ดวงใจศิขรินทร์ [สนพ.ชูการ์บีท ตีพิมพ์]

ตอนที่ 10 : ดวงใจศิขรินทร์ : ตอนที่ 3 --- 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,705
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 141 ครั้ง
    9 ต.ค. 62






สายตาคมปลาบของร่างสูงใหญ่ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามจับจ้องอยู่ที่ร่างบาง ซึ่งผันตัวจากการเป็นมือกีตาร์ลงไปนั่งขัดสมาธิร่วมวงกับบรรดาชายหนุ่มหลายคน เพื่อดื่มเหล้าหมักที่ชาวบ้านคนหนึ่งหอบหิ้วไปให้ด้วยความรู้สึกไม่ชอบใจ พร้อมกับนึกตำหนิในการกระทำของอีกฝ่าย เป็นสาวเป็นนางแท้ๆ แต่กลับไม่ห่วงหวงตัวเองเลยสักนิด

“มองอะไรอยู่วะ” ร้อยโทอคินที่เห็นเพื่อนจ้องมองไปยังวงสนทนารอบกองไฟอยู่นานแล้วขยับเข้าไปถาม พร้อมกับมองตามสายตาของศิขรินทร์ไปยังกลางวง ทันเห็นหญิงสาวนามว่า ‘พี่มีน’ กำลังยกแก้วเหล้าหมักขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมดแก้ว

“นั่นคุณพี่มีนนี่ ดื่มแบบนั้น เดี๋ยวก็เมาตาย" ร้อยโทอคินร้องทักอย่างตกใจ ยามเห็นหญิงสาวร่างบางนั่งร่วมวงดื่มเหล้ากับผู้ชายนับสิบคน ขณะที่ศิขรินทร์มองภาพนั้นด้วยแววตาตำหนิ พาลยิ่งไม่ชอบใจในตัวหญิงสาวเข้าไปใหญ่

"แกไม่คิดจะเข้าไปห้ามเธอหน่อยหรือคาม"

"ทำไมต้องห้าม เขาอยากกินก็ปล่อยให้กินไปสิ" ชายหนุ่มบอกอย่างไม่ใส่ใจ ขัดกับสายตาที่ยังไม่ยอมละไปจากวงหน้าใสเจือสีแดงระเรื่อ ที่เปิดปากยิ้มและหัวเราะกับบรรดาชายหนุ่มหลายคนอย่างอารมณ์ดี

"แต่คุณพี่มีนแทบจะเป็นผู้หญิงคนเดียวในกลุ่มเลยนะ แกจะปล่อยให้เธอนั่งอยู่แบบนั้นเหรอ"

"ช่างเขาสิ" 

"นี่แกมีนิสัยใจจืดใจดำแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไรกันวะ"

"ฉันแค่ไม่อยากไปยุ่ง โตๆ กันแล้ว เขาควรจะรู้ว่าอะไรควรไม่ควร" ศิขรินทร์บอกปัด แล้วละสายตาจากภาพของหญิงสาวหันมามองหน้าเพื่อน และเปลี่ยนเรื่องคุยทันที

“วันนี้แกค้างที่นี่เลยนะ ฉันให้ป้าเหมยเตรียมห้องให้แล้ว” ศิขรินทร์เอ่ยปากบอกเพื่อน ดักคอไว้ ด้วยกลัวว่าอีกฝ่ายจะตีรถกลับเข้าเมืองในตอนดึกเหมือนอย่างที่เคย 

“อือ ฉันก็กะจะค้างที่นี่ เพราะคืนนี้ยังไม่มีเวรยาม ฉันกับพลก็เลยจะเดินตรวจให้ก่อน”

“ขอบใจแกมาก” 

“งั้นเดี๋ยวฉันแยกไปเดินตรวจรอบๆ เลยละกัน เพราะมีบางส่วนแยกไปอาบน้ำด้วย”

“ฝากแกด้วยนะ”

“อือ” ร้อยโทอคินพยักหน้ารับคำ ก่อนหันไปพยักหน้าชวนพลให้เดินไปด้วยกัน ปล่อยให้ศิขรินทร์ทำหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยบริเวณลานดินที่ยังคงมีบรรดาชาวค่ายนั่งล้อมวงดื่มเหล้าหมักกันอยู่

สายตาคมหันกลับไปมองตรงจุดเดิมอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่เห็นร่างบางของมีนมีนาแล้ว เขาจึงสอดส่ายสายตามองหา ทันเห็นแผ่นหลังของคนตัวเล็กเดินห่างออกไปตรงมุมมืด และนั่นทำให้เขานึกเข่นเขี้ยวอีกฝ่ายอยู่ในใจ แต่ก็ไม่วายต้องเดินตามไปดูอยู่ดี ทั้งที่ปากบอกว่าช่าง ไม่อยากสนใจแล้วก็ตาม เขาเลยให้เหตุผลตัวเองว่าแค่ไม่อยากเห็นคนขี้เมาเดินตกเขาไปก็แค่นั้น

ศิขรินทร์สาวเท้าเดินตามหญิงสาวไปอย่างรวดเร็ว ทันได้เห็นอีกฝ่ายโก่งคออาเจียนเสียงโอ้กอ้ากอย่างหมดสภาพ หลังจากที่หญิงสาวดื่มเหล้าหมักเข้าไปหลายแก้ว ชายหนุ่มขยับเข้าไปชิด ขณะที่มีนมีนาผละถอยหลังกลับมาและทรุดนั่งลงบนขอนไม้อย่างหมดแรง

“คออ่อนขนาดนี้ ดื่มเข้าไปทำไมเยอะแยะ” เสียงทุ้มใหญ่เอ่ยตำหนิ ดึงสายตาฉ่ำวาวเพราะฤทธิ์แอลกอฮล์ของคนเมาให้เงยหน้าขึ้นมองอย่างแปลกใจ

“คุณ…” หญิงสาวเอ่ยเรียกคล้ายกับว่าจดจำเขาได้ แต่ก็ไม่ได้เอ่ยอะไรมากไปกว่านั้น

“โตจนป่านนี้แล้ว ไม่รู้หรือ ว่าผู้หญิงเมาไม่น่ามอง”

“แล้วครายให้มอง” มีนมีนาย้อนเสียงยานคาง ด้วยสติสตังที่ยังพอมีเหลืออยู่บ้างอย่างไม่ชอบใจ ขณะที่ศิขรินทร์ขมวดคิ้วมุ่น นึกอยากจับคนปากดีมาฟาดให้หลาบจำ แต่ติดที่เขาไม่ได้สนิทกับเธอขนาดนั้น ซ้ำยังเพิ่งเจอหน้ากันอีกด้วย

"ลุกเดินไหวไหม ผมจะเดินไปส่ง"

"หวาย ฉันไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย"

"งั้นหรือ" เขาเอ่ยถามเสียงหยัน เพราะภาพลักษณ์ของหญิงสาวตอนนี้ ขัดกับคำว่าไม่เป็นอะไรมากนัก ทั้งผมเผ้ากระเซอะกระเซิง ดวงตาฉ่ำเยิ้มและใบหน้าแดงก่ำ ไหนจะน้ำเสียงยานคางอ้อแอ้นี่ด้วย แบบนี้ไม่ให้เรียกว่าเมา จะให้เรียกว่าอะไร

"ลุก เดี๋ยวผมเดินไปส่ง" เขาบอกแกมสั่งอีกครั้ง แต่มีนมีนากลับนั่งนิ่ง คล้ายกับว่าไม่ได้ยินคำพูดจากเขา และนั่นทำให้ศิขรินทร์ต้องขยับเข้าไปยื่นมือช่วย ตอนที่หญิงสาวยังพอมีสติเหลืออยู่บ้าง เพราะหากหญิงสาวหลับกลางอากาศขึ้นมา อาจต้องเดือดร้อนเขาอุ้มไปส่ง ซึ่งนั่นจะดูไม่ดีนัก

"ลุกสิคุณ"

"ค่าๆ" มีนมีนาพยักหน้าหงึกหงัก พยายามจะโงหัวหนักๆ ขึ้น แต่ก็ยากเย็นเหลือเกิน ทำเอาคนที่ยืนมองอยู่ต้องเข้าไปช่วยพยุงร่างบางให้ลุกขึ้นยืน แล้วจับจูงกึ่งประคองหญิงสาวให้เดินกลับไปทางเดิม ตรงไปยังบ้านของป้าคำจัน เพื่อพาหญิงสาวขี้เมาที่เดินเซเหมือนปูไปส่ง และดีที่เจ้าของบ้านยังไม่นอน หญิงวัยกลางคนนั่งรอมีนมีนาอยู่ตรงชานบ้าน และเมื่อเห็นศิขรินทร์ประคองหญิงสาวไปส่ง ก็รีบลงมาช่วยประคองทันที

"หนูมีนเป็นอะไรหรือจ๊ะนาย"

"เมาน่ะ นั่งดื่มเหล้ากับพวกลุงคำอิน"

"ตายจริง" ป้าคำจันอุทานอย่างตกใจ ด้วยไม่คิดว่าหญิงสาวร่างบางอย่างมีนมีนาจะหาญกล้าดื่มเหล้าหมักได้

"ฝากป้าคำจันดูหน่อยก็แล้วกัน ท่าจะเมาหนัก" 

"ได้จ้ะนาย"

"งั้นผมขอตัวก่อน"

"จ้ะ" ศิขรินทร์ตวัดสายตามองหญิงสาวที่ผล็อยหลับไปแล้วอีกครั้งแวบหนึ่งด้วยความรู้สึกบางอย่าง ก่อนจะดึงสายตาออกจากวงหน้าใส และเดินกลับไปยังลานดินกลางหมู่บ้าน ซึ่งเมื่อต้นเห็นเขาก็รีบเดินเข้ามาถามไถ่ทันที ศิขรินทร์จึงบอกว่าพามีนมีนาไปส่งที่บ้านพักเรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มอ่อนวัยกว่าจึงถอนหายใจอย่างโล่งอกแล้วกลับไปนั่งร่วมวงดื่มเหล้าหมักตามเดิม และกว่าทุกคนจะสลายตัวได้ก็ปาเข้าไปเกือบเที่ยงคืน ศิขรินทร์อยู่ดูแลความเรียบร้อย จนสมาชิกชาวค่ายคนสุดท้ายเดินกลับที่พักไปแล้ว เขาและดินจึงได้แยกย้ายกันกลับที่พักเพื่อพักผ่อนบ้าง

เรือนไม้สักขนาดสองชั้น มีระเบียงยื่นออกมาด้านหน้า ที่ตั้งอยู่บนเนินเขาซึ่งสามารถมองเห็นวิวด้านล่างได้อย่างชัดเจน เป็นที่พักของศิขรินทร์ ซึ่งเป็นมรดกตกทอดมาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ เขาอาศัยอยู่กับลูกสาวตัวน้อยวัยเจ็ดขวบ และแม่บ้านคนหนึ่ง ที่เป็นทั้งแม่ครัวและพี่เลี้ยง เนื่องด้วยตัวเขาไม่มีเวลาดูแลลูกสาวด้วยตัวเอง เพราะทั้งหน้าที่และงานพิเศษนั้นค่อนข้างยุ่งมาก และแม้จะรู้ทั้งรู้ว่าการเลี้ยงดูแบบนั้น จะทำให้เด็กหญิงไม่ได้รับความรัก ความอบอุ่นได้เต็มที่ แต่เขาก็ไม่มีทางเลือกมากนัก ชายหนุ่มจึงต้องเข้มงวดกับการจัดสรรตารางชีวิตของตัวเอง

ตอนเช้า ชายหนุ่มจะตื่นแต่เช้าตรู่ เพื่อไปปลุกเด็กหญิงให้ตื่นนอน พร้อมกับช่วยดูแลเรื่องการแต่งตัวและจัดกระเป๋าหนังสือ รวมทั้งการใช้เวลาบนโต๊ะอาหารร่วมกัน ก่อนที่เขาจะเดินไปส่งลูกสาวที่โรงเรียน และขับรถไปทำงานเป็นอาจารย์พิเศษที่มหาวิทยาลัยในตัวจังหวัดในทุกวันจันทร์ พุธและศุกร์ แต่หากวันไหนที่ศิขรินทร์ไม่ได้ทำงานพิเศษ เขาจะใช้เวลาทำงานในฐานะผู้นำหมู่บ้านทั้งวัน เพราะเขามีเป้าหมายใหญ่ที่จะต้องทำให้สำเร็จ นั่นคือการแก้ปัญหาเรื่องปากท้อง และยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านให้ดีขึ้นทุกครัวเรือน ซึ่งโครงการที่เขากำลังดำเนินการอยู่ นั่นคือการพัฒนาอดีตพื้นที่สีแดงอย่างมะปินให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว ศิขรินทร์รู้ว่ามันยาก ที่จะทำให้ที่นี่เป็นแลนด์มาร์กและจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยว เพราะมีระยะทางห่างไกลจากตัวจังหวัดมาก แต่เขาก็เชื่อว่ามันจะไม่เกินความสามารถของเขาและทุกคนที่นี่

"พ่อจ๋า" ร่างสูงใหญ่ชะงักปลายเท้าที่ก้าวเข้าไปภายในบ้าน แล้วเงยหน้ามองเด็กหญิงตัวน้อยที่เดินงัวเงียลงมาจากชั้นบนด้วยท่าทีสะลึมสะลือ

"หนูดี ตื่นมาทำไมดึกๆ ดื่นๆ ล่ะลูก แล้วป้าเหมยไปไหน" ศิขรินทร์เดินเข้าไปหาลูกสาวทันทีอย่างแปลกใจ มือใหญ่วางลงบนศีรษะเล็ก แล้วทรุดนั่งลงบนส้นเท้า เพื่อมองหน้าเด็กหญิงให้ชัดเจน

"ป้าเหมยอยู่ข้างบนค่ะ"

"แล้วหนูลงมาทำไมล่ะคะ"

"หนูดีลงมาดูคิตตี้"

"หือ" ชายหนุ่มขมวดคิ้วมุ่น งุนงงเล็กน้อยกับคำตอบนั่น เสียจนต้องย้ำถามให้แน่ใจ "อะไรคือคิตตี้หรือลูก"

"น้องแมวค่ะ หนูดีเอาน้องแมวมาเลี้ยง"

"แมวที่ไหน"

"มันถูกรุมกัดจนบาดเจ็บ แถมยังตกต้นไม้อีก หนูดีไปช่วยมันค่ะ มันน่าสงสาร หนูดี...เลี้ยงมันได้ไหมคะ" เสียงเล็กเอ่ยขออนุญาตเสียงอ่อน ด้วยเพราะรู้ว่าคนเป็นพ่อจะไม่ให้อนุญาตง่ายๆ แน่ และเมื่อเด็กหญิงเห็นคนเป็นพ่อเงียบ ก็รีบเอ่ยสมทบ ชักแม่น้ำทั้งห้า หาเหตุผลมาบอกอย่างรวดเร็ว

"มันมีแผลเต็มตัวเลยค่ะ คงจะเจ็บน่าดู"

"พ่อรู้ แต่หนูดียังเด็ก จะเลี้ยงมันได้หรือ" ศิขรินทร์ถามพร้อมกับมองใบหน้าจิ้มลิ้มของเด็กหญิงอย่างรักใคร่

"ได้สิคะ หนูดีเลี้ยงได้"

"แต่พ่อว่า…"

"พ่อขา…" คนตัวเล็กพูดตัดบทเสียงอ่อน หยุดชายหนุ่มให้ชะงัก "คิตตี้อาภัพ ไม่มีใครรัก"

ศิขรินทร์ขมวดคิ้วฉับ เมื่อประโยคบอกเล่าจากปากของลูกสาวไม่ต่างจากมีดที่กรีดลงบนใจ เมื่อมันคล้ายกับชีวิตของคนตัวเล็กเหลือเกิน

"แม่คิตตี้มีลูกหลายตัว แต่มันไม่รักคิตตี้ แถมยังกัดคิตตี้ด้วย หนูดีอยากช่วยคิตตี้" หนูดีบอกเสียงแจ้วๆ พร้อมกับจ้องมองหน้าคนเป็นพ่อตาปรอย แต่ศิขรินทร์ก็ยังเงียบ ไม่ได้เอ่ยรับหรือตอบปฏิเสธคำร้องขอของลูกสาว

"แต่ถ้าหนูดีเลี้ยงไม่ได้จริงๆ พ่อบอกให้ลุงอคินรับคิตตี้ไปอยู่ด้วยได้ไหมคะ หนูดีอยากให้คิตตี้มีชีวิตที่ดีกว่านี้ ได้ไหมคะพ่อ"

"หนูดีอยากเลี้ยงคิตตี้มากหรือ"

"ค่ะ" เด็กหญิงพยักหน้าทันที มองสบตาบิดานิ่ง เพื่อยืนยันความต้องการของตัวเอง

"ถ้าหนูดีอยากเลี้ยงจริง ต้องสัญญาว่าจะดูแลมันเป็นอย่างดี ไม่ทิ้งขว้าง เมื่อหนูหมดรักมัน"

"ไม่ทิ้งค่ะ" เด็กหญิงยืนยันเสียงมั่นใจ ดวงตากลมโตทอประกายวาววับด้วยความหวัง

"งั้นพ่ออนุญาตให้เลี้ยงมันก็ได้"

"จริงๆ นะคะ"

"เดี๋ยวพรุ่งนี้พ่อซื้อปลอกคอมาให้มันเลย"

"เย้" หนูดีอุทานลั่น พร้อมกับโผเข้ากอดคอบิดาอย่างดีอกดีใจ วงหน้าเล็กระบายไปด้วยรอยยิ้มมีความสุขพร้อมกับพร่ำขอบคุณบิดาซ้ำๆ 

"พ่อไปดูคิตตี้ไหมคะ หนูดีกับป้าเหมยให้มันนอนอยู่ในครัว" เด็กหญิงเอ่ยชวนเสียงใสด้วยท่าทีกระตือรือร้น และศิขรินทร์ก็ไม่ใจดำที่จะปฏิเสธคำชวนของลูกสาวได้ เขาพยักหน้ายิ้มๆ

"ไหน พาพ่อไปดูสิ"

"ทางนี้เลยค่า" คนตัวเล็กยิ้มกว้าง ก่อนรวบนิ้วเรียวของบิดา จับจูงให้เดินตามไปยังห้องครัว ที่ตรงมุมหนึ่งมีลังกระดาษใบย่อมวางอยู่

"นั่นค่ะ คิตตี้อยู่ในนั้น" หนูดีชี้ ก่อนเดินเข้าไปใกล้ๆ โดยมีศิขรินทร์เดินตามไปติดๆ กัน เด็กหญิงทรุดนั่งยองๆ ข้างลังกระดาษ มองลูกแมวน้อยตัวสีส้มแซมขาวนอนหลับปุ๋ยอยู่ในนั้นด้วยท่าทีอิดโรยด้วยแววตาเอ็นดู

"มันหลับอยู่ค่ะ" ศิขรินทร์พยักหน้ารับเมื่อลูกสาวหันมาบอกเสียงใส ร่างสูงใหญ่จึงทรุดนั่งลงข้างบุตรสาว แล้วทอดสายตามองภาพสะบักสะบอมของลูกแมวด้วยความรู้สึก….

"นั่นมันถูกกัดขนาดนั้นเลยหรือ"

"ค่ะ แม่มันไม่รัก" ศิขรินทร์สะท้อนในอก ก่อนวางมือใหญ่ลงบนศีรษะเล็กของลูกสาวเบาๆ

"แต่นี่ดีขึ้นเยอะนะคะ ถ้าไม่ได้พี่คนสวยล่ะแย่แน่เลย"

"พี่คนสวย" ศิขรินทร์เลิกคิ้วสูงเป็นเชิงถามอย่างแปลกใจ ใครกัน?

"ใช่ค่ะ พี่คนสวย ทั้งสวยและใจดีมากด้วยค่ะ พี่เขาช่วยทำแผลให้คิตตี้"

"งั้นหรือ" ชายหนุ่มทำเสียงรับคำในลำคอเบาๆ นึกไม่ออกว่าใครคือพี่คนสวยของลูกสาว และน่าแปลก ที่ใบหน้าของเด็กขี้เมาคนเมื่อครู่โผล่แวบเข้ามาในความคิด แต่แค่แวบเดียว ชายหนุ่มก็สลัดความคิดวุ่นวายทิ้ง

ศิขรินทร์คุยกับลูกสาวต่ออีกชั่วครู่ ก่อนพาคนตัวเล็กไปส่งที่ห้องนอนตามเดิมเพราะดึกมากแล้ว เขาบอกราตรีสวัสดิ์หนูดีด้วยจูบเบาๆ และยืนรอจนกระทั่งประตูห้องนอนของเด็กหญิงปิดลง จึงได้หมุนตัวเดินกลับไปยังห้องนอนของตัวเอง เพื่ออาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้าเสียใหม่ กว่าจะได้ล้มตัวนอน เวลาก็ปาเข้าไปเกือบตีหนึ่งแล้ว 

มือใหญ่คว้าโทรศัพท์มือถือตรงโต๊ะเล็กข้างเตียงมาตั้งเวลาปลุก ก่อนจะปิดโคมไฟ จนห้องทั้งห้องตกอยู่ในความมืดสนิท พลันใบหน้าของผู้หญิงขี้เมาก็แวบเข้ามาในความคิดอีกระลอก

ป่านนี้เด็กนั่น จะอ้วกไปกี่รอบแล้วนะ


มาแล้วจ้าาา มาแล้วจ้ะ
อย่าลืมคอมเมนต์ แนะนำติชมกันบ้างนะค้าา
ส่งกำลังใจเข้ามา เดี่ยวปั่นสปีดไฟลุกเลยยยย 
หากอ่านแล้วชอบ ไปติดตามผลงานกันได้ที่เพจ ลานีน นะคะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 141 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

660 ความคิดเห็น

  1. #553 bsss27 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 / 21:14
    ชอบมากกกกก
    #553
    0
  2. #256 noodao (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 / 10:04
    ลูกพูดแค่ะี่คนสวยคิดถึงมีนเลยนะนายคาม
    #256
    0
  3. #87 fsn (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2562 / 20:50

    ตัวเล็กน่ารักคะ ฉลาดพูดเชียว

    #87
    0
  4. #86 Jakkaran55 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2562 / 13:54
    แค่พูดว่าพี่คนสวย ภาพเด็กนั่นก็ลอยมาเลยนะตะ
    #86
    3
    • #86-2 Jakkaran55(จากตอนที่ 10)
      10 ตุลาคม 2562 / 19:20

      ไรท์เรารักคุณที่สร้างมีนในแบบที่เข้มแข็งในสถานการณ์ที่แย่แบบนี้ รอตอนต่อไปนะคะ
      #86-2
    • #86-3 Mablelanine(จากตอนที่ 10)
      10 ตุลาคม 2562 / 20:34
      ขอบคุณมากๆๆๆๆๆ สำหรับคอมเมนต์นะคะ ทำให้คนเขียนมีพลังขึ้นมามากเลยค่ะ ดีใจที่ชื่นชอบในตัวละครของลานีนนะคะ ขอบคุณมากๆ เลยค่า มีอะไรแนะนำติชมได้ตลอดเลยนะคะ ขอบคุณจริงๆ ค่าาา ^^
      #86-3
  5. #76 คุณยาย (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2562 / 06:36

    น่ารัก

    #76
    1
    • #76-1 Mablelanine(จากตอนที่ 10)
      10 ตุลาคม 2562 / 20:36
      ดีใจที่ชอบนะค้าาาา
      #76-1
  6. #75 dekbanna (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2562 / 06:21

    เป็นห่วงน้องละซินะ

    #75
    1
    • #75-1 Mablelanine(จากตอนที่ 10)
      10 ตุลาคม 2562 / 20:36
      เนอะๆๆๆๆ
      #75-1
  7. #74 wayray (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2562 / 23:49

    ฮันแน่ แอบห่วงเค้าล่ะซิ.. หนูดีกับคิตตี้คือผู้ช่วยมือหนึ่งสินะ
    #74
    1
    • #74-1 Mablelanine(จากตอนที่ 10)
      10 ตุลาคม 2562 / 20:36
      5555 มีผู้ช่วยเป็นแมวด้วยค่ะ
      #74-1
  8. #73 Tudtu Sujaree (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2562 / 23:15
    แน่ะ พี่ขา มีห่วงพี่มีน อิอิ
    #73
    2
    • #73-1 Tudtu Sujaree(จากตอนที่ 10)
      9 ตุลาคม 2562 / 23:15
      *พ่อขา
      #73-1
    • #73-2 Mablelanine(จากตอนที่ 10)
      10 ตุลาคม 2562 / 20:36
      มารอลุ้นกันยาวๆ เลยนะค้าา
      #73-2
  9. #71 RungrakCha (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2562 / 22:17
    ปั่นให้ไฟลุกประกอบเป็นเล่มเลยจ้ะ
    #71
    1
    • #71-1 Mablelanine(จากตอนที่ 10)
      10 ตุลาคม 2562 / 20:37
      5555 ไฟท่วมมากค่ะตอนนี้ รออุดหนุนด้วยน้าาา
      #71-1