[FanFic. Sherlock BBC] [Johnlock] Unspoken

ตอนที่ 23 : Unspoken ตอนที่ 21 : Holmes's

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 953
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 42 ครั้ง
    31 ต.ค. 59

          เสียงเครื่องครัวกระทบกันดังก๊องแก๊ง อยู่ในห้องครัวขนาดไม่ใหญ่นัก คุณโฮมส์เจ้าของบ้านในชุดเสื้อเชิร์ตลายสก็อตกำลังยืนรอไส้กรอกที่กริลล์อยู่ในกะทะอย่างใจเย็น คุณนายโฮมส์กำลังคนไวท์ครีมซอสในกะทะเบาๆ โดยมีคุณหมอหนุ่มยืนจับเวลาการต้มเส้นสปาเก็ตตี้ในหม้ออยู่ข้างๆ
          "จอห์น ชิมซอสให้แม่หน่อยซิว่ารสมันจัดเกินไปสำหรับเชอร์ลี่หรือเปล่า" หญิงสูงวัยยื่นช่อนด้ามยาวที่สะอาดให้จอห์น
          จอห์น วัตสันแตะช้อนนั้นลงไปในซอสที่กำลังเดือดเล็กน้อยในกะทะ แล้วชิมไวท์ซอสนั้น "อืม....ผมคิดว่าน่าจะเติมพริกไทยดำลงไปอีกนิดหน่อยนะครับ เชอร์ลินเริ่มจะทานพริกไทยได้บ้างแล้ว เติมอีกนิดนึงก็ได้ครับ"
          "โอเคจ้ะ" คุณนายโฮมส์พยักหน้าเข้าใจแล้วหันไปหยิบกระบอกพริกไทยดำข้างตัวมาหมุนพริกไทยลงไปอีก
          "เส้นสปาเก็ตตี้สุกแล้วนะครับคุณแม่" จอห์นปิดเตาแก๊ซฝั่งที่ใช้ต้มเส้นสปาเก็ตตี้ แล้วเดินไปดูชายสูงวัยที่กำลังพลิกไส้กรอกในกะทะย่าง "น่าทานจังเลยครับ"
          คุณโฮมส์ยิ้มและพูดว่า "มายครอฟเขาชอบกินน่ะ" เขาหันไปคีบไส้กรอกขึ้นมาพักในจานแล้วหันมาพูดกับจอห์นอีกครั้ง "จอห์นขีดรายการอาหารให้พ่อด้วย ไส้กรอกกริลล์เสร็จแล้วนะ" 
          "ได้ครับคุณพ่อ" จอห์นรับคำแล้วหยิบปากกาขึ้นมาขีดรายการอาหารที่อยู่บนโต๊ะเตรียมอาหาร "ไส้กรอกกริลล์เสร็จแล้ว สปาเก็ตตี้ของเชอร์ลินกำลังจะเสร็จ ในเตาอบมีเนื้อที่กำลังอบอยู่ อีก 10 นาทีสุก" จอห์นขีดรายการอาหารที่ทำเสร็จแล้วทิ้งไป
           "จอห์นจะทำสลัดเลยไหม พ่อจะหั่นกะหล่ำปลีให้" 
          "เดี๋ยวผมทำเองก็ได้ครับ คุณพ่อทำซุปปูไหมครับ ผมแกะเนื้อปูเตรียมไว้ให้แล้ว"
          "เดี๋ยวชั้นทำซุปปูเอง เชอร์ลเขาชอบกิน ชั้นจะทำของชอบของลูกชายชั้นเอง ที่รักคุณมาตักสปาเก็ตตี้ของเชอร์ลี่ให้ชั้นทีสิ" คุณนายโฮมส์พูดขึ้น
          จอห์นยิ้มให้กับความอลหม่านในห้องครัวที่เกิดจากความกะตือรือร้นที่จะทำอาหารให้ลูกชายผู้เป็นที่รักทั้งสองและหลานสาวตัวเล็กกิน
          เสียงรถยนต์ที่ไม่คุ้นหูเข้ามาจอดที่ลานกว้างหน้าบ้าน
          คุณโฮมส์เจ้าของบ้านรีบวางทัพพีลงบนจานรองทันทีที่ได้ยินเสียงรถมาจอด "ที่รัก คุณต้องมาตักสปาเก็ตตี้เองแล้ว มายครอฟมาแล้ว ผมจะไปเปิดประตูให้ลูกชายผม"

          "มายครอฟเอาเค้กของเชอร์ลินมาหรือเปล่า ถ้าลืมชั้นฆ่าเขาแน่" เชอร์ล็อค โฮมส์พูดแล้วนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับจอห์นที่กำลังยืนเตรียมผักเพื่อทำสลัดอยู่
          "เชอร์ลินล่ะ" จอห์นถาม
          "ได้ยินเสียงรถมาก็วิ่งไปหน้าประตูแล้ว" เชอร์ล็อคพูด "นี่ลูกชั้นหรือลูกมายครอฟกันแน่"
          จอห์นหัวเราะเบาๆ "อย่าลืมสิว่ามายครอฟมีเค้ก เชอร์ลินวิ่งหาทุกคนที่มีเค้กกับไอติม" จอห์นพูดแล้วหยิบช้อนเล็กๆคันหนึ่งให้เชอร์ล็อค "มาพอดีเลย ชิมน้ำสลัดซิ พอใจไหม"
           "ทำไมมาที่นี่ยังต้องกินสลัดอีก น่าเบื่อชะมัด" เชอร์ล็อคทำหน้าไม่พอใจ "ผมอยากกินพัฟไส้หมูได้ไหมหม่ามี้ ไม่อยากกินสลัด"
          "เดี๋ยวชั้นทำให้กินพรุ่งนี้เช้าก็ได้ ไม่เห็นต้องไปงอแงใส่แม่นายเลย"
          ผู้เป็นแม่ยิ้มแล้วเดินมาที่โต๊ะที่ชายหนุ่มทั้งสองยืนอยู่ ก่อนจะขมวดคิ้วสงสัยเมื่อเห็นจอห์นกำลังทำบางอย่าง "นั่นกำลังทำอะไรจ๊ะจอห์น"
          "คว้านเม็ดแตงกวากับมะเขือเทศน่ะครับ จะทำสลัดแตงกวา" จอห์นพูดขณะที่มือยังคงวุ่นวายอยู่กับแตงกวา "ลูกชายคุณแม่เป็นพวกกินยากน่ะครับ เขาไม่กินไส้กลางของแตงกวากับมะเขือเทศ ถ้าอยากจะให้เขากินสองอย่างนี้ต้องคว้านตรงกลางออกให้หมดไม่งั้นเขาไม่แตะเลย"
          คุณนายโฮมส์หันไปมองลูกชายคนเล็กที่กำลังนั่งมองเพื่อนร่วมแฟลตคว้านเม็ดแตงกวาลูกเล็กๆทีละลูกด้วยความตั้งใจ
          "ผมลืมคั้นน้ำแครอทให้เชอร์ลินเลยนะนี่ เดี๋ยวต้องหั่นแครอทด้วย"
          "เดี๋ยวแม่ทำน้ำแครอทของเชอร์ลี่เอง จอห์นทำสลัดแตงกวาให้เชอร์ลไปเถอะจ้ะ" คุณนายโฮมส์พูด "เห็นมั้ยเชอร์ล จอห์นเขาตั้งใจทำอาหารให้ลูกกินขนาดไหน ลูกจะมาร้องกินนั่นกินนี่ ถ้าเป็นแม่ แม่ไม่มาใส่ใจความกินยากของลูกแบบนี้หรอกนะ แม่จะหั่นแตงกวาทั้งลูกนั่นแหละให้กิน"
          "โถ่หม่ามี้ ก็ผมไม่ชอบกินผักนี่ครับ"
          
          "คุณย่าขาลุงไมค์มาแล้วค่ะ" เสียงของเชอร์ลิน โฮมส์ดังขึ้น มือเล็กจูงมือชายใส่สูทสีน้ำตาลเนคไทด์สีแดงเดินเข้ามาในห้องครัว
          "ไมค์ลูกแม่" คุณนายโฮมส์พูดด้วยเสียงดีใจแล้วเดินไปหาลูกชายคนโตที่พึ่งมาถึง
          "คิดถึงจังเลยครับหม่ามี้" มายครอฟ โฮมส์พูดแล้วยื่นมือโอบเอวผู้เป็นแม่ "หม่ามี้น้ำหนักลงไป 4 ปอนด์เลยใช่มั้ยครับ"
           "น้ำหนักขึ้น 3 ปอนด์ต่างหาก" เชอร์ล็อคพูด
          "แย่จริงๆเลยเชอร์ล ใครเขาทักเวลาผู้หญิงน้ำหนักขึ้นกัน" คุณนายโฮมส์ดุลูกชายคนเล็ก "ความจริงขึ้นแค่ 2 ปอนด์ต่างหาก"
          "3 ปอนด์ครับหม่ามี้ หม่ามี้ลองชั่งใหม่ดูสิครับ" เชอร์ล็อคพูด และเขาก็ได้รับสายตาดุๆจากหม่ามี้ของตัวเองมาเป็นคำตอบ
          "ถึงอย่างนั้นก็ยังสวยนะครับ" มายครอฟพูด
          "ปากหวานเหมือนเดิมเลยนะไมค์" ผู้เป็นแม่ยิ้ม
          "ปากหวานเฉพาะเวลาอยู่กับหม่ามี้เท่านั้นแหละครับ พูดกับคนอื่นนี่เย็นชาเหมือนเดิม" เชอร์ล็อคพูด "ไม่เชื่อแม่ถามเลสเตรดสิครับ"
          จอห์นขมวดคิ้วสงสัยแล้วมองตามสายตาของเชอร์ล็อคไปที่หน้าประตูบ้าน....เชอร์ล็อคเรียกเลสเตรด?
          ชายหนุ่มที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดีเดินเข้าบ้านมา ในมือของเขาเป็นกล่องเค้กร้านโปรดของเชอร์ลิน
          "เอ่อ.....สวัสดีครับ" นายตำรวจกล่าวทักทาย
          "เกร็ก....นี่นาย....มาได้ยังไงน่ะ" จอห์นทำหน้าตกใจเหมือนเห็นวัตถุจากนอกโลก
          "ก็ขับรถมาไงจอห์น ถามอะไรโง่จังเลย" เชอร์ล็อคพูด
          "นายอยากโดนมีดคว้านแตงกวาเสียบหน้าอกมั้ยเชอร์ล็อค" จอห์นพูดเสียงดุ
          "นี่ไงที่รัก สารวัตรที่ไมค์เคยเล่าให้ฟัง" คุณโฮมส์ดึงเลสเตรดเข้ามาในห้องครัว
          "เอ่อ.....สวัสดีครับ ผมเกร็ก เลสเตรดครับ" สารวัตรแนะนำตัว ก่อนจะหันไปกระซิบกับคนที่นั่งรถมาด้วยกัน "คุณเล่าอะไรให้พ่อกับแม่คุณฟังเนี่ย?"
          มายครอฟไม่ได้ตอบคำถามนั้น เขาหันไปคุยกับพ่อและแม่ของตนเอง "เขาเป็นเพื่อนของเชอร์ล็อคกับจอห์นครับ"
          เชอร์ล็อคหัวเราะในลำคอเบาๆ มายครอฟเหลือบตามองน้องชายแว้บนึงแล้วทำเป็นไม่สนใจอะไร
          "สงสัยอะไรก็ถามเองเลยสิจอห์น มาอ้าปากค้างทำหน้างงอะไร" เชอร์ล็อคพูด
          "เพื่อนชั้นมากับนายได้ยังไงมายครอฟ" จอห์นถาม
          "ก็นายสองคนเอารถชั้นมาใช้ ชั้นไม่มีรถขับมา เขาเลยขับมาส่งให้"
          "นายมารถไฟก็ได้ 2 ชั่วโมงก็ถึงแล้ว" จอห์นพูดแล้วหันไปถามเลสเตรด "นี่นายมาทำไมเนี่ยเกร็ก"
          "แล้วนายมาทำไมล่ะจอห์น นี่งานภายในครอบครัวชั้นนะ" มายครอฟถาม
          "เชอร์ล็อคพาชั้นมา พ่อแม่นายก็ชวนด้วย" จอห์นตอบ
          "พ่อแม่ชั้นก็ชวนเขามาเหมือนกัน" มายครอฟตอบแล้วยักคิ้วให้จอห์น 1 ครั้ง
          "เชอร์ล็อค นายมีอะไรจะอธิบายหรือเปล่า" จอห์นหันมาถามเพื่อนร่วมแฟลต
          "เอ่อ....ขอโทษครับ" เลสเตรดขัดจังหวะขึ้น "เอาเค้กไว้ที่ไหนดีครับ ผมกลัวเค้กมันเละ" 
          "โอ้ เอามาให้พ่อ เดี๋ยวพ่อเอาไปเก็บเองนะ" คุณโฮมส์เจ้าของบ้านรับกล่องเค้กก้อนโตมาถือไว้แล้วนำไปเก็บไว้ในตู้เย็น
          "หนุ่มๆอย่าพึ่งคุยกัน ไมค์พาสารวัตรเขาไปพักผ่อนก่อนนะ อีกแปบนึงอาหารเย็นจะเสร็จแล้ว แล้วค่อยมาทานกัน" คุณนายโฮมส์กล่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
          มายครอฟหอมแก้มผู้เป็นแม่หนึ่งครั้งก่อนจะเดินนำนายตำรวจไปพักผ่อนที่ห้องรับแขกที่อยู่ห้องถัดไป
           "อย่าพากันเข้าไปในห้องนอนนะ แบบนั้นไม่เรียกว่าพักผ่อน" เชอร์ล็อคตะโกนตามหลังพี่ชาย
          "เชอร์ล็อค !!!" จอห์นดุเพื่อนร่วมแฟลตเสียงดังหลังจากที่เจ้าเพื่อนตัวดีพึ่งแซวพี่ชายไปด้วยประโยคกำกวม "ชั้นจะเอามีดแทงนายจริงๆแล้วนะจะได้อยู่เงียบๆ"
          "หม่ามี้......จอห์นจะทำร้ายร่างกายผมแล้ว" เชอร์ล็อคพูดด้วยใบหน้ามุ่ยเพราะวันนี้เขาโดนจอห์นดุหลายครั้งเกินไปแล้ว
          "แม่กำลังคิดว่าเชอร์ลควรจะออกจากห้องครัวไปได้แล้ว อยู่ตรงนี้ไม่เกิดประโยชน์อะไรเลยเพราะลูกทำอาหารไม่เป็น" ผู้เป็นแม่กล่าวโดยไม่สนใจลูกชายของตนเอง "พาเชอร์ลี่ดูการ์ตูนรอเลย ในครัวมีน้ำร้อนมันอันตราย"
          "หม่ามี้ไม่ช่วยผมเลย จอห์นขู่ฆ่าลูกชายหม่ามี้นะครับ" เชอร์ล็อคพูดด้วยเสียงงอนก่อนจะหันไปคุยกับลูกสาวตัวเล็กที่ยืนอยู่ข้างๆ "เชอร์ลิน เราไปดูการ์ตูนกันดีกว่า ที่นี่ไม่มีใครต้องการเราสองคนเลย"
          เด็กหญิงเชอร์ลินมองผู้เป็นพ่อตาแป๋ว ก่อนจะคิดบางอย่างออกแล้ววิ่งไปหาคุณปู่ของตนเองทันที
          "คุณปู่คะ เราไปดูการ์ตูนกันมั้ยคะ เชอร์ลินอยากดูการ์ตูน" เชอร์ลินดึงชายเสื้อชายสูงวัยเบาๆ
          "โอ้ หลานปู่อยากดูการ์ตูนหรอ ไปสิ ไปดูการ์ตูนกันนะ" ชายสูงวัยพูดแล้วอุ้มหลานสาวไปยังห้องดูโทรทัศน์ที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งของบ้าน
          เชอร์ล็อคทำหน้ามุ่ยอีกครั้งเมื่อเห็นพ่อของตนเองพาลูกสาวเดินจากไป จอห์นจึงหัวเราะออกมาเบาๆ "ดูสิ เชอร์ลินยังรู้เลยว่าควรจะไปกับใคร"



          มื้อค่ำผ่านไปอย่างอบอุ่น นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ทั้งมายครอฟและเชอร์ล็อคกลับมารับประทานอาหารที่บ้านพร้อมๆกันหลังจากที่ทั้งสองย้ายไปใช้ชีวิตที่ลอนดอน อาหารเย็นที่เป็นของโปรดของลูกชายทั้งสองที่ทั้งพ่อและแม่ตั้งใจทำอย่างสุดฝีมืออย่างซุปปูและไส้กรอกคัมเบอร์แลนด์กริลล์กับสมุนไพร ถูกจัดการด้วยสองพี่น้องจนหมดเกลี้ยงในเวลาอันรวดเร็ว
          นอกจากนั้นยังมีอาหารอื่นๆที่จอห์นเป็นลูกมือในการช่วยทำไม่ว่าจะเป็นสปาเก็ตตี้คาโบนาร่า สลัดแตงกวากับมะเขือเทศ เนื้ออบกับโรสแมร์รี่ พายไก่กับปลาและยังมีน้ำผลไม้รวมในสูตรของจอห์นอีกเหยือกใหญ่อีกด้วย
          บทสนทนาบนโต๊ะอาหารก็จะเป็นเรื่องราวในวัยเด็กของสองพี่น้องซะเป็นส่วนใหญ่ มายครอฟดูจะไม่ได้มีปัญหาอะไรมากนักต่างจากเชอร์ล็อค เขาพยายามที่จะห้ามพ่อกับแม่ไม่ให้เล่าเรื่องต่างๆของตนอยู่ตลอดเวลา
          คุณนายโฮมส์เล่าว่าเชอร์ล็อคในวัยเด็กนั้นขี้อ้อนมาก เป็นเด็กติดแม่และพี่ชาย แล้วยิ่งเป็นลูกชายคนเล็กยิ่งมีทักษะในการอ้อน การเอาแต่ใจและความซนมากเป็นพิเศษจนทำให้พ่อแม่และพี่ชายปวดหัวอยู่บ่อยๆ เชอร์ล็อคเป็นน้องที่อายุห่างจากมายครอฟถึง 7 ปี มายครอฟจึงรักน้องชายตัวเล็กคนนี้มากและค่อนข้างที่จะตามใจ จนโตมาเชอร์ล็อคจึงมีนิสัยเอาแต่ใจเช่นนี้
          มายครอฟและเชอร์ล็อคมองหน้ากันแว้บหนึ่งตอนที่แม่ของทั้งสองพูดว่ามายครอฟรักเชอร์ล็อคมากขนาดไหนในวัยเด็ก เชอร์ล็อคพ่นลมหายใจอย่างรุนแรงด้วยความหงุดหงิดและพึมพำเบาๆว่า 'นี่นะรักและตามใจ? ตรงไหนกันล่ะ?'

          หลังมื้ออาหารสารวัตรหนุ่มอาสารับหน้าที่เป็นคนทำความสะอาดโต๊ะและจานเองเพราะดูเหมือนว่าเขาจะยังไม่ได้ทำอะไรเลยแต่ถูกคุณโฮมส์เจ้าของบ้านห้ามไว้ก่อนเพราะอย่างไรก็ตามเลสเตรดก็เป็นแขกของบ้าน เดี๋ยวเขาจะให้เจ้าบ้านมาดูแลในเรื่องนี้เพราะขณะนี้มันถึงเวลาสำคัญ......ถึงเวลาเป่าเทียนวันเกิดของเด็กหญิงเชอร์ลิน โฮมส์แล้ว
          ทุกคนย้ายตัวเองจากห้องรับประทานอาหารไปยังห้องรับแขกที่อยู่ถัดไป ภายในห้องถูกตกแต่งไว้อย่างเรียบง่ายแต่น่ารักสำหรับเจ้าของวันเกิดอันเป็นที่รักของครอบครัว มีกองกล่องของขวัญจำนวนหนึ่งอยู่บนโต๊ะตรงมุมห้อง บนพื้นเต็มไปด้วยลูกโป่งและลูกบอลลูกเล็กหลากสีสัน มีเชือกเล็กๆร้อยอยู่ตรงหน้าต่างของห้อง ที่เชือกนั้นเป็นรูปถ่ายของเชอร์ลินที่เชอร์ล็อคถ่ายเก็บไว้ตั้งแต่วันแรกที่เชอร์ลินมาอยู่กับเขา บนกำแพงเป็นกระดาษสีตัดเป็นข้อความว่า 'Happy Birthday Sherlyn Holmes'  งานปาร์ตี้เล็กๆนี้ถูกจัดขึ้นมาด้วยฝีมือของเชอร์ล็อค เขาเตรียมทุกอย่างมาจากที่ลอนดอนและจัดมันเงียบๆตอนที่แม่ให้เขาออกมาจากห้องครัวมาเมื่อช่วงเย็น
          "ชอบมั้ยเชอร์ลิน พ่อจัดให้ลูกด้วยตัวเองเลยนะ" เชอร์ล็อคถามคนตัวเล็กที่เขากำลังอุ้มอยู่
           เชอร์ลินกดริมฝีปากเล็กไปที่แก้มของผู้เป็นพ่อเบาๆ "ชอบค่ะคุณพ่อ ชอบมากๆเลย ขอบคุณนะคะ"
          เชอร์ล็อคยิ้มพอใจที่ลูกสาวคนเดียวชอบในสิ่งที่เขาทำให้ เขาปล่อยให้เชอร์ลินวิ่งเข้าไปเล่นลูกโป่งที่อยู่ที่พื้นห้องอย่างสนุกสนาน 
           "ทำอะไรแบบนี้เป็นด้วยหรอเนี่ย" จอห์นถามเมื่อเห็นสิ่งที่เชอร์ล็อคทำให้เชอร์ลิน
          "เพื่อความสุขของลูกแล้วสิ่งนี้มันเล็กน้อยมากเลย" เชอร์ล็อคตอบแล้วเดินเข้าไปหามายครอฟที่ยืนดูรูปเชอร์ลินตรงหน้าต่างแล้วพูดคุยอะไรบางอย่างกันอยู่สักพักก่อนที่มายครอฟจะเดินแยกออกมา
          มายครอฟเดินไปที่เปียโนหลังใหญ่ภายในห้องรับแขก เขาเปิดฝาครอบลิ่มนิ้วขึ้นแล้วนั่งลงที่เก้าอี้ตรงหน้าเปียโนนั้น เขาไล่นิ้วเรียวลงไปที่ลิ่มเปียโนเบาๆคล้ายกับกำลังเช็คเสียง ทางด้านเชอร์ล็อคเขาเดินไปที่มุมห้องแล้วหยิบกล่องไม้ขัดเงาอย่างสวยงามที่คุ้นตาจอห์นเป็นอย่างดี นั่นคือกล่องเก็บไวโอลินสตราดิวาเรียสอันมีชื่อและมีราคา ไวโอลินคันโปรดของเชอร์ล็อค โฮมส์
          เชอร์ล็อควางไวโอลินคันหรูลงบนบ่าแล้วสีมันช้าๆ มายครอฟเองก็เริ่มบรรเลงเพลงด้วยเปียโนหลังใหญ่หลังนั้นเช่นกัน เพลงที่สองพี่น้องตระกูลโฮมส์บรรเลงเป็นเพลงที่เรียบง่ายที่ใครต่างก็รู้จักกันเป็นอย่างดี
          เพลง Happy Birthday ถูกบรรเลงด้วยเครื่องดนตรีชิ้นโปรดของทั้งสองเพื่อเป็นของขวัญวันเกิดแก่เด็กหญิงผู้เป็นที่รักยิ่งของสองพี่น้องตระกูลโฮมส์
           เพลงวันเกิดที่ใครๆล้วนรู้จักกันดีแต่เมื่อมันถูกเล่นด้วยนักดนตรีที่มีทักษะการเล่นเป็นเลิศราวกับการบรรเลงเพลงในครั้งนี้เป็นโชว์จากนักดนตรีชื่อดังของโลก เพลง Happy Birthday ที่แสนจะเงียบง่ายก็กลายเป็นเพลงบรรเลงชั้นยอดไปเลยทีเดียว
          "Happy Birthday to you , Happy Birthday to you , Happy Birhday , Happy Birthday , Happy Birthday to you" เสียงจอห์นนำร้องเพลงอวยพรวันเกิดให้เชอร์ลินขณะที่ในมือของเขาก็กำลังถือเค้กก้อนโตที่ปักเทียนไว้สว่างไสว ทุกคนในห้องก็ร่วมกันร้องอย่างมีความสุข
          จอห์นถือเค้กมาหยุดอยู่ตรงหน้าเชอร์ลิน เด็กหญิงตาโตด้วยความดีใจที่ได้เห็นเค้กวันเกิดของตนเอง เธอหันไปมองผู้เป็นพ่อและลุงที่กำลังเล่นดนตรีอวยพรวันเกิดให้เธอ คุณปู่กับคุณย่า ลุงเกร็กและอาจอห์นที่กำลังร้องเพลงอวยพรให้เธอ....นี่คงเป็นงานวันเกิดที่ดีที่สุดในชีวิตของเธอเลย
          "ขอพรก่อนเป่าเทียนนะเชอร์ลิน" จอห์นพูดแล้วยื่นเค้กไปใกล้ๆกับหน้าของเด็กหญิง เชอร์ลินหลับตาแล้วพูดบางอย่างที่ไม่มีเสียงออกมาอยู่สักพัก ก่อนจะเป่าเทียนทุกเล่มบนเค้กให้ดับลง
          เชอร์ล็อคและมายครอฟค่อยๆหยุดเล่นเพลงช้าๆเมื่อเห็นเชอร์ลินเป่าเทียนดับหมดแล้ว เชอร์ล็อคเก็บไวโอลินลงกล่องไม้อย่างเรียบร้อยก่อนจะเดินไปที่เด็กหญิงผู้เป็นเจ้าของวันเกิด เขาจุมพิตไปที่หน้าผากเล็กของลูกสาวอย่างแผ่วเบา
          "สุขสันต์วันเกิดนะลูกรัก" เชอร์ล็อคลูบศีรษะของลูกสาวเบาๆ แล้วหยิบบางอย่างออกมาจากภายในเสื้อสูทของตนเอง มันเป็นกล่องทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าสีดำสนิทอันไม่ใหญ่มากนัก เขายื่นมันให้กับเจ้าของวันเกิด "ของขวัญวันเกิดของเชอร์ลิน"
          เด็กหญิงรับกล่องนั้นมาแล้วเปิดฝากล่องออก ด้านในเป็นนาฬิกาข้อมือเรือนเล็กสำหรับเด็กผู้หญิง เชอร์ล็อคหยิบนาฬิกาเรือนนั้นมาทาบเข้าที่ข้อมือเล็กของลูกสาว
          "พ่อสั่งช่างทำนาฬิกาที่สวิตเซอร์แลนด์ให้เขาทำให้เชอร์ลินใหม่ มันจะเป็นนาฬิกาเรือนแรกของเชอร์ลิน ข้างหลังมีชื่อเชอร์ลินสลักติดไว้ด้วยเห็นมั้ย" เชอร์ล็อคพลิกด้านหลังของนาฬิกาด้านหลังมีอักษรตัวเล็กสลักไว้ว่า 'Sherlyn'  
          เชอร์ล็อคชี้ไปที่ปุ่มเล็กๆข้างหน้าปัดนาฬิกา "ปุ่มสีแดงอันนี้ เชอร์ลินต้องเปิดไว้ เขาเรียกว่า GPS พ่อจะได้รู้ว่าเชอร์ลินกำลังอยู่ที่ไหน" เชอร์ล็อคพูด "ส่วนปุ่มสีดำนี้ มันเป็นปุ่มกดเปลี่ยนหน้าปัดนาฬิกาเป็นหน้าจอโทรศัพท์"
          "อันนี้เชอร์ลินใช้โทรศัพท์ได้จริงๆใช่มั้ยคะคุณพ่อ" เชอร์ลินถามด้วยอาการตื่นเต้นดีใจ
          เชอร์ล็อคยิ้ม "ได้สิ มันเป็นโทรศัพท์ของเชอร์ลิน เอาไว้โทรหาพ่อกับอาจอห์นนะ"
          "อ้าว แล้วชั้นล่ะ" มายครอฟขมวดคิ้วสงสัย
          "ชั้นไม่ให้ลูกชั้นโทรหานายหรอกมายครอฟ ถ้านายจะคุยกับเชอร์ลินนายต้องโทรเข้าโทรศัพท์มือถือของชั้นเท่านั้น แล้วชั้นจะคัดกรองเป็นรายครั้งไปว่าให้คุยด้วยได้หรือเปล่า" เชอร์ล็อคพูด "ห้ามแฮ็คโทรศัพท์ของเชอร์ลินด้วย เดี๋ยวชั้นจะเอาไปอัพเกรดป้องกันการโดนแฮ็ค"
          "อย่างนี้เชอร์ลินจะโทรหาอาจอห์นกับคุณพ่อทั้งวันเลย" เชอร์ลินพูด
          "แต่ที่โรงเรียนไม่ให้เอาโทรศัพท์มือถือเข้าไป ดังนั้นอยู่ที่โรงเรียนเชอร์ลินต้องกดปิดทั้งสองปุ่มไว้ก่อนให้มันเป็นแค่นาฬิกา เลิกเรียนแล้วค่อยกดเปิดนะ เดี๋ยวอาจะบอกครูที่โรงเรียนไว้ว่าให้เตือนเชอร์ลินว่าอย่าลืมปิดโทรศัพท์" จอห์นพูด
          "อันนี้ของขวัญวันเกิดจากปู่กับย่านะเชอร์ลิน" คุณโฮมส์เจ้าของบ้านยื่นกล่องของขวัญที่หยิบมาจากโต๊ะตรงมุมห้องยื่นให้หลานสาว
          เชอร์ลินหยิบกล่องนั้นมารับไว้ กล่องของขวัญสีชมพูถูกเปิดออกด้วยมือเล็กๆของเด็กหญิง
          ด้านในกล่องของขวัญเป็นชุดกระโปรงฟูๆสีชมพูอ่อนในไซส์ที่เชอร์ลินใส่ได้ เด็กหญิงตาโตด้วยความดีใจทันทีที่เห็นสิ่งนั้น
          "นี่ชุดบัลเล่ต์นี่คะคุณปู่" เชอร์ลินหยิบชุดมาทาบกับตัวเอง "ใส่ได้พอดีเลย"
          "คุณพ่อของเชอร์ลินเขาโทรมาบอกขนาดตัวของเชอร์ลินน่ะจ้ะ" คุณนายโฮมส์ตอบ "นี่ย่าตัดเองกับมือเลยนะ ไม่ได้ไปซื้อมานะ"
          "คุณย่าเขาอยากตัดชุดกระโปรงแบบนี้มาตั้งนานแล้วแต่ในบ้านไม่มีเด็กผู้หญิงเลยน่ะสิ นี่ได้โอกาสเลยตัดชุดบัลเล่ต์ให้เชอร์ลินเสียเลย เพราะเชอร์ล็อคบอกว่าหลานพึ่งเริ่มเรียนบัลเล่ต์" คุณโฮมส์พูด "นี่ปู่เป็นคนไปซื้อผ้านะ ปู่มีส่วนร่วมกับชุดนี้ด้วย"
            เชอร์ลินยิ้ม "ขอบคุณค่ะคุณปู่คุณย่า เดี๋ยวเชอร์ลินจะใส่ไปเรียนบัลเล่ต์ทุกวันเลย" 
          "อันนี้ของขวัญจากลุงกับลุงเกร็กนะเชอร์ลิน" มายครอฟยื่นกล่องสีเหลี่ยมจตุรัสสีแดงเข้มทรงสูงให้กับเชอร์ลิน "หลานจะชอบหรือเปล่าก็ไม่รู้"
          "ถึงกับซื้อของขวัญร่วมกันเลยหรือนี่" เชอร์ล็อคพูดขึ้นมาลอยๆ แต่ดูเหมือนจะไม่มีใครสนใจอะไร
          "มันคืออะไรหรอคะ" เชอร์ลินสงสัยแล้วรับกล่องรูปทรงแปลกตามา แล้วค่อยๆเปิดฝาออก
          ด้านในเป็นกล่องดนตรีที่แกะสลักจากไม้ขัดเงา กลไกด้านในของกล่องดนตรีเป็นสีทองอร่าม ด้านบนของกล่องดนตรีเป็นตุ๊กตาไม้แกะสลักเป็นรูปแมวตัวเล็กๆ เชอร์ลินเปิดฝากล่องดนตรีออก แล้วเพลงก็เริ่มบรรเลง
           "เพลงเพราะจังเลยค่ะ" เชอร์ลินพูด "นี่มันเสียงเปียโนใช่มั้ยคะ"
          "ใช่จ้ะ เป็นเสียงเปียโน" เกร็กตอบ "ลุงไมค์ของเชอร์ลินเขาเป็นคนเล่นเพลงนี้เองนะ นี่มันกล่องดนตรีสั่งทำ ไม่ได้มีขายที่ไหนเลย"
          "ลุงไมค์เก่งจังเลย เพลงเพราะมากๆขอบคุณนะคะ" เชอร์ลินยิ้ม "แมวตัวนี้ใช่เชอร์ลี่แมวของลุงไมค์รึเปล่าคะ" เชอร์ลินชี้ไปที่ตุ๊กตาแมวตัวเล็กๆที่อยู่บนฝาปิด
          "ใช่เลย นี่คือเชอร์ลี่ แมวที่บ้านของลุง" มายครอฟตอบแล้วเอามือลูบผมหลานสาวเบาๆ "ไปหาเชอร์ลี่ที่บ้านลุงบ้างสิ เชอร์ลี่คิดถึงเชอร์ลินแล้วแน่ๆ"
          "เชอร์ลินก็คิดถึงเชอร์ลี่ค่ะ อยากจะไปเล่นกับเชอร์ลี่อีก" 
          "เอ่อ....ทุกคนให้ของขวัญพิเศษมากจนของผมเป็นของธรรมดาๆไปเลย" จอห์นพูดขณะที่เดินไปหยิบกล่องของขวัญที่โต๊ะตรงมุมห้อง "รู้อย่างนี้ผมน่าจะแอบถามเชอร์ล็อคว่าเขาซื้ออะไร"
          จอห์นเดินกลับมาพร้อมกับกล่องของขวัญที่ใบใหญ่ที่สุดในงาน เขายื่นให้หลานสาวแล้วพูดว่า "สุขสันต์วันเกิดนะเชอร์ลิน นี่เป็นของขวัญจากอานะ"
           เชอร์ลินเปิดกล่องของขวัญใบใหญ่แล้วดึงของที่อยู่ด้านในออกมา มันคือตุ๊กตาหมูสองตัวที่กำลังโอบกอดกัน เชอร์ลินยิ้มออกมาด้วยความดีใจ
          "ตุ๊กตาหมูสีชมพู !" เชอร์ลินร้องออกมาด้วยความดีใจ
          "ชอบรึเปล่าเชอร์ลิน ถ้าไม่ชอบกลับลอนดอนไปอาจะซื้อให้ใหม่" จอห์นพูด
          "ไม่ต้องซื้อใหม่ค่ะอาจอห์น เชอร์ลินชอบตุ๊กตาหมูของอาจอห์นค่ะ" เชอร์ลินเดินไปจับมือของจอห์น "นี่ลูกหมูหรือเปล่าคะ" 
          "ตัวนี้ลูกหมู" จอห์นชี้ไปที่ตุ๊กตาหมูตัวที่เล็กกว่า แล้วก็ชี้มาอีกตัวที่ตัวใหญ่กว่า "ส่วนตัวนี้ก็พ่อหมู"
          "พ่อหมูกับลูกหมูเหมือนเชอร์ลินกับอาจอห์นเลยค่ะ" เชอร์ลินพูด
          "ใช่ สองตัวนี้คือเชอร์ลินกับอา พ่อหมูกับลูกหมูกอดกัน เรากอดกันทุกวันเลย" จอห์นพูดแล้วก้มตัวกอดหลานสาวเบาๆ "สุขสันต์วันเกิดนะลูกหมู เชอร์ลินเป็นของขวัญที่ดีที่สุดในชีวิตของอาด้วยรู้มั้ย"
          "เชอร์ลินก็รักพ่อหมูนะคะ" เชอร์ลินยื่นแขนเล็กๆมากอดตอบจอห์นเช่นกัน
           "แกะของขวัญหมดแล้วก็ได้เวลากินเค้กแล้วสิ" คุณโฮมส์พูดขึ้น "ใครอยากกินเค้กกับปู่บ้าง" 
           "กินค่ะ เชอร์ลินอยากกินเค้ก" เชอร์ลินชูมือขึ้นมาอย่างดีใจ จนทุกคนหัวเราะออกมาพร้อมกัน
          "ไปตัดเค้กกันเนอะ" คุณนายโฮมส์พูดแล้วหันมาหาลูกชายทั้งสอง "ส่วนเจ้าบ้านทั้งสองคน ไปจัดการของในครัวด้วยจ้ะ"
          "ผมสองคนหรือครับ?" มายครอฟชี้ไปที่ตัวเองและน้องชาย "หม่ามี้ล้อเล่นแน่ๆ"
          "ไมค์จะให้พ่อกับแม่เป็นคนทำหรือจ๊ะ?" คุณนายโฮมส์กอดอกถาม "หรือลูกจะให้แขกของบ้านทั้งสองคนเป็นคนทำ"
          "พวกผมโตแล้วนะครับหม่ามี้ ให้ทำอะไรเป็นเด็กๆเลย" เชอร์ล็อคพูดเสียงเบา "รอพรุ่งนี้เช้า ให้แม่บ้านมาทำก็แล้วกันครับ" 
          "โอ้ใช่สิ" คุณนายโฮมส์พูด "พอมีแฟนกันแล้วก็ไม่ค่อยสนใจแม่กันเลยสินะ น่าน้อยใจจริงๆเชียว"
          "หม่ามี้อย่าพูดแบบนั้นสิครับ" มายครอฟและเชอร์ล็อคร้องออกมาพร้อมกันแล้วรีบเดินไปโอบเอวแม่ของตนเองกันคนละข้าง "ใครบอกว่าพวกผมไม่สนใจหม่ามี้กันล่ะครับ"
          "เดี๋ยวผมสองคนจัดการเองก็ได้ อย่างอนนะครับหม่ามี้เดี๋ยวไม่สวยนะ" มายครอฟพูด
          "สรุปว่ายอมรับกันแล้วสินะว่าที่พามากันน่ะคือแฟน" คุณนายโฮมส์พูดเสียงเบา
          มายครอฟและเชอร์ล็อคมองหน้ากันก็จะพูดออกมาอย่างพร้อมเพรียงว่า "แค่เพื่อนครับหม่ามี้"
           "เพื่อน?" ผู้เป็นแม่ขมวดคิ้ว "โอ้...เพื่อนจริงๆด้วย อีกคนเพื่อนร่วมแฟลต อีกคนก็เพื่อนของน้องชายตัวเอง"
          สองพี่น้องมองไปยังแขกที่พามาทั้งสองคนที่กำลังช่วยเชอร์ลินตัดเค้กอยู่ที่โต๊ะตรงมุมห้อง
          "ผมสองคนขอโทษนะครับหม่ามี้" มายครอฟพูดแล้วกระชับแขนให้โอบเอวแม่ของตนแน่นขึ้นเล็กน้อย
          "ขอโทษอะไรกัน ลูกสองคนทำผิดอะไร"
          "ผมสองคนขอโทษที่นอกเหนือจากเชอร์ลินแล้วหม่ามี้กับคุณพ่อคงไม่มีหลานให้อุ้มอีก" เชอร์ล็อคพูด "พวกผมขอโทษที่ไม่สามารถแต่งงานกับผู้หญิงแล้วมีหลานให้คุณพ่อกับหม่ามี้ได้"
          "เลี้ยงเชอร์ลินคนเดียวก็เหนื่อยแล้ว เด็กอะไรพลังเยอะเหลือเกิน นี่ตั้งแต่มาถึงยังไม่ยอมนั่งนิ่งๆเลยนะ" คุณนายโฮมส์พูดด้วยใบหน้ายิ้ม
          "หม่ามี้เสียใจมั้ยครับ ที่พวกผม....ไม่ได้มีความรู้สึกพิเศษกับผู้หญิง ไม่เหมือนลูกชายบ้านอื่น...." มายครอฟถาม "มันคงดีกว่านี้ถ้าคนที่พวกผมพามาให้หม่ามี้เจอจะเป็นลูกสาวของใครซักคน"
          "ลูกสองคนคิดมากกันเกินไปแล้ว" คุณนายโฮมส์พูดแล้วยื่นแขนโอบลูกชายทั้งสอง "แม่กับพ่อภูมิใจในตัวลูกสองคนมากๆต่างหาก และไม่เคยโกรธเลยไม่ว่าลูกสองคนจะเป็นยังไงก็ตาม ลูกรักใครพ่อกับแม่ก็รักด้วยทั้งนั้น แม่ออกจะยินดีด้วยซ้ำที่ลูกแม่ก็มีหัวใจ ก็รักใครเป็น ไม่ได้แข็งทื่อไร้ชีวิต ไร้หัวใจอย่างที่แม่กังวล"
          "ผมเป็นตัวประหลาดในสายตาคนอื่นมาตั้งแต่เด็ก แล้วโตมายังเป็น......เป็นแบบนี้อีก ผมไม่อยากให้หม่ามี้อายใครเขา" เชอร์ล็อคพูด
          "เชอร์ล ลูกไม่ได้เป็นตัวประหลาด ลูกเป็นคนที่พิเศษกว่าคนอื่นๆต่างหาก ทำไมแม่จะต้องสนใจคำพูดของคนอื่นที่เขาไม่ได้รักลูกของแม่ด้วยล่ะจริงมั้ย" คุณนายโฮมส์พูดแล้วกอดลูกชายทั้งสองคน "แม่กับพ่อรักลูกมากๆ ไม่ว่ายังไงก็รัก ลูกจะเป็นยังไงพ่อกับแม่ก็รักไม่เปลี่ยนหรอกนะ"
          มายครอฟและเชอร์ล็อคกอดผู้เป็นแม่ตอบกลับ "ผมสองคนก็รักหม่ามี้กับคุณพ่อนะครับ"
          "ดีมากจ้ะ" ผู้เป็นแม่ยิ้ม "รักพ่อกับแม่ก็ไปล้างจานในครัวให้พ่อกับแม่หน่อยนะ แม่ไม่อยากทิ้งไว้จนแม่บ้านมาล้างพรุ่งนี้"
          "โห หม่ามี้ คิดว่าซึ้งจนลืมไปแล้วเสียอีก" เชอร์ล็อคบ่น



          ในห้องครัวของบ้านประจำตระกูลโฮมส์ ชายหนุ่มวัย 35 ปี ในชุดสูทเต็มยศสีน้ำตาลอ่อน มือทั้งสองของเขาสวมถุงมือล้างจานสีส้มที่ยาวจนเกือบจะถึงข้อศอก ชายหนุ่มกำลังบีบน้ำยาล้างจานใส่ฟองน้ำสีเหลืองและตีให้เกิดฟองเล็กน้อย
          "อย่าบอกให้ใครรู้เชียวว่าผู้อำนวยการหน่วยข่าวกรองของอังกฤษมายืนล้างจานให้แม่" มายครอฟพูดขณะล้างจาน
          "แล้วก็อย่าบอกให้ใครรู้เชียวว่าเชอร์ล็อค โฮมส์มายืนเช็ดจานแทนพ่อ" ชายหนุ่มวัย 28 ปี ในชุดเสื้อเชิร์ตแขนยาวทับด้วยสูทหรูสีดำพูดขึ้น
          "รู้ถึงไหนอายถึงนั่น !! " ทั้งสองพูดขึ้นพร้อมกัน
          เชอร์ล็อคมองไปในห้องรับแขก พ่อและแม่ของเขากำลังขนอัลบั้มรูปเก่าๆมาให้แขกผู้มาเยือนทั้งสองดู ทั้งสองคนนั้นก็ดูจะสนอกสนใจรูปในอดีตของสองพี่น้องสุดยอดอัจฉริยะนี้มากเลยทีเดียว
          "หม่ามี้เอารูปมาอวดใหญ่เลย จบกันชีวิตแสนเพอร์เฟ็คของเชอร์ล็อค โฮมส์" เชอร์ล็อคพูดเสียงเศร้า "จอห์นไม่น่ามาเห็นรูปแบบนี้เลย"
          "รูปตอนแต่งตัวเป็นผึ้งตอนอนุบาลน่ะหรือ" มายครอฟถาม
          "หยุดพูด !!" เชอร์ล็อคพูดขึ้นเสียงดัง "เพราะนายนั่นแหละ ถ้านายซื้อเครื่องล้างจานให้หม่ามี้ เราสองคนก็ไม่ต้องมายืนล้างกันแบบนี้หรอก"
          "ซื้อให้แล้วแต่หม่ามี้ไม่ใช้ หม่ามี้ไม่ชอบ" มายครอฟตอบแล้วยื่นจานให้น้องชายเช็ด
          "นี่มายครอฟ" เชอร์ล็อคเรียก "นายเห็นหม่ามี้อุ้มท้องชั้นมาจริงๆใช่มั้ย"
          "นายคิดว่าหม่ามี้เก็บนายมาเลี้ยงหรือยังไง" มายครอฟหัวเราะ
          "ชั้นคิดว่าเราสองคนเป็นลูกเก็บมาเลี้ยงทั้งคู่เลยหรือเปล่าต่างหาก" เชอร์ล็อคพูด "ทำไมเราสองคนไม่เหมือนคุณพ่อกับหม่ามี้เลย"
          สองพี่น้องตระกูลโฮมส์มองเข้าไปในห้องรับแขก "อย่าห่วง ชั้นเคยเอา DNA ของคุณพ่อ หม่ามี้แล้วก็นายไปตรวจมาแล้ว เราสองคนเป็นพี่น้องกันและเป็นลูกคุณพ่อกับหม่ามี้จริงๆ" มายครอฟพูด
          "นี่นายก็คิดว่าตัวเองเป็นลูกเก็บมาเลี้ยงเหมือนกันใช่มั้ย" เชอร์ล็อคถาม
          "เปล่า" มายครอฟปฏิเสธ "ชั้นเคยสงสัยว่าทำไมชั้นมีน้องชายที่โง่กว่า เลยเอาเส้นผมของทุกคนไปตรวจดูก็เท่านั้น"
          เชอร์ล็อควางจานลงในกล่องเก็บจานเสียงดังเกร๊ง ด้วยความไม่พอใจที่ถูกพี่ชายบอกว่าตัวเองโง่
          "เชอร์ล ถ้าจานของแม่แตก แม่จะให้ลูกซื้อคืนแม่นะ !" เสียงของแม่ดังมาจากในห้องรับแขก
          เชอร์ล็อคทำหน้าเบื่อหน่ายที่ถูกแม่ดุ ก่อนจะพูดขึ้นมาว่า "จอห์นกับเลสเตรดดูเป็นลูกคุณพ่อกับหม่ามี้มากกว่าเราสองคนเสียอีก" 
          "เพราะสองคนนั้นไม่ใส่สูท" มายครอฟพูด "คุณพ่อกับหม่ามี้ของเราก็ไม่ใส่สูทในบ้าน"
          เชอร์ล็อคก้มมองตัวเองและพี่ชาย "แล้วเราใส่สูทกันทำไมแค่สองคน"
          "นายแต่งตัวตามชั้นตั้งแต่เด็ก" 
          "แล้วนายใส่สูททำไม" เชอร์ล็อคถาม
          "สูททำให้สุภาพบุรุษทุกคนดูดี" มายครอฟพูด
          "เราต้องหาคนมาเป็นพวกของเราเพิ่ม" เชอร์ล็อคพูด "เราจะไม่ใส่สูทกันแค่สองคน"
          "เราต้องให้เชอร์ลินใส่สูทเหมือนเราสองคน เราจะต้องทำให้เกร็กและจอห์นรู้สึกไปเองว่าสองคนนั้นต่างหากที่แปลกประหลาดที่ไม่ยอมใส่สูท ทั้งๆที่ใครๆเขาก็ใส่กัน" มายครอฟพูด
          "เป็นความคิดที่ดีมาก ชั้นจะหัดให้เชอร์ลินใส่สูทตั้งแต่อายุ 5 ขวบแบบนี้เลย" เชอร์ล็อคพูด
          "ชั้นจะให้ร้านมาวัดตัวตัดสูทให้เชอร์ลินทันทีที่ถึงลอนดอนก็แล้วกัน" มายครอฟพูด "ใช้สูทร้าน Kingsman ก็คงจะพอได้ เพื่อนชั้นเป็นเจ้าของร้านพอดี"
          "เชอร์ลินจะเป็นพวกของเราสองคน" เชอร์ล็อคยื่นมือไปข้างหน้า
          "ใช่ สองคนนั้นต่างหากที่ต้องแปลกประหลาดในหมู่พวกเรา" มายครอฟยื่นมือไปจับมือน้องชาย
          "จับมือวางแผนทำอะไรกัน แม่เห็นนะ" เสียงแม่ตะโกนกลับมา "รีบๆล้างเลย อย่ามัวแต่เล่นกัน"
          "เข้าใจแล้วครับหม่ามี้" ทั้งสองปล่อยมือแล้วพูดขึ้นพร้อมกัน
          "เห้ย มายครอฟทำไมนายไม่ถอดถุงมือก่อนจับมือชั้นเนี่ยะ" เชอร์ล็อคบ่นเมื่อเห็นมือตัวเองเปียก
          "เห็นมั้ยเชอร์ล็อค ชั้นบอกแล้วว่านายโง่กว่า คนฉลาดๆเขาจะจับถุงมือที่เปียกไหม" มายครอฟพูด



          สองพี่น้องใช้เวลาในการล้างจานไม่กี่ใบไปร่วม 1 ชั่วโมงเนื่องจากมัวแต่ถกเถียงกันเรื่องทำไมจานเค้กถึงล้างยากกว่าปกติ ทั้งสองนำทฤษฎีของตนเองมาโต้เถียงกัน ในฐานะนักเคมีอย่างเชอร์ล็อคเขาอ้างอิงเรื่องโมเลกุลของครีมที่มีความหนาแน่นกว่าโมเลกุลของน้ำจึงทำให้ละลายน้ำได้ยาก ทางด้านนักมนุษยวิทยาอย่างมายครอฟเขากล่าวว่าครีมนั้นนอกจากจะก่อปัญหาเรื่องทำความสะอาดยากจึงไม่ควรใช้ครีมในการตกแต่งเค้กแล้วนั้นเค้กควรจะตกแต่งด้วยผลไม้มากกว่าเพราะต้นกำเนิดของเค้กที่อียิปต์อ้างอิงตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ค้นพบในช่วงศตวรรษที่ 13  เค้กตกแต่งด้วยผลไม้และน้ำตาล ดังนั้นเค้กที่ดีต้องไม่มีครีม ซึ่งเชอร์ล็อคก็เห็นด้วยกับหลักการณ์นี้เพราะครีมนั้นล้างยาก
          แต่ทางฝั่งคุณนายโฮมส์ซึ่งเป็นนักคณิตศาสตร์กล่าวว่าทั้งสองคนใช้เวลาในการล้างจานนานเกินไปอย่างมาก จากสถิติแล้วจาน 1 ใบใช้เวลาล้างแค่ 24 วินาที แต่ลูกชายสองคนใช้เวลาเฉลี่ยไปถึง 43 วินาทีต่อจานหนึ่งใบ ซึ่งมันเกินค่ามาตรฐานไปมากเลยทีเดียว !


          "ดาวเยอะจังเลย" เสียงของเด็กหญิงเชอร์ลินที่พึ่งอายุ 5 ขวบหมาดๆดังขึ้นที่ระเบียงหลังบ้าน เธอกำลังนอนอยู่บนตัวของคุณหมอหนุ่มที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเก้าอี้พักผ่อนที่ระเบียง
          "หนาวหรือเปล่าเชอร์ลิน อาไปเอาเสื้อแขนยาวมาใส่ให้เอาไหม" จอห์นถามคนตัวเล็กที่อยู่ในชุดนอนลายการ์ตูนและไม่ได้ใส่เครื่องกันหนาวอะไรเลย
          "ถ้าหนาว เชอร์ลินจะมุดๆเข้าไปใกล้ๆอาจอห์นอีกจะได้อุ่นๆ" เชอร์ลินพูดแล้วทำท่ามุดจริงๆ
          จอห์นหัวเราะกับท่าทางของหลานสาว "รู้มั้ยว่าตัวอะไรชอบมุดๆแบบนี้เวลาจะนอน"
          "ตัวอะไรคะ" เชอร์ลินถาม
          "น้องหมาไง เวลาน้องหมาจะนอนมันจะขุดๆแบบนี้แหละ เหมือนที่เชอร์ลินทำเมื่อกี้เลย" จอห์นพูด "เชอร์ลินทำเหมือนน้องหมาเลย"
          "เชอร์ลินเป็นน้องหมา" เชอร์ลินพูดก่อนจะเบียดตัวเข้าไปใกล้ๆจอห์นอีกครั้ง "อาจอห์นน่าจะมีกระเป๋าหน้าท้องเหมือนจิงโจ้ เชอร์ลินจะได้เข้าไปอยู่ในนั้นจะได้อุ่นๆ"
          "อาไม่ใช่แม่จิงโจ้ซะหน่อยจะได้มีกระเป๋าหน้าท้องไว้ใส่เชอร์ลิน"
          "อาจอห์นเหมือนหม่าม้าของเชอร์ลินเลย อาจอห์นเหมือนแม่จิงโจ้" เชอร์ลินพูด
          "คิดถึงหม่าม้ามั้ยเชอร์ลิน" จอห์นถาม
          "ตอนแรกๆคิดถึงมากๆ ตอนนี้คิดถึงน้อยลงแล้วค่ะ" เชอร์ลินตอบ "เพราะอาจอห์นเหมือนหม่าม้าของเชอร์ลินเลย อาจอห์นทำกับข้าวให้ สระผมให้ เล่านิทานให้ฟัง ชอบถามเชอร์ลินว่าหิวมั้ย หนาวมั้ย ง่วงมั้ย เหมือนที่หม่าม้าถามเลย"
          จอห์นยิ้ม "เพราะอาเป็นพ่อหมูของเชอร์ลินไง"
          "ถ้าอาจอห์นเป็นหม่าม้าของเชอร์ลินก็คงจะดี เชอร์ลินจะได้ไม่ต้องคิดถึงหม่าม้าแล้ว" เชอร์ลินพูด
          จอห์นเงียบไปสักครู่หนึ่งก่อนจะพูดบางอย่างออกมา "อาขอโทษนะเชอร์ลินที่อาคงเป็นได้มากสุดก็แค่พ่อหมูของเชอร์ลินเท่านั้น" จอห์นพูดเสียงเบา "อีกหน่อยเดี๋ยวคุณพ่อเขาก็จะหาหม่าม้าให้เชอร์ลินได้ หม่าม้าที่ทั้งสวย ทั้งฉลาดเหมาะสมกับคุณพ่อของเชอร์ลิน"
          "เชอร์ลินไม่ได้อยากมีหม่าม้าที่สวยและฉลาด เชอร์ลินอยากได้หม่าม้าที่รักคุณพ่อกับเชอร์ลินมากกว่า"
          "คนไหนไม่รักเชอร์ลินเขาไม่มีสิทธิเป็นหม่าม้าของเชอร์ลินอยู่แล้ว" จอห์นพูด
          "อาจอห์นรักเชอร์ลินมั้ยคะ"
          "รักสิ ไม่มีวันไหนไม่รักเลย" จอห์นพูดแล้วจูบเส้นผมสีดำสนิทอีกครั้ง
          "เห็นมั้ย อาจอห์นเป็นหม่าม้าได้ อาจอห์นรักเชอร์ลิน" เด็กหญิงพูด "หม่าม้าต้องรักเชอร์ลินกับคุณพ่อ อาจอห์นรักเชอร์ลินแล้วอาจอห์นรักคุณพ่อมั้ยคะ"
          จอห์น วัตสันเงียบไปพักใหญ่ ก่อนที่จะพูดด้วยเสียงแผ่วเบา "ผู้ชายแบบอาเป็นหม่าม้าให้เชอร์ลินไม่ได้หรอกนะ"

          "มาอยู่นี่เอง พ่อเดินหารอบบ้านเลย" เสียงของเชอร์ล็อคดังมาจากด้านหลัง
          "คุณพ่อล้างจานเสร็จแล้วหรอคะ ล้างนานจังเลย" เชอร์ลินพูด
          "เพราะลุงไมค์นั่นแหละทำอะไรชักช้า" เชอร์ล็อคพูดแล้วนั่งลงข้างๆจอห์น "แล้วนี่นั่งคุยอะไรกันอยู่"
          "ดูดาว" จอห์นชิงตอบอย่างรวดเร็ว "เรากำลังดูดาวกันใช่มั้ยเชอร์ลิน"
          "ใช่ค่ะดูดาว ดาวเต็มฟ้าเลย" เชอร์ลินชี้ไปบนท้องฟ้า
          "คุณพ่อมาพอดี เชอร์ลินอยู่กับคุณพ่อก่อนนะ อาจะไปอาบน้ำแล้ว" จอห์นพูด
          "ฝากพาเชอร์ลินไปหาหม่ามี้ที่ห้องด้วยสิ หม่ามี้เรียกหา" เชอร์ล็อคพูด
          "อืม ได้สิ" จอห์นพูดกับคนตัวเล็กที่นั่งอยู่บนตัก "ไปหาคุณย่ากันเนอะ คุณย่าจะเล่านิทานให้เชอร์ลินฟังแน่ๆเลย" จอห์นพูดแล้วอุ้มเชอร์ลินเข้าบ้านไป

          "ทำไมไม่บอกเขาไป ว่าคิดยังไงกับเขา" เสียงของมายครอฟดังมาจากข้างหลัง
          "จอห์นเขาเป็นผู้ชาย เขาเป็นหม่าม้าให้เชอร์ลินไม่ได้นายก็ได้ยินเหมือนกันกับชั้น" เชอร์ล็อคตอบเสียงเรียบ
          "ทำให้เขามั่นใจสิว่าเขาเป็นได้ พูดว่าตัวเองคิดยังไง คิดอะไรกับเขา บอกให้เขารู้" มายครอฟพูด
          "มันจะมีประโยชน์อะไรล่ะมายครอฟถ้าเขาไม่ได้คิดแบบเดียวกันกับเรา" เชอร์ล็อคพูด "นายก็ได้ยินเขาปฏิเสธคำขอของเชอร์ลิน"
          "นั่นเชอร์ลินแค่พูดขึ้นมาเฉยๆ ไม่ได้ขอร้อง และสิ่งที่จอห์นพูดนั่นไม่ใช่ประโยคปฏิเสธ นั่นเขากำลังน้อยใจตัวเอง" มายครอฟพูด "เขาน้อยใจที่ตัวเองเป็นผู้ชาย"
          "ชั้นไม่ได้โง่นะมายครอฟ ชั้นแยกแยะคำพูดพวกนั้นได้" เชอร์ล็อคพูด "เขาไม่ได้คิดเหมือนกันกับชั้น"
          "นายโง่จริงๆนั่นแหละเชอร์ล็อค" มายครอฟถอนหายใจ "นายอาจจะอัจฉริยะด้านการคำนวนและการสังเกต แต่สำหรับด้านความรู้สึก นายโง่มาก"
          "คนฉลาดๆเขาจะรีบเร่งจนเจอกันไม่กี่เดือนก็พามาให้หม่ามี้เจอเลยหรือยังไง" เชอร์ล็อคพูด "นายมันพวกไวไฟมายครอฟ เพื่อนชั้นตกหลุมพรางของนายเร็วเกินไป"
          "เพราะชั้นเห็นความสำคัญของเวลาต่างหาก ชั้นรอเขามาหลายปีกว่าเขาจะมาอยู่ตรงหน้าชั้นตรงนี้ แต่นายมีจอห์นอยู่ด้วยตลอดเวลา นายกลับทิ้งเวลาทุกอย่างไปอย่างเปล่าประโยชน์เพราะคิดว่าจอห์นจะไม่มีวันหายไปไหน"
          "ชั้นทำให้เขารู้สึกอยู่ทุกวันอยู่แล้วว่าเขาสำคัญกับชั้นกับเชอร์ลินขนาดไหน แต่เขาไม่ได้รับมันไว้เพราะเขาไม่ได้คิดเหมือนกันกับชั้นไงมายครอฟ"
           "คนบางคนเขาไม่รู้หรอกนะเชอร์ล็อคจนกว่าเราจะพูดให้เขาแน่ใจว่าเรารู้สึกยังไง" มายครอฟพูด
          "ถ้าชั้นพูดแล้วเสียจอห์นไปจะทำยังไง" เชอร์ล็อคถอนหายใจ "ชั้นเสียเขาไปไม่ได้"
          "แล้วถ้านายรู้สึกเหมือนกันล่ะเชอร์ล็อค นายจะมาเสียใจทีหลังมันไม่ทันแล้วนะ"
          "ชั้นไม่อยากให้จอห์นอายใครๆที่มีคนแบบชั้นมาคิดอะไรแบบนี้ด้วย ชั้นไม่อยากให้คนอื่นมองจอห์นเป็นตัวประหลาดอย่างที่คนอื่นมองชั้น"
          "นายคิดเยอะเกินไปแล้วเชอร์ล็อค ลองใช้ใจดูบ้าง เรื่องแบบนี้ให้สมองคิดคำนวนไม่ได้หรอกนะ" มายครอฟตบบ่าน้องชายเบาๆ "หยุดใช้สมอง แล้วใช้ใจตัวเองเสียบ้าง"
          เชอร์ล็อคหลับตาแล้วเอนตัวพิงเก้าอี้พลางทบทวนสิ่งที่ได้ยิน

          'อาขอโทษนะเชอร์ลินที่อาคงเป็นได้มากสุดก็แค่พ่อหมูของเชอร์ลินเท่านั้น'

          'ผู้ชายแบบอาเป็นหม่าม้าให้เชอร์ลินไม่ได้หรอกนะ' ....... 

          .....คำพูดแบบนี้คนที่มีความรู้สึกเดียวกันเขาจะพูดออกมาอย่างนั้นหรือ....





          



**********************

เป็นตอนที่ยาวมาก เขียนไปตั้ง 6,800 คำ ปกติใช้แค่ 5,000 กว่าๆเอง นี่ใช้เวลาเขียน 3 วันแน่ะ 5555 ......

ตอนนี้คนเขียนจะเป็นไบโพล่าละค่ะ เรื่องนี้กำลังจะกลายเป็นโรแมนติก ดราม่า ส่วนทางฝั่งมายสเตรด เป็นโรแมนติก คอมเมดี้ 555555 แยกสมองแปบ

ฝากไปเยี่ยมเยียนพี่มายครอฟทางฝั่งนู้นด้วยนะคะ : ) Keep An Eye On You
          
          

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 42 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

385 ความคิดเห็น

  1. #375 Sedius (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 10 มกราคม 2564 / 23:19

    ชอบตอน 2 พี่น้องอยู่ด้วยกันมากๆตลกแบบหยุดคำไม่ได้ แต่ดิชั้นก็เค้าความรู้สึกของเชอร์ล็อคอะเนอะ ถ้าเค้าไม่ได้คิดเหมือนเราเราก็อาจจะเสียเค้าไป เจ็บปวดมากมาย

    #375
    0
  2. #310 555song (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2560 / 20:28
    ชอบตอนนี้มากเลยค่ะ ครบรสมากกกกก ชอบที่มีเรื่องคิงส์แมนโผล่มานิดๆ คุณพี่ชายต้องเป็นหนึ่งในคิงส์แมนแน่ๆเลยค่ะ 55555
    #310
    0
  3. #279 heechulnarak (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 30 มกราคม 2560 / 22:05
    โอ้ยอิคนก็คิดเยอะ อิคนก็คิดน้อยใจ เชอร์ลินหนูต้องชงให้หนักกว่านี้นะคะ 555
    #279
    0
  4. #72 raining (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 19 กันยายน 2559 / 03:08
    เราชอบนะให้ตัวละครมีความสับสนในความรู้สึกตัวเองความรู้สึกไม่มั่นใจแบบนี้มากเลย
    คือแบบผู้ชายแมนๆที่พยายามจะเดทกับผู้หญิงมาเกือบครึ่งชีวิตจู่ๆจะให้มายอมรับว่าเฮ้ยฉันชอบผู้ชายมันก็คงไม่ใช่
    ความรู้สึกของเชอร์ล็อกก็เหมือนกันที่ว่ายิ่งสำคัญยิ่งกลัวจะเสียไปเราเข้าใจดีเลยล่ะ ขนาดเพื่อนต่างเพศคิดเกินเลยกันยังไม่กล้าพูดเพราะกลัวจะเสียเพื่อนเลยนับประสาอะไรกับเพื่อนเพศเดียวกัน
    ดังนั้นแบบนี้ดีมากแล้วค่ะคือให้ความรู้สึกหน่วงๆหน่อยแต่เราชอบนะ

    ปล.จริงๆตามนิยายพี่น้องบ้านโฮล์มมี3คนค่ะ แต่นี่จำไม่ได้ว่าเชอร์ล็อกใช่คนเล็กไหม

    ปล2.สุดท้ายรอบนี้ก็ดึก(จะเช้า)เหมือนเคย ฟฟฟฟฟ
    #72
    1
    • #72-1 MaleeHaveACat(จากตอนที่ 23)
      19 กันยายน 2559 / 05:33
      มาเวลาเดิมยังกับตั้งนาฬิกาปลุกไว้เลย 555555555


      ในนิยายนี่มีโฮมส์อีกคนหรอคะ งืมมม ใช่เชอร์ริ่งฟอร์ดหรือเปล่า อันนี้ไม่แน่ใจ เหมือนเคยอ่านเจอมาว่าเชอร์ริ่งฟอร์ดเป็นชื่อเก่าของเชอร์ล็อคที่ไม่ได้ถูกนำมาใช้ โฮมส์เลยมีแค่ 2 ค่ะ ( ยังไม่เคยอ่านนิยายเลยไม่รู้เหมือนกันค่ะ แหะๆ ) แต่ในซีรี่ส์คลุมเครือมากค่ะ เพราะเขาเรียกมายครอฟกันว่า "พี่ใหญ่" ตลอด เลยดูเหมือนมีโฮมส์คนกลางอีกคน .... ตรงนี้จดไว้ก่อน ไว้เอาไปเล่นทีหลัง อิอิ


      เราอยากเขียนให้มีเหตุผลสนับสนุนตัวละครเยอะๆ พวกแกอย่ารักกันง่ายไป ~~~` ในซีรีส์ยังหน่วงเลย นิยายจะมารักกันชิวๆ มันม่ายด้ายยยย 555555 นี่ไง จากจะเขียนแค่ 20 ตอน มันเลยยังไม่จบซะทีนี่ไง 555555


      ขอบคุณที่เข้ามาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นนะค๊า ^^
      #72-1
  5. #71 bambamu (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 15 กันยายน 2559 / 09:29
    จอห์นคนอย่างนายเท่านั้นที่สามารถมาเป็นหม่ามี๊ของเชอร์ลินได้ เพราะชั้นจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาเป็นหม่ามี๊ของลูกสาวชั้น ฟฟฟฟฟฟเชอร์ล็อคไม่ได้กล่าวไว้  



    ทำไมอ่านมาถึงตอนนี้แล้วมันรู้สึกหน่วงๆเห็นใจเชอร์ล็อคมากกก มายครอฟนายเป็นพี่ที่ดีมากค่ะให้คำแนะนำดีมาก แต่ดูเหมือนเชอร์ล็อคจะยังไม่เข้าใจอะไรเลยน่ะ แค่พูดความรู้สึกที่อยู่ในใจออกไปมันยากตรงแกกกกกกก แง่งงงงง 
    #71
    1
    • #71-1 MaleeHaveACat(จากตอนที่ 23)
      15 กันยายน 2559 / 12:15
      พี่มายครอฟเอาเรื่องตัวเองรอดยังก็ไม่รู้ ยังจะมาเป็นที่ปรึกษาให้น้องอี๊กกกกกกกก
      #71-1
  6. #70 Junior Prince LP (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 15 กันยายน 2559 / 02:22
    พี่น้องสุดก๊วนล้างจานนึกภาพแล้วขำ 5555555

    แถมยังซุบซิบแผนชั่วให้เชอร์รีนมาใส่สูทอีก แหม่คิดไปได้



    มาถึงโซนดร่าม่า....

    จอนห์อย่าพูดน้อยใจงั้นสิทุกคนรู้ว่านายเป็นแม่? ที่ดีได้

    ส่วนเชอร์ล็อค คิดคนเดียวเดี๋ยวเสียใจทีหลังอย่างที่ขุ่นพี่ว่ามานะ เห็นด้วยกะขุ่นพี่ค่ะ

    ขุ่นพี่เหมือนจะเย็นชานิแต่กลับเข้าใจความรู้สึกคนอื่นดีกว่าขุ่นน้องซะอีก
    #70
    1
    • #70-1 MaleeHaveACat(จากตอนที่ 23)
      15 กันยายน 2559 / 12:15
      ทีมมายครอฟและเชอร์ล็อคต้องการสมาชิกเพิ่ม 5555555
      #70-1
  7. #69 talnlinn (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 กันยายน 2559 / 23:14
    ต่างคนต่างน้อยใจอะะะ เชอร์ล็อคก็น้อยใจกับท่าทางของจอห์นที่ดูเหมือนจะไม่ชอบ ส่วนจอห์นก็น่าจะน้อยใจ ที่เชอร์ล็อคไม่ยอมพูดอะไรให้ชัดเจน ฮรืออออออ
    #69
    1
    • #69-1 MaleeHaveACat(จากตอนที่ 23)
      15 กันยายน 2559 / 12:14
      ทั้งเรื่องนี้มีพี่ไมค์สตรองสุดอยู่คนเดียว เข้าใจทุกเรื่อง ทุกอย่าง
      #69-1
  8. #68 ddowphotos (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 กันยายน 2559 / 21:18
    รักเขาทำไมไม่บอกเขาละเชอร์ลลลลลล เมื่อไหร่ถึงจะสมหวังงงงง

    ทำไมคุณหมอมีความน้อยใจแบบนี้ย์ -33- งุยยยย อยากให้สมหวังจังงงง
    #68
    1
    • #68-1 MaleeHaveACat(จากตอนที่ 23)
      15 กันยายน 2559 / 12:14
      คนเขียนก็อยากให้สมหวังค่ะ 555555555
      #68-1
  9. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(