+ศึกโชเน็นมหาเวท+

ตอนที่ 10 : [คิดชื่อตอนไม่ออก]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 52
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    14 พ.ย. 50

"ความจริง..."Aยิ้มกริ่มพลางลูบคางของตัวเองไปมา

"...ฉันเองก็ไม่รูอะไรสักอย่างหรอกนะ"

"อ้าว!!??"ทั้งมาซาชิและซือหลงต่างพากันเหวอทันที

"ฉันเองก็สงสัยเหมือนกันว่าทำไมอยู่ๆเธอถึงเรียกฉันมา ทั้งๆที่ฉันเองก็ไม่รู้อะไรสักอย่างเกี่ยวกับวิชาที่โชเน็นเขาใช้กัน ฉันว่านะ... พอถึงเวลาความสามารถพวกนั้นมันก็ออกมาเองแหละ เหมือนสัญชาตญาณไง"Aพยายามอธิบายเมื่อเห็นแววตามาซาชิไหววูบ

"มาซาชิ..."เสียงคนข้างกายของเขาเรียก เจ้าของชื่อหันไปมองด้วยความสงสัย แต่เมื่อเห็นแววตาสงสัยยิ่งกว่าของร่างโปร่งใสที่เรียกชื่อเขาเมื่อครู่... เขาก็ทำได้แค่... ยิ้ม

"เธอคงต้องการคำอธิบาย"

"มากๆเลยค่ะ"ฮานาโกะซังตอบเสียงหนักแน่น เขาเองไม่เคยเห็นท่าทีจริงจังของฮานาโกะซังแบบนี้มาก่อน เคยเห็นแต่ตอนอายๆเวลาที่อยู่กับเขาก็เท่านั้นเอง มาซาชิอ้าปากจะพูดแต่ซือหลงก็ดักคอเขาไว้ก่อน

"เชิญคุณเลยA"ซือหลงผายมือไปยังA

'แสบนักนะแก!!'

มาซาชิคิดในใจอย่างหมั่นไส้ แต่ก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ นัยน์ตาสีเงินที่แฝงความขี้เล่นเอาไว้หันมามองเขาอย่างใจเย็น

"อ๊ะๆ ก็ดีแล้วนี่ครับ ผมคิดว่ามาซาชิอาจจะต้องการพักผ่อนซักหน่อย เมื่อวานคุณก็ทำเอาผมหัวใจจะวายแน่ะ"ซือหลงพูดพลั้วหัวเราะ

นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มจึงหันไปมองยังผู้ที่ดูมีภูมิมากที่สุดแล้วทั้งห้อง

"ก็..."

แล้วAก็เล่าเรื่องของโชเน็นเงาจันทราให้เธอฟังอย่างละเอียดยิบ รวมไปถึงเรื่องที่ทั้งชินูดะ ซือหลง แล้วก็มาซาชิตอนเจอกันใหม่ๆ รวมถึงอาการของทั้งสามที่เกิดขึ้นด้วย

"แสดงว่าเมื่อวานที่มาซาชิเป็นแบบนั้น ไม่ใช่เพราะซือหลง?"ฮานาโกะสรุป ซือหลงแอบหันไปอมยิ้มยียวนให้มาซาชิที่กัดฟันกรอดๆส่งกลับมาให้

เล่ามาซะตั้งนานแต่ที่สนก็มีแต่มาซาชิทั้งปี!

"ใช่แล้วล่ะ เพื่อนไม่มีวันทำร้ายเพื่อนหรอก"ซือหลงพูดพลางส่งยิ้มมาทางฮานาโกะซังที่รีบหลบสายตาอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางสายตาจับผิดของมาซาชิ และสายตาขบขันของA

เขาเองก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงรู้สึกไม่ชอบทุกครั้งที่ซือหลงมองฮานาโกะซัง

หงุดหงิดวุ้ย!

"ถึงเพื่อนจะไม่มีวันทำร้ายเพื่อน แต่โลกนี้ก็ไม่มีมิตรหรือศัตรูที่แท้จริงหรอกนะ"

"อย่ามาปล่อยปรัชญาแถวๆนี้นะA"มาซาชิพูดเสียงเรียบพร้อมกับนัยน์ตาสีดำที่เป็นประกายราวกับนักล่าที่พร้อมจะเหนี่ยวไกทำยเหยื่อได้ทุกเมื่อ

ฮานาโกะซังหันไปมองคนข้างๆ

ตามข้อมูล(อีกละ - -")ของแฟนคลับมาซาชิ เขาจะอารมณ์ดีเสมอๆโดยเฉพาะในตอนเช้า พูดง่ายๆคือถ้าจะเห็นเขาอารมณ์เสีย ก็จะเห็นจะเป็นเฉพาะตอนเย็นเท่านั้น

ไม่เห็นจะจริงเลย!

จู่ๆเธอก็รู้สึกถึงความร้อนที่เพิ่มมากขึ้นที่มือข้างขวาของตัวเอง พลันใบหน้าก็แดงผ่าวไปจนถึงใบหู...

มือของมาซาชิกุมมมือเธอแน่นมานานไม่ปล่อยตั้งแต่ลงมาจากห้องแล้ว มิน่าล่ะอีกสองคนในห้องถึงมองเธอแปลกๆ แถมยังแอบสบตากันหัวเราะอีกแน่ะ

ส่วนมาซาชิเองก็ใช่ว่าจะไม่รู้ตัว เขาเพิ่งจะรู้ตัวก็เมื่อครู่นี่เอง แต่ไม่รู้จะทำยังไงดี จะปล่อยไปเฉยๆก็ดูแปลกๆ จะปล่อยแล้วบอกขอโทษก็ดูเสียฟอร์ม จับเอาไว้ก่อนก็แล้วกัน (เพราะคิดว่า)ท่าทางคนโดนเอาเปรียบจะยังไม่รู้ตัว

กริ๊งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง

จู่ๆเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นทำลายบรรยายกาศที่เงียบไปชั่วครู่ในห้องนั่งเล่นได้อย่างสิ้นเชิง ฮานาโกะซังเองก็เอาแต่จมปลักอยู่กับเรื่องมาซาชิ ซือหลงเองก็มไรจะพูดอะไรเลยมองออกไปทางสวนนอกหน้าต่าง มาซาชิเริ่มเปลี่ยนท่ามานั่งไขว่ห้าง ในขณะที่Aยกถ้วยชาขึ้นมาจิบแก้กระหาย

"คุณหนูมาซาชิ โทรศัพท์จากคุณคาสึโอะครับ"

มาซาชิถึงกับขมวดคิ้วด้วยสองคำถามที่ผุกขึ้นมาในหัว คำถามแรก มันโทรมาทำไม และคำถามที่สอง มันโทรมาได้ยังไง? จำได้ว่าล่าสุดมันโดนพวกนักเลงรุมอัดแล้วมือถือหล่นลงไปในน้ำนี่นา

แต้อีกใจหนึ่งก็แอบโล่งใจ...

ในที่สุดก็หาเรื่องปล่อยมือจากฮานาโกะซังได้ซักที!!

"ฮัลโหล"เขาพยายามพูดให้น้ำเสียงดูเย็นชาให้มากที่สุด ก็บอกไปตั้งหลายครั้งแล้วว่าเขาไม่ต้องการให้โทรมาอีก

"มาซาชิ"

"มีอะไรก็ว่ามา"

"เอ่อ... คือ...."

หนึ่งในนิสัยของมาซาชิคือขี้รำคาญ และแน่นอน การพูดอึกอักนั้นก็เป็นสิ่งที่มาซาชิไม่ชอบ และทำให้ทุกท่าทางคำพูดของมาซาชิหนักแน่นอยู่เสมอ จะมีอยู่ครั้งหนึ่งก็เห็นจะเป็นตอนที่ทำแจกันของพ่อแตกแล้วต้องแก้ตัวนี่แหละ

"ทำไมวันนี้นายไม่ไปโรงเรียน"เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายมัวแต่อึกอักเขาก็ยิงคำถามเสียก่อนที่อารมณ์ที่สกัดกลั้นเอาไว้จะระเบิดซะก่อน

คาสึโอะถึงกับตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงแปลกใจ นายก็หยุดนี่ทำไมนายไม่รู้!?

"วันนี้ครูทั้งโรงเรียนต้องไปสอนหนังสือให้เด็กที่ไหนก็ไม่รู้ เลยไม่มีครูคนไหนมาสอนได้โรงเรียนก็หยุด ไม่รู้ทำไมจู่ๆผอ.ถึงอนุญาตเรื่องนี้ เห็นว่ามีคนที่มีอำนาจขอมาล่ะ"

"คนมีอำนาจ?"

ดีล่ะ เขาต้องรู้ให้ได้ว่าใคร ถึงในใจจะมีคำตอบอยู่แล้วคนหนึ่งก็เหอะ

"แล้วนายโทรมาทำไม"พอได้คำตอบปุ๊บก็ถามต่อปั๊บ เล่นเอาคนปลายสายแทบจะหายใจไม่ทัน

"คือ... โทโมะฝากมาบอกว่า...."

"โทโมะฝากมาบอก!!??"มาซาชิแค่นเสียงหัวเราะ อารมณ์โกรธพุ่งสูงขึ้นในทันใด "จ้างนายมาเท่าไหร่ล่ะ!!??"

คาสึโอะถึงกับสะอึกพูดไม่ออก ไม่คิดว่าคนที่ได้ชื่อว่าเพื่อนทีดีที่สุดของเขาจะพูดอะไรที่รายแรงเสียดแทงความรู้สึกของเขาได้มากถึงขนาดนี้ แต่เขาหารู้ไม่ว่าคนที่เขากำลังคุยอยุ่นั่นไม่เห้นว่าเขาเป็นเพื่อนตั้งนานแล้ว!!

"บอกไว้ก่อนนะคาสึโอะ ว่าถ้าไม่จำเป็นจริงๆนายไม่ต้องโทรมาหาฉันอีก! เลิกพยายามทำให้ฉันกลับไปหาไอ้โทโมะได้แล้ว! โดนมันหลอกใช้ยังไม่รู้ตัวอีกไอ้โง่!!"

ด่าจนหนำใจก็ทำท่าจะกระแทกโทรศัพท์ แต่ด้วยนิสัยเดิมๆเมื่อรู้สึกว่าคนปลายสายยังไม่วาง เลยส่งโทรศัพท์ให้กับคนรับมใช้ที่ยืนทำหน้างง(อีกครั้ง) พร้อมกับคำถาม(เดิม)

จะให้ผมคุยแทนเหรอไงครับนายน้อย?!

ทันทีที่กลับมาถึงห้องนั่งเล่น สายตาสามคู่ก็จ้องมองมาที่เขาทันที ไม่ว่าจะเป็นสายตาที่แสดงความทึ่ง แปลกใจ ตกใจ หรือสงสัยก็ตาม ต่างพากันมองมาที่เขาเหมือนเป็นการกดดันให้ตอบคำถามผ่านทางสายตายังไงยังงั้น

"คนที่ชื่อคาสึโอะนั่น...?"Aเป็นฝ่ายพูดขึ้นก่อน มาซาชิยกมือห้ามก่อนจะนั่งลงที่เดิมที่ๆเขาลุกไปเมื่อครู่ และเขาก็สัมผัสได้ว่ามันยังอุ่นๆ...?

"ซือหลง!!"เจ้าของชื่อที่นั่งอยู่ที่โซฟาตัวข้างๆถึงกับสะดุ้ง

"นายมานั่งตรงนี้ใช่มั้ย!!~"

"แล้วคุณมีปัญหาอะไรเหรอครับ"ซือหลงแกล้งถามพลางยิ้มกริ่มยียวน ทั้งๆที่จริงๆแล้วเขาไม่ได้ลุกจากที่เดิมเลยสักนิดเดียว

"ฉัน...!! ฮึ่ย!!"มาซาชิกระทืบเท้าเหมือนเด็กๆที่ไม่พอใจก่อนจะกอดอกทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาตามเดิม ท่ามกลางสายตาขบขันของดร.ชื่อดังและสายตาตกใจแบบเขินๆของฮานาโกะซัง เธอเอามือของตัวเองไปกุมไว้ตั้งแต่มาซาชิผละออกไปยังโทรศัพท์แล้ว

แบบนี้... เขาเรียกว่าถอนตัวไม่ขึ้นเลยจริงๆสินะ!!

"ซือหลง..."

"ครับ?"

"นายพอจะรู้มั้ยว่าทำไมอยู่ๆวันนี้เพื่อนๆเราถึงหยุดกันหมด"

"ฝีมือผมเองแหละครับ"

นั่นไงว่าแล้ว...

ถ้าเรื่องนี้เป็นการ์ตูน คงเห็นตัวการ์ตูนมาซาชินั่งดีดนิ้ว มือข้างหนึ่งกำเข้าหาตัวเองแล้วตะโกนดังๆว่า "yes!!"เป็นแน่แท้

"แล้วพวกครูเขาไปที่ไหนกัน?"

"ศึกษาดูงานที่สิงคโปร์ครับ"

"อ้อ..."

"นายจัดการเรื่องนี้ได้ยังไง"

"ก็พอวางโทรศัพท์เสร็จ ผมก็โทรหาผู้อำนวยการเลยครับ"

"มันง่ายอย่างงั้นเชียวเหรอ"

"ก็น่าจะนะครับ..."แววตาสีเงินนันั้นใสซื่อน่าหมั่นไส้เป้นยิ่งนัก ไม่เหลือมาดคนเย็นชาเหมือนแต่ก่อน เหลือไว้ก็แต่... ความกวน!

"เอาล่ะ..."ดร.ชื่อดังที่เงียบอยู่นานเอ่ยขัดจังหวะเสียงของสองหนุ่ม ฮานาโกะซังสะดุ้งเล็กน้อยเพราะกำลังจมปลักกับความคิด(แบบผีๆ)ของตัวเอง "ฉันคงต้องกลับซักที อยู่มาตั้งนานแล้ว งานมีอีกเป็นกระบุง"

"อ้าวเฮ้ย! แล้วเรื่องโชเน็นล่ะ ผมจะเป็นสุดยอดโชเน็นเหมือนในตำนานสืบทอดพวกรุ่นก่อนๆได้ยังไงถ้าไม่รู้อะไรสักอย่าง มีหวังไอ้พวกรุ่นเกาได้มีแอบหัวเราะที่ยมโลกน่ะสิ!!"มาซาชิโวยออกมาเป็นชุด แต่ความหมายของคำพูดที่ถูกพ่นออกมาเมื่อกี้ทำเอาซือหลงแอบขมวดคิ้วอย่างงงๆ

"เอาน่า... เดี๋ยวเรื่องนั้นฉันค่อยคิดทีหลัง เชื่อมือฉันเถอะ ระดับฉันแล้วไม่เกินเย็นนี้หรอก"Aพูดจบก็ก้าวเท้าออกจากห้องไป มาซาชิพยักเพยิดให้คนรับใช้ของเขาไปส่งแทนด้วย

นัยน์ตาสีดำสนิทหันขวับมามองร่างโปร่งใสสลับกับเจ้าของเรือนผมสีเงินไปมา...

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น