[Fic EXO: Krislay] Finding Mommy! สมาคมคุณพ่อป่วนรัก!

ตอนที่ 8 : ●▽● ⑦ : Give love a try (rewrite)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,328
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 52 ครั้ง
    6 พ.ย. 58



 

Finding Mommy! สมาคมคุณพ่อป่วนรัก!

 

Chapter 7 – Give Love  A Try

Rate : PG

Author : MariaTest.

 

 

 

 

 

“ถ้าน้องป๋ายซน น้องป๋ายก็ต้องเจ็บตัวแบบมะม๊า กินยาขมๆแบบมะม๊าด้วย”อี้ชิงว่าขณะกินยา แกล้งทำหน้าขมปี๋ใส่ลูกชาที่นั่งหน้าซีดมองเขาอยู่บนเตียง

“น... ไหนว่ามะม๊าไม่เจ็บไงฮับ...”

“มะม๊าไม่เจ็บครับลูก แต่ยาเนี่ยข๊มขม”อี้ชิงชอบแกล้งลูกชายแบบนี้เสมอเวลาเขาเจ็บไข้ได้ป่วย ต้องแกล้งทำเป็นว่ายามันแสนขม กับพ่อแม่คนอื่นอาจจะบอกลูกว่ายามันไม่ได้ขมอย่างที่คิด แต่ร่างบางคิดว่าทำแบบนี้ดีกว่า กันไว้ย่อมดีกว่าแก้ เจ้าตัวเล็กจะได้เชื่อฟังเขาและทำตัวดีๆ ป๋ายเซียนจึงไม่ใช่เด็กที่ป่วยง่ายเหมือนเด็กคนอื่นในวัยเดียวกัน

“งือ... น้องป๋ายจะไม่เจ็บขา”พึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะขยับที่ให้ปะป๊าตัวขาวมานั่งข้างๆ ท่าทางที่ทำอี้ชิงแอบยิ้ม

“วันนี้มะม๊านอนด้วยนะครับน้องป๋าย”บอกกับลูกพลางแอบกัดฟันเมื่อเผลอลงน้ำหนักลงไปที่เท้าข้างที่เจ็บ “มะม๊าเจ็บขามากเลย เดินกลับห้องไม่ไหว”

“ได้เลยฮับ ปะป๊าบอกว่าอย่าเดินมากใช่มั้ยฮับ”

“เพื่อนของปะป๊าครับ”อี้ชิงอธิบาย “เพื่อนของปะป๊าเป็นคุณหมอกระดูก”

“คุณหมอกาดูกชื่ออาเฉิน อาเฉินใจดีอาเลี่ยเล่าให้น้องป๋ายฟังแล้วฮับ”ร่างเล็กว่าเจื้อยแจ้วพลางล้มตัวลงนอนบนหมอนใบโต “แล้วปะป๊าเป็นคุณหมอรักษาโรคไรฮับ”

มือบางลูบกลุ่มผมนิ่มเบาๆ “ปะป๊าเป็นคุณหมอรักษาโรคหัวใจครับ เรียกว่าศัลยแพทย์”

“โรคหัวใจ... หัวใจเป็นที่มาของความรัก”พูดไม่พูดเปล่ามือเล็กๆยกขึ้นกางเป็นรูปหัวใจ “หัวใจน้องป๋ายสวยมั้ยฮับมะม๊า”

“สวยครับลูก ไหนมะม๊าทำบ้าง”มือเรียวถูกยกขึ้นมาทำท่าเป็นรูปหัวใจเหมือนกับลูกชาย

“หัวใจมะม๊าอันใหญ่”

“ดวงใหญ่ครับ”อี้ชิงแก้ให้ ลูกชายคนเก่งก็รีบพูดตาม ป๋ายเซียนยังใช้คำผิดอยู่บ่อยๆ แต่ก็นั่นล่ะ.. ตัวเท่านี้เองมันเรียนรู้กันได้ เพราะสำหรับอี้ชิงแล้วป๋ายเซียนเป็นเด็กที่มีพัฒนาการดีเยี่ยมทีเดียว  

“พอน้องป๋ายโตขึ้น หัวใจน้องป๋ายก็จะใหญ่ขึ้น ใช่มั้ยฮับมะม๊า”หันไปถามตาแป๋วแหวว จนอี้ชิงต้องก้มลงหอมหน้าผากมนนั่นอย่างหมั่นเขี้ยว

“แน่นอนครับลูก”

“แต่ตอนนี้หัวใจน้องป๋ายยังดวงเล็กอยู่ มีมะม๊า มีพี่ซิ่วหมิน พี่จงเหริน  อาเลี่ย อูยยยยอึดอัดจังเลย”

อี้ชิงนอนยิ้มไปฟังลูกชายพูดไป นึกถึงบางคืนที่เขาเหนื่อยจนเผลอหลับก่อนลูกชาย กลายเป็นว่าป๋ายเซียนอ่านนิทานให้เขาฟังเสียอย่างนั้น แถมบางวันมีเบื่อนิทานที่เขาเล่า แต่งขึ้นเล่ากล่อมตัวเองอีกต่างหาก

           

ก็บอกแล้วว่าป๋ายเซียนน่ะเป็นเด็กมีจินตนาการสูง...

 

“ปะป๊าเข้าหัวใจน้องป๋ายไม่ได้แน่เลย...”พูดพลางเอาหัวใจดวงเล็กมาชนกันกับหัวใจดวงใหญ่ “ให้ปะป๊าไปอยู่ในหัวใจมะม๊าก่อนนะฮับ”

แค่คำพูดง่ายๆของเจ้าตัวน้อยแต่กลับไม่สามารถทำให้อี้ชิงหยุดยิ้มได้ ในหัวไพล่นึกไปถึงคำพูดของเฉิน.. คุณหมอคนที่พยายามยืนยันเสียเหลือเกินว่าเขาสามารถเปลี่ยนความคิดของคนมีแผลอย่างอู๋อี้ฟานได้

จริงรึเปล่า..?

คนอย่างเขาจะทำได้จริงๆเหรอ?

นึกภาพตั้งแต่ตอนแรกที่เจอกัน... อู๋อี้ฟานไม่ชอบหน้าเขา

จนถึงตอนนี้... วันนี้ก็เป็นวันแรกที่เขารู้สึกว่าพวกเขาได้คุยกันดีๆแบบที่ไม่มีอคติ           


“นะฮับมะม๊า ปะป๊าตัวสู๊งสูงเข้าหัวใจน้องป๋ายไม่ได้หรอก ต้องหัวใจมะม๊านี่แหละฮับใหญ่ดี”

“น้องป๋าย...”อี้ชิงเว้นช่วง ก่อนจะถามต่อ “น้องป๋ายชอบปะป๊าเหรอครับ”

 

“น้องป๋ายรักปะป๊า” เจ้าตัวเล็กยิ้มกว้าง “เพราะปะป๊าหล่อ”

 

“แค่เพราะปะป๊าหล่อ ไม่ได้หมายความว่าเขาจะเป็นปะป๊าที่ดีนะครับ”อี้ชิงอธิบาย มือลูบเส้นผมนิ่มเบาๆจัดให้มันเป็นทรง

           

ป๋ายเซียนดันตัวเล็กๆพิงอกอี้ชิง “น้องป๋ายรู้ฮับ ปะป๊าที่ดีก็คือมะม๊าอี้ชิง...”มือเล็กๆดึงผ้านวมขึ้นมาขยำเล่น


“น้องป๋ายแค่อยากมีปะป๊า อยากมีมะม๊า อาเลี่ยก็ด้วยฮับ”

           

นั่นไง... จริงๆด้วย เป็นอย่างที่เขาคิดจริงๆ ป๋ายเซียนกับช่านเลี่ยแค่อยากมีครอบครัวที่พร้อมหน้าเหมือนกับคนอื่นๆ

อี้ชิงรู้ดีว่าป๋ายเซียนเข้าใจ... เพราะมันเป็นสิ่งที่เขาพยายามอธิบายให้ลูกชายตัวน้อยฟังมาตลอดตั้งแต่จำความได้ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังเข้าใจความต้องการของลูกน้อย จริงอยู่ที่เขาอาจจะเป็นได้ทั้งปะป๊า และมะม๊า เป็นคนที่รักเปี้ยนป๋ายเซียนมากที่สุดบนโลกใบนี้

           

แต่ไออุ่นต่างหาก... ความรู้สึกที่สัมผัสได้ต่างหาก ที่มันทดแทนกันไม่ได้

 

“มะม๊าไม่รักปะป๊าเหรอฮับ?”

“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกครับ...”ตอบคำถามลูกชายออกไปแบบเลี่ยงๆ เพราะตัวเขาเองยังไม่รู้เลยว่าตัวเองคิดกับอู๋อี้ฟานยังไงกันแน่ 

พวกเขาสองคน... ก็แค่ถูกลูกๆจับคู่ให้กันเท่านั้นเอง

...

ถ้ามันมีแค่นั้น... ทำไมเขาถึงรู้สึกว่าตัวเองลังเลกับคำตอบของตัวเองจังเลยล่ะ?

“มะม๊ารักป๋ายเซียนนะครับ”ดันเจ้าตัวเล็กลงนอนพร้อมกับห่มผ้าให้จนมิดคอเมื่อหันไปมองนาฬิกาและเห็นว่าดึกแล้ว อีกทั้งกันไม่ให้มีคำถามอะไรแปลกๆส่งมาให้ตัวเองอีก และเขากลัวว่าเขาจะตอบมันไม่ได้...

           

อี้ชิงทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ ลูบผมลูกชายแผ่วเบารอจนกระทั่งแน่ใจว่าหลับสนิท เครื่องหน้าเล็กๆจิ้มลิ้มเวลาหลับเป็นอะไรที่อี้ชิงมองไม่รู้เบื่อ ป๋ายเซียนเป็นเหมือนของขวัญปลอบใจของสวรรค์ ปลอบประโลมการสูญเสียของพี่หยุนผิง พี่สาวคนเดียวของเขา เป็นสิ่งล้ำค่าที่สุดในชีวิตที่เขาจะมีตอนนี้

           

กับความรู้สึกที่เขามีให้อู๋อี้ฟาน... เขายังไม่แน่ใจนักหรอก มันยังไม่ได้ชัดเจน

แต่ที่แน่ๆ.. เขาไมได้เกลียดคนๆนี้เหมือนที่เจอกันครั้งแรก

อย่างน้อยก็ตั้งแต่ได้รู้ว่าอะไรเป็นอะไร..

           

           

“ผมขอให้คุณเป็นคนๆนั้น.... ช่วยรักษาแผลใจให้ไอ้ฟานมันทีนะครับ”

 

“น้องป๋ายแค่อยากมีปะป๊า อยากมีมะม๊า อาเลี่ยก็ด้วยฮับ”

           

 

อี้ชิงคิดว่าตัวเองอาจจะบ้าไปแล้วก็ได้...

เขาสูดลมหายใจเข้าลึก เมื่อกดโทรออกไปยังเบอร์ที่ต้องการ และได้ยินเสียงสัญญาณรอสาย...

 

ความรักที่เขาให้ป๋ายเซียน เขามั่นใจว่าเขาไม่มีวันแพ้ใคร กับอู๋อี้ฟานที่มีให้ช่านเลี่ยเองก็เช่นกัน

และถ้ามันจะทำให้เด็กสองคนนี้มีความสุข ถ้าเขา... หรืออู๋อี้ฟาน ผู้ใหญ่สองคนจะช่วยเติมเต็มให้ได้

            .

            .

            .

            .

 

            เขาก็จะทำ

 

 

 

 

 

อู๋อี้ฟานนั่งจ้องโทรทัศน์จอใหญ่ แต่ใจไม่ได้อยู่กับเนื้อกับตัวเลยสักนิด

ตลอดทางกลับบ้าน... ไม่สิ... เขาแทบนึกไม่ออกด้วยซ้ำว่าตัวเองทำอะไรลงไปบ้าง โชคดีที่นาฬิกาชีวิตมันเดินของมันเอง และกว่าเขาจะรู้ตัว... เขาก็มาหยุดอยู่บนเตียงเล็กของลูกชาย รอส่งช่านเลี่ยเข้านอนตามเวลาปกติ


เขาหยุดคิดไม่ได้ถึงเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้

เขาหยุดคิดถึงคนๆเดียวไม่ได้...

จางอี้ชิง

            ผู้ชายคนนี้เป็นคนแบบไหนกันแน่?

 

          ชอบเขาบ้างรึเปล่า หรือเข้าใกล้เขาแค่เพราะอยากดูแลอาเลี่ย

 

แล้วทำไมต้องอยากดูแลอาเลี่ย? ผู้ชายคนนี้เป็นพ่อพระกลับชาติมาเกิดหรือยังไง?

ทั้งๆที่เรื่องมันก็มีอยู่แค่นี้ คำถามมันก็ไม่ได้มากมายอะไร แต่คุณหมอหนุ่มไม่สามารถสลัดใบหน้าขาวๆนั่นออกไปจากหัวได้เลย

            ....

ให้ตายเถอะ... ทำไมเขาต้องคิดถึงแต่คนๆนี้ด้วย!?

“ปะป๊าฮับ การ์ตูนจบแล้วอาเลี่ยนอนนะ”

“อ้อ ครับ”มาสะดุ้งรู้ตัวอีกทีก็ตอนลูกชายตัวน้อยสะกิดเรียก ปกติร่างสูงจะเป็นคนบังคับให้เจ้าตัวน้อยนอนสักที แต่กลับกลายเป็นว่าวันนี้ลูกชายต้องบอก...

 

ท่าทางจะเป็นเอามาก...

 

ก่นด่าตัวเองในใจขณะก้าวขายาวๆไปปิดทีวีเรียบร้อย แล้วเดินกลับมานั่งที่เดิมของตัวเอง

“วันนี้ปะป๊าเท่มากเลยฮับ ตอนอุ้มมะม๊า”

“หืม? อ้อ.. ก็มะม๊าเราดื้อนี่ครับ ไม่ยอมไปหาหมอ...”พูดออกไปแล้วก็นึกแปลกใจตัวเอง ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่เขาเรียกอี้ชิงเป็นมะม๊าต่อหน้าเด็กๆได้อย่างเป็นธรรมชาติ

 

...เอาน่า...อู๋อี้ฟาน มันก็แค่คำง่ายๆคำเดียวใครๆก็พูดได้!

 

“ปะป๊าก็เลยเป็นห่วงมะม๊าใช่มั้ยฮับ มะม๊าเจ็บขามากเลยใช่มั้ยฮับ”ช่านเลี่ยช้อนสายตากลมโตขึ้นมองปะป๊าตัวสูงที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่ข้างๆ

“ใช่ครับ... ใช่”เออออออกไปเพราะไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองควรจะตอบว่าอะไร

 

            ความสับสนนี่มันคืออะไร?

            เขาน่ะเหรอเป็นห่วงคนแบบจางอี้ชิง

            เดี๋ยวสิ... อี้ชิงไม่ใช่คนที่คิดจะจับเขาไม่ใช่เหรอ อี้ชิงไม่เหมือนคนอื่น ไม่มีเหตุผลที่เขาต้องดูถูกคนๆนี้อีกแล้ว

            แล้ว... แล้วมันยังไงกันล่ะอู๋อี้ฟาน!

 

            “ดีจังเลย ปะป๊ามะม๊าก็ต้องรักกันอยู่แล้ว ใช่มั้ยฮับ” 

            คุณพ่อยังหนุ่มรู้สึกว่าตัวเองพลาดก็ตอนก้มลงสบดวงตากลมโตที่ช้อนตาแป๋วแหววมอง พร้อมรอยยิ้มฟันน้ำนมสดใส ...

 

            รอยยิ้มนั่น... รอยยิ้มที่เขาผู้เป็นพ่อจะได้เห็นก็ต่อเมื่อเขาทำอะไรให้ลูกชายถูกใจ เช่นซื้อของเล่นมาให้ ซื้อขนมอร่อยๆ หรือเวลาที่เขาขี่คอพาเจ้าตัวน้อยเล่นรอบบ้าน

 

แต่นี่... ช่านเลี่ยยิ้มแบบนี้ออกมา แค่เพราะหัวข้อที่กำลังคุยกันคือจางอี้ชิง

           

“อาเลี่ย...”มือใหญ่ลูบหัวทุยๆนั่นแผ่วเบา ในเมื่อเขาคิดหาคำตอบเองไม่ได้... ลูกชายเขาอาจจะช่วยทำให้เขาคิดอะไรดีๆออกก็... “อาเลี่ยชอบ.. มะม๊าเหรอครับ?”

“อาเลี่ยรักมะม๊าฮับ เพราะมะม๊าสวย”ช่านเลี่ยตอบพลางโยกตัวไปมาแบบเด็กๆ 

“ปะป๊าว่ามะม๊าสวยมั้ยฮับ”

ร่างสูงสะดุ้งโหยงเมื่อจู่ๆลูกชายก็หันมาสบตาทำท่าคะยั้นคะยอ... และโดยไม่ได้ตั้งใจ... สาบานเลยว่าเขาไม่ได้ตั้งใจ! ภาพทุกๆอิริยาบถของจางอี้ชิงก็วาบเข้ามาในสมอง...

           

โดยเฉพาะรอยยิ้มกับรอยบุ๋มข้างแก้มตอนที่คุยกับลูกๆ.... มัน...

 

ผลอพึมพำออกมาแผ่วเบาตรงกับใจตัว

“สวยครับ....”

           

            ช่านเลี่ยยิ้มจนเห็นฟันน้ำนมทั้งแถบ“เน้ออออ อาเลี่ยว่าแล้ว ปะป๊าก็หล่อ มะม๊าก็สวย แบบนี้สิอาเลี่ยกับน้องป๋ายจะได้หล่อๆ”

ถ้อยคำชมตัวเองทำเอาร่างสูงหัวเราะเบาๆ “นอนได้แล้วอาเลี่ย ดึกแล้วนะครับ”

 

เท้าเล็กๆเตะผ้าห่มออกเป็นการขัดขืนเล็กน้อย “ถ้าปะป๊าว่ามะม๊าสวย แล้วปะป๊ารักมะม๊าป่าวฮับ”

 

รักเหรอ..?

รักงั้นเหรอ..?

ความรู้สึกนี้มันลึกซึ้งมากนะ สำหรับคนอย่างเขา

มันคือความรักแล้วอย่างนั้นเหรอ กับจางอี้ชิง ผู้ชายที่เจอกันไม่เท่าไหร่ แต่แตกต่างกับทุกๆคนที่เคยเข้ามาในชีวิตเขาอย่างสิ้นเชิง...

แล้วเมื่อไหร่กันล่ะถึงจะรู้ได้รู้ว่าความรู้สึกที่แท้จริงมันคืออะไร?

เขาจะรู้ได้ยังไงกันว่านี่คือเวลาที่เหมาะสมแล้วกับการเริ่มต้นใหม่

อู๋อี้ฟานกลายเป็นผู้ชายที่ทำตัวเหมือนเพิ่งหัดมีรักตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ

คิดแล้วก็ชักปวดหัวขึ้นมาอีกรอบ จนต้องหันไปกดร่างเล็กของลูกชายลงบนเตียง จัดการห่มผ้าให้เรียบร้อยไม่เปิดโอกาสให้เถียงอีก “กู๊ดไนท์คิสครับอาเลี่ย”

“ฮับ กู๊ดไนท์คิสฮับปะป๊า”

ริมฝีปากหนาก้มลงจูบแก้มใสเบาๆ

 

ครู่เดียวเจ้าตัวน้อยก็หลับสนิท นี่ตอนรับกลับบ้านเขาได้รู้จากจงเหรินว่าอาเลี่ยกับน้องป๋ายกินขนมกันเยอะแยะจนแทบหมดตู้ ไม่แปลกใจเลยว่าแค่พอขึ้นรถเจอแอร์เย็นๆเข้าหน่อยลูกชายคนเก่งของเขาก็ตาปรือเสียแล้ว

 

มือหนาเอื้อมออกไปคว้าโทรศัพท์ที่กำลังส่งสัญญาณว่ามีคนโทรเข้า กดรับทันทีโดยไม่ทันได้มองว่าเป็นใคร เพราะคิดว่าอาจเป็นเรื่องงานอีกตามเคย

เป็นปกติธรรมดาของชีวิตหมอที่มักถูกโทรตามตอนดึกๆดื่นๆ

“สวัสดีครับ”

 

“คุณอี้ฟาน ผมเอง.. อี้ชิงนะครับ”

 

เสียงจากปลายสายทำเอาร่างสูงเกือบเดินสะดุดตอนเดินขึ้นเตียงตัวเอง มือใหญ่ละหน้าจออกมาดูชื่อที่ปรากฎบนหน้าจอให้แน่ใจว่าเขาไม่ได้หูฝาด ก่อนจะกรอกเสียงตอบกลับไป...

บ้าจริงๆเลย... จะตกใจทำไมกัน?

“อ้อ... ครับ มีอะไรเหรอ”

คิ้วหนาขมวดเข้าหากัน เมื่อรู้สึกได้ถึงชีพจรของตัวเอง

มันเต้นดัง... ผิดปกติ?

รู้สึกอยากกลบเกลื่อนความรู้สึกแปลกๆของตัวเองจนต้องเอ่ยคำถามย้ำออกไป ไม่เปิดโอกาสให้อีกคนได้พูด “มีอะไรรึเปล่าครับ อาเลี่ยหลับแล้ว หรือว่าเจ็บขา”

“อ๋อ.. เอ่อ...ก็... ผมมีคำถามจะถามคุณนิดหน่อย”

ไม่รู้ว่าอี้ฟานคิดไปเองรึเปล่า เขาถึงรู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายเองก็มีท่าทีอึกอักไม่แพ้กัน

“....”


“คุณ... คิดยังไงกับป๋ายเซียนเหรอ?”


คิ้วหนาขมวดเข้าหากันเพราะนึกงงว่าจู่ๆจะมาถามอะไรกันตอนนี้

“ทำไมเหรอ?”

“ตอบหน่อยเถอะครับ”

ร่างสูงยักไหล่กับตัวเองก่อนจะเผลอคลี่ยิ้มเมื่อนึกภาพเด็กชายตัวกลม ใจก็นึกสงสัยนิดหน่อยว่านี่มันคำถามอะไรกันแน่ แต่เขาก็ตอบออกไปตามตรง


อันที่จริง... คงเพราะเขาไม่มีอารมณ์จะมาต่อล้อต่อเถียงก็ด้วยล่ะมั้ง

 

“น้องป๋ายเหมือนลูกชายคนเล็กของผมครับ”


อี้ชิงเงียบไปครู่หนึ่งไม่ตอบอะไร ราวกับว่าคำพูดของเขาเมื่อครู่เป็นอะไรที่น่าพอใจ

แต่เขาไม่ได้เอาใจจางอี้ชิงหรอกนะ เขาคิดแบบนั้นกับป๋ายเซียนจริงๆ เด็กชายตัวน้อยช่างอ้อน ช่างเจรจา น่ารักน่าเอ็นดูกว่าเด็กคนไหนๆที่เขาเคยเจอ...

 

“อีกคำถามครับ”

            อี้ฟานตัดสินใจรอฟังเงียบๆ ไม่ใช่เพราะหยิ่ง ไม่ใช่เพราะไม่พอใจที่อี้ชิงโทรมาดึกๆดื่นๆ

            เพราะถ้าเขาไม่พอใจล่ะก็... เขาต้องโวยวายออกไปแล้วแน่นอน

 

            เหมือนกับตัวเขาคนก่อนหน้านี้... อู๋อี้ฟานที่เป็นอู๋อี้ฟานมาตลอด...

            แต่... ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร...

              

ร่างสูงนั่งนิ่ง รอคนปลายสายให้พูดอะไรสักอย่างอยู่ได้พักใหญ่จนเริ่มรู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติ

“คุณ เป็น...”     ... อะไรรึเปล่า...

           

“เรา... ลองคบกันดูมั้ย?”        

 

 

 

ความเงียบเข้าปกคลุมทั้งเขาและคนปลายสายไปครู่หนึ่ง...

อี้ฟานพยายามกระพริบตา เรียกสติของตัวเองที่คงจะเตลิดเปิดเปิงมากไปจนไม่อยู่กับเนื้อกับตัวกลับเข้าร่าง เผื่อว่าคำพูด หรือเหตุการณ์เมื่อชั่ววินาทีนั้นจะเป็นแค่ความฝัน หรือมโนภาพบ้าๆบอๆอะไรสักอย่าง

แต่... ไม่ว่าจะทำตัวด้วยวิธีแบบหมอๆยังไง

ทุกประสาทสัมผัสก็ยืนยันว่าที่เขากำลังหายใจอยู่นี่คือเรื่องจริง

           

“คุณ... ว่าไงนะ?”

“คือ... ผมก็หมายความตามที่พูด”

 

แค่นั้น... และเขาสองคนก็เงียบกันอีกรอบ

 

ให้ตายเถอะ...อู๋อี้ฟาน การที่หัวใจเต้นแรงชัดเจนแบบนี้เพราะเขาเป็นศัลยแพทย์มือหนึ่งด้วยใช่รึเปล่า?

           

อันที่จริงร่างสูงนึกอยากเงียบต่อไปนานๆเพราะไม่รู้จะพูดอะไรจริงๆ แต่เพราะรู้สึกได้ว่าที่คนปลายสายเงียบไปก็เพราะรอฟังคำพูดของเขา เขาถึงพยายามหาเสียงตัวเองออกมาจนได้

“ทำไม...ล่ะ?”    

 


“เพราะ... ผมคิดว่าผมชอบคุณ”


          ร่างสูงนึกอยากรู้ว่าน้ำเสียงมั่นคงนั่นเป็นนิสัยการพูดของเจ้าตัว หรือเพราะเป็นเพราะความรู้สึกจริงๆที่ถูกถ่ายทอดออกมาทางน้ำเสียงกันแน่

 

แต่มันไม่ใช่ประเด็น....เพราะ... เอาจริงๆแล้วนะคราวนี้ หัวใจดวงโตของเขามันกำลังเต้นตุบตับเลย...

เย็นไว้... เย็นไว้อู๋อี้ฟาน

 

เฝ้าบอกกับตัวเองทั้งที่รู้สึกว่าหัวใจตัวเองเต้นดังโครมคราม  

เออ... รู้สึกอารมณ์ดีทั้งๆที่ไม่เข้าใจตัวเองนี่แหละวะ!

 

พอเขาเงียบไปอีกครั้งอี้ชิงคงนึกว่าเขาไม่พอใจ หรือไม่เข้าใจอะไรสักอย่าง เจ้าตัวถึงได้เปลี่ยนคำพูดใหม่

 

“งั้นผมจีบคุณก็ได้”

 

อดไม่ได้จะเอาเรื่องเก่าๆมาหยอกทั้งที่รู้ว่ามันไม่ใช่ความจริงหรอก “ผมรู้แล้ว คุณเคยบอกแล้วนี่ว่าคุณจะจับผม”

“จีบกับจับมันเหมือนกันที่ไหนล่ะคุณ”ร่างสูงรู้สึกได้ว่าคนปลายสายเหวี่ยงนิดๆ แต่เขากลับยิ้มกว้างไม่หุบ แถมยังนึกอยากเห็นหน้าอีกฝ่ายตอนนี้แล้วหัวเราะให้ดังๆด้วยซ้ำไป


อู๋อี้ฟานกำลังเป็นบ้า หัวใจเต้นแรงจนเป็นบ้าไปแล้ว...


“แล้วมันต่างกันยังไง”ตั้งคำถามยียวนออกไปเพราะนึกอยากได้ยินเสียงเหวี่ยงนั่นอีก

“จีบก็คือ.. นี่คุณอย่าเพิ่งมาเล่นคำอะไรกับผมได้มั้ย?”

“จริงจังเหรอ”ถามเองคุณหมอหนุ่มก็แอบกลั้นหายใจเอง

อี้ชิงเงียบไปครู่หนึ่ง แว่วๆได้ยินเสียงเบาๆเหมือนกำลังสูดลมหายใจเข้าลึกเช่นกัน

“ผมจริงจังครับ”

 

“แล้วทำไมจู่ๆถึงมาขอกันแบบนี้ล่ะครับ นึกอยากเป็นมะม๊าจริงๆขึ้นมาแล้วเหรอ”

“เพราะผมรักอาเลี่ย”

“แล้วผมล่ะ”


คนถามสวนถามออกไปทันควันโดยที่ตัวเองก็ไม่ได้ตั้งใจแท้ๆจนตัวเองยังอ้าปากค้าง เผลอยกมือขึ้นเสยผมเมื่อดูเหมือนตอนนี่ไม่ว่าจะร่างกาย หรือกระทั่งสติเขาไม่ได้อยู่ในการควบคุมเลยแม้แต่น้อย!


เพราะอันที่จริงแล้ว... มันเป็นคำถามที่อี้ฟานต้องการคำตอบมากๆเช่นกัน!


“คุณผมก็...”

“หืม?”

หยอกออกไปเกลื่อนความในใจตัวเองพร้อมกับเผลอเอาหูแนบโทรศัพท์ตัวเองมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว ราวกับนึกอยากให้ร่างบางนั่นมากระซิบอยู่ข้างหู นึกอยากรู้เหมือนกันว่าตอนนี้คนปลายสายจะทำหน้ายังไง รู้แต่ที่แน่ๆตอนนี้เขายิ้มกับตัวเองไม่หุบ ยิ่งได้ยินเสียงแว้ดๆเหมือนไม่พอใจที่ฟังยังไงก็แค่น้ำเสียงกลบเกลื่อนนั่นแล้วก็ยิ่งอารมณ์ดี

อู๋อี้ฟาน แกมันบ้าไปแล้ว!


“เอาเถอะน่า! ผมก็พูดไปแล้วไง!”

“พูดอีกทีสิ บอกว่าคุณรู้สึกยังไงกับผมอีกที แล้วผมจะให้ในสิ่งที่คุณขอ”

 

“ผมชอบคุณ”

 

คำบอกชอบที่มาไม่ทันตั้งตัวนั่นทำเอาคนฟังหยุดหายใจไปอีกครู่หนึ่ง เขานึกว่าอี้ชิงจะอายจนต้องใช้เวลาทำใจพูดมันออกมาเสียอีก แต่ก็ไม่เลย อีกฝ่ายพูดมันออกมาแทบจะในทันทีด้วยซ้ำ

กลายเป็นว่าคนที่ต้องใช้เวลาทำใจเป็นเขาแทน...

 

จางอี้ชิง... ไม่เหมือนใครจริงๆด้วย

 

“มีแผนอะไร”

สาบานได้ว่าเขาไม่ได้อคติอะไรกับอี้ชิงแล้วจริงๆ นี่มันก็แค่คำถามทั่วๆไปเท่านั้นเวลาเจอสถานการณ์แปลกๆจากใครบางคน

อีกอย่าง เขาสองคนเพิ่งเจอกันไม่กี่วันด้วยซ้ำ แถมทะเลาะกันก็ซะส่วนใหญ่ เพิ่งมาคุยกันดีๆได้ก็วันนี้ ใจหนึ่งก็นึกสงสัยในตัวอี้ชิงว่าไม่นึกโกรธสิ่งที่เขาเคยพูดดูถูกเอาไว้บ้างเหรอ แต่อีกใจหนึ่งเขาก็ถามตัวเองเหมือนกัน

ว่าชอบ... อี้ชิงรึเปล่า? 

 

อี้ฟานได้ยินเสียงร่างบางถอนหายใจ

“คุณอี้ฟาน... คุณเองก็รู้ใช่มั้ย ว่าทั้งป๋ายเซียน แล้วก็ช่านเลี่ย พวกเขาสองคนมีอะไรอย่างหนึ่งที่เหมือนกัน คือพวกเขาไม่มีครอบครัวที่สมบูรณ์”

“...แล้ว?”

“พวกเขาอยากให้เราเป็นครอบครัวให้เขา ช่านเลี่ยอยากได้มะม๊า ป๋ายเซียนอยากได้ปะป๊า ผมเป็นมะม๊าให้อาเลี่ยได้ และคุณ... ก็เป็นปะป๊าให้น้องป๋ายได้เหมือนกัน”

 

อี้ฟานบอกไม่ถูกว่ารู้สึกยังไงกับสิ่งที่ได้ยิน

เขากำลังรู้สึก.. ไม่พอใจ ใช่ เขาไม่พอใจ

ทำไมอี้ชิงถึงมองทุกอย่างเป็นเรื่องง่าย เขารู้ว่าความสุขที่หนึ่งของการเป็นพ่อคนแม่คนคือความสุขของลูก มันคือความจริงที่สุดที่ใครๆก็รู้

แต่....

 

อี้ชิงพูดเหมือนกับว่า เขากับอี้ชิงจะไม่สามารถหาความสุขให้กันเองได้ พูดเหมือนกับว่าเราจำเป็นต้องรักกัน ชอบกัน คบกัน เพราะลูกๆอยากให้มันเป็น

แล้วความในใจของเขาล่ะ อี้ชิงเคยสนใจบ้างมั้ย?

 

“ไม่คิดว่ามันง่ายไปหน่อยเหรอ มันไม่ใช่แค่เด็กๆอยากได้อะไร เราก็ทำให้พวกเขาได้นะ คุณพูดมันออกมาง่ายๆเหมือนชวนผมเล่นพ่อแม่ลูกอย่างนั้นแหละ เราไม่ได้รักกันสักหน่อย...” 

          

“ตอนนี้ยังไม่รัก แต่ในอนาคตก็ไม่แน่ไม่ใช่เหรอครับ”

 

เป็นครั้งแรกที่อี้ฟานอึ้งจนพูดไม่ออกติดๆกันแบบนี้ ปล่อยให้เสียงหัวใจดังก้องแทนที่..

ใช่! เสียงหัวใจของเขาเองนี่แหละ!

 

ที่ผ่านมาคุณหมอหนุ่มสุดฮอตพ่วงตำแหน่งอดีตนายแบบอย่างเขาเคยเจอคนมุขหยอดมาทุกๆรูปแบบ แต่ไม่เคยมีใครทำให้เขาประหลาดใจได้เท่านี้ ไม่ใช่ไม่เคยเจอคนที่ดูภายนอกนิ่งๆเงียบๆ แต่กลับหยอดลึก เล่นแรง ไม่ทันตั้งตัว

 

อาจเพราะคนๆนี้คือจางอี้ชิง

 

พอเห็นเขาเงียบ อีกฝ่ายก็พูดต่อ “โอเคๆ ผมรู้ ว่าผมไม่ใช่สเปคคุณ ผมมันไม่ใช่แม่เสือสาวนางพยาบาลเซ็กซี่แบบที่คุณชอบ แต่สิ่งที่ผมมีก็คือ... ผมรักอาเลี่ย คุณอาจจะไม่เชื่อ แหงล่ะผมเองก็ไม่ค่อยเข้าใจตัวเองเหมือนกัน ผมก็แค่รู้สึกอยากดูแลเขา อยากอยู่ใกล้ๆเขา อยากทำหน้าที่เติมเต็มในส่วนที่เขาขาด ผมเชื่อว่าผมทำได้ และอาเลี่ยก็เต็มใจจะให้ผมทำ”

 

ทั้งๆที่ร่างบางอธิบายเสียยืดยาว แต่คนฟังกลับเข้าใจ และจับประเด็นมันได้ทั้งหมด...

 

ใช่... ช่านเลี่ยลูกชายของเขารักอี้ชิง

และเขาก็ค่อนข้างรู้สึกได้ว่าอี้ชิงเองก็รักช่านเลี่ยเหมือนกัน

ถ้าจางอี้ชิงจะเข้ามาเป็นความสุขของช่านเลี่ย เขาเองก็ไม่ขัด ในเมื่อทุกข้อสงสัย ทุกอคติมันลดลงไปเกือบหมดแล้ว

 

แล้วเขามีอะไรที่ต้องลังเลอีกเหรอ?

กลัวอะไรอยู่หรือยังไง?

 

หรือสิ่งที่เขากลัว... จริงๆแล้วจะเป็นหัวใจตัวเอง... ที่ไม่รู้แน่ว่ากำลังคิดอะไร

                     

“ตกลงยังไงครับ คุณอี้ฟาน?”

ร่างสูงสูดลมหายใจเข้าลึก ขณะตัดสินใจก้าวลงจากเตียง หยุดลงหน้ากระจกบานใหญ่ที่สูงตั้งแต่พื้นจรดเพดาน จนมองเห็นวิวทิวทัศน์ในยามค่ำคืน

... คนปลายสายคงทำให้เขาหลับตาไม่ลงไปอีกพักใหญ่ ...

 

เขารู้ดี... ว่าตัวเองเป็นผู้ชายมีแผล เป็นผู้ชายที่ยังคงยึดติดกับรักแรก มันไม่ใช่ว่าเขายังรักเธอ... ผู้หญิงคนนั้น แต่เพราะสิ่งที่ผู้หญิงคนนั้นทำไว้ สิ่งที่รักครั้งก่อนเหลือเอาไว้ มันทำให้หัวใจดวงนี้ไม่มั่นใจว่ามันแข็งแรงพอที่จะเสี่ยงกับรักครั้งใหม่

 

เฮ้ๆ... ไม่สิ อู๋อี้ฟาน ทำไมจู่ๆไปคิดถึงผู้หญิงคนนั้นขึ้นมากันล่ะ

เขายังไม่ได้รักอี้ชิงเสียหน่อย

มันก็แค่... ขั้นตอนของการเริ่มต้นใหม่

ยังไม่รัก... ยังไม่ถึงขั้นนั้น

           

แต่...

มือใหญ่ยกขึ้นสัมผัสกับแผ่นอกกว้างของตัวเอง สัมผัสได้ถึงอวัยวะที่ยังคงเต้นตุบด้วยจังหวะไม่ปกติ

 

“ทำตามหัวใจตัวเองสักครั้งมันจะตายเหรอครับ ไอ้คุณอี้ฟาน?”คำพูดของเพื่อนสนิทเมื่อตอนเย็นดังเข้ามาในหัว คำพูดที่เขาคงต้องนึกขอบคุณเฉิน

 

ที่ทำให้เขาตัดสินใจอะไรๆได้ง่ายขึ้น

จากนี้ไปเขาจะลอง... เสี่ยงข้ามสะพานที่เคยคิดว่าไม่มั่นคง ก้าวออกไปเจอความรู้สึกใหม่ๆ...

และต่อให้หัวใจเขาไม่รู้ใจตัวเองว่ามันกำลังคิดอะไร

แต่เพราะหัวใจ ก็คือหัวใจ

มันมีไว้รู้สึก ไม่ได้มีไว้คิด

 

“ต่อจากนี้... เรียกผมว่าอาฟาน”

“หืม ทำไมล่ะครับ?”

 

ริมฝีปากหนาคลี่ยิ้มออกมา... ปกติเขาไม่ใช่คนที่ยิ้มพร่ำเพรื่อ ยกเว้นกับลูกชายและคนไข้ เขารู้ตัวดีเสมอว่าถ้าเขาจะบังคับให้ตัวเองยิ้ม ก็เพื่อจะหาคู่ควงสาวๆสักคนมากกกันสักคืนสองคืน แต่กับครั้งนี้ เขาไม่ทันได้บอกตัวเองเลย

 

ท่าทางมันไปเอง... อะไรไม่รู้มันพาไป ตอนเขาเป็นนักศึกษาแพทย์ อาจารย์ก็ไม่เคยสอนซะด้วย

 

“เพราะมันเป็นชื่อที่ผม.... อยากให้ภรรยาของผมเรียก”



cinna mon

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 52 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

915 ความคิดเห็น

  1. #910 KrisWu เฮียอู๋สุดหล่อ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 กันยายน 2563 / 23:17
    ลุ้นแทบแย่

    นึกว่าจะเสียเรื่องซะแล้ว
    #910
    0
  2. #886 snscifah (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 22:37
    โอ้ยยย ตอนนี้สุดจริง ทั้งน่ารัก ทั้งเขิน ตัวจะแตกล้าวววว
    #886
    0
  3. #838 m ma ri (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2560 / 14:04
    ชูป้ายไฟ#ทีมฟานชิง โอ๊ยยยยยย หายใจไม่ทันค่ะ
    #838
    0
  4. #821 ploylybbs (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 00:25
    กรี๊ดดดด ฟินนนนนน
    #821
    0
  5. #807 chompoochi (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 กันยายน 2559 / 23:46
    อี้ชิงโคตรแมนนนนนน 5555555 ชอบๆ ชอบนิสัยตรงๆของชิงมาก เป็นคนจริงใจจังเลยค่ะ
    คนแบบนี้แหละที่หมอฝานต้องแพ้พ่ายอ่ะ แบบไม่เหมือนใครจริงๆอะ 555555
    #807
    0
  6. #801 Xingmin (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 กันยายน 2559 / 12:51
    อี้รุกก่อนเลยค่ะงานนี้
    #801
    0
  7. #795 I'M KAEW (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2559 / 01:33
    น่ารัก ไรท์แต่งฟิคได้ฟิวอารมณ์จริงๆ
    #795
    0
  8. #749 conan_tkd (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2558 / 19:35
    อาฟาน เราเรียกได้ปะ

    พี่ชิงคนแมน คนจริง จีบก่อนเลยอะ
    #749
    0
  9. #730 คุณนายปาร์คนานา (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 กันยายน 2558 / 11:19
    อาฟานนนนนนน....อยากเรียกบ้างได้มั้ย?
    ต่อไปอาเลี่ยกับน้องป๋ายจะเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว
    มีปะป๊า มะม๊า อาเลี่ยและน้องป๋าย 5555+
    #730
    0
  10. #720 เฉาก๊วย งี่เง่า :( (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 กันยายน 2558 / 21:09
    เจอประโยคสุดท้ายนี่เขิลม้วนต้วนเลย
    #720
    0
  11. #686 turtlesammy (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2558 / 14:56
    งื้อออออ อาฟาน อาฟาน อาฟาน น่าย๊ากกกกก
    #686
    0
  12. #669 *HYONIGON* (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 มีนาคม 2558 / 01:40
    นี่เขินจริงจังมาก โอ๊ย ตะไมพระเอกเราซึนขนาดรี้ค้าาาา ><'
    #669
    0
  13. #648 Ekaract Sun (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2558 / 04:28
    เชดดดดด อยากให้ภรรยาเรียกชืีอนี้
    #648
    0
  14. #640 KrisWu เฮียอู๋สุดหล่อ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2558 / 12:53
    มาได้ถูกจังหวะมาก อี้ฟาน แอบสงสารเสี่ยวลู่จัง
    #640
    0
  15. #528 b_22 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 กันยายน 2557 / 16:41
    อาฟาน .... เป็นตอนที่อ่านแล้วมีความสุขมากจนอยากวิ่งออกไปตากฝน อบอุ่นมาก อุ่นกว่าเรื่องพ่อแม่ลูกด้วยซ้ำ เป็นความรู้สึกของการมีครอบครัวที่เต็มอิ่ม คุณคนเขียนต้องเป็นคนที่อบอุ่นมากๆ ถึงถ่ายทอดออกมาได้ละมุยขนาดนี้ เราชอบมาตั้งแต่พ่อแม่ลูก และถ้าเรื่องนี้จะมีโอกาสได้รวมเล่ม โปรดจดชื่อเราไว้ในลิสต์ด้วยนะคะ แน่นอน 100%
    #528
    0
  16. #476 kevalign (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2557 / 00:06
    กรึ้ดดดดดดดดดดด ขอลาตายแป๊ป ฮืออออออ ละมุนเกินไปไหมมม ;////////////; มดขึ้นจอละนะ
    #476
    0
  17. #466 แสงรัตติกาล (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2557 / 01:37
    ให้ภรรยาเรียก อ๊าย คุณป๊า ><
    #466
    0
  18. #452 NN.am (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2557 / 22:16
    เขินอาฟานนนนนนนนนน งืออออ อยากให้ภรรยาของผมเรียก แก ประโยคนี้ตายแพรบบบบบบ
    #452
    0
  19. #394 L.Q (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2557 / 23:05
    ตอนนี้เป็นอะไรที่เขินฝุดๆ คือที่คบกันคือเพื่อลูกช้ะ ? 5555555555
    อิพี่คริส รู้ตัวสักที่เหอะ เนอะๆพี่มิ้นเนอะะ 5555555555 
    สู้ๆคร้าบบบบบบบบบบ
    #394
    0
  20. #386 apo; (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2557 / 20:49
    โง้ยยยชอบมาก ชอบตอนที่แต่ละคนเถียงกับใจตัวเองสุด
    ดูกลัวใจกลัวความคิดตัวเองกันมาก5555
    ขอบคุณอี้ชิงที่ใจกล้าบอกพี่คริสก่อน
    ส่วนพี่คริสก็นะะะ ยอมเปิดใจักทีโอ้ยฟินค่ะ-///-
    #386
    0
  21. #350 BangMin (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2557 / 10:27
    ให้ตายเถอะอีพี่คริสสสสส

    ใันเขินนะเว้ยยยยยย

    ม๊าาาใจกล้ามากกกกก

    ฟินอ่าาาาา สุดๆๆๆๆ
    #350
    0
  22. #337 คลชป9091 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2557 / 00:03
    อี้ชิงออกตัวแรงมากค่าา 
    คบกันแล้วกรี๊ดดด 
    #337
    0
  23. #308 pupunika (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2557 / 19:10
    ฮอลลลลลลลล ชอบเค้าแล้วใช่ม้าาาาาาา
    พี่คริสอ่ะ ต้องให้อี้รุกตลอดเลย
    #308
    0
  24. #297 dandelionssss (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2557 / 11:15
    แหมคุณอู๋อี้ฟาน ปากแข็งอยู่ได้น่ะ

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 3 มิถุนายน 2557 / 11:16
    #297
    0
  25. #296 jaopeth (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2557 / 22:36
    โง้ยยยยย ฟินนนนนนน เรียกผมว่า อาฟาน อ้ายยยยยยย เขินนมาก
    #296
    0