[Fic EXO: Krislay] Finding Mommy! สมาคมคุณพ่อป่วนรัก!

ตอนที่ 9 : ●▽● ⑧ : Competitor (rewrite)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,286
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 51 ครั้ง
    6 พ.ย. 58


Finding Mommy! สมาคมคุณพ่อป่วนรัก!


Chapter 8 – Competitor

Rate : PG

Author : MariaTest.

 

 

*note หลายคนไม่รู้ว่าซือชุน ก็คือเซฮุน ส่วนชิ่งจู ก็คือคายองจูว จงเหรินก็คือจงอิน นั่นเองเด้อค่ะเด้อ*

 

 

 

 

 

“เรา... ลองคบกันดูมั้ย?”

“ผมชอบคุณ”

 

            คำพูดของอี้ชิงยังวนเวียนอยู่ในหัวไม่ไปไหน เสียงนุ่มๆที่บอกออกมาผ่านสายโทรศัพท์มันเป็นยังไง และเขาที่ฟังอยู่อย่างอึ้งๆอยู่ในอารมณ์ไหน อู๋อี้ฟานจำได้ทั้งหมด จำได้ด้วยว่าหัวใจตัวเองเต้นแรงแค่ไหน จำได้ด้วยว่าตอบไปว่าอะไร และขอให้อีกฝ่ายเรียกชื่อของเขา ชื่อที่เคยมีเพียงคนๆเดียวที่ได้เรียก

 

            เขาไม่ใช่ชายหนุ่มที่เพิ่งจะเริ่มมีรักอีกต่อไปแล้ว นี่เป็นถึงผู้ชายที่ผ่านอะไรมามากมายแถมยังพ่วงด้วยลูกชายน่ารักๆอีกหนึ่งคน ไหนจะยังเรื่องราวในอดีตที่หล่อหลอมให้เขาเป็นอู๋อี้ฟานในปัจจุบัน

            คุณหมอหนุ่มคิดเสมอมาว่าเขาเข้มแข็งพอแล้ว หัวใจของเขาแข็งแรงมากพอจนยากนักที่ใครจะเข้ามา

แต่ที่เป็นอยู่ตอนนี้มันคืออะไรกันล่ะ??

จางอี้ชิงเข้ามาปั่นป่วนในชีวิตเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ และที่น่าเจ็บใจยิ่งกว่าคือ เขาเองก็คล้อยตามทั้งๆที่รู้ตัว

แตกต่าง... จางอี้ชิงแตกต่างโดยสิ้นเชิง ทั้งกับของเล่นที่แล้วมา... และผู้หญิงคนนั้นที่จากไป

 

ร่างสูงเผลอสะดุ้งกับตัวเองเมื่อรู้สึกได้ว่าความคิดกำลังล้วงลึกเข้าไปในเขตต้องห้าม เขตที่เป็นความทรงจำของผู้หญิงคนนั้น

           

อดีต ก็คืออดีต...ถึงเวลาเสียทีที่เขาต้องเริ่มต้นใหม่

 

กับ... จางอี้ชิงงั้นเหรอ..?

 

“เพราะ... ผมคิดว่าผมชอบคุณ”

 

รู้ตัวทันทีว่ากำลังยิ้มก็ตอนรู้สึกตัวว่าปวดแก้ม เขารีบกระแอมไอในลำคอปั้นหน้านิ่ง พร้อมกับลงมือเปิดแฟ้มคนไข้ตรงหน้า

 

การเริ่มต้นใหม่ของตัวเขาเอง เขาพร้อมแล้ว

แต่กับจางอี้ชิง.. เขาขอเวลาอีกสักหน่อยแล้วกัน

…. 

หมายถึง... เวลาทำใจ ให้หายเขินจนเหมือนเป็นฝ่ายถูกรุกแบบนี้น่ะ!

 

 

 

 

  “เมื่อคืนมะม๊ากับปะป๊าคุยโทสับกันด้วยแหละอาเลี่ย”

“ฮื้อ จริงเหรอ คุยไรกันอะน้องป๋าย”

ป่ายเซียนก้มหน้าเข้ามาใกล้เพื่อนทำหน้าทะเล้น “จริงสิ เมื่อคืนนะ มะม๊าคิดว่าน้องป๋ายหลับแล้ว แต่จริงๆน้องป๋ายยังไม่หลับ น้องป่ายได้ยินมะม๊าพูดว่า คุณอี้ฟาน คุณอี้ฟาน...”

ช่านเลี่ยตาโต “ชื่อปะป๊า!”

“อื้อ! น้องป๋ายเลยรู้เลยว่ามะม๊ากับปะป๊าคุยกัน”

“แล้วปะป๊ากับมะม๊าคุยกันว่าไง”

ปากเล็กๆยู่เข้าหากัน “น้องป๋ายไม่รู้อะ น้องป๋ายง่วงเลยหลับก่อน”

โถ่น้องป่ายอะไม่ได้เรื่องเลย”ช่านเลี่ยบ่นอุบไม่พอ ยังยกมือขึ้นผลักหัวเล็กๆของเพื่อน

พอโดนรังแกเจ้าตัวเล็กก็สู้ทันที “ใครจะเหมือนอาเลี่ยหลับค่อกๆไม่รู้เรื่อง!”

พอเจ้าคู่กัดตัวแสบประจำห้องทำท่าจะกัดกันเสียงดังเกินควร คุณครูประจำชั้นสาวก็ต้องเอ่ยเสียงดุ“เด็กๆเงียบหน่อยนะจ๊ะ ป่ายเซียน ช่านเลี่ย มองคุณครูแทแทสิจ๊ะ”

“ฮ้าบบบบบ”

พอมองจนแน่ใจว่าเด็กสองคนขยับห่างจากกันแล้ว คุณครูสาวคิมแทยอนก็พูดต่อ “วันนี้เด็กๆมีจดหมายถึงผู้ปกครองด้วยนะจ๊ะ อย่าลืมให้ผู้ปกครองเซ็น แล้วเอาใบนี้มาให้คุณครูแทแทนะคะ”

 

มือเล็กๆของป๋ายเซียนยกขึ้นทันที “คุนคูแทแทฮับ น้องป๋ายไม่มีผู้ปกคองนะฮับ”

 

คุณครูแทยอนเบิกตากว้าง“อ้าว ทำไมล่ะจ๊ะ? ปะป๊าอี้ชิงไม่อยู่เหรอหืม?”ถามออกไปด้วยความประหลาดใจ เธอเป็นครูประจำชั้นที่ทราบดีถึงเรื่องของป๋ายเซียน แล้วการที่ได้รู้ว่าผู้ชายอบอุ่นอย่างจางอี้ชิงจะทิ้งลูกชายคนนี้เอาไว้มันเป็นไปไม่ได้เลย          

 

“อยู่ฮับ”ป่ายเซียนพยักหน้า “แต่คุนคูแทแทไม่ได้บอกให้มะม๊าเซ็นนี่ฮับ คุนคูให้ผู้ปกคองเซ็น”

 

เหตุผลของป่ายเซียนทำเอาครูสาวระบายยิ้มกว้าง

         

“ปะป๊ามะม๊า ก็ผู้ใหญ่ในครอบครัวนั่นแหละจ้ะ คือผู้ปกครอง ปะป๊าน้องป๋ายก็คือผู้ปกครองนะคะ เข้าใจมั้ย?”

ป๋ายเซียนพยักหน้ารับหงึกๆ สมองน้อยๆบันทึกเอาไว้แล้วถึงความหมายของคำว่า ‘ผู้ปกคอง’

“หว่ายยย น้องป๋ายโง่จังเลยยยย”เด็กน้อยตัวสูงอีกคนที่นั่งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลเอ่ยล้อไม่พอ ยังแลบลิ้นปลิ้นตาทำหน้าล้อเลียน จนคนถูกล้อชักโมโห

 

จริงอยู่ที่ว่าคู่ปรับคนเดียวของเด็กน้อยป๋ายเซียนคือช่านเลี่ย แล้วตอนนี้ก็ดีกันแล้วเพราะเราคือครอบครัวเดียวกัน แต่กับซือชุน ‘สมุน’อาเลี่ยเนี่ยสิ

           

“ซือชุนไม่ต้องพูดมาก! ก็คุนคูแทแทเคยบอกว่าถ้าสงสัยให้ถามนี่นา น้องป๋ายก็ถามแล้ว...”

“หว่ายยยย หว่ายยยย น้องป๋ายโง้โง่”เด็กน้อยผิวขาวยังไม่ยอมหยุดพูด

ไวกว่าอะไรทั้งนั้น มือเล็กตบเพียะเข้าที่ปากคนตรงหน้า “ซือชุนปากเสีย ในทีวีต้องตบสั่งสอน!”

“น้องป๋ายอย่า!”ช่านเลี่ยที่ดูอยู่นานรีบห้ามเมื่อซือชุนเริ่มเบะทำท่าจะร้องไห้

คนถูกทำร้ายก่อนกระทืบเท้าตึงตัง “ซือชุนเจ็บ! ซือชุนจะฟ้องคุนคูมิยอง!” ได้ทีเด็กตัวแสบก็เอ่ยชื่อคุณครูคนโปรดของตัวเองขู่

            “ฟ้องเลย ฟ้องเลยๆๆๆ แล้วน้องป๋ายก็จะฟ้องคุนคูแทแทว่าซือชุนมาว่าน้องป๋ายก่อน!”ยอมกันที่ไหน ป๋ายเซียนก็มีคุณครูคนโปรดเหมือนกันนะเออ!

“แต่น้องป๋ายไปตีซือชุน น้องป๋ายต้องขอโทษซือชุนก่อน”เพราะช่านเลี่ยสูงที่สุด ตัวใหญ่ที่สุดในห้อง เด็กๆทุกคนก็เลยพลอยฟังอาเลี่ยไปด้วย ทีแรกเด็กตัวเล็กทำท่าจะไม่ยอม แต่พอหันไปมองรอยแดงบนหน้าขาวๆของซือชุนเข้าป๋ายเซียนก็ใจอ่อน

“งืมๆ น้องป่ายขอโทษก็ได้”

พอได้ฟังคำพูดที่พอใจ ช่านเลี่ยก็กอดอก หันไปมองคู่กรณีอีกฝั่ง

“ซือชุนด้วย ซือชุนก็ต้องขอโทษน้องป๋ายด้วย อาเลี่ยเห็นนะว่าซือชุนว่าน้องป๋าย”

...ถึงจะเป็นสมุนเก่า แต่ซือชุนมีความอินดี้กว่าป๋ายเซียนมากจนไม่ยอมลงให้ช่านเลี่ยง่ายๆ

ใบหน้าที่ดูคมตั้งแต่ยังเด็กเบ้เข้าหากัน

“อาเลี่ยเข้าข้างน้องป๋ายแบบนี้ อาเลี่ยกับน้องป๋ายเป็นแฟนกันแน่ๆเลย!”

 

ซือชุนพูดเสียงดังมาก มากจนเด็กๆทั้งห้องหันมามองด้วยความสนใจ ไม่เว้นกระทั่งพวกเด็กผู้หญิงกลุ่มตุ๊กตาที่ที่นั่งอยุ่มุมหนึ่งของห้อง

 

“ป่าวนะ!”ป่ายเซียนรีบแก้ตัวทันทีพอรู้สึกตัวว่าตกเป็นเป้าสายตาของเพื่อนทั้งห้อง “น้องป่ายไม่เป็นแฟนกับอาเลี่ยหรอก อาเลี่ยไม่เห็นจะหล่อเลย! ใช่มั้ยน้องชิ่งจู!”

เหมือนจะรู้สึกว่าตัวเองแพ้กลายๆจนต้องหันไปหาเพื่อนสนิทที่ยืนกอดตุ๊กตาหมีเน่าอยู่ใกล้ๆ เด็กตัวเล็กตาโตเกินวัยพอถูกเรียกก็พร้อมมีส่วนร่วมทันที

“ใช่ๆๆ น้องป๋ายไม่ได้เป็นแฟนอาเลี่ย เพราะน้องป๋ายเป็นแฟนของชิ่งจู”พูดแล้วแขนเล็กๆก็โถมเข้ากอดตัวกลมของเจ้าของเพื่อนแนบแน่น “เนอะ!”

ช่านเลี่ยเห็นป๋ายเซียนโดนกอดต่อหน้าต่อตาก็อดร้องประท้วงออกไปไม่ได้ “ไม่ใช่สักหน่อย ป๋ายเซียนไม่ได้เป็นแฟนชิ่งจู!”

“เห็นมั้ยซือชุนบอกแล้วว่าอาเลี่ยเป็นแฟนน้องป๋าย! ไม่งั้นอาเลี่ยไม่หึงหูแดงหรอก”ซือชุนชี้ไปยังอวัยวะของเด็กน้อยที่เด่นกว่าใครเพื่อน

“อะไร! อาเลี่ยไม่ได้หูแดง!”เถียงทั้งๆที่มือกุมหูน้อยๆตัวเองแน่น

 

“หึงแปลว่าไรเหรอ”ป๋ายเซียนถามกลางปล้องเมื่อได้ยินศัพท์ใหม่ แต่ไม่มีใครสนใจ

 

“อ้าว จริงเหรอ งั้นเราสามคนเป็นแฟนกันก็ได้ ดีมั้ย”ชิ่งจูที่ตัวเล็กที่สุดเสนอ  “อาเลี่ยก็เป็นแฟนของน้องป๋าย ส่วนน้องป๋ายก็เป็นแฟนของชิ่งจู แบบนี้ไงเล่นกันสามคนสนุกออก”

 

ช่านเลี่ยสวนขวับทั้งที่ยังปิดหูแดงๆของตัว“ไม่เอา!”

 

ซือชุนจับผิดทันที“อาเลี่ยหึงน้องป๋าย!”

 

“อาเลี่ยป่าว!”

 

“งั้นชิ่งจูก็มีแฟนสองคนเลยเย้!”ชิ่งจูชูไม้ชูมือจนตุ๊กตาหมีเน่าหัวสั่นหัวคลอน

“ถ้าอาเลี่ยไม่ได้หึงน้องป๋าย แล้วทำไมอาเลี่ยต้องหูแดงตอนชิ่งจูบอกว่าเป็นแฟนน้องป๋ายล่ะ”

“ก็.. ก็...”

“เห็นมั้ยๆๆๆอาเลี่ยหึง! อาเลี่ยกับน้องป๋ายเป็นแฟนกันจริงๆด้วย!”ซือชุนเสียงดังขึ้นเรื่อยๆจนเด็กอนุบาลห้องสองคนอื่นที่เดิมแค่หันมองห่างๆ มายืนมุงดูเหตุการณ์ใกล้ๆอย่างสนอกสนใจ

คุณครูสาวหันมองสถานการณ์ของห้องแล้วก็ได้แต่ยิ้มขำพลางส่ายหน้าพลาง เด็กๆก็แบบนี้ล่ะ ให้เถียงกันเรื่องนี้ยังดีกว่าทะเลาะกัน

 

“อาเลี่ยไม่ได้เป็น ซือชุนมั่ว!”ช่านเลี่ยแก้ตัว หันซ้ายหันขวาหาแพะโยนแล้วก็ชี้ไปที่สมุนตัวเอง “ซือชุนนั่นแหละที่ชอบน้องป่ายก็เลยหึง!”

“ซือชุนไม่มีทางชอบน้องป๋ายหรอก ซือชุนชอบน้องซงอีผมเปียห้องสาม”ประกาศกร้าวว่าตัวเองชอบผู้หญิงซะจนดูแมนแล้วก็เท้าสะเอวตาม

ช่านเลี่ยแก้“ซงอีที่ไหนน้องผมเปียชื่อซอนมีต่างหาก!”

“ทั้งสองคนไม่ต้องเถียงกัน!”มือเล็กที่ยังไม่ยอมปล่อยตุ๊กตาของชิ่งจูผลักเพื่อนตัวสูงกว่าทั้งสองคนออกห่างจากกัน เพราะชิ่งจูตัวเล็กนิดเดียวเด็กๆถึงแค่เซเล็กน้อย  “น้องป๋ายเป็นแฟนชื่งจู!”

“ไม่ใช่แล้ว ชิ่งจูมั่ว!”

“นั่นไงเห็นมั้ยอาเลี่ยหึงน้องป๋ายจริงๆด้วย!”

ท่ามกลางสงครามสามหนุ่ม(?)ตีกันวุ่นวาย เด็กน้อยที่ตกเป็นเป้าโดนแย่งได้แต่ยืนนิ่งตะโกนอยู่นอกวงเพราะไม่มีใครคิดจะสนใจ..

 

“หึงแปลว่าอะรายยยย!”

 

 

 

 

กว่าอี้ชิงจะหลับตาลงได้เมื่อคืนก็ทำเอาเขาต้องพลิกตัวกระสับกระส่ายตลอดคืนเหมือนเมื่อวาน แต่ครั้งนี้ไม่ใช่เพราะเจ็บขา แต่เป็นเพราะเรื่องที่เขาพูดกับอู๋อี้ฟานต่างหาก

ยิ่งคิดว่าตัวเองพูดอะไรออกไปบ้างก็ได้แต่รู้สึกหน้ามันร้อนๆยังไงชอบกล ทั้งๆที่มันไม่มีอะไรมากไปกว่าการทำให้ลูกๆมีความสุขแท้ๆ เรื่องความรู้สึกส่วนตัวที่อาจจะเข้ามา หรือไม่เข้ามาเกี่ยวข้องนั่นน่ะปล่อยให้มันเป็นเรื่องของอนาคตไป

เพื่อลูก... อี้ชิง ท่องเอาไว้นะ เพื่อลูก!


ทั้งๆที่รู้สึกว่าร่างกายได้รับการพักผ่อนไม่เพียงพอ แต่อี้ชิงก็ไม่สามารถข่มตาหลับลงได้เลยทั้งๆที่วันนี้ทั้งวันมีเวลางีบ จงเหรินชงชาให้ก็แล้ว อะไรก็แล้วเขาก็ยังหลับไม่ลง ก็ได้แต่กระสับกระส่ายทำอาหารไปทั้งๆที่หน้าตาอิดโรยจนลูกๆกลับบ้านนั่นล่ะ

           

อี้ชิงกับอี้ฟาน... ตกลงกันแล้วว่าจะให้คุณลุงคนขับรถคอยไปรับไปส่งป๋ายเซียนกับช่านเลี่ยแบบนี้ที่ร้านจนกว่าเชฟหนุ่มจะหายดี

นับว่าเป็นข้อตกลงเล็กๆแรกๆ ของคนเป็นแฟนกัน...

ไม่สิ พวกเขายังไมได้เป็นแฟนกัน ตาหมอนั่นยังไม่ได้ตกลงด้วยสักหน่อย 

 

ก็แค่... อี้ชิงเป็นฝ่ายขอจีบ แล้วอู๋อี้ฟานก็อนุญาตให้จีบ...

 

ช่างเถอะ เรื่องเมื่อคืนก็ปล่อยให้เวลามันพาไปก็แล้วกัน ตอนนี้สิ่งที่สำคัญกว่าเป็นเท่าตัวอยุ่ตรงหน้าเขา....

 

“ลูกๆงอนอะไรกันครับหืม?”

ท่าทางของลูกชายตัวน้อยสองคนทำเอาร่างบางแปลกใจไม่น้อย ตั้งแต่มาถึงร้านเด็กสองคนก็ยังไม่พูดกันเลย ทั้งๆที่นั่งอยู่ข้างๆกันนั่นหละ

กับป๋ายเซียน อี้ชิงรู้ว่าลูกชายตัวแสบเขาคนนี้บทจะดื้อก็ดื้อไม่ยอมใคร แต่กับช่านเลี่ยนี่เป็นครั้งแรกที่เห็นเด็กน้อยไม่ยอมพูดอะไร

อี้ชิงอดไม่ได้จะนึกถึงคำพูดของคุณหมอเฉินเมื่อวาน... ว่าช่านเลี่ยน่ะเป็นเด็กดื้อเงียบ ขนาดหมอพยาบาลทั้งแผนกยังการันตี

 

แต่ใครจะว่ายังไงก็ช่าง เพราะตอนนี้พู่ช่านเลี่ย คือลูกชายของเขา ถึงจะยังไม่เป็นทางการก็เถอะน่า...


อี้ชิงเดินกะเผลกๆ ทิ้งตัวลงนั่งบนที่ว่างของโซฟาที่เด็กน้อยสองคนเว้นที่ว่างเอาไว้ “ไหนบอกมะม๊าซิ ทะเลาะกันเรื่องอะไร”

ช่านเลี่ยยอมเปิดปากก่อนทั้งที่หน้าเบ้ “มะม๊าถามน้องป๋ายสิฮับ”

ป๋ายเซียนไม่ยอมแพ้ ตลอดทางกลับบ้านเขาพยายามชวนคุย ชวนเล่นแล้วแท้ๆช่านเลี่ยก็เอาแต่กอดอกนิ่งเงียบไม่ตอบสนอง ปากน้อยๆเบะ “มะม๊าต้องถามอาเลี่ยฮับ”

“อ้าวๆ แล้วตกลงมะม๊าจะถามใครดีครับเนี่ย”ถามออกไปพลางกลั้วหัวเราะ เด็กสองคนนี่ยังไงนะ งอนกันยังกับเป็นแฟน

พอเด็กสองคนเงียบเสียงอีก อี้ชิงก็เลิกคาดคั้นด้วยคำพูด แต่เปลี่ยนเป็นหันมองลูกชายทั้งสองของตัวเอง ช่านเลี่ยที ป่ายเซียนที จนเด็กน้อยสองคนเผลอหันมองตาม แล้วดวงตาสองคู่ก็หันมองสบกันจนได้

“เชอะ!”

ช่านเลี่ยสะบัดหน้าพรืดหนี

“อาเลี่ยเป็นบ้า!”ป๋ายเซียนโวยวาย ตัวเล็กๆทำท่าจะเอื้อมไปตีหัวเพื่อนแล้วแต่ผู้ใหญ่คนเดียวคว้าไว้ได้ทัน

“ป่ายเซียน! มะม๊าบอกแล้วใช่มั้ยครับว่าอย่าใช้กำลัง!”ดุพร้อมกับจับเจ้าตัวเล็กมานั่งตัก

“ก็อาเลี่ยเป็นอะไรไม่รู้ฮับมะม๊า น้องป๋ายเล่นด้วยก็ไม่เล่นด้วย ฮือๆๆๆ”โวยวายอยู่ดีๆเจ้าลูกชายตัวแสบก็ร้องไห้ออกมาซะงั้น อี้ชิงงงก็งง ขำก็ขำกับท่าทีเปลี่ยนไปกะทันหันของลูกชาย แต่ก็ยอมกอดเจ้าตัวป้อมไว้ในอ้อมแขนโยกไปโยกมาปลอบ

ช่านเลี่ยหันขวับกลับมาทันทีที่ได้ยินเสียงโยเย ในหัวใจดวงเล็กเริ่มรู้สึกผิดขึ้นมานิดหน่อยพลางมองเพื่อนตัวเล็กร้องไห้จนแก้มแดงไปหมด พอเห็นดวงตาที่มองเพื่อนตาละห้อยอี้ชิงก็ดึงลูกชายอีกคนมานั่งตัก

“ไหนอาเลี่ย บอกมะม๊าซิครับทะเลาะอะไรกัน”

“คะ... คือว่า...”ช่านเลี่ยอึกอัก ใองสบตาอี้ชิงทีแล้วก็หลบสายตาที แล้วก็หันมาสบตาเขาใหม่ ท่าทางที่อี้ชิงต้องระบายยิ้มออกมา กับเด็กๆคนอื่นๆ ป๋ายเซียนเองก็ด้วย เวลาทำอะไรผิดแล้วเขาต้องกรเหตุผล เด็กๆจะไม่ยอมสบตา แต่กับช่านเลี่ยไม่ใช่เลย เจ้าตัวน้อยถึงจะกล้าๆกลัวๆแต่ก็ยอมสบตาเขาเป็นพักๆ

 

            ท่าทางอู๋อี้ฟานจะเป็นปะป๊าที่ดุเหมือนกันนะ

 

“ตอนอยู่ที่โรงเรียน น้องป๋ายตีซือชุนฮับ อาเลี่ยบอกให้น้องป๋ายขอโทษ แล้วน้องป๋ายก็ขอโทษซือชุน แล้วๆ... แล้วซือชุนก็บอกว่าอาเลี่ยกับน้องป๋ายเป็นแฟนกัน แล้วป๋ายเซียนก็บอกว่าเปล่า แล้วน้องชิ่งจูก็....”

มะม๊าคนสวยกระพริบตาปริบๆ ฟังสำเนียงแบบเด็กๆแล้วก็แอบวาดแผนภูมิโยงไปโยงมาในใจ พอช่านเลี่ยเล่าจบ อี้ชิงก็เป็นอันต้องหัวเราะ

โธ่เอ๊ย... เด็กสองคนนี้นี่!

ตัวแค่นี้เองหึงหวงกันแล้วเหรอ!

“มะม๊าหัวเราะไรฮับ”ช่านเลี่ยที่นึกว่าตัวเองจะโดนจุได้แต่เกาะขามะม๊าเงยหน้ามองอย่างไม่เข้าใจ ป๋ายเซียนเองก็เช่นกัน แต่เช็ดน้ำหูน้ำตากับอกเสื้อมะม๊าเขาไปด้วย

“ไหน ทั้งสองคนเลย เจ้าตัวแสบ”อี้ชิงกอดช่านเลี่ยแน่นด้วยแขนข้างเดียว ถึงมันจะหนักอยู่สักหน่อยแต่ก็อบอุ่นดีในความรู้สึก “ช่านเลี่ย ช่านเลี่ยรักป๋ายเซียนมั้ยครับลูก?”

ดวงตากลมโตกระพริบถี่เมื่อเจอคำถามไม่ทันตั้งตัว เด็กน้อยหันมองหน้ามะม๊าที่ระบายยิ้มอ่อนโยนมาให้ ตามด้วยหันมามองเพื่อนตัวน้อยที่หูตาแดงก่ำที่มองมาทางเขาเช่นกัน

 

ฉ่า..............

 

เด็กตัวสูงไม่ตอบแต่กลับก้มหน้างุดจนคางชิดอก แต่ใบหูนิ่มๆกลับแดงซ่านจนอี้ชิงต้องกลั้นยิ้ม ก่อนจะหันไปหาลูกชายอีกคนพลางเช็ดคราบน้ำตาที่อาบบนแก้มยุ้ย

“แล้วป๋ายเซียนล่ะครับ รักอาเลี่ยมั้ย?”

คราวนี้ถึงตาป๋ายเซียนก้มหน้าคางชิดอกบ้าง อี้ชิงนึกอยากหัวเราะออกมาดังๆกับปั๊ปปี้เลิฟของเจ้าตัวน้อยทั้งสองบนตัก 

อย่าหาว่าเขาชงเลยนะ แต่ท่าทางมันน่ารักจนอี้ชิงอยากแกล้งจริงๆ ฟังจากเรื่องแล้วสรุปก็คือช่านเลี่ยก็แค่ไม่อยากให้น้องชิ่งจูแย่งป๋ายเซียนไป แต่ก็เขินไม่อยากให้ซือชุนรู้ความในใจเท่านั้นเอง

 

“งั้นเอาอย่างนี้ มะม๊าจะให้พูดพร้อมกัน มะม๊าจะนับ หนึ่งถึงสาม แล้วก็พูดออกมาพร้อมกันนะครับว่ารักกันมั้ย ตกลงนะ”

ป๋ายเซียนกับช่านเลี่ยเงยหน้าขึ้นมองกันโดยไม่ได้นัดหมาย

อี้ชิงอมยิ้มแก้มตุ่ย “หนึ่ง... สอง... สาม...”

           

“รักฮับ”

 

            พูดออกมาเสียงเบาจนมีแค่พวกเขาสามคนเท่านั้นล่ะที่ได้ยิน

            “เอาล่ะ รู้อย่างนี้แล้ว ลูกชายมะม๊าทั้งสองคนก็ดีกันนะครับ โอเคมั้ย”

            นิ้วก้อยเล็กๆของช่านเลี่ยยื่นเข้ามาก่อน ตามด้วยของป๋ายเซียนที่เข้ามาเกี่ยวกัน อี้ชิงจูบและยีกลุ่มผมนุ่มๆของลูกชายทั้งสองคนอย่างเอ็นดู          

 

“เค้กช็อคโกแลตมาแล้วครับผม! นี่เนื้อเค้กนุ่มมากเลยนะฝีมือพี่จงเหรินเลย เด็กๆจะชอบรึเปล่าน้า...”ร่างโปร่งของจงเหรินเดินมาพร้อมเสิร์ฟเค้กช็อคโกแลตหน้าพุดดิ้งชนิดที่อี้ชิงแอบชมในใจว่าช่างได้จังหวะพอดี จงเหรินวางจานเล็กๆลงตรงหน้าเด็กน้อยทั้งสอง ที่พอดีกันแล้วเรื่องขนมก็มาเป็นอันดับหนึ่งทันที

ร่างเล็กของทั้งคู่แทบกระโจนเข้าหาจานขนมตรงหน้า ช่านเลี่ยตาเบิกกว้างอย่างตื่นตาตื่นใจ “หูวววว พี่จงเหรินทำเองเหรอฮับ”

เด็กหนุ่มผิวเข้มพอถูกถามก็กอดอกยืดอย่างภูมิใจ “ใช่แล้วครับผม หน้าพุดดิ้งสูตรลับเฉพาะของพี่จงเหรินคนเดียว”

“ถ้าเรื่องช็อคโกแลตนะ ต้องพี่จงเหรินเลย”ป๋ายเซียนได้ทีรีบอวดพี่ชายผู้ช่วยเชฟ “พี่จงเหรินทำช็อคโกแลตอร่อย เพราะพี่จงเหรินคือมนุษย์ช็อคโกแลต!”

พอโดนแซวเรื่องสีผิวอีกจงเหรินก็เบ้ปาก “เดี๋ยวเถอะครับป่ายเซียน เดี๋ยวพี่ไม่ให้อีกชิ้นนะ”

ป๋ายเซียนน่ะเป็นเด็กช่างพูดช่างคุย พออี้ชิงเผลอทีไรก็ชอบเข้าไปวิ่งวุ่นป่วนในครัวอยู่เรื่อย แล้วพวกเชฟคนอื่นๆก็ชอบล้อจงเหรินที่ชายหนุ่มผิวเข้ม เจ้าตัวแสบเลยจำคนอื่นมาล้อด้วย

“ไม่เห็นเป็นไรเลย น้องป่ายไม่รู้อะไร พี่จงเหรินเท่ออก”หลังจากได้ชิมขนมเค้กไปคำโตๆ ช่านเลี่ยก็หันมายิ้มยิงฟันทั้งที่เค้กช็อคโกแลตยังตุ่ยในแก้ม “พี่จงเหรินเท่จังเลยฮับ ต่อจากนี้พี่จงเหรินจะเป็นไอดอลของอาเลี่ย”

“หืม? จริงเหรอครับเนี่ย อย่าหลอกให้พี่ดีใจเล่นนา...”ดวงตาเป็นประกายของช่านเลี่ยที่มองมาทำเอาจงเหรินที่ย่อตัวลงมาคุยใกล้ๆชักเขิน ก็ทุกทีเจอแต่เด็กกวนๆแบบป๋ายเซียน ไม่เคยมีเด็กขอเป็นแฟนคลับซึ่งๆหน้าแบบนี้มาก่อนเด็กหนุ่มก็เป็นปลื้มน่ะสิ

“จริงสิฮับ พี่จงเหรินต้องทำขนมช็อคโกแลตให้อาเลี่ยกินบ่อยๆนะ... อ๋าาาาน้องป๋ายนั่นมันของอาเลี่ยนะ!!”

อี้ชิงมองลูกชายสองคนแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้ายิ้มๆ ลูกชายตัวแสบของเขาพอกินส่วนของตัวเองหมดก็หันไปเอาช้อนตักของเพื่อนเข้าปากหน้าตาเฉย...

 

 

 

“ท่าทางอร่อยเชียว... พอจะมีเค้กให้อาบ้างมั้ยครับเนี่ย?”

 

เสียงคุ้นเคยที่ดังขึ้นทำเอาทุกสายตาหันขวับมอง ชายหนุ่มหน้าสวยราวกับเด็กผู้หญิงยืนอยู่ตรงนั้นพร้อมกับยิ้มกว้าง

 

ป๋ายเซียนทิ้งช้อนแทบจะในทันที “คูนอาาา!!”

เสี่ยวลู่หานย่อตัวลงพร้อมกับอ้าแขนรับร่างกลมป้อมของเด็กตัวน้อยเข้าเต็มรัก ก่อนจะหอมแก้มยุ้ยๆฟอดใหญ่อย่างคุ้นเคย

มือเรียวฟัดพุงกลมๆของเจ้าตัวเล็กอย่างหมั่นเขี้ยว“อื้อหือ... ไม่เจอกันแค่แปปเดียวเอง น้องป๋ายของอาอ้วนขึ้นรึเปล่าครับเนี่ยหืม?”

ป๋ายเซียนยู่หน้า “น้องป่ายไม่ได้อ้วนสักหน่อย ทำไมใครๆก็บอกว่าน้องป๋ายอ้วน น้องป๋ายไม่อ้วน น้องป๋ายน่ารักเหมือนมะม๊า”

“จริงครับ อาเห็นด้วย”

บอกกับเด็กชายในอ้อมแขน แต่สายตากลับส่งมาให้อี้ชิงที่นั่งอยู่บนโซฟา สายตาหวานๆที่ทำเอาทำตัวไม่ถูกทุกที...

 

ใช่ว่าเขาจะไม่รู้ว่าคนตรงหน้านี้คิดยังไงนี่

อี้ชิงเอ่ยทักทายพร้อมส่งยิ้มเป็นมิตร “ไม่เจอกันตั้งนานเลยนะครับคุณลู่หาน”

 

รอยยิ้มสวยราวนางฟ้าถูกส่งมาอีกครั้ง “เลิกเรียกผมว่าคุณซักทีได้มั้ยครับอี้ชิง มันฟังดูห่างเหินจังเลย เรารู้จักกันมาเกือบปีแล้วนะ”

เสียงนุ่มว่าพร้อมกับสายตาที่มองมาทำเอาจงเหรินถึงกับยกมือขึ้นมาขยับคอเสื้อแล้วแกล้งเบือนหน้าหนีไปทางอื่นยิ้มๆ เขาทักทายลู่หานเล็กน้อยตามประสา ‘ลูกค้าประจำ’ แต่ก็ไม่คิดจะพูดอะไรมากกว่านั้น  รู้สึกเหมือนกำลังดูซีรีย์เกาหลีเลยวุ้ย

 

ลู่หานเป็นเจ้านายของซิ่วหมิน เพื่อนสนิทของอี้ชิง เขาเจอกับผู้ชายที่หน้าสวยราวเด็กสาวคนนี้ครั้งแรกก็เมื่อตอนที่บริษัทมาเหมาร้านจัดปาร์ตี้เล็กๆ อี้ชิงจำไม่ได้ว่าเขากับลู่หานคุยกันยังไง แต่ที่แน่ๆคือผู้ชายคนนี้มองเขาด้วยสายตาหวานเชื่อมแบบนั้นตั้งแต่วันแรกที่เจอกัน... จนถึงตอนนี้ ซีอีโอหนุ่มก็กลายเป็นลูกค้าประจำ แวะเวียนมาหามาอุดหนุนอยู่เรื่อยๆ ถ้าตัวไม่มาก็จะมีดอกไม้หรือของฝากมาส่งราวกับจะบอกให้รู้ว่าไม่ได้หายไปไหน


จะมีก็แต่ช่วงนี้ที่ชายหนุ่มหายๆไป ซิ่วหมินบอกว่าเดินทางไปดูสาขาที่ต่างประเทศ สงสัยจะกลับมาแล้วล่ะมั้ง?

ลู่หานเป็นผู้ชายอุบอุ่น แล้วก็น่ารักมากๆ แต่ก็หน้าสวยซะจนบางทีอี้ชิงก็บอกตัวเองขำๆว่าเหมือนโดนเด็กสาวตามจีบ

 

ถึงลู่หานจะไม่พูดมันออกมาตรงๆ แต่การกระทำทุกอย่างมันก็บอกชัดเจนแบบที่ใครๆก็ดูออกทั้งนั้น

 

แต่ว่า... อี้ชิงก็ไม่เคยคิดอะไรกับลู่หานเกินกว่าคำว่าเพื่อนเลยจริงๆ

 

“ใครน่ะน้องป๋าย”ช่านเลี่ยสะกิดถามเพื่อนตัวเองพลางเดินเข้ามาใกล้ชายหนุ่ม

“อ๋อ นี่คุณอาหาน คุณอาหานเป็นเพื่อนของมะม๊ากับพี่หมิน ใช่มั้ยฮับ? แล้วก็นี่ช่านเลี่ยเพื่อนของน้องป๋าย”อธิบายแล้วก็เงยหน้ามองชายหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตราคาแพงกับเนคไทสีเข้ม

“ใช่ครับ สวัสดีเด็กน้อย อาเป็นเพื่อนของปะป๊าอี้ชิงนะ”แนะนำตัวเองกับเด็กน้อยคนใหม่หน้าตาไม่คุ้นเคยพร้อมกับส่งยิ้มให้เพราะคิดว่าจะได้รอยยิ้มจากช่านเลี่ยตอบกลับมาเช่นกัน แต่เปล่าเลย เด็กน้อยกลับพูดสวนขึ้นมาแทน

“ไม่ใช่ปะป๊าฮับ มะม๊าตะหาก”

ท่าทางแข็งๆของช่านเลี่ยไม่ใช่สิ่งที่ลู่หานสนใจมากเท่ากับคำพูด “หืม ทำไมปะป๊าถึงกลายเป็นมะม๊าไปได้ล่ะครับ?”

 

“เพราะมะม๊าสวยไงฮับ คุณอาว่ามะม๊าน้องป๋ายสวยมั้ย?”ป๋ายเซียนพูดแทรกขึ้นมาอีกครั้ง

 

คำถามของเด็กที่เขานึกอยากได้เป็นลูกทำเอาใบหน้าหวานต้องเงยหน้าขึ้นมองคนที่ถูกพูดถึงพร้อมกับยิ้มกว้าง...

สายตาหวานๆที่จงใจส่งมาทำเอาอี้ชิงต้องยิ้มตอบกลับไป ก่อนจะทำทีเป็นเบือนหน้าหันไปหาจงเหรินที่เดินเจี๋ยมเจี้ยมมายืนข้างๆเพราะคิดว่าตัวเองเป็นส่วนเกิน

 

“สวยสิครับ สวยมากๆเลย อาไม่เคยเจอใครสวยแบบนี้เลย”


“อูยยยยยยยยยย”จงเหรินที่ขาดยืนอยู่ข้างพี่ชายที่มีศักดิ์เป็นเจ้านายยังถึงกับต้องมีรีแอคชั่น ดูคำพูด ดูสายตานั่นสิ ให้ตายเถอะ พี่อี้ชิงนี่ก็ใจแข็งเหลือร้าย ถ้าเขาเขาเป็นเด็กสาวๆมีคนเท่แถมเพอร์เฟ็กต์ขนาดนี้มาหยอดอะไรแบบนี้มีได้ใจอ่อนไปตั้งแต่อาทิตย์แรกแล้ว

 

“เอ่อ... คุณลู่หานเชิญทางนี้ดีกว่าครับ เด็กๆทานขนมเสร็จแล้วก็ไปทำการบ้านนะ”สั่งลูกๆโดยเฉพาะป๋ายเซียนที่พันแข้งพันขาคุณอาหนุ่มแจ ไม่ใช่อะไรหรอก ที่ป๋ายเซียนติดลู่หานขนาดนี้ก็เพราะว่าชายหนุ่มมักมีของเล่นน่ารักๆมาฝากเด็กน้อยเสมอ “แล้วนี่.. มาคนเดียวเหรอครับ?”

ลู่หานยังไม่ละสายตาจากป๋ายเซียนที่พยายามอ้อนจะเล่นด้วย“ครับ พอดีวันนี้มีญาติมาจากปักกิ่ง แล้วแม่ครัวก็ดันป่วยอีก ที่บ้านผมไม่นิยมทานข้าวนอกบ้าน เลยว่าจะมาพึ่งฝีมืออี้ชิงนี่ล่ะ”

“อ่า... คุณลู่หานพูดเกินไปแล้วล่ะครับ ฝีมือผมยังไม่ถึงขั้นนั้นสักหน่อย”

ยืนยันด้วยคำพูดไม่พอ ใบหน้าหวานยังพยักหน้าถี่ๆเป็นการยืนยันคำพูดของตัวเอง “ฝีมืออี้ชิงน่ะ สุดยอดเลยนะครับ ขนาดคุณแม่ผมที่ว่าช่างเลือกยังชอบฝีมืออี้ชิงถึงขั้นถามหาคนทำเลยนะ”

“ขอบคุณนะครับคุณลู่หาน คุณทำผมเขินใหญ่แล้วนะเนี่ย”

 

ซีอีโอหนุ่มยังคงยิ้มกว้างพลางเดินเข้ามาใกล้ ทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟาตัวเดียวกันพร้อมกับเล่าต่อ “คุณแม่ท่านอยากเห็นหน้าคนทำอาหารมากเลยนะครับอี้ชิง ท่านว่าอยากจะทาบทามให้มาเป็นสะใภ้

 

อี้ชิงผงะเล็กน้อยกับมุขหยอดที่มาแบบไม่ทันได้ตังตัว ลู่หานเป็นแบบนี้เสมอ หยอดเขาเล็กๆน้อยๆทุกครั้งที่เจอกัน... แต่สิ่งที่ทำให้ร่างบางชอบในตัวชายหนุ่มคนนี้ก็คือ ลู่หานสุภาพ และรุกเขาด้วยจังหวะแบบนี้ตลอด ไม่มีการล่วงเกิน หรือทำอะไรที่จะทำให้เขาต้องอึดอัดใจเหมือนคนอื่นๆที่เข้ามาจีบ

           

จงเหรินทำท่าจะแสดงอาการเชียร์อะไรอีกจนอี้ชิงต้องอ้อมมือไปหยิกเนื้อเจ้าลูกน้องตัวแสบให้เงียบๆไว้ คนถูกหยิกจะส่งเสียงดังออกไปก็ไม่ได้เลยทำได้แต่แอบสูดปากตัวเองเงียบๆ

“เอ๊ะ นั่นขาไปโดนอะไรมาน่ะครับ?”ทันทีที่เข้ามาใกล้จนเห็นผ้าพันแผลที่ข้อเท้าเขาก็เปิดปากถามทันที ไม่พอร่างโปร่งยังย่อตัวลงทำท่าจะดูให้ชัดๆ แต่อี้ชิงคว้าแขนของชายหนุ่มไว้ได้ทัน

“ไม่เป็นไรครับคุณลู่หาน คือเรื่องมันค่อนข้างยาว เอาไว้วันไหนถ้ามีเวลาผมจะเล่าให้ฟังนะ”บอกพร้อมกับยืนยันด้วยการดึงแกมบังคับชายหนุ่มให้ขึ้นมานั่งที่โซฟาดีๆ แต่ก็ต้องรีบชักมือตัวเองออกเมื่อสายตาหวานๆถูกส่งมาให้อีก

 

ให้ตายสิ... ไม่เจอกันตั้งนานทำไมคุณลู่หานทำให้ขนลุกแบบนี้นะ

 

จงเหรินอาศัยจังหวะที่ลู่หานเผลอ ก้มหน้าลงมากระซิบกับเจ้านายตัว “วันนี้คุณลู่หานท่าจะรุกหนักจะเนี่ยพี่อี้ชิง”

อี้ชิงกระซิบกลับทั้งที่ยังแอบลูบแขนตัวเอง “นั่นสิ... เกิดอะไรขึ้นรึเปล่าเนี่ย”

เด็กหนุ่มหัวเราะเบาๆในลำคอ “สงสัยคงหยอดทดสามอาทิตย์ที่หายไปมั้งพี่”

 

“สะใภ้แปลว่าไรฮับอาหาน”ป๋ายเซียนเดินไปหยิบสมุดการบ้านแปปเดียว แต่พอได้ยินศัพท์ใหม่ก็หันมาสนใจอีก ร่างเล็กเดินเตาะแตะมาเกาะกางเกงแสล็กของชายหนุ่ม ผิดกับช่านเลี่ยที่เริ่มเปิดสมุดของตัวเอง แต่ตายังคงมองเพื่อนตัวเล็กนิ่งๆ...

“สะใภ้เป็นคำที่ผู้ใหญ่ใช้เรียกคนที่เด็กกว่าน่ะครับ”ลู่หานอธิบาย


มือลูบหัวป๋ายเซียนไปพลางหันมามองร่างบางอีกคนที่เขากล้าพูดเลยว่า ตกหลุมรักแต่แรกเห็น นานแล้วจริงๆที่ลู่หานไม่เจอใครที่ทำให้หัวใจเต้นแรงตั้งแต่แรกเจอ อี้ชิงคือคนแรก และคนเดียวที่ทำให้ซีอีโอหนุ่มอย่างเขาต้องปลีกตัวหาเวลาว่างจากงานแวะเวียนมาหาเสมอๆ

ลู่หานพยายามอย่างยิ่งที่จะเว้นระยะห่างเอาไว้ไม่ให้อี้ชิงอึดอัด เพราะพ่อหม้ายลูกติดคนนี้แม้จะรู้ว่าเขาคิดอะไร แต่ก็ไม่เปิดใจเสียที ขนาดใครต่อใครต่างก็ยืนยันเป็นเสียงเดียวแล้วว่า ลองเสี่ยวลู่หานจีบใคร ไม่พ้นหรอกสามวันก็ยอมลงให้แล้ว

แต่ทุกอย่างที่เขามี... มันใช้ไม่ได้เลยกับจางอี้ชิง และนี่แหละที่ทำให้ความรู้สึกของลู่หานก่อตัวชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ...

ต้องขอบคุณพระเจ้าที่ไม่ใจร้ายจนเกินไปนัก เพราะเขาได้รู้ว่าลูกน้องของเขา ซิ่วหมิน คือเพื่อนสนิทของจางอี้ชิง เขาถึงได้แอบถามเรื่องของอี้ชิงได้โดยที่ไม่ทำให้เจ้าตัวต้องรำคาญ...


“ยังไงฮับ”ป๋ายเซียนถามต่อ คิ้วเล็กๆยังคงขมวดเข้าหากันเพราะไม่เข้าใจ

“ก็อย่างเช่น...”ไม่อธิบายเปล่า ยังหันมามองอี้ชิงที่นั่งอยู่ข้างๆไปด้วย

“ถ้าอาแต่งงานกับปะป๊าน้องป่าย แม่ของอาก็จะเรียกปะป๊าน้องป๋ายว่าลูกสะใภ้ไงครับ”

 

“มะม๊าตะหาก”ช่านเลี่ยกอดอก พูดแทรกขึ้นมาทันที ใบหน้าเล็กๆมุ่ยยู่ยี่ ถึงจะเด็ก แต่ก็เด็กแต่ตัว ช่านเลี่ยไวกว่าป๋ายเซียนมาก รู้ทันทีว่าอะไรคือสิ่งที่ชายหนุ่มหน้าหวานตรงหน้าคิด “ปะป๊าอี้ชิงคือมะม๊าของพวกเรา ใช่มั้ยน้องป๋าย”

พอเพื่อนหันมาถามพร้อมกับทำตาดุแบบเด็กๆ ป๋ายเซียนก็ยิ่งพยักหน้ารับ “ใช่ฮับใช่”

นักธุรกิจหนุ่มยักไหล่เพราะยังไม่เข้าใจสถานการณ์ “งั้นแบบนี้... อาก็ต้องเป็นปะป๊าน่ะสิ”

ช่านเลี่ยเริ่มหน้ามู่ทู่ไม่พอใจขึ้นเรื่อยๆ สีหน้าที่อี้ชิงเห็นแล้วก็ชักจะรู้สึกว่ามีสัญญาณไม่ค่อยดีแต่ก็ไม่รู้จะทำยังไง 


“คือ... เด็กๆครับ...”พยายามจะเข้าไปแทรกบทสนทนาที่มีลางว่าชักจะไปกันใหญ่ แต่ก็ไม่สำเร็จ

 

            “ไม่ใช่!”


            ลู่หานตกใจเล็กน้อยกับท่าทีปึงปังของเด็กชายอีกคน “ทำไมล่ะครับช่านเลี่ย แล้วแบบนี้ใครล่ะที่เป็นปะป๊า”

ช่านเลี่ยกำหมัดแน่น มองคุณอาหน้าสวยที่ตอนแรกเขาเข้าใจนึกว่าเป็นคุณน้าผู้หญิงตอนแรกก็คิดอยู่ว่าสวยดีเหมือนคุนคูแทยอนกับคุนคูมิยอง แต่พอนั่งเล่นของเล่นได้แค่แปปเดียว แอบฟังที่คูนอาคนนี้พูดจากับมะม๊า ไหนจะพูดจาเหมือนจะมาแย่งมะม๊าไปจากปะป๊าอีก! 

ไม่ได้การ... มะม๊าเป็นของปะป๊านะ!!


ยังไม่ทันที่เด็กตัวเล็กจะได้เอ่ยอะไรที่ตรงกับใจ เสียงทุ้มเสียงหนึ่งก็เอ่ยขัดขึ้นมา เรียกสายตาคนทั้งหมดให้หันไปมองเสียก่อน

 

          “คิดถึงปะป๊ากันอยู่เหรอครับลูกๆ?”

 

         

           

 

cinna mon

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 51 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

915 ความคิดเห็น

  1. #911 KrisWu เฮียอู๋สุดหล่อ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 กันยายน 2563 / 06:36
    อี้ฟาานมาได้ถูกจังหวะพอดี
    #911
    0
  2. #897 Harvy (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 19:23

    เธอมาได้ทันเวลาพอดี อย่างกับรู้ใจ~~~

    55555555555

    #897
    0
  3. #839 m ma ri (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2560 / 14:17
    ฮัลโหลลลลลลลลลลลลลลล ทายสิ!! ใครมา
    #839
    0
  4. #822 ploylybbs (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 00:38
    อาหานหลบค่ะ ปะป๊าตัวจริงมาล้าวว
    #822
    0
  5. #731 คุณนายปาร์คนานา (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 กันยายน 2558 / 11:48
    ปะป๊าตัวจริงมาแล้วว
    พี่หานไปรักกับซือซุนเถอะ 
    แต่เดี๋ยวนะ....ซือซุนยังเด็กนี่ ==! 
    #731
    0
  6. #650 Ekaract Sun (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2558 / 17:24
    เก๊งงงงงง เสียงระฆังมาป่าวแต่อาหานวันนี้มาแกนะ
    #650
    0
  7. #624 skullployz (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2558 / 18:01
    มาแล้ววววง
    #624
    0
  8. #477 kevalign (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2557 / 00:16
    พี่ลู่ก็หยอดซะนะ ฮึ่ม -3-
    #477
    0
  9. #467 แสงรัตติกาล (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2557 / 01:45
    ไม่ทันแล้วฮับ ป๊าตัวจริงมาแล้ว
    #467
    0
  10. #397 BrowZNiiZ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2557 / 00:40
    ป๊ะป๋าตัวจริงมาแล้ววววว

    พี่ลู่แกหยอดเยอะไปหล่ะ

    กะจะรุกอี้หนักเลยสินะ
    #397
    0
  11. #395 L.Q (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2557 / 23:07
    พี่ลู่มาแย่งอี้ไปเลย 555555555 
    แอบซะใจนะ อี้แก้แค้นอิพี่คริสเลย
    #395
    0
  12. #391 kkkp (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2557 / 08:49
    อร้ายยยยยย อาฟานมาแล้น มาเก็บอาอี้ไปเลยห่วงงงง
    #391
    0
  13. #387 apo; (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2557 / 21:01
    ได้เวลามาก ตรงจังหวะสุดๆ55555
    อาหานนี่ก็หยอดหวานจังเลยยย
    #387
    0
  14. #385 Lady_J (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2557 / 00:00
    ฮ่าฮ่าฮ่า โอ้ย ขำลู่หาน ไม่เคยเจอใครที่สวยเท่านี้มาก่อน สงสัยที่บ้านไม่มีกระจก ก๊ากกกกกกกกกกก ขำอ่ะ นึกถึงโจ๊ก โซคูล ในเรื่องเอทีเอ็มเลย มุกหยอด ได้ชวนอ้วกมาก เข้าใจความรู้สึกจงอิน
    #385
    0
  15. #351 BangMin (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2557 / 10:42
    อร๊ายยยย มุขหยอดของพี่ลู่
    เสี่ยวชิบอายยยยยย
    ป่ะป๊าตัวจริงมาแล้ววว
    หลบค่าาาาาาาาา
    #351
    0
  16. #342 purina (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2557 / 22:47
    555 เฮียมาได้ทันเวลาเลยนะ 
    #342
    0
  17. #340 Whitepearl_2001 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2557 / 20:41
    กรีีดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด เดี๋ยวมีฉากเฮียหึงแน่เลยๆ >/////<
    #340
    0
  18. #339 vviez (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2557 / 14:26
    ปะป๊ามาได้จังหวะมากค่ะ 
    #339
    0
  19. #338 zao (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2557 / 09:34
    ซือซุนจอมป่วนมาจากไหน เค้ากำลังจะไปด้วยกันดีๆเอ็งดันเข้ามาอีก เอ็งมีความหลังอะไรกับอาอี้ :(
    #338
    0
  20. #335 หมวกอาบน้ำสีส้ม (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2557 / 23:16
    ลู่เงิบบบบบบบแน่เบยยย
    #335
    0
  21. #333 jaopeth (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2557 / 23:05
    เพ่ลู่รุกเร็วมากอะ ปะป๊ามีคู่แข่งล้าว 555555
    #333
    0
  22. #330 xoxoliw (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2557 / 20:32
    ค้างงงงงงงงง กรี๊ดดดดด ออลเลย์ฟินกระจายยย

    กินกับคริสโครตใช่ กินกับลู่ก็โอ T///T

    ลู่รุกหนักๆ เอาให้พี่คริสหึงมากๆจับกดเลย

    ลงเอยตามที่น้องป๋ายกับชานเลี่ยสมหวังเลย

    กรี๊ดดดดดดดดดด!!ทำไมฟินนนนนนน

    ไรท์สู้ๆนะคะ ช่วยมากำจัดความค้างด่วนๆเลย

    รักไรท์! ไฟว์ติ้งงง!! >
    #330
    0
  23. #327 dark chocolate (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2557 / 08:55
    ถึงจะเชียร์ให้พี่ลู่จีบชิงแต่พี่คริสคือดี 55555
    โผล่มาได้จังหวะ อ๊ากกก ชอบให้นางหึง 
    เป็นอะไรที่สะใจกระจุยกระจาย >w<
    ต้องขอบใจซือชุน ที่จุดประเด็นขึ้น 55555
    โคตรน่ารวักกกกกก พี่ลู่ จีบหนัก ๆ นะ
    เอาให้พี่คริสตายเลยย จริง ๆ ก็คริสเลย์แหละ -//-
    แต่รู้สึกสะใจทุกครั้งที่พี่คริสหึง ชอบบ
    #327
    0
  24. #326 afiend (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2557 / 02:35
    คู่ตัวเล็กคือเร็ว คือน่ารัก มีหึงกันด้วย 555 พวกแกรักกันก่อนจับคู่พ่อแม่สำเร็จอีกนะ แล้วอะไรคือพี่คริสมีคู่แข่ง จะเกิดสงครามในร้านป่ะเนี่ย ตัดฉับเกิน ค้างมาก TT
    #326
    0
  25. #325 WaterOne (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2557 / 23:51
    วรั้ยยย อีพวกเด็กแก้แเดดด รักกัรแล้วเรอะ 5555 นี่แหละ อนาคตของชาติ -.- คริสมาหรออแแ
    #325
    0