[FanFic. Sherlock BBC] [Mystrade] Christmas Cake

ตอนที่ 6 : ตอนที่ 6 : คนน่ารำคาญ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 193
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    24 พ.ย. 63

ทุกเย็นก่อนร้านเปิดให้บริการ พนักงานทั้งร้านจะมานั่งรวมกันที่โต๊ะตัวยาวเพื่อรับประทานอาหารที่เป็นสวัสดิการของร้านพร้อมๆกัน ระหว่างนั้นมาร์ตินผู้เป็นเจ้าของร้านก็จะนำเสนอเมนูพิเศษประจำวันและเครื่องดื่มแนะนำแก่บริกรเพื่อที่พวกเขาจะได้นำข้อมูลเหล่านี้ไว้แนะนำแขกของร้านต่อไป
 

วันนี้ก็เหมือนเดิมเช่นเดียวกับทุกๆวัน มาร์ตินกำลังบรรยายถึงเมนูพิเศษประจำวันที่หัวโต๊ะด้านหนึ่งโดยมีเกร็กยืนอยู่ด้านข้างประจำตำแหน่งตักอาหารเย็นเผื่อแผ่แก่พนักงานทุกๆคน เหล่าบริกรชายหญิงจะรับประทานอาหารไปพร้อมๆกับฟังมาร์ตินบรรยาย

"ของผมเร็วๆหน่อย หิวสุดๆเลย" เชฟหนุ่มคนหนึ่งกล่าวขณะรับจานใส่อาหารจากเพื่อนร่วมงาน

"ของฉันต้องจานใหญ่นะ" รองหัวหน้าเชฟสาวกล่าว "เพราะลูกในท้องต้องกินด้วย"

"ผมแถมให้คุณอีกเท่าตัวหนึ่งเลย" เกร็กพูดแล้วยื่นจานให้

"ขอบคุณค่ะ"

มาร์ตินชี้ไปที่พนักงาน 2 คน "เดวิดกับริชาร์ดอาจต้องสลับโซนดูแลกันนะ ลองเปลี่ยนโซนกันดูบ้าง ให้เดวิดดูแลโซน A หน้าร้านก็แล้วกันแล้วริชาร์ดไปดูโซนริมหน้าต่างแทน"

"ครับ" บริกรทั้ง 2 รับคำ

เกร็กฮัมเพลงอยู่ในลำคออย่างอารมณ์ดีขณะตักสปาเก็ตตี้สูตรเด็ดของตัวเองใส่จานทีละจานแล้วส่งให้เพื่อนร่วมงานทีละคน เขามองไปที่เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งที่นั่งอยู่หัวโต๊ะฝั่งตรงข้าม ไมครอฟต์กำลังเล่นเกมปริศนาอักษรไขว้ในนิตยสารเพื่อลับสมองของตนเองโดยไม่สนใจกิจกรรมรอบตัวเลยแม้แต่นิดเดียว

"โรเบิร์ต" เกร็กเรียกบริกรหนุ่มที่นั่งอยู่ถัดจากตัวเองไป 5 เก้าอี้แล้วยื่นสปาเก็ตตี้ให้ ผู้ที่ถูกเรียกลุกขึ้นรับจานอาหารนั้นแล้วส่งให้คนที่นั่งอยู่ขวามือเพราะตัวเขานั้นได้รับอาหารของวันนี้ไปเพียงพอแล้ว

"ของเชฟครับ"

"ขอบคุณ แต่ไม่เป็นไร" ไมครอฟต์ตอบขณะที่กำลังเติมคำลงในตารางอักษรไขว้

"แต่มันอร่อยนะครับเชฟ" โรเบิร์ตพูดพลางเสียดายเพราะถ้าเขาไม่อิ่มเสียก่อนจานนี้คงเป็นของเขาแน่ๆ

เกร็กที่ยืนอยู่หัวโต๊ะฝั่งตรงข้ามเห็นเหตุการณ์การผลักจานไปมาของโรเบิร์ตและไมครอฟต์ เขาจึงพูดขึ้นมาลอยๆโดยหวังว่าให้ใครบางคนที่เอาแต่สนใจนิตยสารในมือจะได้ยิน "เชฟที่ท้องไม่อิ่มจะตัดสินรสชาติอาหารได้ยังไงเพราะตอนเราหิวอะไรๆมันก็อร่อยทั้งนั้นแหละจริงไหม"

"จริงค่ะ"

"จริงครับ"

พนักงานทั้งโต๊ะกล่าวขึ้นพร้อมกันก่อนจะนึกได้ว่าไม่ควรเข้าข้างว่าที่รองหัวหน้าเชฟคนใหม่ในตอนนี้เพราะคนที่ใหญ่ที่สุดในครัวดูจะไม่ค่อยถูกชะตาด้วยสักเท่าไหร่

"ผมไม่กินอะไรหลังบ่าย 3" ไมครอฟต์ตอบแล้วสนใจเกมในมือต่อ

เกร็กยิ้มมุมปากแล้วรับจานสปาเก็ตตี้ที่โรเบิร์ตยื่นคืนให้มาถือไว้เอง เขาถือจานอาหารสีขาวใบใหญ่แล้วเดินไปที่หัวโต๊ะฝั่งตรงข้าม วางมันลงตรงหน้าหัวหน้าเชฟที่ไม่สนใจอะไรนอกจากกระดาษในมือ ไมครอฟต์แหงนหน้ามองผู้รุกรานพื้นที่ส่วนตัวแล้วพูด "อะไร"

เกร็กวางมือข้างหนึ่งลงบนโต๊ะอาหารและอีกข้างก็วางไว้หลังเก้าอี้ของไมครอฟต์ เขาก้มหน้าไปใกล้ๆคนที่มักจะทำหน้าบึ้งตลอดเวลาแล้วกระซิบ "คุณย่าของผมกระซิบสูตรซอสสปาเก็ตตี้นี้ให้ผมฟังก่อนตายเลยนะ จะไม่ชิมหน่อยหรอ"

ไมครอฟต์จ้องหน้าเงียบ ไม่ตอบอะไร

ว่าที่รองหัวหน้าเชฟดันตัวเองออกจากคนหวงเนื้อหวงตัว แล้วพูดด้วยน้ำเสียงปกติเพื่อให้พนักงานคนอื่นๆได้ยินเช่นกัน "คุณย่าของผมเคยทำงานในร้านอาหารอิตาเลียนแถบชนบทในอิตาลี ดังนั้นสูตรนี้เลยไม่เหมือนกับสปาเก็ตตี้ทั่วไปเพราะพวกนั้นเป็นสูตรของคนเมือง" เขาพูด "ผมตั้งใจทำมาให้คุณชิมโดยเฉพาะเลยนะ"

สายตาของทุกคนจับจ้องไปที่สงครามประสาทย่อมๆของทั้ง 2 คนที่อยู่ปลายโต๊ะด้านหนึ่ง

ไมครอฟต์วางนิตยสารและดินสอลงบนโต๊ะรับประทานอาหารแล้วหยิบส้อมจ้วงลงไปในจานสีขาวใบใหญ่ตรงหน้า หมุนส้อมตามเข็มนาฬิกา 1 รอบแล้วตักเข้าปากไป 1 คำ

"พอใจหรือยัง" ไมครอฟต์ถาม

เกร็กยิ้ม "พอใจมากครับ"

รองหัวหน้าเชฟเดินกลับมาประจำที่ของตัวเอง ชายผู้เป็นเจ้าของร้านที่ลอบมองเหตุการณ์อยู่เงียบๆมาพักใหญ่จึงเอ่ยปากถามคำถามที่สงสัย "ผมคิดว่าคุณย่าของคุณอยู่ที่คลาดิฟฟ์เสียอีก คุณเคยบอกผมไว้แบบนั้นนะเกร็ก"

"ประมาณนั้นครับ" เกร็กตอบแล้วนั่งลงประจำที่ของตนเอง "ทุกคนคิดว่าท่านคงไม่รอดแน่ๆ แต่มันก็เหมือนมีปาฏิหาริย์ ท่านปลอดภัยและมีชีวิตอยู่ได้อีกนานมากครับ"

มีเสียงหัวเราะขึ้นมาเบาๆบนโต๊ะอาหารแล้วเงียบลงไปเมื่อหันไปเจอสายตาของไมครอฟต์ที่ส่งให้มาด้วยอารมณ์โกรธ

เขาไม่ใช่ตัวตลกของลูกน้องที่นี่ เขาเป็นหัวหน้าเชฟ

ไมครอฟต์วางทุกสิ่งทุกอย่างในมือลงบนโต๊ะแล้วลุกเข้าครัวไปโดยไม่หันกลับไปมองบรรยากาศที่แสนจะอบอุ่นของพนักงานในร้านอีก

สงสัยสงครามกลางห้องครัวจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว

 

ระฆังแข่งสงครามดังขึ้นทันทีที่เริ่มงาน เมื่อครัวที่เคยมีแต่เสียงของกระทะและหม้อกระทบไปมาระหว่างการทำอาหาร มันกลับมีเสียงเพลงดังมาจากวิทยุของเกร็กที่เขานำมาเอง บางชั่วโมงก็เป็นเสียงเพลงคลาสสิค บ้างก็เป็นเพลงแจ๊ส อันที่จริงแล้วมันทำให้บรรยากาศตึงเครียดภายในครัวลดลงไปได้มาก ทุกๆคนในครัวมีความสุขกับเพลงเหล่านี้ยกเว้นคนหน้าบึ้งคนเดียวในครัวเท่านั้น

"ปลากะพงจะเสิร์ฟแบบไหนดีคะ" แอนเทียร์ถามว่าที่รองหัวหน้าเชฟคนใหม่

เกร็กหยิบปลาขึ้นมา 1 ตัวแล้วพูดว่า "มีใครบอกลามันหรือยังเพราะคืนนี้มันต้องไปอยู่บนโต๊ะ VIP"

แอนเทียร์หัวเราะในมุกตลกนั้นแล้วหันไปทางไมครอฟต์ที่พึ่งเดินเข้ามาในครัวหลังจากไปทักทายแขกของร้านเมื่อสักครู่ที่ผ่านมา

แต่แล้วเชฟสาวก็ต้องหุบยิ้มเมื่อหัวหน้าเชฟเดินเข้ามาปิดวิทยุแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยนำมาซึ่งความเงียบภายในห้องครัวอีกครั้ง"เพลงทำให้ลูกน้องของผมไม่มีสมาธิ" เขาพูด

"ไม่มีใครเสียสมาธิสักหน่อย" เกร็กบ่นขึ้นลอยๆ

"เกร็ก" คริสตินเดินเข้ามาในครัว "ฉันน่าจะเชื่อคุณเรื่องผู้ชายคนนั้นว่าเขา Sex ห่วยมากจริงๆ"

เกร็กยักไหล่ "ผมบอกคุณแล้ว" เขาพูด "หนุ่มเป่าแซ็กคนนั้นก็ดูดีนะถ้าคุณสนใจแค่ One night stand น่ะ"

คริสตินหัวเราะ "โอเค คราวนี้ฉันจะเชื่อคุณ"

เสียงหัวเราะในห้องครัวดังขึ้นอีกแล้ว ไมครอฟต์หันไปมองต้นเสียงหัวเราะที่เป็นวงสนทนา 3 คนของเกร็ก แอนเทียร์และคริสตินอย่างไม่สบอารมณ์แล้วหันไปสนใจงานในหน้าที่ของตนเองต่อ

สถานการณ์ในครัวยังเป็นไปเกือบจะปกตินั่นคือวุ่นวายแต่มีระเบียบภายใต้การควบคุมและดูแลโดยไมครอฟต์ เขาพยายามจะรักษาคุณภาพงานของตนเองไว้อย่างคงที่แม้จะมีสิ่งรบกวนเป็นคนน่ารำคาญที่มักจะสร้างเสียงหัวเราะให้ลูกน้องมาเป็นระยะๆจากเรื่องตลกที่เขามักจะหาจังหวะมาเล่าอยู่เรื่อยๆ

"โต๊ะ 15 เทอร์รีน 2 แกะ 1" ไมครอฟต์อ่านออเดอร์ที่มาใหม่ให้เชฟคนอื่นๆฟังแล้วหันไปหาคนเตรียมของหวานที่ยืนอยู่ที่เคาน์เตอร์ด้านหลังตัวเอง "อันนี้เสร็จแล้วใช่ไหม"

"ครับเชฟ" เกร็กตอบแล้วหยิบช้อนคันหนึ่งตักครีมสำหรับทีรามิสุในชามผสมแล้วจ่อไปใกล้ๆปากของไมครอฟต์แต่อีกฝ่ายกลับคว้าช้อนคันใหม่อีกคันมาตักแล้วชิมเองโดยไม่สนใจคนอยากป้อนที่อยู่ข้างๆ

"รสชาติงั้นๆ" ไมครอฟต์พูดแล้วเดินจากไป

"รสชาติงั้นๆตรงไหน" เกร็กพูดแล้วชิมครีมที่ตัวเองตักค้างเอาไว้เพื่อรอป้อนใครบางคนเมื่อสักครู่ "อร่อยจะตาย"

 

จานของหวานนับสิบจานถูกนำมาวางที่เคาน์เตอร์ของหวานเพื่อรอการตรวจสอบขั้นตอนสุดท้ายแล้วนำไปเสิร์ฟซาบากลิออเนและคาสซาต้า ของหวานยอดนิยมสไตล์อิตาเลี่ยนถูกนำมาวางเป็น 2 จานสุดท้ายโดยเกร็ก

ไมครอฟต์เหลือบตามองผู้ที่นำของหวานมาส่งขณะที่ตนเองกำลังโรยน้ำตาลลงบนหน้าของแครมบรูว์เล ของหวานยอดนิยมจากฝรั่งเศส

เสียง พรึ่บ ! ดังขึ้นเบาๆจากเครื่องพ่นไฟขนาดเล็กสำหรับเผาน้ำตาลบนหน้าขนมให้ไหม้ คนเชี่ยวชาญอาหารฝรั่งเศสค่อยๆใช้ความร้อนจากเครื่องพ่นไฟทำละลายหน้าขนมจนเป็นสีน้ำตาลเข้มเพิ่มความน่ารับประทาน แล้วหยิบถ้วยของหวานใบน้อยตรงหน้าวางลงบนจานรองแล้วเรียกบริกรนำไปเสิร์ฟ

"แครมบรูว์เลของโต๊ะ 1"

พายชั้นที่ถูกอบจนกรอบถูกวางลงตรงกลางจานสีขาวอย่างเบามือ ไมครอฟต์ค่อยๆวางผลไม้ตระกูลเบอร์รี่สลับกับเพสตรี้ครีมกลายเป็นขนม 1 ชั้นก่อนจะวางพายกรอบอีก 1 แผ่นวางทับลงไปด้านบน

เกร็กมองความใส่ใจและเบามือกับขนมของคนที่มักจะโกรธเขาอยู่ตลอดเวลาอย่างประทับใจ

"ผมถามอะไรหน่อยสิ" เกร็กพูดขณะที่โรยผงโกโก้ทับบนหน้าขนมทีรามิสุ

"ไม่ตอบได้ไหม" ไมครอฟต์ตอบขณะเริ่มเรียงมิลล์เฟยชั้นที่ 2

"คุณไปเรียนทำอาหารเก่งๆแบบนี้มาจากที่ไหน"

"พ่อผม"

"พ่อหรอ" เกร็กทวนคำตอบ "ผมคิดว่าคุณจะตอบว่าเรียนจากสถาบันทำอาหารดังๆ อย่างเลอ กอร์ดอง เบลอซะอีก"

"เรียน" ไมครอฟต์ตอบ "แต่พ่อผมเก่งกว่าแถมไม่เคยโยนจานใส่ผมด้วย"

"ก็จริง" เกร็กหัวเราะ

พายบางกรอบถูกหยิบขึ้นมาอีก 1 แผ่นเพื่อนำมาปิดเป็นชั้นบนสุดของขนมหน้าตาน่ารัก เกร็กหยุดโรยผงโกโก้ลงบนหน้าขนมที่ตัวเองรับผิดชอบชั่วคราวเพื่อสนใจกับความมือเบาของหัวหน้าเชฟที่กำลังตกแต่งขนม

พายที่ถูกอบจนบางกรอบหักครึ่งคามือของไมครอฟต์ขณะที่เขาค่อยๆบรรจงวางมันลงอย่างเบามือ โชคยังเข้าข้างอยู่บ้างที่หน้าขนมไม่พังเสียหาย ไมครอฟต์สบถด้วยความโมโหแล้วหันไปหยิบพายขึ้นมาอีกชิ้น

"คุณเกะกะ ผมต้องการพื้นที่ทำงานเพิ่ม" ไมครอฟต์พูดแล้วยกจานขนมหนีไปอีกเคาน์เตอร์ที่อยู่ข้างๆ

"ทำไมคุณมือสั่น" เกร็กพูด "ผมสังเกตเห็นตั้งแต่คุณทำมิลล์เฟยชั้นแรกแล้วว่ามือสั่น"

"ผมไม่ได้มือสั่นแต่ผมรำคาญ"

"คุณมือสั่นเวลาที่ผมมายืนใกล้ๆ"

"ผมไม่ได้สั่นเพราะคุณ" ไมครอฟต์พูด "แล้วคุณจำเป็นต้องรู้เอาไว้นะว่าที่นี่เป็นครัวของผม ทุกอย่างที่นี่ คนที่นี่เป็นของผม ผมทำงานอย่างหนักกว่าจะมาอยู่ตรงนี้และผมจะไม่ยอมยกสิ่งเหล่านี้ให้กับคุณ เข้าใจไหม"

"อะไรที่ผมทำให้คุณคิดว่าผมจะมาเอาครัวนี้ไปจากคุณกันล่ะ" เกร็กถาม

"ถ้าไม่ใช่ครัวที่นี่แล้วมันจะมีอะไรอีกล่ะที่คุณต้องการ" ไมครอฟต์พูดแล้วกลั้นใจวางแผ่นพายชิ้นสุดท้ายลงบนขนม "มิลล์เฟยของโต๊ะ 6" เขาพูดแล้วเดินไปที่ห้องเก็บวัตถุดิบเพื่อระงับสติอารมณ์

 

ไมครอฟต์กำลังนับ 1-100 เพื่อระงับอารมณ์อยู่ในห้องเก็บวัตถุดิบที่เย็นเฉียบ ไม่กี่วินาทีหลังจากนั้นคนที่ทำให้เขามีจิตใจไม่สงบสุขก็เดินตามเข้าไปก่อกวนถึงพื้นที่ส่วนตัว

"เข้ามาทำอะไร" ไมครอฟต์ถามทันทีที่อีกฝ่ายเดินเข้าห้องมา

เกร็กเดินเข้าไปประจันหน้ากับคนที่ชอบเดินหนี "ถึงคราวที่คุณต้องฟังผมบ้าง" เขาพูด "ผมว่าคุณเองก็รู้ว่าผมสามารถทำงานที่ไหนก็ได้เพราะมีคนต้องการผมอีกมากแต่ที่ผมมาทำงานที่นี่ไม่ใช่เพราะผมจะอยากเอาทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณรักไปจากคุณ"

"ผมแค่อยากทำอาหารอยู่ข้างๆคุณ" เกร็กสารภาพ "แต่ผมจะทำอาหารข้างคุณได้ก็ต้องเมื่อคุณไม่รังเกียจผมด้วย"

"เกิดอะไรขึ้น" มาร์ตินเปิดประตูห้องเข้ามาซึ่งคาดว่าคงมีใครบางคนไปฟ้องอีกเช่นเคย

"แค่คุณบอกมาคำเดียวว่าไม่ต้องการผม ผมจะไป" เกร็กถามคนที่ยังคงทำหน้านิ่งตั้งแต่เริ่มสนทนา

มาร์ตินมองเชฟที่พึ่งจ้างมาเมื่อเห็นเขากำลังถอดผ้ากันเปื้อนสีขาวชนิดครึ่งผืนอยู่ "เดี๋ยวก่อนเกร็ก นี่คุณจะไปไหน"

"เสียใจด้วยนะมาร์ติน คุณคงต้องจ้างคนอื่นแล้ว" เกร็กยื่นผ้ากันเปื้อนคืนให้ชายเจ้าของร้าน "คนที่นี่เขาไม่ต้องการผม"

"ไมครอฟต์นี่คุณทำอะไรลงไป" มาร์ตินถามหัวหน้าเชฟ

"ผมไม่ได้ทำอะไร" ไมครอฟต์ตอบแล้วเดินออกจากห้องเก็บวัตถุดิบ กลุ่มเชฟที่ต่างพากันมามุงดูอยู่หน้าห้องรีบสลายกลุ่มไปอย่างรวดเร็วแบบไม่ทันตั้งตัวที่เห็นหัวหน้าเชฟและเจ้าของร้านออกมาจากห้องเก็บวัตถุดิบพร้อมๆกับรองหัวหน้าเชฟขวัญใจพนักงาน

"เกร็ก ร้านเราต้องการคุณนะ" มาร์ตินพูดเมื่อเห็นว่าเกร็กเตรียมเก็บของเพื่อจะออกไปจากที่นี่

"ผมรู้" เกร็กพูดขณะหยิบวิทยุเครื่องเล็กขึ้นมาวางบนเคาน์เตอร์ "แต่ผมอยากได้ยินจากปากไมครอฟต์"

"แต่นี่มันร้านของผม"

"ร้านเป็นของคุณก็จริงแต่ครัวเป็นของเขา" เกร็กพูด "ถ้าขาดเขาสักคนครัวนี้จะมีสภาพเป็นยังไง คงไร้ระเบียบ สกปรก มีจานที่ไม่ได้ล้างกองเป็นภูเขาเลยมั้ง"

มาร์ตินหันไปมองคนที่มีหน้าที่ตัดสินใจซึ่งเขาทำหูทวนลมไม่ฟังเรื่องราวอะไร มือยังคงจับเครื่องพ่นไฟเพื่อเผาหน้าขนมไปเรื่อยๆ

"ให้ไมครอฟต์เขาตัดสินใจเถอะ" เกร็กพูดเป็นครั้งสุดท้าย

"ไมครอฟต์" ... มาร์ตินกระซิบ

หัวหน้าเชฟวางเครื่องพ่นไฟลงบนโต๊ะแล้วหันไปมองมาร์ติน ก่อนจะหันไปมองรองหัวหน้าเชฟสาวคนสนิทที่กำลังอุ้มท้องแก่มาทำงาน เขาหันกลับไปมองคนเจ้าปัญหาที่ยืนอยู่ใกล้ประตูทางออกครัว "ผมไม่มีตัวเลือก"

เกร็กเผลอยิ้ม "แล้วคุณอยากให้ผมอยู่ต่อไหม"

"ผมพูดไปแล้ว" ไมครอฟต์ตอบแล้วเปิดเครื่องพ่นไฟอีกครั้ง

"ก็ผมไม่ได้ยินนี่" เกร็กย้อน

"ผมอยากให้ ...." ไมครอฟต์ถอนหายใจยอมแพ้ "ผมอยากให้คุณอยู่ต่อ"

"ผมก็อยากอยู่ต่อ" เกร็กยิ้มตอบทันที "โล่งอกไปที คิดว่าจะไม่ได้ทำอาหารกับคุณอีกซะแล้ว"

มีใครบางคนในครัวแอบปรบมือดีใจเบาๆที่รองหัวหน้าเชฟคนโปรดยังทำงานที่นี่ต่อไป ไมครอฟต์ถลึงตาใส่ต้นเสียงนั้นทุกคนจึงรีบแยกย้ายกันไปทำงานอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องมีเสียงเอ่ยปากไล่

เกร็กยิ้มแล้วเดินมากระซิบที่ข้างหูของไมครอฟต์เบาๆ "เชฟครับ ไฟไหม้ผ้ากันเปื้อนแล้ว"

เร็วเท่าความคิด ไมครอฟต์รีบก้มมองผ้ากันเปื้อนของตัวเองจึงเห็นว่าไฟจากเครื่องพ่นไฟขนาดเล็กนั้นลามมาติดที่ชายผ้ากันเปื้อนเพราะเขาประมาทลืมปิดเครื่องหลังการใช้งาน เขารีบดึงผ้ากันเปื้อนออกจากตัวแล้วโยนลงบนพื้นครัว เหยียบซ้ำๆตรงจุดที่ไฟไหม้จนไฟมันดับไป เขาถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อเห็นว่ามันไม่ได้ร้ายแรงเท่าที่คิด

ไมครอฟต์แอบได้ยินเชฟบางคนหัวเราะคิกคักที่เห็นเขามีมุมหลุดๆ ซุ่มซ่ามเหมือนคนอื่นบ้างแต่หัวหน้าเชฟอย่างเขาก็ไม่ได้สนใจกับเสียงนั้น เขายังคงรักษามาดขรึมแล้วเดินผ่านทุกคนไปเพื่อกลับเข้าห้องทำงานเล็กๆของตนเองจะได้หยิบผ้ากันเปื้อนผืนใหม่มาใช้ ไมครอฟต์ผูกผ้ากันเปื้อนไว้ที่เอวอย่างแน่นหนาเช่นเดิมแล้วเดินออกมา เขาจึงเห็นคนที่น่ารำคาญที่สุดในวันนี้กำลังตกแต่งจานขนมหวานอยู่ที่เคาน์เตอร์ขนมหวาน ไมครอฟต์ทำเป็นไม่สนใจและตั้งใจจะเดินหนีอีกครั้งจนได้ยินประโยคที่ทำให้เขาอยากจะระเบิดครัวทิ้งตอนนี้เสียเลย

"ผมบอกแล้วว่ามือคุณสั่นเวลาผมอยู่ใกล้ๆ" เกร็กพูด "ตอนนี้ยังมีใจลอยจนทำผ้ากันเปื้อนไหม้เพราะคิดเรื่องผมอีกด้วย"

 

นี่เขาไล่รองหัวหน้าเชฟคนใหม่ออกตอนนี้ได้เลยหรือไม่ หรือเขาคิดเรื่องนี้ช้าเกินไปเสียแล้ว !

 

******************************

 

*Note*

 

1.ซาบากลิออเน (Zabaglione )เป็นคัสตาร์ดอย่างง่าย ทำมาจากไข่แดงตีกับน้ำตาลและไวน์ จะมีเนื้อนุ่มๆฟูๆคล้ายมูสแต่เนียนกว่า รับประทานได้ทั้งแบบเย็นและแบบร้อน

 

(Italian Zabaglione Cream )

 

2.คาสซาต้า (Cassata )ไอศกรีมทำจากชีส ผสมผลไม้เชื่อม ลูกนัทวางสลับชั้นกับไอศกรีมรสต่างๆ อีก 1-2 รส ชั้นนอกหรือชั้นล่างสุดจะเป็นเค้กเนื้อเบา

 

(Cassata siciliana )

 

3.แครมบรูว์เล ( Crème brûlée ) แปลว่าครีมที่ถูกเผาไหม้ ทำมาจากคัสตาร์ด (มักเป็นรสวานิลลา) ด้านบนเป็นชั้นคาราเมลแข็งซึ่งได้จากการเผาไหม้ของน้ำตาล เสิร์ฟที่อุณหภูมิห้อง

 

(Crème Brûlée )

 

4. ทีรามิสุ (Tiramisù )เป็นขนมหวานรสกาแฟชนิดหนึ่งจากประเทศอิตาลี ทำจากแท่งขนมปังกรอบซาวอย ( Biscotto savoiardo ) จุ่มน้ำกาแฟเอสเปรสโซเพียงชั่วครู่ แล้วนำไปเรียงเป็นชั้นสลับกับส่วนผสมที่ประกอบด้วยไข่น้ำตาลและเนยมัสคาร์โปเนตีเข้าด้วยกัน แต่งกลิ่นรสด้วยผงโกโก้

 

(Tiramisù morbido )

 

5.มิลล์เฟย (Mille Feuille ) ขนมฝรั่งเศสแปลว่าใบไม้พันชั้น สาเหตุที่ชื่อนี้มาจากส่วนของแป้งพายบางกรอบ ที่เมื่อซ้อนทับกันหลายๆชั้นจนดูเหมือนใบไม้ที่ทับกันเป็นพันๆชั้น

 

(Quick Millefeuille )

 

6.เลอ กอร์ดอง เบลอ (Le Cordon Bleu )โรงเรียนสอนการประกอบอาหารชื่อดัง ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1895 ณ กรุงปารีส โดยนักหนังสือพิมพ์ชื่อ Marthe Distel และสำนักพิมพ์ของนิตยสาร La Cuisinière Cordon Bleuปัจจุบัน เลอ กอร์ดอง เบลอ เปิดโรงเรียนสอนการทำอาหารใน 20 ประเทศ ทั้งหมดกว่า 35 โรงเรียน (ประวัติสถาบัน เลอ กอร์ดอง เบลอ )

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

20 ความคิดเห็น

  1. #4 อาจจะเด๋อ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 14:48

    รอไรต์มาอัพอยู่น่ะ????

    #4
    0