[Fic EXO: Krislay] Finding Mommy! สมาคมคุณพ่อป่วนรัก!

ตอนที่ 11 : ●▽● 10 : Barefoot SnowWhite (rewrite)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,468
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 53 ครั้ง
    4 ต.ค. 60


Finding Mommy! สมาคมคุณพ่อป่วนรัก!


Chapter 10 – Barefoot SnowWhite

Rate : PG

Author : MariaTest.

 

 

 

 

ดวงตากลมโตของซิ่วหมินเหลือบมองไปรอบๆตัวอย่างอึดอัด ผิดกับสายตาของผู้หญิง (และอาจจะผู้ชาย)หลายๆคนในร้านอาหารที่พากันมองตรงมายังผู้ชายที่นั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารตรงข้ามกันกับเขาตาเป็นมัน

ถึงลู่หาน เจ้านายของเขาจะไม่ใช่นักร้องไอดอลอะไรเหมือนอย่างที่ในวงการเพลงกำลังแข่งขันกันดุเดือด แต่เพียงแค่ภาพลักษณ์ผู้ชายดอกไม้ของซีอีโอหนุ่มคนนี้ก็เกินพอแล้วที่จะตกเป็นเป้าสายตาของทุกๆคนในร้านอาหารแห่งนี้

“ขอโทษด้วยนะที่เรียกตัวออกมากะทันหันแบบนี้”

ซิ่วหมินคลี่ยิ้มรับประชดประชันออกไป เขาไม่ได้ไม่ชอบเจ้านายตัวเองหรอกนะ เพราะที่ทำงานลู่หานน่ะเป็นผู้บริหารหนุ่มไฟแรงที่มากความสามารถ อนาคตไกล และยังเป็นที่รักที่ชื่นชมของพนักงานบริษัทหลายๆคนรวมถึงเขาเอง เฉพาะเรื่องการทำงานนะ

ลู่หานคือเจ้านายที่ซิ่วหมินรู้สึกประทับใจตั้งแต่แรกเห็น แน่ล่ะ... ไม่ว่าใครแค่เห็นหน้าเขาก็ต้องรู้สึกอยากละลายกันไปข้างกันทั้งนั้น เพราะไม่ต่างกันกับไอดอลในชุดสูท ซีอีโอหนุ่มคนนี้จึงเปรียบเสมือนดอกไม้บานท่ามกลางแผ่นกระดาษและแฟ้มของออฟฟิศ

นึกๆย้อนไปถึงครั้งแรกที่ได้ ‘คุยกัน’ ตอนนั้นน่ะซิ่วหมินยอมรับว่าแทบหัวใจจะวาย เพียงแต่ประโยคแรกหลังจากการแนะนำตัวนั่นก็คือ..

นายเป็นเพื่อนของจางอี้ชิงใช่มั้ย?

และความสัมพันธ์จนถึงตอนนี้ มันก็ยังเป็นแบบเดิม ในออฟฟิศ พวกเขาสองคนคือเจ้านายกับลูกน้อง ผู้บริหารกับพนักงานกินเงินเดือนธรรมดา แต่เมื่ออยู่ด้วยกันตามลำพัง จะเป็นผู้ชายหน้าตาดีคนหนึ่ง กับเพื่อนของเชฟจางอี้ชิง

และวันนี้ก็เป็นหนึ่งในหลายๆวันเหล่านั้น

“พอดีฉันแค่อยากรู้เรื่องของอี้ชิงนิดหน่อย”

ดวงตากลมๆกลอกตาไปมา “จะถามอะไรก็รีบๆถามออกมาสักทีเถอะ ฉันอึดอัดจะตายอยู่แล้ว”

พอได้รับอนุญาต ลู่หานก็ยิงคำถามทันที “อู๋อี้ฟานเป็นใคร”

ซิ่วหมินยกมือเกาหัวแกรกๆ “นี่ไม่รู้หรือแกล้งไม่รู้ครับบอส”

“ฉันไม่รู้จริงๆ”ตอบพร้อมกับทำหน้างงหนักเข้าไปอีก กับคนอื่นๆอาจจะมองว่ามันช่างดูใสซื่อบริสุทธิ์ แต่ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ที่ซิ่วหมินไม่รู้สึกอย่างนั้นเลยแม้แต่นิดเดียว 

ในสายตาคนอื่นลู่หานก็คือเสี่ยวลู่หาน ซีอีโอหนุ่มหน้าใสท่าทางใจดี แต่ก็แค่ท่าทางเท่านั้น เพราะหากข้างในมันใสอย่างที่หน้าเป็น คนอายุเพียงแค่นี้หรือจะมาถึงตำแหน่งนี้ได้ 

“จริงๆถ้าบอสลองเสิร์ชหาในกูเกิ้ล ฉันก็คงไม่ได้ลาภปากฟรีแบบนี้”พูดพลางดันจานสเต็กที่ว่างเปล่าตรงหน้าออกห่างตัวเป็นเชิงบอกว่ามื้ออาหารนี่มันเยี่ยมจริงๆ

“หมายความว่ายังไง? เขาเป็นคนดังขนาดนั้นเลยเหรอ?”จริงๆแวบแรกทีเห็นหน้า ลู่หานก็นึกคุ้นหน้าคุ้นตาอยู่เหมือนกัน เพียงแต่ในวงการนักธุรกิจ เขารู้สึกว่าเขาเจอคนมาเยอะจนตาลาย จะจำใครได้แต่ละทีก็ต้องใช้เวลาและอาศัยความคุ้นเคยต่างๆนานา

“เขาเป็นอดีตนายแบบน่ะ แต่ตอนนี้ผันตัวเป็นศัลยแพทย์หัวใจแล้ว หลังจากพวกข่าวลืออะไรทำนองนั้น”

ลู่หานนิ่งไปพักหนึ่ง ก่อนดวงตาคู่สวยจะเบิกกว้างเมื่อนึกขึ้นได้ทันทีว่าชายร่างสูงคุ้นหน้าคุ้นตานั่นเป็นใคร “ผู้ชายคนนั้นน่ะเหรอ!?”

“อื้ม ใช่แล้ว”ยืนยันพร้อมกับก้มลงดูดคาปูชิโน่เย็นในมือ “ทำไมจู่ๆบอสถึงถามเรื่องเขาขึ้นมาล่ะ ไปเจอเขามาเหรอ”

“ใช่”คิดถึงใบหน้าคมคายนั่นแล้วลู่หานก็ต้องยอมรับจริงๆว่าอู๋อี้ฟานน่ะสมบูรณ์แบบ ด้านรูปลักษณ์น่ะไร้ที่ติตั้งแต่หัวจรดเท้า พอนึกถึงคนๆนั้นทีไรก็อดนึกถึงภาพใกล้ชิดที่แสนบาดตาในวันนั้นไม่ได้จนนึกเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันขึ้นมาให้หงุดหงิดใจเล่น 

“แล้วทำไมคนๆนั้นถึงมารู้จักกับอี้ชิงได้ล่ะ?”

ซิ่วหมินนึกไปพักหนึ่งเมื่อนึกถึงเรื่องที่เพื่อนสนิทเคยเล่าให้ฟัง ก่อนเลือกจะอธิบายสั้นๆในส่วนที่ใครต่อใครก็คงเห็น

บอกแล้ว... ซิ่วหมินไม่ใช่คนประเภทขายเพื่อนทุกเรื่อง ต่อให้เป็นเจ้านายก็ตามที

อีกอย่าง เขาเองก็เคยบอกอี้ชิงไปแล้วด้วยว่าเคมีของอี้ชิงกับเจ้านายเขาน่ะมันดู... ไม่เข้ากันอยู่ในที 

“ป๋ายเซียนกับช่านเลี่ย ลูกชายของคุณอี้ฟานน่ะ เขาเป็นเพื่อนห้องเดียวกันที่โรงเรียนอนุบาล... นายเองก็รู้จักนี่”

“ใช่... บริษัทของเราเป็นที่ปรึกษาด้านการออกแบบโรงเรียนนั้น”ลู่หานพึมพำ เผลอพูดเรื่องธุรกิจออกมาตามสัญชาตญาณผู้บริหาร “ว่าแต่แค่นั้นแน่เหรอ?”

อยากถามออกไปให้แน่ใจ เพราะภาพที่เขาเห็นวันนั้น เหมือนป๋ายเซียนกับช่านเลี่ยจะสนิทกันก็จริง แต่ดูเหมือนมันก็ส่งผลให้ผู้ปกครองของทั้งสองคนได้มาใกล้ชิดกันโดยปริยาย

และดูเป็นการใกล้ชิดที่มากจนเกินพอดีซะด้วย! 

“เท่าที่ฉันรู้มันก็แค่นั้นแหละ”ซิ่วหมินตอบออกไปตามตรงก่อนจะคลี่ยิ้มเจ้าเล่ห์ “ถ้าบอสอยากรู้อะไรมากกว่านี้ ก็ลดงานที่แผนกผมลงสิครับ ผมจะได้ไม่ต้องอยู่ทำโอที มีเวลาไปหาไอ้อี้บ่อยๆ”

ซิ่วหมินแค่พูดล้อเล่น แต่ก็ต้องถึงกับตาโตอ้าปากค้าง เมื่อลู่หานตอบตกลงมันเสียดื้อๆ

“เอาสิ เดี๋ยวฉันจะเรียกผู้จัดการมาคุยให้ แต่ก็คงลดได้แค่ส่วนของนายคนเดียวแหละ”

“นี่เอาจริงเหรอครับไอ้คุณบอส”ลูกน้องกระพริบตาปริบๆอย่างไม่เชื่อหู

“แน่นอน คนอย่างลู่หาน อยากได้อะไรก็ต้องได้” 

ซิ่วหมินยักไหล่ นึกขอบคุณอี้ชิงที่นอกจากจะได้กินอาหารอร่อยๆฝีมือเชฟระดับห้าดาวแล้วยังได้ลดงานฟรีๆอีก

เขาไม่ใช่คนเห็นแก่ตัวหรอกนะ แต่เพราะเขาเห็นว่าลู่หานเองก็เป็นคนดีพร้อม อยากเปิดโอกาสให้เพื่อนที่แทบจะไม่เคยมีความรักตลอดทั้งชีวิตดูบ้างก็ดูเหมือนจะไม่เสียหายอะไร

“แค่นี้ใช่มั้ย ฉันจะได้กลับสักที อึดอัดเป็นบ้า”

พอลู่หานทำหน้างง ซิ่วหมินก็บุ้ยใบ้ไปรอบๆตัวให้เจ้าตัวน่ะรู้สึกตัวเสียที แต่แทนที่ลู่หานจะรู้สึกอึดอัดแบบที่ซิ่วหมินรู้สึก ร่างโปร่งกลับทำเพียงหัวเราะขำ

“ทำไม นายอย่าบอกนะว่ายังไม่ชินกับเรื่องแบบนี้อีก”ไม่ว่าจะออกมาทานข้าวของนอกด้วยกัน หรือไปไหนมาไหนกัน(โดยมีหัวข้อเรื่องจางอี้ชิงเป็นตัวพาซิ่วหมินมา) คนทั้งคู่ก็มักจะถูกมองด้วยสายตาแบบนี้เสมอ

“งั้นก็ช่วยไปทำหน้าทำตาให้มันขี้ริ้วขี้เหร่กว่านี้หน่อยเถอะ ฉันเข้าใจนะที่ทุกๆคนมองนายเนี่ย แต่ฉันโดนหางเลขไปด้วยนี่สิ ให้ตายเถอะฉันไม่ใช่ดารานะ”บ่นกระปอดกระแปดอยู่ได้คนเดียวแล้วก็ไม่มองหน้าคู่สนทนา ท่าทางที่ทำลู่หานขำออกมาอีก

“ฉันล่ะชอบจริงๆเวลาที่ฟังนายเหวี่ยงแบบนี้ ผิดกับที่บริษัทลิบลับ ผมอย่างนั้น ผมอย่างนี้ บอสครับ...”

นิ้วเล็กๆยกขึ้นขู่คนตรงหน้าทันที“หยุดล้อผมเลยครับคุณบอส ก็ถ้าในบริษัทผมพูดจาเป็นกันเองแบบนี้ มีหวังโดนพวกขี้นินทาเอาไปโม้อีกว่าฉันกับนายน่ะเป็นคู่ขากัน”

คราวนี้ลู่หานหัวเราะออกมาจริงๆพร้อมกับทำตาโต “จริงเหรอ มีคนลือแบบนี้กันด้วยเหรอ”

ซิ่วหมินทำหน้าหน่าย เผลอเอาศอกเท้าคางกับโต๊ะ “เออสิ นายน่ะวันๆเข้าออกอยู่แต่ห้องทำงานส่วนตัวกับห้องประชุม มีแต่ฉันเนี่ยรับหน้าคนเดียวเลย”

ชายหนุ่มในชุดเชิ้ตขาวที่พับแขนไปถึงข้อศอกดูสบายๆยังคงหัวเราะเบาๆตอนเท้าคางฟังหัวข้อซุบซิบนินทาของคนในบริษัท “เหรอ แล้วเขาว่ายังไงกันบ้าง ฉันเป็นฝ่ายรุกหรือเป็นฝ่ายรับล่ะ?”

“ตลกนะครับ ตลกจังเลยนะ ตลกจังเลยยยยย”เห็นท่าทีสบายอกสบายใจเข้าซิ่วหมินก็หมั่นไส้จนต้องประชด

“ฮ่าๆๆ ฉันล้อเล่น ก็ตอนนายเหวี่ยงน่ะเหมือนหนูแฮมสเตอร์ที่กำลังโมโหเลย น่ารักออก ลองไปโมโหใส่ตัวเองในกระจกดูสิ”ยืนยันด้วยคำพูดไม่พอ ยังหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาทำท่าเหมือนจะถ่ายรูปเขาอีก เอาซะซิ่วหมินรีบปัดมืออีกฝ่ายแทบไม่ทัน

“นี่! ฉันไม่ล้อเล่นจริงๆนะไอ้คุณบอส!”

“โอเคๆ ฉันขอโทษ”ลู่หานไม่ได้ตั้งใจจะถ่ายซิ่วหมินจริงๆหรอก แค่อยากจะหยอกเล่นเท่านั้นเองเพราะหน้ากลมๆนี้มันน่ารักดี “ว่าแต่นายไม่ชอบเหรอ เป็นข่าวกับฉันเชียวนะ”

“ไม่ล่ะ”ร่างเล็กตอบไม่ต้องคิด “ใครอยากจะเป็นข่าวก็เป็นไป แต่คนๆนั้นต้องไม่ใช่ฉัน”

“หรือว่านายมีใครที่ชอบอยู่ แล้วกลัวเขาจะเข้าใจผิดกันล่ะหืม?”คราวนี้คนถามคำถามเปลี่ยนมาเป็นคนตั้งคำถาม

“ไม่มี”ตอบออกไปห้วนๆ นึกไม่พอใจแปลกๆที่ถูกถามเรื่องเรื่องนี้ 

“แต่ฉันได้ยินมานะว่ากึนซอกที่เป็นวิศวะตามจีบนายอยู่”

“โรคจิตต่างหาก”คิดถึงชายหนุ่มหน้าตี๋ใส่แว่น พุงพลุ้ยหน้าตาหื่นเหมือนกัปปะที่เพิ่งโผล่มาจากสระน้ำลึกแล้วซิ่วหมินก็ยังขนลุกไม่หาย 

“นายไม่เป็นฉันไม่โดนตามแบบโรคจิตบ้างไม่รู้หรอก เอ๊ะ ว่าแต่รู้ได้ยังไง?”

ลู่หานยักไหล่ “ผิดตรงไหนที่ฉันอยากจะรู้ความเป็นไปของเพื่อนฉันบ้าง”

“นายรู้เรื่องที่ฉันโดนไอ้หื่นนั่นตามรังควาน แต่ไม่รู้เรื่องที่มีคนลือว่าฉันกับนายเป็นคู่เกย์กันเนี่ยนะ? โอ๊ยซิ่วหมินจะบ้า สายของนายมันห่วยแตกจริงๆ”

“ก็ฉันสั่งให้เขาไป...”ลู่หานนิ่งไปเมื่อรู้สึกได้ว่ากำลังจะพูดอะไรแปลกๆ ร่างโปร่งบางกระแอมไอนิดหนึ่งก่อนจะชิงเปลี่ยนเรื่อง “นายอยากสั่งอะไรไปกินอีกมั้ย?”

“ไม่ล่ะ ช่วงนี้ฉันกำลังงดข้าวเย็น ไดเอ็ต”

โกหกคำโต เพราะจริงๆแล้วเขากำลังจะหาเวลาไปฝากท้องไว้ที่ร้านของอี้ชิงต่างหาก ไม่ได้เจอตั้งนานแล้ว คิดถึงเพื่อน คิดถึงหลานด้วย         

แต่เรื่องอะไรเขาจะให้ลู่หานรู้ ไม่งั้นล่ะมีลิมูซีนผู้บริหารตามไปส่งถึงหน้าร้านชัวร์ และอี้ชิงเองก็คงจะอึดอัด

ซิ่วหมินรู้ว่าเพื่อนเชฟไม่ได้รังเกียจลู่หาน แต่ก็ค่อนข้างอึดอัดกับท่าทีของอีกฝ่ายไม่น้อย ดังนั้นร่างเล็กเลยทำหน้าที่เป็นทั้งฝ่ายสนับสนุนให้ลู่หาน และฝ่ายขัดขวางของอี้ชิงไปในคราวเดียวกัน

อย่าว่ากันเลยนะครับไอ้คุณบอส แต่ผมเองก็ต้องทำเพื่อเพื่อนของผมเหมือนกัน J

           

           

 

  “รอรับยาได้เลยนะครับ แล้วก็ห้ามลืมทานยาเด็ดขาด ต้องพกยาติดตัวตลอดเวลาเข้าใจมั้ย”กำชับสั่งคนไข้พร้อมกับยิ้มบางๆ

ลับหลังประตูห้องคนไข้ปิดลง ร่างสูงก็หันมองนาฬิกาที่แขวนอยู่บนผนังห้องอีกด้าพลางทิ้งตัวลงพิงกับพนักเก้าอี้ทำงาน อาชีพหมอเป็นอะไรที่เขายอมรับว่าเหนื่อยจริงๆ แต่ทุกๆความเหนื่อยล้าทางกายนั่นมีความสุขทางใจซ่อนอยู่

ถึงแม้รายได้จะต่างกัน ความเหนื่อยจะต่างกัน แต่อี้ฟานไม่เคยนึกเสียใจที่เลือกที่จะเปลี่ยนมาทำอาชีพนี้ ทุกๆทางเดินของชีวิตย่อมมีเหตุผล การกลับไปคร่ำครวญถึงอดีตย่อมไม่ส่งผลดีต่ออนาคตแน่นอน นี่คือสิ่งที่ชายหนุ่มคิดอยู่เสมอ 

 

เพราะตารางเวลาที่ตรวจคนไข้ทั้งวันเพิ่งหมดลงพาลให้รู้สึกเหนื่อยอ่อนชอบกล ร่างสูงถึงตัดสินใจปิดเปลือกตาลงเพื่อพักผ่อนและรวบรวมสมาธิไปในตัวก่อนจะกลับบ้าน 

หูแว่วๆได้ยินเสียงประตูห้องของเขาเปิดและปิดลง พร้อมกับเสียงฝีเท้าแผ่วเบาของพื้นรองเท้านางพยาบาลเขาก็รู้ทันทีว่าคงเป็นนางพยาบาลคนเดิมเอาแฟ้มคนไข้ที่เขาขอดูมาให้

“เอาวางไว้ที่โต๊ะเลยครับ แล้วพอถึงเวลารบกวนมาเรียกผมทีนะ”สั่งออกไปทั้งๆที่ยังหลับตาอยู่อย่างนั้น แต่แล้วตัวเองก็ต้องสะดุ้งและรีบลืมตาขึ้นทันควันเมื่อรู้สึกได้ถึงน้ำหนักที่กดทับลงมาที่หน้าตัก

            นางฟ้าชุดขาวทิ้งตัวลงที่หน้าตักของเขาไม่พอ ใบหน้าสวยหวานที่แต่งแต้มเครื่องสำอางเพียงบางเบายังคลี่ยิ้มหวานมาให้ ร่างอิ่มแนบตัวเข้ามาชิดจนอู๋อี้ฟานที่กำลังตกใจเพราะตั้งตัวไม่ทันถึงกับพูดไม่ออก

            “ดิฉันรู้ว่าคุณหมออู๋เหนื่อย เลยอยากมาช่วยคลายเครียดค่ะ”พูดพลางนิ้วเรียวสวยก็กรีดขึ้นลงตามสาบเสื้อเชิ้ตที่เผยให้เห็นเพราะชายหนุ่มไม่ได้ติดกระดุมเสื้อกาวน์

            ชายหนุ่มแทบจะรับรู้ได้ถึงความร้อนที่แล่นพล่านมาจากปลายนิ้วสวยของอีกฝ่าย หรือไม่ก็อาจจะเป็นเพราะแววตาร้อนแรงคู่นั้นที่มองมาร่วมด้วยล่ะมั้ง...

            ริมฝีปากสีแดงสดเผยอออกอย่างเย้ายวนเพื่อรอเวลาที่คนเบื้องล่างจะเป็นฝ่ายรุกเธอบ้าง คุณหมออู๋อี้ฟานคนนี้ไม่เคยทำให้เธอผิดหวังเลยสักครั้ง แม้จะเคยมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งแค่เพียงครั้งเดียวเพราะคนๆนี้เรียกได้ว่าเป็นหนุ่มฮอตที่หาตัวจับยาก ถึงเขาจะเย้ายวนและดูเชิญชวน เข้าถึงได้ง่าย แต่ใช่ว่าจะมีใครอยู่ในชีวิตของเขาได้นาน ตักตวงกันจนพอใจแล้วก็คือจบ 

            แม้เธอจะตกหลุมรักเขาตั้งแต่แรกเห็น... แม้นางพยาบาลสาวจะรู้ตัวดีเสมอทุกครั้งที่มองสบตาเขา ว่าไม่เคยเจอแววตาแบบเดียวกันกับที่เธอมองเขาส่งกลับมา แต่ถึงอย่างไร ไม่ว่าจะเธอ... หรือผู้หญิงคนไหนๆก็ยังอยากเป็นเจ้าของนามสกุลอู๋กันทั้งนั้น

            ที่สำคัญแววตาแบบนั้น แววตาที่สื่อความหมายทางใจลึกซึ้ง เธอไม่เคยเห็นคุณหมอคนนี้มอบมันให้ใคร

            แต่ทำไมจะต้องแคร์? ถึงแม้สุดท้ายคุณหมอหนุ่มจะเลือกใครข้างกาย แต่นิสัยของเขาก็ยังเป็นแบบนี้ ตบมือข้างเดียวมันไม่มีทางดังขึ้นมาได้ และเธอก็มั่นใจว่าลีลารักของเธอจะตอบสนองเขาคนนี้ได้อีกนาน    

            หลับตาลงพริ้มพร้อมกับเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ทั้งที่ลมหายใจตัวเองเริ่มขาดห้วง เมื่อมือใหญ่จากที่เคยวางบนที่เท้าแขนนิ่งๆเริ่มเลื่อนขึ้นมาสัมผัสที่หน้าท้องของเธอ...

            คุณหมออู๋อี้ฟาน... เขาอาจจะไม่ใช่ครั้งแรกของเธอ แต่เธอจำได้ดีว่าเธอมีความสุขมากในรูปแบบไหน ในท่าทางแบบไหน และ...        

            จินตนาการทั้งหลายพังครืนลงมาเมื่อรู้สึกได้ว่าตัวเองถูกผลักออก แม้จะดูเหมือนคุณหมอหนุ่มจะไม่ได้ออกแรงอะไรเลย แต่เธอกลับเสียหลังจากการนั่งบนตักหนั่นมายืนทรงตัวอยู่บนพื้น...

            “คุ... คุณหมอคะ ทำไม?”แววตาสงสัยถูกส่งออกไปพร้อมคำถาม

            อู๋อี้ฟานพ่นลมหายใจออกมาเบาๆก่อนจะยืนขึ้น จัดแจงชุดของตัวเองที่เกือบยับยู่นี่ให้เรียบร้อย “อย่าทำแบบนี้เลยครับ วันนี้ผมไม่มีอารมณ์ และก็คงจะไม่มีวันมีอีกแล้วด้วย”

            “ทำไมล่ะคะ ทีครั้งที่แล้วคุณหมอก็ยังไม่ปฏิเสธฉันเลย”เถียงออกไปพลันเพราะความร้อนผ่าวที่แล่นขึ้นมาทั่วตัว อีกทั้งยังรู้สึกได้ว่าคุณหมอยังไม่ก้าวออกจากห้องนี้ เธอก็ยังมีหวังที่จะดึงเขากลับเข้าสู่เกมอีกรอบ

          “นั่นมันอดีตนี่ครับ”ตอบออกไปพร้อมกับส่งยิ้มสบายๆ ก่อนจะก้าวขาออกจากห้องไป ทว่าขายาวกลับต้องชะงักกึก 

“ฉันทำอะไรผิดเหรอคะคุณหมอ ฉันทำอะไรให้คุณหมอไม่พอใจเหรอคะ”พยาบาลสาวถามออกไปเสียงสั่น ไม่เคย... เธอไม่เคยรู้สึกว่าเคยเห็นคนๆนี้ในมุมนี้มาก่อน แม้จะยังมีรอยยิ้มบาง แต่แววตาคู่คมนั้นหนักแน่น หนักแน่นที่จะปฏิเสธความต้องการที่เธอตั้งใจจะมอบให้

“เปล่าหรอกครับ คุณไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ผมคิดว่าที่ผ่านมาคุณคงจะรู้ตัวเองดี ว่าคืนเดียว ครั้งเดียวก็เกินพอ”ตอบทั้งที่ไม่หันกลับไป แต่หญิงสาวก็ยังยิงคำถามเสียงเครือ

“หรือว่าคุณ... จะมีใครในใจแล้ว?”

คราวนี้คุณหมอหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับนางพยาบาลสาวพร้อมรอยยิ้มที่มุมปาก “ถ้าคำตอบของผมคือ ใช่ และมันทำให้คุณสบายใจ ผมก็อยากให้คุณคิดแบบนั้น” พูดจบ เขาก็ก้าวออกจากห้องทันที ไม่สนใจใครอีกคนเบื้องหลัง

อี้ฟานเองก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน เขาเป็นผู้ชาย เขาเป็นเสือผู้หญิงตัวฉกาจ และมันก็ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่รู้สึกอะไรกับเรือนร่างตรงหน้าที่เบียดชิดเข้ามา เป็นเพียงความรู้สึกเล็กๆในใจของเขาเองที่มันร่ำร้องเสียงดังหักห้ามกันเอาไว้ 

ทุกๆความสัมพันธ์ฉาบฉวยที่มีใช่ว่าเขาไม่คิดถึงช่านเลี่ยลูกชายตัวเอง แต่ก็เพราะคิดนั่นล่ะ ถึงได้รู้ว่าสิ่งที่เขาต้องการจากคนเหล่านั้นก็เป็นเพียงแค่ความสุขชั่วครั้งชั่วคราว เขาไม่ต้องการการผูกมัดใดๆ และแต่ก่อนนั้นเขาก็ไม่เคยคิดว่าการที่เขามีนิสัยแบบนี้จะทำให้อาเลี่ยเดือดร้อน

แต่พอมาวันนี้อี้ฟานกลับห้ามความสุขแค่เอื้อมตรงหน้า เพียงเพราะใบหน้าที่เข้ามาในห้วงคำนึงไม่ใช่แค่พู่ช่านเลี่ย ลูกชายของเขา แต่กลับมีใครอีกคนติดมาด้วย...

เขาไม่รู้หรอกว่าอี้ชิงจะสนใจไหมกับเรื่องพฤติกรรมของเขา เขาไม่รู้หรอกว่าอี้ชิงจะเชื่อบรรดาข่าวลือที่เกี่ยวกับตัวเขาบ้างรึเปล่า แต่ที่แน่ๆ ถ้าตัดสินใจแล้วว่าต้องการจะเริ่มต้นใหม่ อย่างแรกเลยก็คือเคลียร์เรื่องข่าวลือของตัวเองก่อน

            วินาทีนั้นคุณหมอหนุ่มไม่รู้เลย ว่าสุดท้ายแล้ว.. เขาห้ามใจตัวเองเพื่อตัวเอง หรือห้ามใจตัวเองเพื่อจางอี้ชิงกันแน่

หรือบางทีมันอาจจะเป็นทั้งสองอย่าง




“เอ๋ จะมีเล่นละครเวทีเหรอครับเนี่ย ไหนมะม๊าดูซิ? โอ้โห ช่านเลี่ยได้เล่นเป็นเจ้าชายในเรื่องสโนไวท์ด้วยนะ”

“ทำไมล่ะ ทำไมคราวนี้น้องป๋ายไม่ได้เป็นเจ้าชาย น้องป๋ายไม่อยากเป็นคนแคระ!”เจ้าตัวเล็กโวยวาย เนื้อความในจดหมายแจ้งผู้ปกครองเรื่องงานแสดงประจำปีของโรงเรียนอนุบาลที่กำลังจะมาถึง ซึ่งทุกๆปีจะมีการแสดงละครเวทีสั้นๆของเด็กอนุบาลแต่ละชั้นปี

และปีนี้ลูกชายทั้งสองของเขาก็ได้มีส่วนร่วมในนิทานอมตะอย่างสโนไวท์

  “เพราะว่าอาเลี่ยหล่อกว่าน้องป๋ายไง”พูดพลางกอดอกยืดด้วยความภาคภูมิใจ คะแนนโหวตให้เป็นเจ้าชายเนี่ยต้องขอบคุณพวกเด็กผู้หญิงกลุ่มตุ๊กตาที่เทคะแนนให้เลยนะ ตอนที่คุนคูแทแทให้ยกมือโหวต ตอนแรกอาเลี่ยเกือบแพ้คะแนนโหวตแล้วเพราะเด็กผู้ชายในห้องยกมือเลือกป๋ายเซียนกันหมด แต่โชคดีที่เด็กผู้หญิงที่มีมากกว่าเลือกช่านเลี่ย คะแนนโหวตเลยพลิกโผหมด 

“ต่อไปนี้น้องป๋ายจะไม่เล่นกับผู้หญิงกลุ่มตุ๊กตาแล้ว”เจ้าตัวเล็กยังคงกอดอกหน้าบึ้ง

“จุ๊ๆ ไม่เอาครับน้องป๋าย ไม่โกรธเพื่อนนะ มะม๊าว่าบทคนแคระเหมาะกับน้องป๋ายออกนะ”

“ใช่เลยฮับมะม๊า เพราะน้องป๋ายตัวเตี้ยนิดเดียว”พูดไม่พูดเปล่ายังทำมือประกอบว่าสูงขึ้นมาจากพื้นนิดเดียว โชคดีที่ตัวแสบอีกคนไม่ทันสังเกตไม่งั้นคงได้ตีกัน 

“น้องป๋ายอยากเป็นเจ้าชายนี่ฮับมะม๊า”

อี้ชิงถอนหายใจ ปกติป่ายเซียนไม่ใช่เด็กงอแงแบบนี้ แต่ตั้งแต่มีช่านเลี่ยเข้ามาดูเหมือนป่ายเซียนจะเถียงเก่งขึ้นเยอะ ร่างบางเพิ่งเข้าใจหัวอกพ่อแม่ที่มีลูกๆหลายคนก็คราวนี้ มันเป็นความรู้สึกที่ว่าลูกทั้งสองคนจะต้องได้เท่าๆกัน 

ถ้าไม่อย่างนั้นก็จะโวยวายลั่นบ้านแบบนี้...

“ปีที่แล้วเรื่องเจ้าหญิงนิทรา ป๋ายเซียนก็เป็นเจ้าชายไปแล้วไงครับ ปีนี้เปลี่ยนบ้างนะ ให้อาเลี่ยเป็นเจ้าชายดูบ้าง ดีนะครับลูก หนูเคยเป็นเจ้าชายแล้ว จะได้บอกอาเลี่ยได้ว่าต้องทำแบบไหน ใช่มั้ยครับอาเลี่ย”กล่อมลูกชายสองคนให้สามัคคีกันเข้าไว้ เพราะไม่อยากให้คุณครูสาวต้องหน้ามืดเสียก่อน 

ป๋ายเซียนดูเหมือนจะยอมรับได้ในที่สุด “ก็ได้ฮับ นี่ อาเลี่ยมานี่”กระดิกนิ้วเรียกเพื่อนแล้วก็เต๊ะท่าอย่างเท่ “เวลาเป็นเจ้าชาย อาเลี่ยต้องยืนงี้ ยืนแมนๆอะอาเลี่ยยืนเป็นป่าว”

“แบบนี้เหรอ”ช่านเลี่ยที่ขี้เกียจทะเลาะเหมือนกัน(เพราะทะเลาะกันมาทั้งวันแล้ว)ก็ทำตาม อี้ชิงอมยิ้มกับท่าทางของเด็กสองคนที่ดูเหมือนจะจริงจังขึ้นมาทันทีเวลาให้ทำกิจกรรม

ร่างบางก้มลงอ่านบทละครเวทีใบเล็กๆที่คุณครูประจำชั้นแนบมาให้ ซึ่งเป็นบทสั้นๆโต้ตอบกันแบบย่อๆจากฉบับจริง เมื่อปีที่แล้วอี้ชิงเองก็แอบกังวลเหมือนกันว่าป๋ายเซียนจะจำบทได้เหรอ เพราะถึงมันจะดูสั้นสำหรับผู้ใหญ่อย่างเขา ทว่ากับเด็กอนุบาลมันก็ถือว่าพอตัวอยู่ แต่ลูกชายตัวแสบของอี้ชิงกลับทำได้ดีจนเรียกเสียงปรบมือและคำชมเกรียวกราวจากบรรดาคุณครูและผู้ปกครองในวันงาน 

เรียกได้ว่ามีแววเด็กกิจกรรมมาแต่อ้อนแต่ออก

 

“น้องป๋ายเป็นคนแคระก็ต้องเดินงี้”บอกกับตัวเองแล้วก็หยิบเอาค้อนพลาสติกจากถังของเล่น ที่จงเหรินลงทุนไปเข็นลงมาจากห้องนอนมาให้มาถือไว้ ย่อตัวลงทำหน้าบู้บี้ “มะม๊าฮับ น้องป๋ายเหมือนคนแคระยังฮับ”

ท่าทางของลูกชายทำเอาคนเป็นมะม๊าเกือบหัวเราะขำ แต่ดีที่กลั้นไว้ทันเพราะกลัวลูกชายจะเสียเซลฟ์ “ถูกครับลูก เหมือนมากเลย เดี๋ยวพอวันจริงคุณครูแทแทจะติดหนวดให้ด้วยนะ” 

วันนี้ลูกค้าเยอะกว่าปกติเพราะเป็นวันสิ้นเดือน อี้ชิงอยากเข้าไปช่วยในครัวใจจะขาดแต่บรรดาลูกน้องแทบทุกคนก็ห้ามเอาไว้เพราะยังไม่หายดี ยืนนานๆแทนที่จะฟื้นตัวเร็วๆเป็นอันว่าต้องเจ็บนานเข้าไปอีก สามคนแม่ลูกถึงต้องอพยพมาอยู่โซนห้องนั่งเล่นชั้นลอยของร้าน ป๋ายเซียนถึงร่าเริงใหญ่เพราะเสียงดังถูกใจได้เต็มที่ไม่ต้องเกรงใจลูกค้า 

“ติดหนวดติดหนวดติดหนวด”ร้องเข้าทำนองเองแล้วก็หันไปเย้ยเพื่อนตัวสูงจนได้ “อาเลี่ยเป็นเจ้าชายอดติดหนวด”

“อาเลี่ยจะขอคุนคูแทแทติดหนวดบ้าง”พอเพื่อนไม่มีอะไรตัวเองก็จะเอาบ้าง อีกอย่างคือช่านเลี่ยชอบคอสตูมซานตาคลอสมาก โดยเฉพาะหนวดสำลีนุ่มๆสีขาวๆ ก่อนกลับบ้านแอบเห็นชุดคนแคระที่คุนคูแทแทถืออยู่เหมือนกัน หน้าตาคล้ายๆกับชุดคุณซานตาคลอสเลย

“อาเลี่ยอิจฉาน้องป๋ายที่ได้เป็นคนแคระล่ะซี้”เล่นหูเล่นตาทำหน้าทะเล้น เป็นนิสัยพื้นฐานของเด็กๆเสมอที่อยากเป็นที่อิจฉาของเพื่อนๆ

“อาเลี่ยป่าว”บอกปฏิเสธทั้งที่หน้าเริ่มงอขึ้นเรื่อยๆ

ยังไม่พอป๋ายเซียนยังเริ่มเต้นเข้าจังหวะแล้วเดินวนไปรอบๆพร้อมค้อนในมือ “ไฮโฮ้ ไฮโฮ้ เสร็จงานแล้วเดินไชโย ไฮโฮ้ ไฮโฮ้...”

ร้อนถึงอี้ชิงที่มองห่างๆอยู่นานต้องรีบเบี่ยงหัวข้อสนทนา 

           “มีฉากเต้นรำด้วยนะครับเนี่ย ไหนอาเลี่ยเต้นรำเป็นมั้ยครับ”

“ไม่เป็นฮับมะม๊า แต่คุนคูแทแทบอกว่าจะสอนทุกคนเต้นรำพรุ่งนี้”ช่านเลี่ยว่าพลางเดินเตาะแตะมาเกาะเขา นึกงอนเพื่อนตัวเล็กเลยไม่อยากอยู่ใกล้ๆเลยมาอ้อนมะม๊าแทน “แต่อาเลี่ยอยากเต้นเป็นก่อน มะม๊าสอนอาเลี่ยนะฮับ”

กำลังตกลงจะรับปาก ก็พอดีกับที่เพิ่งนึกได้ว่าตัวเองขาเจ็บ จะยืนด้วยตัวเองยังลำบากเลยรีบบอก “มะม๊ายังเดินไม่ค่อยไหวเลยครับอาเลี่ย เอาอย่างนี้นะ อาเลี่ยกับป๋ายเซียน ทั้งคู่เลย ไปหาพี่จงเหรินในครัวนะครับ ถ้าพี่จงเหรินงานไม่ยุ่ง ให้บอกให้พี่จงเหรินสอนนะครับ”

พอพูดถึงจงเหริน ไอดอลในดวงใจน้อยๆของช่านเลี่ย ดวงตากลมโตก็ลุกวาว

“จริงเหรอฮับมะม๊า พี่จงเหรินเต้นรำเก่งเหรอฮับ”

“ใช่ๆๆ”ป๋ายเซียนกระโดดโลดเต้นเข้ามาหา “อาเลี่ยรู้ป่าว พี่จงเหรินตัวด๊ำดำเต้นเก่งมากเลย น้องป๋ายเคยไปดูพี่จงเหรินที่มะหะ... มะหา...”

“มหาวิทยาลัยครับ”เห็นลูกอึกอักเพราะนึกคำไม่ออกอี้ชิงก็ช่วยเสริม

“ใช่ฮับใช่ๆ น้องป๋ายเคยไปดู พี่จงเหรินเต้นเก๊งเก่ง”เจ้าตัวเล็กนึกถึงตอนที่มีงานแสดงที่มหาวิทยาลัยแล้วจงเหรินชวนเขากับป๋ายเซียนไปดูด้วย ตอนเห็นสเต็ปเท้าไฟของลูกน้องครั้งแรกเขาก็นึกอึ้งเหมือนกัน ทุกทีเห็นแต่หน้าดำคร่ำเคร่งอมยิ้มกับช็อคโกแลตอยู่ในครัว ไม่นึกว่าตอนอยู่บนเวทีลูกน้องของเขาจะเท่ได้ขนาดนี้ ชนิดที่ว่าถ้าไม่ผันตัวมาเป็นเชฟเสียก่อน อี้ชิงคงสนับสนุนให้จงเหรินไปออดิชั่นเป็นไอดอลสักค่ายไปแล้ว 

“พี่จงเหรินทำเค้กตามออเด้อลูกค้าฮับมะม๊า ยังไม่ว่างเลย”หลังจากหายกันไปครู่ใหญ่ เจ้าตัวแสบสองคนก็จูงมือวิ่งดุ๊กดิ๊กกันกลับมา ช่านเลี่ยมีสีหน้าผิดหวังอย่างเห็นได้ชัดจนอี้ชิงต้องพยายามลุกขึ้นยืน

“งั้นไม่เป็นไรครับ ให้มะม๊าสอนนะ”ระบายยิ้มบางๆพร้อมกับพยายามทรงตัวได้ พยายามเทน้ำหนักไปที่ขาอีกข้างที่ไม่เจ็บ

อันที่จริงเขาว่าเขาก็พอจะเดินไปไหนมาไหนเองได้แล้วนะ แต่ทุกๆคนน่ะชอบเป็นห่วงจนเกินเหตุ

แววตากลมโตดูเป็นประกายเล็กน้อยเมื่อตัวเองจะได้เรียนเต้นรำ แต่พอหันไปสังเกตผ้าพันแผลของมะม๊าตัวขาวแล้วเด็กน้อยก็อดไม่ได้จะท้วง “แต่มะม๊าขาเจ็บอยู่นี่ฮับ มะม๊าจะเต้นไหวเหรอ”

“ไหวสิครับลูก”บอกทั้งลูกและตัวเองพร้อมส่งยิ้มให้ลูกชายทั้งสองคนเพื่อยืนยันว่าเขาไหว “มานี่เร็ว จับมือมะม๊านะครับ แล้วก้าวตามจังหวะ...”มือน้อยๆของลูกชายคนโตยื่นเข้ามาหา พร้อมๆกับที่ลูกชายคนเล็กไปนั่งดูอยู่ข้างๆ รับหน้าที่ร้องเพลงและปรบมือเปาะแปะให้จังหวะตามใจชอบ 

อันที่จริงอี้ชิงก็ไม่ได้เต้นรำเก่งอะไรนักหรอก เขาเต้นรำครั้งแรกและครั้งสุดท้ายก็ตอนมัธยมที่โดนบังคับให้เรียน แต่โชคยังดีที่มันก็แค่ก้าวไปมาข้างหน้าที ข้างหลังที อี้ชิงเลยพอจะจำได้บ้าง แล้วมันก็เป็นแค่สเต็ปง่ายๆที่เด็กอนุบาลหัวไวอย่างช่านเลี่ยจำได้อย่างรวดเร็ว

ใบหน้าเล็กๆเงยหน้าขึ้นมองพร้อมรอยยิ้มสดใส “ง่ายจังเลยฮับมะม๊า”

“ใช่มั้ยครับลูก ทีนี้พยายามไม่ก้มมองเท้ามะม๊านะ ห้ามเหยียบเท้ามะม๊าด้วย เดี๋ยวเจ้าหญิงจะร้องไห้นะ”แกล้งกำชับแกมหัวเราะกับลูกชายก่อนจะค่อยๆจับจูงมือน้อยไปทางซ้ายทีขวาทีตามจังหวะที่ตัวเองนับ

ป๋ายเซียนที่ยืนฮัมเพลงงึมงำให้คู่เต้นรำอยู่วงนอกยิ้มร่า ดวงตาคู่เล็กมองตามเท้าของเจ้าหญิงกับเจ้าชายที่ก้าวตามจังหวะอยู่กลางห้อง พลันสายตาก็เกลือบไปเห็นค้อนพลาสติกที่นอนแอ้งแม้งอยู่ที่พื้น เท้าของปะป๊าอี้ชิงกำลังจะก้าวไปเหยียบค้อนของเขา...

“มะม๊าฮับระวัง!”

เสียงของลูกชายทำเอาอี้ชิงที่กำลังเต้นรำเพลินๆสะดุ้ง เผลอลงน้ำหนักไปที่เท้าข้างที่เจ็บจนทรงตัวไม่อยู่ เขารีบปล่อยมือช่านเลี่ยทันทีก่อนจะดึงตัวน้อยๆล้มลงพื้นไปด้วยกัน

“มะม๊า!

“อี้ชิงระวัง!”

            ไวกว่าอะไรทั้งนั้น ร่างบางเผลอหันไปมองตามเสียงที่จำได้ทันทีว่าคือเสียงของอู๋อี้ฟาน แต่ก่อนที่เขาจะล้มลงกระแทกพื้นอย่างที่ควรจะเป็นร่างสูงที่ไม่รู้ว่าพุ่งมาจากไหนก็คว้าหมับเข้าที่เอวไว้ได้ทัน จนล้มลงไปยังโซฟาตัวนุ่มที่รองรับร่างทั้งคู่เอาไว้ได้พอดิบพอดี...

            “ไม่เป็นไรใช่มั้ย?”           

            เสียงทุ้มนุ่มและไออุ่นของอีกฝ่ายกระซิบเข้าที่ข้างหูทำเอาอี้ชิงที่กำลังหลับตาปี๋ลืมหน้าขึ้นมอง

เบื้องหน้าคือใบหน้าหล่อเหลาของคุณหมอหนุ่มที่ขยับเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบชนกัน ดวงตาคู่คมที่เคยคิดว่าช่างดุและร้ายกาจมองมาอย่างมีประกายห่วงใยไม่ปิดบังผิดกับเวลาปกติ ยิ่งรับรู้ได้ถึงมือใหญ่ที่กอดเอวเอาไว้ไม่ปล่อยทั้งที่ตัวเขาทาบทับคุณหมอหนุ่มเข้าทั้งตัว ความร้อนก็พุ่งขึ้นใบหน้าขาวจัดจนอี้ชิงต้องรีบหลบตาพัลวัน

“มะม๊า! มะม๊าเจ็บตรงไหนเปล่าฮับ!”ป๋ายเซียน ช่านเลี่ยวิ่งเข้ามากรูกันที่ตัวเขาแต่ไม่กล้าเข้ามาใกล้เพราะกลัวทำมะม๊าตัวเองเจ็บเพิ่ม 

“ไม่เป็นไรครับ มะม๊าไม่เป็นไร...”ตอบพร้อมกับพยายามยันตัวเองลุกขึ้นแต่ก็ไม่สำเร็จ เพราะมือใหญ่ที่ยังวางอยู่ที่เอวดึงให้เขานั่งลงที่โซฟาตัวข้างๆ

“นี่...คุณ... อาฟาน ผมไม่เป็นไรแล้วครับ ขอบคุณมาก”เกือบเรียกชื่ออีกฝ่ายตามปกติ แต่สติน้อยๆก็ยั้งเขาเอาไว้ได้ทันไม่ให้พลาดเหมือนเมื่อวาน...

            อี้ชิงพยายามอย่างยิ่งที่จะสะบัดใบหน้าหล่อเหลาราวเทพบุตรในระยะประชิด กับสายตาที่จะชวนให้ใจสั่นไหวออกไปจากหัว

“ทำอะไรของคุณ ผมบอกแล้วไงว่าอย่าเพิ่งเดินมาก ดูซิถ้าผมมาไม่ทันจะทำยังไง”ถึงจะใจเต้นกับหน้าขาวๆน่ารักที่แดงเรื่อขึ้นมาทันทีที่อยู่ใกล้กันแต่สัญชาตญาณความเป็นหมอนั้นมาก่อน ร่างสูงเปิดฉากต่อว่าทันที

“เป็นความผิดอาเลี่ยเองฮับปะป๊า”ช่านเลี่ยหน้าจ๋อยทั้งที่ร่างน้อยๆปีนขึ้นตักกว้าง “อาเลี่ยขอให้มะม๊าสอนเต้นรำ”

“ความผิดน้องป๋ายด้วยฮับ”เห็นเพื่อนยอมรับผิดตัวเองก็เอาบ้าง เจ้าตัวป้อมปีนขึ้นไปบนตักอีกข้าง “น้องป๋ายวางของเล่นบนพื้นมะม๊าเลยสะดุด”

ลูกชายตัวน้อยๆสองคนบนตักส่งสายตาสำนึกผิดมาให้แบบนี้มีพ่อแม่ที่ไหนบ้างจะไม่ใจอ่อน คุณหมอหนุ่มซ่อนยิ้มแล้วก้มลงจูบแก้มลูกชายคนละที 

“ดีมากครับ อย่างนี้สิครับถึงจะเป็นลูกผู้ชาย ทำผิดก็จะต้องยอมรับผิด แล้วคราวหลังห้ามทำผิดซ้ำแบบเดิมอีก เข้าใจมั้ยครับ?”

“ผมแค่สอนอาเลี่ยเต้นรำเฉยๆ”อี้ชิงที่นั่งฟังเงียบๆพูดขึ้นมาบ้าง อดชื่นชมอู๋อี้ฟานไม่ได้จริงๆที่มีออร่าความเป็นพ่อเต็มเปี่ยม ขนาดกับป๋ายเซียน เจ้าตัวน้อยลูกชายเขาเวลาทำผิดอย่างมากก็แค่คลานมาขอโทษหน้าจ๋อย แล้วค่อยสารภาพอ้อมแอ้มว่าตัวเองไปซนอะไรมา แต่พออยู่กับอู๋อี้ฟาน ป๋ายเซียนก็พูดมันออกมาทันที

น่าดีใจอยู่หรอก แต่ก็หมั่นไส้จังเลย 

“สอนเต้นรำ?”คิ้วหนาเลิกขึ้นอย่างแปลกใจ ก่อนช่านเลี่ยจะคว้าเอาจดหมายในกระเป๋าของให้ดู

“นี่ฮับปะป๊า จดหมายจากคุนคูแทแท อาเลี่ยได้เล่นเป็นเจ้าชายด้วยฮับ”

“หืม? จริงเหรอครับเนี่ย แล้วป๋ายเซียนล่ะเล่นเป็นอะไร เป็นเจ้าหญิงรึเปล่า”หยอกเจ้าตัวเล็กที่ตักอีกข้าง

“ปะป๊ามั่วววว น้องป๋ายไม่ได้เป็นผู้หญิงนะฮับ”ค้อนปะหลับปะเหลือกแต่ก็ยอมบอก “น้องป๋ายได้เล่นเป็นคนแคระ”

หอมแก้มกลมอย่างหมั่นเขี้ยวพลางหัวเราะในลำคอ “ปะป๊ารู้ครับ โถ่... แต่ตอนนี้น้องป๋ายต้องเป็นเจ้าหญิงให้อาเลี่ยก่อนนะครับ ตกลงมั้ย?”

“ฮื้อ ทำไมล่ะฮับ”

อู๋อี้ฟานอุ้มลูกชายทั้งสองคนให้ยืนบนพื้น “ก็อาเลี่ยจะให้สอนเต้นรำไม่ใช่เหรอครับ ก่อนอื่นอาเลี่ยก็ต้องมีคู่เต้นรำที่สูงเท่าๆกันก่อน มีเจ้าหญิงที่ไหนสูงกว่าเจ้าชายบ้างล่ะครับจริงมั้ย?”

ช่านเลี่ยเกาหัวแกรกๆก่อนจะหันมองป๋ายเซียนที่ตาลุกวาว “ป๋ายเซียนจะได้เต้นรำด้วยเหรอฮับ!”

“ใช่แล้วครับ... เอ้า มานี่สิ”

มือใหญ่ที่ยื่นส่งมาให้ทำเอาอี้ชิงมองตามงงๆ “ทำไมเหรอครับ?”

มุมปากสวยหยักขึ้นเป็นรอยยิ้มทรงเสน่ห์

“เป็นเจ้าหญิงให้ผมทีสิ”

            อี้ชิงรู้ว่ามันก็แค่คำขอเพื่อจะสอนให้ลูกๆเต้นรำธรรมดา แต่ไม่รู้ทำไมมันถึงฟังดูเลี่ยนๆในความรู้สึก “แต่ว่า... ผมเจ็บขาอยู่นี่นา จะเต้นยังไงล่ะ”

บอกเหตุผลข้างๆคูๆไปอย่างนั้นล่ะ จริงๆแล้วเขาไม่ได้เจ็บขาเท่าไหร่แล้ว ถึงที่จะเกือบล้มเมื่อกี้มันทำเอาเขาแอบระบมก็เถอะแต่ก็แค่นิดเดียว 

อี้ชิงก็แค่ยังไม่พร้อมจะอยู่ใกล้อี้ฟานในระยะหวาดเสียวอีกครั้งต่างหาก!      

ร่างสูงมองใบหน้าที่ยังคงแดงระเรื่อด้วยความรู้สึกอิ่มเอมใจอย่างบอกไม่ถูก รู้สึกขอบคุณเสน่ห์ของตัวเองจริงๆที่ทำให้คนๆนี้หวั่นไหวได้ไม่มากก็น้อย

อย่างน้อยมันก็พอจะมีเรื่องให้เห็นอารมณ์ความรู้สึกที่อี้ชิงมีให้เขาบ้าง 

ยังไม่ทันได้ตอบรับอะไรกัน อี้ฟานก็ก้มลงคว้าเอวอี้ชิงขึ้นมาแนบชิดลำตัว อุ้มร่างบางให้เหยียบเท้าของเขาไปด้วย

“อ๊ะ!”ร้องประท้วงออกมาได้เพียงเท่านั้น เมื่อใบหน้ากลับมาอยู่ห่างกันไม่ถึงคืบอีกครั้ง

“ท... ทำแบบนี้คุณไม่เจ็บเหรอ”อี้ชิงไม่กล้าทิ้งน้ำหนักตัวลงไปที่เท้าเพราะกลัวอีกฝ่ายจะเจ็บ เลยจำเป็นต้องเอนตัวลงแนบชิดกับอกแข็งแรงนี่แทน

“ไม่หรอก ทำตัวสบายๆเถอะ”บอกกับคนในอ้อมแขนแล้วก็หันไปหาลูกชายที่เริ่มจัดท่าทางเลียนแบบ “อาเลี่ยไม่ต้องอุ้มน้องป๋ายนะครับ มะม๊าขาเจ็บปะป๊าเลยทำแบบนี้แทน เจ้าหญิงป๋ายเซียนก้าวตามเจ้าชายช่านเลี่ยก็พอนะ”

เด็กน้อยสองคนพยักหน้าหงึกหงัก อี้ฟานยิ้มกับท่าทางเงอะงะของอี้ชิง มือบางยกขึ้นโอบที่ไหล่เขาแต่ใบหน้ากลับก้มงุด ทำเป็นให้ความสนใจกับลูกชาย 

สายไปแล้วล่ะจางอี้ชิง...

ใกล้กันแค่นี้ได้ยินเสียงหัวใจชัดแจ๋ว ไม่ต้องอาศัยสเตโทสโคปด้วยซ้ำ...     

ร่างสูงคิดอย่างกระหยิ่มยิ้มย่อง ลืมคิดไปว่าเสียงหัวใจที่ว่าดังๆมันมีของตัวเองรวมเป็นจังหวะเดียวกันอยู่ด้วย    

การใกล้ชิดที่มาไม่ทันได้ตั้งตัวอีกครั้งทำเอาอี้ชิงหัวใจแทบวายแต่ก็ต้องข่มอารมณ์ไว้ ยอมให้ร่างสูงที่อาศัยความได้เปรียบด้านสรีระเอาเปรียบ เอ้ย ก้าวนำตามจังหวะไปเรื่อยๆ...

“เวลาเต้นต้องมองหน้าคู่เต้นด้วยนะครับ”อี้ฟานพูดขึ้นลอยๆทำเหมือนสอนลูกชาย แต่จริงๆแล้วเขาตั้งใจจะบอกคนในอ้อมกอดตรงหน้านี่มากกว่า...

            อี้ชิงเบ้ปากอย่างหมั่นไส้ คนๆนี้จะเอาเปรียบเขาไปถึงไหนกันนะ! 

“ผมจะมองหน้าคุณได้ยังไงล่ะ หน้าเราจะชนกันอยู่แล้วนะ”

“แล้วไป ไอ้ผมก็นึกว่าคุณเขิน”หยอกเพราะรู้ดีว่าอี้ชิงกำลังรู้สึกอะไร ยิ่งเห็นคนพยายามเก๊กฟอร์มนิ่งไม่รู้สึกอะไรทั้งที่หัวใจแนบอยู่กับอกเขาเต้นโครมครามขนาดนี้คุณหมอหนุ่มก็ชักอยากแกล้ง

ใบหน้าคมคายก้มลงมาเล็กน้อย จงใจให้ลมหายใจร้อนๆแตะแผ่วเบาที่ใบหูคู่เต้นรำฟอร์มจัด ก่อนจะจงใจลากจมูกโด่งเป็นสันมาตามแนวแก้มขาวๆที่เริ่มขึ้นสีเข้มขึ้นเรื่อยๆ...

            “นี่คุณ...! อาฟาน...!”อี้ชิงกระซิบเสียงลอดไรฟันทั้งที่ไม่หันมา ไม่รู้ล่ะ วันนี้จางอี้ชิงจะไม่หลงกลผู้ชายคนนี้อีกแล้ว แค่เมื่อวานนี้ที่จูบต่อหน้าลูกยังไม่พออีกหรือไง!

“หืม? ทำไมครับ”ถามยียวนด้วยน้ำเสียงกวนประสาท อยากยั่วให้อีกฝ่ายหันมาเต็มที ระยะใกล้กันแค่นี้มันง่ายมากที่เขาจะขโมยจูบ ริมฝีปากสีแดงนุ่มๆที่เขาสัมผัสมาแล้วเมื่อวานยังคงตรึงอยู่ที่ริมฝีปาก แต่ดูเหมือนวันนี้อี้ชิงจะไม่ยอมตกหลุมพรางกันง่ายๆ

“...”อี้ชิงเผลอกัดปากอย่างอารมณ์เสีย เสียงหัวใจของตัวเองเต้นโครมครามจนไม่รู้ว่าทำยังไงมันถึงจะกลับมาเต้นเป็นจังหวะปกติ ปัดโธ่เอ๊ย... แล้วตัวอยู่แนบกันขนาดนี้มีเหรอที่คนมากประสบการณ์อย่างอู๋อี้ฟานจะไม่รู้ เขาล่ะเจ็บใจตัวเองจริงๆ!

“ขอจูบหน่อยสิ”

พอร่างบางไม่หลงกล อี้ฟานก็กระซิบขอซะดื้อๆ

“ไม่!”กระซิบปฏิเสธทั้งที่รู้สึกได้ว่าตัวเองหน้าร้อนจนแทบระเบิด อี้ชิงรู้สึกได้ว่ามือใหญ่ที่แผ่นหลังเขาชักจะเริ่มอยู่ไม่สุข แต่จะสะบัดตัวหนีก็ไม่ได้เพราะทั้งป๋ายเซียนทั้งช่านเลี่ยยังมองมาที่เขาสองคนตาแป๋วแหวว

คุณหมอหนุ่มแอบถอนหายใจอย่างแสนเสียดาย รู้ว่าวันนี้คงจะอดแน่แล้วเพราะอี้ชิงไม่กันท่าลูกเดียว ดังนั้นขอแค่ได้หยอกๆเล็มๆสักนิดก็ยังดี

“น่า... นิดเดียวเอง”พูดไม่พูดเปล่า จงใจกระซิบชิดใบหูก่อนจะลากจมูกโด่งสูดดมความหอมตามพวงแก้มจนไรขนอ่อนคนในอ้อมแขนลุกชันไปหมด 

อี้ชิงหลับตาปี๋ เขินอายจนรู้สึกตัวร้อนผ่าว ยิ่งกลิ่นหอมอ่อนๆจากน้ำหอมของคู่เต้นรำที่โชยแตะจมูก ไหนจะยังลมหายใจอุ่นๆที่เฝ้าวนเวียนอยู่ข้างๆนี่อีก เขาแทบจะบ้าตายอยู่แล้ว!

เห็นท่าทางเกร็งจนรู้สึกได้ของร่างบางอี้ฟานก็อดหัวเราะเบาๆในลำคอไม่ได้

น่ารัก... อี้ชิงน่ารักจริงๆ    

จู่ๆภาพที่นางพยาบาลคนนั้นเข้ามาให้ท่าเขาเมื่อกลางวันก็วนกลับเข้ามาในหัวอีกครั้งพาลให้อารมณ์เสีย แต่คำพูดของจางอี้ชิงก็เข้ามาทำให้เขาอารมณ์ดีขึ้นมาอีกครั้งจนได้..

ผมรักอาเลี่ย แต่พวกเขารักคุณ         

ช่างหัวมันสิเรื่องราวในอดีต ช่างหัวมันทุกเรื่องเลย...

จมูกโด่งก้มลง เตรียมหอมแก้มขาวๆนั่นให้ชื่นใจเป็นรางวัลให้ตัวเอง

แต่แล้ว เสียงโวยวายงุ้งงิ้งของป๋ายเซียนทำเอาปะป๊ามะม๊าหลุดจากภวังค์ส่วนตัวทันที เจ้าตัวเล็กยืนเอามือกุมทั้งหูทั้งแก้มที่แดงแปร๊ด

“งื้อออ น้องป๋ายต้องเขินแบบมะม๊าด้วยเหรอ อาเลี่ยไม่เห็นจะหล่อเหมือนปะป๊าเลยง่ะ แล้วอาเลี่ยจะอมหูน้องป๋ายไมเนี่ย!”

           

 

 

 

           

 

            

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 53 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

915 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 19 กันยายน 2563 / 23:08
    555555

    อาฟาน

    ลูกยังอยู่นะคั
    #913
    0
  2. #889 Bonefitty (@Bonefitty) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / 00:01
    ไม่ต้องทำตามทุกอย่างก็ได้มั๊ง อาเลี่ย
    #889
    0
  3. #840 m ma ri (@may-mm111) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2560 / 22:43
    #ลืมไปว่าลูกก็ยังอยู่
    #840
    0
  4. #824 ploylybbs (@ploylybbs) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 00:56
    555555555 ลั่นตอนท้ายมาก
    #824
    0
  5. #803 Xingmin (@fairy32) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 กันยายน 2559 / 21:46
    โอ๊ย ขำชานเลี่ยไปอมหูน้องป๋ายทำไม
    #803
    0
  6. #799 shadow1232 (@shadow123) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2559 / 16:44
    อื้อหื้ออมหูเลยหรอน้องป๋าย
    #799
    0
  7. #787 Jewelry11 (@laylay1266) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2558 / 02:20
    55555555555555555555555555555
    ลั่นมาก อมหู 55555
    #787
    0
  8. วันที่ 12 กันยายน 2558 / 13:26
    5555+ ใช้คำว่าอมหูเลยหรอน้องป๋าย 
    ปะป๊าไม่ได้อมหูมะม๊านะ เป็นเด็กอย่าทำตามผู้ใหญ่ มันไม่ดี 5555+
    #733
    0
  9. #652 Ekaract Sun (@sunsun9) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2558 / 08:25
    เด็กๆเล่นอะไรกัน
    #652
    0
  10. วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2558 / 00:36
    ซึ้งจัง อาอี้เป็นซะอย่างนี้ ถ้าอี้ฟานไม่รักนิคือโง่สุดละ
    #645
    0
  11. #532 WaterOne (@neungneung01) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 กันยายน 2557 / 02:02
    ว้ายยยย ลู่หมิน!! ชอบๆๆๆๆ ปะป๊าก็นะ ชอบฉวยโอกาสสสส แย่ๆๆๆ แบบนี้สภาพหัวใจชองมะม๊าแย่แน่ๆ 555555 แต่ขำตอนสุดท้ายอาเลี่ยจะอมหูน้องป๋ายทำไม55555
    #532
    0
  12. #479 kevalign (@xingxing-p) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2557 / 00:44
    อาฟานกะจะเอาเปรียบอี้ชิงให้ได้เลยสินะ ละมุนตลอดโอ๊ยยยยยย ฟินนนน
    #479
    0
  13. #455 NN.am (@rabbitblue13) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2557 / 23:23
    555555555555555555555555 น้องป๋ายโดนอมหูนี่ยังไง ฮ่าาาา
    #455
    0
  14. #439 apo; (@ployhataichanok) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2557 / 14:50
    อาฟานจะน่ารักไปถึงไหนนน-////-
    #439
    0
  15. #434 คลชป9091 (@bellstyle07) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2557 / 02:33
    คุณป๊านี่ลุกเข้มข้นเกือบได้หอมแก้มละฮาน้องป๋ายโดนอมหู55555555555
    #434
    0
  16. #433 Whitepearl_2001 (@mooktapa2001) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2557 / 17:43
    อ่านเเล้วฟินอ่ะ >/////< อ้ากๆๆๆๆ T////////T มีแนวโน้มลู่หมินอ่ะ งื้อออออออ อยากให้เป็นเฉินหมิน ฮุนฮานมากกว่านะ บู่วววววว :X)
    #433
    0
  17. #431 BrowZNiiZ (@wowwee) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2557 / 22:21
    เรื่องนี้มีลู่หมินป่ะ 5555



    ตลกพี่ฟานอ่ะแบบ



    เออไม่สนใจหล่ะอดีต



    จะชอบอ่ะเปิดใจแล้วไรงี้



    แต่ที่ขำสุดคือชานเลี่ยอมหูน้องป๋าย 55555
    #431
    0
  18. #429 BFKAIPZP (@zpeemaiz) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2557 / 20:31
    เฮ้ยยย ชอบอ่ะ 'ช่างหัวมันสิเรื่องราวในอดีต ช่างหัวมันทุกเรื่องเลย'
    อารมณ์ประมานว่าก็จะชอบ อยากมีเรื่องหรอ5555 ตอนนี้พี่คริสคือแมร่งโคตรเปิดใจเลย
    #429
    0
  19. #428 zealotkray (@zealotkray) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2557 / 15:59
    โอ้ยฟินนนนนนนนนนนนนนนนนมาทีละคู่เล้อ อินี่ขอเดาแปป555555555
    ลู่หมินนี่ยังไง พี่ลู่ชอบชิง หมินชอบพี่ลู่ใช่ไหม????? ใช่ป้ะตอบมาาาา !!555555
    มันดูมีซัมติงจิงเกอเบลมาก ลู่สั่งคนตามติดหมิน ทำไมค้าาาา???? ชอบหมิน? ไม่ใช่มั้งก็จีบชิงอยู่นี่หว่า #เริ่มมั่วละฉัน 55555

    พี่จงเหรินด๊ำดำ เท้าไฟ น้องป่ายยลูกกกขอบคุณที่สปอย 555555 คู่เด็กๆนี่มุ้งมิ้งมากอ่าาา ทะเลาะกันได้ทั้งวันโอ้ยยย ฟินนนน ชอบประโยคสุดท้ายยยยย 'งื้ออออออ น้อยป๋ายต้องเขินแบบมะม๊าด้วยหรอ อาเลี่ยไม่เห็นจะหล่อเหมือนปะป๊าเลยง่ะ #เเล้วอาเลี่ยจะอมหูน้อยป๋ายไม่เนี่ย! ' โอ้นนนนตรงนี้คือบับบบบบ ทั้งฮาทั้งฟินนนน คือ กร๊ากกกกกกกกกกกก เลยอ่ะ เด็กเอ๋ยเด็กน้อยยยย ><

    มาคู่สุดท้ายยยยยย บอกเลยว่าโค-ตรชอบโค-ตรฟินเลยง่าาาาาาาาเป็นอะไร ฟหกหเ้า่้ส้เา่ว้ส่ง
    งสวเาะ้่าั้ดเร้่นพดัเ่ี่ท มาก (?) งุ้งงิ้งที่สุดดอ่ะปะป๊ารับมะม๊าไว้ ไหนจะ

    เป็นเจ้าหญิงให้ผมทีสิครับ..อี้ชิง
    เป็นเจ้าหญิงให้ผมทีสิครับ..อี้ชิง
    เป็นเจ้าหญิงให้ผมทีสิครับ..อี้ชิง

    ประโยคนี้คืออะร๊ายยยยยยยยยยยยยยย ทำไมละมุนแบบนี้ละฮรืออออออออออ #แดดิ้น ._. ไหนจะไปฟัดแก้มมะมม๊าไหนละเล้าโลม(?) #ไม่ใช่ละ ไหนจะขอจูบโอ้ยยยยยยยยยยย นี่แกอย่าปากแข็งกันเล้ยยย ใจไม่แข็งเเล้วเเหละเต้นแรงขนาดนั้นอ่ะชิงงงง อาฟานด้วยนะเเหม่ชัดเจนขนาดนี้ ปฏิเสธ ผญ เพราะใครไม่ต้องสงสัยเเล้วมั้งงงหน้ามะม๊าลอยมาขนาดนั้นอ่ะ ยอมรับ บอกกันตรงๆไปเล้ยยยยยย น้องป๋ากับอาเลี่ยจะได้สมหวังซะที ปะป๊ามะม๊าก็จะได้สวิงกิ้งซัมติงอะไรกันชิลๆไงครั้งหน้าขอจงขอจูบแบบอาฟานคงไม่ต้อง จูบเลยไรงี้ อรั้ยยยยยยยยยยย >< เริ่มเพ้อเยอะไปละ แกควรจะไปได้เเล้วววว5555555555555 ชอบค่าาสนุกมากกกกกกกกกก รักฟิคแนวนี้ชอบมากเลอออออ ตามมาตั้งเเต่ ฟิคพ่อแม่ลูก โง้ยยละมุนที่สุด รักไรท์เต้อ ช้วบบบบบบ ไม่เกรียนต่อละบะบายยยยยยยยย #ฟริ้ง(?) 5555555555555555555555
    #428
    0
  20. #427 Zanaka I (@zanaka-i) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2557 / 13:45
    เขินมากเฮีย มาเต็มมาก

    แต่คงลืมไปว่าลูกๆอยู่

    อาเลี่ยเลยทำตามป๊ะป๊า อมหูน้องป๋าย5555
    #427
    0
  21. #426 사랑_HanHyuk Forever (@kino-sara) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2557 / 11:32
    อมหู!!!! อาเลี่ยคงกำลังเลียนแบบปะป๊าอี้ฟานอยู่สินะ 555555
    ปะป๊าลวนลามมะม๊าต่อหน้าลูกๆคืออัลไลค้าาา ไม่ดีนะคะไม่ดี ลูกเอาไปทำตามหมด อิอิ
    พี่ลู่คะ ที่จริงแล้วพี่ก็ชอบพี่หมินใช่ป่ะ ถึงได้ส่งสายไปตามข่าวพี่หมินแบบนี้อ่ะ
    ตัดใจจากน้องอี้แล้วไปคบกับพี่หมินดีกว่านะ รับรองเหมาะสมจริงไรจริง
    #426
    0
  22. #425 kkkp (@kkingphai) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2557 / 07:50
    ฮาแตกกก 555555น้องป๋ายกะอาเลี่ยน่ารักจริงๆ
    ชักจะเขินลู่หมินซะแล้วสิ อร้ายยย
    หวายจีจีเลยป๊าม๊าเนี้ยย
    #425
    0
  23. #424 เอเรียล (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2557 / 01:19
    ฮาแตกค่ะ อมหูทำไมคะ

    พี่คริสรุกซะเร็วเชียวนะ ลู่หานน่าจะเข้ามาเห็นจะได้เปลี่ยนไปชอบพี่หมินแทน อิอิ

    เรื่องนี้สนุกมากค่ะ ชอบมากเลยอ่ะ
    #424
    0
  24. วันที่ 27 มิถุนายน 2557 / 23:35
    5555555สองคนกัดหูกันเเล้วป๊าม๊าดูแลหน่อยๆๆหวานกันอยู่นั้นง่ะ555
    #423
    0
  25. #417 me&myself&i (@me-myself-i) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2557 / 03:48
    อมหูคืออารายยยยย
    #417
    0