Baby WIFE (เจ้าสาวตัวร้าย) [E-Book]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,303 Views

  • 7 Comments

  • 40 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    15

    Overall
    2,303

ตอนที่ 6 : BabyWIFE 05 - คุณเตชินทร์เป็นคนแบบไหนกันนะ...

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 242
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    29 พ.ค. 61

"ก็จริงค่ะ ฉลาดมากจนน่ากลัว" by KHWAN.



ติ๊ง!

เสียงสัญญาณลิฟต์ดังขึ้นเมื่อเราถึงที่หมายแล้ว ตอนนี้เราอยู่กันที่ชั้น 30 ซึ่งเป็นชั้นสูงสุดของคอนโดแห่งนี้ ฉันเดินตามหลังคุณเตชินทร์มาเงียบๆ อย่างสงบเสงี่ยมเจียมตัวจนเราสองคนมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องหมายเลข 3003 คุณเตชินทร์จึงใช้คียการ์ดแตะทาบเพื่อปลดล็อกก่อนจะเปิดประตูกว้างแล้วเบี่ยงตัวไปด้านซ้ายเพื่อเปิดทางให้ฉันเดินเข้าไป

“จะยืนถึงเช้าหรือไง” คุณเตชินทร์เลิกคิ้วถามนิ่งๆ เมื่อเห็นว่าฉันไม่ยอมเข้ามาสักที พอเป็นแบบนั้นฉันเลยพับเก็บความลังเลทีเหลือลงกระเป๋า ก่อนจะเหลือบมองหน้าเค้าเล็กน้อยแล้วยอมเดินเข้ามาในห้อง

เป็นไงเป็นกันเพียงขวัญ.. โชคร้ายสุดคนตรงหน้าก็ว่าที่สามีของเธอหล่ะนะ!

ทันทีที่เข้ามาในห้องฉันก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นไอของความมืดมิดและเย็นชา อาจเป็นเพราะว่าห้องสุดหรูแห่งนี้ถูกตกแต่งในโทนสีขาวดำสไตล์ห้องผู้ชายอย่างแท้จริง เฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่ล้วนแต่เป็นสีดำ เลยทำให้บรรยากาศในห้องค่อนข้างอึมครึมและอึดอัด

ก็ดูไม่ต่างจากตัวตนของคุณเตชินทร์นักหรอก.. เย็นชา อึมครึมชะมัด! 

“เลิกบ่นในใจแล้วก็ไปนอนได้แล้ว” คุณเตชินทร์พูดขึ้นราวกับล่วงรู้ความคิดฉัน ก่อนจะชี้นิ้วไปทางห้องนอนฝั่งซ้ายมือแล้วพูดขึ้นเรียบๆ “เธอนอนห้องนั้น” พอพูดจบเค้าก็เดินแยกเข้าไปทางห้องนอนฝั่งขวามือทันที

“เหอะ รู้ดีขนาดนี้เป็นหมอดูเลยมั้ยหล่ะ ชิ!” ฉันอดที่จะค่อนขอดใส่คนที่เพิ่งเข้าห้องไปไม่ได้ หลังจากบ่นจนพอใจเลยตัดสินใจเดินเข้ามาตรงห้องนอนฝั่งซ้ายมือเพราะฉันก็เริ่มรู้สึกเพลียมากแล้วเหมือนกัน


พอเข้ามาด้านในห้องก็ทำตัวไม่ค่อยถูก ถึงแม้ตอนนี้จะปาเข้าไปเกือบตีสี่แล้ว ถึงร่างกายจะเพลียและอยากอาบน้ำให้สบายตัวแค่ไหน แต่เพราะไม่มีชุดเปลี่ยนฉันเลยต้องตัดใจพับความคิดเรื่องอาบน้ำไว้

ก๊อกๆ

ฉันสะดุ้งโหยงเมื่อจู่ๆ ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น อดที่จะขมวดคิ้วสงสัยไม่ได้ว่าดึกดื่นป่านนี้คุณเตชินทร์จะมาเคาะห้องฉันทำไม

หรือเค้าจะมาทำมิดีมิร้ายฉัน.. ต้องใช่แน่ๆ ถึงตอนนี้สภาพฉันตอนนี้จะเหมือนลูกหมาข้างทาง แต่จริงๆ ฉันก็สวยไม่หยอกอยู่นะ! พอคิดได้แบบนั้นฉันก็เลยตัดสินใจไม่เปิดประตู เดี๋ยวพอเห็นว่าฉันเงียบไป เค้าก็คงคิดว่าฉันคงหลับไปแล้ว แค่นี้ก็ปลอดภัยแล้วหล่ะ!

พอตั้งใจแบบนั้นจึงแกล้งทำเมินเสียงเคาะประตูอีกครั้งแล้วเดินตรงไปยังเตียงนอน แต่แล้วก็แทบจะสะดุดขาตัวเองเมื่อได้ยินประโยคต่อมาของคุณเตชินทร์

“เปิดประตูเพียงขวัญ ฉันรู้ว่าเธอยังไม่นอน”

อะไรจะรู้ดีไปหมดทุกอย่างขนาดนั้น! ฉันอดที่จะค่อนขอดคนรู้ดีไม่ดี ฉลาดจริงๆ พ่อคู๊ณณณ แกล้งโง่หรือปล่อยผ่านมั่งไม่ได้เลยหรือไง..

แต่จ้างให้ก็ไม่เปิดหรอก เชอะ!

“จะเปิดเอง..” คุณเตชินทร์พูดเรียบๆ ก่อนที่ประโยคต่อมาของเค้าจะทำให้ฉันตกใจตาโต “หรือจะให้ฉันใช้กุญแจสำรองเปิดเข้าไป”

กุญแจสำรอง! บ้าเอ้ยยย เพียงขวัญ.. ลืมไปได้ยังไงว่าที่นี่มันห้องนอนของเค้าหน่ะ!

หลังจากก่นด่าตัวเองในใจอีกเล็กน้อย ฉันจึงจำใจเดินไปที่ประตู ก่อนจะค่อยๆ หมุนลูกบิดแล้วเปิดแง้มประตูออกไปถามคนตัวโตที่ยืนทำหน้าดุใส่ฉันนิ่งๆ “มะ มีอะไรคะ”

“นี่ชุด ส่วนชุดเธอก็เอาใส่ในตระกร้า แม่บ้านจะได้เอาไปซัก” คุณเตชินทร์รัวๆ เร็วๆ ก่อนจะยัดชุดที่ว่าใส่มือฉัน แล้วเดินกลับเข้าไปที่ห้องข้างๆ

มาไวเคลมไวตลอดดดดด!

ว่าแต่นั่นถือเป็นประโยคยาวๆ ประโยคแรกเลยนะที่เค้าพูดกับฉันหน่ะ..

ฉันยืนมองชุดที่อยู่ในมือนิ่งๆ “คุณเป็นคนแบบไหนกันแน่นะคุณเตชินทร์” ฉันบ่นพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะตัดสินใจปิดประตูห้องนอนให้เรียบร้อย แล้วเดินเข้าห้องน้ำไปเพื่อจะจัดการตัวเองให้เรียบร้อย นอนพักเอาแรงไว้ดีกว่าเพียงขวัญ พรุ่งนี้ไม่รู้ว่าจะต้องเจอกับอะไรบ้าง

         

ฉันตื่นมาในช่วงสายของอีกวันด้วยอาการปวดเมื่อยเนื้อตัวไปทั้งร่าง แถมยังรู้สึกวูบวาบ ร่างกายมันหนาวๆ ร้อนๆ และมีอาการปวดหัวร่วมด้วยอีกต่างหาก สงสัยว่าคงจะไม่สบายเข้าให้แล้วหล่ะ ฉันพยุงร่างกายตัวเองเดินโซซัดโซเซออกมาจากห้อง แล้วก็ต้องขมวดคิ้วเมื่อทั้งห้องเงียบสนิทราวกับไม่มีใครอยู่ และพอเดินต่อไปเรื่อยๆ จนถึงห้องครัวก็ถึงบ้างอ้อ เมื่อเจอกับโพสอิทเขียนด้วยลายมือขยุกขยิกว่า

‘ไปทำงาน’

“เหอะ! ขนาดโน๊ตยังประหยัดคำพูดเลยหรอ เชื่อเค้าเลย!” ฉันอดที่จะพึมพำบ่นคนประหยัดคำพูดไม่ได้


กริ๊งงง

เสียงออดหน้าห้องทำให้ฉันละความสนใจจากระดาษโน๊ตชั่วขณะ ก่อนจะรีบเดินไปทางประตูห้อง พอส่องผ่านตาแมวดูก็เห็นเป็นคุณวิชัยเลขาของคุณเตชินทร์ ฉันเลยรีบเปิดประตูให้ทันที

“สวัสดีค่ะคุณวิชัย” ฉันยกมือไหว้พร้อมยิ้มทักทายทันที ก่อนจะเปิดประตูออกกว้างแล้วเบี่ยงตัวหลบเป็นการเชื้อเชิญให้คุณวิชัยเข้ามาด้านในได้สะดวก “แล้วนั่นซื้ออะไรมาเยอะแยะคะ”

“สวัสดีครับคุณเพียงขวัญ” คุณวิชัยเอ่ยขึ้นยิ้มๆ ก่อนจะรีบหอบของพะรุงพะรังเข้าไปวางในครัว แล้วค่อยตอบ “อาหารกลางวันแล้วก็อาหารเย็นของคุณเพียงขวัญไงครับ”

“ของขวัญหรอคะ แค่กๆ” ฉันถามอย่างแปลกใจ

“คุณเพียงขวัญไม่สบายหรอครับ” คุณวิชัยถามกลับมาทันควัน

“รู้สึกเหมือนจะเป็นไข้หน่ะค่ะ” ฉันตอบรับไปตามตรง “คุณวิชัยไม่ต้องเรียกขวัญเต็มยศแบบนั้นหรอกค่ะ เรียกขวัญเฉยๆ ก็พอ”

“ครับคุณขวัญ” คุณวิชัยพูดยิ้มๆ “คุณเตชินทร์สั่งว่าให้คุณขวัญพักอยู่ที่นี่ก่อน ห้ามออกไปไหน แล้วพรุ่งนี้จะพาไปส่งที่บ้านนะครับ”

“บ้าอำนาจ” ฉันบ่นอุบอิบ ก่อนจะแกล้งถามกลับไปอย่างประชด “แล้วทำไมไม่ไปส่งขวัญวันนี้หล่ะคะ”

“คุณขวัญอยากลับแล้วหรอครับ ให้ผมไปส่งมั้ย” คุณวิชัยถามกลับมาอย่างรู้ทัน

“...” ฉันหน้ามุ่ยทันทีพอได้ยินแบบนั้น

เหอะ! พอกันทั้งเจ้านายทั้งลูกน้องนั่นแหล่ะ..

คุณวิชัยอมยิ้มเล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้น “คุณเตชินทร์บอกว่าให้เวลาคุณขวัญทำใจอีกสักวันครับ”

พอได้ยินแบบนั้นฉันก็ส่งยิ้มเจื่อนๆ กลับไปให้ ฉันเชื่อแล้วหล่ะ คำที่ว่า ‘คนเรามักจะเลือกคบคนประเภทเดียวกัน’ คุณเตชินทร์กับคุณวิชัยก็เหมือนกัน ฉลาดเป็นกรดด้วยกันทั้งคู่

“คุณวิชัยทำงานกับคุณเตชินทร์นานแล้วหรอคะ” ฉันแกล้งถามออกไปเลียบๆ เคียงๆ

“ก็...ประมาณห้าปีเห็นจะได้ครับ” คุณวิชัยตอบทั้งที่มือยังคงสาละวนกับการเก็บข้าวเก็บของให้เข้าที่เข้าทางอยู่

พอเห็นว่าคนตรงหน้าสามารถที่จะถามอะไรได้ ฉันเลยถามต่อ “แล้ว..คุณเตชินทร์มีแฟนมั้ยคะ”

คุณวิชัยชะงักมือที่กำลังหยิบเบียร์เข้าตู้เย็น ก่อนจะหันมาหรี่ตามองหน้าฉันอย่างสงสัย

“ขวัญแค่อยากรู้หน่ะค่ะ” ฉันพูดออกไปอุบอิบ และเพราะกลัวคนตรงหน้าจะไม่เชื่อ ฉันเลยตีหน้าเศร้าแล้วพูดต่อทันที “คุณวิชัยน่าจะทราบว่าขวัญกำลังจะแต่งงานกับคุณเตชินทร์ในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ แต่เราสองคนยังไม่รู้จักกันเลยสักนิด”    

“อ้อ..” คุณวิชัยตอบรับมาในลำคอแค่นั้น ก่อนจะพูดต่อ “ไม่มีครับ”

“คะ?” ฉันเลิกคิ้วงงๆ ที่จู่ๆ คุณวิชัยก็พูดขึ้นมา

“เรื่องที่คุณขวัญถามหน่ะครับ.. คุณเตชินทร์ยังไม่มีแฟน” คุณวิชัยตอบกลับมาเรียบๆ

“แล้ว..คุณเตชินทร์นี่เค้าเป็นคนยังไงหรอคะ” ฉันถามออกไป ก่อนจะเดินเข้าไปช่วยคุณวิชัยแกะอาหารใส่จานไปด้วย

“คุณขวัญคิดว่ายังไงหล่ะครับ” คุณวิชัยเลือกที่จะถามฉันกลับมาแทน

“เย็นชา บ้าอำนาจ ดุ แล้วก็ขี้เก๊กค่ะ” ฉันตอบออกไปตามตรง “อ้อ! ปากจัดมากๆ ด้วยค่ะ ปากคนหรือกรรไกรก็ไม่รู้ พูดทีนี่คนฟังแทบจะเลือดซิบ”

“หึ” ริมฝีปากของคุณวิชัยกระตุกยิ้มทันทีที่ได้ฟัง ก่อนจะพูดต่อยิ้มๆ “คุณขวัญพูดตรงดีครับ”

“หรือคุณวิชัยว่าขวัญพูดไม่ถูกคะ”

“ถูกมากเลยหล่ะครับ” คุณวิชัยอมยิ้มตอบกลับมา “แต่นอกจากทั้งหมดที่คุณขวัญกล่าวมา สำหรับผมคุณเตชินทร์เป็นคนฉลาดมากๆ คนนึงเลยครับ”

“ก็จริงค่ะ ฉลาดจนน่ากลัว” ข้อนี้ฉันพยักหน้าอย่างเห็นด้วย ทั้งฉลาดแล้วก็ดูรู้ทันคนอื่นไปซะทุกอย่าง

“ผมก็ว่าอย่างงั้นหล่ะครับ” คุณวิชัยตอบเรียบ ก่อนจะปิดตู้เย็นหลังจากลำเลียงเบียร์เข้าตู้หมดแล้ว “เดี๋ยวผมขอตัวก่อนนะครับ คุณขวัญจะได้ทานข้าวแล้วก็พักผ่อน” คุณวิชัยพูดพร้อมกับเดินไปทางประตู

“ขอบคุณนะคะสำหรับอาหาร” ฉันพูดพร้อมกับเดินตามไปส่งคุณวิชัย

“ผมทำตามหน้าที่ครับ” คุณวิชัยพูดยิ้มๆ ก่อนจะเปิดประตูแล้วเดินออกไปเลย...


หลังจากทานข้าวทานยาเสร็จเรียบร้อย ฉันก็มานั่งดูทีวีที่ห้องนั่งเล่น แต่นั่งดูไปได้สักพักก็รู้สึกง่วงนอนขึ้นมาเลยเอนตัวลงนอนตรงโซฟาในห้องรับแขกแทน เพราะขี้เกียจที่จะลากสังขารของตัวเองเข้าไปในห้องนอน พอหัวถึงหมอนได้สักพัก ฉันก็ผลอยหลับไป



Techin’s Talk.


ติ๊ดด

หลังจากสแกนคีย์การ์ดเสร็จผมก็เดินเข้ามาให้ห้องในเวลาห้าทุ่มกว่า แต่เมื่อเข้ามาในห้องก็ต้องขมวดคิ้วอย่างแปลกใจที่ตอนนี้ทั้งห้องมืดสนิทเหมือนไม่มีคนอยู่

หรือจะอยู่ในห้องนอนนะ..

พอคิดได้แบบนั้น ผมเลยเลื่อนมือไปกดสวิตซ์ไฟ แต่เมื่อแสงไฟทั้งห้องสว่างวาบขึ้น ผมก็ต้องชะงักเมื่อเห็นว่ามีใครนอนอยู่บนโซฟา..

เมื่อผมเดินเข้าไปใกล้โซฟามากขึ้น เลยเห็นว่าเป็นเพียงขวัญที่นอนขดตัวอยู่บนโซฟา ใบหน้าหวานซีดเผือดแถมตามกรอบหน้าและไรผมมีเหงื่อเม็ดเล็กซึมออกมาเต็มไปทั่ว แค่ย่อตัวลงเข้าไปใกล้ก็สัมผัสได้ถึงไอร้อนที่แผ่กระจายออกมา และไม่แปลกใจเลยเมื่อยื่นฝ่ามือไปสัมผัสกับหน้าผากมนและรับรู้ได้ถึงความร้อนจัด

หงุดหงิด!

คือความรู้สึกแรกที่เกิดขึ้นกับผม ทำไมเพียงขวัญถึงสามารถทำให้ผมหงุดหงิดได้ในทุกการกระทำของเธอขนาดนี้นะ!

คงเป็นเพราะท่าทีอวดเก่งทั้งที่ไม่ได้เรื่องสักนิดนั่นหล่ะมั้ง เธอถึงได้ดูเป็นเด็กน้อยที่น่าหงุดหงิดขนาดนี้

ผมชั่งใจตัวเองอยู่สักพักว่าควรจัดการกับคนน่าหงุดหงิดตรงหน้ายังไง แต่ร่างกายก็ไวกว่าสมองด้วยการช้อนร่างบางขึ้นมาแล้วพาเข้าไปในห้องนอนแขก ก่อนจะว่างร่างบอบบางลงบนเตียงนอน และผละตัวออกมากดโทรศัพท์หาใครสักคน ซึ่งรอไม่นานปลายสายก็รับ..

[ฮัลโหลเต พายุเข้าหรือเปล่าเนี่ยเตถึงโทรหาเรา] เสียงหวานปลายสายตอบกลับมาทันทีที่รับสาย

“มาหาที่คอนโดหน่อย” ผมพูดเข้าประเด็นทันที

[คิดถึงเราหรือไง ถึงชวนเราไปคอนโดดึกดื่นแบบนี้อ่ะ] ปลายสายตอบกลับมาอย่างหยอกล้อ

“ไม่สบาย มาด่วนนะ” ผมพูดแค่นั้น แล้วจึงรีบตัดสายทันทีโดยไม่รอให้ปลายสายตอบอะไรกลับมา


ผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมง เสียงกริ่งหน้าห้องก็ดังขึ้น เป็นสัญญาณว่ามีเธอมาถึงแล้ว และทันทีที่เปิดประตู คนตรงหน้าก็พูดขึ้นอย่างหัวเสียทันที

“ตัดสายแบบนั้น อยากตายหรือไง”

“...” แต่ผมก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับไป

“แล้วนี่ป่วยเป็นอะไร ทำไมถึงโทรดึกดื่น” พอเห็นว่าผมไม่ตอบ น้ำหวานเลยเปลี่ยนประเด็นไปถามเรื่องอื่นแทน

“อยู่นู่น” ผมพูดพร้อมกับชี้นิ้วไปที่ฝั่งห้องนอนแขก

“...” น้ำหวานขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างไม่เข้าใจ แต่ก็ยอมเดินไปทางห้องที่ผมชี้ เมื่อเดินเข้าไปในห้องน้ำหวานถึงกับมองตาค้าง ก่อนจะหันมาถามผมเสี่ยงสั่น “นี่ใคร”

“รักษาก่อนค่อยคุย” ผมพูดแค่นั้น ก่อนจะเดินหนีออกมานั่งที่โซฟาในห้องรับแขก


Techin Ends.  


*************************************************************************************

ไปว่าเค้าขนาดนี้ เดี๋ยวพี่เตรู้เค้าแย่แน่เลยนะน้องขวัญลูก 55555

รออ่านคอมเม้นท์จากรีดเดอร์ที่น่ารักอยู่นะคะ

ฟีดแบคได้เต็มที่ ชอบไม่ชอบยังไงบอกกันได้น๊าาาา

เจอกันตอนหน้าค่าาา

MelloNY.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

0 ความคิดเห็น