รักซนๆ ของคนตัวเล็ก - My Little Lover (Yuri)

ตอนที่ 2 : ตอนที่ 2 : ใครๆ ก็ไม่รัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,290
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    13 ก.พ. 53

ตอนที่ 2 : ใครๆ ก็ไม่รัก

 

“อ้าว พี่นิว จะรีบไปไหนแต่เช้าเหรอครับ”

 

นนทวัฒน์ที่เพิ่งกลับมาจากการวิ่งออกกำลังกายในยามเช้า เอ่ยทักทายพี่สาวที่ดูแล้วน่าจะเรียกว่าพี่ชายเสียมากกว่าด้วยท่าทางร่าเริง คนเป็นพี่แม้ว่าเดิมทีเขาไม่เคยคิดจะเกลียดน้องชายคนนี้เลย แต่เพราะคำพูดของพ่อจึงทำให้เขารู้สึกไม่ชอบหน้านนทวัฒน์ขึ้นมาเสียดื้อๆ

 

“เรื่องของฉัน นายไม่ต้องมายุ่งหรอกน่า”

 

นวินดากระชากเสียงใส่น้องชาย แล้วก้าวพรวดๆ ไปยังประตูหน้าบ้าน ท่ามกลางความสงสัยของคนถาม ชายหนุ่มร่างเพรียวในชุดกีฬาเข้ารูปได้แต่ยืนเกาศีรษะพลางมองตามหลังพี่สาวที่ผลุนผลันออกจากบ้านไปพร้อมกระเป๋าใบใหญ่อย่างไม่เข้าใจ

 

                สาวหล่อร่างสูงเดินอย่างรวดเร็วออกมาจากประตูหน้าบ้าน แล้วเดินดุ่มๆ มาเรื่อยๆ ตามทางเท้าที่ทอดยาวคู่ขนานไปกับถนนสายเล็กๆ ที่ตัดผ่านหน้าบ้านในหมู่บ้านจัดสรรแห่งนี้ สองเท้าก้าวเดินต่อเนื่องไปไม่ได้หยุด ภายในสมองของเขายังคงมีคำพูดของบิดาวนเวียนอยู่ในห้วงความคิดจนทำให้เขารู้สึกปวดหัวตุบๆ

 

จะต้องให้ฉันพูดอีกสักกี่ครั้ง แกถึงจะเข้าใจ หา ที่ฉันอยากให้เจ้านนท์เป็นคนดูแล ก็เพราะว่ามันเป็นลูกชายของฉัน ไม่ใช่คนที่เป็นครึ่งหญิงครึ่งชายอย่างแกไงเล่า

 

ด้วยเพราะเหตุผลเพียงแค่เขาเป็นทอมเท่านั้นเองหรือ ที่ทำให้สิทธิ์ในการสืบทอดกิจการร้านอาหารที่เขารัก ต้องตกไปอยู่กับน้องชายที่เป็นลูกของแม่เลี้ยง ผู้หญิงที่ทำให้แม่ของเขาต้องจมอยู่ในความทุกข์ทรมานจนตรอมใจตายเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว

 

                น้ำใสๆ รินไหลลงมาบดบังสายตาจนภาพเบื้องหน้าพร่ามัวไปหมด ความรู้สึกอัดอั้นตันใจถูกระบายออกมาพร้อมกับน้ำตาที่หลั่งริน สองเท้าของเขาหยุดก้าวเดินเมื่อพบว่าทางเท้าที่ทอดยาวมาตั้งแต่หน้าบ้านนั้นสิ้นสุดลงเมื่อถึงทางแยกที่ตัดเชื่อมกับถนนใหญ่ตรงหน้าหมู่บ้านแล้ว

 

ร่างสูงตัดสินใจที่จะออกจากบ้านมาด้วยอารมณ์ชั่ววูบทั้งๆ ที่ยังไม่รู้ว่าจะไปอยู่ที่ไหนแท้ๆ เขาเพิ่งเรียนจบมาได้ไม่กี่วัน งานการก็ไม่ได้คิดจะไขว่คว้าหาเอาไว้ดังเช่นเพื่อนๆ คนอื่นในรุ่นที่รีบเดินสายสมัครงานกันตั้งแต่ยังไม่ทันจบการศึกษาดีด้วยซ้ำ เพราะเขาหมายมั่นปั้นมือเอาไว้ว่าจะขอรับเป็นผู้สืบทอดกิจการของครอบครัวต่อจากบิดานั่นเอง แต่พอเรื่องกลายเป็นแบบนี้ มันทำให้เขารู้สึกเคว้งคว้างอย่างบอกไม่ถูก พลันใบหน้าของใครบางคนก็ลอยเข้ามาในห้วงความคิด

 

                “จริงสินะ ไปหาพิมที่ห้องดีกว่า”

 

                นวินดาพูดกับตัวเอง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วกดโทรออกไปยังหมายเลขปลายทางที่คุ้นเคย เสียงสัญญาณรอสายดังเพียงไม่นานก็ได้ยินเสียงจากปลายสายดังเข้ามา

 

                “ฮัลโหล ดาร์ลิ้งเหรอคะ”

 

                “พิมจ๋า ตอนนี้อยู่ที่ห้องรึเปล่าน่ะ นิวไปหาได้ไหม”

 

                นวินดากรอกเสียงหวานออดอ้อนคนรักของตนลงไปในโทรศัพท์ เพื่อกลบเกลื่อนน้ำเสียงเครียดหลังจากทะเลาะกับบิดามาเมื่อครู่ เขาคิดว่าพิมพ์ชนา คนรักของเขา น่าจะเป็นที่พึ่งที่ดีที่สุดให้กับเขาได้ในเวลานี้ แต่กลับไม่เป็นไปอย่างที่คิด เมื่อได้ยินเสียงตอบกลับมาจากอีกฝ่าย

 

                “เอ่อ ที่ห้องตอนนี้เหรอคะ แป๊บนึงนะคะนิว. . .คือว่า พิม เอ่อ พอดีพิมออกมาทำสปาอยู่แถวสีลมค่ะดาร์ลิ้ง ไว้เย็นๆ ได้ไหมคะ”

 

                น้ำเสียงอึกอักที่ฟังดูเหมือนมีพิรุธนั้น ทำให้นวินดารู้สึกแปลกใจเล็กน้อย และอดคิดไม่ได้ว่าอีกฝ่ายกำลังปิดบังอะไรบางอย่างกับเขาอยู่ อารมณ์ที่ขุ่นมัวเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทำให้สาวหล่อร่างสูงเกิดอาการของขึ้น พลางพูดสวนกลับไปหาอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว

 

                “ไม่เป็นไรพิม เดี๋ยวนิวไปรับก็ได้ อยู่ที่ร้านไหนล่ะ ทำเสร็จแล้วจะได้กลับไปที่ห้องกัน”

 

                “เอ๊ะ ก็พิมบอกแล้วไงว่าตอนนี้ไม่ได้ ทำไมต้องมาเร่งพิมแบบนี้ด้วยคะ ไปกินรังแตนที่ไหนมาอีกล่ะ คงไม่ได้ทะเลาะกับคุณพ่อมาอีกหรอกนะ”

 

                พิมพ์ชนาตวาดแหวใส่สาวหล่อคนรัก เมื่ออีกฝ่ายยังคงพยายามตอแยที่จะมาหาเธอให้ได้ พลางเอ่ยย้อนกลับไปเหมือนรู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา จะไม่ให้เธอรู้ได้อย่างไร ก็นี่มันตั้งกี่ครั้งเข้าไปแล้วที่สาวหล่อซึ่งมีสถานภาพเป็นคนรักของเธอมีปัญหากับที่บ้านมาทีไร ก็หันมาอาละวาดฟาดงวงฟาดงาเอากับเธออยู่ร่ำไป

 

                “โธ่ พิมครับ นิวขอโทษ นิวไม่ได้ตั้งใจจะวีนใส่พิมนะ แต่ก็อย่างที่พิมเข้าใจนั่นแหละ นิวเพิ่งทะเลาะกับพ่อมา ครั้งนี้แรงมากด้วย เอ่อ นิวเพิ่งหนีออกจากบ้านมาน่ะ ยังไม่รู้ว่าจะไปไหนดี แถมเงินก็มีติดตัวมาแค่ไม่กี่ร้อย บัตรเครดิตก็ไม่ได้เอามาด้วย พิมจ๋า ให้นิวไปหาได้ไหม ตอนนี้นิวปวดหัว คิดไม่ออกแล้วจริงๆ เข้าใจนิวหน่อยนะครับคนดี”

 

                คำพูดของคนรักที่ตอบกลับมา ทำให้นวินดามีท่าทีอ่อนลง เขารู้ตัวดีว่าพอมีปัญหากับบิดามาทีไรเป็นต้องเผลอระบายอารมณ์ใส่หญิงสาวคนรักแทบทุกครั้ง สาวหล่อจึงกรอกเสียงอ่อยๆ ลงไปอย่างสำนึกผิด พลางอ้อนวอนขอร้องให้เธอช่วยเห็นใจเขาบ้าง 

 

                “ว่าไงนะ หนีออกจากบ้าน เธอบ้าไปแล้วเหรอนิว มีบ้านอยู่ดีๆ ไม่ชอบ จะออกมาทำไม พิมไม่ได้มีเงินเหลือพอให้ใครมากินอยู่ฟรีๆ หรอกนะ”

 

                พิมพ์ชนาเมื่อได้ยินว่าสาวหล่อออกมาจากบ้านแล้วและทำท่าว่าจะมาขอเกาะติดหนึบเธอเป็นที่พึ่ง ก็แสดงธาตุแท้ออกมาทันที ใช่สิ ก็ที่เธอแสร้งทำเป็นว่ารักว่าหลงนวินดาจนปานจะกลืนกินนั้น เป็นเพราะว่าที่บ้านของเขาค่อนข้างมีฐานะ ถึงจะไม่ได้รวยมาก แต่ก็พอจะทำให้เธออยู่ดีกินดี มีเงินทองไว้จับจ่ายใช้สอยได้อย่างไม่ขาดมือ นั่นต่างหากล่ะคือเหตุผลที่แท้จริงที่เธอยอมคบกับเขา

 

                “ทำไมพิมพูดแบบนั้นล่ะ นิวไม่ได้คิดจะเกาะพิมกินไปตลอดหรอกนะ ก็แค่ช่วงสั้นๆ จนกว่านิวจะทำงานหาเงินเลี้ยงตัวเองได้เท่านั้นเอง”

 

                นวินดาแม้จะรู้สึกผิดหวังกับคำพูดที่ได้ยินจากปากของคนรัก แต่เขาก็ยังไม่ได้ฉุกใจคิดว่าที่หญิงสาวมาคบกับเขาเพียงแค่เพราะเงินของเขาเท่านั้น แต่คิดไปว่าเธอคงจะเบื่อกับอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ของเขาที่เกิดขึ้นทุกครั้งหลังจากทะเลาะกับบิดามาหมาดๆ เสียมากกว่า

 

                “แค่ช่วงสั้นๆ เหรอนิว แล้วมันสั้นแค่ไหนกันล่ะ หนึ่งวัน หนึ่งเดือน หรือว่าเป็นปี พิมเองก็มีภาระเรื่องค่าใช้จ่ายอยู่เหมือนกันนะ ไหนว่าเราจะคบกันแบบสบายๆ ไง แต่ถ้ามันยุ่งยากลำบากแบบนี้ พิมว่าเราเลิกคบกันไปเลยดีกว่า”

 

                หญิงสาวขึ้นเสียงสูงอย่างไม่อยากจะเชื่อ เธอไม่คิดหรอกว่าสาวหล่อลูกคุณหนูอย่างนวินดาจะสามารถใช้ชีวิตแบบคนธรรมดาทั่วไปได้จริงๆ แล้วอีกอย่างเธอเองก็ไม่ได้รักไม่ได้ชอบอะไรในตัวนวินดามากมายอยู่แล้ว ที่คบกับเขาก็เพราะว่าเป็นสาวหล่อหน้าตาดี บ้านมีฐานะก็เท่านั้นเอง เอาเวลาที่จะมัวมาเกาะติดหนึบกันอยู่อย่างนี้ไปหาคู่ควงคู่ขาคนใหม่ที่หล่อกว่าและรวยกว่านี้ไม่ดีกว่าหรือ พิมพ์ชนาคิดในใจ ก่อนจะเอ่ยปากตัดความสัมพันธ์กับแฟนสาวหล่ออย่างไร้เยื่อใย แล้วรีบกดตัดสายทิ้งทันที

 

                “พิม เดี๋ยวพิม เฮ้ย อะไรวะ ตัดสายทิ้งเฉยเลยเหรอ”

 

                นวินดาสบถออกมาอย่างหัวเสีย เขาพยายามกดโทรศัพท์ออกไปหาพิมพ์ชนาอีกหลายต่อหลายครั้ง แต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะปิดเครื่องไปแล้ว เขาทำท่าจะเขวี้ยงโทรศัพท์ในมือลงกับพื้น แต่บังเอิญว่าเหลือบไปเห็นภาพที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอเป็นภาพถ่ายใบหน้ายิ้มแย้มของผู้หญิงคนที่เขารักสุดหัวใจ ภาพของนลินีผู้เป็นมารดาที่เขาอุตส่าห์นำมาสแกนแล้วโหลดใส่เป็นภาพพักหน้าจอไว้ดูเมื่อยามคิดถึง ก็ทำให้ตัดใจโยนมันทิ้งไม่ลง เขาค่อยๆ ย่อตัวลงนั่งกับพื้นทางเท้าอย่างไร้ซึ่งเรี่ยวแรง พลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูที่หน้าจอ แล้วพูดกับคนที่อยู่ในรูปนั้น

 

                “แม่คะ นิวมันแย่มากเลยใช่ไหม ทำไมถึงไม่มีใครต้องการนิวเลยสักคน พ่อก็รักแต่เจ้านนท์ พิมก็มาขอเลิก แม่คะ นิวจะทำยังไงดี นิวจะตามไปอยู่กับแม่ตอนนี้เลยดีไหมนะ”

 

ติดตามตอนต่อไปเร็วๆ นี้ค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

112 ความคิดเห็น

  1. #64 ดับเครื่องชนไฮเปอร์ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 มีนาคม 2553 / 17:50
    น่าสงสารอ่ะ
    #64
    0
  2. #11 เคมาร์ท (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2553 / 20:53
    ฟิ้ว!! ปูเสื่อจองที่ก่อนคะเด๋วจะเข้ามาอ่าน..โฮะๆ
    #11
    0