[FanFic. Sherlock BBC] [Mystrade] Christmas Cake

ตอนที่ 5 : ตอนที่ 5 : พี่ชายที่ไม่เอาไหน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 195
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    24 พ.ย. 63

"ทำไมคุณไม่ถามผมก่อน"
 

เสียงหัวหน้าเชฟโวยขึ้นมาทันทีหลังเดินออกมาจาห้องครัวตามแรงลากของมาร์ติน ชายผู้เป็นเจ้าของร้านเหลือบมองสายตาของพนักงานและแขกบางโต๊ะที่หันมามองตามเสียงเอะอะ เขาจึงค้อมศีรษะเบาๆแทนการขอโทษและพยายามทำให้สถานการณ์ตรงหน้าดูเบาลง

"ผมขอโทษ ผมรอไม่ได้หรอกนะไมครอฟต์" มาร์ตินกล่าว "เกร็กเขาว่างอยู่ ผมเลยต้องรีบจ้าง"

"คุณจ้างคนบ้าเขามาทำงานในครัวของผมได้ยังไง" ไมครอฟต์แย้งกลับ

"เขาไม่ได้บ้า เขาแค่ไม่เหมือนคุณ" มาร์ตินแย้ง "เขาแค่เป็นคนร่าเริงและผมก็พึ่งคิดได้ว่าที่ผ่านมาความร่าเริงมันหายไปจากครัวตั้งแต่เมื่อไหร่กัน"

"หมายความว่ายังไง"

"แล้วแต่คุณจะคิด" มาร์ตินพูดแล้วชิงเดินหนีไปรับแขกผู้มาใหม่ที่กำลังรับคำทักทายจากพนักงานต้อนรับหน้าร้าน

"ร่าเริงอะไรกัน คุณรู้ไหมว่าความร่าเริงกับความบ้ามันแทบจะหมายถึงอาการเดียวกัน" ไมครอฟต์ยังคงตอแยกับนายจ้าง

มาร์ตินไม่ฟังอะไรจากหัวหน้าเชฟ เขาหันไปยิ้มทักทายแขกผู้มาเยือน "สวัสดีครับ ได้จองไว้หรือเปล่าครับ"

แขกรูปร่างสูงโปร่งส่ายหัว "ไม่ครับ แต่เผื่อว่าผมจะโชคดี ที่นี่อาจจะยังไม่โต๊ะว่างอยู่บ้าง

"โอ้ พระเจ้าเข้าข้างคุณ เรามีโต๊ะว่างอยู่บริเวณริมหน้าต่างหากคุณสนใจ" เขาตอบ "รบกวนถอดเสื้อโค้ทด้วยนะครับ พนักงานจะนำไปเก็บให้"

ไมครอฟต์ดึงเสื้อโค้ทสีเข้มของแขกผู้มาใหม่ออกด้วยใบหน้าไม่พอใจ หากแขกผู้นี้ไปนั่งโต๊ะโดยไวเขาจะได้พูดคุยเรื่องสำคัญกับนายจ้างต่อเสียที

มาร์ตินทำหน้าอึ้งไปครู่หนึ่งแล้วค่อยๆยิ้มอย่างใจเย็นกับแขกที่ทำหน้าอึ้งอยู่ไม่ต่างกัน "เดี๋ยวบริกรจะนำคุณไปที่โต๊ะนะครับ ขอให้มีค่ำคืนที่แสนวิเศษในร้านโนเอลของเรานะครับ"

ชายที่ตัวเล็กกว่าเล็กน้อยดึงแขนเสื้อเชฟเจ้าปัญหาของตนเดินกลับเข้าไปหลังร้าน

"เขาเรียกเงินไม่สูงเลยถ้าเทียบกับฝีมือของเขา" มาร์ตินชี้แจงเพิ่มอย่างใจเย็น "สำหรับเจ้าของกิจการแบบผม ผมถือว่าคุ้ม"

"คุณเห็นดีเห็นงามกับเรื่องนี้แค่เงินหรอ" หัวหน้าเชฟยังคงโวยวายต่อ "สมกับเป็นมาร์ตินจอมหน้าเลือดจริงๆ"

"อีกอย่างนะ" มาร์ตินชี้นิ้วไปที่ไมครอฟต์อย่างอารมณ์ไม่ค่อยดีนัก "เขาตกลงรับงานนี้เพราะคุณ"

"ห้ะ" ไมครอฟต์อ้าปากค้าง "เพราะผมนี่นะ"

"ใช่ เขาขอแค่ร่วมงานกับคุณ"

"แต่ผมต้องเป็นเลือกคนในครัวเอง ที่ผ่านมาผมก็เลือกเอง แล้วนี่รองหัวหน้าเชฟนะ คุณไม่คิดจะถามผมสักคำเลยหรอ" อีกคนโวยวายต่อไป "รองหัวหน้าเชฟน่ะแค่แอนเทียร์คนเดียวก็พอแล้ว

"แอนเทียร์ท้องโย้ขนาดนั้นแล้วคุณคิดว่าลูกน้องคนโปรดของคุณจะไม่ต้องไปคลอดลูกหรือไง" มาร์ตินขึ้นเสียงกลับบ้าง "ยืนยังแทบจะยืนไม่ไหวแล้วด้วยซ้ำ"

"ถ้าอย่างนั้นผมก็จะดูแลงานของผมกับงานของแอนเทียร์ต่อเอง"

"คุณก็ทำงานของคุณไป เขาก็ทำงานของเขาไป" มาร์ตินพูด "ต้องให้โอกาสเขาบ้างเพราะที่จริงแล้วเกร็กเขาเก่งนะ"

"ผมไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเขาเลย" ไมครอฟต์ตอบ "ทำไมไม่ให้ผมลองสัม .... "

"เชื่อใจผมบ้างสิ" มาร์ตินขอความเห็นใจ "เขาเคยเป็นรองหัวหน้าเชฟที่ร้าน Padella เลยนะ"

"พาเดลล่าหรอ" ไมครอฟต์ตาโต "นั่นมันร้านอาหารอิตาเลี่ยนคู่แข่งเรานะ"

"แล้วไง"

"รับรองหัวหน้าเชฟมาจากร้านอาหารอิตาเลี่ยนร้านคู่แข่งแล้วไล่ผมซึ่งเป็นหัวหน้าเชฟอาหารฝรั่งเศสไปบำบัดจิตเนี่ยนะ ผมว่าคุณนี่แหละที่ไม่ปกติ"

"ถ้าผมไม่รับเขา โรงแรมเพนนินซูล่าจะจ้างเขาเป็นหัวหน้าเชฟครัวอิตาเลี่ยน คุณเข้าใจหรือเปล่า"

"แล้วทำไมเขาไม่รับล่ะ มีเหตุผลอะไรที่ต้องปฏิเสธตำแหน่งหัวหน้าเชฟของโรงแรมห้าดาว"

"คุณไง" มาร์ตินชี้แจง "ผมบอกแล้วว่าเขาแค่อยากทำงานกับคุณ"

ไมครอฟต์กอดอกแล้วพ่นลมหายใจออกจากจมูกอย่างหงุดหงิด "ใครเชื่อก็บ้า" เขาพูดแล้วมองผ่านกระจกบานเล็กของห้องครัวเข้าไปข้างในก็เห็นเจ้าตัวปัญหากำลังยิ้มกริ่มให้เขาอยู่ ไมครอฟต์ถลึงตาใส่อย่างโมโหแล้วรีบเดินออกจากร้านไปโดยไม่สนใจคำเรียกของมาร์ตินผู้เป็นเจ้าของร้านอีกต่อไป

ความวุ่นวายคงกำลังเริ่มต้นขึ้นแล้วสินะ

 

"พี่ครับ" เด็กชายวัยประถมที่ยืนอยู่ข้างๆเตียงเรียก "พี่ไมค์ครับ"

ยังคงไร้เสียงตอบรับ เชอร์ล็อคยืนทำหน้ากังวลใจอยู่ข้างเตียงแล้วตัดสินใจเขย่าแขนพี่ชายเบาๆครั้งหนึ่ง "พี่ครับ"

ไมครอฟต์ผู้กำลังหลับสนิทหลังจากพึ่งได้พักผ่อนไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนยังคงไม่สนใจในเสียงเรียกของน้องชาย เขาดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมศีรษะจนมิดแล้วขยับตัวเบาๆโดยไม่ลืมตามองอะไรเลยสักนิดเดียว

"โรงเรียนเข้า 9 โมงเช้านะครับ" เชอร์ล็อคพูด "ตอนนี้ 8 โมงครึ่งแล้ว"

ผู้เป็นพี่ค่อยๆลืมตาขึ้นมา รวบรวมสติอยู่ไม่กี่วินาทีก็ลุกขึ้นนั่ง เขามองไปที่หน้าเด็กชายสลับกับมองนาฬิกาเรือนเล็กที่อยู่ข้างเตียงด้วยอาการที่สมองยังประมวลผลได้ยังไม่ครบถ้วน

"ไปโรงเรียนครับ" เด็กชายที่แต่งกายเรียบร้อยดีแล้วกล่าวย้ำอีกครั้ง

เท่านั้นเองไมครอฟต์ก็รีบดีดตัวขึ้นจากเตียงนอน วิ่งไปคว้าผ้าขนหนู "แย่แน่ สายแน่ๆต้องรีบแต่งตัว เชอร์ล็อครีบไปแต่งตัวนะ อ้อ ... เออ ... แต่งเสร็จแล้วนี่เนอะ โอเค รอก่อนนะ"

เชอร์ล็อคมองพี่ชายที่วิ่งวุ่นไปมาอยู่ในห้องนอน เขาถอนหายใจแล้วนั่งลงปลายเตียงขณะที่ไมครอฟต์กำลังทำธุระส่วนตัวอยู่ในห้องน้ำ

"ต้องใช้อะไรหรือเปล่า สมุด ดินสอ สีไม้ต้องใช้ไหม" ไมครอฟต์ตะโกนออกมาจากห้องน้ำ

"ที่โรงเรียนมีให้ครับ"

"เมื่อคืนพี่ทำอาหารเตรียมไว้ให้ เอาไว้ไปกินที่โรงเรียน หวังว่าเชอร์ล็อคจะกินเป็ดได้"

เชอร์ล็อคไม่ได้ตอบอะไร เขาเดินกลับไปยังห้องนอนของตัวเอง เปิดลังใส่เสื้อผ้าใบหนึ่งออกมาแล้วควานหาสิ่งของที่ต้องการ

"โอเค เสร็จแล้ว ไปกันเถอะ" ไมครอฟต์คว้าเสื้อโค้ทตัวหนาขึ้นมาสวมแล้วชะโงกหน้าเข้าไปในห้องนอนของน้องชาย "เชอร์ล็อค ไปกันเถอะ"

"ผมหาถุงมือไม่เจอ" เด็กชายตอบ

"พรุ่งนี้ค่อยใส่ได้ไหม เดี๋ยวเย็นนี้พี่กลับมาหาให้" ไมครอฟต์ตอบ "ไปเรียนวันแรกเราไม่ควรไปสาย"

"ผมจะใส่ถุงมือ" เชอร์ล็อคยืนยัน

"ใส่อันเมื่อวานได้ไหม พี่เห็นวางอยู่บนโต๊ะอ่านหนังสือ"

เชอร์ล็อคส่ายหัว

ไมครอฟต์ถอนหายใจออกมาอย่างรุนแรงแล้วเดินกลับเข้าไปในห้องนอนของน้อง "โอเค เราจะหาถุงมือกัน"

พี่ชายใช้เวลาร่วม 5 นาทีในการยกลังออกมาทีละใบแล้วควานหาถุงมือกันหนาวที่น้องชายอยากจะใส่ เชอร์ล็อคบอกว่ามันเป็นถุงมือหนังสีดำ เป็นถุงมืออันโปรดเพราะแม่ซื้อให้ แค่ได้ยินคำว่า 'แม่ซื้อให้' ไมครอฟต์ก็แทบจะไม่ต้องถามหาความสำคัญของมันอีกเลย

"อันนั้นครับ อันนั้น" เชอร์ล็อคร้องดีใจแล้วรีบรับถุงมือคู่โปรดมาสวม

"ดีเลย จะได้ไปโรงเรียนกันเนอะ"

เสียงกดออดดังขึ้นจากหน้าประตูแฟลต ทั้ง 2 คนหันไปมอง แต่พี่ชายผู้ที่กำลังทำทุกอย่างอย่างรีบเร่งกลับวิ่งกลับเข้าไปในครัวแล้วคว้ากล่องใส่อาหารลายการ์ตูนออกมา เชอร์ล็อคผู้เป็นน้องเดินไปที่หน้าประตูแล้วจ้องมองมันเฉยๆไม่ได้ทำอะไรกับมัน

ไมครอฟต์เอากล่องอาหารกลางวันใส่ลงในกระเป๋าสะพายของเชอร์ล็อคแล้วปิดซิปทันที "ทำไมไม่เปิดประตูล่ะ"

"พี่บอกว่าอย่าเปิดประตูให้คนแปลกหน้า" น้องชายตอบ

"ใช่เลย ดีมาก เก่งมาก" ไมครอฟต์พูดขณะเปิดประตูต้อนรับแขกเช้านี้

บิลลี่ เพื่อนบ้านลูกติดหน้าตาดียืนยิ้มอย่างเป็นมิตรอยู่ที่หน้าประตู เขายื่นถ้วยกาแฟใบสีขาวสะอาดมาให้ไมครอฟต์พร้อมกับพูดว่า "ขอโทษที่รบกวนแต่เช้านะไมครอฟต์ พอดีว่ากาแฟบ้านผมหมด เลยจะมาขอกาแฟคุณสักหน่อย"

"อ่า โอเค ได้สิ" ไมครอฟต์ถ้วยกาแฟแล้วรีบวิ่งกลับเข้าไปในครัวอีกครั้ง

บิลลี่ยิ้มให้กับเด็กชายวัยประถมที่ยืนทำหน้านิ่งอยู่ใกล้กับประตู "เชอร์ล็อค น้องชายของไมครอฟต์ใช่ไหม" เขาถาม "พี่ชื่อบิลลี่นะ อยู่ห้องข้างล่างนี่เอง"

เชอร์ล็อคเงยหน้าขึ้นมองแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรกับเพื่อนบ้านแปลกหน้า

"พี่มีลูกชายฝาแฝดเหมือนกัน อายุเท่าๆกับเชอร์ล็อคล่ะมั้ง วันอาทิตย์นี้เขาจะมาที่นี่ แวะลงไปเล่นด้วยกันข้างล่างก็ได้นะ"

อาจจะเป็นเพราะไมครอฟต์เคยสั่งไว้ว่าอย่าคุยกับคนแปลกหน้า เด็กชายวัย 8 ขวบจึงไม่ตอบคำถามใดๆจากเพื่อนบ้านที่พยายามจะตีสนิทเลยสักคำเดียวจนคนถามคำถามรู้สึกท้อและเงียบไปเอง

ไมครอฟต์เดินกลับมาพร้อมกับกาแฟในถ้วย เขายื่นคืนให้กับบิลลี่แล้วหันไปหยิบรองเท้าที่ชั้นวางรองเท้าขวามือ ส่วนเชอร์ล็อคก็เดินออกจากห้องพักไปก่อนโดยไม่ได้รอพี่ชายเลยสักนิดเดียว

"ขอบคุณสำหรับกาแฟครับ หอมดีนะ"

"ไม่เป็นไรครับ" ไมครอฟต์ตอบแล้วปิดประตูห้อง "ขอบคุณสำหรับผัดไทยที่เอามาแขวนไว้ให้เมื่อคืนนี้นะครับมันอร่อยมากเลย"

 

"ผมต้องหาผู้ช่วย" ไมครอฟต์นอนลงบนโซฟาตัวยาวในคลินิกปรึกษาสุขภาพจิตที่เขามักจะมาขอคำปรึกษาอยู่เสมอๆ "ผมเลี้ยงเด็กไม่เป็นเลย"

จิตแพทย์มองไปที่ผู้มาขอคำปรึกษาอย่างเข้าใจ "มันต้องค่อยๆเป็นค่อยๆไป"

"ผมเข้ากับเด็กไม่ได้เลย ไม่รู้จะต้องทำยังไง โดยเฉพาะเด็กที่เสียแม่" เขาพูด "เชอร์ล็อคไม่ร่าเริงเลย เมื่อคืนเขาก็นอนกอดรูปแม่จนร้องไห้หลับไป"

"ผมเข้าใจนะ" ชายสูงวัยตอบ "ความคิดของเด็กนั้นซับซ้อนมาก"

"เชอร์ล็อคไม่กินอาหารที่ผมทำ เขากินแต่ขนมปัง" ไมครอฟต์รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาทันทีที่นึกถึงสิ่งนี้ "ขนมปังมันไม่ใช่อาหารเสียหน่อย"

"เขาอาจจะคิดถึงอาหารฝีมือแม่"

"แม่ผมทำอาหารไม่เป็นหรอกนะ" ไมครอฟต์แย้ง "ทำเป็นแต่อุ่นให้มันร้อนด้วยไมโครเวฟ"

"นั่นแหละคือวิธีการทำอาหาร" จิตแพทย์กล่าว "คนทั่วไปทำอาหารกันแค่นี้"

"ที่ผมทำมันก็คืออาหารเหมือนกัน"

"เชอร์ล็อคอาจจะอยากกินบางอย่างที่คุ้นเคย รสชาติไม่ต้องหรูหรามาก แค่อาหารที่เคยกินแค่นั้นก็พอ" จิตแพทย์ให้คำแนะนำ"ตอนเด็กๆคุณกินอะไรล่ะ"

ไมครอฟต์ใช้เวลาทบทวนถึงเมนูอาหารวัยเด็กของตนเอง "พ่อผมเป็นคนทำอาหารอร่อยกว่า ผมเรียนรู้การทำอาหารเบื้องต้นมาจากพ่อ"

"แล้วคุณเคยกินอาหารฝีมือแม่ไหม"

"อาหารอุ่นร้อนด้วยไมโครเวฟก็เคยอยู่บ้าง ผมบอกแล้วว่าแม่ทำอาหารไม่เป็น" ไมครอฟต์ตอบ "ซึ่งมันเป็นเรื่องดีนะ เพราะเหมือนกับว่าครัวมันเป็นของพ่อแค่คนเดียว"

"แล้วพ่อของเชอร์ล็อคล่ะ เขาเคยทำอาหารไหม"

"ขอไม่ตอบเรื่องนี้ได้ไหมเพราะผมไม่รู้"

"โอเค ได้สิ" จิตแพทย์กล่าวขณะบันทึกการสนทนาลงในสมุด ""เคยลองชีสทอดหรือยัง เด็กๆชอบชีสทอดนะ"

ไมครอฟต์ดีดตัวลุกขึ้นนั่ง อ้าปากค้างตาโตด้วยความตกใจ "ชีสทอดนี่นะ"

"ใช่ แบบสำเร็จรูปแช่แข็ง เอามาคลุกเกล็ดขนมปังเอาทีหลัง ... "

"ผมรู้จักชีสทอด" เชฟชื่อดังกล่าว

"นั่นแหละ"

"ให้ตายเถอะ ผมจ่ายเงินค่าปรึกษาตั้งแพงเพื่อมาได้ยินคำปรึกษาเรื่องน้องชายไม่กินอาหารด้วยคำว่าชีสทอดเนี่ยนะ" ไมครอฟต์โวย "แค่นี้ผมก็รู้"

 

เชอร์ล็อคก็ยังคงไม่กินชีสทอดที่ไมครอฟต์ทำ

จานอาหารลายการ์ตูนที่ไมครอฟต์ซื้อมาใหม่เอี่ยมถูกวางลงตรงหน้าเด็กชายที่พึ่งกลับมาจากโรงเรียน เชอร์ล็อคมองชีสที่ถูกทอดเป็นสีเหลืองน่ารับประทานตกแต่งด้วยมะเขือเทศหั่นเป็นแว่นและผักสลัดเล็กน้อย แล้วหันไปหาพี่ที่กำลังเริ่มทำความสะอาดครัวหลังทอดของว่างจานนี้เสร็จ

"โรงเรียนเป็นยังไงบ้าง" ไมครอฟต์ถาม "มีอะไรน่าสนใจไหม"

"ไม่มีครับ" เชอร์ล็อคตอบ

"แล้วสิ่งที่ไม่น่าสนใจล่ะ"

"ไม่มีเหมือนกัน"

"ครูประจำชั้นเป็นยังไงบ้าง"

"อ้วน หัวล้านด้วย" เชอร์ล็อคตอบ

ไมครอฟต์หัวเราะเบาๆแล้วมานั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้ามกับน้องชาย เขายิ้มให้ "พี่มาคิดๆดูแล้วว่าทำไมพี่ถึงไม่ค่อยรู้จักเชอร์ล็อคเลย เราเป็นพี่น้องกัน เราควรจะต้องรู้จักกันมากกว่านี้สิใช่ไหม"

เชอร์ล็อคไม่ได้ตอบอะไร

"พี่ไม่รู้ว่าเชอร์ล็อคชอบสีอะไร"

"ผมชอบสีน้ำเงิน"

ไมครอฟต์ยิ้ม "ชอบสีน้ำเงินเหมือนพี่เลย" เขาพูด "เห็นไหม พี่ไม่รู้จริงๆด้วยว่าเราชอบสีเดียวกัน"

เชอร์ล็อคกลับไปเงียบอีกครั้ง

"แล้วตัวเลขที่ชอบล่ะ"

"พี่ไม่ต้องทำแบบนี้ก็ได้นะครับ" เชอร์ล็อคพูด "ไม่ต้องคุยกับผม"

ไมครอฟต์หุบยิ้ม "ทำไมล่ะ"

"ปกติเราก็ไม่เคยคุยกันอยู่แล้ว พี่ไม่ต้องพยายามคุยกับผมก็ได้" เด็กชายตอบ "ก่อนแม่ตายเราก็ไม่แทบไม่เคยเห็นหน้ากันเลยด้วยซ้ำ"

ไมครอฟต์อึ้งเงียบแล้วเม้มปากแน่น "แต่เราตอนนี้เราพึ่งจะเริ่มต้นใช้ชีวิตด้วยกันนะ"

"แม่บอกว่าพี่ทำงาน พี่เลยไม่ค่อยไปหาเรา" เชอร์ล็อคพูด "ตอนนี้ก็ไม่ต้องคุยกับผมก็ได้นะครับ"

"เชอร์ล็อค แต่ว่า .... "

"ผมกลับห้องนะครับ" น้องชายตอบแล้วลุกจากเก้าอี้ ดันเก้าอี้สอดไว้ใต้โต๊ะอาหารจนเรียบร้อยแล้วค่อยหันหลังเดินจากไป

"คืนนี้พี่จ้างพี่เลี้ยงมาอยู่เป็นเพื่อนนะ เขาจะมาตอน 5 โมงเย็น"

เด็กชายชะงักแล้วหันกลับมา "ผมบอกแล้วว่าผมไม่เอาพี่เลี้ยง ผมโตแล้ว"

"แต่เชอร์ล็อคจะอยู่ยังไง พี่กลับดึกมากนะ ใครจะอยู่เป็นเพื่อนล่ะ"

"ผมอยู่ได้"

"เชอร์ล็อค" ไมครอฟต์ถอนหายใจ "พี่แค่อยากสบายใจจริงๆว่าระหว่างที่พี่ทำงานอยู่น้องพี่จะปลอดภัยเพราะว่ามีผู้ใหญ่อยู่ด้วยตลอดเวลา"

"งั้นพี่ก็ไม่ต้องห่วงหรอกเพราะผมอยู่ได้" เชอร์ล็อคยืนยัน "พี่ไปทำงานของพี่เถอะ"

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

20 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 5 ธันวาคม 2561 / 15:58
    หนูลูก สงสารพี่เขาหน่อยยย 55
    #6
    0
  2. #3 Rexzo (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 / 22:45
    สู้ๆนะคะ✌🏼✌🏼✌🏼
    #3
    0