[FanFic. Sherlock BBC] [Johnlock] Unspoken

ตอนที่ 24 : Unspoken ตอนที่ 22 : Morning Meal

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 894
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 36 ครั้ง
    31 ต.ค. 59

          อากาศยามเช้าที่แสนจะสดใสของชานเมืองลีดส์ เมืองใหญ่เมืองสำคัญอีกเมืองหนึ่งของอังกฤษ ทุ่งหญ้ากว้างเขียวขจีสีสันตัดกับสวนดอกไม้ขนาดใหญ่ได้อย่างลงตัว บรรยากาศโดยรอบบ้านสีน้ำตาลอ่อนหลังใหญ่ล้วนแวดล้อมไปด้วยธรรมชาติที่งดงาม ลมอ่อนๆพัดผ่านยอดหญ้าที่มีน้ำค้างเกาะอยู่ ทำให้อากาศในเช้านี้เย็นสบายโดยไม่ต้องใช้เครื่องปรับอากาศเข้าช่วย

          จอห์น วัตสันในชุดเสื้อยืดสีขาวสวมทับด้วยจั๊มเปอร์ไหมพรมสีเทาเปิดประตูออกมาจากห้องนอนรับรองทางด้านตะวันตกของบ้าน อากาศที่เย็นสบายทำให้เขานอนหลับเพลินจนลืมตื่น กว่าจะรู้สึกตัวก็เลยเวลาตื่นนอนตามปกติไปเสียแล้ว

          เขามาพักผ่อนที่บ้านของครอบครัวโฮมส์ที่เมืองลีดส์ จะเรียกว่าพักผ่อนมันก็อาจจะไม่ถูกต้องไปเสียทีเดียว เพราะความจริงแล้วเขาได้รับเชิญให้มางานวันเกิดของเด็กหญิงเชอร์ลิน โฮมส์ที่พึ่งอายุ 5 ขวบไปเมื่อวาน สองพี่น้องตระกูลโฮมส์กลับมาบ้านพร้อมๆกันในรอบหลายปีหลังจากย้ายไปอยู่ลอนดอน นอกเหนือจากนั้นยังมีแขกที่ได้รับเชิญมาเพิ่มเติมอย่างตัวเขาและสารวัตรเกร็ก เลสเตรดอีกด้วย งานปาร์ตี้เล็กๆเมื่อคืนจึงเป็นงานวันเกิดที่อบอุ่นมากเลยทีเดียว

          จอห์นเดินผ่านระเบียงนอกชานด้านหลังบ้าน มายครอฟ โฮมส์และสารวัตรเกร็ก เลสเตรดกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้สำหรับนั่งพักผ่อน ในมือของชายหนุ่มในชุดสูทสีเข้มคือหนังสือพิมพ์ต่างประเทศฉบับเช้าวันนี้ ขณะที่ชายหนุ่มในชุดเสื้อยืดสีอ่อนมีแจ็คเก็ตสีดำคลุมทับกำลังอ่านข่าวผ่านโทรศัพท์มือถือของตนเอง

          จอห์นขมวดคิ้วสงสัยเล็กน้อยที่เห็นสองคนนี้อยู่ด้วยกันตั้งแต่เช้าตรู่แบบนี้....เมื่อคืนเขายังไม่ได้คำตอบเลยว่าสองคนนี้ 'ไปถึงขั้นไหนแล้ว' ผู้ชายเนี้ยบระเบียบจัด พูดน้อยแต่เชือดเฉือนทุกคำกับผู้ชายเรียบๆง่ายๆ ใช้ชีวิตเรื่อยๆเหมือนปกติคนอื่นนี่มาเจอกันได้ยังไง? ยังไม่มีใครอธิบายตรงนี้ให้เขาเข้าใจเลยจริงๆ

          จอห์นเดินตรงไปยังห้องรับแขกที่อยู่ทางด้านหน้าของบ้าน คุณโฮมส์เจ้าของบ้านกำลังนั่งอ่านหนังสือ'การเมืองสมัยใหม่' ที่มายครอฟลูกชายคนโตซื้อมาฝาก ด้านข้างเป็นคุณนายโฮมส์กำลังนั่งถักผ้าพันคอไหมพรมสีชมพูที่ถักต่อมาตั้งแต่เมื่อวาน เธอบอกว่าต้องรีบถักไว้ก่อนที่ฤดูหนาวจะมาถึง ปีนี้ต้องถักผ้าพันคอเพิ่มขึ้น 1 ผืนจากที่ปกติจะถักให้แค่มายครอฟและเชอร์ล็อค แต่ปีนี้ต้องถักผ้าพันคอสีชมพูเพิ่มมาอีกผืนสำหรับเชอร์ลิน โฮมส์หลานสาวที่รักอีกด้วย

          "อรุณสวัสดิ์ครับคุณพ่อคุณแม่" จอห์นกล่าวทักทายชายหญิงผู้เป็นเจ้าของบ้านทั้งสองด้วยสรรพนามที่แสดงถึงความสนิทสนม
          "อรุณสวัสดิ์จ้ะจอห์น นอนหลับสบายดีใช่ไหม" หญิงสูงวัยกล่าวทักทาย
          "หลับสบายมากครับ จนตื่นสายเลย" จอห์นยิ้ม "ขอโทษนะครับที่ไม่ได้ตื่นมารับประทานอาหารเช้าพร้อมคนอื่น ความจริงเชอร์ล็อคเขาน่าจะไปปลุกผม"
          "เชอร์ลเขาบอกว่าจอห์นไม่ค่อยได้พักผ่อน อยากให้หลับให้เต็มที่เลยไม่ได้ให้ใครไปปลุกจ้ะ" คุณนายโฮมส์พูด "หิวไหม เดี๋ยวแม่ไปอุ่นอาหารให้"
           "เอ่อ...ไม่เป็นไรดีกว่าครับ ขอบคุณครับ" จอห์นปฏิเสธ "ว่าแต่สองพ่อลูกจอมซนไปไหนครับ ผมยังไม่เห็นเลย"
          "เมื่อเช้าแม่เห็นเชอร์ลเขาพาเชอร์ลี่ไปเดินเล่นในสวนดอกไม้นะ แต่ตอนนี้ไม่แน่ใจอาจจะอยู่หลังบ้านจ้ะ" คุณนายโฮมส์หันไปหาสามี "ที่รัก คุณเห็นเชอร์ลกับเชอร์ลี่บ้างไหม"
          "อ้อ ผมเห็นเมื่อสักครู่นี้นะ" คุณโฮมส์กล่าว "เห็นไปขนอุปกรณ์วิทยาศาสตร์มาจากในห้องเก็บของน่ะ"
           "อุปกรณ์.....วิทยาศาสตร์หรอครับ?" จอห์นขมวดคิ้ว "แต่ช่วงนี้อยู่ในช่วงพักร้อนของเขา....คือผมกำหนดเองน่ะครับว่าไม่ให้ทำคดีในช่วงนี้ ให้เขาใช้เวลาร่วมกับเชอร์ลินช่วงวันเกิด แล้วนี่เขาขนอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ออกมาทำอะไร"
          "เอาออกมาให้เชอร์ลินเล่นหรือเปล่า" ชายสูงวัยพูด "เหมือนตอนเด็กๆใช่มั้ยที่รัก ลูกชายคุณเขาชอบเล่นอุปกรณ์วิทยาศาสตร์มากกว่ารถบังคับหรือวิดีโอเกมส์ ไม่เหมือนลูกบ้านอื่น"
          "มายครอฟลูกชายของคุณก็อ่านหนังสือประวัติศาสตร์การเมืองเล่มหนามากกว่าอ่านการ์ตูนซุปเปอร์ฮีโร่เหมือนกันนั่นแหละ" คุณนายโฮมส์พูด ก่อนจะหันมาหาจอห์น "อาจจะเล่นกันอยู่ในห้องทำงานหรือเปล่า จอห์นลองเดินไปดูนะ เดินผ่านห้องครัวไป จะเจอประตูไม้สีน้ำตาลเข้มตรงขวามือน่ะจ้ะ นั่นห้องทำงาน"
          "ขอบคุณครับ เดี๋ยวผมขอไปดูหน่อยนะครับว่าสองพ่อลูกเขาเล่นอะไรกัน" จอห์นยิ้มขอบคุณก่อนจะเดินแยกตัวออกมา



          ภายในห้องครัวสีขาวสะอาดตาขนาดไม่ใหญ่นักของบ้าน ชายหนุ่มวัยเกือบ 30 ปีผมหยักศกสีดำสนิทในชุดเสื้อเชิร์ตสีฟ้ากับสูทสีดำพึ่งจะอุ้มเด็กหญิงวัย 5 ขวบในชุดเดรสลายดอกไม้น่ารักมาวางลงที่เก้าอี้ทรงสูงตรงโต๊ะกลางของห้องครัว บนโต๊ะตัวนั้นมีอุปกรณ์วิทยาศาสตร์จำพวก บีกเกอร์ หลอดทดลองพร้อมขาตั้ง เครื่องวัดความเป็นกรดด่างของน้ำ เครื่องวัดความหวาน ช้อนสำหรับตักสารเคมี ที่คีบหลอดทดลอง ตะเกียงแอลกอฮอลล์และอื่นๆ ถูกวางอย่างเป็นระเบียบ อีกด้านหนึ่งของโต๊ะเป็นถุงใส่ขนมปังโฮลวีตอย่างดี มีสตรอเบอร์รี่และกล้วยหอมที่ยังอยู่ในถุงพลาสติก ขวดเครื่องปรุงรสก็ถูกวางอย่างเป็นระเบียบเช่นกัน
          เชอร์ล็อค โฮมส์หยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องเล็กออกมาจากในสูท เขาใช้นิ้วเลื่อนไปยังรูปล่าสุดที่เขาบันทึกไว้ตั้งแต่เมื่อวานเย็น.....รูปที่ห้ามจอห์นรู้เห็นเด็ดขาดว่าเขากำลังทำอะไร
          "อันดับแรก จะต้องอุ่นเตาอบไว้ที่ 180 องศาเซลเซียส" เชอร์ล็อคอ่านตัวหนังสือบนรูปนั้นเบาๆ ก่อนจะเดินไปที่เตาอบแล้วหมุนปรับอุณหภูมิไปที่ 180 องศาเซลเซียส "โอเค 180 องศาแล้ว" 
          เขาเดินกลับมาที่กองอุปกรณ์วิทยาศาสตร์แล้วหยิบเทอร์โมมิเตอร์วัดสารเคมีออกมาแล้วเดินกลับไปที่เตาอบอีกครั้ง เขาเปิดประตูเตาอบแล้วเอาปลายเทอร์โมมิเตอร์เสียบเข้าไปในเตาก่อนจะพูดออกมาว่า "เราจะไว้ใจเลขดิจิตอลหน้าเตาอบได้อย่างไรว่าอุณหภูมิมันใช่ 180 องศาจริงๆหรือเปล่าถ้าเราไม่เอาเทอร์โมนิเตอร์มาวัด" เขาพูดแล้วหันไปหาลูกสาว "นักวิทยาศาสตร์ต้องพิสูจน์ด้วยตัวเองนะเชอร์ลิน อย่าไว้ใจเลขดิจิตอลเด็ดขาด จะวัดอุณหภูมิต้องใช้เทอร์โมมิเตอร์จึงจะถูกต้องแม่นยำ"
          "ค่ะ คุณพ่อ" เด็กหญิงพยักหน้าแล้วมองคุณพ่อของตนเองหยิบจับสิ่งต่างๆด้วยความสนใจ
          เชอร์ล็อคเดินกลับมาที่โต๊ะตัวใหญ่ เขาหยิบโทรศัพท์มือถือมาอ่านอีกครั้งแล้วเดินไปหยิบถุงสตรอเบอร์รี่และกล้วยมาแกะถุงออก เขานำสตรอเบอร์รี่ไปชั่งที่ตาชั่งดิจิตอลทีละผล
          "ดูสิเชอร์ลิน สตรอเบอร์รี่ดูด้วยตามีขนาดเท่ากัน แต่พอมาชั่งน้ำหนักห่างกันตั้ง 10 กรัม ถ้าหลายๆลูกรวมกันน้ำหนักก็จะห่างจากความเป็นจริงตั้งเท่าไหร่ เราต้องชั่งให้มีผลออกมาเป็นตัวเลขที่ถูกต้อง อย่าเชื่อสายตาเด็ดขาด นักวิทยาศาสตร์ต้องทดลองทุกขั้นตอนรู้ไหมเชอร์ลิน"
          "เข้าใจแล้วค่ะคุณพ่อ" เชอร์ลินพูด
          นักสืบหนุ่มหันมายิ้มให้ลูกสาว ก่อนจะหยิบสิ่งที่พึ่งชั่งน้ำหนักมาหั่นทีละชิ้น เมื่อหันได้จำนวนหนึ่งเอาก็จะนำกลับไปชั่งอีกเพื่อเช็คว่าน้ำหนักยังคงที่หรือไม่ เขาหยิบกล้วยหอมผลใหญ่มาแกะเปลือกออกแล้ววางลงไปบนเขียงก่อนจะเดินไปหยิบไม้บรรทัดมาวัดที่กล้วยแล้วค่อยๆหั่นทีละชิ้น
          "เขาบอกว่าให้หั่นกล้วยให้มีขนาดเท่าๆกัน ถ้าไม่ใช้ไม้บรรทัดวัดจะรู้ได้ยังไงว่ามันมีขนาดเท่ากัน จริงไหมเชอร์ลิน"
          "จริงค่ะ" เด็กหญิงพยักหน้า
          เชอร์ล็อคหั่นสตรอเบอร์รี่และกล้วย 'ให้มีขนาดเท่าๆกัน' ตามที่ในอินเตอร์เน็ตระบุไว้ด้วยไม้บรรทัด จากนั้นเขาก็หันไปแกะถุงขนมปังโฮลวีตแผ่นหนามาวัดที่ละแผ่นเพื่อตรวจสอบว่าทุกแผ่นมีความหนาเท่ากันจริง
            หลังจากนั้นเขาก็หันไปปรุงไข่ที่จะใช้ชุบขนมปัง ไข่ทุกฟองถูกชั่งน้ำหนักเพื่อความแน่ใจว่ามันมีน้ำหนักเท่ากัน เชอร์ล็อคตอกไข่ใส่ชามแล้วปรุงรสด้วยพริกไทย เกลือ หากเป็นคนอื่นคงจะใช้สายตาในการคาดคะเนเอาว่าควรจะใส่แค่ไหน แต่นักวิทยาศาสตร์อย่างเชอร์ล็อคเขาเลือกที่จะตวงพริกไทยและโซเดียม หรือที่คนทั่วไปเรียกว่า 'เกลือ' นั้นด้วยช้อนตวงเคมีเพื่อความถูกต้องแม่นยำ ก่อนจะนำขนมไปไปชุบ แล้วลงไปนาบกับกระทะเล็กน้อยแล้วนำไปเข้าเตาอบที่อุ่นไว้ในอุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส
           เขาทิ้งขนมปังไว้ในเตาอบก่อนจะหันมาปรุงผลไม้กับครีมชีส เชอร์ล็อคหยิบกระปุกครีมชีสออกมาจากตู้เย็นแล้วนำมาตีรวมกับกล้วยจนมันอ่อนตัวดี ส่วนสตรอเบอร์รี่เขานำไปกวนรวมกับน้ำตาลทรายให้มันกลายเป็นแยมโฮมเมดแบบง่ายๆเมื่อทุกอย่างเสร็จดีแล้วเขาก็มายืนส่องขนมปังในเตาอบด้วยใจจดจ่อ

           "นี่กำลังทำอะไรกันสองพ่อลูก" จอห์นถามเมื่อเขาเดินผ่านห้องครัวมาเจอ
          "อรุณสวัสดิ์ค่ะอาจอห์น" เชอร์ลินหันไปยิ้มกับผู้ที่มาใหม่
          "อรุณสวัสดิ์ลูกหมู" จอห์นพูดแล้วหอมแก้มนิ่มๆของหลานสาว เชอร์ลินก็หอมกลับเช่นกัน "กำลังทำอะไรกันอยู่"
          "คุณพ่อกำลังทำอาหารค่ะ" เชอร์ลินตอบ "ขนมปังกับสตรอเบอร์รี่"
          "เฟรนโทร์ตกับครีมชีสกล้วยราดด้วยแยมสตรอเบอร์รี่โฮมเมดต่างหากล่ะเชอร์ลิน" เชอร์ล็อคพูด "นั่งรอแปบนึงจอห์น มันจะเสร็จแล้ว"
          "อยากกินทำไมไม่รอชั้นตื่นมาก่อน เดี๋ยวทำให้กิน ไม่ต้องทำเองก็ได้" จอห์นพูดแล้วนั่งลงที่เก้าอี้
          "ของอาจอห์นค่ะ ไม่ใช่ของคุณพ่อ" เชอร์ลินพูด "ขนมปังอันนี้ของอาจอห์นค่ะ คุณพ่อทำให้"
          "ทำให้...อาหรอ" จอห์นถามแล้วหันไปมองคนตัวสูงที่ก้มตัวมองขนมปังในเตาอบ "นายทำให้ชั้นกินหรอเชอร์ล็อค"
           "ใช่ ชั้นเจอสูตรมาในอินเตอร์เน็ตเมื่อวานนี้ เลยลองทำดู" เชอร์ล็อคพูด "เห็นว่ามันง่ายดี"
          "เมื่อวานที่นายทำตัวลับๆล่อๆกับมือถือ นี่คือกำลังหาสูตรอาหารหรอ" จอห์นถาม
          "อืม...ใช่" เชอร์ล็อคตอบแล้วมองขนมปังอีกครั้ง "จะเสร็จแล้ว อีก 2 นาที"
          "แล้วอุปกรณ์วิทยาศาสตร์พวกนี้คืออะไร นายเอามาทำอะไร"
          "เอามาทำอาหารไงคะ" เชอร์ลินตอบ "เครื่องวัดความหวานเอามาวัดความหวานของน้ำตาลว่าหวานเกินไปไหม เครื่องวัดความเป็นกรดด่างเอามาวัดครีมชีสว่ากรดเยอะเกินไปไหม เดี๋ยวมันจะไม่ดีต่อสุขภาพของอาจอห์นค่ะ"
          "เชอร์ล็อค....นี่นายทำอาหารหรือทำแล็ปเนี่ยะ?" จอห์นชี้ไปที่อุปกรณ์วิทยาศาสตร์ "นายเอาของพวกนี้เป็นอุปกรณ์สำหรับทำอาหารให้ชั้นกินหรอ"
          "ทำอาหารกับทำแล็ปมันก็เหมือนๆกันนั่นแหละ วัตถุดิบทำอาหารก็คือเคมีแบบหนึ่ง ดังนั้นมันเหมือนกันเลย"  เชอร์ล็อคพูดแล้วมองซ้ายมองขวาหาถุงมือกันความร้อน เมื่อเห็นว่าขนมปังในเตาอบเริ่มจะสุกแล้ว "ถุงมือ ถุงมือกันความร้อนอยู่ไหน" 
          "คุณพ่อ ขนมปังจะไหม้แล้วค่ะ" เชอร์ลินชี้ไปที่เตาอบ
          "ไม่ได้ๆ ไหม้ไม่ได้นะ" เชอร์ล็อคพูดอย่างร้อนรนแล้วรีบเปิดเตาอบทันที เขายื่นมือไปจับถาดอบที่เตากำลังร้อนด้วยอุณหภูมิสูงกว่า 180 องศาด้วยความไม่ระมัดไม่ระวัง "โอ๊ย ร้อน !!"
          "เชอร์ล็อค !" จอห์นรีบลุกจากเก้าอี้ทันทีที่เห็นว่าเชอร์ล็อคจับถาดอบด้วยมือเปล่า เขารีบกดปิดเตาอบและดึงมือของเชอร์ล็อคมาดู "มันร้อนมากนะ ทำไมไม่ระวังเลย"
          "ชั้นกลัวขนมปังมันไหม้ แล้วชั้นก็หาถุงมือกันความร้อนไม่เจอด้วย" เชอร์ล็อคพูดเสียงแผ่ว "ทำไมชั้นต้องมาโง่โดนเตาอบร้อนๆแบบนี้ด้วยเนี่ย"
          "ใช่นายมันโง่ โง่จริงๆนั่นแหละ" จอห์นพูดแล้วหันไปหาหลานสาว "เชอร์ลิน ไปขอกล่องยาจากคุณย่ามาให้อาหน่อย อย่าถือมาเองนะเดี๋ยวเชอร์ลินล้มแล้วกล่องมันจะแตก ให้ผู้ใหญ่ถือมาเข้าใจหรือเปล่า"
          "ได้ค่ะอาจอห์น" เชอร์ลินรับคำด้วยเสียงตื่นตระหนกที่เห็นพ่อของตนได้รับบาดเจ็บจากการทำอาหาร
           "แสบมั้ยเชอร์ล็อค เจ็บมากมั้ย" จอห์นถามขณะที่ให้เชอร์ล็อคลงมานั่งที่เก้าอี้ข้างโต๊ะ "นายนี่มันทั้งโง่ ทั้งซุ่มซ่ามจริงๆเลย"
          "ไม่ทันคิดว่ามันจะร้อนขนาดนี้" เชอร์ล็อคตอบ "แค่เสี้ยววินาทีเองนะที่ชั้นพลาด"
           "นายเป็นอัจฉริยะนะ ไม่เคยคำนวณอะไรผิดพลาดเลยแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว แล้วนายมาพลาดให้เตาอบได้ยังไงเนี่ย" 
           "ก็ชั้นหาถุงมือไม่เจอ" เชอร์ล็อคพูด "แล้วชั้นกลัวขนมปังที่ชั้นทำให้นายมันจะไหม้" 

          "ไหนๆ ลูกชายชั้นเจ็บหรอ เขาอยู่ที่ไหน" เสียงของคุณนายโฮมส์ดังขึ้นอย่างตื่นตระหนก
           "ห้องครัวค่ะคุณย่า" เสียงเชอร์ลินตอบผู้เป็นย่า

           สองสามีภรรยา คุณโฮมส์และคุณนายโฮมส์วิ่งเข้ามาในห้องครัว คุณนายโฮมส์วางกล่องยาลงบนโต๊ะแล้ววิ่งเดินมาดูลูกชายคนเล็กทันที

           "เจ็บมั้ยเชอร์ล ลูกประมาทได้ยังไงกันฮึ" คุณนายโฮมส์ดุลูกชาย

       "ไม่เจ็บเท่าไหร่ครับหม่ามี้" เชอร์ล็อคตอบ "ผมกลัวขนมปังไหม้เลยรีบไปหน่อยครับ"
           "คุณแม่มีถุงเจลเย็นไหมครับ ต้องประคบเย็นก่อนถึงจะทำแผลได้" คุณหมอหนุ่มถาม "ยังเจ็บอยู่ใช่มั้ยเชอร์ล็อค"

           "บ้านเรามีถุงเจลเย็นนะ ที่รักลองเปิดดูในช่องแช่แข็งในตู้เย็นซิว่ามีไหม" คุณนายหันไปสั่งสามี

           "ยังเจ็บอยู่" เชอร์ล็อคตอบ "ความจริงแผลมันนิดเดียวเอง ทุกคนอย่าทำเป็นเรื่องใหญ่สิครับ"

           "โอเค ถ้าเจ็บอยู่แสดงว่าแผลไม่ได้ลึกมากจนทำลายเส้นประสาท" คุณหมอพูด "โดนความร้อนลวกแค่ภายนอก เอาเจลเย็นประคบให้หายปวดแสบปวดร้อนแล้วก็ทำแผล พันผ้าก็อตก็จะดีขึ้น"

           "จะมีแผลเป็นหรือเปล่าจอห์น อย่าให้เชอร์ลมีแผลเป็นได้ไหม" คุณนายโฮมส์พูด

           "ถ้าไม่มีการติดเชื้อ ไม่มีแผลเป็นหรอกครับคุณแม่" จอห์นขยับมือของเชอร์ล็อคเพื่อเช็คว่าไม่มีแผลบริเวณอื่นๆอีก "ผิวหนังชั้นหนังกำพร้าถูกทำลายแต่แผลไม่ได้ร้ายแรง ถ้ารักษาความสะอาดดีๆ แผลไม่ติดเชื้อ ไม่มีแผลเป็นแน่นอนครับ"

          "โล่งอก" หญิงสูงวัยถอนหายใจ "แม่กลัวเชอร์ลเขาจะมีแผลเป็น นี่ทั้งตัวเขาไม่มีรอยแผลเป็นอะไรเลยนะ ถ้าจะมีแผลตอนโตนี่แม่จะตีเขาซ้ำจริงๆ"
           "หม่ามี้ ผมเจ็บอยู่นะครับ หม่ามี้จะตีผมได้ลงหรอ" เชอร์ล็อคถามเสียงอ่อน

          "นี่จอห์น นี่เจลเย็นนะ" คุณโฮมส์ยื่นถุงเจลสีฟ้าให้กับจอห์น

          "ขอบคุณครับคุณพ่อ" จอห์นกล่าวขอบคุณชายสูงวัย

          คุณหมอหนุ่มหงายมือตนเองลงบนโต๊ะแล้วนำมือของเชอร์ล็อคข้างที่เจ็บมาวางหงายทับมือของตัวเอง จอห์นวางเจลเย็นถุงสีฟ้ามาวางตรงบริเวณนิ้วมือที่บาดเจ็บแล้วคอยมองดูมือของคนเจ็บอยู่ไม่ห่าง

           "ถ้ามันปวดมากขึ้นบอกนะเชอร์ล็อค ไม่งั้นต้องไปหาหมอ" จอห์นพูด
           "หมอก็อยู่ตรงหน้าชั้นแล้วนี่ไง" เชอร์ล็อคพูด
           "หมอที่โรงพยาบาลสิ" จอห์นพูด "ถ้าปวดมากขึ้น อาจต้องฉีดยา"

           "คุณพ่อเจ็บไหมคะ" เชอร์ลินชะเง้อดูมือของคนเจ็บบนโต๊ะ

           "เจ็บสิ เจ็บจังเลย" เชอร์ล็อคพูดด้วยน้ำเสียงอ้อนลูกสาว

           "อาจอห์นจุ๊บแผลคุณพ่อสิคะ" เชอร์ลินชี้ไปที่มือของเชอร์ล็อค "นี่ๆจุ๊บที่มือ คุณพ่อจะได้หายเจ็บ"

           "เอ่อ......" จอห์นอ้ำอึ้งแล้วมองไปยังคนสูงกว่า "คุณพ่อของเชอร์ลินโตแล้ว คนโตแล้วเขาไม่ทำอะไรแบบนี้กันนะเชอร์ลิน"

            "แต่มันหายเจ็บนะคะ เหมือนตอนที่เชอร์ลินหัดปั่นจักรยานแล้วล้มไงคะ อาจอห์นก็มาเป่าๆที่แผลแล้วก็จุ๊บใกล้ๆแผล แล้วเชอร์ลินก็หายเจ็บเลย" เชอร์ลินพูด "ทำกับคุณพ่อด้วยสิคะ แล้วคุณพ่อจะได้หายเจ็บไวๆ"
           "พ่อโตแล้ว ไม่ต้องทำอะไรแบบนั้นหรอกเชอร์ลิน" เชอร์ล็อคพูด

           "ผู้ใหญ่ก็เจ็บได้นะคะ" เชอร์ลินพูด "อาจอห์น จุ๊บคุณพ่อหน่อย คุณพ่อจะได้หายเจ็บเหมือนเชอร์ลิน"
           จอห์นหันไปมองหน้าคนเจ็บ แล้วหันไปมองคู่สามีภรรยาที่ยืนมองอยู่ด้วยสายลุ้นอะไรบางอย่าง ก่อนที่จอห์นจะถอนหายใจออกมา "เชอร์ลิน มันไม่ได้ทำให้แผลหายหรอกนะ วิธีนั้นใช้ได้แต่กับเด็ก"

           "ยังไม่ได้ลองกับคุณพ่อเลยค่ะ คุณพ่อบอกว่าเราต้องทดลองก่อนถึงจะรู้ว่าได้ผลมั้ย" เชอร์ลินพูด

           จอห์นหัวเราะเบาๆ "เป็นลูกนักวิทยาศาสตร์ก็เลยกลายเป็นนักวิทยาศาสตร์หรอเชอร์ลิน"

           "เชอร์ลินเป็นหมอด้วย เพราะเชอร์ลินมีพ่อหมูเป็นหมอ" เชอร์ลินพูด "คุณหมอเชอร์ลินบอกว่าคุณพ่อจะหายเร็วขึ้นถ้าคุณหมอจอห์นจุ๊บคุณพ่อค่ะ"

           จอห์นถอนหายใจเบาๆ "เชอร์ลิน อย่าไปพูดแบบนี้นอกบ้านนะรู้ไหม เดี๋ยวคนเขาจะเข้าใจผิด" จอห์นพูด "เชอร์ลินเป็นลูกคุณพ่อ ส่วนอาเป็นแค่อานะ"

           "ไม่เป็นไรเชอร์ลินพ่อหายแล้ว" เชอร์ล็อคพยายามดึงมือข้างที่เจ็บออกมาจากการกุมมือของจอห์น

           "ยังไม่ครบเวลาเลย อย่าพึ่งขยับ" คุณหมอดุคนเจ็บ

           "ที่รัก เราเอาอุปกรณ์วิทยาศาสตร์พวกนี้ไปเก็บกันดีไหม มันช่างเกะกะเสียจริง" คุณนายโฮมส์พูดแล้วหยิบอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ใส่มือสามี 

           "จริงด้วย เราสองคน เอ้ย! อุปกรณ์พวกนี้นี่ช่างเกะกะจริงๆ" ชายสูงวัยพูดแล้วเดินออกจากห้องครัวไปพร้อมกับภรรยา

           "ชั้นหายเจ็บแล้วจอห์น ปล่อยมือชั้นเถอะ" เชอร์ล็อคพยายามขยับมืออีกครั้ง

           จอห์นดึงมือของเชอร์ล็อคมากุมไว้อย่างเดิม และดุเบาๆ "ชั้นรู้ว่านายยังเจ็บ"

           "ไม่เจ็บแล้ว" เชอร์ล็อคปฏิเสธ

           "อย่างนั้นหรอ" จอห์นพยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะพูดขึ้นมาว่า "อย่างนี้ก็ไม่ต้องจุ๊บที่แผลแล้วเชอร์ลิน คุณพ่อของเชอร์ลินหายเจ็บแล้ว"

           "คุณพ่อ พูดว่ายังไม่หายสิคะ อาจอห์นจะได้จุ๊บให้" เชอร์ลินพูด "เดี๋ยวอาจอห์นเปลี่ยนใจ" 

           "เอ่อ....." เชอร์ล็อคอ้ำอึ้ง เขาละสายตาจากลูกสาวมามองหน้าคุณหมอประจำตัวที่นั่งอยู่ตรงหน้า....จอห์นก็มองหน้าเขาอยู่เช่นกัน

           เชอร์ลินเขย่งจนสุดปลายเท้า แล้วใช้นิ้วเล็กๆจิ้มไปที่แผลของเชอร์ล็อค "นี่แหน่ะ เจ็บไหมคะ"

           "เชอร์ลินจิ้มแผลพ่อทำไม พ่อเจ็บนะ" เชอร์ล็อคดุลูกสาว

           "นี่ไง คุณพ่อยังเจ็บอยู่เลยค่ะอาจอห์น คุณพ่อโกหก" เชอร์ลินชี้ไปที่แผล "จุ๊บสิคะ จะได้หาย"

           เชอร์ล็อคมองไปที่คุณหมอที่นั่งประจันหน้าอยู่กับตนเองอยู่ จอห์นยังคงมองหน้าของเขาอยู่

           "สรุปว่ายังเจ็บอยู่ไหม" จอห์นถาม

           เชอร์ล็อคเงียบ เขาไม่ได้ตอบอะไร เขามองไปที่มือของจอห์นที่กุมมือที่มีแผลของเขาอยู่ ..... เขายังไม่ต้องการให้จอห์นปล่อยมือไปตอนนี้เลย....

           จอห์นมองที่มือของตนเองที่กุมมือข้างที่เจ็บของเชอร์ล็อค ก่อนที่เขาจะดึงมือข้างนั้นขึ้นมาแล้วประทับริมฝีปาก จุมพิตไปที่กลางฝ่ามือข้างที่เจ็บของเชอร์ล็อคเบาๆ

           "เจ็บก็พูดว่าเจ็บ อ่อนแอบ้างก็ได้" จอห์นพูดกับคนเจ็บหลังจากถอนริมฝีปากออกมาแล้ว

           เชอร์ล็อคมองตามริมฝีปากที่พึ่งจุมพิตที่ฝ่ามือของเขา ก่อนที่เขาจะพูดออกมาด้วยเสียงแผ่วเบา "ไม่เห็นต้องทำแบบนี้"

           "ชั้นแค่ทำตามคำขอของเชอร์ลินเท่านั้น" จอห์นตอบแล้วปล่อยมือที่กุมอยู่มาเป็นเวลานาน

           "แต่คำขออื่นๆของเชอร์ลิน นายไม่เคยทำตามเลย" เชอร์ล็อคพูด

           "คำขออะไร เชอร์ลินเคยขออะไรจากชั้น ชั้นไม่เห็นจำได้เลย" จอห์นขมวดคิ้วสงสัยแล้วหันไปมองหลานสาว "อาเคยลืมให้อะไรเชอร์ลินหรือเปล่า"

           "ไม่มีค่ะ" เชอร์ลินปฏิเสธ

           "นั่นสิ ชั้นว่าชั้นไม่เคยลืมให้อะไรเชอร์ลินเลยนะ" จอห์นพูดแล้วหันไปอุ้มหลานสาวให้นั่งที่เก้าอี้ดีๆ 

           "มีสิ....ก็อย่างเช่น..." 

           "...เช่น..?"

          เชอร์ล็อคเงียบไปครู่หนึ่งก็จะยื่นมือที่เจ็บมาให้จอห์นอีกครั้ง "ชั่งมันเถอะ ไม่ได้สำคัญอะไร" เขาพูด "นายทำแผลดีกว่า" 


          จอห์น วัตสันเอื้อมมือไปยังกล่องยาที่คุณนายโฮมส์นำมาวางไว้ให้ เขาเปิดกล่องแล้วหยิบยาทาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวกออกมา เขาบีบยาลงที่มือตัวเองก่อนจะใช้นิ้วของตนเองแตะที่ยา แล้วนำไปทาที่แผลของเชอร์ล็อคอย่างเบามือ

           "จอห์น นายปั่นจักรยานเป็นตอนอายุเท่าไหร่" เชอร์ล็อคถามในขณะที่จอห์นกำลังทายาให้

           "น่าจะ 6 ขวบนะ นายถามทำไม" 

           "ชั้นปั่นจักรยานเป็นตอน 8 ขวบ" เชอร์ล็อคพูด

           "นายแพ้เชอร์ลินนะ เชอร์ลินปั่นจักรยานเป็นตั้งแต่ 4 ขวบแล้ว" จอห์นพูดแล้วหันไปยิ้มกับหลานสาว "เชอร์ลินเก่งกว่าคุณพ่ออีก"

           "เพราะอาจอห์นสอนไงคะ" เชอร์ลินตอบด้วยใบหน้ายิ้ม

           "ทำไมนายปั่นจักรยานเป็นช้าจัง อัจฉริยะจะไม่เก่งด้านการปั่นจักรยานหรือยังไง" จอห์นหัวเราะเบาๆ

           "ชั้นไม่มีเพื่อน ชั้นเลยไม่รู้จะหัดปั่นไปทำไม ไม่รู้ว่าปั่นเป็นแล้วจะปั่นไปเล่นกับใคร ชั้นเลยชอบอ่านหนังสือมากกว่า"

           "แล้วทำไมอยู่ๆถึงหัดปั่นล่ะ" จอห์นถามขณะเก็บหลอดยาใส่กล่องยาดังเดิม "ปั่นไปจีบสาวหรือเปล่า"

           "เพราะชั้นได้ยินครูที่โรงเรียนพูดว่าแถวบ้านชั้นมีร้านเค้กที่อร่อยมาก" 

           "ร้านเค้ก? นายอย่าบอกนะว่านายหัดปั่นจักรยานเพื่อไปซื้อเค้ก?"

           "ใช่ ชั้นหัดปั่นเพื่อไปซื้อเค้ก" 

           "นายเป็นพวกเห็นแก่กินขนาดนั้นเลยหรอ" จอห์นหัวเราะอีกครั้ง แล้วหยิบผ้าก็อตออกมาเตรียมจะพันแผลให้เชอร์ล็อค

           "หม่ามี้ชั้นเป็นคนชอบกินเค้ก พอชั้นรู้ว่ามีร้านเค้กที่อร่อยมากๆอยู่แถวบ้าน ชั้นเลยอยากจะซื้อให้หม่ามี้ชั้นกินบ้าง" เชอร์ล็อคพูด "พ่อชั้นขับรถผ่านร้านเค้กทุกวัน ชั้นนั่งมองร้านเค้กร้านในรถทุกวัน เพื่อที่วันนึงชั้นจะมาซื้อเค้กร้านนี้"

           "ทำไมไม่ให้คุณพ่อจอดรถล่ะ จะได้ซื้อ" จอห์นจับมือของเชอร์ล็อคมาใกล้ๆเพื่อที่จะได้พันแผล

           "ชั้นอยากจะเซอร์ไพร์ซหม่ามี้ชั้นในวันเกิดน่ะสิ ชั้นเลยไม่ได้ให้คุณพ่อจอดรถ" เชอร์ล็อคพูด "จนกระทั่งวันนึงชั้นคิดแล้วว่าชั้นจะซื้อให้หม่ามี้กินให้ได้ ชั้นจะไม่รออีกต่อไป"

           "นายก็เลยหัดปั่นจักรยานเพื่อจะไปซื้อเค้กเป็นของขวัญให้แม่อย่างนั้นหรอ"

           "ชั้นไม่มีจักรยานเป็นของตัวเอง ชั้นเลยไปเอาจักรยานของมายครอฟมาปั่น ตอนนั้นมายครอฟอายุ 15 เขาก็สูงมากแล้ว จักรยานของเขาก็สูงมากเกินไปสำหรับเด็ก 8 ขวบแบบชั้น" เชอร์ล็อคพูด "แต่ชั้นก็เข็นจักรยานคันนั้นออกไปที่หน้าบ้านแล้วก็เริ่มปั่นมัน แน่นอนว่าชั้นล้ม ขาชั้นไม่ถึงพื้นด้วยซ้ำ และชั้นก็ล้มอยู่ตรงนั้น แทบจะไปไหนไม่ได้เลย"

           "แล้วยังไงต่อ สรุปว่าไปซื้อเค้กได้ไหม"

           "ชั้นก็เริ่มต้นใหม่ ยันตัวเองขึ้นใหม่ แล้วก็หัดปั่นไปเรื่อยๆ ล้มก็ลุก ลุกแล้วเริ่มใหม่อยู่อย่างนั้น ชั้นเสียเวลาไปครึ่งวันกับการปั่นจักรยานของมายครอฟไปซื้อเค้กให้หม่ามี้ ซึ่งร้านมันห่างจากที่นี่ไปแค่กิโลกว่าๆเท่านั้นเอง" เชอร์ล็อคพูด "กว่าจะไปถึงร้าน เค้กก็เกือบหมดร้านแล้วเพราะเขาขายดีมาก"

           "แล้วแม่นายว่ายังไง แม่นายชอบเค้กมั้ย" จอห์นถามด้วยใบหน้ายิ้ม

          "เค้กมันเละหมดเลยน่ะสิ" เชอร์ล็อคหัวเราะเบาๆ "ก็ชั้นเล่นปั่นจักรยานแล้วล้มมาตลอดทางเลย"
          "แล้วนายก็ปั่นจักรยานได้วันนั้นเลยสินะ"
           "ใช่ ระยะทางกิโลเมตรกว่าๆ กับเวลาครึ่งวันมันทำให้ชั้นปั่นจักรยานเป็น วันนั้นตัวชั้นมีแต่แผล แผลเต็มไปหมด พอมาถึงบ้านชั้นโดนหม่ามี้ดุไปเป็นชั่วโมงเลย" เชอร์ล็อคพูด "แต่พอหม่ามี้เห็นเค้ก ถึงแม้ว่ามันจะเละ แต่หม่ามี้ก็ไม่โกรธชั้น หม่ามี้ก็กินเค้กวันเกิดจากชั้น ทั้งๆที่มันเละจนดูไม่ออกเลยว่ามันคือเค้กอะไร"

           จอห์นยิ้ม "แม่นายภูมิใจในตัวนายมากแน่ๆ ที่นายทำเพื่อแม่ขนาดนั้น"

           "ชั้นเจ็บตัวจนมีแผลเป็นครั้งแรกตอน 8 ขวบ จากการหัดปั่นจักรยานไปซื้อเค้กวันเกิดให้หม่ามี้ที่ชั้นรัก" เชอร์ล็อคพูด "20 ปีต่อมา ตอนชั้นอายุ 28 ปี ชั้นก็เจ็บตัวจนมีแผลอีกครั้งจากการหัดทำอาหารเป็นครั้งแรกให้นายกิน"

           จอห์นหยุดมือที่กำลังพันผ้าพันแผลทันทีที่ได้ยินเชอร์ล็อคพูดเช่นนั้น "นี่นายทำอาหารเป็นครั้งแรกหรอ"

           "ชั้นมีหม่ามี้ที่ทำอาหารอร่อยมาก ชั้นเลยไม่เคยพยายามทำอาหารด้วยตัวเองเลย ที่ลอนดอนก็มีนายกับคุณนายฮัตสันทำให้กินอีก ชั้นเลยไม่รู้จัดหัดทำอาหารไปทำไม" เชอร์ล็อคพูด "ครั้งนี้เป็นครั้งแรก"

           "ถึงว่า อุปกรณ์วิทยาศาสตร์เต็มไปหมดเลย ใช้เครื่องครัวไม่เป็นเลยสินะ" จอห์นหัวเราะเบาๆแล้วพันผ้าพันแผลต่อไป

           "นายช่วยกินอาหารที่ชั้นทำหน่อยได้ไหมจอห์น ชั้นไม่รู้หรอกว่ามันอร่อยมั้ย ชั้นไม่แน่ใจว่าไข่มันสุกหรือเปล่าด้วยซ้ำ แต่ชั้นอยากให้นายลองกินดู" เชอร์ล็อคพูด "แค่คำเดียวก็ได้"

           "เชอร์ล็อค...." จอห์นพูดแล้วบีบมือที่ถูกผ้าพันแผลพันไว้เบาๆ "ถึงนายไม่บอก ชั้นก็กินมันอยู่แล้ว นายอุตส่าห์ตั้งใจทำเพื่อชั้น ชั้นจะไม่กินมันได้ยังไง จริงมั้ย"

           "จริงนะจอห์น นายจะกินจริงๆใช่มั้ย" เชอร์ล็อคถามด้วยน้ำเสียงยินดี

           "จริงสิ มันคือเฟรนโทร์ตใช่มั้ย" จอห์นพูดแล้วมองนาฬิกาข้อมือของตนเอง "กินเฟรนโทร์ตตอน 11 โมงคงไม่เป็นไรมั้ง ชั้นยังไม่ได้กินอะไรเลย เริ่มจะหิวแล้วด้วยสิ"

           "งั้นเดี๋ยวชั้นไปจัดใส่จานมาให้นะ" เชอร์ล็อคพูดด้วยเสียงยินดีอีกครั้งและเตรียมจะไปจัดอาหารใส่จานมาให้จอห์น

           "ไม่ต้อง เดี๋ยวชั้นจัดการเอง แค่บอกมาว่าเฟรนโทร์ตของนายชั้นต้องใส่อะไรบ้างก็พอ"

           "โอเค" เชอร์ล็อคกลับมานั่งที่เก้าอี้ตามเดิม "ก็มีแค่ขนมปังในเตาอบ ทาด้วยครีมชีสรสกล้วยกับราดด้วยแยมสตรอเบอร์รี่แค่นั้นเอง"

           "อืม....ดูน่าอร่อยนะ" จอห์นยิ้มแล้วเดินไปเปิดตู้เก็บจาน เขาหยิบจานสีขาวสะอาดตามา 1 ใบ ก่อนจะเดินไปเปิดเตาอบ เขามองหันซ้ายหันมามองรอบตัวอยู่สักพักก่อนจะมองเห็นบางอย่าง....ถุงมือกันความร้อนเก็บอยู่ใกล้ๆกับอ่างล้างจาน เขาเดินไปหยิบมันแล้วชูให้เชอร์ล็อคดู "นี่ไง ถุงมือของนาย"

           "ถุงมือมันควรจะอยู่แถวๆเตาอบสิไม่ใช่อ่างล้างจาน" เชอร์ล็อคบ่น "แม่บ้านที่มาทำความสะอาดเมื่อเช้าต้องเป็นคนเก็บแน่ๆ"

           "คราวหลังก็เตรียมอุปกรณ์มาไว้ใกล้ๆมือก่อนสิ ถ้าไม่คุ้นเคยกับห้องครัวน่ะ" จอห์นพูด "ที่แฟลตเรา คุณนายฮัตสันเก็บถุงมือกันความร้อนไว้ใกล้ๆเตาอบเลย นายไม่พลาดแน่นอน"

           "คุณนายฮัตสันเป็นคนฉลาด ถุงมือกันความร้อนก็ต้องอยู่กับเตาอบสิจึงจะถูกต้อง"

           "คุณนายฮัตสันเป็นคนฉลาดที่รู้ว่าอะไรควรจะเก็บไว้ตรงไหน นอกจากนั้นเธอคงรู้ด้วยว่ายอดนักสืบของตัวเองเป็นคนซุ่มซ่ามขนาดไหน" จอห์นพูดด้วยใบหน้ายิ้มแล้วหยิบถาดอบออกมาจากเตา แล้วใช้ที่คีบอาหาร คีบขนมปังมาวางไว้บนจานสีขาวสองแผ่น

           "ชั้นไม่ได้เป็นคนซุ่มซ่ามเสียหน่อย" เชอร์ล็อคพูด

          "ไม่ซุ่มซ่ามแล้วเอามือไปจับถาดอบทำไม" จอห์นพูด "อ้อ....เป็นคนโง่ ไม่ใช่คนซุ่มซ่าม"
          เชอร์ล็อคทำหน้ามุ่ยเล็กน้อย วันนี้ทั้งเจ็บตัวแล้วเขายังต้องโดนจอห์นว่าว่าโง่อีกหรือ...นี่มันคุ้มค่ากับการตื่นเช้าหรือเปล่า
          จอห์นวางจานใส่ขนมปังลงบนโต๊ะ แล้วเดินไปหยิบชามครีมชีสที่เริ่มจะละลายเล็กน้อยเนื่องจากอยู่นอกตู้เย็นมานานเกินไป เขาหยิบชามครีมชีสนั้นและชามใส่แยมสตรอเบอร์รี่โฮมเมดของเชอร์ล็อคมาวางตรงหน้าเด็กหญิงเชอร์ลินที่นั่งอยู่บนเก้าอี้
           "เชอร์ลิน ตกแต่งอาหารเช้าให้อาหน่อยสิ อาไม่ค่อยเก่งศิลปะ" 

           "จริงหรอคะ อาจอห์นให้เชอร์ลินทำหรอ" เชอร์ลินถามด้วยเสียงตื่นเต้น


          "จริงสิ" จอห์นพูดแล้วผลักจานไปใกล้ๆเด็กหญิงเล็กน้อย "ทำให้สวยๆเลยนะ อาจะรอกิน"

          เชอร์ลินหยิบช้อนด้ามยาวขึ้นมาตักครีมชีสรสกล้วยจนพูนช้อนแล้วโปะลงไปที่กลางขนมปังทั้งสองแผ่น ก่อนจะนำช้อนอีกด้ามตักจ้วงลงไปในชามใส่สตอเบอร์รี่แล้วนำมันมาโปะทับกับครีมชีสอีกทีหนึ่ง

          "นี่ทำกินเองแล้วมั้ง ไม่ใช่ของอา" จอห์นยิ้ม "สตรอเบอร์รี่เยอะเชียว"

          เด็กหญิงยิ้ม แล้วใช้ช้อนตักแยมสตรอเบอร์รี่กับครีมชีสยื่นไปใกล้ๆกับปากของคุณอาตนเอง "กินค่ะอาจอห์น เชอร์ลินป้อนเอง"

          จอห์นอ้าปากกินอาหารที่ดูเหมือนจะมีแต่ครีมและแยมที่เชอร์ลินเป็นคนตักให้ด้วยใบหน้ายิ้ม "มันไม่มีขนมปังเลยเชอร์ลินมันมีแต่แยมกับครีมชีส"

          "งั้นเอาใหม่อีกคำ" เชอร์ลินพูดแล้วจ้วงลงไปในจานสีขาวนั้นอีกครั้ง "อ้ามมมม อ้าปากกว้างๆเลยค่ะ คำนี้คำใหญ่"

          จอห์นอ้าปากกินอาหารคำใหญ่ที่หลานสาวเป็นคนป้อนอีกครั้ง เขาเคี้ยวมันช้าๆก่อนจะขมวดคิ้วสงสัย

          "ไม่อร่อยหรอจอห์น" เชอร์ล็อคถามด้วยสีหน้าเป็นกังวล

          "ไข่บนขนมปังมันรสชาติแปลกๆ" จอห์นพูดแล้วกลืนอาหารลงคอ "ทำไมรสชาติมันทื่อขนาดนี้ ทุกรสมันเท่ากันหมดเลย"

          "ก็ในสูตรเขาให้ใส่ 1 ช้อนชาทั้งเกลือและพริกไทย ชั้นก็ใส่ 1 ช้อนชาเป๊ะๆเลย ตักพูนๆแล้วปาดออกให้มันเรียบเสมอช้อน ตามหลักการเลย" เชอร์ล็อคอธิบาย

          "นั่นมันหลักการตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ คนทำอาหารเขาไม่ทำกันแบบนี้" จอห์นพูดแล้วใช้ช้อนตักขนมปังและครีมชีสยื่นให้เชอร์ล็อคกิน "อ่ะ...นายลองกินอาหารฝีมือตัวเองดู รสชาติมันทื่อขนาดไหน"

          เชอร์ล็อคอ้าปากรับอาหารที่จอห์นเป็นคนป้อน เขาเคี้ยวช้าๆอย่างพิจารณาแล้วกลืนมันลงคอ "ใช่ ... รสชาติมันแปลกชะมัด"

          "เชอร์ลินกินมั่ง อาจอห์นป้อนเชอร์ลินบ้างค่ะ" เชอร์ลินอ้าปากรับ

          จอห์นตักขนมปังพร้อมกับแยมสตรอเบอร์รี่จนพูนช้อนป้อนเชอร์ลิน "สตรอเบอร์รี่เยอะๆ ของโปรดเชอร์ลินเลย"

          เชอร์ลินยิ้มแล้วเคี้ยวอาหารที่อยู่เต็มปากอย่างมีความสุข

          "นี่เชอร์ล็อค" จอห์นเรียก "เค้กที่ซื้อให้แม่เมื่อหลายปีก่อนมันเจ๊งไปแล้วหรอ จำได้ว่าแถวๆนี้ไม่มีร้านเค้กนี่"

          "เปล่า มันยังไม่เจ๊ง" เชอร์ล็อคพูด "มันขายดีมาก จนย้ายไปขายในเมืองแล้ว หม่ามี้บอกว่าขายดีมาก แค่ครึ่งวันก็ขายหมดแล้ว"

          "อ๋อ...อย่างนี้นี่เอง" จอห์นพยักหน้าเข้าใจ

          "อาจอห์น กินอีก เชอร์ลินจะกินอีก" เชอร์ลินพูดมาอีกครั้ง

          "นี่พ่อทำให้อาจอห์นกินหรือทำให้เชอร์ลินกินกันแน่ เชอร์ลินกินเยอะกว่าอาจอห์นอีก" เชอร์ล็อคพูดแล้วขยี้ผมลูกสาวเบาๆด้วยความเอ็นดู

          "งั้นเชอร์ลินป้อนอาจอห์นเอง ส่วนอาจอห์นก็ป้อนเชอร์ลิน" เชอร์ลินพูดแล้วตักอาหารป้อนจอห์น "คำนี้ของอาจอห์น"

          จอห์นอ้าปากกินอาหารคำนั้นจนหมด

          "ส่วนคำนี้" เชอร์ลินตักอาหารยื่นให้เชอร์ล็อค "คำนี้ของคุณพ่อค่ะ"

          เชอร์ล็อคยิ้มแล้วอ้าปากรับอาหารคำนั้น ก่อนจะนึกบางอย่างขึ้นมาได้

          .....เขากินอาหารช้อนเดียวกับจอห์น.....

          เชอร์ล็อคหันไปมองคุณหมอหนุ่มที่ยังคงป้อนอาหารหลานสาวไปอย่างไม่ได้รู้สึกผิดแปลกอะไร เขายิ้มกับความสุขในเช้าวันนี้เล็กน้อย 

              ...เขาเหมือนได้เริ่มหัดปั่นจักรยานใหม่อีกครั้ง ปั่นจักรยานไปซื้อเค้กที่อยู่ไกลจากบ้านไปประมาณ 1 กิโลเมตร ด้วยความสามารถทั้งหมดที่มีกับจักรยานคันใหญ่ที่แม้แต่ขาของเขายังแตะไม่ถึงพื้น ... วันนี้เขาหัดทำอาหารเป็นครั้งแรกทั้งๆที่ทั้งชีวิตไม่เคยคิดจะหัดทำแม้เขาจะทำมันด้วยวิธีแปลกประหลาดตามที่ถนัดอย่างสุดความสามารถให้คนตรงหน้ากินก็ตาม....หากร้านเค้กมีระยะทางตั้ง 1 กิโลเมตรเขายังปั่นไปถึงได้ .... จอห์น วัตสันอยู่ห่างกับเขาเพียงแค่ 1 ฟุต เขาก็คงปั่นไปหาได้เช่นกัน

               เขาอดทนปั่นจักรยานไปซื้อเค้กให้หม่ามี้ผู้เป็นที่รักได้แม้มันจะเสียเวลาไปมากแค่ไหน หกล้มจนมีแผลตลอดทางไปมากเท่าไหร่ แต่เขาก็ซื้อมาให้หม่ามี้สำเร็จ .... การอดทนรอจอห์นเพียงเท่านี้ เขาก็จะอดทนรอให้สำเร็จให้ได้เช่นกัน

          

 







รูปของ Strawberry Cream Cheese-Stuffed French Toast ค่ะ ถ้าเชอร์ล็อคไม่ทำเละ หน้าตาคงออกมาประมาณนี้ 5555555





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 36 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

385 ความคิดเห็น

  1. #376 Sedius (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 10 มกราคม 2564 / 23:38

    เก่งมากลูกหนูเชอร์ลิน

    #376
    0
  2. #280 heechulnarak (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 30 มกราคม 2560 / 22:30
    ชงหนักมากคร้า เดียวเจ้จะเหมาเค้กให้ทั้งร้านเลย
    #280
    0
  3. #75 raining (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 20 กันยายน 2559 / 01:46
    งอว์วันนี้มาได้เร็ว(แล้วเหรอ?)5555
    เชอร์ลินนี่บางทีเหใือนจะรู้มากแต่บางทีก็ดูใสซื่อสมวัยเดาหนูน้อยไม่ออกจริงๆ
    มาอ่านตอนดึกละทรมานคนไดเอทเหลือเกินค่าฮืออออ(//หนีไปซัดขนม)
    ถือว่าไรต์จัดการตัวละครได้ดีนะคะเพราะฉากๆนึงไม่ควรมีตัวละครเกิน4ตัวไม่อย่างนั้นจะงงมากว่าใครพูดอะไร
    การที่มีตัวละครในฉากมากขึ้นไรต์ก็มีวิธีจัดการได้อย่างแนบเนียนมากขอชื่นชมค่ะ
    ส่วนเนื้อเรื่องนี่เชอร์ล็อกดูจะรุกหนักและก็ยังแหย่แบบกล้าๆกลัวสินะ แถมมีเชอร์ลินคอยช่วยรุกให้แบบนี้จอห์นจะทนได้กี่น้ำหนอ 55555

    ปล.เรื่องในนิยายนี่เราอ่านนานมากแล้วค่ะ4-5ปีได้แล้วค่ะ ตอนนั้นยืมห้องสมุดร.ร.อ่านเลยจำรายละเอียดอะไรไม่ค่อยได้
    แล้วก็เอาข้อมูลมาเพิ่มให้ค่ะวันนี้เปิดไปดูหน้าหลักที่มีแนะนำตัวละครเห็นมีแมรี่มาด้วย
    ถ้าเราจำไทม์ไลน์ไม่ผิดนะตามนิยายหลังแต่งกับจอห์นแล้วแมรี่ไปพัวพันกับคดีนึงจนถูกฆ่าเสียชีวิตด้วยค่ะจอห์นเลยกลับมาอยู่กับเชอร์ล็อก
    เอามาเล่าให้ฟังเผื่อไรต์จะเอาไปใช้เล่นอะไรได้ เดี๋ยวว่าจะไปซื้อนิยายชึดกลับมาอ่านทวนความทรงจำแล้วจริงๆ ฟฟฟฟ


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 20 กันยายน 2559 / 07:32
    #75
    1
    • #75-1 MaleeHaveACat(จากตอนที่ 24)
      20 กันยายน 2559 / 09:04
      บางทีก็รู้สึกว่าเชอร์ลิน หนูพูดเยอะไปหรือเปล่าลูกกกกก พ่อกับอาจอห์นจะหัวใจวายจากการพูดเยอะของหนูกันมาหลายรอบแล้ว 55555


      แมร์รี่นี่รู้ว่าตายหลังแต่งงาน แต่ไม่รู้ว่าตายเพราะอะไรเหมือนกันค่ะ เพราะยังไม่ได้อ่าน สงสัยต้องไปซื้อมาอ่านบ้างแล้ววว

      ตอนนี้วางโครงเรื่องจบหมดแล้ว เหลือเติมช่องว่างด้วยบทสนทนานี่แหละค่ะ ฮือออออ
      #75-1
  4. #74 Junior Prince LP (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 20 กันยายน 2559 / 00:53
    เป็นสายหิวยามดึกค่าไรเตอร์

    เนื้อเรื่องตอนนี้บับว่า ละมุนนมากก เราพลาดเลยน่าอ่านตอนเช้ากินขนมปังตามเนื้อเรื่องไปด้วย แง่งง 55555

    เชอร์ล็อคน่าร๊ากมากกก้าวแรกนี่ก็พิชิตให้จอนห์ได้ประทับใจแล้ว อร๊ายย ฟินกรบหมอน
    #74
    1
    • #74-1 MaleeHaveACat(จากตอนที่ 24)
      20 กันยายน 2559 / 08:47
      แอร๊ยยยย จอห์นจะรู้ตัวรึยังว่าตัวเองพิเศษขนาดไหนนนน
      #74-1
  5. #73 ddowphotos (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 19 กันยายน 2559 / 22:22
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด = ////////////////////////////////////////////////////// =

    เขินจนไม่รู้จะทำหน้ายังไงแล้วววววววววววววววววว เชอร์ลมีมุมน่ารักแบบนี้ด้วยยยยย
    #73
    1
    • #73-1 MaleeHaveACat(จากตอนที่ 24)
      19 กันยายน 2559 / 23:06
      น่ารักกุ๊กกิ๊กปนกับความเศร้าเล็กน้อย
      #73-1