[Fic EXO: Krislay] Finding Mommy! สมาคมคุณพ่อป่วนรัก!

ตอนที่ 13 : ●▽● 12 : Let me in (rewrite)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,242
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 54 ครั้ง
    5 ต.ค. 60


Finding Mommy! สมาคมคุณพ่อป่วนรัก!




Chapter 12 – Let me in

Rate : PG

Author : MariaTest.

 

 

 

            “มาได้ยังไงวะแม่ง...”ซิ่วหมินถึงกับแอบสบถออกมา ตาก็จ้องเป๋งไปยังเจ้านายหนุ่มที่เมื่อครู่ทำให้ตกใจจนแทบสะดุดบันไดตาย

            “เอาน่า... เขาก็คงมาสั่งอาหารตามปกติล่ะมั้ง”

            คนฟังแทบจะกลอกตามองบนซ้ำแล้วซ้ำเล่าห้าร้อยล้านตลบ

“อ้อเหรอ มองโลกในแง่ดีจังเลยนะครับคุณเชฟ พนันกับฉันมั้ยว่าต่อให้ลงไปถามจงเหรินตอนนี้ คุณลูกค้าวีไอพีของนายเขาก็ไม่ได้สั่งอะไรหรอก”

            อี้ชิงยักไหล่ เขาไม่ได้เดือดร้อนอะไรอยู่แล้วกับการที่ซีอีโอหนุ่มมาที่นี่ เพราะเขาเองก็เห็นลู่หานเป็นเพื่อนคนหนึ่ง ถึงตอนนี้อีกฝ่ายจะยังไม่ค่อยเข้าใจเขา หรือทำเป็นไม่รู้ก็เถอะ แต่อี้ชิงก็เชื่อว่าสักวันคนใจกว้างแบบลู่หานจะเข้าใจได้เอง

          เหมือนลู่หานจะรู้ว่าถูกมอง ดวงตาคู่หวานจึงหันมาสบตาพร้อมกับส่งยิ้มให้

โอเค... ก็ได้ จะว่ากันตามตรงอี้ชิงก็ลำบากใจนิดหน่อยล่ะ แต่เขาเชื่อว่ามันจะดีขึ้น

ไม่รู้ทำไมจู่ๆเขาก็นึกถึงอู๋อี้ฟานขึ้นมา 

หันมาเห็นหน้าบูดๆของเพื่อนแล้วเขาก็ต้องรีบเอ่ยปลอบ เอ๊... มันยังไงกันนะ จริงๆควรจะเป็นเขาไม่ใช่เหรอที่รำคาญจนหงุดหงิด ในเมื่อเป็นเขาต่างหากที่ถูกตามตื๊อ

  “นายจะหงุดหงิดอะไรนักหนาเนี่ยไอ้หมิน นั่นเจ้านายนะ”

“เจ้านายที่คิดจะงาบเพื่อนฉันด้วยการใช้ลูกชายนายเป็นทางผ่านไง ดูสิ...”ว่าพลางพยักเพยิดไปทางป๋ายเซียนที่ดูจะมีความสุขมาก อมยิ้มอันโตอยู่มือข้างหนึ่ง อีกมือก็ยังเล่นตัวต่อกับผู้มาใหม่อย่างสนุกสนาน

อี้ชิงลอบมองใบหน้ากลมๆของเพื่อนที่ดูมีสีหน้าไม่สบอารมณ์อย่างเห็นได้ชัดแล้วก็แอบอมยิ้ม

อันที่จริง... เขาถูกซิ่วหมินจับคู่กับคนนั้นคนนี้มาตลอด ว่าลองดูมั้ย คนนั้นก็ดี คนนี้ก็ได้ แต่กับเสี่ยวลู่หาน เจ้านายตัวเองแท้ๆซิ่วหมินแทบไม่เคยเชียร์เลย อย่างมากก็แค่เปิดโอกาสให้ ทั้งๆที่เป็นถึงคนใกล้ชิดที่น่าจะสนับสนุนเป็นพิเศษแท้ๆ

ให้เขาลองเป็นแม่สื่อให้เพื่อนตัวเองบ้างก็น่าสนใจดีพิลึก...

ร่างแผนในหัวตัวเองคร่าวๆแล้วก็เริ่มทำตามทันที “อืม... นั่นสินะ ถ้าอู๋อี้ฟานรู้สงสัยฉันจะงานงอกแน่ๆเลย นายว่าปะ“

ได้ผล ซิ่วหมินหันหน้ากลมๆมาหาเขาทันที “หมายความว่าไง ตาหมอนายแบบนั่นหึงนายกับบอสฉันเหรอ”

อี้ชิงยักไหล่อีกรอบ ทำเป็นว่าพูดโต้ตอบไปอย่างนั้นไม่ได้สนใจ ทั้งๆที่แอบเหลือบมองพฤติกรรมของคนข้างตัวตลอดเวลา “มีอยู่ครั้งนึง ตอนนั้นนายไม่อยู่ เขาสองคนบังเอิญเจอกันพอดี ฉันเองก็ไม่ค่อยเข้าใจหรอกนะ แต่คิดว่าอาเลี่ยเองก็คงไม่ค่อยชอบใจนักหรอก...”

ว่าแล้วก็อดเหลือบมองลูกชายคนโตไม่ได้ ครั้งที่แล้วช่านเลี่ยตั้งป้อมไม่ชอบคุณอาลู่หานชัดเจน พอวันนี้เจอกันอีกครั้ง ลู่หานพยายามเข้าหาเด็กน้อยค่อนข้างมาก แถมยังมีอมยิ้มมาฝากอีกด้วย ตอนนี้เลยเรียกได้ว่าค่อนข้างจะถูกคอกัน... ล่ะมั้ง?

“อืม แต่ก็จริงของอู๋อี้ฟานแหละ ถ้าฉันเป็นเขา ฉันก็คงไม่พอใจเหมือนกันถ้าเห็นภรรยาของตัวเองโดนผู้ชายคนอื่นมาตอมหน้าตอมหลัง”

ถึงจะรู้ว่าซิ่วหมินพูดไปเรื่อยๆ แต่คนฟังก็อดรู้สึกร้อนตัวขึ้นมาไม่ได้ “เปล่านะ ฉันไม่ได้เป็นภรรยาเขาสักหน่อย”

“แค่นายรับลูกเขามาเลี้ยงแบบนี้ แถมยังอะไรหลายๆอย่างที่นายเล่าให้ฟังเรื่องคุณอี้ฟาน ฉันว่าถึงตอนนี้นายจะปากแข็ง แต่อีกหน่อยเหอะ...”

“อีกหน่อยทำไม”สวนขึ้นมาทันควัน ชักไม่ชอบใจเสียแล้วที่ดันตกหลุมที่ตัวเองขุด

          บ้าจริงเล้ย... จางอี้ชิง 

ซิ่วหมินหัวเราะเบาๆในลำคอ ทำตาล้อเลียนอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหันสายตามุ่งมั่นไปยังลู่หาน “เอาเป็นว่า นายก็ทำหน้าที่ภรรยา... เอ้ยๆ ว่าที่ภรรยาที่ดีไป ส่วนเรื่องบอสเนี่ย ฉันจัดการเอง นายสบายใจได้”

ถึงจะตงิดๆในเหตุผลนิดหน่อยแต่ก็พอจะเข้าแผนเขาได้ล่ะนะ... คนเป็นเชฟคิด 

ต่อจากนี้ล่ะ เขาจะสลับบทบาท จากคนถูกจับคู่ เป็นแม่สื่อให้เอง!

           

 

 

“คุนอาหานต่อตัวต่อเก่งจังเลยฮับ”ป๋ายเซียนยิ้มกว้างจนปากเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าตามแบบฉบับเด็กน้อย เมื่อคุณอารูปหล่อทำการสลัดเสื้อสูท คลายปมเนกไทมาต่อหมาพุดเดิ้ลตัวเล็กๆให้เขาตั้งห้าตัว

“แน่นอนอยู่แล้ว ตอนอาเด็กๆอาชอบเล่นมากเลยนะตัวต่อเนี่ย เคยแข่งต่อปราสาทกับเพื่อนผู้ชายด้วย”เล่าไปยิ้มไป มือยังไม่ละจากการต่อเจ้าหมาพุดเดิ้ลให้อีกตัวจะทำฟาร์มเอาใจหลาน 

“น้องป๋ายอยากได้หมาพุดเดิ้ลเยอะๆแบบนี้จัง”เจ้าตัวน้อยพึมพำ

ช่านเลี่ยที่กำลังต่อกองทัพเครื่องบินอยู่ก็หันมองฟาร์มน้อยๆของเพื่อนที่มีคุณอาตัวโตช่วยต่อ“น้องป๋ายจะเอาไปทำไมหมาพุดเดิ้ลเยอะแยะ”

“’น้องป่ายจะเอาหมาพุดเดิ้ลเยอะแยะไปทำไม’ต่างหากครับ”ลู่หานอดไม่ได้ช่วยแก้ลำดับคำพูดของเด็กน้อย

ช่านเลี่ยยู่ปากเล็กน้อยเมื่อโดนคุณอาที่ไม่ค่อยชอบหน้าสอน “อาเลี่ยรู้หรอกฮับ อาเลี่ยแค่แกล้งพูดผิดเช้ยเฉย”

“อาเลี่ยพูดผิดจริงๆนั่นแหละ หวายยยยย แค่นี้ก็พูดผิด”ป๋ายเซียนที่รู้สึกว่าวันนี้มีคุณอาหนุ่มมาให้ท้ายก็รีบเกทับเพื่อน รู้หรอกว่ามันไม่ดี แต่มันก็อยากแหย่นี่นา

ช่านเลี่ยงอนจนปากคว่ำ “ฟาร์มน้องป๋ายไม่เห็นจะสวยเลย อันเล็กนิดเดียวแถมน้องป๋ายยังให้คุนอาหานช่วยต่อให้อีก น้องป๋ายขี้โกง”

“อะรายยยย น้องป๋ายป่าวโกงซะหน่อย ก็อาเลี่ยไม่ยอมให้คุนอาช่วยต่อเองนี่นาแล้วจะมาโวยวายน้องป๋ายทำไม”

“อาเลี่ยไม่ได้โวยวาย!”คราวนี้งอนหนักจริงๆจังๆจนต้องหันทั้งตัวเองทั้งฐานทัพตัวต่อหนี

ลู่หานมองเด็กๆทะเลาะกันอย่างสนอกสนใจ เขาไม่เคยเห็นเด็กๆทะเลาะกันมาก่อน... ก็แน่ล่ะ เขาไม่ค่อยมีเวลาเล่นกับเด็กนัก แล้วก็ไม่มีเวลาจะไปเล่นกับเด็กที่ไหนด้วย เคยเล่นแต่กับป๋ายเซียนแค่คนเดียว แล้วเจ้าตัวน้อยนี่ก็เป็นเด็กขี้อ้อนที่น่ารักมากๆ... เหมือนแม่ เอ้ย พ่อของเขา

คิดพลางเหลือบมองช่านเลี่ย เด็กตัวโตที่นั่งห่างจากเขาไปเล็กน้อย

ถ้าทฤษฎีของหนุ่มโสดสนิทอย่างเขาถูกต้อง นิสัยของพ่อแม่ถ่ายทอดไปถึงลูก งั้นเด็กคนนี้ก็คืออู๋อี้ฟานฉบับย่อรึเปล่านะ?

ฟอร์มจัดเหมือนกัน ปากแข็งเหมือนกัน เขาพยายามจะเข้ามาผูกมิตรด้วย แต่นอกจากอมยิ้มที่มองแล้วมองอีกว่าจะเอาหรือไม่เอาดี(แต่สุดท้ายก็เอา) ช่านเลี่ยก็ไม่พูดอะไรกับเขามากไปกว่า ‘คุนอาหยิบตัวต่ออันนั้นให้หน่อยฮับ’      

“เด็กๆ... ไปอาบน้ำกันเถอะครับ ใกล้จะได้เวลานอนแล้วนะ”

เสียงของอี้ชิงทำเอาทั้งสามหนุ่มที่นั่งรุมเลโก้กันอยู่เงยหน้าขึ้นมองทันควัน

“เย้ๆๆ อาบน้ำๆ น้องป๋ายจะไปเล่นเป็ดน้อย อาเลี่ยเคยเล่นมั้ย”

ช่านเลี่ยส่ายหน้าขวับ “ปะป๊าบอกว่าเด็กโตแล้วให้อาบฝักบัว” เด็กน้อยที่ไม่เคยรู้เลยว่าที่จริงแล้วอู๋อี้ฟานไม่มีเวลามากพอจะให้ลูกเล่นในอ่างอาบน้ำมากกว่า...

“โห่ววว อดเล่นน้องเป็ดเลย มามะ อาเลี่ยมาเล่นน้องเป็ดกับน้องป๋าย เดี๋ยวน้องป๋ายจะแนะนำให้รู้จัก”ดูเหมือนเด็กสองคนจะลืมเรื่องที่ทะเลาะกันไปแล้ว มือน้อยๆเริ่มจับจูงเข้าหากัน เดินเข้าไปหาร่างบางที่นั่งรออยู่ที่โซฟา ลู่หานที่ไม่รู้ว่าจะทำอะไรก็เลยต้องลุกตามมาด้วย  

“แล้วน้องป๋ายอาบน้ำเองเหรอ”ช่านเลี่ยถามต่อ

“ป่าวๆ มะม๊าอาบให้น้องป๋าย นี่ๆ...”เจ้าตัวเล็กดึงเพื่อนให้หยุดเดิน ก่อนจะเขย่งเท้ากระซิบกระซาบเอาให้ได้ยินกันสองคน แต่ลู่หานที่ดันอยู่ใกล้ๆก็ได้ยินไปด้วย

“แล้วเวลามะม๊าอาบให้น้องป๋ายนะ น้องป๋ายชอบสาดน้ำใส่มะม๊า ตอนมะม๊าตัวเปี๊ยกเปียกสนุกมากเลย น้องป๋ายทำบ่อย แล้วสุดท้ายมะม๊าก็ต้องอาบกับน้องป๋าย อาบด้วยกันเยอะๆสนุกจะตาย เหมือนไปเล่นน้ำที่สระว่ายน้ำที่สะ... สม...”

“สโมสร”คำยากๆนี่ก็ต้องยกให้ช่ายเลี่ยพูดแทนอีกตามเคย

เด็กตัวเล็กสองคนพอเริ่มวางแผนกันเองก็หัวเราะคิกคักอย่างถูกใจที่จะได้อาบน้ำกับมะม๊า

ผิดกับผู้ใหญ่อย่างลู่หานที่กระพริบตาปริบๆ หัวใจชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะเต้นแรงเมื่อนึกภาพเชฟหนุ่มตรงหน้าในสภาพเปียกปอน

ดวงตาคู่สวยเหลือบมองร่างบางสะโอดสะองที่นั่งเก็บบรรดานิตยสารและหนังสือต่างๆที่ตัวเองรื้อออกมาอ่านเล่นให้เป็นระเบียบ แต่ระหว่างที่เอี้ยวตัวไปทางชั้น ราวกับสายตาหมาป่าหนุ่มจ้องรอเวลาจังหวะนี้อยู่ก่อนแล้ว...

เสื้อยืดสีขาวพอดีตัวธรรมดา แต่ทุกครั้งที่เอี้ยวตัวออกไปเนื้อผ้าที่เคยทิ้งตัวลงก็แนบเข้ากับรูปร่างเพรียว หนำซ้ำชายเสื้อตัวดียังเลิกขึ้นมาจนเห็นเนินเนื้อขาวนวลราวน้ำนมวับๆแวมๆ...

ผู้บริหารหนุ่มถึงกับหายใจติดขัดขึ้นมาแค่นึกภาพเสื้อสีขาวตรงหน้าชุ่มไปด้วยน้ำ...     

หัวใจเจ้ากรรมยิ่งสั่นไหวรุนแรง เมื่อคนที่ถูกเขาโลมเลียทางสายตาอยู่นานหันมาสบตาพร้อมกับยิ้มกว้าง

“ไหนๆวันนี้คุณลู่หานก็มาแล้ว อยากช่วยเด็กๆอาบน้ำมั้ยครับ?”

คำถามนั่น... ทั้งๆที่ชวนให้อาบน้ำให้เด็กๆแท้ๆ แต่สมองเขากลับจินตนาการไปไกลว่าเป็นการช่วยคนเป็นมะม๊าคนนี้อาบน้ำต่างหาก

‘คุณลู่หาน อาบน้ำด้วยกันมั้ยครับ’      

ลู่หานรู้สึกราวกับว่ามีไฟฟ้าจากไหนไม่รู้วิ่งออกจากขั้วหัวใจพล่านไปทั่วร่าง ครู่ใหญ่กว่าเขาจะหาเสียงตัวเองเจอ

“คะ.. ครับ!”ยินดีเป็นอย่างยิ่งเลยครับ...

แต่จางอี้ชิงก็ยังคงเป็นจางอี้ชิงอยู่วันยังค่ำ ร่างบางไม่แม้แต่จะสังเกตเห็นท่าทีที่แปลกไปของชายหนุ่มตรงหน้า บอกทางไปยังห้องอาบน้ำที่อยู่ชั้นบน ที่เด็กๆสองคนวิ่งปรู๊ดกันขึ้นไปก่อนหน้านี้แล้ว ก่อนจะเอ่ยบอกเขาขอตัวไปเตรียมเสื้อผ้า ให้เขาไปดูเด็กๆก่อนเลย

ลู่หานเดินไปตามขั้นบันไดราวกับต้องมนต์ มาหยุดยืนอยู่หน้าห้องน้ำที่เขาได้ยินเสียงเด็กๆเล่นกันเจี๊ยวจ๊าวมาจากบานประตูที่เปิดแง้มเอาไว้       

ฝีเท้าหยุดอยู่ตรงนั้นเพราะรู้สึกว่าตัวเองอยู่ในสภาวะ ‘ไม่พร้อม’ ใบหน้าน่ารักราวตุ๊กตาเด็กผู้หญิงส่ายไปมาอย่างแรง เมื่อไม่ว่าจะทำยังไง... ก็ไม่สามารถสลัดภาพเชฟหนุ่มในสภาพเซ็กซี่(แค่ในจินตนาการ)ของเขาได้เลย 

สุดท้ายซีอีโอดีเด่นของพนักงานนับพันก็รวบรวมสติที่แตกกระเจิงเข้าหากัน 

“ไม่ๆ... เสี่ยวลู่หาน นายเป็นคนดีมากพอ นายจะต้องไม่คิดอะไรแบบนั้น หยุด หยุดเดี๋ยวนี้...”


“จะยืนเป็นผีคิตตี้เฝ้าหน้าห้องน้ำอีกนานมั้ยครับคุณบอส”

           

ซิ่วหมินที่รออยู่นาน ไม่เห็นเจ้านายหนุ่มจะเดินตามมาสักที อดไม่ได้ต้องเปิดประตูว่าจะส่งเสียงเรียก แต่กลับพบคนที่เขากำลังตามหานั่นแหละยืนนิ่งแข็งทื่อ พึมพำอะไรไม่รู้ส่ายหัวดิกอยู่หน้าห้องน้ำ ไม่ยอมเข้ามาสักที

จะว่าไปมันก็เป็นภาพที่ดูตลกชวนให้ขำไม่น้อย

คนถูกเรียกเงยหน้าขึ้นมองทันที ดวงตาคู่สวยเบิกกว้าง ก่อนจะกระพริบปริบๆไม่ต่างจากเด็กที่เพิ่งตื่นจากฝัน 

ดวงตาสุกใสราวลูกกวางกวาดมองลูกน้องตัวเองตั้งแต่หัวจรดเท้า ร่างเล็กป้อมของซิ่วหมินยังคงอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตตัวเดิมที่เขาเคยเห็น เพียงแต่ทั้งแขนเสื้อและกางเกงถูกพับชึ้นไปเสียสูง หยดน้ำเกาะพราวที่แขนขาเล็กน้อย คงเพราะเป็นคนไปเตรียมน้ำอาบให้เด็กๆ 

ใบหน้าสวยหวานมีสีหน้าเซ็งขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด จนคนมองอดไม่ได้จะแอบเบ้ปากอย่างหมั่นไส้เพราะรู้ทันความคิดเจ้านายขึ้นมาทันที

“ทำไมครับบอส ผิดหวังล่ะสิที่เป็นผมน่ะ โถ่... พ่อคุณคิตตี้ของซิ่วหมิน ลืมไปรึเปล่าว่าไอ้อี้มันขาเจ็บอยู่ ลำพังแค่ป๋ายเซียนคนเดียวก็แทบเอาไม่อยู่แล้ว วันนี้ยังมีช่านเลี่ยมาอีก คิดสิครับคิด ให้มันไวๆเหมือนตอนเซ็นอนุมัติโครงการน่ะ”

‘พ่อคุณคิตตี้’หน้าร้อนขึ้นมาทันใดที่ถูกรู้ทันเสียหมด จะว่าไปซิ่วหมินก็รู้ทันเขาตลอดแหละ ทั้งๆที่เป็นลูกน้องแท้ๆแต่กลับมองเขาทะลุปรุโปร่ง เก่งกาจยิ่งกว่าคู่แข่งทางธุรกิจลู่หานด้วยซ้ำ ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้แหละ แต่มาโดนจับได้เรื่องความคิดแบบนี้เนี่ยมันก็..

ตอนนี้เด็กชายตัวน้อยๆสองคนป๋อมแป๋มล่อนจ้อนในอ่างอาบน้ำเรียบร้อยแล้ว ไม่รู้ว่าเด็กคนไหนตื่นเต้นกว่ากัน ป๋ายเซียนเองก็ดีใจที่มีเพื่อนเล่นตอนอาบน้ำ ส่วนช่านเลี่ยก็เพิ่งเคยเล่นฟองสบู่และเจ้าเป็ดยางสีเหลืองเป็นครั้งแรก

ผู้บริหารหนุ่มยิ้มกว้างกับภาพตรงหน้า ภาพเด็กๆที่เล่นกันช่างดูใสบริสุทธิ์และน่าทนุถนอมเสียยิ่งกว่าอะไรชวนให้รู้สึกคลายความเครียดจากการทำงานได้ไม่มากก็น้อย มิน่าล่ะเพื่อนๆเขาบางคนที่แต่งงานมีลูกไปแล้วจะเห่อลูกจนแทบไม่ออกมาเจอหน้ากัน คงเพราะแบบนี้นี่เองสินะ 

อีกหน่อยในอนาคต เขาเองก็อยากจะมีลูกบ้าง

แต่ถ้าคนที่เขาชอบมีลูกให้ไม่ได้ เขาก็ว่าจะรับอุปการะเด็กสักคน ด้วยฐานะของเขาเรื่องแค่นี้จิ๊บๆ

หรือไม่ถ้าในอนาคตอี้ชิงยอมใจอ่อนให้เขา ก็คงไม่ต้อง ยกเว้นว่าป๋ายเซียนอยากมีพี่น้อง

เป็นอีกครั้งที่มโนภาพแสนสวยของลู่หานถูกเสียงแหลมๆทำร้าย...

“เอ้า บอสครับ ยืนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่ได้ มาช่วยกันทีเร็วๆ”ซิ่วหมินที่ตอนนี้คุกเข่าลงข้างอ่างอาบน้ำ ในมือเทแชมพูสำหรับเด็กขึ้นมาสระผมให้ป๋ายเซียน ถูวนเบาๆอย่างคล่องแคล่ว เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาเคยช่วยอี้ชิงอาบน้ำให้หลานชาย

มือใหญ่เทแชมพูออกมาบ้างจนคนตัวป้อมตรงหน้าพยักหน้าให้ว่าพอแล้ว ค่อยๆลูบเบาๆที่ศีรษะน้อยๆของช่านเลี่ย ลู่หานอดคิดไม่ได้ว่าดีนะที่ตอนนี้เด็กน้อยที่เหมือนคิวปิดเล่นน้ำสองคนนี้กำลังเล่นกันอยู่สนุกสนาน ไม่อย่างนั้นช่านเลี่ยคงไม่ยอมให้เขาแตะเนื้อต้องตัวง่ายๆแน่...

“นายดูคล่องจัง มาอาบน้ำให้ป่ายเซียนบ่อยๆเหรอ”ดูมือเล็กๆของอีกคนไปก็ทำตามไป ถามเก็บข้อมูลไปด้วย

“ใช่ เวลาที่อี้ชิงมันยุ่งๆน่ะ ฉันก็มาทำให้แทน”ตอบทั้งที่สายตายังไม่ละไปจากหัวน้อยๆที่ฟองฟอดตรงหน้า และทั้งที่รู้ว่าเป็นแชมพูสำหรับเด็กที่เข้าตาก็ไม่แสบ แต่ซิ่วหมินก็ยังบรรจงระวังไม่ให้มันไปเข้าตาเจ้าตัวน้อยอยู่ดี ใครจะรู้ล่ะ มันอาจจะมีสารเคมีอะไรก็ได้จริงมั้ย งานวิจัยเยอะแยะแชร์กันมั่วซั่วแต่ก็กลัวไว้ก่อน

“ไหนนายเคยบอกว่ามาไม่บ่อยไง”

น้ำเสียงจับผิดที่ทำเอาซิ่วหมินเกือบกลั้นสะอึกไม่ทันอีกรอบทำเอาคนไหวพริบดีต้องรีบแก้ตัวทันควัน “บอสคงไม่รู้ ฉันน่ะเป็นคนมีเซ้นส์เรื่องการดูแลเด็ก นี่ก็แค่ครั้งที่สองเอง”

คนจับผิดยังคงรุกไล่ต่อ ใช่ว่าซิ่วหมินคนเดียวที่ไหนที่รู้ทันเขา หลายๆครั้งหลายๆคราที่ลู่หานเองก็รู้สึกได้เหมือนกันว่าเจ้าลูกน้องสุดแสบคนนี้คิดอะไรจนต้องหรี่ตามองอย่างคาดโทษ

“อย่าให้ฉันรู้แล้วกันว่านายมาที่นี่โดยที่ไม่บอก”

“คร้าบๆ ตามที่บอสบัญชา ผมมาเมื่อไหร่ต้องบอก เพราะบอสจะรีบเคลียร์งานมาด้วยทันที รีบทำคะแนนสร้างความสนิทสนม ใช่มั้ยล่ะคร้าบ”แกล้งลากเสียงยานคางเพราะนึกหมั่นไส้บอสตัวเองขึ้นมาแบบไม่รู้สาเหตุ

จริงๆก็หมั่นไส้ตลอดแหละเวลาบอสพูดถึงอี้ชิง 

“นายก็รู้นี่ว่าฉันคิดยังไงกับอี้ชิง”บทสนทนาเริ่มเหมือนอยู่กันสองคนมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะรู้ว่าเด็กๆสองคนเล่นกันเพลินไม่ได้ใส่ใจฟัง “หรือนายคิดว่าฉันไม่คู่ควรกับเพื่อนสนิทนาย?”

“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก”ตอบออกไปทันทีเพราะใจก็คิดอย่างที่ปากพูด แต่กลับเงียบไปเมื่อนึกเหตุผลสนับสนุนคำตอบของตัวเองไม่ออก

ไม่หรอก... เขาเองน่ะรู้ดีว่าอี้ชิงไม่ได้คิดอะไร แต่เขากลับไม่กล้าบอกอีกคนไปตรงๆ รู้เลยว่าความรู้สึกที่แท้จริงของอี้ชิงจะเป็นสิ่งที่ทำร้ายคนตรงหน้าได้มากพอควร ทั้งๆที่ความจริงมันอยู่ที่ปลายลิ้นนี่เองแต่ก็เขากลับไม่กล้าพูดมันออกไป

จะว่ากลัวลู่หานเสียใจ ก็ใช่ล่ะ

ก็แล้วทำไมเขาต้องกลัวลู่หานเสียใจด้วยล่ะ มันก็ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของเขาสักหน่อย?

คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อย พร้อมกับริมฝีปากที่เผลอขบมันโดยไม่ตั้งใจ

แล้วถ้ามันถึงเวลาที่ต้องบอก จะบอกยังไงดีนะ... ? 

“หืม? ทำไมเงียบไปล่ะ”ลู่หานถามยิ้มๆพอได้คำตอบที่น่าพอใจ เขาไม่ใช่คนประเภทหลงตัวเอง แต่เรียกว่าอยู่ในข่ายมีโอกาสดีกว่า

ก็แหง... จะมีใครบ้างที่ไม่รู้สึกดี เวลาได้ยินใครบอกว่าคนที่เราชอบกับตัวเราดูเหมาะสมกัน     

มือใหญ่คว้าฝักบัวมาล้างผมให้เจ้าตัวเล็กเหมือนที่อีกคนทำ “หรือกลัวจะอดข้าวกลางวันฟรี? นี่ ไม่ต้องห่วงเลยนะซิ่วหมิน ถ้าฉันกับอี้ชิงได้คบกันแล้ว ฉันจะเลี้ยงข้าวนายทุกครั้งที่เจอกันเลย หรือไม่นายอยากกินอะไร จะโทรขึ้นมาบอกฉันก็ได้”

เห็นดวงตาคู่สวยดูมีความสุขแล้วซิ่วหมินก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเจ็บปวดยังไงชอบกล โถ่... ทำไมบอสของเขาถึงได้น่าสงสารขนาดนี้นะ? หล่อก็หล่อ รวยก็รวย อนาคตไกลอีก ดันLucky in game แต่ไม่ Lucky in loveซะงั้น 

มือเล็กๆโปรยฟองสบู่ฟอดๆใส่หัวเพื่อน “มาแต่งตัวเป็นซานต้าคลอสกันดีกว่าอาเลี่ย!”

เด็กตัวโตเล่นด้วย โกยเอาฟองสบู่สีขาวๆมาโปะที่คางจนเกิดเป็นเคราสมใจ “อาเลี่ยเหมือนยังๆ”

ป๋ายเซียนหัวเราะเอิ๊กอ๊าก “เหมือนแล้วววว ไหนน้องป่ายเอามั่ง”ว่าแล้วก็โกยฟองสบู่มาแปะหน้าตัวเองบ้าง

“นี่ๆน้องป๋าย”ช่านเลี่ยยื่นหน้าเข้าไปใกล้ เห็นผู้ใหญ่คุยกันเขาก็ได้ยินหรอก แต่ว่าไม่ได้ฟัง ปะป๊าเคยบอกว่าไม่ควรแอบฟังเวลาพวกผู้ใหญ่คุยกันด้วยแหละอาเลี่ยเลยไม่ฟัง “ไหนๆก็ไหนๆ แกล้งพี่หมินกับคุนอาหานกันเถอะ”

ป๋ายเซียนยิ้มซุกซนขึ้นมาทันที เจ้าตัวน้อยสบตากัน ยิ้มกริ่มก่อนจะหันไปมองผู้ใหญ่สองคนที่ไม่ได้รู้ทันเด็กเอาซะเลย

มือน้อยๆสองคู่ช่วยกันโกยเจ้าฟองสบู่รอบๆอ่างมาจนรวมกันได้กองใหญ่ พอแบ่งกันแล้วเจ้าตัวแสบสองคนก็พยักหน้าให้กัน ป๋ายเซียนขมุบขมิบปาก

“นับ... นึง.. ส่อง... ซ่ามมมมมม!”

กำลังคิดอะไรเพลินๆฟองสบู่ที่โปะเข้าที่หน้าแบบไม่ทันตั้งตัวทำเอาซิ่วหมินสะดุ้งสุดตัว ดีไม่เผลอร้องว้ากออกมาให้เสียฟอร์มผู้ใหญ่

            “น้องป๋าย! อาเลี่ย! ซนใหญ่แล้วครับ! ดูสิพี่หมินเลอะหมดเลยเนี่ย...”เสียงดุแต่ใบหน้ากลับยิ้มกว้างอย่างไม่ถือสาเมื่อได้ยินเสียงเด็กๆหัวเราะลั่นห้องน้ำดูชอบอกชอบใจเต็มประดา ไม่ใช่แค่เขาที่เปียกปอน พอลืมตาขึ้นได้ก็เห็นซีอีโอหนุ่มที่เคยเนี้ยบหัวจรดเท้ายามนี้เปียกปอนด้วยฟองสบู่เละทั้งหน้า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ยังบดบังความหล่อไม่ได้อยู่ดี 

ซิ่วหมินเผลอมองตาค้าง ถ้าเด็กๆในอ่างนี่คือคิวปิดตัวเล็ก เรือนผมหยิกสีสว่างของเจ้านายเขาก็คงเป็นคิวปิดภาคผู้ใหญ่... ชื่ออะไรนะ อีรอส? 

เออ จะว่าไปบอสนี่ก็หล่อจริงๆด้วยแฮะ

มัวแต่มองเจ้านายตัวเองเพลินจนลืมกระพริบตา น้ำสบู่ที่เลอะไปถึงหัวเลยไหลมาเข้าตาจนได้ กำลังจะใช้มือปาดออกก็ดันลืมไปว่ามือตัวเองน่ะอย่างเลอะแต่ก็ยั้งตัวไม่ทัน ป้ายไปอีกเต็มรักจนลืมตาไม่ขึ้น

“ฮ่าๆๆๆๆ พี่หมินมีหนวดที่ตาที่ตะหมูกกกกก”ป๋ายเซียนหัวเราะร่า แต่ช่านเลี่ยที่ได้นิสัยห่วงใยด้วยความที่ปะป๊าเป็นหมอรีบบอก

“พี่หมินล้างหน้าเร็วฮับ เดี๋ยวแสบตานะ”

“ไม่เป็นไรหรอกครับ มันเป็นสบู่สำหรับเด็กไม่แส...”ตัวเองยังพูดไม่ทันจบก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อมือใหญ่ที่เขาเคยอย่างมากแค่มองยื่นเข้ามาลูบฟองสบู่ออกจากใบหน้าให้แผ่วเบา

“เป็นอะไรมั้ย แสบตารึเปล่า”ลู่หานถามออกมาอย่างเป็นห่วง เห็นหน้าซิ่วหมินมีแต่ฟองไปหมดเขาเลยหยิบฝักบัวที่ช่านเลี่ยส่งให้มาช่วยล้าง

ลูกน้องที่มักปากไวอยู่เสมอถึงขั้นพูดไม่ออก จู่ๆก็รู้สึกได้ความรู้สึกแปลกๆที่ส่งมาจากฝ่ามือหนาที่ลูบใบหน้าเขาอย่างอ่อนโยนอยู่ตอนนี้ ปากอยากจะพูดออกไปฉับๆว่าเป็นถึงซีอีโอ แต่กลับบื้อจนไม่รู้ว่ามันมีสบู่สำหรับเด็กที่ไม่ทำให้แสบตา แต่ซิ่วหมินก็ดันพูดไม่ออกซะอย่างนั้น

ฝ่ายคนที่ถูกปรามาสว่าบื้อก็ช่างไม่รู้ตัวเลย เห็นคนตัวเล็กยังคงหลับตานิ่งก็เริ่มเป็นห่วง ปลายนิ้วเรียวดันคางมนขึ้นพร้อมกับเอ่ยเสียงห่วงใย

แบบที่ตัวเองก็ไม่รู้ตัวพอกัน

“แสบตามากเหรอ ไหนลืมตาซิ ฝืนล้างตาหน่อย”

กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่แตะจมูกทำให้รู้สึกได้ถึงความใกล้ชิดแม้ไม่ลืมตา พอเดาออกว่าร่างโปร่งตอนนี้โน้มตัวอยู่เหนือตัวป้อมๆของเขา เพียงแค่คิด... ความรู้สึกราวคลื่นไฟฟ้าแปลกๆที่ไม่รู้มาจากไหนก็ไหลวนอยู่ในอกทำเอาคนที่เริ่มรู้ตัวว่าหน้าแดงลนลานถอยห่าง ร่างเล็กรีบยันตัวลุกขึ้นทันควันพร้อมกับลืมตาเต็มตาทันใด 

มันต้องแบบนี้สิวะซิ่วหมิน ระยะห่างขนาดนี้ต่างหากถึงกำลังดี ว่าแต่เมื่อกี้มันใกล้ขนาดไหนวะเนี่ย!

“มะ... ไม่เป็นไร ฉันไม่เป็นไรแล้ว”พูดออกไปตะกุกตะกักแล้วก็แย่งฝักบัวจากมืออีกฝ่ายขึ้นมาล้างหน้าตัวเอง

ลู่หานยังมองมาไม่วางตาเมื่อเห็นท่าทางที่เหมือนจะคว้าฝักบัวมาล้างตัวเองตั้งแต่หัวจรดเท้า “แน่ใจนะ นายแพ้รึเปล่า ทำไมหน้าแดงจัง”

“เอ๊ ก็บอกว่าไม่เป็นไรไง เซ้าซี้จริงบอส”

“มานี่ฉันถือฝักบัวให้ นายจะได้ล้างตา”

“ล้างเองได้!” 

บอกว่าไม่ก็ไม่เป็นไรเซ่... โว้ย! เลิกมองสักที!

ฟองสบู่น่ะออกไปจากหน้าหมดแล้ว แต่ทำไมไอ้ความรู้สึกแปลกๆนี่มันไม่โดนน้ำล้างไปด้วยล่ะเนี่ย!

           

            

                       

            หลังลู่หานกับซิ่วหมินกลับบ้านไปแล้ว โดยที่แน่นอนว่าลู่หานไปส่ง เชฟหนุ่มเห็นท่าทางที่ลู่หานแอบมองซิ่วหมินตลอดเวลา ส่วนเพื่อนเขาก็เฝ้าแต่จะหลบตาแล้วก็ได้แต่แอบยิ้ม จะถามคนใดคนหนึ่งก็กลัวไก่จะตื่น สุดท้ายก็ต้องพึ่งสปายจิ๋วอีกตามเคย ผลคือป๋ายเซียนได้แต่ทำหน้าจ๋อย ในขณะที่ช่านเลี่ยเล่าอย่างตื่นเต้นว่าวางแผนกันสาดฟองสบู่ใส่จนผู้ใหญ่ทั้งคู่เปียกม่อล่อกม่อแล่ก

   เชื่อเถอะว่ามันมีอะไรมากกว่านั้น แต่เด็กๆดูไม่ออก ไม่ก็เอาแต่เล่นกับน้องเป็ดมากกว่า

เสียดายก็เสียดายที่ไม่ได้ไปแอบยืนดูด้วยตาตัวเอง แต่คิดไปคิดมา ถ้าแผนของเขามันจะสำเร็จจริงๆ เดี๋ยวค่อยตะล่อมถามเจ้าเพื่อนตัวแสบอีกทีก็คงไม่ช้าจนเกินไป

เสียงกดกริ่งหน้าร้านดังมาพร้อมๆกับเสียงเรียกข้าวของโทรศัพท์มือถือในมือ พอดูหน้าจอแล้วเห็นว่าเป็นคุณหมอหนุ่ม อี้ชิงก็ไม่เสียเวลากดรับให้เปลืองค่าโทรศัพท์ ร่างบางก้าวไปเปิดประตูให้อีกฝ่ายทันที

“ลูกล่ะ?”

“หลับกันหมดแล้วล่ะครับ”ตอบพร้อมกับนึกไปถึงร่างเล็กของเด็กสองคนที่คงจะเล่นกันตอนอาบน้ำจนเหนื่อย พอหัวถึงหมอนเขาแทบไม่ต้องเสียเวลากล่อมเด็กๆด้วยซ้ำ ต่างคนต่างแข่งกันหลับปุ๋ยไม่รู้เรื่องอยู่ที่เตียง

“นั่นสินะ ดึกป่านนี้แล้ว”

ร่างสูงพึมพำ อี้ชิงสังเกตสีหน้าคมคายมีแววเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด เห็นแล้วก็อดไม่ได้จะถามอย่างเป็นห่วง

“อาฟานทานอะไรมารึยังครับ เอาซุปร้อนๆหน่อยมั้ย ผมทำไว้ให้น่ะ”

“อือ”

            อี้ชิงไม่รู้ตัวว่าทำไมเขาถึงลอบยิ้มเมื่อเห็นท่าทางร่างสูงที่ดูเหมือนสิงโตหมดแรงกลับถ้ำเดินไปทิ้งตัวนั่งลงตรงเก้าอี้ ตอนนี้ที่ร้านชั้นล่างของเขาเปิดไฟแสงสีส้มเพียงสลัวๆ แต่ใบหน้าคมคายก็ดูมีสีหน้าเหนื่อยล้าชัดเจน

ทันทีที่ได้ซุปร้อนๆเข้าปาก แม้เพียงคำแรก แต่อี้ฟานก็ดูมีเรี่ยวมีแรงขึ้นมาเล็กน้อย สังเกตได้จากใบหน้าหล่อเหลาที่เริ่มสว่างไสวน่ามองขึ้นทีละน้อยเหมือนเดิมราวต้นไม้ในฤดูแล้งที่ได้รับน้ำฝนสดชื่น

“งานผ่าตัดคนไข้คงจะเหนื่อยมากเลยใช่มั้ยครับ”ร่างบางที่ทิ้งตัวนั่งลงตรงข้ามเอ่ยชวนคุย

“เหนื่อยสิ เหนื่อยกว่างานนายแบบเยอะ ผิดตรงที่หลังผ่าตัดได้รู้สึกโล่งใจ ว่ามีอีกคนแล้วที่ปลอดภัยดี แต่งานนายแบบกลับหนักใจเพราะต้องมาคิดว่าตัวเองทำอะไรพลาดบนเวทีรึเปล่า”

จู่ๆอี้ฟานก็เท้าความถึงงานเก่า บทสนทนาที่ทำคนฟังเผยยิ้มน้อยๆ “ทุกๆอาชีพล้วนมีความสุขของมันอยู่นะครับ อาฟานแค่เจอความสุขที่แท้จริงของตัวเองต่างหาก”

คุณหมอหนุ่มรับคำเป็นเชิงเห็นด้วย แล้วทั้งสองคนก็นั่งเงียบ คนทำอาหารมองอาหารตรงหน้าพร่องลงไปจนหมดลงไปในที่สุดด้วยความชื่นใจยังไงบอกไม่ถูก

“อร่อยมาก”

“ไม่ต้องบอกก็รู้ครับ”อี้ชิงพูดกลั้วหัวเราะ เดินเอาจานเข้ามาเก็บในครัว พร้อมๆกับร่างสูงที่เดินตามมา ดวงตาคมจ้องเป๋งมาที่ขาคนตรงหน้า

“หายเจ็บขาแล้วเหรอ เดินว่อนแบบนี้น่ะ อย่าบอกนะว่าวันนี้คุณเข้าครัวแล้ว”

“แหม... พอคุณหมออิ่มท้องหน่อยก็มีแรงตรวจคนไข้ต่อเลยนะครับ”อดไม่ได้จะหยอกกลับ “ผมหายดีแล้วล่ะ ไม่ต้องห่วง รับรองว่านัดกับคุณหมอเฉินวันพรุ่งนี้ คุณหมอกระดูกต้องชมแน่ๆว่าคุณหมอหัวใจดูแลดี”

“แหงล่ะ สามีที่ไหนจะดูแลภรรยาตัวเองไม่ดีบ้าง”

นอกจากอิ่มท้องแล้วจะทำให้ความเป็นหมอกลับมา ความกะลิ้มกะเหลี่ยนี่ก็กลับมาอีกด้วย...

แต่อี้ชิงกลับไม่นึกรำคาญสักนิด ....หรือเขาจะเริ่มชินเสียแล้วก็ไม่รู้สิ

“อาเลี่ยหลับอยู่ที่ห้องน้องป๋ายนะครับ เดินขึ้นไปชั้นสาม ห้องที่สองทางซ้ายมือ”      

ร่างสูงปล่อยอี้ชิงให้จัดการล้างถ้วยชามอยู่ในครัว ส่วนตัวเองพาร่างมาตามทางที่อี้ชิงบอก

ระหว่างทางตาก็สอดส่ายมองไปรอบๆอย่างอดสำรวจไม่ได้ บ้านที่เป็นทั้งร้านแห่งนี้เรียบร้อยและเป็นระเบียบ วอลเปเปอร์สีฟ้าสะอาดตาดูเหมาะกับจางอี้ชิงยังไงก็ไม่รู้ในความรู้สึกเขา นึกชื่นชมความเป็นระเบียบของบ้าน อี้ชิงเป็นพ่อบ้านสุดเพอร์เฟ็กต์จริงๆ...

ดวงตาหยุดลงที่ชั้นวางของที่เรียงรายไปด้วยกรอบรูปสี่ หรือห้าใบเห็นจะได้ ดวงตาคมลืมสิ้นเรื่องมารยาท ถือวิสาสะก้มลงพิจารณารูปถ่ายในแต่ละกรอบรูป

ยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู เมื่อเป็นภาพเด็กทารกอ้อแอ้ในเบาะหนุ่มที่ยังไม่แม้แต่จะลืมตา รูปถัดๆมาคือรูปที่เพียงแค่เห็นก็รู้ทันทีว่า คงเป็นพัฒนาการของป๋ายเซียนตั้งแต่ยังแบเบาะ จนถึงตอนหัดคลาน หัดเดิน สายตาเขาไล่มาเรื่อยๆพร้อมรอยยิ้มที่จุดขึ้นที่มุมปาก...

หญิงสาวผมตรงสลวยปรากฏให้เห็นชัดเจน รอยยิ้มนั้นคุ้นตาเพราะมีลักยิ้มบุ๋มที่ข้างแก้มเช่นเดียวกัน รอยยิ้มนั้นสดใสเหลือเกิน รอยยิ้มที่เขาเห็นแล้วก็รู้สึกชื่นชมจากใจผู้ชายคนหนึ่งว่าเป็นผู้หญิงที่สวยจริงๆ

เลื่อนสายตามาที่กรอบรูปอีกอันข้างๆ ชายหญิงคู่หนึ่งกอดกัน แสดงถึงความรัก ความสนิทสนม รอยยิ้มและแววตาแห่งความสุขที่ส่งมาผ่านภาพถ่าย วงแขนแข็งแรงของอี้ชิงสอดรอบเอวบางของหญิงสาวในรูป...

อี้ฟานนิ่งไป... บอกไม่ถูกกับภาพตรงหน้า...

ดวงตาของหญิงสาวคนนี้ คุณหมอหนุ่มจำได้ทันทีว่าเป็นดวงตาคู่เดียวกันกับของป๋ายเซียน  มันถอดแบบกันออกมาไม่ผิดเพี้ยนทีเดียว...

อี้ชิงที่จัดการเก็บของเสร็จเรียบร้อยก้าวตามขึ้นมา เห็นร่างสูงหยุดยืนอยู่หน้ากรอบรูปแล้วเขาก็ยิ้มก่อนจะอธิบายเสียงใส 

“นั่น... มะม๊าตัวจริงของป๋ายเซียนน่ะครับ”        

เสียงอธิบายที่ดังมาจากข้างหลังไม่ทำให้คนที่กำลังยืนจ้องกรอบรูปอยู่หันกลับไปมอง

“สวยดีนะ”ภรรยาของคุณน่ะ ร่างสูงขยับปาก แต่กลับไม่ส่งเสียงคำๆนั้นออกไป

...มันตงิดใจยังไงก็ไม่รู้สิ

“ใช่ครับ เธอเป็นผู้หญิงที่ดีที่สุด และสวยที่สุดในชีวิตผมเลย”อธิบายด้วยน้ำเสียงที่แฝงความเศร้าไว้ไม่มิด อี้ชิงหลุบตาลงต่ำ เขาไม่รังเกียจหรอกที่จะเล่าเรื่องพี่หยุนผิงให้ใครๆฟัง แม้กระทั่งกับคนตรงหน้าที่ไม่ชอบขี้หน้าแต่แรกเห็น หรือชอบทำให้เขาหงุดหงิดใจอยู่บ่อยๆนี่ก็เถอะ

พี่หยุนผิงเป็นครอบครัวคนเดียวของเขา แม้เธอจะจากไปนานแล้ว แต่เขาก็เชื่อว่าพี่จะยังมองลงมาจากบนท้องฟ้านั่นเสมอ

 

แวบหนึ่งอี้ชิงอดคิดไม่ได้ว่า ถ้าพี่สาวของเขายังอยู่ จะคิดยังไงกับคนแบบอู๋อี้ฟานกันนะ?

  “ถ้าเธอเป็นคนดีขนาดนั้น ทำไมเธอถึงทิ้งคุณไปล่ะ”

น้ำเสียงที่ถามมานั้นราบเรียบจนแทบจะเรียกได้ว่าไร้อารมณ์ แต่อี้ชิงที่ยังอยู่แต่ในภวังค์ความคิดของตัวเองไม่ทันได้สังเกต

“เขามีโรคแทรกซ้อนน่ะครับ เสียตั้งแต่ตอนที่ป๋ายเซียนเกิด แต่แค่นั้น... ก็เป็นผู้หญิงที่เข้มแข็งมากแล้วล่ะ”บอกพร้อมกับยิ้มออกมาอีก “เธอเข้มแข็งจนกระทั่งวินาทีสุดท้ายที่รู้ตัวว่าจะมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ เพราะอย่างนั้น ทั้งๆที่กำลังจะจากไป แต่ผมกลับเข้มแข็งได้ไม่ถึงครึ่งของเธอเลย”

อี้ชิงหยุดเว้นช่วง ภาพพี่หยุนผิงที่ใบหน้าซีดขาวราวกระดาษ น้ำเสียงหวานที่เคยสดใสอยู่เสมอนั้นแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน แต่ถึงอย่างนั้น แววตาและรอยยิ้มนั้นยังคงตรึงอยู่บนใบหน้าเมื่อพูดกับเขา

“เธอบอกให้ผมเข้มแข็ง บอกกับผมว่าทุกอย่างจะผ่านไปด้วยดี เพราะเธอรู้ว่าผมเข้มแข็งพอจะดูแลป๋ายเซียนเพื่อเธอได้”

          ร่างสูงสูดลมหายใจเข้าลึก... ในหัวใจเจ็บแปลบกับเรื่องราวของคู่สนทนาที่เขาไม่เคยรู้ 

อาจจะเพราะความเหนื่อยล้าทางกาย ที่พาให้ความยับยั้งช่างใจมันน้อยลงกว่าที่เคย ยิ่งได้เห็นรูปภาพที่เต็มไปด้วยความทรงจำของอี้ชิง เขาก็อดไม่ได้ที่จะเปรียบเทียบมันกับความทรงจำของตัวเอง

ความทรงจำที่เขาตั้งใจว่าจะล็อกกุญแจแน่นหนา ความทรงจำที่กระทั่งตัวเขาเองยังไม่อยากแม้แต่จะนึกถึง เพราะนึกถึงทีไร... หัวใจดวงใหญ่ดวงนี้ก็ปวดแปลบไปหมด 

ผู้หญิงใจร้าย... และความรัก...    

คิดแล้วก็แปลกดี เมื่อเอาเขากับอี้ชิงมาเปรียบเทียบกันแล้ว ส่วนที่เหมือนกันก็เหมือนอย่างกับซ้อนทับ แต่ส่วนที่ไม่เหมือน... ก็แตกต่างกันราวฟ้ากับเหว 

อย่างเรื่องนี้ก็เช่นกัน

ภรรยาของอี้ชิงจากไปเพราะโรคร้าย ไม่เต็มใจที่จะจากไป

แต่ภรรยาของเขาจากไป เพราะเธอเลือกที่จะไป หญิงสาวเห็นสิ่งอื่นที่ล้ำค่ามากกว่าตัวเขาและช่านเลี่ย

ไม่อยากเอาประสบการณ์ หรือความรู้สึกของตัวเองเปรียบเทียบกับใคร แต่แค่คิดถึงความทรงจำในอดีต ร่างสูงก็รู้สึกเจ็บ... มันเจ็บมากจริงๆ

ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาใช้ชีวิตอยู่ได้ด้วยความเข้มแข็งที่ตัวเองสร้างขึ้น มีเพื่อนสนิทอยู่เคียงข้าง มีลูกชายเป็นพลังที่สำคัญ แต่อี้ฟานก็ยอมรับว่าเขาต้องใช้พลังใจมหาศาลกว่าจะกลับมาเป็นผู้เป็นคนได้อย่างทุกวันนี้ 

และถ้าอี้ฟานเข้าใจไม่ผิด อี้ชิงเองก็เหมือนกันกับเขา... ใช่รึเปล่า? 

คุณหมอหนุ่มเอ่ยออกมาราวละเมอ

“ทำไมโลกใบนี้ต้องเล่นตลกกับเราด้วยนะอี้ชิง นายเคยคิดโทษใครบ้างมั้ย มีใครต้องรับผิดชอบกับความรู้สึกของเราหรือเปล่า”

เขาแค่นหัวเราะราวเยาะเย้ยตัวเอง “ผมกับคุณ เราต่างก็เหมือนกัน พระเจ้ามอบความรักให้เรา แต่แล้วเขาก็พรากมันไป”

“อาฟาน...”

แว่วได้ยินเสียงเรียกแผ่วเบาจากคนข้างตัว แต่วินาทีนี้ ภาพรอยยิ้มของหญิงคนรักของอี้ชิงมันราวมีพลังบางอย่างที่ทำลายทำนบที่ปิดกั้นความรู้สึกของเขาจนต้องระบายออกมาทั้งที่ไม่รู้ตัว

ไม่สิ... รู้ตัว รู้ตัวทั้งหมดว่ากำลังปล่อยใจให้กลับเข้าไปในอดีตที่โหดร้าย

แต่กับจางอี้ชิง ผู้ชายคนนี้ที่เขาเพิ่งจะได้รู้จัก แต่แตกต่างจากคนทั้งหมดทั้งมวลที่เข้ามาทั้งชีวิต กลับทำให้เขาไว้ใจ...  

“คุณรู้มั้ย...  แค่ผมหลับตาก็นึกออกทั้งหมด ว่าเธอใส่รองเท้ายี่ห้ออะไร หิ้วกระเป๋าใบไหน เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นที่ค่อยๆเงียบลง กระทั่งเธอหายไปจากชีวิตของผม ตั้งแต่ตอนนั้น จนถึงตอนนี้ ทุกความทรงจำยังชัดเจนจนน่าเจ็บใจ เจ็บที่ผมไม่เคยลืมได้เลย”

มือใหญ่เผลอยกขึ้นมากดแน่นลงที่อกซ้าย “เธอไม่สนใจด้วยซ้ำว่าผมกับอาเลี่ยจะเป็นยังไง เธอไม่เคยถาม ไม่เคยห่วงใย ทุกอย่างที่เธอทำคือจากไปอย่างไม่ไยดี ไม่แม้แต่จะหันกลับมามองอาเลี่ยด้วยซ้ำ”

          อี้ชิงนิ่งฟัง... ทุกความเจ็บปวด ทั้งภาพของชายหนุ่มร่างสูงตรงหน้าที่เคยเข้มแข็งและดูหยิ่งทะนงเสมอๆ กับน้ำเสียงเศร้าใจจนเหมือนจะขาดใจ ร่างบางไม่เคยคิดว่าจะได้มีโอกาสเห็นมุมอ่อนแอของคนๆนี้เลยแม้แต่สักวินาทีเดียว

ตอนนี้อู๋อี้ฟานค่อยๆเผยมันออกมาทีละน้อย ความอ่อนแอที่อัดอั้นไว้ในใจ ความเจ็บปวดที่สัมผัสได้ ตอนนี้อี้ชิงเริ่มเข้าใจคนๆนี้มากขึ้นอีกแล้ว เข้าใจแล้วถึงสิ่งที่คุณหมอเฉินพยายามจะบอกในวันนั้น

แม้อี้ชิงจะยังยืนยันคำเดิม คนที่เคยเจ็บปวด... ไม่ควรอ้างความเจ็บปวดของตัวเองเพื่อทำร้ายคนอื่น แต่จากความโกรธ กลับกลายเป็นความเห็นใจ 

อี้ชิงบอกตัวเองว่ายังโชคดีกว่าคุณหมอหนุ่มคนนี้มากมายนัก พี่หยุนผิงจากไปแค่เพียงร่างกาย แต่ทิ้งทุกความรักตราตรึงเอาไว้ในหัวใจของเขาและป๋ายเซียน แต่กับผู้หญิงร้ายกาจที่ทอดทิ้งอู๋อี้ฟานและช่านเลี่ย อี้ชิงไม่รู้หรอกว่าเธอคนนั้นจะยังอยู่ที่ไหนบนโลกใบนี้รึเปล่า แต่นั่นไม่สำคัญ เพราะหัวใจของเธอตายจากพวกเขาไปแล้ว...

นานเท่าไหร่แล้วที่ผู้ชายคนนี้ต้องซ่อนความอ่อนแอ ความเจ็บปวดเอาไว้ภายในหัวใจไม่ยอมให้ใครเห็น นานเท่าไหร่แล้วที่ต้องทุ่มเททุกอย่างเพื่อลูกชายเพียงลำพัง

นานเท่าไหร่แล้ว...         

นานทีเดียวกว่าเสียงทุ้มจะพูดขึ้น “รู้มั้ย ตอนที่สอบเข้ามหาลัย ผมเคยคิดตลกๆว่าเพราะอยากรู้ว่าหัวใจคนเรามันหน้าตาเป็นยังไงถึงได้เลือกเรียนด้านนี้ มันหน้าตาน่าเกลียดมั้ย มันเจ็บได้หรือเปล่า ถ้ามันถูกทำให้เป็นแผลมันจะหายได้ยังไง”

อี้ชิงนิ่งฟัง

คนเล่าแค่นหัวเราะ กระพริบตาถี่เมื่อเริ่มรู้สึกตัวว่ากำลังเผลอระบายความในใจให้กับคนแปลกหน้าที่แทบไม่รู้จักกัน “ขอโทษที ผมแค่เหนื่อยๆ...”

“ไม่เป็นไรครับ”

แล้วอี้ชิงก็เงียบ เขานึกอยากบอกให้อี้ฟานเล่าออกมาให้หมด พูดออกมาทุกความเศร้าที่เคยเก็บซ่อนไว้เพียงลำพัง แต่ก็คิดว่ายิ่งพยายามเปิดประตู อีกฝ่ายก็คงยิ่งล็อกมันแน่นขึ้น 

คงจะมีสักวันที่อี้ฟานยอมพูดมันออกมาเอง และอี้ชิงก็เลือกจะรอวันนั้น 

วินาทีนี้มีสิ่งหนึ่งที่เขาทำได้...

แผ่นหลังกว้างของคนที่มักอวดดี ถือดี พูดจาทำร้ายและดูถูกใครต่อใครเสมอตอนนี้ดูอ่อนแอเหลือเกิน ร่างบางไม่รู้ว่าตัวเองคิดอะไรอยู่ เขารู้แต่ว่าอยากบอกให้ร่างสูงคนนี้รับรู้ อยากยืนยัน ว่าอู๋อี้ฟานไม่ใช่แค่คนเดียวที่เคยเจ็บปวด ไม่ใช่แค่คนเดียวที่ยังต้องจมอยู่กับความทรงจำที่ปวดร้าว

และ... ต่อให้ต้องเจ็บกับเรื่องในอดีตทุกครั้งที่นึกถึง อย่างน้อยก็ไม่ต้องทนเจ็บเพียงลำพัง        

ร่างโปร่งอ้อมไปด้านหน้า ก่อนแขนเรียวจะสอดแขนโอบรอบเอวหนาข้างๆแผ่วเบา ร่างสูงสะดุ้งเล็กน้อยจนเกือบแข็งทื่อ ตอนนี้อี้ชิงไม่คิดอะไรนอกเหนือไปกว่า อยากแบ่งปันความเจ็บในใจของอู๋อี้ฟานมาบ้าง.. สักนิดก็ยังดี

อย่างน้อยก็อยากให้มีแค่มือสักคู่ที่ยื่นไปให้ผู้ชายคนนี้ได้รู้ว่าเขาเข้าใจความเจ็บปวดนั้น แม้เราสองคนจะถูกทิ้งเหมือนกัน แม้ความรักจะถูกพรากออกไปจากใจเหมือนกัน แต่ใช่ว่ามันไม่เคยมีอยู่

ใช่ว่าตอนนี้ไม่มีรักอยู่ ความรักที่ชื่อว่าช่านเลี่ย กับป๋ายเซียน 

อี้ชิงรู้สึกได้ถึงศีรษะที่ซบลงมา พร้อมอ้อมแขนแข็งแรงที่ค่อยๆยกขึ้นโอบเขาแน่นขึ้น การตอบรับที่คนตัวขาวเลือกจะปล่อยให้ทุกความคิดถูกความเงียบกับสัมผัสอ่อนโยนนี้ปลอบประโลม 

ทว่ามันก็ไม่ได้เงียบอย่างที่คิด เมื่อทันใดที่อี้ชิงเอนหน้าซบลงกับแผ่นอกกว้าง เสียงหัวใจดวงใหญ่ของอี้ฟานก็ดังก้อง...

...กังวานไปทั้งหัวใจของเขาเช่นกัน 


 

 

           

           

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 54 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

915 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 20 กันยายน 2563 / 00:06
    ซึ้งงงงงง
    #914
    0
  2. #805 Xingmin (@fairy32) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 กันยายน 2559 / 11:09
    สงสารฟาน คู่บอสกะหมินนี่มีซัมติงนะ
    #805
    0
  3. วันที่ 12 กันยายน 2558 / 14:42
    ฝานจะมีอี้ชิงเป็นคนรักษาโรคหัวใจบอบช้ำให้เองนะ
    อย่าไปคิดถึงคนใจร้ายแบบนั้นเลย
    #735
    0
  4. #654 Ekaract Sun (@sunsun9) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2558 / 09:06
    อี้ชิงง ใจดีมากกก
    #654
    0
  5. วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2558 / 00:52
    แม่ของชานเลี่ย นางจะกลับมาทำไม
    #646
    0
  6. #634 เคแอล9091 (@polypakfoon) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2558 / 03:46
    เฮียสู้ๆนะ มีอาอี้แล้ว
    อาอี้จะเป็นหมอรักษาให้เอง
    #634
    0
  7. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  8. #543 Yotsavadee Feangsado (@pianolatte) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 มกราคม 2558 / 17:02
    ไรท์คะ พลีส คัม แบ็ค ง่าาาาาาาาาา ฮือออออออออ ไรทททททททท์ กลับมาเถอะค่ะ
    #543
    0
  9. #539 BJCB (@shioon) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2557 / 11:00
    ฮือออออออออไรท์หายไปไหน ฮืออออออออ อาฟานกับอี้ชิงกำลังดีแล้ว อยากให้ไรท์กลับมาาาาา พลีสสส
    #539
    0
  10. #538 ploynamie (@ploynamie) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2557 / 22:42
    รอไรท์มาอัพน้า
    #538
    0
  11. #524 AAYEAYEAYEAYEAYEAYEE (@nattinanx3) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 กันยายน 2557 / 14:13
    ไรท์ เรารอไรท์ที่หน้าจอมือถือทุกวันเลยน่ะะะ
    #524
    0
  12. #521 NOKE (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 กันยายน 2557 / 23:14
    บอกกับตัวเองทำไมฉันถึงเจอฟิคเรื่องนี้ คือแบบชอบแนวนี้มากละมุนๆโอ้ยคือเด็กๆก็น่ารักไปซะหมด รีบๆมาต่อนะค่ะ
    #521
    0
  13. #520 Kuzzith (@guzzith) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 กันยายน 2557 / 09:32
    โถๆๆ สิงโตหมดแรง
    สุดท้ายก็เผยด้านอ่อนแอออกมาแล้วสินะ
    อาอี้รับบทหนักจังแฮะ
    ไหนจะต้องดูแลสามี(?) ดูแลลูกๆ
    แล้วยังต้องเป็นแม่สื่ออีก ๕๕๕๕๕๕๕
    ลู่หมินเอย จงได้กัน -w-
    #520
    0
  14. #519 BrowZNiiZ (@wowwee) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 กันยายน 2557 / 12:01
    อี้จะรักษาบาดแผลทางจิตใจให้พี่คริสสินะ



    แต่ขออย่าให้ ผญ คนนั้งกลับมาหาพี่คริสอีกกกกก
    #519
    0
  15. #518 Whitepearl_2001 (@mooktapa2001) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 กันยายน 2557 / 21:32
    ได้โปรด อย่าให้ตอนหลังผู้หญิงคนนี้กลับมาทวงตำแหน่งแม่นะ T^T
    #518
    0
  16. #516 bam (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 กันยายน 2557 / 21:55
    สงสารเฮียจริงๆนะ แต่ถ้าผู้หญิงคนนั้นไม่ทิ้งเฮียไปก็อาจไม่ได้เจอกับอี้ สักวันนึงอี้จะต้องรักษาแผลนี้ของเฮียได้แน่ๆ

    #516
    0
  17. #515 vviez (@iamjaja) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2557 / 10:22
    สงสารเฮียจังเลยค่ะ 



    #515
    0
  18. #514 อิอิอิ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2557 / 21:43
    กรี๊ดดดดดดดดดด ช่วงท้ายตอนของป๊าม๊านี่หวานมากค่าาาาา



    ต้นตอนเปิดด้วยฟีลน่รรักๆของลู่หมิน



    ปิดท้ายด้วยความละมุนของคริสเลย์



    ชอบมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆเลยค่ะ
    #514
    0
  19. #513 |2@|_ (@real-st) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2557 / 09:30
    เฮย พี่ฟ่านเข้าใจผิดอ่า พี่สาวเว้ยพี่สาว แต่ก็เอาเถอะ
    หวังว่าภรรยาเก่าจิไม่คัมแบ็กเร็วๆ นี้
    ส่วนคู่บอสกะคุณเลขาฯ นี่ยังไงๆ นะ ทำไมเราไม่เคยตั้งขอสังเกตแบบอี้ชิงบ้างนะ
    #513
    0
  20. #510 i'm lion (@dada57184) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2557 / 07:24
    อ๊ากกกไรต์มาแล้ววว เค้ามารอตัวเองทุกวันเลยน้าาา โอ๊ยดีจายยยบอกไม่ถูกคิดถึงเรื่องนี้มากกกกก เอาดี๊พระเจ้าไม่เล่นตลกล่ะน้าายังไงป๊าก็ยังมีม๊า งื้อ อ่านเรื่องนี้กี่ทีกี่ทีก็เขินทุกทีเลยย
    #510
    0
  21. #509 Minior (@mint_sm_) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2557 / 07:15
    ไรต์กลับมาแล้วววววววววว อาอี้น่าร๊ากกกกกกกกกกกกกกก
    #509
    0
  22. #508 yalinqx (@xingxing-p) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2557 / 06:31
    กรึ้ดดดด อี้ชิงน่ารักกก
    #508
    0
  23. #506 Lady'Frog (@0731pk) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2557 / 01:58
    กรี๊ดดดดดดด ไรต์คัมแบ็คคคคค //แงงงงงงงง เขิน อาฟานพระเจ้ากำลังมอบความรักครั้งหใม่ให้แล้วนะ อาอี้จะเป้นแม่สื่อให้คุณบอสกับคุณลูกน้องหรอม 555555555555555555555
    #506
    0
  24. #504 ~~-*กุร้ากป๋า*-~~ (@eunhan) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2557 / 00:04
    อยากจะกรี้ดดด !!! (ไม่หรอกกรี้ดไปแล้วต่างหาก เพื่อนบอกตกใจนึกว่าไฟช๊อต 555555555) คิดถึงเรื่องนี้มากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ (ไม่ยมกไม่พอจริงๆ) อี้ชิงกลายเป็นแม่สื่อไปซะละ 555 บอสกะลูกน้องกินกันเองเถอะค่ะ จะได้ไม่เป็นภาระแก่เพื่อนฝูง เนอะๆๆๆๆๆๆๆๆ ส่วนคุณพ่อลูกติดผู้น่าสงสาร ลืมเน้าะ ๆ ๆๆ ลืมซะ ลืมไปให้หมดเลยเรื่องเก่าๆ เริ่มใหม่กะอี้ชิงนะ อิอิ
    #504
    0
  25. #503 Partintida Jakthong (@partintida) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2557 / 23:43
    ไรท์โครตคิดถึงอะ มาต่อเร็วๆนร๊าาาาาาา
    #503
    0