[Fic EXO: Krislay] Finding Mommy! สมาคมคุณพ่อป่วนรัก!

ตอนที่ 12 : ●▽● 11 : What do I feel? (rewrite)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,445
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 41 ครั้ง
    4 ต.ค. 60


Finding Mommy! สมาคมคุณพ่อป่วนรัก!


Chapter 11 – What do I feel?

Rate : PG

Author : MariaTest.

 

 

         

อี้ชิงสูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมสมาธิกับมีดอีโต้ที่อยู่ในมือก่อนจะฟันฉับเดียว ลงแรงที่มีดจนหัวผักกาดที่แสนโชคร้ายถึงกับกระเด็นกระดอนแยกออกเป็นสองซีกในมีดเดียวให้เจ้าของฝีมือได้มองมันอย่างพึงพอใจให้คลายอารมณ์กรุ่นในใจขึ้นมาได้บ้าง 

“โอ้โหเฮ้ยใจเย็นเพื่อน”ร่างเล็กที่กำลังจะอ้าปากทักทายถึงกับผงะถอย “โกรธอะไรฉันปะเนี่ย!”

“ไม่ใช่นายหรอกซิ่วหมินที่ฉันโมโหจนต้องเข้าครัว”พยายามสูดลมหายใจเข้าออกอย่างชาวพุทธแล้วท่องเอาไว้ว่าเขาจะไม่หงุดหงิดใส่เพื่อนสนิทเด็ดขาด

ทั้งๆที่หงุดหงิดมาทั้งคืนจนตอนนี้ก็ยังไม่หาย      

ซิ่วหมินกระพริบตาปริบๆ รู้ดีว่านิสัย ‘โมโหจนเข้าครัว’ ของเชฟอี้ชิงที่ใจเย็นอยู่เสมอมันหนักหนาแค่ไหน มันหมายถึงจางอี้ชิงเชฟหนุ่มผู้อารมณ์เย็นอยู่เสมอในสายตาของใครๆมีเรื่องให้อารมณ์เสียถึงขั้นอยากจับมีดฆ่าใครก็ตามที่ทำให้เจ้าตัวโมโห แต่ก็ทำไม่ได้ จนต้องมาลงเอากับผักกับเนื้อแทน

แต่มันก็นานแล้วนะที่ไม่ได้เห็นเพื่อนคนใจเย็นในลุคนี้... 

“ทำไมวะ ใครทำอะไรไหนเล่าซิ”

“คนเดิมนั่นแหละ ตอนนี้มีอยู่คนเดียว”

ดวงตากลมโตของคนตัวเล็กกว่ากระพริบปริบๆ ก่อนสมองที่ชาญฉลาดจะค่อยๆประมวลภาพผู้ชายร่างสูงคนหนึ่งขึ้นมา

“อู๋อี้ฟานน่ะเหรอ เขาทำไมอีกแล้วล่ะ?”

“เขา...”หันมาสบตาซิ่วหมินแปปเดียวเหมือนจะเล่า แต่ก็ไม่เล่า แต่กลับไปหยิบกะหล่ำปลีมาผ่าครึ่งในมีดเดียวอีกรอบ

           ฟับ!

หนอย... คิดแล้วมันก็แค้นสิ้นดี เห็นว่าเขาเจ็บตัวอยู่เลยเอาเปรียบซะเต็มที่ เมื่อวานตอนสอนเต้นรำเสร็จยังไม่พอ ตอนกลับบ้านยังจะมีหน้ามากู๊ดไนท์คิสเขาอีก ทำมาเป็นอ้างว่าเด็กๆดูอยู่ให้ทำเป็นตัวอย่าง แล้วก็ตามเคยสิน่ะ! อู๋อี้ฟานคนร้ายกาจ คนเจ้าเล่ห์! รู้ทั้งรู้ว่าเขาน่ะไม่มีทางปฏิเสธได้หรอกถ้าอยู่ต่อหน้าลูกๆ!

นี่ทั้งแก้มทั้งปากเขาก็เต็มไปด้วยสัมผัสของไอ้คุณหมอตัวร้ายจนแทบจะลบออกจากความรู้สึกไม่ได้แล้วด้วยซ้ำ คิดแล้วมันก็แค้น แค้นจนเขาต้องพยายามลุกขึ้นยืนเดินเหินด้วยตัวเองจะได้คล่องแคล่วเร็วๆเสียที ต่อให้เจ็บหนักกว่าเดิมก็จะฝืนแล้วงานนี้ คนอย่างอี้ชิงไม่ยอมพลาดท่าโดนเอาเปรียบซ้ำแล้วซ้ำเล่าหรอก! 

ฟับ!

ซิ่วหมินเผลอกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ก่อนจะหันไปสบตากับบรรดาเชฟคนอื่นๆในครัวที่พากันยักไหล่แล้วหลบตาหนีกันเป็นพัลวัน ดูจากท่าทางคนรอบตัวที่ไม่แม้แต่จะเฉียดใกล้บอกได้เป็นอย่างดีว่าเพื่อนเขาคงอยู่ตรงนี้มาได้สักพักแล้ว

            “ตกลงนายจะบอกฉันได้รึยังว่าอู๋อี้ฟานทำอะไรนาย”

            ทั้งๆที่รู้ว่าเสี่ยงมีดบินซะไม่มีที่จะถามตรงประเด็นตอนนี้ แต่ความอยากรู้มันก็มีมากกว่า 

            ก็อย่างที่บอก... เชฟจางอี้ชิงไม่ได้โมโหจนเข้าครัวบ่อยๆ

            แถมยังเป็นเพราะคุณหมอนายแบบสุดหล่อคนนั้นที่เขาแอบเชียร์อยู่อีก... 

            “....”

            “หรือว่า...”พออี้ชิงไม่ตอบ ซิ่วหมินก็ตัดสินใจเดาเอง “เขาว่าอะไรนายอีกเหรอ?”

            “....”

            สีหน้าอี้ชิงยังคงเรียบนิ่งและซอยต้นหอมต่อไป ในเสี้ยวนาทีเจ้าต้นหอมก็ย่อยยับเป็นชิ้นเล็กๆ

            “อืม...”ซิ่วหมินเดาใหม่ “เกี่ยวอะไรกับป๋ายเซียนรึเปล่า แต่เอ... ไม่น่าใช่แฮะ”เพราะถ้าเป็นเรื่องลูกชายหัวแก้วหัวแหวนล่ะก็ มีดในมือนี่เฉาะหัวคนทำแน่นอน ไม่ต้องเสียเวลาเข้าครัวหรอก

            “งั้น...”คราวนี้สายตามีแววซุกซน ร่างเล็กเขยิบเข้าไปใกล้ให้ได้ยินกันแค่สองคน 

“เขาปล้ำนายเหรอ?”           

            ฟับ!!      

            บร็อกโคลี่ที่โดนผ่าออกเป็นสองซีกทำเอาซิ่วหมินสะดุ้งแล้วผละออกอีกรอบแทบไม่ทัน แต่แทนที่จะกลัว พอมองเห็นใบหน้าขาวใสของเพื่อนที่ขึ้นสีเรื่อจัดแล้วก็ได้แต่พยายามกลั้นขำไว้อย่างสุดความสามารถ

ให้ตายเถอะ ไอ้หมอหัวใจบ้า! หมอไร้จรรยาบรรณ!! ทำคนไข้อย่างเขาไม่ได้หลับไม่ได้นอนมาหลายคืนติดกันแล้วเนี่ย!!

ปัดโธ่เอ๊ย... ที่แท้ก็เขิน ซิ่วหมินคิดในใจ เพราะขืนพูดออกไปชะตากรรมเขาอาจจะจบลงเหมือนผักบนเขียงนี้ก็ได้ 

“นี่เขายังวนเวียนอยู่ใกล้ๆอีกเหรอ ทั้งๆที่เคยพูดจาไม่ดีกับนายแบบนั้น”ถามออกไปอย่างนั้น เพราะลึกๆซิ่วหมินก็แอบดีใจอยู่ที่อู๋อี้ฟานไม่ได้เข้ามาในชีวิตของเพื่อนเขาแปปเดียวแล้วจากไป “ฉันว่าเขาเอาจริงล่ะมั้ง...”

“แหง... ก็ฉันตกลงรับเป็นมะม๊าไปแล้วนี่”ตอบออกไปโดยไม่คิดอะไรถึงความนัยในคำพูดของเพื่อน

“ไหนๆนายก็รักช่านเลี่ยจริงๆไม่ใช่เหรอ จะรับปะป๊าเขามาดูแลอีกสักคนมันก็ไม่เห็นจะเป็นเรื่องยากตรงไหนเลยนี่”

            อี้ชิงถอนหายใจ... นั่นน่ะสิ ในเมื่อเขาเป็นคนสร้างเรื่องนี้ขึ้นมาเองแล้ว จะมาทำตัวไม่พอใจอะไรอีก?

แต่การรับเป็นมะม๊าของอาเลี่ยมันไม่ได้หมายความรวมถึงจะยอมให้อู๋อี้ฟานมาล้อเล่นกับความรู้สึกของเขาแบบนี้ที่ไหนกันเล่า!

เอ๊ะ เดี๋ยวนะ แต่เขาเป็นคนบอกเองนี่นา... ว่าจะจีบตาหมอนั่น คิดเองเออเองแล้วก็อยากยกมือมาขยี้หัวตัวเองแรงๆ ติดที่ว่ามือเลอะและยังมีสติพอจะยั้งไว้ได้ทัน

นั่นน่ะสิ ก็เขานั่นแหละที่ต้องเป็นฝ่ายจีบ ทำไมสถานการณ์มันถึงพลิกจนเหมือนตานั่นมารุกกันจนจนมุมอยู่ได้ทุกวันแบบนี้ล่ะ!!

“ฉันจะลองดูก็แล้วกัน”พูดพลางมือยังคงขยับมีดต่อไป สายตาก็สอดส่ายหาเหยื่อ

คำตอบปัดๆของอี้ชิงยังไม่ทำให้ซิ่วหมินพอใจ ร่างเล็กจึงรุกถามต่อ “แล้วถ้า... ไม่คิดถึงเรื่องลูก คิดในฐานะผู้ชายคนหนึ่ง นายคิดยังไงกับอู๋อี้ฟานล่ะ”

มือที่กำลังทำงานอยู่นั่นหยุดชะงัก แต่ตาก็ยังไม่ยอมหันมองคู่สนทนา

นั่นสิ... ถ้าไม่มีเรื่องลูกเข้ามาเกี่ยว เขาจะคิดยังไงกับอู๋อี้ฟานกันแน่นะ

“ก็...”เริ่มลงมือทำงานต่อเมื่อรู้สึกได้ว่ากำลังถูกจับผิด “คงไม่คิดอะไรเลยน่ะสิ นี่ นายก็รู้นะว่าความประทับใจแรกระหว่างฉันกับอู๋อี้ฟานน่ะมันแย่มาก และจนถึงตอนนี้ฉันก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขายังคิดแบบนั้นกับฉันอยู่รึเปล่า”

ซิ่วหมินคิดตามพลางพึมพำ “ที่นายว่ามาก็มีเหตุผลนะ”

“ใช่มั้ยล่ะ..”ตอบออกไปเสียงเบาแล้วก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกแปลกๆ อารามสบายใจเพราะอยู่กับเพื่อนสนิททำให้พูดอะไรออกไปอย่างที่ใจคิด 

“เขามองฉันแบบไหนก็ไม่รู้ อีกอย่าง... เขาน่ะมันเสือสิงกระทิงแรดชัดๆไม่ใช่เหรอ ไม่แน่นะตอนที่ฉันกำลังทำงานอยู่นี่ เขาอาจจะกำลังกกหมอ พยาบาล หรือคนไข้สักคนที่ถูกใจอยู่ก็ได้”

แค่นึกถึงตอนที่ร่างสูงพาเขาไปส่งที่โรงพยาบาลคราวนั้นก็อธิบายทุกอย่าง ทุกๆคนเสนอตัวให้อี้ฟานง่ายๆจนเจ้าตัวน่ะไม่ต้องพยายามที่จะเข้าหาใครเลยด้วยซ้ำ เขาเลยมองทุกๆคนเป็นเหมือนของเล่น

แล้วตัวเขาล่ะ... ตอนนี้เป็นของเล่นที่ยังไม่ได้ไปรึเปล่า

ซิ่วหมินเลิกคิ้ว พยายามกลั้นขำอย่างสุดความสามารถ “นายบ่นเหมือนคู่แต่งงานลูกสองที่ความรักจืดจางจนสามีต้องออกไปหาเศษหาเลยนอกบ้านเลยว่ะรู้ตัวปะ”

อี้ชิงกระพริบตาปริบ ก่อนจะเผลอหน้าแดง “บ้าดิ! ฉันเปล่าสักหน่อย แล้วก็ ไอ้คุณซิ่วหมิน ฉันรู้ทันหรอกน่าว่านายพยายามจะจับคู่ฉันกับอู๋อี้ฟาน ใช่มั้ยล่ะ เฮอะ ฉันไม่มีทางลงเอยกับคนแบบนั้นหรอก”

ไม่มีทางยอมเป็นของเล่นของคนแบบนั้นหรอก

“ถ้าอย่างนั้น... ระหว่างบอสตุ๊ดของฉัน กับอู๋อี้ฟาน นายจะเลือกใคร”

อี้ชิงอดไม่ได้จะหลุดขำ “นี่นายเรียกเจ้านายของตัวเองว่าตุ๊ดเหรอ” 

“เอ๊า ใครใช้ให้หน้าหวานอย่างกับผู้หญิง เอ๊ะนี่ ไม่ต้องเปลี่ยนเรื่องเลย บอกฉันมาตรงๆดีกว่าว่านายจะเลือกใคร”

ร่างบางตอบคำถามโดยที่ไม่หันมองสบตา “นายก็รู้ว่ากับคุณลู่หาน ฉันเห็นเขาเป็นแค่เพื่อน”

ซิ่วหมินพยักหน้าหงึกหงัก อดสงสารเจ้านายตัวเองไม่ได้ ตามจีบอยู่ตั้งนาน แต่ดูเหมือนความรู้สึกนั้นจะส่งไม่ถึงใจเพื่อนของเขาสักที “อืม ฉันก็พอรู้อยู่” 

แต่ก็ช่วยไม่ได้ อยากตื๊อเองก็ต้องรับความเสี่ยงไปเองสิ เป็นนักบริหารความเสี่ยงอยู่แล้วเรื่องแค่นี้คงไม่ถึงกับตายหรอก ลับหลังเพื่อนเขาก็เป็นเสี่ยของอีหนูตามผับที่ไหนบ้างก็ไม่รู้ คิดว่าซิ่วหมินคนนี้ไม่รู้รึไงว่าภายใต้ใบหน้าจิ้มลิ้มนั้นน่ะมันก็เสือสิงกระทิงแรดเหมือนอย่างที่อี้ชิงบอกว่าคุณอี้ฟานเป็นนั่นแหละ

“ว่าก็ว่าเถอะ ฉันว่านายกับคุณลู่หานดูเหมาะกันดีออก”เห็นเพื่อนทำหน้าครุ่นคิดเหมือนแฮมสเตอร์ที่กำลังคิดหนัก ก็อดไม่ได้จะแซวบ้าง

ร่างเล็กโวยขึ้นมาทันที “โอ๊ยฉันกับบอสเนี่ยนะ!! ไม่มีทางซะล่ะ!”

“เอ๊า ทำไมล่ะ”พอเห็นเป็นทีของตัวเองอี้ชิงก็แหย่บ้าง  “นายน่ะเอาแต่ห่วงเรื่องจะจับคู่ให้ฉัน ตัวนายเองล่ะไม่ลองหันมองคุณลู่หานบ้าง เขาเองก็เป็นคนดี เพอร์เฟ็กต์ทุกอย่างเลยไม่ใช่เหรอ”

“ฉันชอบผู้หญิงโว้ย!”

“แล้วผู้หญิงเขาชอบนายปะ?”ตั้งแต่ทำงานมาเห็นมีแต่ผู้ชายมาจีบ 

“พอๆๆๆๆ พอเลยจางอี้ชิงครับ ทำงานของนายไปเลย! ไม่คุยด้วยแล้ว!”พอโดนจี้ใจดำเข้าซิ่วหมินก็สะบัดหน้าพรืดรีบคิดหาเรื่องเปลี่ยนหัวข้อ จริงอยู่ที่ไม่รู้ทำไมตั้งแต่แตกเนื้อหนุ่ม(?) จีบผู้หญิงไม่ติดว่าช้ำแล้ว มีแต่ผู้ชายมาจีบยังว่าช้ำกว่าไม่รู้กี่เท่า พอหนีสายตาล้อเลียนของเพื่อนไม่ได้ก็ไพล่หาตัวช่วย “แล้วหลานฉันอยู่ไหน?”

“ทำการบ้านอยู่กับจงเหรินข้างบนนู่น นายมาก็ดีแล้ว ไปดูลูกๆแทนฉันทีแล้วบอกจงเหรินมาช่วยข้างล่าง”บอกพลางมือของเชฟหนุ่มก็ลงมือทำงานต่ออย่างคล่องแคล่ว “ว่าแต่นายมาคนเดียวเหรอ?”

“แน่ะ ไหนว่าไม่เลือกบอสฉันแล้วถามถึงทำไม?”

อี้ชิงโต้กลับ “ไม่แน่น้า... บางทีคุณลู่หานเขาอาจจะชอบนายแล้วเอาฉันมาอ้างก็ได้ ตัวติดกันแทบจะตลอดเวลา ไปไหนมาไหนนอกเวลางานก็ไปด้วยกันบ่อยๆ ใกล้ชิดสนิทสนมกันขนาดนี้มันต้องมีหวั่นไหวกันบ้างนั่นแหละ”

ซิ่วหมินทำเป็นไม่สนใจด้วยการเปลี่ยนเรื่องคุย 

“เออใช่ นายน่ะเอาแต่ชวนฉันนอกเรื่อง เกือบลืมเลย ทำอาหารให้อย่างนึงสิ อะไรก็ได้ที่ไอ้คุณบอสฉันชอบน่ะ ฉันจะเอากลับไปฝาก ยั่วให้ลงแดงตายไปเลย เห็นไอ้ตุ๊ดนั่นอกหักคงสนุกดีพิลึก”

“แล้วพอคุณลู่หานอกหักจากฉันปุ๊บ นายก็จะถือโอกาสตอนคุณลู่หานเสียใจปลอบใจเขา จนสุดท้ายคุณลู่หานก็หวั่นไหวกับนายแทน แบบนี้ใช่เปล่า แผนสูงนะเราอะ”อี้ชิงไม่หลงกล ยักคิ้วแผล็บใส่ให้เพื่อนชักสีหน้าไม่พอใจเล่น

“ดูละครมากไปหรือไงไอ้พ่อบ้านละครหลังข่าว!”แลบลิ้นเล็กๆใส่เพื่อนทีนึงแล้วรีบวิ่งไปหาหลานก่อนตัวเองจะโดนย้อนกลับมาอีก

ไอ้เชฟบ้า อุตส่าห์พยายามจะเปลี่ยนเรื่องแล้วยังจะวกมาจับคู่เขากับไอ้คุณบอสอีก

ลับหลังเพื่อนตัวเล็กไป อี้ชิงก็ถอนหายใจออกมาโดยไม่รู้ตัว

รู้สึกดีที่เพื่อนคนเก่งของตัวเองดันลืมฟังคำตอบอีกคำตอบของคำถาม...

แต่ก็ดีแล้วล่ะ อี้ชิงยังไม่พร้อมจะตอบ เพราะตัวเขาเองน่ะยังไม่รู้คำตอบเลย

ถ้าไม่เลือกลู่หาน... เขาจะเลือกอู๋อี้ฟานมั้ยนะ..?

สมองเขาคิดอยู่เสมอว่าอู๋อี้ฟานเป็นผู้ชายอันตราย ผู้ชายที่เหมือนกับไฟ ไม่ควรเข้าไปยุ่งด้วยมีแต่จะเจ็บตัว เจ็บหัวใจเปล่าๆ แต่ในใจของเชฟหนุ่มกลับรู้สึกตรงกันข้าม

            อี้ชิงไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเอง ว่าเมื่อเปรียบเทียบกันกับสายตาที่มองมาวันแรกที่เจอกัน กับระยะหลังๆมานี้ตั้งแต่ที่อีกฝ่ายพาเขาไปโรงพยาบาล ทั้งสายตาทั้งการกระทำมันเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด 

เปลี่ยนไปจนเขา...

            อี้ชิงเผลอสะบัดหน้าพรืดเร็วๆ ชนิดที่ถ้าซิ่วหมินอยู่ตรงนี้ด้วยล่ะก็ต้องบอกว่าเป็นท่ากระต่ายสับสน 

          ไม่! เขาไม่หวั่นไหวหรอก! 

เราสองคนก็แค่มีพันธะต่อกันเพราะลูกๆ เราเลือกที่จะเติมเต็มกันและกันเพื่อลูกๆ ไม่ใช่เพื่อตัวเราเองสักหน่อย! เขาเป็นคนเริ่มมันเองแท้ๆ จะมาทำเสียเรื่องเองไม่ได้นะ! ที่ว่าจะจีบนั่นก็แค่พูดเล่นให้คนหลงตัวเองอย่างอู๋อี้ฟานยอมให้เขาได้เป็นมะม๊าของช่านเลี่ยก็เท่านั้นเอง! 

          ร่างบางสูดลมหายใจเข้าลึก เมื่อจู่ๆสัมผัสบ้าๆที่ใครคนนั้นทิ้งรอยเอาไว้ทั้งที่แก้มและริมฝีปากมันจะพาเอาสมาธิเขาแตกกระเจิง

          หนักแน่นไว้สิจางอี้ชิง หนักแน่นไว้! 

“พี่อี้ชิงครับ โทรศัพท์”

“หืม? อื้มๆแปปนะ”ตอบรับคำลูกน้องที่รับโทรศัพท์ก่อนจะรีบไปล้างไม้ล้างมือ ในใจก็นึกไปถึงลิสต์ลูกค้าที่ค่อนข้างเรื่องมากและต้องสั่งอาหารกับเขาด้วยตัวเอง หรือไม่ก็อาจจะมีคำสั่งพิเศษที่ลูกค้าไว้ใจแค่เขาเท่านั้นก็ได้...

            เช็ดมือเปียกๆเข้ากับผ้ากันเปื้อนสะอาดแล้วก็ยกหูโทรศัพท์ขึ้นรับ “สวัสดีครับ อี้ชิงพูดครับ”

          “ทำไมไม่รับโทรศัพท์ผมครับคุณภรรยา?”     

            เสียงทุ้มนุ่มจากปลายสายทำเอาอี้ชิงเกือบทำโทรศัพท์ตกมือ คนบ้าอะไรทำไมตายยากแบบนี้เนี่ย! อายุยืนหมื่นๆปีหมื่นๆปีแหงแก๋! 

“คุณ... อาฟาน ผมไม่ค่อยรับโทรศัพท์ส่วนตัวเวลาทำงานหรอกครับ มันเสียสมาธิน่ะ”

“ทำงาน?”อี้ชิงเดาว่าคนปลายสายกำลังขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ “ผมบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าอย่าเพิ่งเดินมาก ถ้าเกิดข้อเท้ามันยังไม่หายแล้วนัดเจอไอ้เฉินอีก มันหาว่าผมดูแลคุณไม่ดีแน่”

            “คุณหมอเฉินใจดีจะตายไป เขาไม่ว่าอะไรคุณหรอก”

 

 

 

            ได้ยินเสียงร่างบางชมคุณหมอกระดูกเพื่อนเขาแล้วก็เบ้ปากอย่างนึกหมั่นไส้ “คุณรู้จักไอ้เฉินมันน้อยไปน่ะสิ กับคนไข้ก็อีกอย่าง แต่กับผมมันก็อีกอย่าง”

            ร่างสูงทิ้งตัวลงนั่งเอกเขนกลงกับเก้าอี้ทำงานของตัวเอง เวลานี้เป็นเวลาพักกลางวันของเขา ก่อนจะมีออกตรวจยาวและเคสผ่าตัดอีกในช่วงเย็น

            อู๋อี้ฟานรู้สึกได้ว่าประตูห้องทำงานของตัวเองที่ล็อกเอาไว้ถูกพยายามที่จะเปิดออกอย่างเงียบเชียบหลายต่อหลายครั้ง พอเงี่ยหูฟังก็ได้ยินเสียงรองเท้าพื้นหนาของนางพยาบาลหลายคู่ เสียงจิ๊ปากขัดใจก่อนจะพึมพำ ‘สงสัยคุณหมอจะไม่อยู่’ ‘คุณหมออู๋ไปไหนนะ’ ‘ปกติคุณหมออู๋จะอยู่ที่ห้องเวลานี้นี่นา’

            นี่เขาอุตส่าห์สลัดคู่ขาทุกคนทิ้งไป สละเรียวขาสวยๆกับการสัมผัสผิวเนื้อเนียนๆนิ่มๆของสาวๆทุกคนเพื่อที่จะโทรศัพท์... และได้ยินเสียงเชฟหนุ่มไร้อารมณ์คนนี้เนี่ยนะ?

           เออ อู๋อี้ฟานมันบ้าไปแล้วจริงๆนั่นแหละ 

           แต่ช่างเถอะ ทำแบบนี้มันสบายใจดีนี่ ใครจะทำไมกันล่ะ?

อีกอย่าง ก็อี้ชิงเองไม่ใช่เหรอที่บอกว่าจะจีบเขา แต่ก็มัวแต่อยู่นิ่งๆไม่เห็นจะทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันสักอย่าง เดือดร้อนเขาเองที่ต้องอ่อยเหยื่อซะหน่อย นี่อี้ฟานก็ไม่ได้รุกหรอกนะ แค่ให้โอกาสอี้ชิงได้จีบอย่างที่ปากว่าเฉยๆ

หาเหตุผลที่ตัวเองคิดว่ามันสมเหตุสมผลแล้วก็นั่งกระดิกเท้าคุยโทรศัพท์ต่ออย่างสบายใจ 

“โทรมาทำไมครับอาฟาน อีกเดี๋ยวคุณก็จะกลับบ้านแล้วไม่ใช่เหรอ”

           ใบหน้าคมกร้านเผยรอยยิ้มกว้าง “พูดแบบนี้เหมือนภรรยาขี้หวงสามีที่นับเวลากลับบ้านเลยนะ จำเวลาเลิกงานของผมได้ด้วยเหรอครับ?”

คุณหมอหนุ่มเดาว่าอีกฝ่ายคงกำลังหน้าแดงอยู่แน่ๆ ดูเอาสิ เงียบไปครู่หนึ่งแบบนี้มันเป็นอย่างอื่นได้ซะที่ไหนกันล่ะ

           “ผมเปล่า แต่น้องป๋ายกับอาเลี่ยถามหาคุ... อาฟานต่างหาก”

“คิดถึงผมก็บอกกันตรงๆก็ได้นะครับ ไม่เห็นจะต้องอ้างลูกเลย”ยิ้มยียวนแล้วก็เผลอโยกเก้าอี้อย่างรู้สึกมีความสุขยังไงบอกก็ไม่ถูก แค่เพียงจินตนาการใบหน้าของคนปลายสายเท่านั้น 

ดวงตาเหลือบมองนาฬิกาแล้วก็รีบบอกธุระของตัว “เย็นนี้ผมมีเคสผ่าตัดใหญ่ อาจจะกลับดึกสักหน่อย ผมฝากอาเลี่ยไว้กับคุณนะ แล้วผมจะไปรับ”

            “ได้ครับ ไม่มีปัญหา”พออี้ฟานพูดจบ ร่างบางก็คิดว่าคงหมดธุระแล้ว “งั้นแค่...”

            “ขอกำลังใจทำงานหน่อยสิ”

 


            เสียงเอาแต่ใจของคนปลายสายทำเชฟหนุ่มยักไหล่ “ก็ได้ครับ อาฟานอยากทานอะไรล่ะ เดี๋ยวผมให้คนเอาไปส่งให้ ตอนนี้ก็น่าจะยังทัน”

“ไม่ใช่ของกิน”อดไม่ได้ที่จะกลอกตาเพราะคนปลายสายนี่บทจะซื่อก็ซื่อจริงๆเลย

“จุ๊บหน่อย

 

            “จะบ้าเหรอคุณ!”เผลอตะคอกออกไปแล้วก็ต้องรีบลดเสียงลงเมื่อลูกค้าเริ่มหันมามอง ร่างบางยิ้มแหยๆก่อนจะลดเสียงเบาจนแทบจะเป็นเสียงกระซิบทั้งๆที่รู้สึกว่าแก้มตัวเองเริ่มอุ่น “เวลาแบบนี้ยังจะมาหื่นขึ้นอยู่อีก รีบรวบรวมสมาธิแล้วไปทำงานของตัวเองเดี๋ยวนี้เลย!”

            “น่า... นะ นิดเดียวเอง สามีขอกำลังใจจากภรรยาผิดตรงไหนกัน”

            คราวนี้ร่างบางเท้าสะเอว “ผมเป็นภรรยาคุณตอนไหนไม่ทราบ”จะว่าไปอีกฝ่ายก็เรียกเขาแบบนี้ตั้งแต่แรกแล้วนี่นา 

            “ก็ตั้งแต่คุณบอกว่าชอบผม” 

            คำตอบง่ายๆทำเอาอี้ชิงหัวเราะหึ รู้สึกคันยิบแปลกๆในความรู้สึก “งั้นคนทั้งโรงพยาบาลก็ภรรยาคุณแล้วล่ะล่ะครับ คุณหมออู๋อี้ฟานสุดฮอต”นึกภาพรอยยิ้มของใครต่อใครที่จงใจส่งมาให้คุณหมอร่างสูงคนนี้ทีไรก็อดหมั่นไส้ไม่ได้ทุกที

            คนอะไร... ฮอตแล้วทำเป็นเช็คเรตติ้ง

            แว่วได้ยินเสียงหัวเราะต่ำๆ ก่อนคำตอบที่ได้กลับมาจะทำเอาอี้ชิงเผลอสะดุ้งโหยง “หึงผมล่ะสิ ไม่ต้องห่วงนะครับ นี่มีสาวๆมายืนรอให้บริการผมที่หน้าประตูตั้งหลายคน แต่ผมก็ไม่เลือกใครสักคน ล็อกห้องแล้วมาโทรหาคุณคนเดียวเลยนะ ว่าไง?”

          ว่าไงน่ะเหรอ?? อี้ชิงจะว่ายังไงได้ล่ะ! 

          คำพูดของอู๋อี้ฟานครั้งนี้มันไม่ใช่คำหยอดธรรมดา แต่มันเป็นเหมือนอะไรที่มากกว่านั้น มันเหมือนกำลังบอกความรู้สึก ความหมายแฝงความนัยอะไรบางอย่างที่อี้ชิงไม่กล้าคิดต่อ

เพราะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าที่คนปลายสายพูดมาน่ะ มันเป็นเรื่องปกติ หรือว่าคิดอะไรจริงจังอย่างที่ปากหยอด...

มือบางเผลอกดลงกับอกเสื้อตัวเองที่เต้นถี่ ข่มความเขิน... ไม่ๆ ไม่ใช่ความเขินหรอก เอาเป็นว่าเป็นความรู้สึกจั๊กจี้แปลกๆนี่ลงไปก็แล้วกัน

            “อาฟานมีอะไรนอกจากนี้ก็รีบๆพูดมาเถอะครับ เผื่อจะมีลูกค้าโทรมาออเดอร์ พวกผมเสียงานเสียการกันหมด”

            “งั้นก็จุ๊บผมทีนึงเร็วๆเข้า ไม่งั้นผมไม่วางสายนะ”

            ร่างบางเงียบไปพักหนึ่ง เป็นการหยั่งเชิงว่าอู๋อี้ฟานจะเอาจริงมั้ยหรือแค่หยอกให้เขาขายหน้าเล่นๆ แต่รออยู่นานก็ยังไม่ได้ยินเสียงตัดบทขอวางสายเสียที อี้ชิงสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะมองซ้ายมองขวา เมื่อแน่ใจแล้วว่าไม่มีใครมองอยู่...

            “จุ๊บ”

ส่งเสียงจุ๊บเบาๆไปแล้วก็ได้แต่ปิดปากตัวเองแน่นทั้งที่รู้สึกว่าหน้าร้อนซู่ขึ้นมาทันที ให้ตายเถอะ ผ่านวัยรุ่นมาก็หลายปีแล้วยังจะต้องมาทำอะไรแบบนี้อีก ทั้งๆที่มันก็แค่เสียงจุ๊บผ่านโทรศัพท์แท้ๆแต่ไม่รู้ทำไมในหัวเขามันดันมีภาพแก้มสากๆของคุณหมอหัวใจโรคจิตปรากฎขึ้นมาได้ก็ไม่รู้!

“ขอบคุณนะครับ เคสนี้สู้ตายเลย จุ๊บ”เสียงจุ๊บตอบกลับมายิ่งทำเอาหัวใจดวงน้อยที่พยายามอย่างยิ่งให้มันเต้นเป็นจังหวะปกติคราวนี้เร่งจังหวะอย่างกับกลองศึก

            โอ๊ย... ตาย อู๋อี้ฟานกำลังล้อเล่นกับหัวใจของเขาอีกแล้ว!!

อารมณ์หมั่นไส้ล้วนๆทำเอาอี้ชิงลืมความอาย รวบรวมความกล้าหยอกกลับไป 

“ผมว่าคุณต่างหากล่ะมั้ง... ที่คิดถึงผมจนทนไม่ไหว ทั้งๆที่มีเคสผ่าตัดใหญ่แท้ๆแต่กลับโทรหาผม ไม่เห็นจะขอคุยกับลูกๆสักคำ”

           


            ยังไม่ทันได้ตอบอะไรอี้ชิงก็ชิงวางสายเสียก่อน ทิ้งให้คนฟังได้แต่มองโทรศัพท์ที่มีเพียงสัญญาณเปล่าๆก่อนจะเผลอยิ้มออกมา

            อี้ชิงทำให้เขาประหลาดใจได้ทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นท่าทีเขินอายตอนอยู่ด้วยกัน หรือท่าทีที่ชอบทำเป็นซึนๆเหมือนไม่แคร์ บางทีก็ฮึดสู้บางทีก็ถอยหนี เรียกได้ว่าไม่เคยเดาอารมณ์เชฟตัวขาวได้ถูกต้องเป๊ะๆเลยสักครั้งเดียว

           คนอะไร... ยิ่งรู้จักก็ยิ่งน่าค้นหา

  ร่างสูงไม่รู้ตัวเลยว่าเผลอยิ้มกับโทรศัพท์อยู่นานสองนาน มารู้สึกตัวอีกทีก็ใกล้เวลาผ่าตัดเต็มที

  ขนาดเดินไปห้องผ่าตัด สวมเสื้อคลุม เสียงจุ๊บเบาๆของอีกฝ่ายมันก็ยังก้องอยู่ในหัว...

ให้ตาย... มันติดหูแล้วก็.. 

น่ารักจัง

“มีเรื่องอะไรดีๆเหรอครับคุณหมออู๋ ยิ้มหน่อยยิ้มใหญ่เชียว”

คุณหมอร่วมเคสที่เป็นชายวัยกลางคนอดไม่ได้จะทักเขายิ้มๆ จนเขาต้องรีบค้อมตัวลงก่อนตอบแสดงความเคารพในฐานะรุ่นน้อง “นิดหน่อยครับรุ่นพี่”

“รู้มั้ย รอยยิ้มคุณทำให้ผมนึกถึงตอนที่ตัวเองเพิ่งจะแต่งงานใหม่ๆ ภรรยาของผมน่ารักมากๆเลย อ้อ แต่ตอนนี้เธอก็ยังน่ารักอยู่ดีแหละนะ”

บ่นออกไปเรื่อยๆตามประสาหนุ่มใหญ่ที่ผ่านเรื่องราวมามากมาย แต่คนฟังถึงกับกระพริบตาปริบๆอย่างคนที่ไม่รู้ว่าใจตัวเองกำลังรู้สึกอะไร 

เวลาที่คิดถึงจางอี้ชิง... เขาดูอารมณ์ดีขนาดนั้นเลยเหรอ?

 

 

 

“อาเลี่ย วันนี้ปะป๊ากลับดึกหน่อยนะครับ คืนนี้อาเลี่ยนอนกับมะม๊ากับน้องป๋ายก่อนนะครับลูก”บอกกับลูกชายคนโตที่ตะกายขึ้นมานั่งตักเขา ใบหน้าเล็กจ๋อยขึ้นมานิดจนถ้าไม่สังเกตดีๆก็คงจะไม่เห็น

“เย้!! คืนนี้อาเลี่ยนอนกับน้องป๋าย เย้ๆๆๆ”

“ทำไมล่ะฮับมะม๊า...”ถามเสียงอ่อยผิดกับป๋ายเซียนที่กระโดดโลดเต้น ท่าทางหงอยเหงาขึ้นมาทันควันทั้งที่ยังมีตัวต่อพลาสติกอยู่ในมือทำเอาอี้ชิงต้องกอดปลอบ

“เพราะปะป๊ามีผ่าตัดครับ อาเลี่ยรู้ใช่มั้ยหือ?”

“อาเลี่ยรู้ฮับ ปะป๊ากลับดึกบ่อยๆเพราะมีผ่าตัด อาเลี่ยเข้าใจ อาเลี่ยจะเป็นเด็กดี ไม่ดื้อ ไม่ซน...”ช่านเลี่ยบอกทั้งที่เสียงอ่อยลงเรื่อยๆจนอี้ชิงยังอดไม่ได้ที่จะใจหาย

ร่างบางไม่อยากคิดเลยว่า แต่ก่อนที่ช่านเลี่ยจะมาเจอเขา เด็กน้อยที่เฝ้ารอให้ปะป๊ากลับบ้านจะอยู่รอกับใคร เหงามากแค่ไหน จะมีใครเคยรับรู้ถึงความรู้สึกของเด็กคนนี้บ้างนะ?

“พี่หมินฮับ ผ่าตัดคือไรฮับ”ป๋ายเซียนหยุดกระโดดโหยงเหยงแล้วกระโจนเข้าหาพี่ชายอีกคน จริงๆแล้วป๋ายเซียนอยากไปนั่งตักมะม๊ามากกว่า แต่มะม๊ายังเจ็บขาอยู่ อ้อนพี่หมินก็ได้ 

“ผ่าตัดก็คือ วิธีที่คุณหมอใช้ในการรักษาคนที่ป่วย แต่ต้องใช้เวลาหน่อยไงครับ”ซิ่วหมินอธิบาย “แล้วยิ่งปะป๊าของน้องป๋ายเป็นคุณหมอหัวใจด้วย เวลาผ่าตัด ก็ต้องผ่าตัดที่หัวใจ”

“ว้าวววววว”ป๋ายเซียนตาโต แววตาเป็นประกายวาววับ “แปลว่าปะป๊าก็จะเห็นหัวใจของทุกคนเลยสิฮับ แล้วปะป๊าจะเห็นหัวใจน้องป๋ายมั้ย?”

“แน่นอนครับว่าปะป๊าเห็น แต่ต้องไม่ใช่เพราะการผ่าตัดแน่นอน”อี้ชิงอธิบายพลางกำชับเป็นการย้ำว่าเขาจะไม่มีวันต้องให้ป๋ายเซียนต้องเข้ารับการผ่าตัดอะไรแบบนั้นแน่ๆ

ช่านเลี่ยพลิกตัวต่อในมือไปมา ท่าทางใจลอยอย่างเห็นได้ชัดจนอี้ชิงต้องรีบชวนคุย 

“อาเลี่ยไม่อยากนอนกับมะม๊าเหรอครับหืม?”

“เปล่านะฮับ”ได้ผล เด็กน้อยปฏิเสธทันควัน แต่ดวงตากลมโตก็ยังปิดบังความรู้สึกไว้ไม่มิด “อาเลี่ยแค่... แค่..”

“แค่ไรเหรออาเลี่ย”ป๋ายเซียนที่พอซิ่วหมินผละออกไปคุยโทรศัพท์ข้างนอกก็รีบวิ่งเข้ามาหาเพื่อน เหมือนจะพอรู้ว่าช่านเลี่ยเองก็อยู่ในอารมณ์เศร้าๆ

ช่านเลี่ยเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนสลับกับอี้ชิงไปมาอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็ก้มหน้างุด “อาเลี่ยรู้ว่าปะป๊าผ่าตัดบ่อย แต่อาเลี่ยเหงา ปะป๊ากลับดึกเพราะช่วยคน อาเลี่ยรู้ แต่อาเลี่ยก็เหงาอยู่ดี”

“โธ่อาเลี่ย”อี้ชิงกอดโยกเด็กชายตัวโต “อาเลี่ยเก่งมากเลยครับรู้มั้ย เก่งมากเลยที่รู้หน้าที่ของตัวเอง เก่งมากที่เข้าใจว่าปะป๊าต้องทำงาน ต้องช่วยเหลือคนที่ไม่สบาย ถึงแต่ก่อนอาเลี่ยจะเหงา แต่ตอนนี้อาเลี่ยไม่เหงาแล้วนะครับ รู้มั้ย ตอนนี้อาเลี่ยก็มีน้องป๋าย มีมะม๊าแล้วนี่ไง”

ช่านเลี่ยเหมือนจะเข้าใจสิ่งที่อี้ชิงพยายามบอกในที่สุด ใบหน้าเล็กๆเงยหน้าขึ้นมองพลางยิ้มกว้าง ก่อนจะค่อยๆหุบลงเมื่อความคิดน้อยๆแล่นกลับเข้ามาอีก “แต่... แต่ถ้าวันไหนที่ปะป๊ามีผ่าตัดอีก อาเลี่ยก็ต้องนอนคนเดียวอีก...”

“งั้นวันไหนที่ปะป๊ามีผ่าตัด อาเลี่ยก็มานอนที่นี่ทุกคืนเลยสิ”ป๋ายเซียนชวนง่ายๆตามประสาเด็กๆ แต่เป็นคำขวนที่ผู้ใหญ่คนเดียวเห็นด้วย รีบพยักหน้าสนับสนุน

“ใช่แล้วครับ อาเลี่ยมานอนกับมะม๊ากับน้องป๋ายก็ได้”

“จริงนะ”หันมาหาเพื่อนเพราะยังไม่แน่ใจ

“จริงสิ เด็กดีไม่โกหก เด็กโกหกนิสัยไม่ดี อาเลี่ยไม่ได้อยู่คนเดียวสักหน่อย อาเลี่ยมาหาน้องป๋าย มาหามะม๊าได้ตลอดเลย ใช่มั้ยฮับมะม๊า”ป๋ายเซียนไม่พูดเปล่า ตัวป้อมๆโถมเข้ามากอดเพื่อนที่นั่งบนหน้าตักเขา กอดโยกไปโยกมาแบบที่เขาชอบทำเวลากล่อมเจ้าตัว แรงโยกน้อยๆพร้อมกับคำอ้อนจากเพื่อนทำเอาช่านเลี่ยนหลุดยิ้มกว้างออกมาในที่สุด

  อี้ชิงนึกหมั่นเขี้ยวเด็กสองคนบนหน้าตักซะจนอยากถ่ายรูปเก็บเอาไว้ดูจริงๆ อ้อ อยากถ่ายเก็บไว้อวดอู๋อี้ฟานด้วยว่าเวลาอยู่กับเขาเด็กๆเผยความน่ารักแบบไหนออกมา คอยดูเถอะเชฟจะทำให้หมออิจฉากันไปข้าง

           

 

 

“นายอยู่ไหน ซิ่วหมิน?”

“ฉันก็มาทำธุระปะปังของฉันบ้างน่ะสิถามได้”ซิ่วหมินเลือกที่จะไม่บอกความจริงกับเสี่ยวลู่หานผู้เป็นนายว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน เพราะถ้าขืนได้บอกออกไปล่ะก็เชื่อเถอะว่าไม่เกินสิบนาที ชายหนุ่มร่างโปร่งจะมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่แน่นอน

           แล้ววันนี้อู๋อี้ฟานก็ไม่อยู่เป็นไม้กันหมาซะด้วยสิ

อันที่จริงซิ่วหมินก็ไม่ได้อยากขัดขวางเจ้านายตัวเองหรอก แต่เขาก็ปฏิเสธไม่ได้เหมือนกันว่าเขารู้สึกได้ว่าเพื่อนสนิทกำลังรู้สึกอะไรบางอย่างกับอู๋อี้ฟานไม่มากก็น้อย...

อี้ชิงมันสวยเอ็กซ์เซ็กซ์อึ๋ม มีบ้างแหละที่จะถูกลวนลามจากผู้ชายด้วยกัน แต่เจ้าตัวก็มักจะทำใจเย็นไม่ถือสาอยู่เสมอ แต่กับอู๋อี๋ฟานนี่ถึงกับโมโหจนเข้าครัว ไม่สิ... ซิ่วหมินว่ามันมีอะไรมากกว่านั้น มันมีอะไรบางอย่างที่เขาเองค่อนข้างแน่ใจว่าอี้ชิงยังไม่รู้ตัว

เพราะฉะนั้นเขาเองก็ยังไม่กล้าฟันธง...

แต่ระหว่างที่อี้ชิงยังไม่รู้ใจตัวเอง ระหว่างที่รออะไรๆให้มันชัดเจนมากกว่านี้ เพื่อนที่แสนดีอย่างเขาก็มีหน้าที่ต้องเคลียร์ทางให้เพื่อนมีอุปสรรคน้อยที่สุด จริงมั้ย?           

ต่อให้อุปสรรคที่ว่านั่นเป็นเจ้านายของตัวเองก็เถอะ!

“ธุระอะไร ที่ไหน”

ซิ่วหมินถอนหายใจกับคำถามจุกจิก “ธุระก็ธุระสิครับไอ้คุณบอส ถามมากจริง นี่มันเรื่องส่วนตัวนะ”

ถึงจะโดนลูกจ้างเหวี่ยงออกไปแต่นี่มันเป็นเวลาเลิกงาน อีกทั้งลู่หานก็ไม่ใช่คนถือเนื้อถือตัวถึงได้ต่อล้อต่อเถียงต่อ “ทำไม ฉันอยากรู้ว่านายไปที่ไหนแล้วมันผิดตรงไหน”

ซิ่วหมินกระพริบตาปริบๆ รู้สึกตงิดๆนิดหน่อยกับคำพูดตรงหน้า ยังไม่ทันได้ตอบอะไรอีกฝ่ายก็พูดต่อ

“บอกฉันมาตรงๆดีกว่าว่านายอยู่ที่ไหน”

“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับนายไม่ทราบ!”สาบานได้ว่าลูกจ้างกินเงินเดือนอย่างเขาไม่ได้ตั้งใจจะเหวี่ยงเจ้านายหรอก มันก็แค่อาการที่เรียกว่า ‘โมโหกลบเกลื่อน’ เท่านั้นเอง..

อยากจะรู้ความเป็นไปของเขาอะไรขนาดนั้น...

แต่จะว่าไป... มันก็เสียวสันหลังนิดๆแฮะ หรือว่าแอร์มันจะเย็น... แต่นี่เขาก็หลบออกมาคุยข้างนอกห้องเด็กๆแล้วนะ หรือเมื่อกี้จะปิดประตูไม่สนิทวะ...

  “จะบอกหรือไม่บอกฉันว่านายอยู่ที่ไหน”

“ฉัน... อยู่ที่บ้าน เนี่ยตอนนี้กำลังจะอาบน้ำเลย”

“โกหก”

ซิ่วหมินแทบจะเผลอสะอึกออกมา ดีที่กลั้นหายใจเอาไว้ได้ทัน “รู้ได้ยังไงว่าฉันโกหก อย่าบอกนะว่าแอบดูฉันอาบน้ำประจำ”

“ฉันไมได้แอบดูนายอาบน้ำ”คราวนี้ซิ่วหมินรู้สึกว่าเสียงของลู่หานมันแปลกๆยังไงชอบกล..

เหมือนมันดังอยู่ข้างหลัง...

            จู่ๆร่างเล็กก็รู้สึกขนลุกแปลกๆจนนึกอยากเดินกลับห้องไปหาอี้ชิงกับหลานๆเสียดื้อๆ แต่แค่คิดจะก้าว มือคู่หนึ่งก็ชิงคว้าข้อมือเขาเอาไว้ก่อน เกือบหันหลังกลับไปฟาดมือตบแล้วถ้าไม่ติดว่าเสียงทุ้มๆคุ้นเคยนั่นเอ่ยออกมาเสียก่อน

          “ให้บอสลู่ช่วยอาบน้ำมั้ยซิ่วหมิน!”

           

 

         

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 41 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

915 ความคิดเห็น

  1. #804 Xingmin (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 กันยายน 2559 / 10:57
    คุณหมอขาหยอดเก่งไปแล้ว นี่ขนลุกแทนพี่หมินเจ้านายหรือสตอกเกอร์
    #804
    0
  2. #750 conan_tkd (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2558 / 00:34
    พี่ลู่นี่หยั่งงาย เนี้ย

    แหมๆ หวานกันซะ

    คุณหมอนี่ก็ช่างลวนลามเสียจริง
    #750
    0
  3. #734 คุณนายปาร์คนานา (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 กันยายน 2558 / 13:57
    ปะป๊ากับมะม๊าเริ่มหวานแหววกันแล้ว
    ส่วนพี่หานนี่ตกลงชอบอี้จริงป่ะ
    ไม่ใช่ว่าแกล้งทำเป็นชอบเพื่อที่จะอยู่ใกล้หมิน ทำเป็นสอบถามหมินหรอกนะ
    แล้วทำไมต้องอยากรู้ทุกเรื่องว่าหมินทำอะไร ที่ไหน 
    #734
    0
  4. #653 Ekaract Sun (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2558 / 08:43
    อาหมิน มีเรื่องแว้วววว
    #653
    0
  5. #531 b_22 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 กันยายน 2557 / 17:38
    กรี๊ดดดดดดด พี่หานนน อย่ามาทำลักไก่จีบใครก็ไม่รู้นะคะ จะจีบใครแน่ เอาให้เป๊ะ เอาให้ชัวร์ แต่จีบพี่หมินจะดีใจมาก คนอ่านชอบบบบ ><
    #531
    0
  6. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  7. #495 iseyeol (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2557 / 15:46
    หวานๆ ลอยๆ พ่อแม่ลูก ละมุนละไมที่สุด น่ารักอ่ะ แต่คู่ทิ้งท้ายนี่ก็ใช่ย่อยนะ สรุปพี่ลู่ยังไง ชอบหมินก็บอก 555 รออ่านนะ มาอัพต่อเร็วๆด่วนๆเลย
    #495
    0
  8. #494 Kuzzith (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2557 / 20:24
    คุณสามี คุณภรรยา กันอยู่นั่นแหละ
    เรียกแค่ปาก เมื่อไหร่จะได้เป็นจริงๆ เสียทีเล่าาาา

    หึหึ ><
    #494
    0
  9. #491 TiP&MiCkY (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2557 / 14:35
    ลู่หมินนี่ชักจะยังไงๆๆๆแล้วนะ ปากบอกไม่ชอบ แต่ใครจะรู้ว่าในใจคิดอะไร อิอิ

    ปะป๊าก็ร้ายเหลือเกินนะ ขอ จุ๊บเป็นกำลังใจแบบนั้น แถมยังส่งกลับอีก... แบบนี้มันชีวิตสามีภรรยาที่อยู่กินกันแล้วนะ ฮ่าๆๆๆ
    อี้น่ากลัวจริงๆ เวลาโมโหแล้วเข้าครัว ฮ่าๆ แต่ก็นะ นี่มันเขินจนพาลจริงๆ ฮ่าๆๆ
    ก็ชอบเขาก่อนนินา ไม่ผิดหรอกที่จะทำเพื่อเติมเต็มลูกๆและก็ตัวเอง...
    สงสารชานเลี่ย เป็นเด็กที่ความคิดเป็นผู้ใหญ่จจริงๆ แต่ก็นะก็เป็นเด้ก
    ถึงรู้หน้าที่ แต่ก็เหงา ..... แต่ ต่อจากนี้คงไม่ต้องเหงาแล้วล่ะ อิอิ

    ไรท์เตอร์มาต่อไวไวนะคะ รอติดตามอยู่นะคะ ^O^ สู้ๆๆนะคะ
    #491
    0
  10. #490 MINJEA (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2557 / 12:21
    ไรท์มาอัพไวๆนะ ^^
    #490
    0
  11. #485 Partintida Jakthong (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2557 / 00:27
    ไรท์ คิดถึงแล้วนะ หายไปไหนหว่า ?^^
    #485
    0
  12. #482 Pearl Latte (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2557 / 09:05
    อ๊ากกกกกก ฟินลู่หมินนนน > < ป๊าม๊าทำจิกหมอนตลอด งื้อออ -////-
    #482
    0
  13. #480 kevalign (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2557 / 00:54
    พี่ลู่เหมือนผีเลย 5555555555
    #480
    0
  14. #475 Thanyapoun Tansuk (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2557 / 13:19
    เรื่องนี้น่ารักมากนะเอาจริงป่ะ คือบับ อ่านแล้วรู้สึกว่า เห้ยยยย กูขอยาระงับประสาทสองเม็ด เขินแทนม๊าโว้ยยยย เรื่องลู่หมินนี่ยังไงๆอยู่นะ แล้วคู่ลูกอีกหล่ะ น่ารักมากกก เป็นฟิคที่เช๊กกะด้าวฟ้าวเฟี้ยวเกี๊ยวต้มยำมากก รอไรท์มาต่อปมลู่หมินนะ ดูคุณบอสจะสนใจหมิน #ชั้นจะรอพี่ที่ท่าน้ำ สวัสดี
    #475
    0
  15. #474 Yezo (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2557 / 23:27
    อ๊ายครอบครัวสุขสัน
    ปริมมากเลยอ่า
    น้องป๋ายกะชานเลี่ยน่ารักมากเลย
    ป๊าม๊าก็ เขินแทนอ่าน่ารัก อ๊ายยยยยยยยยยยยยยยย

    พี่ลู่อ่ะรู้ตัวซะที่เถอะ ว่าชอบหมินอ่า

    รอนะคร้าาาาาา
    อิอิ
    #474
    0
  16. #473 Whitepearl_2001 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2557 / 22:49
    คริสเลย์พาฟิน >/////< 

    ง่า .... อดเห็นเฉินหมินเลย -3- แต่ไม่เป็นไร ไรต์แต่งสนุก อ่านลู่หมินก็ได้ =3= 
    #473
    0
  17. #472 vviez (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2557 / 11:11
    อยากจุ้บอาฟานด้วยได้มั๊ยคะ 
    #472
    0
  18. #471 pitchnk (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2557 / 01:40
    โอ้ยเขิน อี้ฟานหยอด ...จุ๊บ

    ฤฤฤO(≧∇≦)Oฤฤฤฤ



    แบบว่าลู่หมิน มีอะไรแอบแฝง หรือบอสตุ๊ดจะหลงหมินแล้ว แล้วลูกจ้างกินเงินเดือนจะหลงบอสด้วย ฟิน....
    #471
    0
  19. #470 |2@|_ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2557 / 07:54
    ลู่หมินนี่เริ่มมี sth แล้วชะ?

    ส่วนคู่เมนคงต้องห่วงอะไรหรอก...มั้ง
    #470
    0
  20. #469 คลชป9091 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2557 / 02:45
    อี้ชิงเดี๋ยวเขิน เดี๋ยวโมโห 555555555 เพราะคุณหมอเจ้าชู้ไงล่ะ

    เอ๊ะคืนนี้ชานเลี่ยนอนกับม๊าคนสวยแล้วจะเกิดไรขึ้นน้าคุณปะป๊าจะตามมากี่โมง ><
    #469
    0
  21. #457 BrowZNiiZ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2557 / 00:17
    คริสเลย์น่ารักอ่าาาา

    พี่คริสแอบหยอดตลอด

    ลู่หมินนี่ลงเอยกันได้ป่ะ 555

    ชอบๆๆๆๆๆ
    #457
    0
  22. #456 L.Q (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2557 / 23:38
    คริสเลย์น่ารักไปเลี้ยววววววววว อร๊ายยยยยยยย ลู่หมินเนี่ยฮาดี 555555555555 
    พี่มิ้นสู้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #456
    0
  23. #454 เคแอล9091 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2557 / 22:25
    แหม่มีจงมีจุ๊บอ๊ายยยยย

    บอสนี่ตามติดชีวิตมินซอกป่ะหื้ม55555
    #454
    0
  24. #450 AoOm* (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2557 / 21:18
    มะม๊าอี้ชิงน่ารักมากๆเลย วันนี้อาเลี่ยนอนกับมะม๊านะคับ เดี๋ยวคุณพ่อกับมาก็มานอนด้วยกัน?นะ :)
    #450
    0
  25. #448 mango2day (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2557 / 20:51
    โอ้ยยยยยยย อาลู่ทำเราตกใจได้อีก สองคนนี้ลู่หมิ๋นรีบๆๆๆๆๆรักกันไปเลยนะ แถวนี้เคาคริสเลย์ยะ อิอิอิอ
    อยากให้ฟิกเรื่องนี้มาต่อวันละสามตอน มาต่อทีเรากรี๊ดดดดดดดดดดด คาจอ มันน่ารักมากๆๆๆ
    เรากรี๊ดคริสยิ่งกว่ากรี๊ดคริสตัวจริงในจออีก5555555

    ชานเลี่ยทำเราจะเบะอีกแล้ว ไม่นะ!! เป็นผู้ใหญ่ต้องไม่ร้องให้ อึ๊บๆ!!+3+

    มองอิอู๋แซวอี้ อี้แซวอู๋ไปมา ก็เขินไปเขินมา บิดจนตัวม้วน......อ้าว!!!  คนอ่านหรอกเหอะ!!!
    ไม่ใช่พระเอกนางเอกเค้าเขินซะหน่อย>////////////////////<
    #448
    0