[FanFic. Sherlock BBC] [Mystrade] Christmas Cake

ตอนที่ 7 : ตอนที่ 7 : เพื่อนใหม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 249
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    24 พ.ย. 63

"พรุ่งนี้เชอร์ล็อคไปที่ร้านกับพี่ไหม"

"ที่ทำงานของพี่หรอ"

"อือ"

"ผมไปได้ด้วยหรอครับ"

"ไปได้สิ ก็เชอร์ล็อคไม่ใช่เด็กซนนี่"

 

จากประโยคสนทนาก่อนนอนเมื่อคืนจึงทำให้วันนี้ในครัวของร้านโนเอลมีเด็กชายวัย 8 ขวบมานั่งสังเกตุการณ์อยู่ด้วย เชอร์ล็อคนั่งอยู่บนเคาน์เตอร์ที่ใช้แยกวัตถุดิบซึ่งอันที่จริงแล้วตรงนั้นไม่ค่อยได้ใช้งานเท่าไหร่นัก เขามองความวุ่นวายในสถานที่ทำงานของพี่ชายด้วยความรู้สึกตื่นเต้นแม้ว่าจะไม่ได้แสดงออกมันออกมา

ไมครอฟต์ที่กำลังเริ่มต้นทำงานในหน้าที่ของตัวเองก็คอยมองน้องชายคนเดียวเป็นระยะๆ เขารู้ว่าเชอร์ล็อคไม่ใช่เด็กซนและค่อนข้างเป็นเด็กเชื่อฟังผู้ใหญ่ เขาจึงตัดสินใจพามาที่นี่โดยได้รับคำอนุญาตจากมาร์ตินเรียบร้อยแล้ว

"เมื่อคืนผมจ้างพี่เลี้ยงมา เขาก็ไม่ยอมพูดกับพี่เลี้ยงเลย" ไมครอฟต์ปรับทุกข์กับลูกน้องคนสนิทที่ยืนประกอบอาหารอยู่ข้างๆ "พี่เลี้ยงกลับไปตอนไหนเขาก็ไม่รู้เพราะว่าเขาเอาแต่หมกตัวอยู่ในห้อง"

"ดูเป็นเด็กขี้อายนะคะ" แอนเทียร์พูดแล้วมองไปที่เด็กชายผมหยิกที่นั่งอยู่ด้านในครัวด้านหนึ่ง

"เปล่าหรอก จริงๆเป็นเด็กร่าเริงนะ" ไมครอฟต์ตอบ "แต่เขาคงเครียด เป็นการเครียดแบบเด็กๆที่ผมไม่รู้จะทำยังไง"

"ลองทำของอร่อยๆให้กินไหมคะ ของชอบของเขา" คนสนิทแนะนำ

ไมครอฟต์กลอกตา "คุณพูดเหมือนหมอของผมไม่มีผิด ผมลองทุกอย่างแล้ว อาหารของเด็กผมก็ลองแล้ว" เขาพูด "ยอมรับตรงๆเลยว่าผมท้อแล้วเพราะจนถึงตอนนี้เขายังไม่ยอมกินอะไรที่เป็นอาหารจริงๆจังๆเลย"

"เลี้ยงเด็กก็เหนื่อยแบบนี้แหละค่ะเชฟ" แอนเทียร์ยิ้มให้กำลังใจแล้วเดินไปช่วยเชฟคนอื่นๆทำงานต่อ

"กงฟีต์ครับเชฟ" เกร็กนำอาหารมาวางตรงหน้าหัวหน้าเชฟและมอบมองความเหนื่อยใจที่อีกฝ่ายพึ่งระบายกับคนสนิทเมื่อสักครู่ ปัญหาเรื่องน้องชายคงเป็นปัญหาที่ไมครอฟต์กังวลมากที่สุดจริงๆเพราะเขาแทบจะไม่มีเวลามาทะเลาะในเรื่องเล็กๆน้อยที่เกร็กพยายามจะแหย่หมีขี้โมโหเลย

"ล็อปสเตอร์ 2 ฟัวกราส์ 2" ไมครอฟต์ยังคงปฏิบัติหน้าที่ของตนต่อไปอย่างสม่ำเสมอแม้จะมีเรื่องกวนใจ

เกร็กเดินไปที่เคาน์เตอร์สำหรับคัดแยกวัตถุดิบ เขาฮัมเพลงในลำคอเบาๆขณะมองหาบางอย่างจากจุดเก็บผัก เขาเหลือบตามองเด็กชายผมฟูในชุดเสื้อกันหนาวแขนยาวในการ์ตูนที่นั่งนิ่งๆอยู่บนเคาน์เตอร์ เกร็กยิ้มออกมาเมื่อเหลือบไปเห็นบางอย่างที่อยู่ในชั้นเก็บวัตถุดิบ

เบซิลกำหนึ่งถูกหยิบออกมาจากบรรดาผักทั้งหมด เกร็กยืนหันหลังพิงเคาน์เตอร์ข้างๆเชอร์ล็อคจนเด็กชายหันมามองคนแปลกหน้าที่เขาพึ่งได้พบ คนที่กำลังฮัมเพลงอย่างสบายอารมณ์ยืนเด็ดเบซิลทีละใบใส่ในชามผสมอาหาร เชอร์ล็อคมองพืชใบสีเขียวหน้าตาแปลกประหลาดที่พึ่งเคยเห็นอย่างสนใจ

เกร็กยิ้มแล้วยื่นให้เด็กชายดู "เบซิล" เขาพูด "ลองดมสิมันมีกลิ่นด้วยนะ"

เชอร์ล็อคมองเกร็กแล้วมองผักทั้งกำแล้วค่อยๆยื่นหน้าไปดม

เกร็กยิ้ม "เป็นวัตถุดิบที่มักจะใส่ในอาหารอิตาเลี่ยน"

"ไมครอฟต์ แฟนคลับคุณเขาอยากพบคุณน่ะ" มาร์ตินแง้มประตูครัวเข้ามาแล้วเรียกหัวหน้าเชฟ "รีบหน่อยนะเขารอมาสักพักแล้ว"

"อืม เดี๋ยวไป" เขาตอบแล้วหันไปมองน้องชายที่กำลังจดๆจ้องๆกับพืชผักสีเขียวของคนแปลกหน้าที่ยื่นให้ หวังว่ารองหัวหน้าเชฟคนใหม่ของร้านจะไม่แกล้งอะไรน้องชายคนเดียวของเขา

ไมครอฟต์ออกไปทักทายกับแขกของร้านได้เพียงแค่อึดใจเดียว เกร็กก็เดินไปหยิบชามสีขาวใบใหญ่ที่ปกติใช้ใส่สลัดมาเป็นพาชนะสำหรับใส่สปาเก็ตตี้สูตรเด็ดของตนเอง เขาโรยใบเบซิลทอดกรอบของตนเองลงไปแล้วคลุกเคล้าให้ทุกอย่างเข้ากันได้ดี เกร็กยื่นมือไปหยิบส้อมคันหนึ่งมาจากชั้นวางอุปกรณ์รับประทานอาหารและเดินกลับไปที่เคาน์เตอร์คัดแยกวัตถุดิบที่อยู่ด้านหลังอีกครั้ง

"แอนเทียร์ ผมฝากดูเป็ดของโต๊ะ 7 ด้วยนะ ผมขอพัก 5 นาที" เกร็กตะโกน

"ได้ค่ะ" รองหัวหน้าเชฟสาวตอบ

เกร็กพิงเคาน์เตอร์อย่างสบายอารมณ์แล้วเหลือบมองเด็กชายคนข้างๆ เขายิ้มแล้วใช้ส้อมจ้วงลงไปในชามแล้วตักสปาเก็ตตี้ขึ้นมารับประทานอย่างเอร็ดอร่อย "หืม ..... อร่อยๆจริงๆเลย"

เชอร์ล็อคหันไปมองตามเสียงคนที่เสียงแปลกๆอยู่ข้างๆ เขามองไปที่ชามใส่อาหารใบใหญ่ที่คนแปลกหน้าคนนี้กำลังตักอาหารใส่ปากตนเองอยู่ เส้นสปาเก็ตตี้สีเหลืองถูกคลุกเคล้าด้วยซอสสีสันน่ารับประทานผสมกับใบเบซิลที่ถูกทอดจนกรอบส่งกลิ่นหอมจนทำให้เด็กน้อยเผลอกลืนน้ำลาย ไหนจะท่าทางเชิญชวนที่คนๆนี้ทำจนทำให้เขาอยากจะลองชิมอาหารชามนี้ดูสักคำว่ามันจะอร่อยมากสักแค่ไหนกัน

"เทอร์รีน 2 ซุปล็อปสเตอร์ 2 นะ" แอนเทียร์ขานเมนูอาหาร

"โต๊ะ 12 เร่งหน่อยได้ไหมครับ แขกจะกินพนักงานแทนแล้วครับเชฟ" โรเบิร์ต บริกรหนุ่มร้องอย่างร้อนใจ

เกร็กดีดตัวจากการพิงเคาน์เตอร์แล้วส่งชามอาหารในมือใส่เด็กชายวัย 8 ขวบ "ฝากหน่อย" เขาพูดแล้วรีบเดินกลับเข้าไปในครัวอีกครั้ง

เชอร์ล็อคก้มมองอาหารชามโตในมือของตัวเอง

รองหัวหน้าเชฟหนุ่มกลับไปประจำตำแหน่งอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้เขาย้ายชามผสมอาหารที่ตัวเองต้องดูแลมาปรุงที่เคาน์เตอร์หลังสุดที่หันหน้าไปทางเคาน์เตอร์คัดแยกอาหาร เขาแอบยิ้มเมื่อเห็นเด็กชายตัวน้อยใช้นิ้วจิ้มลงไปในสปาเก็ตตี้เพื่อชิมซอสแล้วจ้องมองอาหารที่วางอยู่บนตักอย่างไม่วางตา

รสชาติซอสชุ่มฉ่ำที่ทำมาจากวัตถุดิบง่ายๆอย่างมะเขือเทศผสมกับเนื้อบดและสมุนไพรกลิ่นหอมๆ เรียกเสียงประท้วงจากท้องของเชอร์ล็อคได้เป็นอย่างดี เด็กชายในชุดเสื้อแขนยาวลายการ์ตูนหยิบส้อมที่คาอยู่กับชามอาหารขึ้นมาแล้วม้วนเส้นสปาเก็ตตี้เป็นก้อนใหญ่ เขาดมกลิ่นหอมของซอสอีกครั้งหนึ่งก่อนจะนำเส้นก้อนใหญ่นั้นเข้าปากแล้วกินมันอย่างเอร็ดอร่อย

สปาเก็ตตี้คำแล้วคำเล่าหายไปอย่างรวดเร็วในปากของเด็กชายวัย 8 ขวบ

เกร็กที่ยืนปรุงอาหารอยู่ยิ้มพอใจที่เชอร์ล็อคยอมรับประทานอาหารของเขาอย่างง่ายดายเพียงแค่เขาทำให้เด็กที่มีความคิดไม่ซับซ้อนเชื่อว่ามันอร่อยจริงๆ สปาเก็ตตี้ที่ไม่ต้องปรุงอย่างพิศดารมีเพียงแค่มะเขือเทศและเนื้อสับง่ายๆแต่พิถีพิถันในการปรุงก็ทำให้ผู้ชิมสัมผัสได้ถึงความอร่อยของอาหารที่แท้จริงไม่แตกต่างจากอาหารจานหรูที่ราคาหลายเหรียญเลยสักนิดเดียว

"เหลือให้พี่บ้างนะ" เกร็กพูดลอยๆแต่ไม่ได้มองกับคู่สนทนา

เชอร์ล็อคเหลือบมองขณะที่ยังคงเคี้ยวอาหารในปากอยู่

"นี่รู้อะไรไหม" เกร็กพยายามชวนคุย "ในสมัยโบราณเขาเคี้ยวใบเบซิลเพื่อดับกลิ่นปากแทนการแปรงฟันกันด้วยนะ"

เชอร์ล็อคสูดเส้นสปาเก็ตตี้อีกคำเข้าไปในปากแล้วพยายามเคี้ยวและกลืนอย่างรวดเร็ว "ผมว่าไม่ใช่หรอก"

เกร็กเลิกคิ้วสงสัย "ทำไมล่ะ"

"ก็คนสมัยก่อนไม่มีช็อคโกแลตนี่ ถ้าไม่กินช็อคโกแลตคงไม่มีกลิ่นปาก ไม่ต้องแปรงฟันอยู่แล้วนะครับ"

"อย่างนั้นเองหรอ" เกร็กพยักหน้าเข้าใจ "พี่คิดว่าเขามีช็อคโกแลตกินกันเสียอีก"

เชอร์ล็อคพยักหน้ายืนยันแล้วจัดการอาหารในชามต่อไป

เวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงไมครอฟต์ก็กลับเข้ามาในครัวอีกครั้ง เขาหันไปมองน้องชายที่เขาปล่อยให้นั่งตามลำพังที่เคาน์เตอร์ด้านหลังแต่แล้วก็แปลกใจที่เห็นเชอร์ล็อคกำลังรับประทานอาหารในชามใบใหญ่ด้วยท่าทางที่เอร็ดอร่อยอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน เขาหันไปหาแอนเทียร์ด้วยสายตาตั้งคำถามก่อนที่แอนเทียร์จะยิ้มแล้วชี้ไปที่ผู้ช่วยเชฟอีกคนที่กำลังเริ่มต้นตกแต่งจานขนมหวานอยู่ด้านหลัง "ฝีมือเกร็กค่ะ" แอนเทียร์พูด

เกร็กหันไปมองตามเสียงเรียกชื่อของตนเองจึงเห็นว่าแอนเทียร์กำลังคุยกับไมครอฟต์อยู่ "เรียกผมหรอ"

"ไม่ใช่ค่ะ" แอนเทียร์ชี้ไปที่ไมครอฟต์ "เชฟเรียกค่ะ"

ไมครอฟต์ค้อมศรีษะลงเล็กน้อยแล้วเหลือบมองไปที่น้องชายที่ไม่สนใจสิ่งใดนอกจากอาหาร "ขอบคุณ" เขากล่าวอย่างเป็นอันรู้กันว่ากำลังขอบคุณเกี่ยวกับอะไร

"ไม่เป็นไรครับ" เกร็กยิ้ม

เพียงเท่านี้ทุกสิ่งทุกอย่างก็ดูเหมือนจะเปลี่ยนไป

 

เชอร์ล็อคยังคงอยู่ในครัวของร้านโนเอลตลอดเวลาจนกระทั่งร้านปิด ไมครอฟต์ไม่เคยเห็นน้องชายพูดเก่งขนาดนี้มาก่อนนับตั้งแต่แม่จากไป เด็กชายจะอยู่ในพื้นที่ที่จำกัดตามที่ตกลงกับพี่ชายเอาไว้ซึ่งเชอร์ล็อคก็เชื่อฟังเป็นอย่างดี เขาจะอยู่แค่บริเวณคัดแยกวัตถุดิบที่ไม่ได้ใช้งานในระหว่างร้านเปิด ระหว่างที่ไมครอฟต์ดูแลงานในส่วนของตัวเองเขาจะคอยมองเชอร์ล็อคเป็นระยะๆก็จะเห็นว่าเกร็กย้ายส่วนทำงานของตัวเองไปอยู่ที่เคาน์เตอร์ด้านหลังแทน นั่นคือสิ่งที่ไมครอฟต์ต้องการมาตลอดนั่นคือให้รองหัวหน้าเชฟคนนี้อยู่ห่างๆเขาให้มากที่สุด แต่วันนี้เขาไม่ได้รู้สึกยินดีด้วยเหตุผลนั้น เขารู้สึกยินดีที่เกร็กย้ายงานไปทำตรงนั้นแล้วกลายเป็นเพื่อนคุยกับเชอร์ล็อค ไมครอฟต์คุยกับน้องชายไม่เก่งและเข้ากันได้ไม่ดีมากนัก นี่จึงอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่จะทำให้น้องชายเขาหายเครียดและเริ่มมีความสุขในการย้ายมาอยู่ที่ลอนดอนมากขึ้น

เมื่อเวลาล่วงเข้าสู่วันใหม่ ร้านโนเอลก็ปิดให้บริการและจะเปิดอีกครั้งก็เวลาเย็นของวันรุ่งขึ้น ไมครอฟต์ที่มีหน้าที่กำกับดูแลเรื่องความสะอาดและความเรียบร้อยในครัวก็เตรียมตัวกลับไปพักผ่อนที้แฟลตเมื่อเสร็จภารกิจประจำวันนี้ เขาตรวจสอบงานทุกอย่างอย่างละเอียดอีกครั้งแล้วเดินกลับเข้าไปในห้องทำงานเล็กๆของตัวเองที่เชอร์ล็อคฟุบหลับอยู่ตรงโต๊ะทำงาน น้องชายของเขาเข้ามานั่งเล่นอยู่ในห้องนี้ตั้งแต่ 5 ทุ่มเพราะเริ่มจะง่วงนอนตามประสาเด็ก ไมครอฟต์เก็บดินสอสีและสมุดวาดภาพของเชอร์ล็อคใส่กระเป๋าเป้ แล้วค่อยๆอุ้มน้องชายตัวน้อยพาดไหล่ จับแขนของเชอร์ล็อคที่กำลังหลับสนิทพาดไว้ที่คอเกี่ยวกับตัวของเขาไว้กันตก เชอร์ล็อคละเมองึมงัมในคออยู่ 2-3 คำแล้วกอดคอพี่ชายเพราะคิดว่าเป็นตุ๊กตาตัวโปรด ไมครอฟต์ยิ้มแล้วลูบศีรษะน้องชายเบาๆ "กลับไปนอนที่บ้านกันเนอะ" เขาพูดแล้วหยิบกระเป๋าเป้ของน้องมาสะพายหลัง

เกร็กเดินมาช่วยผลักประตูกระจกของห้องทำงานของไมครอฟต์ออก คนที่ทั้งอุ้มเด็กและสะพายกระเป๋าพะรุงพะรังชะงักไปเล็กน้อยที่ได้รับการช่วยเหลือ "เอ่อ ... "

"ผมช่วย" เกร็กตอบ

"ขอบคุณ" ไมครอฟต์ตอบ "ขอบคุณสำหรับวันนี้"

"ไม่เป็นไรครับ"เกร็กยิ้ม"ผมยินดี"

 

จากนั้นทุกอย่างก็เปลี่ยนไป

 

******************************

 

*Note*

 

1.เบซิล (Basil)ได้ชื่อว่าเป็น Royal Herb ในสมัยกรีก จัดเป็นตระกูลพวกมิ้นท์ รสชาติคล้ายชะเอม ( Licorice ) กับกานพลู ( Clove ) เป็นสมุนไพรหลักของการทำอาหารแบบเมดิเตอร์เรเนียน เช่น อิตาเลียนเพสโต้ (pesto) และต่อมาก็นิยมการนำมาทำอาหารแบบอเมริกัน ส่วนใหญ่จะมีสีเขียว แต่ก็มีอีกหลายชนิที่เรียกชื่อตามสีของใบและกลิ่น เช่น Opal basil ( ใบมีสีม่วง ) Lemon basil ( ใบแมงลัก ) หรือ Cinnamon basil

 

( เบซิล)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

20 ความคิดเห็น

  1. #17 NT_K20 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 / 07:24
    รออยู่นะค้า ;-;
    #17
    0
  2. #16 Tomaiey (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 / 23:33

    สนุกมากกกกกก.รอนะคะ

    #16
    0
  3. #13 dieci volte (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 17:59
    รอมาแต่งต่อนะค่ะ หาอ่านยากมากคู่นี้
    #13
    0
  4. #12 Paiju เบญจมาศขาว (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 02:09
    I will wait
    #12
    0
  5. #10 ~.oOBaM...bAmOo.~ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:35
    โดนเชิร์ลงอนแน่ๆ5555 แต่งสนุกมากค่ะ ภาษาดีมากเลย อ่านเพลิน รอตอนต่อไปนะคะ
    #10
    0
  6. วันที่ 5 ธันวาคม 2561 / 16:17
    ขำตรง แขกจะกินพนักงาน 555 แย่ล่ะสิ เชอร์ลอย่าโกรธพี่นะ
    #7
    0
  7. #5 ป่าสีน้ำเงิน (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2561 / 07:29

    คุณเกร็กน่ารักมากๆเลยยย คุณไมครอฟต์ก็แอบซึนนะเนี่ย55555 เชอร์ล็อกนี่น่าเอ็นดูจริงๆ น่ารักกก

    #5
    0