[Fic EXO: Krislay] Finding Mommy! สมาคมคุณพ่อป่วนรัก!

ตอนที่ 7 : ●▽● ⑥ : Another Feeling (rewrite)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,292
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 55 ครั้ง
    7 พ.ย. 58


Finding Mommy! สมาคมคุณพ่อป่วนรัก!


Chapter 6 – Another Feeling

Rate : PG

Author : MariaTest.

 

 

 

 

 

เมื่อมาถึงโรงพยาบาล อี้ชิงก็ถูกเชิญกึ่งบังคับให้นั่งบนรถเข็น บรรยากาศในโรงพยาบาลเป็นอะไรที่เขาไม่ชอบเอาเสียเลย กลิ่นน้ำยาปลอดเชื้อเต็มไปหมด ผิดกับที่ร้านของเขาจะเป็นกลิ่นหอมอาหาร ไม่ก็กลิ่นขนม บางทีเขาก็ไม่เข้าใจจริงๆว่าคนที่ทำงานที่นี่เขาอยู่กันโดยไม่ใส่หน้ากากกรองกลิ่นกันได้ยังไง

กำลังคิดอะไรเพลินๆเพราะรถเข็นถูกเข็นไปเรื่อยๆก็ต้องสะดุ้งโหยง เมื่อมีริมฝีปากมากระซิบอยู่ข้างหู

“ผมเรียกไม่ได้ยินเหรอไง?”

ร่างบางหันขวับไปยังคนที่เขาเข้าใจว่ากำลังเข็นรถ นึกว่าเป็นบุรุษพยาบาลมาตลอด แต่กลับเป็นคนที่ทำหน้าที่สารถีมาตลอดทางซะงั้น

“คุณมาเข็นรถให้ผมตอนไหนเนี่ย?”

“ก็ตั้งแต่คุณลงรถมาไง”อู๋อี้ฟานตอบพลางยืดตัวกลับไปเหมือนเดิม เมื่อกี้เขาเรียกอยู่ตั้งนานสองนาน สงสัยคงจะไม่ได้ยินไม่ก็ไม่ทันสังเกต

“อ้าว แล้วรถคุณล่ะ”

“ก็ให้คนอื่นเอาไปเก็บสิ”

อี้ชิงนึกงงว่าเดี๋ยวนี้ที่โรงพยาบาลมีบริการพิเศษสำหรับคุณหมอแบบนี้ด้วยเหรอ แต่ก็ไม่ได้ถามออกไป เพราะเดาว่าถ้าไม่ใช่นโยบายโรงพยาบาล ก็คงเป็นเพราะอำนาจเงินเล็กๆน้อยๆของอู๋อี้ฟานอีกตามเคย

“ยังเจ็บอยู่รึเปล่าครับ?”

ร่างบางลองขยับเท้าดูเล็กน้อย พอไปเจอท่าที่เจ็บเข้าก็แอบซี้ดปากเบาๆ “ยังเจ็บอยู่ครับ”

“อืม ดี ต้องให้ดูตอนที่ยังเป็นใหม่ๆนี่แหละหมอจะได้รักษาทันเวลา ส่วนใหญ่คนไข้ชอบมาตอนโรคมันลามไปถึงไหนต่อไหนแล้วแล้วก็มาบ่นว่าหมอทรมานอย่างนั้นอย่างนี้”

อี้ชิงเหลือบตาขึ้นมองคนตรงหน้า จากมุมนี้เขาเห็นแค่สันกรามอีกฝ่ายเท่านั้น แต่ไม่อยากจะยอมรับเลยว่าแค่นี้ก็ดูดีเหลือเกินแล้ว! “นี่ผมกำลังโดนหมอบ่นคนไข้รายอื่นให้ฟังอยู่ใช่มั้ยครับ?”

อี้ฟานยักไหล่ทั้งที่บนใบหน้ายังประดับรอยยิ้มบางๆ ตลอดทางคนถูกบริการอดไม่ได้ที่จะสังเกต... เขาก็ถึงว่าสิว่าทำไมตลอดทางที่เขานั่งรถเข็นเข้ามามีแต่คนมอง ไม่พอยังรู้สึกถึงสายตาที่มองตามหลังมาด้วย โดยเฉพาะสาวๆนี่ตัวดีเลยเอี้ยวกันคอแทบเคล็ด ถ้าเป็นนางพยาบาลก็จะเอ่ยทักทายเสียงหวานเชียว...

 

“สวัสดีค่ะคุณหมออู๋”

“สวัสดีครับ ตั้งใจทำงานนะ”

“คุณหมออู๋วันนี้มีเวรด้วยเหรอคะ”

“ไม่มีครับ ตั้งใจทำงานนะ”

 

และอีกสารพัดคำทักทายที่อี้ชิงชักจะเวียนหัว ทุกคนทักทายคนที่อยู่บนหัวเขานี่ราวกับเขาเป็นแค่ก้อนผ้านวมไม่มีชีวิตยังไงยังงั้น แต่แค่เห็นสายตา.. รอยยิ้ม และท่าทางของคนรอบข้างที่เดินผ่าน ที่ทักทาย อี้ชิงก็เข้าใจทันทีว่าอะไรที่ทำให้ผู้ชายคนที่ทำหน้าที่บริการเขาอยู่ตอนนี้ปิดกั้นตัวเอง แล้วมองคนรอบข้างที่เข้าหาแบบไม่จริงใจนัก

 

ตอนนี้อี้ชิงรู้ซึ้งเลย... ถ้าเซ้นส์เขามันจะไม่ผิดพลาดล่ะก็ คนที่ยิ้มแบบ ‘ไม่หวังอะไรตอบแทน’ ถ้าที่ผ่านมามี10คน อี้ชิงให้แค่2คน...

 

“ดูเหมือนใครๆก็อยากจะเป็นมะม๊าอาเลี่ยกันทั้งนั้นเลยนะเนี่ย...”

เขาชวนคุย เมื่ออี้ฟานหันไปตอบรับเบาๆกับพยาบาลสาวอีกแผนกหนึ่งที่เดินเข้ามาทักทาย

“คุณก็ด้วยนี่”

อี้ชิงยักไหล่ เผลอตอบออกไปไปโดยไม่ทันคิด

“ผมรักอาเลี่ย แต่พวกเขารักคุณ”

 

 

 

            อี้ฟานอดไม่ได้จะก้มลงมองกลุ่มผมของคนที่เขากำลังเข็นรถให้อยู่นี่ด้วยความรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย ไม่เคยมีใครพูดกับเขาแบบนี้มาก่อน บอกตรงๆเลยว่าจี้ใจเขาเข้าจังๆ จางอี้ชิงแตกต่างจากคนอื่นๆ ไม่เคยบอกรักเขา ไม่เคยมีการกระทำอะไรที่ก้าวก่าย นอกจากคำพูดโต้งๆที่ว่าจะจับเขาแล้ว นอกจากนั้น โดยเฉพาะการกระทำ พอมาคิดๆดูก็ไม่มีอะไรที่สื่อออกมาว่าเพราะต้องการตัวเขาอีก

 

เดี๋ยวนะ... อย่าบอกนะว่าทุกอย่างที่คนๆนี้ทำ ก็เพื่อเข้าใกล้ลูกชายเขา ไม่ใช่ตัวเขา?

           

อดไม่ได้ที่จะรู้สึกแปลกๆ... แน่ล่ะหนึ่งในนั้นคือเสียฟอร์ม ร่างสูงเชื่อมาตลอดว่าใครๆก็ต้องการตัวเขา และมันก็จริงจนถึงตอนนี้...

 

มัวแต่อึ้งกับความคิดของตัวเองจนไม่ทันได้ตอบอะไร สองขาพร้อมรถเข็นก็ก้าวมาถึงแผนกกระดูกแล้ว

หลังจากตรวจสอบกับนางพยาบาลที่เคาน์เตอร์เรื่องคิวแล้วเขาก็เข็นรถเข็นพาอี้ชิงมานั่งรอตามคิว ถึงแม้เฉิน คุณหมอกระดูกฝีมือหนึ่งของโรงพยาบาลแห่งนี้ จะเป็นเพื่อนสนิทของเขา แต่เขาก็ไม่อยากใช้เส้นสายอะไรแซงคิวคนไข้

“ขอบคุณนะครับที่พามา”ทันทีที่หย่อนตัวลงที่นั่งข้างๆ คนบนรถเข็นก็เอ่ยขึ้นมาพร้อมยิ้มบาง

“ไม่เป็นไรหรอก คุณเจ็บตัวก็เพราะอาเลี่ยนี่ ผมก็ต้องรับผิดชอบ”

“ป๋ายเซียนเองก็ซนเหมือนกัน”อี้ชิงว่า นึกถึงเรื่องเมื่อวานแล้วยังอดใจหายไม่ได้ พอถึงบ้านเขาถึงกับเสิร์ชเรื่องอุปนิสัยของฮิปโปเลยทีเดียว

 

“แปลว่าลูกๆของเราซนเหมือนกัน”

 

“อือ ลูกๆของระ...”กำลังจะพูดตามอีกฝ่ายแล้วก็ต้องชะงักเมื่อรู้สึกได้ว่าคำพูดดังกล่าวมันค่อนข้างจะสองแง่สามง่ามยังไงชอบกล

ยิ่งพอเงยหน้าขึ้นไปสบตา เจอรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มองมาอยู่ก่อนแล้วก็ทำเอาเขาไปไม่เป็น รีบกระแอมกลบเกลื่อนทันควันแล้วทำเป็นหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจะโทรสั่งงานจงเหริน ก่อนคุณหมอคนนี้จะจับได้ว่าเขารู้สึกเขินจนหน้าร้อนซู่...

 

ปฏิกิริยาหลบหน้าหลบตาทำเอาคนที่ยังคงมองอยู่หัวเราะเบาๆในลำคอ บอกไม่ถูกว่ารู้สึกยังไงตอนนี้ แค่พอคิดว่าสิ่งที่อีกฝ่ายทำไม่ใช่การทำเพื่อเขา แต่เป็นการทำเพื่อช่านเลี่ย จางอี้ชิงก็ดูเป็นผู้ชายน่ารักขึ้นมาเป็นกอง 

และที่สำคัญ อี้ชิงยังรู้สึกอะไรกับเขาบ้าง.. ไม่มากก็น้อยล่ะ

คุณหมอหนุ่มทิ้งตัวลงพิงพนักที่นั่งที่นุ่มสบาย แต่ก็แอบเหลือบมองคนเจ็บที่พามาส่งด้วยเป็นระยะๆ ดูจากท่าทางส่งเสียงหงุงหงิงกับโทรศัพท์ก็เดาไม่ยากเลยว่าคงกำลังคุยกับป๋ายเซียนแหงๆ...

           

ดวงตาคมพินิจมองแก้มขาวใสที่หันข้างมาทางเขา อี้ฟานไม่แน่ใจว่าเขาเคยพิจารณาใบหน้าคนๆนี้จริงๆจังๆหรือไม่ แต่ที่แน่ๆตอนนี้เขากำลังทำมัน...

แน่ล่ะว่าอีกฝ่ายน่ะเป็นผู้ชาย แต่ใบหน้ากับรอยยิ้มหวานๆนั่นมันก็ทำเอาเขาเข้าใจผิดได้ถ้าไม่เห็นรูปร่างที่ค่อนข้างกำยำ คงเพราะต้องเข้าครัวทุกวันวันละหลายชั่วโมงนั่นล่ะ

 

ถ้าจางอี้ชิงไม่เหมือนคนอื่น...

         

ถ้าเขาจะเลือกเชื่อสัญชาตญาณตัวเอง มากกว่าเชื่อในประสบการณ์ที่ผ่านมา...

ถ้าเขาจะเลือก... เชื่ออย่างที่ช่านเลี่ยเชื่อ มองอี้ชิงอย่างที่ช่านเลี่ยมอง... 

 

พอลองคิดย้อนกลับไปตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน ท่าทางและรอยยิ้มที่เขาเคยคิดว่ามันเป็นรอยยิ้มที่มีความนัยอื่นแฝง แต่พอมาเทียบกันกับรอยยิ้มที่อยู่ตรงหน้าเขาคราวนี้ มันไม่ใช่รอยยิ้มของเขาเพียงคนเดียว และมันเป็นรอยยิ้มแบบเดียวกัน เป็นรอยยิ้มอารมณ์ดีในแบบฉบับของเจ้าของ...

วันที่สองที่เจอกัน.. คำพูดที่สารภาพว่าจะจับเขา ไม่สิ... ทำไมตอนนี้เขาถึงเริ่มรู้สึกว่ามันไม่ใช่คำสารภาพนะ มันเหมือนบทละครบทหนึ่งของอีกฝ่ายมากกว่า

และวันต่อๆมา... ไม่รู้ทำไม ไม่รู้เมื่อไหร่ที่เขาจำได้ทุกฉากทุกตอนตั้งแต่ที่ได้เจอกับคนๆนี้เป็นครั้งแรก อี้ชิงยิ้มให้ช่านเลี่ยบ่อยกว่ายิ้มให้เขาเสียอีก เวลาถามก็ไม่เคยถามถึงเขา แต่ถามถึงช่านเลี่ย คำก็ช่านเลี่ย สองคำก็ช่านเลี่ย...

 

อี้ฟานกระพริบตาถี่พลางสูดลมหายใจเข้าลึก เมื่อรู้สึกได้ถึงเสียงหัวใจตัวเองที่เต้นแรงขึ้นกว่าทุกทียามมองลักยิ้มทรงเสน่ห์ที่อีกฝ่ายกำลังยิ้มคิกคักกับโทรศัพท์...

 

ถ้าอี้ชิงไม่เหมือนคนอื่น.. ถ้ามันเป็นอย่างนั้น

เขา... จะทำยังไงดีนะ?

 

           

 

 

“เสร็จแล้วล่ะครับ เอ็นข้อเท้าอักเสบ ทานยาตามที่ผมสั่งนะ แล้วก็พยายามอย่าเพิ่งเดินมากสักอาทิตย์สองอาทิตย์นี้จนกว่าจะหายดี อาทิตย์หน้าเจอกันอีกทีนะครับ ผมจะสอนท่าบริหารให้เอ็นข้อเท้าจะได้แข็งแรง เชฟต้องยืนนานๆนี่ครับ ใช่มั้ย?”

แพทย์หนุ่มใจดีที่ยิ้มทีตาหยีหายไปหมดถูกชะตาอี้ชิงตั้งแต่แรกเห็น คุณหมอเฉินเป็นคนอารมณ์ดี น่ารัก แล้วก็สุภาพมาก ขัดกับลุคเพลย์บอยของคนที่พาเขามาลิบลับ


แทบไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเป็นเพื่อนสนิทกัน


“ขอบคุณมากนะครับคุณหมอ”

เฉินยิ้มกว้าง “ถ้าไม่รังเกียจ เรียกผมว่าเฉินเฉยๆก็ได้ครับ ไอ้ฟานมันก็เรียกผมอย่างนั้น”

ไอ้ฟาน ที่ว่านี่คงหมายถึงคุณหมออี้ฟาน ที่ถูกเรียกไปที่แผนกหัวใจกะทันหันเมื่อสักครู่นี้ใช่มั้ยนะ? “ได้สิครับ ยินดีเลยล่ะ” ได้คนน่ารักๆแบบนี้เป็นเพื่อนอีกคนนี่นับว่าดีเลย

            “ไหนๆคุณกับไอ้ฟานก็คงจะมีข่าวดีเร็วๆนี้แล้วใช่มั้ยครับ แหม... ไอ้เพื่อนเลวนี่ก็ไม่เคยบอกอะไรเลย เอาเป็นว่าผมขอแสดงความยินดีล่วงหน้า...”

            “เดี๋ยวๆๆๆครับเดี๋ยว”อี้ชิงร้องห้ามเสียงหลง เอาซะเฉินที่กำลังก้มหน้าก้มตาเขียนใบรับรองแพทย์อยู่ชะงักแล้วเงยหน้าขึ้นมองอย่างแปลกใจ

            “คือ... ผมคิดว่าคุณเฉินกำลังเข้าใจอะไรผิดนะครับ ผมกับคุณอี้ฟาน เราไม่ได้เป็นแบบว่า เราไม่ได้คบกันนะครับ”

“อ้าว”คุณหมอตัวขาวดูแปลกใจมาก ถึงกับปิดแฟ้มตรงหน้าเพื่อหันมาคุยกับเขาเลยทีเดียว “แล้วที่พวกนางพยาบาลซุบซิบกันว่ามันเข็นรถเข็นมาส่งคุณ..?”

อี้ชิงเกาหัวแกรกๆ “อันที่จริงผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันครับว่าเขาทำอย่างนั้นทำไม บางทีเขาอาจจะรู้สึกผิดก็ได้ คือ...”แล้วร่างบางก็เริ่มเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด โดยแน่นอนว่าข้ามช็อตที่ถูกคุณหมอหนุ่มพูดจาไม่ดีใส่ ไม่ใช่ว่าต้องการจะปกป้องอะไร แต่ในเมื่ออีกฝ่ายเอ่ยคำขอโทษออกมาแล้ว ก็คงไม่มีประโยชน์ที่จะเก็บความไม่พอใจเอาไว้อีก แล้วก็ให้มันแล้วกันไป

เฉินพยักหน้ารับหงึกหงัก “แปลว่า.. คุณกับไอ้ฟานมาสนิทกันได้แพราะเด็กๆเป็นเพื่อนกันแค่นั้นเหรอครับ?”

“ใช่ครับ”ตอบออกไปเสียงอ้อมแอ้ม เขายังไม่ค่อยแน่ใจเลยว่าตัวเองจะเรียกได้ว่าเป็นเพื่อนกับคุณหมอตัวสูงคนนั้นรึเปล่า เพราะเพิ่งรู้สึกว่าได้คุยกันดีๆแบบไม่ต้องตั้งแง่ใส่กันก็เมื่อสักครู่นี่เอง

คุณหมอหนุ่มยิ้มบางๆ “แต่ผมชอบคุณนะครับ”

พอเห็นคนไข้ทำหน้างงเขาก็รีบพูดต่อ “ไม่ใช่อย่างนั้นนะ ผมหมายถึง ชอบเวลาคุณอยู่กับไอ้ฟานน่ะครับ มันน่ารักดี คุณไม่รู้ตัวใช่มั้ยล่ะ?”

“เอ่อ...”คิดว่าไม่ครับคุณเฉิน ไม่เลยสักนิด


“ผมไม่ค่อยเห็นอี้ฟานมันคุยกับใคร หรือเข้าใกล้ใครโดยไม่มีเงื่อนไขมาก่อน คุณพอจะรู้เรื่องนั้นใช่มั้ยล่ะครับ เรื่องที่ว่าจะหมอ หรือจะนางพยาบาลสวยๆที่นี่โดนมันฟันหมดแล้วน่ะ”ท้ายประโยคเฉินชะโงกหน้าเข้ามาใกล้พร้อมกับลดเสียงลงไปด้วยดูขี้เล่น


ไม่ต้องการข้อพิสูจน์จากเจ้าตัว อี้ชิงก็พยักหน้ารับทันที อดไมได้จะเบ้ปากนิดๆอย่างหมั่นไส้กับชีวิตของใครคนหนึ่งที่ไม่ต้องใช้ความพยายามอะไรในการเข้าหาใครต่อใครเลย “ผมพอจะเดาได้อยู่ครับ ตลอดทางที่เขาพาผมมาที่นี่ สาวๆตามทางก็ไม่ไล่ทักก็มองตามกันซะจนสุดทางเดิน”

เฉินหัวเราะเบาๆ “เป็นเรื่องปกติครับคุณอี้ชิง มันก็เลยเที่ยวมองใครต่อใครเป็นแค่ของเล่นไปหมด แต่... ผมกลับไม่รู้สึกว่าคุณเป็นแบบนั้นนะ”

“เพราะเราเพิ่งรู้จักกันน่ะครับ”บอกออกไปตามตรง  ก่อนจะเข้ามาเห็นคุณอี้ฟานก็บอกแล้วว่านี่เป็นเพื่อนสนิท ก็คงคุยกันทุกเรื่องอยู่แล้วใช่มั้ยล่ะ?

 

“หมายความว่า... ถ้าคุณรู้จักกับมันมากกว่านี้แล้ว คุณจะยอมนอนกับมันอย่างนั้นเหรอครับ?”

 

อี้ชิงเผลอกลอกตาขึ้นฟ้า บอกไม่ถูกว่ารู้สึกยังไงกับคำถามที่ถูกส่งมา ดูเหมือนคนที่เข้ามาในชีวิตอู๋อี้ฟานจะมีแต่คนทำนองนี้จนกระทั่งเพื่อนสนิทของเขาก็พาลมองแบบนี้ไปด้วยเลยหรือยังไง

“ไม่ล่ะครับ ผมไม่รู้หรอกนะว่าคนที่เข้ามาในชีวิตเพื่อนคุณน่ะมีคนแบบไหนบ้าง แต่ผมขอบอกเลยว่าผมน่ะจะไม่เหมือนคนอื่นที่พวกคุณเคยเจอ”

คำพูดของเขาทำเอาคุณหมอหนุ่มตรงหน้าคลี่ยิ้มกว้าง 


“แปลว่าคุณชอบมันใช่มั้ยครับเนี่ย?”

ร่างบางสะอึกไปนิด ก่อนจะย้อนคิดตามคำพูดตัวเองแล้วก็นึกอยากตบหน้าผากแรงๆสักที ให้ตายเถอะเขาไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นสักหน่อย!

          เห็นสีหน้าบอกบุญไม่รับของเขาเข้าคนตรงหน้าก็ระเบิดเสียงหัวเราะ “ฮ่าๆๆ ขอโทษนะครับคุณอี้ชิง ผมแค่หยอกคุณเล่นเฉยๆเอง แต่...ผมอยากให้คุณคิดอะไรกับมันนะ”พูดไม่พูดเปล่าคุณหมอเฉินยังยิ้มกรุ้มกริ่ม

อี้ชิงยักไหล่ นึกสงสัยว่าทำไมยังไม่มีพยาบาลมาพาเขาออกไปจากห้องนี้เสียที ไหนว่ามีคนไข้เยอะนักไม่ใช่เหรอ?

“ผมขอโทษจริงๆนะ ที่พูดกับคุณแบบนั้น”เฉินว่าพลางยิ้มบางๆ “ผมก็แค่อยากเจอใครสักคนที่จะมาเปิดใจเพื่อนของผมบ้างน่ะครับ”

“เปิดใจ?”อดไม่ได้จะทวนคำอย่างสงสัย ฝ่ายคู่สนทนาพอเห็นเขาดูสนใจก็เริ่มพูดต่อ

“คุณคงเคยได้ยินมาใช่มั้ยล่ะครับ เรื่องมันกับ...”เฉินโยกหัวเล็กน้อยเป็นทำนองว่าไม่ค่อยอยากพูดถึงชื่อของคนที่อยู่ในสมองสักเท่าไหร่ “ผู้หญิงร้ายกาจคนนั้น ที่ทำให้เพื่อนผมเป็นแบบนี้น่ะ พวกนักข่าวก็เขียนข่าวกันไปล้านแปด มีก็แต่ไอ้ฟานนั่นล่ะครับที่รู้ความจริง”

“ถ้ามันเป็นความลับของคุณอี้ฟาน ก็ให้มันเป็นความลับต่อไปดีกว่าครับคุณเฉิน”อี้ชิงตอบออกไปพร้อมกับยิ้มบางๆ เขาไม่อยากก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของคุณหมอหนุ่ม ถึงแม้ว่าเรื่องที่แพทย์หนุ่มตรงหน้านี่จะพูดอาจเป็นเรื่องที่ทำให้เขารู้ว่าอะไรคือปมที่ทำให้ผู้ชายที่ชื่ออู๋อี้ฟาน และแน่นอน พู่ช่านเลี่ย เป็นแบบนี้ก็ตาม

อดีต ไม่ว่ายังไงมันก็เป็นได้แค่อดีต

มีแต่คนที่ทำแต่ความผิดพลาดแบบเดิมๆเท่านั้นที่จะต้องเจอกับอดีตอีกครั้ง

 

แต่คนเล่าก็ยังไม่สนใจ “การถูกทรยศหักหลังจากคนที่เรารักจนสุดหัวใจ มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะยอมรับนักหรอกครับ คุณว่ามั้ย?”

 

คราวนี้อี้ชิงเผลอเงยหน้าขึ้นสบตาคุณหมอหนุ่มตรงหน้า

เฉินหัวเราะเบาๆกับปฏิริยาของคนฟัง แปลก... คนตรงหน้าเขาแปลกจริงๆ ไม่เคยเห็นเลยคนที่เข้าใกล้เพื่อนของเขา อู๋อี้ฟานโดยที่ไม่รู้อะไรเลย ทั้งๆที่ถ้าเป็นใครต่อใครก็คงต้องรีบตะครุบข้อมูลแทบไม่ทัน 

“ผมชอบคุณจริงๆนะ คุณอี้ชิง ผมอยากให้คุณรู้ว่าไอ้ฟานน่ะ ที่เห็นมันเลวร้ายนักหนาจริงๆแล้ว.. จะว่ายังไงดีล่ะ เหมือนเป็นแค่กลไกการป้องกันตัวเองน่ะครับ คุณเคยได้ยินมั้ย คนที่เคยถูกทำร้ายจิตใจมากๆจะเปลี่ยนไป...”

“แต่การเคยเป็นผู้ถูกทำร้าย... มันก็ไม่ใช่ข้ออ้างในการทำร้ายคนอื่นนี่ครับ”ร่างบางนึกย้อนไปถึงวันแรกที่เจอกัน ใช่เลย.. การเจอกันครั้งแรก จนกระทั่งถึงเมื่อสักครู่ที่อี้ฟานขับรถมาส่งเขาที่โรงพยาบาล ก็เพิ่งจะได้คุยกันดีๆ อย่างน้อยก็ในความรู้สึกของเขาคนหนึ่งน่ะนะ

ปากบอกว่าไม่สนใจ แต่สมองมันกลับปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดโดยอัตโนมัติ

           

มีผู้หญิงคนหนึ่ง... ทำอะไรบางอย่างกับหัวใจของผู้ชายตัวโตคนนั้น...

ทำให้เขากลายเป็นคนร้ายกาจจนถึงทุกวันนี้

และ... แผลในจิตใจของคนๆนั้น.. ส่งผลกระทบมาถึงช่านเลี่ย

รวมถึงเขาด้วย...

 

          เฉินก้มลงขีดๆเขียนๆอะไรลงในแฟ้มคนไข้ต่อ “อาเลี่ยน่ารักนะครับ ใช่มั้ย?”

“น่ารักมากๆเลยครับ”อี้ชิงว่า นึกถึงลูกชายตัวโตแล้วก็ยิ้มตาม “พออยู่กับลูกชายของผมแล้วก็แสบซ่ากำลังสอง”

“อ้อ! เพราะคุณเองที่ทำให้อาเลี่ยไม่ยอมแวะมาหาผมบ้างเลย”เฉินเงยหน้าขึ้นมายิ้มกว้าง “แต่ก่อนอาเลี่ยชอบรบเร้าไอ้ฟานมาเล่นที่นี่บ่อยๆครับ แต่วิ่งเล่นสนุกอยู่ได้พักเดียวก็หงอย แกค่อนข้างเอาแต่ใจนะ ไม่เคยมีนางพยาบาลหรือคุณหมอคนไหนเอาใจอาเลี่ยได้ถูกจุดสักคน ยิ่งเรื่องทักทายนะ จะทักก็ต่อเมื่อไอ้ฟานมันบอกให้ทัก คนที่นี่เม้าใหญ่ว่าลูกคุณหมออี้ฟานน่ะเป็นเด็กหยิ่งน่าดูเลย”

“เอ๋ ไม่นะครับ”ร่างบางรีบแก้ “ที่เห็นอาเลี่ยเงียบๆไม่ช่างพูดช่างคุยคงเพราะแกคิดอะไรอยู่น่ะสิ อาเลี่ยเป็นเด็กมีเหตุผลแล้วก็ช่างคิดมาก บางทีผมก็แอบคิดว่าเขามีความคิดที่ค่อนข้างจะเป็นผู้ใหญ่ ฉลาดเกินวัยเสียด้วยซ้ำ แต่เรื่องความซนแบบเด็กๆนี่ผมยกให้เลย รับมือยากจริงๆ”

 

เฉินลอบมองรอยยิ้มน้อยๆของคนไข้ตรงหน้าแล้วก็ยิ้มตาม เขาไม่เคยได้ยินใครพูดถึงอาเลี่ยแบบนี้มาก่อน เคยได้ยินแต่นางพยาบาลเม้ากันว่าอาเลี่ยเอาใจยาก เล่นด้วยก็ไม่เล่นด้วย คืออาเลี่ยไม่ใช่เด็กที่ชอบหรือไว้ใจใครง่ายๆนี่แหละ กระทั่งกับเขา กับจุนเหมียน เพื่อนสนิทของอี้ฟานก็ยังต้องใช้เวลาตั้งนานเป็นเดือนๆกว่าจะสนิทกันจนยอมขี่คอกันเหมือนทุกวันนี้

           

แต่จางอี้ชิงกลับเข้าถึงหัวใจของช่านเลี่ยได้แล้ว เพียงเจอกันไม่ถึงอาทิตย์....

 

“คุณอี้ชิงครับ ผมขอพูดอะไรกับคุณสักอย่างได้ไหม?”

 

คุณหมอหนุ่มยิ้มกว้าง อี้ชิงปฏิเสธไม่ได้จริงๆว่ารอยยิ้มของคุณหมอหนุ่มคนนี้ช่างอบอุ่นและดูจริงใจเป็นที่สุด 

“ผมเองว่าคุณก็รู้อยู่แล้วล่ะนะ แต่ผมก็อยากจะย้ำให้คุณแน่ใจ พู่ช่านเลี่ยเป็นทุกอย่างของไอ้ฟาน และคุณเองคือคนที่เปิดใจช่านเลี่ยได้ แล้วไอ้ฟานมันก็คงไม่รู้ตัวหรอก ว่าคุณอี้ชิงน่ะกลายเป็นคนพิเศษสำหรับมันไปแล้ว เพราะคุณคือคนพิเศษของช่านเลี่ย...”

คำพูดของคุณหมอหนุ่มทำเอาอี้ชิงอดไม่ได้จะนึกถึงลูกชายตัวน้อย...

เหตุการณ์วันที่กลับบ้านด้วยกันย้อนกลับเข้ามาในหัว เขาจำได้ดี ตั้งแต่วันแรก ช่านเลี่ยไม่เคยนั่งรถเมล์ ไม่สิ .. ไม่เคยนั่งรถโดยสารประจำทางที่ไหนเลยต่างหาก

คำพูดของช่านเลี่ย.. คำขอเป็นมะม๊า คำถามซื่อๆที่ว่าเขาจะเป็นมะม๊าของเด็กตัวน้อยไปอีกนานเท่าไหร่?

 

คำตอบของเขา จะในตอนนั้น หรือตอนนี้ มันก็คือตลอดไป

 

ไม่เคยเปลี่ยน...

สิ่งเดียวที่เปลี่ยน... คือความรู้สึกลึกซึ้งที่เขามีกับช่านเลี่ย ยิ่งเจอ ก็ยิ่งรัก เหมือนกับป๋ายเซียนลูกชายของเขา เขาเคยคิดว่าตัวเองเป็นบ้าไปแล้วด้วยซ้ำ ที่นึกรักลูกชายตัวเองทุกๆเช้าที่ลืมตาขึ้นมาเจอเจ้าตัวป้อมๆวิ่งวุ่นไปทั่ว เหนื่อยแค่กาย แต่ใจมันไม่เคยหนาวเลย

เขาไม่เข้าใจหรอก แล้วก็ไม่คิดว่าตัวเองมีเหตุผลด้วยที่จู่ๆเขาก็รักเด็กคนหนึ่งเหมือนลูก มันอาจจะเป็นเพราะสายตา และความรู้สึกของลูกที่ส่งมาให้เขาของช่านเลี่ย หรืออะไรก็ตาม แต่ที่แน่ๆ.. เขารักช่านเลี่ยเข้าแล้วจริงๆ

           

แต่กับตัวปัญหาจริงๆน่ะ...

 

“ไอ้ฟานมันปากร้าย แหงล่ะ ก็ในหัวมันน่ะมองใครๆติดลบหมดนั่นแหละ แต่ผมเองก็หวังว่ามันจะรู้ตัวเร็วๆ เพราะกระทั่งผมยังรู้สึกเลยว่าคุณไม่เหมือนใคร แล้วตัวมันที่รู้ใจลูกชายมันมากที่สุดจะไม่รู้เลยเหรอครับ? คุณว่ามั้ย?”

อี้ชิงนึกอยากถามคนตรงหน้าว่ามานอกจากเป็นหมอกระดูกแล้ว เป็นหมอดูด้วยรึเปล่า ทำไมถึงได้รู้ว่าเขาคิดอะไร ... ทำไมถึงรู้ว่าเขากังวลเรื่องอู๋อี้ฟาน

ผู้ชายที่อคติกันแต่แรกเห็น ผู้ชายที่เอาแต่คิดว่าไม่มีรักจริงให้เจออีกแล้ว         

ผู้ชายที่ดูดีตั้งแต่หัวจรดเท้า ผู้ชายที่เป็นพ่อของเด็กที่เขารักเหมือนลูก

 

เขารู้ว่าช่านเลี่ยกับป๋ายเซียนคิดจะทำอะไรกัน เด็กๆอยากมีทั้งปะป๊า และมะม๊าเหมือนคนอื่นๆ อันที่จริงความคิดของเด็กๆมันก็แค่จินตนาการ อี้ชิงกับอู๋อี้ฟาน เขาทั้งสองคนจะแกล้งทำเป็นไม่สนใจ เล่นละครตามน้ำไปก็ได้ เพราะเด็กๆเองก็คงจะลืมเรื่องนี้ไปเองและเข้าใจในที่สุดว่าอะไรเป็นอะไรเมื่อโตขึ้น

 

แต่ไม่รู้ทำไม... เขากลับ... ไม่อยากให้มันจบลงแค่นี้

 

ลึกๆแล้ว... เขาคิดยังไงกับอู๋อี้ฟานกันแน่นะ?

“... ในฐานะที่คุณไม่เหมือนใคร และผมเองก็ชอบคุณ...”

           อี้ชิงที่จมอยู่กับความคิดตัวเองจนเกือบลืมไปว่าในห้องนี้ยังอยู่กับคุณหมอหนุ่มตรงหน้าเผลอเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่มเจ้าของห้องที่ส่งยิ้มตาหยีมาให้

“ผมขอให้คุณเป็นคนๆนั้น.... ช่วยรักษาแผลใจให้ไอ้ฟานมันทีนะครับ”

 

 



ร่างสูงกระหืดกระหอบมาหาเพื่อนทันทีที่ปลีกตัวจากแผนกของตัวเองมาได้ เขาไม่ได้นึกรำคาญอะไรหรอก ด้วยอาชีพของหมอมันก็เป็นเรื่องธรรมดา และเขาก็เต็มใจที่ต้องสละความสุขส่วนตัวเพื่อช่วยเหลือคนไข้ แต่เพราะวันนี้คนที่พามาด้วยคืออี้ชิง...  นี่เขาก็ได้โทรศัพท์จากนางพยาบาลที่แผนกกระดูกว่าจางอี้ชิงตรวจเสร็จได้พักใหญ่แล้วเขาก็ยิ่งรีบมาเพราะกลัวอีกฝ่ายจะรอนาน

“เป็นไงมั่งวะเฉิน”

“เอ็นข้อเท้าอักเสบเฉยๆ ทานยาแล้วก็พักผ่อนมากๆอย่าเพิ่งเดินก็พอแล้ว แล้วอาทิตย์หน้ามาหากูอีกที”

อู๋อี้ฟานพยักหน้ารับพลางมองซ้ายมองขวาหาคนไข้ที่กำลังพูดถึงกันอยู่นี่ ก่อนจะพบว่าร่างบางที่นั่งอยู่บนรถเข็นกำลังคุยโทรศัพท์อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล

ดูจากท่าทางหัวเราะคิกคักนั่นแล้วเขาก็พอจะเดาได้ว่าสงสัยจะคุยกับลูกๆ

เฉินมองท่าทางของเพื่อนตัวเองแล้วก็ลอบยิ้ม “คุณอี้ชิงน่ารักดีนะ”

“อืม ห๊ะ? เฮ้ยไม่หรอก”เผลอตัวตอบออกไปแล้วก็รีบหันมาแก้ตัวพัลวัน แต่ก็ไม่ทันนายแพทย์หนุ่มที่หัวเราะหึหึในลำคอ

เห็นท่าทางล้อเลียนของเพื่อนแล้วอู๋อี้ฟานก็รู้สึกหน้าตัวเองมันชักร้อขึ้นมาเฉยๆจนต้องหันหน้าหนีไปทางอื่น

“ยุ่งน่า...”

“เขาสนใจเรื่องของมึงนะเว้ย”

อี้ฟานชะงัก หันมองร่างบางที่กำลังเซ็นใบรับรองแพทย์กับพยาบาลแล้วความรู้สึกบางอย่างก็ค่อยปรากฎขึ้นในอก

 

            ความรู้สึกที่เขาคิดว่ามันถูกปิดตายมาตลอด..

 

ว่าแต่อี้ชิงน่ะเหรอจะสนใจเรื่องของเขา...?

ไม่มีทางซะล่ะ เฉินมันเป็นคนมองโลกในแง่ดี คงเข้าใจอะไรผิดอีกตามเคย ก็รายนั้นน่ะ ขนาดว่าอยู่ด้วยกันตามลำพังยังไม่เคยถามอะไรซอกแซกเกี่ยวกับตัวเขาสักอย่าง


“ทำตามหัวใจตัวเองสักครั้งมันจะตายเหรอครับ ไอ้คุณอี้ฟาน?”


“แล้วไงวะ”

บอกทั้งตัวเองและคนข้างๆ พร้อมกับสะบัดแขนให้หลุดจากการเกาะกุมของเพื่อน

 

ใช่.. แล้วยังไง มันสำคัญด้วยเหรอ

 

แต่ต่อให้มันเป็นเรื่องจริง มันก็ปกติไม่ใช่เหรอที่ใครต่อใครต่างก็พากันสนใจ อยากรู้อยากเห็นเรื่องราวของเขา

อี้ชิงเองก็คงไม่ต่างกันนักหรอก เพียงแต่ไม่แสดงออกมาให้เขาเห็นตามตรง

 

ตามประสาคนแผนสูง..?  

 

“แต่กูว่าเขาไม่เหมือนคนอื่น มึงน่าจะลองเปิดใจบ้าง”

ถ้อยคำของเฉินกระแทกตรงใจเข้าอย่างจังจนร่างสูงนึกฉุนขึ้นมา

“ทุกๆคนเป็นอะไรกันไปหมดวะ ไม่ว่าจะอาเลี่ย หรือกระทั่งมึง แค่เจอผู้ชายคนนี้แค่แปปเดียวก็ชอบถึงขึ้นจับคู่ให้กู”

เฉินยิ้มตาหยี “เพราะกูมีหัวใจบริสุทธิ์เหมือนหลานกูไง”

อี้ฟานกลอกตาขึ้นฟ้า

  เห็นท่าทางฮึดฮัดเหมือนไม่พอใจนั่นแล้ว คุณหมอกระดูกก็ถามย้ำ “แน่ใจนะ ว่ามึงไม่ได้คิดอะไรกับเขาเลย”

ถึงจะไม่ได้ตอบอะไรและเดินหนีออกมาเสียก่อน แต่ในใจเขารู้ตัวดีว่าคำตอบของคำถามนั่นก็คือ..

 

 

เขาไม่แน่ใจ..


ใช่... อู๋อี้ฟานคนนี้ที่มองทุกๆคนเป็นของเล่น...

รู้สึกสับสนจนเหมือนตัวเองเป็นของเล่นของจางอี้ชิงเสียเอง

 

           

 

 

 

cinna mon

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 55 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

915 ความคิดเห็น

  1. #909 KrisWu เฮียอู๋สุดหล่อ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 กันยายน 2563 / 23:02
    มีความฟอร์มจัดนะคะ

    คุณหมอออ
    #909
    0
  2. #902 KrisWu เฮียอู๋สุดหล่อ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 / 13:04
    อยากจะแหมมมมมมมม.. ไปถึงดาวอังคาร
    #902
    0
  3. #837 m ma ri (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2560 / 13:50
    ทีมอี้ชิง//ชูป้ายไฟ
    #837
    0
  4. #820 ploylybbs (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 00:19
    เปิดใจได้ล้าวว
    #820
    0
  5. #780 ออล (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2558 / 11:51
    ชื่อตอนนี้ หัวเรื่องต้องเป็น Another Feeling ใช่ป่าวฮับ
    #780
    0
  6. #748 conan_tkd (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2558 / 19:09
    หมอเฉิน เป็นหมอดูใช่ปะ

    เห้ยๆ มีหมอเฉินช่วยอีกแรงแล้วนะ
    #748
    0
  7. #729 คุณนายปาร์คนานา (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 กันยายน 2558 / 09:42
    ลองทำตามเสียงหัวใจเรียกร้องดูอีกครั้งนะพี่ฝาน
    บางทีคำตอบมันก็ยังคงเป็นอี้ชิง มะม๊าคนสวยของน้องป๋ายกับอาเลี่ยนะจ๊ะ 
    #729
    0
  8. #647 Ekaract Sun (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2558 / 04:14
    รู้ตัวเร็วๆนะคุณหมอออ
    #647
    0
  9. #639 KrisWu เฮียอู๋สุดหล่อ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2558 / 12:24
    เจอคำตอบสุดท้ายของอี้ฟาน ชิงชิงมีเงิบแน่
    #639
    0
  10. #464 แสงรัตติกาล (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2557 / 01:31
    เปิดใจเด๋วนี้นะ คุณหมอ ><
    #464
    0
  11. #451 NN.am (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2557 / 21:56
    พี่คริสกำลังสับสนสินะ แต่ก็แอบเปิดใจให้อี้แล้วใช่ไหมล้าาาา
    #451
    0
  12. #422 AlwaysFanXing (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2557 / 21:56
    โอ้ย ย ย หวานเวอร ร ร์ เกร้สๆ ๆ ๆ ๆ
    #422
    0
  13. #393 L.Q (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2557 / 23:04
    อร๊ากกกกกกกกก พ่อมหาาาา กรี๊ดดดดดดดดดดด
    พระเอกมากอ่ะ หาคู่ให้พี่เฉินด่วนจี๋เลยนะพี่มิ้น 5555555
    #393
    0
  14. #358 AlwaysFanXing (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2557 / 17:54
    งู้ย ย ย อาฟานเช็คบิล น่าร้ากๆ ๆ ๆ
    #358
    0
  15. #352 Kuzzith (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2557 / 19:39
    เอาเซ่ ไม่แน่ใจแล้วเซ่ อี้ฟานอ่าาาาา
    เกลียดหมอเฉิน
    "เพราะกูมีหัวใจบริสุทธิ์เหมือนหลานกูไง"
    กล้ามากนะหมอ ๕๕๕๕

    เห็นแถบดำๆ ตอนท้ายทีแรกไม่กล้าอ่าน
    นึกว่าจะประกาศปิดฟิค ๕๕๕๕๕
    ขอบคุณที่เธอยังสู้นะ

    KrisLay Forever 
    #352
    0
  16. #349 BangMin (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2557 / 10:01
    อร๊ายยยยยย ฟินนนนนนน

    มีแต่คนยุพี่คริสสสส

    น่ารักอ่าาาา คุยกันดีๆแล้วววว

    ทั้งอี้ทั้งพี่คริสนี่ไม่รู้ใจตัวเองเลยยยย
    #349
    0
  17. #341 apo; (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2557 / 20:54
    คิดถึงเรื่องนี้มากไม่มีเวลาเข้ามาอ่านจนวันนี้TT
    ดีใจที่ไรท์อัพมาก คิดถึงๆๆๆเข้ามาก็ยิ้มเลย
    คุณหมอเฉินทำดีมากๆ555
    #341
    0
  18. #336 คลชป9091 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2557 / 23:40
    น่ารักกกกกกพี่คริสไม่เคยเจอคนน่ารักแบบชิงล่ะสิ ><
    #336
    0
  19. #292 dark chocolate (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2557 / 11:37
    เขินนนจ๊นน >//< อ่าน ๆ ไปรุ้สึกเนื้อหนังมังสาหัวใจมันละลายยย

    ใช่มะ ๆๆ เซนส์เริ่มบอกละช้ะ ? ว่าอี้ชิงไม่เหมือนคนอื่น 5555

    แอบสะใจนะ เชียร์อี้ชิง เชียร์อี้ชิง !! ทำตามหัวใจตัวเองบ้างคงไม่เป็นไร
    #292
    0
  20. #268 karis-L (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2557 / 02:47
    นั่นสิ ้ปิดใจหน่อยดิ่คุณหมอ หัวใจน่ะหัวใจ
    เราเชื่ออย่างหมอเฉินนะ ว่าอี้ชิงไม่เหมือนใคร 
    ต้องทำให้อี้ฟานมาติดใจได้เเร่ 55555555555555
    #268
    0
  21. #256 BrowZNiiZ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2557 / 01:42
    ไม่แน่ใจตัวเองหรอพี่ฟานนน

    5555 แอบชอบอี้แล้วหล่ะสิ๊

    ยังไงเค้าก็ยังรักคริสเลย์เหมือนกันจ้าไรท์


    #256
    0
  22. #242 zealotkray (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2557 / 01:17
    ทำต่มใจตัวเองสักครั้งมันจะตายหรอครับ คุณอี้ฟาน ~ #เออหมอฟานมันจะตายไหม #ไม่ใช่ละ-"-55555555 รู้ใจยิฃอมรับความรู้สึกตัวเองได้แล้สอี้ชิงด้วยรีบรู้ใจตัวเองเเล้วเปิดใจหมอฟานให้ได้นะ ><ปะป๊ามะม๊าของเก๊าา~ -///- Ps. ไรท์เตอร์สู้ๆน้าาเรมาก้าวไปด้วยกันเค้าก็เมนพี่คริสละก็ชิปคู่คริสเลย์สุดๆด้วย เจ็บกับเรื่องนี้เเต่ยังรอ ยังจิ้นเครย์ต่อไป ไฟท์โตะ เอ็นจอยน้าาา จามจ้าาา ^^
    #242
    0
  23. #241 เอเรียล (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2557 / 21:17
    แหม บรรดาแฟนๆก็เชียร์กันใหญ่เลย

    อี้ชิงก็ยังเก็บอาการไม่ค่อยอยู่

    ส่วนพี่คริสก็เก๊กอยู่นั่นแหละ

    ชอบกันเลยเหอะ อิอิ



    ชอบเรื่องนี้ค่ะ
    #241
    0
  24. #240 jaopeth (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2557 / 21:52
    เห้ย!! พี่เฉินเป็นพ่อสื่อหรอ 5555 อี้ฟานเปิดใจเถอะนะ
    #240
    0
  25. #239 LuckyLove (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2557 / 21:16
    คุณหมอเฉินนี่สุดยอดพ่อสื่ออ่ะ 5555 เชียร์แบบสุดฤทธิ์เลยจริงๆ
    #239
    0