Baby WIFE (เจ้าสาวตัวร้าย) [E-Book]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,319 Views

  • 7 Comments

  • 40 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    3

    Overall
    2,319

ตอนที่ 4 : BabyWIFE 03 - ลูกนกตาดำๆ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 279
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    27 พ.ค. 61




“คะ คุณเตชินทร์..” by KHWAN




ฉันนั่งนิ่งเงียบอยู่ริมชายหาดแบบนี้มานานเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่เสียงจอแจของผู้คนหายไปเหลือเพียงแต่เสียงคลื่นลมเข้ามาแทนที่ พอมองไปรอบๆ ถึงได้รู้ว่าตอนนี้มืดสนิทและไม่มีนักท่องเที่ยวเหลืออยู่แล้ว

รู้สึกโดดเดี่ยวกว่าเดิมอีกแหะ!

พอยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูถึงได้รู้ว่าตอนนี้สามทุ่มกว่าแล้ว นี่ฉันนั่งอยู่แบบนี้มาสามชั่วโมงแล้วหรอเนี่ย!

เมื่อรู้ว่าเป็นแบบนั้นเลยรีบลุกขึ้นยืน ใช้มือปัดป่ายไปตามแขนขาเพื่อปัดไล่เศษทรายที่ติดตามตัวเล็กน้อยก่อนจะคว้าโทรศัพท์ที่ปิดเครื่องไว้ตั้งแต่ออกมาจากบ้านพร้อมกับกระเป๋าสตางค์ แล้วกลับหลังหันกำลังจะเดินไปขึ้นรถ แต่ยังไปได้ไม่ไกลก็เจอเข้ากับกลุ่มผู้ชายวัยรุ่นสามสี่คนกำลังเดินมาทางนี้

สัญชาติญาณบอกให้ฉันรีบเดินหนีไปให้ไกลที่สุด เพราะแบบนี้มันอันตรายเกินไป แต่คงคิดช้าไปนิดเพราะรู้ตัวอีกทีกลุ่มคนเหล่านั้นก็ถลาเข้ามาขวางหน้าฉันไว้แล้ว

“จะไปไหนละจ๊ะน้องสาว” หนึ่งในกลุ่มนั้นพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มน่ากลัว

“นั่นสิ ให้พวกพี่อยู่เป็นเพื่อนมั้ยจ๊ะ” ผู้ชายอีกคนก็รีบพูดเสริมขึ้นด้วยท่าทางน่ากลัวไม่ต่างกัน

“ไม่เป็นไรค่ะ ขอตัวนะคะ” ฉันทำใจดีสู้เสือพูดออกไป ก่อนจะรีบเบี่ยงตัวหลบเพื่อจะเดินหนี

หมับ!

ผู้ชายอีกคนถลามาคว้าแขนของฉันไว้ ก่อนจะกระชากให้เข้ามาใกล้แล้วเอ่ยด้วยท่าทีคุกคาม “จะรีบไปไหนละจ๊ะ ให้พวกพี่ไปส่งมั้ย”

“ปล่อยนะ” ฉันพูดด้วยความไม่พอใจทันทีพร้อมกับพยายามที่จะสะบัดตัวให้หลุดจากการเกาะกุม

“ปล่อยหรอ..แล้วถ้าพี่ไม่อยากปล่อยหล่ะจ๊ะ ฮ่าๆๆ” ผู้ชายอีกคนพูดขึ้นพร้อมหัวเราะออกมาอย่างน่ากลัว

ปึก!

ฉันอาศัยจังหวะที่ผู้ชายพวกนั้นเผลอกระทืบเท้าใส่หนึ่งในคนที่จับแขนฉันอยู่อย่างแรงจนเค้าร้องออกมาเสียงหลงและเผลอปล่อยมือฉัน “โอ๊ย!”

พอเข้าทางแบบนั้น ฉันเลยออกแรงวิ่งด้วยความรวดเร็ว แต่ก็ต้องร้องเสียงหลงอีกครั้ง เมื่อถูกใครบางคนกระชากผมจากทางด้านหลังอย่างแรง “โอ๊ยย”

“ฤทธิ์เยอะนักนะมึง!” ผู้ชายคนนั้นพูดด้วยน้ำเสียงเหี้ยมโหด ก่อนจะง้างหมัดต่อยเข้าที่ท้องฉันอย่างแรง

อึก!

ความรู้สึกเจ็บและจุกที่ช่วงท้องเพราะโดนต่อยอย่างแรง ทำให้ฉันร้องไม่ออก ได้แต่ทรุดตัวลงอย่างเจ็บปวด พอเห็นแบบนั้นผู้ชายที่เหลือก็เข้ามาลากฉันพาให้เดินออกไป..



Techin’s Talk.

         

“คุณเตชินทร์จะกลับกรุงเทพเลยมั้ยครับ” คุณวิชัยเลขาประจำตัวผมถามขึ้นทันทีที่เราออกมาจากห้องประชุมเรียบร้อยแล้ว

“กลับเลยครับ” ผมตอบออกไปเรียบๆ ก่อนจะเดินตรงไปยังรถที่จอดรออยู่ แต่ยังไปได้ไม่ไกลก็ได้ยินเสียงโหวกเหวกโวยวายดังขึ้นมาซะก่อน พอมองตามเสียงนั้นไป จึงเห็นเป็นพนักงานผู้ชายคนนึงกำลังเดินเข้ามาพร้อมกับอุ้มร่างผู้หญิงที่กำลังหมดสติคนนึงมาด้วย

“หลบหน่อยครับๆ” พนักงานผู้ชายคนนั้นพูดเสียงดัง แล้วรีบเดินตรงไปที่เคานเตอร์ประชาสัมพันธ์ของโรงแรม แล้วพูดกับพนักงานที่อยู่ตรงนั้นด้วยความเหนื่อยหอบ “พี่พิมๆ ช่วยหน่อยสิ ผู้หญิงคนนี้โดนทำร้ายมา ช่วยตามรถพยาบาลให้หน่อย”  

“ได้ๆ ต้นไปดูแลเค้าก่อน เดี๋ยวพี่ตามรถพยาบาลให้” ผู้หญิงที่ประจำอยู่ตรงเคานเตอร์พูดขึ้นก่อนจะรีบกดโทรศัพท์ทันที

“นั่นมัน..”

ผมหันไปมองคุณวิชัยอย่างงงๆ ที่จู่ก็ทำหน้าตาอึ้งอย่างกับเห็นผี ก่อนจะหันไปมองตามสายตาก็เจอเห็นว่าคุณวิชัยกำลังจ้องผู้หญิงที่นอนหมดสติไม่ได้อยู่ตรงโซฟา ผมขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างใช้ความคิดว่าผู้หญิงที่คุ้นตาคนนั้นคือใคร แต่ก็ได้รับคำตอบในไม่กี่วินาทีต่อมา เมื่อคุณวิชัยพูดขึ้นเสียงสั่น

“นั่นคุณเพียงขวัญ ว่าที่ภรรยาคุณเตชินทร์นี่ครับ”

สิ้นเสียงของคุณวิชัยผมก็เพ่งมองอีกครั้ง แล้วก็ถึงบางอ้อทันที เด็กน้อยเพียงขวัญจริงๆ ด้วย

“คุณเตชินทร์จะเข้าไปช่วยมั้ยครับ” คุณวิชัยหันมาถามผมทันที

“ผมควรช่วยหรอครับ” ผมถามกลับไปอย่างไม่ค่อยแน่ใจว่าควรจะเอาตัวเองเข้าไปยุ่งดีหรือไม่

“ก็ควรนะครับ” คุณวิชัยตอบกลับมา ก่อนจะเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ เลยรีบอธิบายต่อ “อย่างน้อยเธอก็กำลังจะแต่งงานกับคุณ”

“ก็แค่เรื่องธุรกิจ” ผมค้านสวนกลับไปทันควัน

“งั้นก็ช่วยในฐานะคนรู้จักหรือไม่ก็เพื่อนมนุษย์คนนึงก็ได้นี่ครับ” คุณวิชัยเอ่ยเสียงเรียบ “ไม่รู้ว่าไปเจออะไรมาบ้าง แต่เธอดูน่าสงสารนะครับ”

ผมไม่ได้ตอบอะไรกลับไปในทันที เพราะกำลังประมวลผลอยู่ว่าควรที่จะเอาตัวเองเข้าไปเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้จริงหรือเปล่า แล้วถ้าทำผมจะได้อะไรหล่ะ และถึงความคิดจะบอกแบบนั้น แต่ปากกลับไวกว่าเลยพูดขึ้นมาซะก่อน “จัดการด้วย ผมจะไปรอที่รถ” พูดจบผมก็เดินตรงไปทางหน้าโรงแรมที่มีรถจอดรออยู่

ถือว่าช่วยสงเคราะห์ลูกนกตาดำๆ ก็แล้วกัน..

รอไม่นานมากนักคุณวิชัยก็เดินมาพร้อมกับอุ้มร่างของเพียงขวัญไว้ ก่อนจะมีพนักงานมาช่วยเปิดประตูรถแล้ววางร่างของเพียงขวัญไว้ที่นั่งข้างผม แต่เพราะเธอหมดสติอยู่ ร่างบอบบางเลยอ่อนปวกเปียกจนศรีษะของเธอเอนมาซบตรงไหล่ผม    

“เอ่อ..คือ..” คุณวิชัยอ้ำอึ้งเหมือนจะพูดอะไร แล้วกำลังจะเอื้อมมือมาจัดท่าทางของเพียงขวัญให้ แต่ผมก็ตัดสินใจขัดขึ้นมาก่อน

“ไปโรงพยาบาล”

หลังจากจัดการส่งคนหมดสติเข้าห้องฉุกเฉินเพื่อให้หมอเช็คอาการเรียบร้อยแล้ว คุณวิชัยก็เดินกลับมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ก่อนจะรีบรายงานทันที “ติดต่อคุณกรวิทย์ไม่ได้ครับ ไม่มีใครทราบว่าอยู่ที่ไหน” คุณวิชัยพูดแค่นั้นแต่สีหน้าท่าทางเหมือนอยากจะพูดอะไรสักอย่างของคุณวิชัยทำให้ผมอดสงสัยไม่ได้เลยถามขึ้นเรียบๆ

“มีอะไรครับ”

คุณวิชัยมีสีหน้าหนักใจเล็กน้อย ก่อนจะถอนหายใจแล้วพูดออกมา “เรื่องคุณเพียงขวัญครับ คือ..คนที่บ้านคุณกรวิทย์บอกว่าเธอหนีออกจากบ้านครับ”

คำรายงานของคุณวิชัยทำให้ผมต้องขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ “หนีออกจากบ้านหรอ”

“ครับ แม่บ้านบอกว่าคุณกรวิทย์กับคุณเพียงขวัญทะเลาะกันรุนแรงมาก เรื่องที่เธอทราบว่าการแต่งงานเป็นเรื่องของธุรกิจครับ หลังจากนั้นคุณเพียงขวัญก็ขับรถออกไปไหนไม่รู้ครับ”

“แล้วทำไมอยู่ที่นี่”

“ชาวบ้านบอกว่าเห็นเธอขับรถมาคนเดียวครับ มานั่งอยู่ริมหาดตั้งแต่ช่วงเย็นจนมืดค่ำ หลังจากนั้นก็มีชายวัยรุ่นมาทำร้ายและพาตัวเธอไป ชาวบ้านที่เห็นท่าไม่ดีเลยรีบเข้าไปช่วย แล้วก็มาขอความช่วยเหลือกับพนักงานของโรงแรมจนเรามาเจอนี่แหล่ะครับ” คุณวิชัยอธิบายต่อเสียงเรียบ

“คนเดียว?” คำบอกเล่าเมื่อสักครู่ทำให้ผมต้องขมวดคิ้วอีกครั้ง ต้องแก่นแก้วแค่ไหนถึงหนีออกจากบ้านแล้วกล้าขับรถมาถึงที่นี่คนเดียวแบบนี้นะ

คุณวิชัยพยักหน้ายืนยันอย่างหนักแน่นอีกครั้ง แต่ก่อนที่จะได้พูดอะไรต่อ ประตูห้องฉุกเฉินก็ถูกผลักออกมาซะก่อน    


พลั่ก!

คุณหมอเดินออกมาจากห้องพร้อมกับมองซ้ายมองขวาแล้วจึงค่อยเดินเดินมาทางผม “ญาติคุณเพียงขวัญ บดินทร์ธาราหรือเปล่าคะ?”

“ครับ” ผมตอบรับไปเรียบๆ

“ตอนนี้คุณเพียงขวัญปลอดภัยแล้วนะคะ สามารถกลับบ้านได้เลยค่ะ แต่อยากให้ระวังเรื่องการเคลื่อนไหวเล็กน้อยเพราะช่วงท้องได้รับการกระแทกค่อนข้างแรงค่ะ ยังไงให้คนไข้พักผ่อนเยอะๆ แล้วทานยาให้ครบ สักอาทิตย์นึงก็คงจะดีขึ้นค่ะ”     

“ขอบคุณครับ” ผมตอบพร้อมค้อมศรีษะให้เล็กน้อยเป็นเชิงขอบคุณ พอเป็นแบบนั้นคุณหมอเลยเดินแยกตัวออกไป ส่วนผมก็เลือกเดินเข้ามาให้ห้องฉุกเฉินเพื่อมองหาคนป่วย และทันทีที่เห็นหน้าผม เพียงขวัญที่หน้าซีดอยู่แล้วกลับซีดเผือดลงกว่าเดิมอีก

“คะ คุณเตชินทร์..”


Techin Ends.



****************************************************************************************

ตอนสามมาแล้วค่าาาา นางเอกของเราถูกมองเป็นลูกนกตาดำๆ ซะแล้ว 55555

ฝากติดตามเป็นกำลังใจให้น้องขวัญกับพี่เตด้วยนะคะ ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

0 ความคิดเห็น