าตอบออกไปอย่างหนักแน่น

นาทีนี้ขอแค่ไปจากคนตรงหน้าได้ ให้โกหกสักร้อยครั้งฉันก็จะทำ!

“งั้นฉันไปส่ง” คุณเตชินทร์พูดแค่นั้น ก่อนจะหันมาคว้ามือฉันแล้วลากออกไป

ไม่ได้สิ! มันต้องไม่ใช่แบบนี้!

“เดี๋ยวๆ คุณจะไปไหนคะ ฉันกลับเองได้นะ” ฉันพูดออกมารัวๆ พร้อมกับพยายามขืนตัวไว้ แต่ก็ยากมากเพราะยิ่งฉันขืนตัว คุณเตชินทร์ก็ยิ่งออกแรงลากฉันมากขึ้น

“ถ้ากลับจริงจะกลัวอะไร” คุณเตชินทร์หยุดเดินแล้วหันมาจ้องหน้าฉัน

“ฉัน...” ฉันอ้ำอึ้งพูดอะไรไม่ออกพอเจอเค้ารู้ทันแบบนั้น ก่อนจะตอบกลับไปอุบอิบ “ฉันไม่ได้กลัว”

“หึ!” คุณเตชินทร์หัวเราะในลำคอเล็กน้อย “เก่งนักก็คิดเองแล้วกัน” คุณเตชินทร์พูดแค่นั้นก่อนจะยอมปล่อยมือจากแขนฉันแล้วเดินเข้าไปในตึกทิ้งให้ฉันยืนงงอยู่ที่เดิม

อะไรของเค้านะ..คิดจะลากก็ลาก คิดจะปล่อยก็ปล่อย แล้วที่บอกว่าให้คิดเองนี่หมายถึงอะไรกัน..

         

ฉันยืนงงอยู่อย่างนั้นสักพักก่อนจะตั้งสติได้แล้วมองไปรอบๆ ตอนนี้ฉันยังคงยืนอยู่หน้าคอนโดหรูที่เดิม ส่วนคุณเตชินทร์ก็เดินเข้าไปด้านในเรียบร้อยแล้ว พอเป็นแบบนั้นฉันก็เลยเดินออกมาด้านนอก มองซ้ายมองขวาหารถแท๊กซี่อยู่นานแต่ก็ไม่มีผ่านมาสักคัน    

ก็แหงแหล่ะ...นี่มันปาเข้าไปเกือบตีสามแล้ว!

หลังจากยืนมองถนนอันว่างเปล่าได้ราวๆ ครึ่งชั่วโมง ฉันก็เริ่มเข้าใจความหมายที่คุณเตชินทร์พูดเมื่อกี้ทันที

‘เก่งนักก็คิดเองแล้วกัน’

หมายความว่าให้ฉันคิดเองว่าจะดิ้นรนหาทางกลับบ้านในเวลานี้ หรือจะยอมรับความช่วยเหลือจากเค้าสินะ..

ฉันชั่งใจอยู่นานว่าฉันควรจะทำยังไงดี สมองฉันสั่งว่าคุณเตชินทร์เป็นคนที่ไม่น่าไว้ใจ อย่าไปรับความช่วยเหลือจากเค้าเด็ดขาด ฉันควรใช้โอกาสนี้หนีไปจากเค้าให้ไกลที่สุด แต่น่าแปลกที่ใจกลับบอกว่าฉันควรจะอยู่ที่นี่กับเค้า เพราะตอนนี้เค้าคือที่พึ่งเพียงหนึ่งเดียวของฉัน

หลังจากตบตีกับตัวเองอยู่นาน สุดท้ายฉันก็ตัดสินใจหันหลังแล้วเดินเข้าไปในตึก เอาวะ! ยังไงก็ไม่มีรถกลับบ้านอยู่แล้วนี่ ยอมแบกหน้าไปขอความช่วยเหลือจากเค้าสักครั้งก็แล้วกัน..

และพอเดินเข้ามาด้านในก็ต้องขมวดคิ้วอย่างแปลกใจเมื่อเห็นว่าคุณเตชินทร์นั่งเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่ตรงล็อบบี้ของคอนโด นี่หมายความว่าเค้ารู้อยู่แล้วสินะว่ายังไงฉันก็ไปไหนไม่รอด ต้องแบกหน้ามาขอความช่วยเหลือจากเค้าอยู่ดี

น่ากลัว..ผู้ชายคนนี้น่ากลัวเกินไปแล้ว!

พอเป็นแบบนั้นฉันเลยเดินหน้ามุ่ยตรงไปหาคนชอบรู้ทัน คุณเตชินทร์ก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะมองหน้าฉันแล้วกระตุกยิ้มมุมปากเล็กน้อยอย่างเย้ยหยัน “หึ”

“...” ถึงจะรู้ว่ารอยยิ้มที่ส่งมากำลังเยาะเย้ยกันอยู่ แต่ฉันก็ต้องทำเป็นเมินไม่สนใจ

“นึกว่าจะแน่” คุณเตชินทร์พูดแค่นั้นแล้วจึงหันหลังเดินไป

จึก! เจ็บ.. เจ็บเหมือนโดนมีดแทงตรงหัวใจแล้วคว้านลึกจนวูบโหวงเลยหล่ะ! นี่ปากหรือกรรไกรกันนะจำเป็นต้องจัดต้องคมขนาดนี้มั้ยหล่ะ!!!

นี่ฉันตัดสินใจถูกหรือผิดนะที่เลือกเชื่อหัวใจตัวเอง..


************************************************************************************


มาพร้อมกับความปากกรรไกรของพี่เตค่ะ 

พี่เตคนแมนก็จะปากร้ายหน่อยๆ แบบนี้หล่ะค่ะ 5555555

ฝากกดไลค์กดแชร์เป็นกำลังใจให้ด้วยน๊าาา

ชอบไม่ชอบยังไงติชมได้ค่าา รออ่านเม้นท์จากรีดเดอร์ที่น่ารักอยู่นะคะ ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

0 ความคิดเห็น